ดวงใจขุนศึก [สนพ. ปองรัก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 204,939 Views

  • 589 Comments

  • 1,948 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    57

    Overall
    204,939

ตอนที่ 30 : ตอนที่ 11 [25%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3382
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    14 ก.ค. 61

 

ตอนที่ 11

 

กว่าสองสัปดาห์สิ่งที่พนักงานและลูกค้าของร้านเบเกอรี่รวมไปถึงร้านดอกไม้เห็นจนชินตา คงหนีไม่พ้นภาพผู้ชายตัวใหญ่นั่งปักหลักเป็นยักษ์วัดแจ้งอยู่หน้าเคาน์เตอร์บนเก้าอี้ที่ประจำ ตีหน้าขรึมยามมีใครสักคนเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะกลายเป็นหน้าสลดจนดูน่าสงสารเมื่อถูกสาวเจ้าที่อยากคุยด้วยเมินใส่ ส่วนหญิงสาวเจ้าของร้านคนสวยที่นับวันยิ่งอวบอิ่มมีน้ำมีนวลกลับนั่งทำงานของตนโดยไม่สนใจลูกค้าคนดังกล่าวแม้แต่น้อย

ภารกิจเฝ้าติดตามเริ่มต้นด้วยทุกเช้า แลนด์โรเวอร์สีดำมันปลาบจะแล่นเข้าไปเลียบจอดข้างรั้ว ขุนศึกหิ้วถุงผ้าบรรจุอาหารเช้าที่อุตส่าห์ลุกขึ้นมาทำนำไปแขวนไว้ที่ประตูรั้ว กดออดเรียกหญิงสาวเจ้าของบ้านหลังเล็กให้ออกมาเจอ วันแรกข้าวต้มปลาเป็นหมันเมื่อหญิงสาวไม่ยอมรับไมตรีนั้น แต่วันที่สองและวันต่อๆ มาเธอก็มักจะถือเข้าไปในบ้าน เขาไม่รู้หรอกว่ารมิตาจะรับประทานปิ่นโตที่เขาบรรจงผูกให้เธอหรือไม่ เพียงแค่เห็นเธอรับไปเขาก็พอใจแล้ว

ขุนศึกเฝ้ารออยู่หน้าบ้านเกือบครึ่งชั่วโมงเพื่อรอให้เธอออกมา เขาจำได้ดีว่าวันนั้นเสนอตัวเข้าไปส่งที่ร้าน แต่สาวเจ้ากลับมองเมินและเดินหนีไปขึ้นรถแท็กซี่ ทำให้เขาต้องขับรถตามไปส่งก่อนจะรอให้ร้านเปิด นั่งดื่มกาแฟ ขนม อยู่เกือบค่อนวันก็ทำใจกล้ามาชวนเธอไปรับประทานอาหารกลางวัน แต่รมิตาก็ปฏิเสธด้วยการชักชวนนายแพทย์หนุ่มให้มารับออกไปแทน ซึ่งดูเหมือนเอกวีร์ก็ดูจะเต็มใจกับการชักชวนของเธอเสียเหลือเกิน ทิ้งให้เขานั่งรอด้วยหัวใจที่รู้สึกหน่วงๆ พิกล

เมื่อเธอกลับเข้ามาในช่วงบ่าย ทุกอย่างก็คงเดิม เขานั่งดื่มกาแฟ กินขนมหวาน อ้อยอิ่งอยู่เช่นนั้นจนร้านปิด เสนอตัวไปส่งเธออีกหน แต่ก็ถูกปฏิเสธไม่ต่างจากทุกครั้ง และที่เขาทำได้ก็คงมีเพียงแค่ขับรถตามไปส่งเธอที่บ้านพร้อมกับแวะซื้ออาหารเย็นไปแขวนไว้ให้ที่ประตูรั้ว เฝ้ารอจนกระทั่งไฟในบ้านทุกดวงปิดสนิท จึงได้ขับรถกลับห้องชุดที่อยู่อีกฝั่งเมือง

ภารกิจที่หวังว่าสักวันเธอจะยอมใจอ่อน พูดคุยกับเขาบ้าง แต่จนกระทั่งวันนี้ทุกอย่างก็ยังคงเดิม เธอพูดคุยกับเขาเพียงประโยคที่จำเป็น เช่นทวนรายการเครื่องดื่มยามเมื่อมารับออร์เดอร์ หรือกล่าวขอบคุณตอนที่เขาชำระค่าขนมหวาน ห่างเหินจนหนาวเหน็บ และเจ็บแปลบเมื่อใครอีกคนเข้ามาทำตัวสนิทสนมชิดใกล้ บางวันเอกวีร์ก็จะมารับเธอออกไปรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน หรือแม้แต่ขับรถไปส่งเธอที่บ้านเมื่อร้านปิด แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่มองอยู่ห่างๆ หวังว่าสักวันเธอจะเห็นใจ

วันนี้เขาถูกเรียกตัวเข้าบริษัทตอนช่วงสาย ทำให้กว่าจะปลีกตัวออกมาได้ก็บ่ายสามโมงไปแล้ว แต่ที่ทำเอาวิศวกรหนุ่มอารมณ์เสียหนักยิ่งกว่าตอนพี่ชายเรียกเข้าไปจัดการงาน คงเป็นความว่างโล่งของร้านเบเกอรี่ที่ไม่มีรมิตาอยู่หน้าเคาน์เตอร์เช่นเคย

“คุณเคทไปไหน”

เสียงห้วนเอ่ยถามกับพนักงานชายคนหนึ่งที่มีหน้าที่ดูแลเครื่องดื่ม ดวงตาขุ่นมัวทำเอาคนถูกถามเสียวสันหลังวูบ กลัวเหลือเกินว่าระเบิดอาจจะพุ่งเป้ามาที่ตน หากตอบคำถามนั้นไม่ถูกใจ

“ออกไปร้านโน้นครับ”

ว่าพร้อมกับเบนสายตาไปทางร้านดอกไม้ที่อยู่ติดกัน ขุนศึกหันมองตามสายตาที่อีกฝ่ายบอก ก็พบเข้ากับร่างอิ่มก้มเงยๆ อยู่แถวหน้าร้าน ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าไปภายในอีกหน

“ขอบใจ” บอกเพียงแค่นั้นก็ผลุนผลันผละจาก ขายาวก้าวไปยังทิศทางที่เห็นแผ่นหลังเจ้าของหัวใจอยู่ไหวๆ รมิตาหลบเขามายังร้านดอกไม้ เพราะรู้ว่าที่แห่งนี้เขาคงไปนั่งเตร่อย่างที่ร้านเบเกอรี่ไม่ได้

เสียงโมบายอันเล็กดังขึ้น เป็นสัญญานบอกให้คนที่อยู่ภายในรู้ว่ามีลูกค้า รมิตาละสายตาจากใบสั่งซื้อสินค้าขึ้นมามอง ภาพใบหน้าเคร่งขรึมของขุนศึกทำให้หญิงสาวใจเต้นไม่เป็นส่ำ โดยเฉพาะยามเมื่อริมฝีปากหยักเม้มจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคมเข้มจ้องมองมาที่เธอนิ่ง ก่อนจะแสร้งมองไปรอบๆ เมื่อถูกเธอมองกลับแบบเดียวกัน

“จะรับอะไรดีคะ

ท่าทางหงุดหงิดเผลอทำให้น้ำเสียงที่ถามออกไปแข็งกระด้างจนตัวเองยังนึกชัง ส่วนคนฟังน่ะหรือ หน้าหดเหลือแค่สองนิ้วเมื่อไม่ได้รับการต้อนรับใดๆ จากเธอ

อาจเพราะฮอร์โมนว่าที่คุณแม่ที่เปลี่ยนแปลง จึงทำให้เธอหงุดหงิดง่ายกว่าปกติ เพราะตอนนี้ลูกน้อยในครรภ์อายุเกือบสิบสี่สัปดาห์แล้ว ขณะที่ขุนศึกยังไม่มีท่าทีที่จะรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งยังปากหนัก ไม่ยอมพูดอะไรเสียที เวลาเจอหน้าก็บอกเพียงมีอะไรจะคุยด้วย แต่ก็ไม่ยอมพูดออกมา หลายครั้งหลายหนจนเธอรำคาญ ต่อว่าไปก็หลายที พอเธอจะไปไหนมาไหนก็เสนอตัวแทบจะทุกครั้ง แต่เมื่อเธอปฏิเสธก็หงอ ถอยห่างไปเสียหลายเมตร แล้วอย่างนี้เธอจะกล้าบอกกับเขาได้อย่างไรว่าเธอกำลังมีใครอีกคน คนที่สำคัญไม่แพ้เขา...ในเมื่อเขาไม่เคยชัดเจน

ร่างสูงเดินหลบฉากไปดูดอกไม้ที่อยู่ในตู้ด้านหนึ่ง แต่รมิตาไม่ยอมปล่อยเขาให้คลาดสายตา เธอเดินเข้ามายืนใกล้ๆ วันนี้พนักงานของร้านดอกไม้ลาหยุด ทำให้เธอต้องเข้ามาดูแลด้วยตนเอง และเพราะรอบกายมีเพียงดอกไม้หอมกรุ่น ริบบิ้นหลากสี และกระดาษแบบต่างๆ บางทีเมื่อได้อยู่กันตามลำพังขุนศึกอาจยอมเอ่ยคำใดออกมาก็ได้ เธอคิดและขยับเข้าไปใกล้

กลิ่นกายที่คุ้นเคยทำให้ร่างอิ่มขยับเข้าหาอย่างเผลอๆ จนคนตัวใหญ่ไม่ทันตั้งตัว เมื่อเขาหันกลับมาจึงชนเข้ากับร่างของเธอพอดิบพอดี รมิตาผงะถอยหลังด้วยอารามตกใจ แขนแกร่งรีบช้อนร่างเล็กไว้ก่อนที่เธอจะเสียจังหวะล้มลงไปกองกับพื้น ขุนศึกหันมามองคนในอ้อมแขนก็พบว่าใบหน้าของเธออยู่ห่างกับเขาเพียงลมหายใจกั้น ดวงตาสองคู่สบกันนิ่ง ยามเมื่อร่างนุ่มนิ่มแนบชิดอยู่กับอกแกร่ง เพียงแค่นั้นก็ทำเอาหัวใจสองดวงเต้นคล้องสอดประสานเป็นจังหวะหนึ่งเดียวกัน

“ขะ...ขอบคุณค่ะ”

เสียงตะกุกตะกักเหมือนจะเรียกสติของเขาให้กลับมาอยู่กับความจริงที่ว่าตอนนี้เธอยังไม่ให้อภัย ขุนศึกค่อยๆ ประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้นยืน เนื้อตัวนุ่มนิ่มและอิ่มขึ้นจนสัมผัสได้ทำให้ต้องรีบปล่อยมือจากร่างนั้น ด้วยเกรงว่าหากช้าเพียงนิดเขาอาจจะได้หักห้ามน้ำใจของเธอก็เป็นได้

“ครับ” เอ่ยจบก็หมุนตัวไปมองของดอกไม้หลากชนิดที่ถูกแช่อยู่ในตู้อีกหน

ท่าทางของคนตรงหน้าทำให้รมิตาหงุดหงิดขัดใจยิ่งนัก แต่ไม่ถึงนาทีจากที่หงุดหงิดก็กลายเป็นความรู้สึกแปลกใหม่เมื่อเธอสังเกตเห็นผิวแดงระเรื่อบริเวณลำคอหนาและใบหูของอีกฝ่าย...

ขุนศึกกำลังขัดเขิน ดีแหละ จะแหย่เสียให้เข็ด เธอหมายมั่นก่อนจะขยับเข้าไปยืนเคียง จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจหอบแรงของคนร่างสูง แต่รมิตาก็ยังคงทำทุกอย่างให้เป็นปกติดุจเดิม เธอกระแอมเบาๆ ก่อนเอ่ยถาม

“สนใจอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ”

“ครับ”

อีกหนที่ขุนศึกรับคำแค่นั้น จะให้บอกได้อย่างไรว่ายามที่ได้สัมผัสร่างของเธอ ปฏิกิริยาของร่างกายมันพลุ่งพล่านและรวนไปหมด แค่จะหันกลับมามองยังต้องคิดแล้วคิดอีก และหากต้องอยู่ที่นี่อีกสักนาทีเขาคงขาดใจตายก่อนเป็นแน่ คิดดังนั้นก็ชี้ไปยังดอกกุหลาบสีขาวที่อยู่ในตู้แช่และเอ่ยเสียงสั่น

“พี่อยากได้ช่อกุหลาบขาวสักช่อ”

รมิตาอมยิ้มยามเมื่อเขาเอ่ยคำนั้นจบ ‘กุหลาบขาว’ ดอกไม้ที่เธอชอบ และเขาก็มักจะจำได้ดีเสียด้วย หญิงสาวเปิดตู้แช่ก่อนจะหยิบตะกร้าหวายสีน้ำตาลอ่อนบรรจุสิ่งที่เขาต้องการออกมาทั้งหมด

“จัดแบบไหนคะ”

น้ำเสียงพยายามให้ดูห่างเหินแต่ท่าทางกลับชิดใกล้จนขุนศึกต้องเป็นฝ่ายถอยหลัง ยามเมื่อเธออุ้มตะกร้าหวายหันมาทางเขา ระยะห่างที่มีไม่ถึงฟุตชวนให้เขาตบะแตก ให้ตายเถอะ หากเขาบุ่มบ่ามทำอะไรลงไปอีกละก็รมิตาคงได้เกลียดเขายิ่งกว่าเดิมเป็นแน่ คิดแล้วก็ก้าวถอยออกไปอีกหนึ่งก้าว แต่ก็ทำได้เพียงเท่านั้นเมื่อแผ่นหลังติดกับชั้นวางกระเช้าแบบต่างๆ

ให้ตายเถอะ

รมิตาแอบอมยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าราวกับถูกบังคับให้กินยาขมของคนตัวใหญ่ เธอเดินเลี่ยงออกไปยังเคาน์เตอร์ที่ใช้จัดดอกไม้ ซึ่งนั่นก็ทำให้ขุนศึกต้องเดินตามออกไปด้วย แต่ครั้งนี้เขาเว้นระยะห่างไว้เผื่อหายใจให้ทั่วท้องเกือบสองเมตร

“อยากให้จัดแบบไหนคะ”

เธอถามขึ้นมาอีก และครั้งนี้เขาก็ได้แต่เงียบ เพราะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะซื้อดอกไม้ไปให้ใคร คิดแล้วก็ลอบมองใบหน้าหวานที่ก้มลงเลือกกระดาษห่อและริบบิ้นด้านหลัง ริมฝีปากหยักขบเม้มขณะใช้ความคิด ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างขลาดๆ

“แบบที่เคทชอบ”

มือที่กำลังเลือกของชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนที่มันจะทำงานตามเดิมพร้อมกับหัวใจที่พองโตยามเขาเอ่ยคำนั้น รมิตาเลือกริบบิ้นสีโปรดและผ้าโปร่งสีเงินออกมาวางเคียง ส่วนคนสั่งยืนมองท่าทางนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวถี่ เธอไม่ปฏิเสธ ไม่ชักสีหน้ารำคาญใส่ เพียงแค่นั้นก็ทำเอาหัวใจที่ห่อเหี่ยวมากว่าสองอาทิตย์ฟูฟ่องขึ้นอีกนิด บางทีเขาควรทำอะไรให้เป็นพิเศษ

ดวงตาคมมองไปยังชั้นวางการ์ดหลากสี กวาดตามองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบการ์ดใบหนึ่งออกมา มือหนาคลำหาปากกาที่มักติดอยู่ที่อกเสื้อออกมาถือ ข้อความที่อยากจะบอกถูกถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษร ถักทอเรียงร้อยความรู้สึกที่มีอยู่ข้างในให้คนรับได้รับรู้....หวังว่าเธอจะรับรู้และรู้สึกไม่ต่างกัน

“เรียบร้อยแล้วค่ะ”

รมิตาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มยืนหันหลังให้ตนอยู่เป็นนาน ช่อกุหลาบขาวแบบที่เธอชอบปรากฏโฉม ขุนศึกมองภาพคนตัวเล็กถือมันด้วยความรู้สึกหลากหลาย และหนึ่งในนั้นคือยินดีเพียงแค่เห็นเธอก้มลงยิ้มให้เจ้ากุหลาบดอกน้อยแล้วเผื่อแผ่มายังเขา

“ขะ...ขอบคุณครับ”

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงตะกุกตะกักยามเมื่อรับดอกไม้ช่อนั้นมาถือ จัดการชำระราคาเรียบร้อยก็เอาการ์ดสีหวานแผ่นน้อยขึ้นมาเสียบใส่ตรงกลางช่อ มองอย่างพินิจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนจัดที่ตอนนี้ตาปรอยกับภาพที่เห็น

รมิตาอดใจเสียไม่ได้ เพราะเมื่อคิดดูอีกทีเขาคงซื้อไปให้ใครสักคนเป็นแน่ ผู้หญิงเหมาะกับของสวยๆ งามๆ และดอกไม้ที่เธอตั้งใจจัดก็กำลังจะถูกเขาเอาไปให้คนอื่น ใบหน้าสวยหม่นเศร้าอยู่ในสายตาคนมองตลอดเวลา ขุนศึกกระตุกยิ้มก่อนยื่นมันกลับไปให้เธอ

“พี่ให้เคท”






ติดแฮชแท็กให้ #คนหงอเมีย2016








ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #542 มิวๆ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 03:20

    ลุ้นจนปวดหลัง ฟอร์มจัดจริงๆเลย

    #542
    0
  2. #541 dchimtuem (@dchimtuem) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 14:35
    เอาใจช่วยให้พี่ขุนกล้าๆสักทีคนรอก็รออยู่นั่นแหละ
    แหละ
    #541
    0
  3. #181 khanun810402 (@khanun810402) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 09:35
    เคทอย่ากับไปคืนดีง่ายๆนะค่ะ
    #181
    1
    • #181-1 บ้านสินิท-สิริน (@sinitsirinch) (จากตอนที่ 30)
      25 เมษายน 2559 / 19:53
      ฮ่าๆ แน่นอนค่ะ เดี๋ยวอิโคขุนจะได้ใจ เห็นเป็นของตายอีกเนอะ
      #181-1
  4. #180 pornnipanisaidee (@pornnipanisaidee) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 09:03
    นั่นซิน อารัยจาขนาดนั้น รวมกานได้  555   เลขสวยเชียว อิอิอิอิ
    #180
    1