ดวงใจขุนศึก [สนพ. ปองรัก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 204,939 Views

  • 589 Comments

  • 1,948 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    57

    Overall
    204,939

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 6 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2914
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    29 มิ.ย. 61

 

รมิตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในเวลาเกือบเที่ยง ข้างกายว่างเปล่า พื้นเตียงเย็นชืด บ่งบอกว่าไม่มีใครอยู่เคียงข้างเป็นเวลานานพอสมควร ร่างเล็กหันซ้ายแลขวาก่อนจะขยับตัวขึ้นนั่ง กลิ่นอาหารหอมกรุ่นเป็นตัวการชั้นดีที่ทำให้เธอลุกออกจากเตียง อาการวิงเวียนศีรษะเมื่อเช้าหายไปราวกับไม่เคยเป็นมาก่อน อาจเพราะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ จึงทำให้เธอรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ขาขาวก้าวไปตามทางเดิน ผ่านห้องนอนเล็กฝั่งตรงข้ามที่ไม่มีเจ้าของมุ่งสู่ห้องครัว ร่างบางในชุดนอนยืนกอดอกพิงกรอบประตูเมื่อเห็นว่าใครบางคนกำลังเดินวุ่นอยู่ในครัวเล็กๆ ของเธอ

ขุนศึกในชุดอยู่บ้านสวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีหวานเดินวนไปเวียนมา หยิบจับเครื่องปรุงด้วยท่าทางชำนิชำนาญ เรื่องอาหารขุนศึกไม่เป็นสองรองใคร เธอรู้ดี เพียงแค่เขาไม่ค่อยมีเวลาทำเท่านั้น กลิ่นหอมๆ ของกับข้าวบนโต๊ะทำให้รมิตาเยื้องย่างเข้าไปใกล้ รู้สึกน้ำลายสอจนต้องโน้มหน้าเข้าไปดู กุ้งทอดกระเทียมหอมกรุ่น ปลาหมึกผัดไข่เค็มที่วางเคียงกันก็น่ารับประทานจนอดไม่ได้ต้องยื่นมือเข้าไปใกล้หวังหยิบชิม แต่ยังไม่ทันที่จะยื่นไปถึงจาน ฝ่ามือใหญ่หนาก็ตบเพี้ยะลงเสียก่อน

“ทำอะไรน่ะ”

คนตัวใหญ่เก๊กหน้าขรึมเมื่อหันมาเจอขโมยสาวกำลังประทุษร้ายอาหารเที่ยงที่เขาทำ ทั้งที่ความจริงแล้วก็ทำไว้ให้เธอ

รมิตาอมยิ้ม เพราะแม้ปากเขาจะดุ หน้าเขาจะขรึม แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาช้อนส้อมหนึ่งคู่ก็ถูกยื่นมาให้ รมิตารับมาถือไว้คนละข้าง เตรียมลงมือชิมรสชาติอาหารผีมือคนตัวใหญ่อย่างกระตือรือร้น ถ้วยแกงจืดหมูสับใบตำลึงถูกวางลงพร้อมจานข้าวสวย รมิตายิ้มจนตาหยีเมื่อคนตัวใหญ่หันกลับไปหยิบจานข้าวของตนมาวางลงข้างๆ

“ตื่นนานแล้วเหรอครับ” ว่าพลางยกมือปัดปอยผมขึ้นทัดใบหูขาว รมิตาอมยิ้ม วันนี้ขุนศึกดูเอาใจเธอมากกว่าปกติ และเธอก็ชอบมากเสียด้วย

“สักพักแล้วค่ะ ได้กลิ่นหอมๆ ก็เลยตามออกมาดู” ชี้แจงพร้อมไล่สายตามองอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ “ของโปรดเคททั้งนั้นเลย”

“ถ้าอย่างนั้นก็กินเยอะๆ นะครับ” เขายิ้มและตักกุ้งทอดกระเทียมส่งให้ถึงจาน

รมิตายิ้มรับและตักขึ้นชิมเป็นคำแรก รสชาติยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน อร่อยถูกปาก และที่สำคัญถูกใจเมื่อคนตัวใหญ่ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นของโปรดของเธอที่เขายังจำได้

“กินเสร็จแล้วพี่จะพาไปโรงพยาบาล ตรวจเสียหน่อยพี่เป็นห่วงยังไงก็ไม่รู้”

หลังจากเริ่มรับประทานไปได้สักพักขุนศึกก็เอ่ยขึ้น รมิตาเจริญอาหารจนเรียกได้ว่ามากกว่าปกติ ใบหน้าดูมีสีสันของเลือดฝาดเพิ่มขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ไว้ใจ ความกังวลบางอย่างทำให้เขารู้สึกไม่ดีหากจะปล่อยเธอไว้อย่างนี้ แต่ทันทีที่จบประโยครมิตากลับส่ายหน้าหวือ

“ไม่ไปหรอกค่ะ” คนตอบเงยหน้าขึ้นมาจานจานข้าว “เคทแข็งแรงดี ดูสิคะทานข้าวได้ตั้งเยอะ คงแค่เครียดและนอนน้อยถึงได้ล้มไป แต่ตอนนี้สบายมาก พี่ขุนไปซื้อของกับเคทดีกว่านะคะ”

“แต่พี่ว่าเคทควรพัก”

“พักมาตั้งหลายชั่วโมงแล้วค่ะ ซื้อของเสร็จแวะดูหนังกันสักเรื่องนะคะ ถือว่าไปพักผ่อนเหมือนกัน” รมิตาอ้อนเสียงหวาน

วันนี้เธอนึกอยากออดอ้อนเขาอย่างไรก็ไม่รู้ และคนถูกอ้อนก็ทำอะไรไม่ถูก เพราะน้อยครั้งเหลือเกินที่รมิตาจะทำกิริยาเช่นนี้ ปกติเธอจะตามใจเขาเสียมากกว่า ไหนๆ วันนี้เธอก็ไม่สบายเขาจะตามใจเธอบ้างก็แล้วกัน ใบหน้าคมจึงพยักรับอย่างเสียไม่ได้ แต่ถ้าหากเขารู้สักนิดว่าการไปซื้อของกับเธอในวันนี้จะทำให้เขาต้องเร่งบางอย่างขึ้นมาทำก่อนระยะเวลาที่ตั้งใจ เขาคงเลือกที่จะปฏิเสธและกักเธอไว้ในบ้านหลังนี้ไม่ให้ออกไปไหนเด็ดขาด

 

ห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุงคือสถานที่ที่รมิตาเรียกร้องจะมาแทนซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใช้บริการเป็นประจำ โดยให้เหตุผลว่า

‘ซื้อของเสร็จก็จะได้ดูหนังต่อได้เลยไงคะ ที่สำคัญเผื่อพี่ขุนอยากแวะร้านหนังสือระหว่างรอหนังฉายด้วยไงคะ’

ดูเถอะ เหตุผลของเธอจะไม่ให้เขาตามใจได้อย่างไร ขุนศึกเลี้ยวรถลงไปจอดบริเวณชั้นใต้ดินก่อนจะพาหญิงสาวขึ้นลิฟต์มายังซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อเลือกสินค้า ร้านของรมิตาแม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ปริมาณการทำแต่ละครั้งอยู่ในจำนวนหลักพันต่อชนิดเพราะต้องส่งให้กับร้านขนมและร้านกาแฟอีกหลายร้าน

“เลือกของก่อนเลยนะ เดี๋ยวพี่ไปเอารถเข็นมาให้”

ขุนศึกบอกคนข้างตัวที่ตอนนี้อยู่ในชุดเดรสผ้าซีฟองลายดอกไม้เล็กๆ กระจายอยู่ตามเนื้อผ้า เสริมให้ร่างระหงดูบอบบางและน่าทะนุถนอม รมิตาพยักหน้ารับก่อนเดินไปยังแผนกแป้งและอุปกรณ์ขนมที่อยู่ไม่ไกลนัก

ดวงตากลมหวานทอดมองสินค้าบนชั้นวางเพื่อหาสิ่งที่ต้องการ โดยไม่รู้ตัวว่ามีดวงตาอีกคู่มองตามหลังมาห่างๆ คำว่า ‘บังเอิญ’ ที่หลายคนตีความหมายว่า ‘พรหมลิขิต’ บัดนี้ได้ปรากฏตรงหน้านายแพทย์เอกวีร์ เวชพิสิฐ ทั้งที่ตั้งใจใช้วันหยุดในการซื้อของใช้เข้าบ้าน สิ่งที่เขาไม่คาดหวังว่าจะได้พบคือกระต่ายน้อยแสนสวยที่เขาอยากลิ้มลองเดินเข้ามาในซูเปอร์มาร์เก็ตพร้อมผู้ชายตัวใหญ่คนเดียวกับที่เคยพบในร้านของรมิตา แต่ไม่เคยสักครั้งที่จะเอ่ยปากสอบถามว่าเขาคือใคร เช่นเดียวกับที่รมิตาไม่เคยบอกว่าชายหนุ่มคนนั้นคือใคร แต่ความสนิทสนมและสายตายามทอดมองทำให้เขาเดาได้ไม่ยากว่าผู้ชายคนนั้นคือ ‘คนพิเศษ’ ของเธอ แต่ก็นั่นแหละ ของที่ได้มายากยิ่งเร้าสัญชาตญาณนักล่ามากขึ้นเท่านั้น

“คุณเคท สวัสดีครับ” ร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรก้าวเข้าไปหาเป้าหมายพร้อมเอ่ยทักเสียงนุ่ม

รมิตาที่กำลังก้มอ่านส่วนประกอบของแป้งทำขนมสำเร็จรูปในมือเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ก่อนจะคลี่ยิ้มกระจ่างเมื่อเห็นว่าคือหมอเอกวีร์นั่นเอง

“สวัสดีค่ะคุณหมอ บังเอิญจังเลยนะคะ”

ทักตอบตามมารยาทซึ่งอีกฝ่ายก็อาศัยมารยาทดังกล่าวนี้เองยืดเวลาที่จะได้อยู่กับกระต่ายน้อยที่หมายตาอีกสักนิด

“ครับ บังเอิญ”

ตอบกลับเสียงทุ้ม ดวงตากวาดมองร่างตรงหน้ารวดเร็ว แต่ก็เก็บรายละเอียดได้มากพอ วันนี้เธอดูสวยและแปลกตากว่าทุกวัน อาจจะเป็นเพราะผิวขาวยามต้องแสงไฟถึงได้ดูเอิบอิ่มมีน้ำมีนวลจนต้องมองซ้ำ ก่อนชวนคุยเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต

“คุณเคทมาคนเดียวหรือครับ”

“เปล่าค่ะ เคทมากับ เอ่อ...” เสียงหวานขาดหายเพราะรู้ดีว่าขุนศึกไม่ชอบ เขาไม่เคยแนะนำเธอในฐานะคนรัก เช่นเดียวกับที่ไม่เคยปฏิเสธเมื่อถูกถาม “พี่ชายน่ะค่ะ”

“อ้อ...ครับ”

คนฟังพยักหน้ารับรู้ เขายิ้มเมื่อเธอเลือกที่จะปกปิดฐานะของใครบางคน เส้นคั่นที่เคยมีวันนี้ดูเบาบาง และเห็นได้ชัดว่ามีการเปิดทางให้ ท่าทางที่เธออาจจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่เขาก็พร้อมที่จะก้าวข้าม และยินดีที่ชายคนนั้นเป็นได้แค่ ‘พี่ชาย’








ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

0 ความคิดเห็น