ดวงใจขุนศึก [สนพ. ปองรัก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 204,946 Views

  • 589 Comments

  • 1,947 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    64

    Overall
    204,946

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 6 [70%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2803
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    28 มิ.ย. 61

 

เช้าวันเสาร์ของรมิตาแตกต่างกว่าทุกวัน เมื่อวันนี้เธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะคล้ายกำลังถูกทุบด้วยค้อนปอนด์อันใหญ่ และก่อนที่จะคิดถึงความปวดนั้นอาการผะอืดผะอมก็แล่นขึ้นมาจุกที่ลำคอ จนต้องลุกจากเตียงเพื่อไปยังห้องน้ำที่อยู่ติดกัน

เสียงอาเจียนรับอรุณทำให้คนที่นอนข้างกันตลอดทั้งคืนต้องตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย วันนี้ขุนศึกขออนุญาตพี่ชายคนโตหยุดงานเพื่อพารมิตาไปซื้อของตามที่เธอต้องการ อยากใช้เวลาที่รู้ตัวดีว่าเหลือเพียงน้อยนิดอยู่กับเธอให้นานที่สุด แต่แล้วดูท่าว่าแผนการทั้งวันที่วางไว้จะล้มตั้งแต่หกโมงเช้า เพราะเสียงนั้นยังคงยาวนานและหนักขึ้นจนรู้สึกได้

ขุนศึกตวัดขาลงจากเตียง แล้วรีบรุดไปยังประตูห้องน้ำที่ยังคงเปิดค้างให้เห็นแผ่นหลังบอบบางโก่งคออยู่หน้าอ่างล้างมือ ท่าทางทรมานนั้นทำให้คนตัวใหญ่ต้องเข้าไปยืนใกล้ๆ ด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังนั้นเบาๆ

“เคทเป็นยังไงบ้าง”

คำถามจากเขาได้รับคำตอบกลับมาเพียงกลุ่มผมสลวยพลิ้วไหวไปตามจังหวะการส่ายหน้าของเจ้าตัว มือเล็กกวักน้ำขึ้นบ้วนปากสองสามครั้งก่อนจะคายทิ้งเมื่อรู้สึกว่าน้ำย่อยสีเหลืองที่ออกมาพร้อมกับอาการผะอืดผะอมหมดลง ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือดเงยหน้าขึ้นมองคนถามในเวลาต่อมา ดวงตากลมหวานยังเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสที่รื้นขึ้นจับขอบหน่วย

“เคทปวดหัวจังเลยค่ะ”

เสียงหวานแผ่วหวิว เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นเต็มดวงหน้าทั้งที่ภายในห้องเปิดแอร์คอนดิชันไว้เย็นฉ่ำ ร่างบอบบางไหวเอนเมื่อเจ้าตัวพยายามยืดตัวขึ้น แขนขาไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะคว้าสิ่งใดไว้ยึดเกาะได้ทัน และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใด รมิตาก็รู้สึกราวกับโลกทั้งใบดับมืดลงภายในพริบตา เสียงสุดท้ายที่เธอได้ยินคือคำเรียกขานจากคนรักที่ฟังราวกำลังตกใจในอะไรบางอย่าง

“เคท!”

ร่างระหงถูกแขนแกร่งช้อนขึ้นอุ้มทันทีที่เธอเอนตัวล้มลง ดวงตากลมหวานปรือขึ้นมามองเล็กน้อยก่อนจะหลับลงไปอีกครั้งคล้ายคนกำลังหมดแรง มือบางเย็นเฉียบ ใบหน้าซีดเซียวทำให้คนมองรู้สึกใจหาย คงมีเพียงเสียงหายใจแผ่วเบาแต่รวยรินเต็มทีเท่านั้นที่ทำให้เขาใจชื้นได้บ้าง

ขุนศึกวางร่างในอ้อมแขนลงบนเตียงนุ่มที่ผละจากไปไม่กี่นาทีก่อนราวกับเธอคือตุ๊กตาแก้วเนื้อดีที่หากรุนแรงเพียงนิดก็พร้อมที่จะปริแตกได้ตลอดเวลา มือใหญ่ปัดปอยผมออกจากหน้าผากเกลี้ยงเกลา จ้องมองดวงหน้าหวานยามพริ้มหลับด้วยความรู้สึกห่วงใย ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษขุนศึกเห็นเป็นเช่นนั้น วินาทีต่อมาก็นึกได้ว่าตนต้องปฐมพยาบาลเธอโดยเร็ว ร่างสูงผละออกไปหากล่องยาและผ้านุ่มชุบน้ำบิดหมาดออกมาเช็ดตัวให้

ไม่ว่าไล่เช็ดตามดวงหน้า ซอกคอขาวผ่อง และแขนทั้งสองข้างให้เพียงใด แต่รมิตาก็ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นคืนสติ ตรงกันข้ามริมฝีปากอิ่มกลับแห้งผากจนคนมองใจหาย ยาดม ยาลม ยาหม่อง สารพัดยาที่หาได้ถูกหยิบออกมาใช้แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อร่างแน่งน้อยยังคงไม่ไหวติงดุจเดิม

“เคท...ได้ยินพี่ไหมครับ เคท”

เสียงทุ้มก้มลงกระซิบหวังเรียกสติคนที่ยังนอนนิ่ง แต่กระนั้นรมิตาก็ยังคงหลับสนิท นัยน์ตาคมทอดมองร่างบอบบาง ไล่ตั้งแต่ดวงหน้าหวานที่แม้จะหลับตาแต่เค้าความสวยยังคงมีให้เห็น เรือนร่างบางระหงดูอวบอิ่มขึ้น ที่อาเจียนจนเป็นลมคงเป็นเพราะเครียดกับงาน นึกแล้วก็คว้าผ้าไปเปลี่ยนน้ำในห้องน้ำก่อนจะกลับมาดูแลผู้ป่วยต่อ

กว่าห้านาทีที่รมิตาไม่ได้สติจนคนดูแลร่ำร่ำจะพาไปหาหมอเสียให้ได้ แต่กระนั้นก็รั้งรอเพราะหวังว่าอีกฝ่ายจะฟื้นขึ้นมาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า จากนั้นเขาจะพาเธอไปหาหมอขณะที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน

“อื้อ...”

เปลือกตาบางขยับเบาๆ ให้คนดูแลได้ยิ้มออก เสียงอือออในลำคอเปล่งออกมาให้ได้ยินแผ่วเบาแต่ก็มากพอให้คนรอใจชื้น ร่างสูงนั่งลงบนขอบเตียงขณะที่รมิตายกมือขึ้นนวดขมับ ดวงตากลมปรือขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหลับลงไปอีก

“เคท” ขุนศึกพยายามเรียก และสอบถาม “เป็นยังไงบ้าง”

“ปวดหัวค่ะ”

รมิตายังคงยืนยันคำเดิมเหมือนคำที่เอ่ยก่อนที่สติของเธอจะดับมืดไปเมื่อครู่ อาการวิงเวียนยังคงอยู่แม้กระทั่งตอนนี้ เธออาจจะพักผ่อนน้อยเกินไป รมิตาพยายามคิดในแง่ดีก่อนจะค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมามองคนตัวใหญ่ที่นั่งอยู่ขอบเตียง สีหน้าของขุนศึกยังคงมีริ้วรอยกังวลให้เห็น

“ไปหาหมอไหม”

แทนคำตอบรมิตาเลือกที่จะส่ายหน้าปฏิเสธ “อย่าเลยค่ะ เคทอาจจะแค่เหนื่อย”

“แต่พี่ว่า...” ขุนศึกตั้งท่าแย้ง เขาไม่เคยเห็นรมิตาอาเจียนจนถึงขั้นสลบไปอย่างนี้มาก่อน อย่างมากที่สุดเธอก็วิงเวียน พักไม่กี่นาทีก็หาย อะไรบางอย่างทำให้เขาห่วงเธอจับใจ และห่วงมากถึงขั้นอยากพาเธอไปตรวจให้ละเอียด แต่สาวเจ้าก็ยังคงยืนยันดุจเดิม

“เคทแค่ปวดหัวนิดหน่อย พักเดี๋ยวเดียวก็หายค่ะ” ริมฝีปากแห้งผากขยับบอกทำให้คนตัวใหญ่ต้องล่าถอย มือหนายกมือนุ่มที่ยังคงเย็นเฉียบขึ้นมาจูบเบาๆ

“ถ้าอย่างนั้นเคทพักเถอะ เดี๋ยวพี่เข้าครัวทำข้าวต้มมาให้เอง” กล่าวจบก็ผละออกไปจัดการตามที่ปากว่า เพราะใบหน้าของคนบนเตียงยังไม่สู้ดีนัก เขาคงไม่สามารถให้เธอทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างเคย

ไม่นานนักกลิ่นหอมๆ ของข้าวต้มหมูสับง่ายๆ ก็ลอยเข้ามาปลุกคนกึ่งหลับกึ่งตื่นให้ลุกขึ้นมาดู ขุนศึกวางถาดอาหารเช้าของผู้ป่วยลงบนโต๊ะตัวเตี้ยข้างหัวเตียง ก่อนจะหันไปลากเก้าอี้มาเทียบยกถาดอาหารวางลงบนเก้าอี้ตัวนั้น ส่วนตนเองนั่งลงบนเตียงข้างหญิงสาวคนรัก ก่อนจะช่วยประคองให้รมิตาลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงเมื่ออีกฝ่ายพยายามลุกขึ้นนั่งด้วยตนเอง

“ช้าๆ สิเคท ตัวเองไม่สบายอยู่นะ”

เสียงติงกึ่งดุทำให้คนไม่สบายอมยิ้ม เมื่อลุกขึ้นนั่งประจำที่ได้รมิตาก็ส่งสายตาออดอ้อนมาให้อย่างเอาใจ

“เคทไม่อยากให้พี่ขุนลำบากนี่คะ”

“แค่ประคองเคทขึ้นนั่ง มันไม่ลำบากสำหรับพี่หรอก” ร่างสูงออกปากบ่น ก่อนจะหันไปจัดแจงยกถ้วยข้าวต้มขึ้นมาถือ รมิตาชะโงกหน้ามองข้าวต้มฝีมือคนตัวใหญ่ด้วยสายตาปลื้มใจที่เขาเอาใจใส่เธอมากถึงเพียงนี้ อาหารเช้ามื้อนี้คงเป็นมื้อที่เธอมีความสุขที่สุด

ท่าทางชะงักมือที่กำลังคนข้าวต้มในถ้วยทำให้คนตั้งท่ารอรับบริการขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “มีอะไรหรือเปล่าคะ”

คำถามจากร่างบนเตียงทำให้คนที่เตรียมจะบริการให้ถึงปากเงยหน้าขึ้นมอง จมูกโด่งขยับฟุตฟิด “เคทได้กลิ่นอะไรหรือเปล่า”

“กลิ่นอะไรคะ” รมิตาที่อาการดีขึ้นขยับลุกขึ้นนั่งตัวตรงก่อนโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้อาหารเช้าในมือหนา “ข้าวต้มหอมออกค่ะ”

เธอไม่ได้กล่าวเกินจริงแม้แต่น้อย ข้าวต้มหมูสับดูง่ายๆ แต่สีสันก็น่ารับประทานโดยเฉพาะกระเทียมเจียวของโปรดที่ขุนศึกโรยหน้ามาเสียมากนั่น

“พี่ว่ามันแปลกๆ” ไม่ว่าเปล่ามือข้างหนึ่งยังยกขึ้นถูจมูกของตนเองไปมาอีกต่างหาก รมิตาย่นคิ้วมองคนตัวใหญ่กับท่าทางนั้นอย่างเห็นเป็นเรื่องขำๆ

“เคททานเองก็ได้นะคะ”

“ไม่ครับ พี่ป้อนเอง”

ว่าพร้อมกับยกถ้วยข้าวต้มหนีมือบางที่ยื่นเข้ามาหมายจะแย่งหน้าที่ของตน เอาเถอะกลิ่นอะไรก็ช่างตอนนี้ของเพียงได้ทำหน้าที่ดูแลเธอก็เพียงพอ ขุนศึกตั้งหน้าตั้งตาดูแลผู้ป่วยด้วยความตั้งใจ จบจากข้าวต้มกลิ่นแปลกๆ ในความรู้สึกของคนป้อนแต่อร่อยถูกปากของผู้ป่วยก็ต่อด้วยการให้เธอกินยาเป็นการตบท้าย ก่อนจะเดินหายออกไปจากห้องอีกหน เพียงแค่ข้าวต้มหมดถ้วย กลิ่นแปลกๆ ก็ดูเหมือนจะอันตรธานหายไปจนขุนศึกนึกสงสัย เมื่อครู่มันกลิ่นอะไรกันถึงได้ฉุนจมูกมากถึงเพียงนั้น

 

กว่าสิบนาทีที่ศีรษะมนเอนซบไหล่แกร่งพร้อมระบายลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ เรียกให้ขุนศึกที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างๆ ต้องผินหน้ามามอง และก็เป็นเช่นนั้นเมื่อสายตาคมพบดวงตาพริ้มหลับ ใบหน้านวลที่มีเลือดฝาดเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อชั่วโมงก่อน ทำให้ขุนศึกระบายยิ้มออกมาอ่อนๆ

ยาหลังอาหารคงกำลังออกฤทธิ์ คนที่เรียกร้องขอให้เขาอยู่เป็นเพื่อนอ่านหนังสือถึงได้หลับสนิทในเวลาอันรวดเร็ว มือข้างหนึ่งพับหนังสือที่อ่านปิดลงเพื่อนำไปวางไว้บนโต๊ะตัวเตี้ยข้างหัวเตียง ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาประคองร่างนุ่มนิ่มให้นอนราบ จัดแจงห่มผ้าและเลื่อนหมอนให้เข้าที่ เรียบร้อยแล้วก็นั่งมองนิ่งๆ

ดวงตาที่ถูกปิดทับด้วยเปลือกตาบางคู่นี้เคยมองเขาด้วยความรู้สึกรักมากมาย จมูกโด่งที่เชิดรั้นยามเขาทำอะไรไม่ถูกใจ ก่อนจะใช้มันออดอ้อนเมื่อเขาตีรวนกลับ ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อหวานมากแค่ไหนเขายังจำได้ดีแม้ยามหลับตา แก้มนวลปรากฏสีแดงระเรื่อทุกครั้งยามถูกมองจ้อง ทุกอย่างที่รวมกันเป็นเธอเขาจะเมินหน้าหนีไปได้มากแค่ไหน ไม่หรอก...ขอแค่มีใครสักคนเดินเข้ามา คนที่ดีพร้อมและให้ทุกอย่างได้อย่างที่เธอต้องการ เมื่อนั้นเขาจะจากไป จะเฝ้ามองอยู่ในที่ไกลๆ มองรอยยิ้มบนกลีบปากอิ่มคู่นี้ มองดวงตาคู่นี้ส่องประกายความสุข เขาจะทำเพียงแค่นั้น...ขอแค่มีใครสักคนเดินเข้ามา









ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #523 loveningyou (@loveningyou) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 16:29
    มีเหตุการอะไรทำไห้พระเอกบอกเลิกนางเอกนะ
    #523
    0
  2. #259 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 00:14
    แหมๆ ทีอย่างนี้ ละ อิพี่ขุน 
    #259
    1