ดวงใจขุนศึก [สนพ. ปองรัก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 204,940 Views

  • 589 Comments

  • 1,948 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    58

    Overall
    204,940

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 5 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3099
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    26 มิ.ย. 61

รมิตาเดินออกมาจากหลังร้านในนาทีต่อมาหลังจากแวะเข้าไปจัดเครื่องแต่งกายในห้องน้ำให้เรียบร้อยพร้อมพบลูกค้าหนุ่มขาประจำที่เธอควรให้การต้อนรับตั้งแต่แรกเหมือนทุกวัน

“ขอโทษนะคะคุณหมอที่ให้รอนาน” เจ้าของร้านสาวสวยเผยยิ้มอ่อนหวานพร้อมเสียงทักทายนุ่มหู

นายแพทย์เอกวีร์ เวชพิสิฐ ละสายตาจากภาพพุ่มยิปโซฟิลลาดอกน้อยในกระถางห้อยระย้าข้างกระจกกลับมาส่งยิ้มให้กับต้นเสียงที่ครั้งนี้คงไม่ผิดตัวอย่างครั้งก่อน

“ไม่เป็นไรครับ” กล่าวพลางผายมือเชื้อเชิญให้หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวตรงข้าม

รมิตานั่งลงตามคำเชิญแต่โดยดี จากนั้นบทสนทนาที่คุ้นเคยระหว่างกันก็เริ่มขึ้น หลายวันที่ขุนศึกต้องทำงานหนัก เอกวีร์มักจะแวะเวียนมาพูดคุยเสมอ ท่าทางที่เต็มไปด้วยความสุภาพและบรรยากาศเป็นกันเองไม่ถือตัว ทำให้รมิตารู้สึกสบายใจที่จะมี ‘เพื่อนใหม่’ อย่างเขาเพิ่มอีกสักคน

“ที่ร้านยุ่งมากหรือครับ เมื่อกี้ผมเห็นคุณเคทกลับเข้าไปด้านหลัง”

คำถามอ้อมโลกแต่จุดประสงค์มีเพียงหนึ่งคือต้องการรู้ว่าสถานะของผู้ชายคนที่ลากรมิตาหายเข้าไปด้านใน แต่คนฟังกลับใสซื่อเพราะไม่คิดว่าคำถามนั้นมีจุดประสงค์แอบแฝง เธอจึงเลือกที่จะตอบเพียงที่เขาถาม แต่ไม่อธิบายขยายความของคำตอบ

“ค่ะ มีปัญหานิดหน่อย”

รมิตาหลุบตาต่ำ จะบอกได้อย่างไรว่าคนรักแสนงอนของเธอเกิดมีปัญหาหวงแหนขึ้นมาแบบปัจจุบันทันด่วน เรื่องส่วนตัวขนาดนั้นเพื่อนใหม่ที่รู้จักกันไม่ถึงเดือน อย่าเพิ่งเล่าให้ฟังจะดีเสียกว่า คิดแล้วก็เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มบางๆ

ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับทำให้คนถามชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเคร่งขรึมด้วยความไม่พอใจ ทั้งที่อุตส่าห์คาดหวังว่าเธอจะตอบตามความจริง แต่รมิตากลับเลือกที่จะตอบเลี่ยง ทั้งยังไม่อธิบายขยายความอีกต่างหาก แต่เอกวีร์ก็ไม่คิดที่จะแสดงสีหน้าไม่พอใจนานนัก เขารีบวกเข้าเรื่องขนมที่จะนำไปวางที่ร้านกาแฟของโรงพยาบาลที่เคยทาบทามเธอไว้ทันที เพราะนี่คือหัวข้อสนทนาอีกเรื่องที่ทำให้เขามีเรื่องพูดคุยกับเธอมากขึ้น เพียงแค่ใช้สิทธิ์ของการเป็นหุ้นส่วนโรงพยาบาล และอ้างว่าต้องการทำธุรกิจร่วมกัน คนที่ไม่คุ้นเคยและไม่สนิทสนมก็มีเรื่องให้พูดคุยโดยไม่ต้องหาข้ออ้างให้มากความ

ท่าทางพูดคุยอย่างเป็นกันเองของรมิตาและลูกค้าหนุ่มที่มีหน้าที่การงานเป็นถึงนายแพทย์ทำให้ใครบางคนที่แอบมองลอดผ่านมู่ลี่ของประตูด้านหลังจ้องภาพด้วยความรู้สึกหลากหลาย ท่าทีสนิทสนมคุ้นเคยของสองหนุ่มสาวราวกับรู้จักกันมานานทำให้มือหนากำหมัดแน่น รู้สึกหงุดหงิดจนเผลอระบายกับประตูจนเกิดเสียงดังตึง พิมพรที่ยืนอยู่ใกล้สถานที่เกิดเหตุถึงกับสะดุ้ง รู้แน่แล้วว่าคุณขุนอารมณ์ไม่ดียิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีก

“เคทต้องขอบคุณคุณหมอมากนะคะ ที่ช่วยหาร้านวางขนมให้เคท”

แม้ออร์เดอร์ปกติที่มีของทางร้านจะมากอยู่แล้ว แต่เมื่อมีโอกาสได้ขยายกิจการรมิตาก็ไม่รอช้าที่จะคว้าโอกาสนั้นเอาไว้ และคนตรงหน้าก็เหมือนจะเข้าใจหัวอกคนทำธุรกิจดี จึงเลือกที่จะใช้มันเริ่มต้นความสัมพันธ์กับกระต่ายน้อยแสนสวย

จากแรกเริ่มทำความรู้จัก พัฒนาความสัมพันธ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะเมื่อเส้นกั้นที่เธอขีดไว้ถูกลบด้วยความสนิทสนมแล้วละก็ เมื่อนั้นกระต่ายน้อยก็จะตกหลุมที่นายพรานเช่นเขาขุดไว้ทันที

“ด้วยความเต็มใจอยู่แล้วครับ บุคลากรของที่โรงพยาบาลหลายคนก็เป็นลูกค้าของที่นี่ ที่สำคัญนะครับ ขนมของคุณเคทอร่อย ร้านไหนๆ ก็อยากได้ไปวางทั้งนั้นแหละครับ” ท้ายประโยคเขาจงใจส่งสายตาชนิดหนึ่งมาให้อย่างเปิดเผย

ดูก็รู้ว่าเขากำลังหว่านเสน่ห์ให้ แต่รมิตาไม่ได้สนใจมันเท่าที่ควร หญิงสาวทำเพียงยิ้มบางๆ คล้ายเขินอาย แต่เจ้าตัวรู้ดีเธอไม่ต้องการให้ความหวังใดๆ เพราะหัวใจของเธออยู่ที่ใครอีกคนจนหมดแล้วต่างหาก

จากนั้นรมิตาปล่อยให้หน้าที่ชวนคุยเป็นของนายแพทย์หนุ่มไปโดยปริยาย ส่วนตนเองทำเพียงพยักหน้ารับคำ และแสดงความเห็นบ้างในบางครั้ง ใบหน้าหวานยามยิ้มดูสดใสจนใครที่แอบมองอยู่รู้สึกเบาโหวงอยู่ในอกที่ไม่ใช่คนทำให้ใบหน้านั้นยิ้มแย้ม รมิตาดูมีความสุขเมื่อเจอคนคุยถูกคอ เธอมีเพื่อนไม่มากนัก ที่สนิทกันก็แทบนับคนได้ เพราะเวลาทั้งหมดของเธอมักหมดไปกับการอยู่กับเขา หรือบางทีอาจเป็นเขาเองที่ช่วงชิงรอยยิ้มเหล่านั้นมาจากเธอ ความรู้สึกนั้นทำให้ขุนศึกต้องมองคนทั้งสองใหม่อีกครั้ง

บางทีมันอาจจะไม่มีอะไร

 

“เคทดูสนิทกับหมอวีร์มากนะ” ขุนศึกเอ่ยกับเจ้าของตักที่กำลังนั่งปอกผลไม้ป้อนให้ถึงปาก ระหว่างใช้เวลาดูภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่เพิ่งซื้อมา

เขาและรมิตากลับมาถึงบ้านตอนสี่ทุ่มครึ่ง ยังไม่ดึกเกินไปนักสำหรับสังคมเมืองใหญ่ จึงถือโอกาสใช้เวลาอีกเล็กน้อยเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดจากหน้าที่การงานมาทั้งวัน

รมิตานิ่งคิดพลางก้มลงมองคนบนตักที่นอนเหยียดกาย ใช้หน้าขาของเธอต่างหมอนใบนุ่ม ดวงตากลมหวานไล่สำรวจหาบางสิ่งที่อยู่ในแววตาคู่นั้น แต่เมื่อมีเพียงความสงสัยที่ฉายทาบอยู่รมิตาก็คลายกังวล ขุนศึกคงไม่ได้หยั่งเชิงเพื่อหาเรื่องทะเลาะกันอย่างแน่นอน ที่สำคัญคำแทนตัวที่เขาใช้ ‘หมอวีร์’ คำที่ฟังรื่นหูกว่า ‘ไอ้หมอนั่น’ หรือ ‘มัน’ อย่างเมื่อตอนที่อยู่ในร้านเป็นไหนๆ

“จะว่าสนิทก็สนิทนะคะ แต่จะว่าสนิทมากก็ไม่เชิง” คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นให้กับนิยามที่ตนเองตั้ง

ขุนศึกที่รอฟังคำตอบเด้งตัวขึ้นมานั่งเคียง ยกขาขึ้นขัดสมาธิหันหน้าเข้าหาคนตัวเล็ก พร้อมกับจ้องมองอย่างไม่วางตา ท่าทางดังกล่าวทำให้รมิตาต้องรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน

“คุณหมอเขาอยากให้เคทเอาขนมที่ร้านไปวางขายในร้านกาแฟของโรงพยาบาลน่ะค่ะ เขาติดต่อมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เคทไม่ได้เล่าให้พี่ขุนฟัง กะว่าให้ตกลงได้เรื่องยังไงก่อนถึงค่อยบอก” หญิงสาวอธิบายยืดยาวด้วยกลัวว่าคนรักจะเข้าใจผิด แต่เมื่อเห็นใบหน้าคมคายพยักหน้ารับรู้อย่างใช้ความคิดรมิตาจึงพูดต่อ “ก็เลยคุยกันบ่อย อย่างวันนี้ที่คุณหมอถามหาเคทก็เพราะเรื่องนี้แหละค่ะ เคทก็เลยตกลงว่าจะทำส่งที่ร้านกาแฟของโรงพยาบาลตามที่คุณหมอแนะนำด้วย พี่ขุนคิดว่าไงคะ”

คำถามท้ายประโยคขอความเห็น พร้อมลอบสังเกตความไม่พอใจในสีหน้าของอีกฝ่ายอยู่ในที แต่เมื่อไร้วี่แววดังกล่าว รมิตาก็คลายกังวลจนถึงกับถอนหายใจโล่งอกเมื่อคนรักเอ่ยขึ้น

“พี่ว่ามันก็ดีนะ”

“จริงเหรอคะ” รมิตามีริ้วรอยความสดใสฉาบอยู่ในดวงตาคู่สวยยามที่เขาพยักหน้าเห็นด้วย ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มกระจ่างจนเขารู้สึกถึงความดีใจของเธอ

“แต่พี่กลัวเคทเหนื่อย” เขาไม่ได้กล่าวเกินจริง เพราะโดยปกติเธอก็ทำขนมส่งร้านเจ้าประจำอยู่แล้ว ไหนจะทำขายในร้านของตัวเองซึ่งก็แทบจะไม่พอขาย ไหนจะเพิ่งเปิดร้านดอกไม้ขึ้นมาอีก แม้ว่าจะมีพนักงานหลายคนและแบ่งหน้าที่อย่างเป็นระบบ แต่ก็ยังเหนื่อยเกินไปสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ เช่นเธอ หากต้องทำขนมส่งให้ร้านกาแฟของโรงพยาบาลอีก ขุนศึกกลัวว่าเธอจะเหนื่อยจนไม่มีเวลาพักผ่อน

“เคทไม่เหนื่อยค่ะ เคทอยากทำ อีกอย่างเราก็มีพนักงานอยู่ด้วย แค่ทำเยอะขึ้นเท่านั้นเอง”

“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ”

ขุนศึกกล่าวออกมาในที่สุด รมิตายิ้มแก้มปริเมื่อเขาเข้าใจในตัวเธอยิ่งกว่าใคร แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาใบหน้าคลี่ยิ้มกระจ่างก็หุบฉับลง พร้อมกับแววตาจับผิดฉายเข้ามาแทนที่

“ว่าแต่พี่ขุนพูดเรื่องที่เคทสนิทกับคุณหมอขึ้นมาทำไมคะ”

เมื่อโดนย้อนคนตัวใหญ่ก็ถึงกับเป็นฝ่ายที่ต้องนิ่งไปบ้าง ใบหน้าคมเคร่งขรึมปกปิดสิ่งที่ตนเองกำลังคิดไว้อย่างแนบเนียนก่อนตอบกลับทีเล่นทีจริง

“ก็แค่ถามดูเฉยๆ จะได้รู้ไงว่าพี่ควรหึงเคทกับเขาหรือเปล่า”

“แล้วได้คำตอบว่าไงคะ”

ครั้งนี้ใบหน้าเคร่งขรึมเปลี่ยนเป็นระบายยิ้มอ่อนๆ ดวงตาคมจับจ้องคนรักด้วยสายตาที่รมิตาอ่านไม่ออก มือหนายกขึ้นไล้แก้มนวลแผ่วเบา

“หมอวีร์เขาเป็นคนดี”

“พี่ขุนตอบไม่ตรงคำถาม”

รมิตาแกล้งหน้าตูม ขุนศึกจึงยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มป่องนั้นแรงๆ ด้วยท่าทางมันเขี้ยวเต็มที่ ก่อนจะผละออกและจ้องดวงตากลมหวานนิ่ง

“พี่ไว้ใจเคท”

รางวัลของคนตัวใหญ่ที่ไม่ทำตัวเป็นเด็กชายจอมหวงของคือรมิตายื่นหน้าเข้ามาจุมพิตที่ริมฝีปากอุ่น ก่อนใช้จมูกโด่งสวยไล้จมูกโด่งเป็นสันไปมาเบาๆ

“เคทรักพี่ขุนค่ะ รักมากที่สุด”

 









ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

0 ความคิดเห็น