ดวงใจขุนศึก [สนพ. ปองรัก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 204,946 Views

  • 589 Comments

  • 1,947 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    64

    Overall
    204,946

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 6 [35%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2877
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61

ตอนที่ 6

 

กว่าสองอาทิตย์ที่นายแพทย์เอกวีร์ เวชพิสิฐ แวะเวียนมาอยู่ข้างกายเจ้าของร้านเบเกอรี่สาวคนสวยจนเป็นภาพชินตาของใครหลายคน ไม่เว้นแม้แต่ขุนศึก อธิรักษ์โยธิน ที่กำลังนั่งอ่านเอกสารกองใหญ่ฆ่าเวลาระหว่างรอกลับบ้านพร้อมคนรัก พอๆ กับภาสกรที่ไม่ว่าจะเห็นภาพเช่นนี้บ่อยแค่ไหนก็ยังหงุดหงิดแทบทุกครั้งไป โดยเฉพาะระยะหลังถึงขั้นลงทุนมาขลุกอยู่เป็นเพื่อนน้องชาย เมื่อได้ยินเรื่องราว ‘คุณหมอรูปหล่อ’ มาจีบ ‘คุณเคทของคุณขุน’ จากพนักงานของอธิรักษ์โยธินกรุ๊ป

โต๊ะของขุนศึกตั้งอยู่มุมในสุดติดกับกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวสวนสวยที่เขาและรมิตาช่วยกันลงต้นไม้ทุกต้นด้วยตนเองเมื่อครั้งเริ่มคิดที่จะเปิดร้าน พื้นต่างระดับกว่าครึ่งฟุตทำให้มองเห็นบรรยากาศรอบร้านชัดเจน โดยเฉพาะเคาน์เตอร์บาร์หน้าร้านที่บัดนี้มีใครบางคนจับจองเก้าอี้ตัวนั้นแทนเจ้าของประจำคนเดิม

รมิตาในชุดเดรสสีฟ้าอ่อนคาดทับด้วยผ้ากันเปื้อนเครื่องแบบของร้านกำลังพูดคุยกับลูกค้าหนุ่มอย่างออกรสด้วยท่าทางสนิทสนม ขณะที่ขุนศึกยังคงนิ่งเฉยทำให้คนที่มีฐานะเป็น ‘พี่ชายของแฟน’ รู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมาติดหมัด หงุดหงิดจนแสดงออกทางสีหน้า

“ไอ้หมอนั่นเป็นใคร พี่ไม่ชอบหน้ามันเลย” ภาสกรเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงกึ่งกระชาก

คนถูกถามเงยหน้าขึ้นมองตามสายตาของพี่ชาย คิ้วเข้มเป็นปื้นเลิกสูงยามมองภาพนั้น แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าเช่นใดมากนัก ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากสีหน้า

“อ้อ..หมอวีร์ครับ เพื่อนของเคท” ตอบเพียงแค่นั้นก็ก้มลงอ่านเอกสารที่กางอยู่ในมือต่อ

ภาสกรฮึดฮัดให้กับคำตอบของคนเป็นน้องก่อนจะเอ่ยฟ้องขึ้นมาอีก

“ท่าทางมันอย่างกับจะจีบเคท นายไม่หึงบ้างหรือไง”

ครานี้ได้ผล ขุนศึกชะงักนิ่งจนคนเป็นพี่รู้สึกได้ ดวงตาคู่คมที่แสร้งอ่านเอกสารมีร่องรอยของอะไรบางอย่างที่ภาสกรมองเห็นไม่ชัดนัก และเมื่อเพ่งหามันก็กลับหายวับไปพร้อมกับมุมปากหยักกดลึกของคนเป็นน้องที่เงยหน้าขึ้นมามองภาพของสองหนุ่มสาวเจ้าของหัวข้อบทสนทนาอีกหน

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงจะดีครับ”

คำตอบขัดใจเป็นคำรบที่สอง ภาสกรอยากจะหาอะไรหนักๆ มาทุ่มใส่น้องชายขึ้นมาติดหมัด ดูเอาเถอะท่าทางแบบนี้สมองที่มีรอยหยักไอคิวสูงลิ่วแต่เอคิว[1] กลับลดต่ำฮวบจนน่าใจหาย มีผู้ชายมาจีบแฟนของตัวเองแทนที่จะนึกโกรธ พ่อเจ้าประคุณกลับเห็นดีด้วย

ท่าทางแบบนี้มัน...

ความคิดของอธิรักษ์โยธินผู้พี่ชะงักกึกเมื่อเดินทางมาจุดที่เกิดทางแยก ดวงตาคมเข้มสีนิลวกมาที่ใบหน้าของน้องชายด้วยสายตาจ้องจับผิด ท่าทางเรียบเรื่อยและเห็นดีเห็นงามเช่นนี้ อย่าบอกว่านะว่าภายในเอคิวที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินนั้นกำลังคิดอะไรที่เขาไม่ชอบและไม่มีวันชอบอยู่

“กำลังคิดอะไรโง่ๆ อีกแล้วใช่ไหม”

คนเป็นพี่ตอบกลับด้วยวาจาไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด แต่ขุนศึกกลับนิ่งไม่ยอมตอบ มุมปากขยับยกคล้ายกำลังยอมรับในข้อกล่าวหา...หากเป็นเช่นนั้นมันก็ดีกว่าไม่ใช่หรือ

ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ลูกค้าภายในร้านเริ่มบางตา นายแพทย์เอกวีร์ขอตัวกลับไปเมื่อชั่วโมงก่อนหลังจากใช้อภิสิทธิ์หุ้นส่วนของโรงพยาบาลในการคัดเลือกชนิดสินค้าที่จะนำไปวางหน้าร้านเรียบร้อย ไม่ต่างกับภาสกรที่หุนหันออกไปทันทีที่นายแพทย์หนุ่มคล้อยหลัง

“วันนี้ลูกค้าเยอะหน่อย พี่ขุนเบื่อหรือเปล่าคะ”

รมิตาว่าพร้อมกับวางถ้วยกาแฟรสโปรดของคนรักลงตรงหน้า ขุนศึกยังคงตั้งหน้าตั้งตาดูเอกสารที่นำมาด้วยไม่ต่างจากตอนที่ก้าวเข้ามาในร้าน ท่าทางเคร่งเครียดทำให้เธอเลือกที่จะจัดการงานในร้านมากกว่าการมานั่งคุยกับเขาเหมือนเคย และเมื่อเอกวีร์ก้าวเข้ามาเธอก็ติดพันบทสนทนาจนไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้ กว่าจะจัดการเคลียร์เอกสารการจัดซื้อในแต่ละเดือนที่เพิ่มขึ้นก็กินเวลาไปเกือบชั่วโมง

“ไม่ครับ” ขุนศึกเงยหน้าขึ้นตอบ ก่อนจะเสยกกาแฟถ้วยใหม่ขึ้นจิบ ตั้งแต่มานั่งทั้งขนมทั้งกาแฟที่ดื่มไปไม่ต่ำกว่าสามแก้วแล้วกระมัง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังทนนั่งรออย่างใจเย็น เฝ้ามองอยู่ตรงนี้ เพื่อดูรอยยิ้มของเธอ

รมิตานั่งลงฝั่งตรงข้าม มองคนรักปิดแฟ้มเอกสารที่กำลังอ่านและวางมันลงบนกองรวมกับเล่มอื่นยิ้มๆ ก่อนเอ่ยขึ้น

“วันเสาร์นี้พี่ขุนว่างหรือเปล่าคะ”

คนตัวใหญ่ชะงักมือที่กำลังตักขนมเข้าปาก มองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ก่อนจะตอบออกไปตามตรง

“ว่างครับ เคทมีอะไรหรือเปล่า”

“เคทจะไปซื้อพวกแป้งทำขนมน่ะค่ะ ตอนแรกก็กะว่าจะสั่งจากโรงงานเหมือนทุกครั้ง แต่เคทอยากไปดูแป้งตัวอื่นด้วย กะว่าจะลองทำเค้กรสใหม่ พี่ขุนไปซื้อของเป็นเพื่อนเคทหน่อยนะคะ” อธิบายถึงสาเหตุยาวเหยียดเพราะเกรงว่าคนตัวใหญ่จะไม่เข้าใจถึงเหตุผล แต่ขุนศึกกลับนึกขำยามเห็นท่าทางดังกล่าว

“อยากได้คนช่วยถือของก็บอกมาเถอะ”

“พี่ขุนน่ะรู้ทัน” รมิตาแกล้งตีหน้ายุ่งก่อนจะส่งยิ้มหวานมาให้ รอยยิ้มที่ทำให้คนมองต้องคลี่ยิ้มตามแต่แววตาที่มองจ้องกลับดูเศร้าเมื่อคิดได้ว่าอีกไม่นานเขาก็จะไม่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้อีก



[1]AQ ย่อมาจากคำว่า Adversity Quotient หมายถึงความสามารถในการแก้ปัญหาและการเผชิญกับสภาวะวิกฤต









ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

0 ความคิดเห็น