[ลงแบบ E-BOOK ที่ MEB] FIC KIDDO : { MARKBAM }

ตอนที่ 2 : k i d d o :: t w o ♡

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,270
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    11 ก.ค. 60

+


  k i d d o

 - T W O -







 

          ชีวิตของมาร์คก็ดำเนินตามแบบเดิมไปอีกวัน แต่จะต่างหน่อยในวันนี้ก็คือเขาไม่มีเวลาว่างมานอนเล่นดูทีวีหรือเช็คข่าวสารทางอินเตอร์เน็ตเหมือนอย่างหลายๆวันที่ผ่านมาเพราะช่วงนี้ใกล้จะเข้าสู่การสอบมิดเทอมเต็มที ทำเอาเขาตรวจงานนักเรียนที่นัดส่งหลายๆอย่างวันนี้แทบไม่ทันเพราะวิชาสอนของเขาเป็นวิชาที่ต้องใช้ความละเอียดและเน้นความเข้าใจของเด็ก การตรวจผ่านๆจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีถ้าหากว่าอยากให้เด็กๆได้รับความรู้ที่ถูกต้อง



 

“...” ชีทงานภาษาอังกฤษอีกสองกองใหญ่ๆยังรอการตรวจแต่ดูเหมือนว่ามาร์คจะใช้สายตาและสมองจนล้าเกินไปแล้วกับงานกองแรก และเมื่อร่างกายไม่พร้อม สมองไม่โปร่ง กระเพาะก็พร้อมใจส่งเสียงโครกครากขึ้นมาประท้วงให้รู้ว่ามาม่าเพียงถ้วยเดียวเมื่อช่วงเย็นไม่พอที่จะให้พลังงานอีกต่อไป

 


คนร่างสูงในชุดสบายๆถอนหายใจออกมานิดหน่อยพลางถอดแว่นสายตาของตัวเองวางทับกองชีทที่ตรวจค้างเอาไว้ตรงหน้า ลุกขึ้นยืนพร้อมกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือ จิตใจของเขาตอนนี้มุ่งตรงไปยังร้านสะดวกซื้อที่อยู่ห่างจากตึกพักไปประมาณสองบล็อกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


 

หิวตอนดึกเป็นอะไรที่ทำลายสุขภาพ แต่ในเมื่อเขาต้องทำงานต่อการหาอะไรมากินแก้เบื่อก็เป็นตัวเลือกที่ดี

 





 

“โง่จริงๆ! เดี๋ยวชั้นจะบอกแม่แกว่ายิ่งเรียนยิ่งแย่”

 
 

“...” มาร์คไม่คิดว่าจะมีใครมาทะเลาะกันตอนดึกกลางล็อบบี้แบบนี้หรอก แต่พอก้าวออกมาจากลิฟต์หูก็เกิดได้ยินเสียงดุว่าดังออกมาจากส่วนที่เป็นเคาน์เตอร์ด้านหน้าอย่างชัดถ้อยชัดคำ และมาร์คก็พอจะจำได้ว่าเสียงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเสียงเจ้าของตึกอย่างป้าเชอรี่ที่กลับมาจากธุระเมื่อหลายวันก่อนแล้วนั่นเอง

 
 

“การบ้านแค่นี้ยังไม่มีสมองทำ ลอกของเพื่อนแล้วเมื่อไหร่จะสอบได้คะแนนดีๆกับเขาห้ะไอ้แบมชั้นถามแกหน่อยเถอะ”

 


“...” เงียบ ไร้ซึ่งเสียงเถียงจากปากของเด็กแสบที่ฝีปากกล้าเหลือเกินเมื่ออยู่กับเขา มาร์คไม่อยากจะยุ่มย่ามเรื่องส่วนตัวแต่เมื่อเขาต้องเดินผ่านตรงนั้นการลอบมองนิดหน่อยก็คงไม่เป็นไร

 


“...”

 


แต่เหมือนว่ามาร์คนั้นผิดมหันต์ที่ตัดสินใจเบนเสี้ยวหน้าไปมองเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ภาพป้าเชอกำลังยืนเท้าสะเอวบ่นว่าหลานชายของเธอถือเป็นวิธีการไม่ดีนักในการกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก หากแต่ภาพจริงๆที่ทำให้ความรู้สึกสงสารแล่นปลาบขึ้นมาในใจของคนมองอย่างเขาก็คือภาพของดวงตากลมโตที่มาร์คคิดว่ามันคงจะถนัดฉายแต่แววของความดื้อรั้นกำลังเศร้าหมองและรื้นไปด้วยน้ำตา บนแก้มใสก็มีร่องรอยเหมือนกับน้ำตาได้หยดผ่านไปบ้างแล้วจนเปียกผิวเนียน


 

“คุณมาร์ค!


 

“ค ครับ?” อาจจะเพราะมัวแต่จมอยู่ในความรู้สึกตัวเองเลยสะดุ้งแทบสุดตัวเมื่อเสียงของป้าเชอรี่เรียกชื่อเขาดังขึ้นมาจากด้านหลัง

 


“คุณมาร์คพอจะมีเวลาว่างบ้างหรือเปล่าคะ ป้าว่าจะขอคุยด้วยนานแล้ว” ร่างอวบเปลี่ยนเป้าหมายจากหลานชายมาเป็นผู้เช่าอย่างเขาแทนเสียแล้ว แม้จะยังไม่เข้าใจแต่มาร์คก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองใบหน้าหวานของเด็กคนนั้นอีกครั้ง หากแต่ที่ได้รับกลับมาเป็นแววตาตัดพ้อเหมือนกับว่าเขาไปทำอะไรให้เจ้าตัวโกรธเคือง...อีกแล้ว


 

“เวลาว่างยังไงครับ”

 


“ป้าอยากให้คุณมาร์คช่วยสอนพิเศษให้ไอ้เด็กนี่หน่อยค่ะ คุณมาร์คเป็นอาจารย์นี่คะต้องสอนได้ใช่ไหม มันเรียนแย่จนป้าอยากจะตีมันให้ตายแล้ว...ไม่ได้เรื่องอะไรซักอย่าง เท่าไหร่ป้าไม่เกี่ยงแค่ให้มันพอมีความรู้ในหัวเท่ากับเพื่อนเขาบ้างก็พอ”

 


“...” มาร์คนิ่งเงียบ เขาอยากปฏิเสธออกไปตรงๆเสียเดี๋ยวนั้นว่าเขาไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับหลานชายของเธอสักเท่าไหร่ แต่ดูจากสถานการณ์แล้วในตอนนี้การกึ่งรับกึ่งสู้น่าจะเป็นอะไรที่ดีที่สุด อย่างน้อยเธอก็เป็นเจ้าของตึกที่เขายังต้องอาศัยอยู่ด้วยอีกนานและเด็กคนนั้นก็ดูเหมือนจะได้รับคำพูดทำร้ายจิตใจมามากพอสมควรแล้ว

 


“เอาไว้ค่อยคุยกันอีกทีดีกว่าครับ คือ...ผมเองก็ยังไม่แน่ใจ”

 


“ค่ะ ยังไงก็อย่าปฏิเสธป้าเลยนะคะ ไม่อยากส่งมันไปเรียนที่อื่นเดี๋ยวจะโดดจะหนีให้ปวดหัวอีก”

 


“...”

 


ก็แค่จะลงมาซื้อของกิน...แต่ทำไมมาร์คถึงได้ภาระมาเพิ่มอย่างนี้กันล่ะ

 





.

.





 

          เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจดังขึ้นเมื่อหมดคาบเรียนวิชาหฤโหดอย่างคณิตศาสตร์เพิ่มเติม ที่ยากทั้งเนื้อหาการเรียนและยากกับการรับมืออาจารย์วัยกลางคนที่ขยันเรียกตอบคำถามจนต้องเพ่งกระดานอย่างตั้งใจตลอดทั้งคาบ ร่างเล็กของเด็กชายในชุดนักเรียนฟุบหน้าลงกับโต๊ะเรียนอย่างแรง ส่งเสียงดังจนเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างกันต้องก้มลงมามองว่าหน้าผากมนๆนั่นปูดจนโนขึ้นมาแล้วหรือยัง

 
 

“หัวแตกแล้วมั้งมึง”

 


“กูปวดหัว” เสียงเล็กพึมพำตอบกลับ แม้จะอู้อี้แต่ร่างสูงของเด็กลูกครึ่งเกาหลีเพียงคนเดียวในห้องอย่างยูคยอมหรือที่เพื่อนในห้องเรียกกันชินปากว่าคิม เพราะว่าเป็นนามสกุลและจำง่ายกว่าชื่อเรียกที่ยาวๆนั้นก็ยังได้ยินชัดเจนและหัวเราะออกมาเบาๆ

 


“ถ้าอย่างมึงปวดหัวไอ้เตอร์คงหัวระเบิดตายไปละ นั่งหน้าแถมยังโดนเรียกตอบทุกคำถามแบบนั้นอะ” ว่าพลางพยักเพยิดไปทางหัวหน้าห้องที่รูปลักษณ์ภายนอกดูเหมือนเด็กเรียนทั่วไปแต่ใครจะรู้ล่ะว่าที่จริงแล้วไอ้เด็กแว่นร่างผอมคนนั้นมันแสบเข้าเส้นแค่ไหน


 

“ไม่ใช่เรื่องคณิตดิ” แบมแบมยอมเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนตาปรือปรอย ท่าทางเหมือนคนอดนอนแบบนั้นเห็นได้บ่อยๆจากคนตัวเล็กเพราะบางครั้งต้องเฝ้าตึกแทนป้าจนดึกดื่น แต่ในวันนี้ดูเหมือนว่าในท่าทางง่วงงุนนั้นจะมีอะไรบางอย่างแปลกกว่าเดิม


 

“แล้วเรื่องอะไร”

 


“ก็...” คนตัวเล็กลากเสียงยาว ขมวดคิ้วเข้าหากันพลางนึกถึงเรื่องเมื่อสองคืนก่อนที่เขาถูกป้าดุเรื่องลอกการบ้านเพื่อน ก็มันส่งมาในไลน์ห้องกันขนาดนั้น อีกทั้งงานก็ต้องส่งวันรุ่งขึ้น เขาเองก็อยากจะสบายทางลัดบ้างป้าเชอรี่ดันมาเห็นเสียอีกเลยกลายเป็นเรื่องเป็นราวโดนดุเสียลั่นตึก คนมันตกใจน้ำตาก็เลยไหล...แค่นั้น


 

ที่หงุดหงิดกว่าก็คือการที่ตาลุงคนนั้นดันมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีนั่นแหละ


 

เสียภาพพจน์ชะมัด


 

“ป้าจะให้กูเรียนพิเศษ”

 
 

“...” ยูคยอมทำเพียงแค่ส่งใบหน้านิ่งๆมาให้ก่อนจะถอนหายใจพรืดใหญ่ จากนั้นก็เปลี่ยนความสนใจไปยังโต๊ะของเพื่อนด้านหลังแทน การกระทำอย่างนั้นทำเอาแบมแบมเริ่มหัวร้อนเป็นไฟ ยูคยอมจงใจกวนตีนเขาชัดๆ


 

“ไอ้คิมมม มึงจะเมินกูอย่างนี้ไม่ได้ หันมา”

 


“ไร้สาระไอ้แบม มึงจะเรียนพิเศษก็เรียนไปดิ ต้องมาฟ้องเพื่อนเพื่อ?” ไม่ใช่ยูคยอมแต่เป็นไอ้เจที่นั่งอยู่โต๊ะข้างหลังแล้วได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับยูคยอมทั้งหมดเพราะระยะห่างโต๊ะที่มีอยู่ไม่มาก หรืออาจเป็นเพราะความขี้เสือกส่วนตัวของมัน...

 


“โห่ พวกมึงอะไม่เข้าใจ กูต้องไปเรียนกับคนที่กู...ไม่ชอบอะดิ”

 


“กูก็เคย อาจารย์สุรีย์เมื่อกี้ไง อึดอัดฉิบหาย” เจว่าพลางยกมือถือขึ้นมากดเชื่อมเข้าเกมเหมือนกับยูคยอม ทิ้งให้คนตัวเล็กหายใจฟึดฟัดหันหลังกลับไปฟุบหน้าตามเดิม

 


มันไม่เหมือนกันซักหน่อยนี่หว่า...

 



.

.

 


 

“กลับแล้วเหรอ วันนี้ตรงเวลาแฮะ”

 
 

“อืม...” เสียงแหบห้าวของหวังเหล่าซือดังขึ้นเมื่อเพื่อนร่วมหมวดรวบเอกสารปึกใหญ่ใส่กระเป๋าถือแล้วลุกพรวดพราดขึ้นมา ช่วงนี้มาร์คดูยุ่งแปลกๆ เหมือนกับว่าเพื่อนเขาคิดอะไรอยู่ในหัวแทบตลอดเวลา

 


“ทำไมรีบกลับล่ะ วันนี้กะจะชวนไปลองร้านเปิดใหม่แถวคอนโด” ท้ายประโยคแจ็คสันทำท่ากระซิบกระซาบจนชวนน่าสงสัยกว่าเดิมจนมาร์คหลุดขำออกมากับการแสดงออกที่ไม่เคยปกติของอาจารย์ภาษาจีนผู้เป็นเพื่อนสนิทคนนี้ ก็รู้ว่าไม่อยากให้คนอื่นที่นั่งอยู่ในห้องได้ยิน แต่ก็นะ...

 


“มีสอนพิเศษเด็ก”

 


“อ๋อ รับจ๊อบนี่เอง...ขยันขนาดนี้ไม่รวยไม่ได้แล้ว” สิ้นประโยคกึ่งแซวหมัดหนักๆก็กระแทกเข้าที่ไหล่อย่างไม่จริงจังนักเป็นการบอกลาจากอาจารย์ภาษาอังกฤษ มาร์คถอนหายใจน้อยๆหลังจากก้าวพ้นออกมาจากห้องพักครูเป็นที่เรียบร้อย


 

ยังไงก็ขอให้วันนี้ผ่านไปได้ด้วยดีก็แล้วกัน


 

 

 

          วันนี้ดูเหมือนจะมีเรื่องแปลกไปกว่าเดิมตรงที่มาร์คกลับมายังตึกเร็วกว่าปกติพร้อมกับงานหอบใหญ่ที่คิดว่าจะเอามาทำต่อหลังจากเสร็จภารกิจสอนพิเศษเด็กนักเรียนมัธยมต้นที่เขาไม่เคยใฝ่ฝัน แต่เพราะคำขอร้องแกมบังคับจากเจ้าของตึกที่เธอเองก็ใจดีและให้เกียรติเขามาโดยตลอดนั่นเองที่ทำให้น้ำท่วมปาก กลืนไม่เข้าคายไม่ออกหลังจากเธอพรรณนาเหตุผลต่างๆมากมายที่เขาไม่สามารถปฏิเสธอะไรออกไปได้เลย

 
 

ก็เลยตกลงกันว่าจะสอนให้หลานชายเธออาทิตย์ละสามวันช่วงเย็น...เริ่มจากวันนี้วันแรก


 

“อ้าว! สวัสดีค่ะคุณมาร์ค”

 


“สวัสดีครับ” มาร์คยกมือไหว้ตอบหญิงวัยกลางคนที่ยกมือไหว้เขาก่อน เธอดูดุลีกุจอมากกว่าปกติเมื่อเห็นเขา รีบลุกเดินออกมาจากเคาน์เตอร์เพื่อพูดคุยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มคล้ายกับว่าเธอกำลังปลื้มปริ่มใจเหลือเกินเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในช่วงเย็นวันนี้


 

“อาจารย์กลับมาเร็วจังเลยนะคะไอ้เจ้าแบมมันยังกลับมาไม่ถึงตึกเลย ชักช้านักกลับมาถึงจะเฉ่งให้เข็ด...คุณมาร์คไปพักก่อนนะคะ ถ้ามันมาแล้วเดี๋ยวป้าจะลากคอมันไปให้” ใบหน้ามาดมั่นของเธอทำให้มาร์คทำได้แค่ยิ้มตอบรับไปแกนๆ

 


“ครับ ไม่ต้องรีบมากก็ได้ ให้น้องพักก่อน”

 


“ไม่ได้หรอกค่ะ คุณมาร์คยังไม่รู้ฤทธิ์บทเวลามันจะดื้อ...ป้านี่ต้องคอยดุตลอดเลย”

 


“...”

 


อืม...แต่มาร์คว่ามาร์คก็พอจะรู้มาบ้างแล้วล่ะนะ

 


.

.




 

“พอเข้าใจบ้างหรือเปล่า”

 
 

“นิดหน่อย” เสียงเล็กยานคางครางตอบเหมือนกับคนใกล้จะหลับอยู่เต็มที ศอกเล็กเท้าอยู่กับโต๊ะญี่ปุ่นที่ถูกใช้กางเพื่อติวหนังสือกลางพื้นห้องแล้วใช้ฝ่ามือนุ่มประคองแก้มอูมๆของตัวเองเอาไว้ มองเนื้อหาในหนังสือเรียนเล่มใหญ่ที่แม้จะเคยเรียนผ่านมาแล้วแต่เขากลับไม่เข้าใจเนื้อหาของมันเลยสักนิด


 

“งั้นเดี๋ยวลองทำแบบฝึกหัดในเล่มไปก่อน...แล้ววันนี้ทิ้งหนังสือไว้ที่ห้องฉันแล้วกันจะได้เตรียมเนื้อหาเพิ่มเติมของเด็กม.3ถูก” มาร์คสั่งเพียงเท่านั้น วันนี้เด็กนี่ดูเรียบร้อยผิดปกติจากที่คาด ไม่แน่ใจว่าถูกป้าดุอะไรก่อนมาที่ห้องเขาหรือเปล่า แต่ก็ดีแล้วล่ะ...จะมาดื้อใส่กันไปให้ได้อะไร อายุสิบห้านี่ก็โตๆกันแล้ว


 

“ลุง...” แต่ยังไม่ทันจะได้สบายใจสรรพนามที่อีกฝ่ายเรียกตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันไม่ยอมเปลี่ยนก็ทำให้มาร์คต้องตวัดสายตามองอย่างเคืองๆ


 

“คือ...ผมรู้ว่าลุงก็งานเยอะใช่มั้ยล่า ได้ข่าวว่าเป็นครูจ้างที่โรงเรียนรัฐข้างๆโรงเรียนผมด้วยนี่ สอนเด็กที่โรงเรียนตั้งหลายคนก็เหนื่อยจะแย่แล้วต้องมาสอนผมอีก ไหนจะต้องตรวจงาน ไหนจะต้อ...”


 

“หยุด เข้าเรื่องซะที” หลังจากดูท่าแล้วอีกฝ่ายคงจะไม่ยอมเข้าประเด็นง่ายๆมาร์คก็ไม่รอช้าที่จะหยุดคำพูดอ้อมโลกของอีกฝ่ายให้เข้าประเด็นจริงๆที่รู้สึกไม่ค่อยไว้วางใจเสียที

 


“ผมจะบอกว่าเราเรียนพิเศษกันแบบแกล้งๆดีมั้ย”

 


“ห้ะ?”

 


อะไรของเขาอีกล่ะ เรียนพิเศษแบบแกล้งๆนี่คืออะไร...


 

“ก็แบบ ผมขึ้นมาหาลุงที่ห้องเวลาเรียนพิเศษ...แต่เราไม่ต้องเรียนพิเศษจริงๆอะ แบบลุงก็ทำงานของลุงไป ส่วนผมก็จะนั่งๆนอนๆอยู่ในนี้แหละ ครบเวลาแล้วก็แยกย้าย” ดวงตากลมโตมองมาทางเขาเหมือนกับว่าสิ่งที่ตัวเองพูดออกมานั้นเป็นข้อตกลงที่วิเศษสำหรับเขาเสียเหลือเกิน

 
 

“แล้วทำไมฉันต้องไม่สอนนายในเมื่อป้านายจ้างฉันสอนพิเศษ”

 


“ผมรู้น่าว่าลุงไม่ได้อยากสอนผมหรอก...” เด็กน้อยขยับยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้อาจารย์ยังหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะอย่างไม่กลัวเกรง แววตากลมโตฉายแววแพรวพราวซุกซนจนคนมองชักจะหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆ


 

“ไม่ชอบผมใช่ไหมล่ะ ผมมันเด็กเหลือขอ...เล่นไม่รู้ที่ต่ำที่สูง นี่ผมไม่ได้โมเมไปเองนะ หลายๆคนในตึกเขาบอกป้าผมมาแหละ” แม้จะเป็นคำพูดที่ตำหนิตัวเองโดยสิ้นเชิงแต่ใบหน้าหวานกลับยกยิ้มไม่รู้สึกรู้สา เหมือนกับพูดเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป มิหนำซ้ำฝ่ามือบางยังถือวิสาสะมาดึงมือของมาร์คที่วางอยู่บนโต๊ะไปกุมไว้หลวมๆอีก


 

“นั่นมันเรื่องของนาย” แต่มาร์คก็ไม่หวั่นไหวไปกับคำโน้มน้าวไร้สาระนั่น ดวงตาคู่คมนิ่งสนิทจ้องผ่านแววตาซุกซนของเด็กตรงหน้า แม้จะไม่ได้ชักมือกลับแต่เพราะท่าทางจริงจังกว่าที่เคยและใบหน้าคมที่ขยับเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆนั้นทำให้คนตัวเล็กใบหน้าเจื่อนลงไปทีละน้อย ริมฝีปากสีสดยู่เข้าหากันนิดหน่อย


 

“อาชีพของฉันคือสอนหนังสือ อีกอย่างป้านายก็จ่ายเงินให้ฉันมาสอน...นายไม่สงสารป้าหรือไง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตัวนายเองทั้งนั้น นายควรจะตั้งใจไม่ใช่มาขออะไรแบบนี้” ยิ่งถูกดุก็ยิ่งหน้าเจื่อนลง แต่เพียงครู่เดียวท่าทางหงอๆนั้นก็หายไป เด็กชายเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับแววตาดื้อรั้นเหมือนที่เขาเคยเห็นเป็นประจำ ริมฝีปากอิ่มถูกฟันซี่คมขบกัดเอาไว้จนเกรงว่าจะปริแตก และถ้าลุกขึ้นมาตั๊นหน้าเขาได้โดยไม่ผิดอีกฝ่ายคงทำไปแล้วแน่ๆ


 

มาร์คขอเปลี่ยนคำพูดที่บอกว่าเด็กคนนี้เรียบร้อยผิดปกติ...


 

เพราะอันที่จริงมันคือทะเลที่ลมสงบก่อนจะเกิดพายุลูกใหญ่ตามมาต่างหากล่ะ







*ตบไหล่มาร์คปุๆ*
เด็กดื้อต้องจับกินนะคะพี่มาร์ค ว่ามั้ย?


แท็ก #kiddomb ใครขี้เกียจเม้นไปติดแท็กก็ได้น้า อ่านแล้วมีกำลังใจดีจังเลยย
twitter : @since9397

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

851 ความคิดเห็น

  1. #843 uromtbb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 09:40
    สุจ้าาาา
    #843
    0
  2. #836 Spices_smile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 15:28
    ดื้อมากลูกเอ้ยยย
    #836
    0
  3. #820 Fanwaan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 22:26
    เด็กดื้อออ
    #820
    0
  4. #818 nsjcbw. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 18:43
    สอนต่อไปเลยค่ะ เอาให้เด็กสำลักความรู้เลย คิคิ
    #818
    0
  5. #803 2017MB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 22:01
    ตัวเเสบบ
    #803
    0
  6. #781 JJaneBBJK_97 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 13:18
    เจ้าดื้อออออ
    #781
    0
  7. #769 Orathaiks (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 19:10
    เด็กดื้อออออออออออโอ้ย
    #769
    0
  8. #743 kemmygalaxy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 04:09
    เหนื่อยหน่อยนะคะพิมาร์ค 55555
    #743
    0
  9. #691 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 20:55
    สู้นะคะลุง น้องมันวัยต่อต้าน
    #691
    0
  10. #596 PaulaPum (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 15:50
    เด็กวัยกำลังโตน่า..มาร์ค
    #596
    0
  11. #581 `dalnimmb♡ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 10:00
    เด็กดื้อเอ้ยยย
    #581
    0
  12. #574 bbboobb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 09:06
    พ่อแม่น่องแบม/ปไหนหรอคะ
    #574
    0
  13. #550 kikakae (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 01:44
    เด็กดื้อต้องโดนทำโทษ!
    #550
    0
  14. #517 phaka (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 07:27
    ลุงต้องจัดการเด็กดื้อคนนี้ให้หงอไปเลยนะ
    #517
    0
  15. #504 Moko87 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 01:17
    ปวดหัวแทนมาร์ค
    #504
    0
  16. #463 Iluvmarkbam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 21:47
    มาร์คช่วยปราบเด็กดื้อให้เป็นเด็กดีด้วยนะ

    แสบๆแบบนี้อาจารย์มาร์คจะรับมือยังไงดี
    #463
    0
  17. #331 pcnmtcn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 11:57
    ยัยแสบ!
    #331
    0
  18. #251 Bam Yien (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 20:49
    น้องแบมไม่ดื้อกับพี่มาร์คนะลูกกก
    #251
    0
  19. #238 BetaBee78s (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 12:00
    ดื้ออ่ะ ดื้มมากเลยน้องแบมมม
    #238
    0
  20. #221 Yesmyboy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 11:01
    น้องอาจจะดื้อแต่ยังไม่มากเท่าไหร่ ทำไมหนูไม่ตั้งใจเรียนนน ลุงมาร์คจะเอาอยู่มั้ยเนี่ย
    #221
    0
  21. #212 tatarzyx (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 08:31
    น้องแบมมมม 55555 เด็กๆเป็นงี้จริงๆ ค่ะ สอนพิเศษหลังเลิกเรียนได้ 1 ชม.แรกโอเค อีก 1 ชม.หลังน้องก็ blank แล้ว
    #212
    0
  22. #207 xstcphpp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 00:09
    น่ารักน่าชังอ่ะ
    น้องอยู่ในระดับเด็กดื้อ
    ดูน่ารักน่าฟัด
    ดีนะไม่เข้าขั้นเด็กเ-้ ย55555
    #207
    0
  23. #165 hept (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 12:21
    น้องดื้อออ คูมม้ากต้องตีให้เข็ด
    #165
    0
  24. #139 ลีลีข้าวสาร- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 21:42
    เด็กแสบบบบบ
    #139
    0
  25. #122 Tuan-En (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 15:02
    แบมลูกกกกก หนูนี่น้า
    #122
    0