ดวงใจขุนศึก [สนพ. ปองรัก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 204,969 Views

  • 589 Comments

  • 1,947 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    87

    Overall
    204,969

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 8 [30%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    5 ก.ค. 61

ตอนที่ 8

 

‘หวังว่าพี่ชายอย่างคุณคงไม่คิดที่กีดกันผมนะครับ’

ประโยคที่หมอหนุ่มทิ้งท้ายไว้ก่อนจะลุกออกไปจากโต๊ะทำให้ขุนศึกได้แต่นั่งนิ่งตัวแข็ง...ถึงเวลาแล้วสินะที่จะมีใครสักคนดูแลเธอแทนเขา คนที่ยืนยันว่าทำได้ดีกว่าเขา แต่ทำไมก้อนเนื้อในอกซ้ายถึงได้ปวดแปลบแบบนี้ เขากำลังจะเสียเธอให้กับคนที่ดูแลเธอได้ดีกว่า คนที่ให้เธอได้มากกว่า เขาควรจะยินดีไม่ใช่หรือ

ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะเมินหน้าออกไปนอกหน้าต่าง รอยยิ้มถูกแต้มที่มุมปากหยัก ทั้งที่ควรจะทำให้ใบหน้าคมคายดูน่ามองกลับทำให้คนที่พบเห็นรู้สึกถึงความเศร้าในดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่บัดนี้มันจะทำได้เพียงมองเธออยู่ห่างๆ เท่านั้น

ขุนศึกยังคงทำหน้าที่ของตนอย่างไม่มีตกหล่น เขารอจนกระทั่งหญิงสาวปิดร้านก่อนจะขับรถไปส่งที่บ้านเหมือนเคย รมิตาดูสดใสขึ้นกว่าเมื่อเช้าจนคนมาส่งสังเกตได้ แม้ว่าจะมีเพียงบทสนทนาเรื่องทั่วๆ ไป แต่เขากลับมองเห็นความสดชื่นสดใสในแววตาคู่นั้น...หวังว่าเขาคงจะคิดถูก

มือหนาเอื้อมแตะหลังมือบางของคนเอนกายหลับอยู่ที่เบาะข้างคนขับ ออกแรงบีบกระชับแผ่วเบาอย่างไม่ให้เธอรู้ตัว เสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอดังคลอคู่กับเสียงเพลงจากรายการวิทยุยามดึก

แลนด์โรเวอร์สีดำมันปลาบจอดสนิทที่หน้าบ้านหลังเล็ก ขุนศึกมองเสี้ยวหน้าของผู้เป็นเจ้าของแล้วยิ้มออกมาบางๆ บ้านหลังนี้เขาคงไม่มีสิทธิที่จะเอ่ยคำว่าบ้านของเราอีกต่อไป ดวงตาหวานพริ้มหลับพร้อมรอยยิ้มแตะที่มุมปาก เพียงแค่นั้นก็มากพอที่จะทำให้คนมองรู้สึกอยากหยุดเวลาทั้งหมดไว้ในตอนนี้ ตอนที่เขายังมีเธออยู่ข้างกาย

ขุนศึกนั่งรออย่างใจเย็น ฟังเสียงผู้ดำเนินการทางวิทยุพูดคุยกับผู้ฟังทางบ้าน ก่อนจะเปิดเพลงสมัยนิยมเพิ่มบรรยากาศเงียบเหงาให้กับค่ำคืนที่อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะล่วงเข้าวันใหม่ มือข้างหนึ่งยกเกลี่ยปอยผมขึ้นทัดใบหูขาวให้คนหลับ เฝ้ามองดวงหน้าหวานที่อีกไม่นานคงไม่มีมีโอกาสได้เห็นในระยะเพียงลมหายใจกั้นเช่นนี้ เมื่อมีใครอีกคนเสนอตัวที่จะดูแลเธอเขาก็ควรที่จะปล่อยมือคู่นี้ให้ก้าวเดินต่อไป ก้าวไปบนหนทางที่เธอเฝ้าคอย ไม่ใช่เส้นทางมืดมนกับเขา

“สิ่งเดียวที่พี่หวัง คือทำให้เคทมีความสุขที่สุด แม้ว่าวันข้างหน้าจะไม่มีพี่อยู่ข้างกายก็ตาม เคทจะมี...คนที่รักเคท รักมากกว่าที่พี่เคยรัก”

 

หลังจากคลี่ผ้าห่มคลุมร่างบางในชุดนอนสีหวานเรียบร้อย ขุนศึกก็นั่งอยู่ที่ขอบเตียงนิ่งๆ เขาไม่ได้ล้มตัวลงนอนกอดเธอไว้อย่างที่ควรจะเป็น รมิตารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนที่เขาอุ้มเธอเข้าบ้าน หญิงสาวหลับลึกกว่าที่เคย อาจเพราะเหนื่อยจากงานที่มีมากขึ้น ขุนศึกจึงให้เธอเข้าไปอาบน้ำก่อน ขณะที่ตนเองจัดการปิดประตูดูแลความเรียบร้อยให้ เขาตั้งใจว่าจะกลับทันทีที่เธอออกมา แต่ดวงหน้าหวานใสยามคลี่ยิ้มพร้อมยื่นผ้าขนหนูมาให้นั้นทำให้เขาปฏิเสธไม่ออก บางครั้งความเคยชินก็ทำร้ายคนที่ได้รับจนเจ็บแปลบ เขารับมาถือและหายเข้าไปในห้องน้ำที่เธอเพิ่งจากมา อีกสักครั้ง...ครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะปล่อยเธอให้ไปเป็นของใคร เขาคิดเพียงเท่านั้นระหว่างที่ปล่อยให้สายน้ำชุ่มชื่นได้รินรดหัวใจที่แห้งผาก แต่มันกลับไม่สามารถทำให้ความเจ็บปวดเหล่านั้นบรรเทาลงได้เลยแม้แต่น้อย

รมิตาหลับไปแล้วในตอนที่เขาก้าวออกมาพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่ บ้านหลังนี้แทบจะมีข้าวของของเขาอยู่ครบครัน มากกว่าอยู่ที่บ้านของตนเองด้วยซ้ำ ภาพวันเก่าๆ ยามที่เขาและเธออยู่เคียงข้างกันยังคงมีความทรงจำอยู่ในทุกจังหวะที่ก้าวเดินเข้าไปหาคนบนเตียง นั่งมองด้วยสายตาที่ราวกับต้องการตราตรึงภาพนั้นไว้ในส่วนลึกของหัวใจ เขาจะเก็บเธอเอาไว้ ผู้หญิงที่เขา...รักมากเหลือเกิน

“พี่จะต้องไปตรวจงานที่ต่างจังหวัดสักสองอาทิตย์นะ”

ขุนศึกเอ่ยในเช้าวันรุ่งขึ้น วันนี้รมิตาไม่มีอาการหนักอย่างสองสามวันก่อน เธอเวียนศีรษะแต่ไม่ถึงขั้นอาเจียน แต่ถึงอย่างนั้นขุนศึกก็ให้เธอนอนพักอยู่นิ่งๆ ขณะที่ตนลุกออกไปทำอาหารเช้า และเมื่อหญิงสาวออกมาเขาก็พูดสิ่งที่คิดมาทั้งคืน เขาควรหายตัวไปจากชีวิตของเธอสักพักเพื่อให้นายแพทย์หนุ่มได้ทำหน้าที่ดูแลเธอ เมื่อถึงเวลานั้นหัวใจของหญิงสาวอาจมีพื้นที่สำหรับเขาน้อยลง และเปิดรับใครคนใหม่เข้ามามากยิ่งขึ้น ตรรกะความสัมพันธ์ควรเป็นเช่นนั้นแต่ขุนศึกคงจะลืมนึกไปว่าหัวใจไม่สามารถใช้ตรรกะใดๆ กับมันได้ วันที่ต้องห่างกลับยิ่งทำให้นึกถึง รมิตาจึงมีท่าทางชะงักนิ่งเมื่อเขาเอ่ยคำนั้นจบลง

“เมื่อไหร่คะ”

ถามเสียงแผ่วเนื่องจากเกิดความรู้สึกวูบไหวที่เคยหวาดหวั่นชัดเจนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สองอาทิตย์นานเกินไป นานกว่าทุกครั้งที่เขาไป แม้จะมีหลายครั้งที่ขุนศึกต้องไปนานนับเดือน แต่เขาก็จะกลับมาทุกวันหยุด ก่อนที่จะไปอีกครั้งในต้นสัปดาห์ต่อมา แต่น้ำเสียงราบเรียบและใบหน้าเฉยชาทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา ความห่างไกลไม่ใช่ไม่เคยเจอ แต่ระยะหลังเธอกับเขาทะเลาะกันถี่ขึ้นจนอดไม่ได้ที่จะหวั่นใจ โดยเฉพาะคำที่เขาตอบกลับมา

“พี่จะไปพรุ่งนี้”

เสียงที่ตอบกลับไม่ต่างจากท่าทางเฉยเมยแม้แต่น้อย ขุนศึกมองเห็นอารมณ์ไหววูบในแววตาของอีกฝ่าย แต่ก็ต้องทนเงียบ แสดงออกเพียงความเฉยชาให้คนตรงหน้าได้รับรู้เท่านั้น

อาหารเช้าที่ชายหนุ่มลุกขึ้นมาทำดูฝืดคอจนรมิตารับประทานต่อไม่ลง รวบช้อนที่เพิ่งตักไปได้ไม่กี่คำไว้ที่มุมหนึ่งของจานก่อนยกแก้วน้ำขึ้นจิบ ท่าทางที่บอกว่าเธออิ่มทำให้คนทำต้องลดช้อนที่กำลังตักอาหารลงเช่นเดียวกัน

“อิ่มแล้วเหรอ”

“ค่ะ” ตอบพร้อมหลบตาที่มองมาคล้ายกับห่วงใย แต่เพียงวูบเดียวเท่านั้นทุกอย่างก็จางหาย

ขุนศึกลุกขึ้นเก็บอาหารบนโต๊ะเมื่อเขาเองก็รู้สึกอิ่มขึ้นมาเช่นเดียวกัน ชายหนุ่มบอกให้เธอเข้าไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเพื่อจะได้ออกไปทำงาน ขณะที่ตัวเองจะใช้ห้องน้ำด้านนอกเพื่อความรวดเร็ว และยี่สิบนาทีต่อมาทั้งเขาและเธอก็เดินออกจากบ้านพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ ที่ขุนศึกเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เขาคิดที่จะเอาทุกอย่างที่เป็นของตนออกไปจากบ้านหลังนี้เพื่อเหลือความทรงจำเกี่ยวกับตัวเองให้น้อยที่สุด แต่ไม่หรอก...บางทีหากว่าสิ่งที่เขากำลังคิดที่จะทำอาจจะทำให้รมิตาโยนทุกอย่างทิ้งโดยไม่สนใจก็เป็นได้

เขาขับรถมาส่งเธอที่ร้านก่อนจะตรงไปที่บริษัท ต้องเปลี่ยนแผนงานที่เคยมอบให้วิศวกรคนอื่นดูแล เขาต้องออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า ทั้งที่ความจริงไม่มีการตรวจงานมาก่อน แต่ไม่เป็นไร...ไปของานของพนักงานคนอื่นมาดูแลก็ได้ หายไปสักพักให้นานพอที่เธอจะได้เจอคนใหม่ พบคนใหม่และเปิดใจรับ ลืมไปเสียว่าเคยมีผู้ชายคนนี้อยู่ในส่วนหนึ่งของชีวิต เพื่อเธอเขาต้องทำ บอกตัวเองและก้าวเข้าไปหยุดที่หน้าประตูลิฟต์ของผู้บริหาร เขาต้องไปบอกพี่ชายทั้งสองไว้ว่าจะไม่อยู่สักพัก ทุกอย่างต้องจัดการให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง

 

เช้าวันต่อมาขุนศึกเลียบรถเข้ามาจอดรับรมิตาที่บ้านแต่เช้าตามปกติ หญิงสาวอยู่ในชุดพร้อมไปทำงานเรียบร้อย ร่างบางเยื้องย่างเข้ามาใกล้ ใบหน้าหวานดูแจ่มใสเพราะเจ้าตัวอาการดีขึ้นมากตามลำดับ แม้จะมีอาการวิงเวียนบ้างแต่ก็เป็นเฉพาะช่วงเช้าหรือเวลาลุกนั่งเร็วๆ เท่านั้น ภาวะเลือดจางทำให้รมิตาเลี่ยงที่จะไม่ใส่ใจ เพราะอาการเช่นนี้มักเกิดช่วงรอบเดือนของเธอกำลังจะมา ความคิดสะดุดหยุดลงพร้อมกับขาที่กำลังก้าวเข้าไปหาคนรัก

...รอบเดือน

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

เสียงอ่อนโยนของขุนศึกที่ลงมาเปิดประตูไว้รอท่าทำให้รมิตาได้สติ ความคิดเมื่อครู่ถูกเก็บไว้เป็นการชั่วคราว ขาขาวภายใต้กระโปรงชีฟองสีโอลด์โรสก้าวเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้มบางที่แต้มบนกลีบปากอิ่ม

“ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ เคทแค่คิดอะไรเพลินๆ”

เธอตอบเลี่ยงพร้อมกวาดตามองร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินและกางเกงสแลคสีดำเข้าชุด สวมทับด้วยแจ๊คเก็ตเนื้อหนาปักโลโก้ของบริษัทไว้ที่อกซ้าย ภายในรถมีกระเป๋าเสื้อผ้าที่บรรจุของใช้ส่วนตัว หมวกนิรภัยสีขาว เอกสาร และแบบแปลนที่ม้วนเก็บอยู่ในกระบอกถูกวางไว้เคียงกันที่เบาะหลัง

ใจหาย...รมิตาบอกตัวเองเมื่อเห็นเขาก้าวขึ้นมาในรถ ประกายตาคมดูแห้งผาก ไร้ความชุ่มชื่นราวกับต้นไม้ที่กำลังจะตาย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงส่งยิ้มกลับมาให้

“ถ้าพี่ไม่อยู่แล้วเคทจะเดินคิดอะไรเพลินๆ แบบนี้ไม่ได้นะ ถ้าเป็นอะไรไปแล้วใครจะดูแล” เขาดุด้วยน้ำเสียงจริงจังเกินกว่าปกติ เพราะรู้ดีว่าตนคงไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่ดูแลเธออีกแล้ว

เมื่อเห็นใบหน้าหวานม่อยลง มือใหญ่ก็เอื้อมเข้ามาจับมือนุ่ม และบีบกระชับแน่น

“พี่ขอโทษ พี่แค่อยากให้เคทดูแลตัวเองมากๆ แม้ว่าพี่จะไม่ได้อยู่ด้วยก็ตาม”

“เคทรู้ค่ะ เคทดูแลตัวเองได้อยู่แล้วพี่ขุนก็รู้” เธอยิ้มเมื่อเห็นสายตาที่เขามองมามันจริงจังแต่ก็เศร้าจัดจนเธอรู้สึก “พี่ขุนไม่ต้องห่วงนะคะ พี่ขุนรีบทำงานแล้วรีบกลับมาหาเคทก็พอ”

จบประโยคคนฟังก็ถึงกับนิ่งไป เมื่อรู้ตัวดีว่าวันที่เขากลับมา มันคือวันที่เขาต้องจากไป มือที่กุมมือนุ่มจึงกระชับแน่น ไม่มีคำตอบรับเพราะเขาเลือกที่จะหันกลับไปหมุนกุญแจเพื่อสตาร์ตรถหลังจากที่ถ่ายทอดบางอย่างผ่านสายตาจนพอใจ แม้จะรู้ดีว่าต่อให้คุยกันทางความคิดมากแค่ไหน รมิตาก็ไม่มีทางรับรู้หากว่าเขาไม่พูดมันออกไป

เขามาส่งเธอที่หน้าร้านเหมือนทุกวัน แต่ยังไม่ทันที่รมิตาจะเปิดประตู เขาก็ดึงร่างบางให้หันกลับมาหา ก่อนจะรวบร่างนั้นเข้ามากอดแน่น กอดให้สมกับที่อีกไม่นานจะไม่มีโอกาส กลิ่นกายหอมกรุ่นถูกจารไว้ในความทรงจำราวกับต้องการตราตรึงทุกสิ่งที่เป็นเธอให้ลึกสุดหัวใจ

รมิตารู้สึกงุนงงไม่น้อยที่อยู่ๆ ก็ถูกเขาคว้าเข้าไปกอด มือบางค่อยๆ ยกขึ้นโอบแผ่นหลังกว้างเพื่อตอบกลับในกิริยาเดียวกันและนั่นยิ่งทำให้แขนแกร่งรัดร่างของเธอแน่นขึ้น

“พี่...พี่ขุนคะ”

ไม่มีคำตอบรับจากคนตัวใหญ่มีเพียงเสียงงึมงำที่ดังอยู่ข้างไหล่มน เกือบสองนาทีเต็มที่เขากอดเธออยู่ท่านั้นก่อนจะผละออก ใบหน้าคมฉกวูบลงมาจุมพิตที่ริมฝีปากอิ่มรวดเร็วแต่กลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน หวานละมุนจนเธอเผลอจูบตอบ

“เคทต้องดูแลตัวเองดีๆ นะ สัญญากับพี่”

“พี่ขุนก็รีบๆ กลับมาหาเคทนะคะ”

เพราะไม่รู้ความหมายที่เขาแฝงมารมิตาจึงเลือกที่จะเอ่ยอย่างใจคิด เธอยิ้มส่งให้และยื่นหน้าเข้าไปประทับจูบที่แก้มสากเบาๆ เป็นการอำลาเมื่อคิดได้ว่าเธอควรจะลงจากรถเสียที

รมิตาจากไปแล้ว แต่แลนด์โรเวอร์คันงามยังคงจอดนิ่ง เขามองดูเธอหายลับเข้าไปในร้าน กระจกใสบานโตทำให้เห็นความเป็นไปของคนที่อยู่ภายในชัดเจน เธอวางกระเป๋าไว้ในลิ้นชักใกล้เครื่องคิดเงิน ก่อนจะเอื้อมไปรับผ้ากันเปื้อนเครื่องแบบของพนักงานจากพิมพรมาสวม ใบหน้าหวานยิ้มแย้ม เพียงแค่นั้นก็ทำให้คนมองตัดสินใจได้ในนาทีถัดมา มือหนาเลื่อนแตะกระปุกเกียร์ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนรถจากไป

ไปจากเธอ...ผู้เป็นดั่งเจ้าของดวงใจ

 





ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #588 JessycaJC (@JessycaJC) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 01:48
    ถามสิ
    ไม่ใข่คิดเองเออเองนะพี่ขุนนะ
    #588
    0
  2. #564 hathairut2008 (@hathairut2008) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 09:32
    พี่ขุนมีป่มอะไรอยู่ในใจถึงได้คิดเยอะขนาดนั้น ปล่อยวางบ้างก็ได้ สงสารเคทบ้าง
    #564
    0
  3. #526 kmcnnn (@kmcnaum) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 12:06
    คิดมากสุด แกอ้ะคิดมากกขุน
    #526
    0
  4. #525 TheMe2Me (@thongbang-rada91) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 10:16
    ไม่ชอบคุณหมอเลย รู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นอะไรกันยังไปแทรกแซง
    #525
    0
  5. #263 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 00:30
    ปากพา หาเรื่อง นะเนี่ย
    #263
    1
  6. #70 mukluck (@mukluck) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 19:11
    คืออยากอ่านเต็มเรื่องแล้ว ฮือเสียใจอีบุ๊คโดนเลื่อน ชักดิ้นชักงอ
    #70
    1
  7. #69 Patcharanun Laowklang (@pp_guitar) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 14:02
    เมียโดนเเย้งละยังนิ่ง
    #69
    1
  8. #68 Peaceofbxxnzx (@Peaceofbxxnzx) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 12:08
    หมั่นไส้ทั้งหมอทั้งวิศวกรเลยอะ -^-
    #68
    1