[ลงแบบ E-BOOK ที่ MEB] FIC KIDDO : { MARKBAM }

ตอนที่ 12 : k i d d o :: t w e l v e + รายละเอียดเปิดจองฟิค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,761
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    22 ต.ค. 60

  +


k i d d o

 - T w e l V e  -

 

 





          แม้วันนี้การจราจรจะติดขัดจนชวนให้คนใช้รถใช้ถนนรู้สึกโมโห แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มวัยยี่สิบสี่ปีจะไม่ได้หงุดหงิดกับสิ่งเหล่านั้นมากมายอย่างที่ควรจะเป็นในยามปกติ แม้ผู้คนบนรถประจำทางสายเดิมจะแสนเบียดเสียด แต่มาร์คกลับรู้สึกเหมือนกับว่าทุกอย่างรอบๆตัวเขามันช่างมีชีวิตชีวา ความรู้สึกมันเหมือนกับหนุ่มน้อยที่ตกอยู่ในภวังค์แห่งความรักอีกครั้งหนึ่ง...กับบุคคลที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นคนที่นำความรู้สึกเหล่านี้มาให้เขา

 

 

หลังจากพ้นการจราจรแสนอึดอัดมาได้แล้วก็ต้องเดินต่ออีกนิดหน่อยเพื่อเข้าไปยังตึกพักที่พักหลังมานี้มันเป็นสถานที่อันดับต้นๆที่มาร์คอยากจะใช้ชีวิตในแต่ละวันอยู่ในนั้น แม้ว่าห้องพักจะไม่ใหญ่โต ไม่มีบริการหรูหราครบครัน แต่เป็นเพราะว่าในนั้นมีเด็กแสบบางคนต่างหากที่ทำให้มาร์คกลายเป็นคนติดห้องไปอย่างไม่น่าเชื่อ

 

 

.

.

 

 

 

“แน่ใจนะว่าไม่กินแล้ว?” ชามซีเรียลในมือมาร์คถูกดวงตากลมโตของฃองเด็กสิบห้าจ้องมองเพียงแวบเดียวก่อนที่ความสนใจทั้งหมดจะกลับไปอยู่ในหน้าจอทีวีที่กำลังฉายรายการเรียลลิตี้ชื่อดังแทน มาร์คส่ายหน้าน้อยๆให้กับท่าทางนั้นของแบมแบมก่อนจะยกช้อนตักเอาเจ้าซีเรียลที่เหลืออยู่ในชามใส่ปากตัวเองพลางขมวดคิ้วมุ่นขณะเดินตรงไปยังซิงค์เพื่อจัดการกับถ้วยเลอะนมในมือ

 

 

อย่างกับเลี้ยงเด็กแน่ะ

 

 

เอ...แต่เขาก็เลี้ยงเด็กอยู่จริงๆนี่นา เพียงแต่ไม่ใช่เด็กเล็กๆ เป็นเด็กอายุสิบห้า...

 

 

“ลุงงง มานั่งนี่” ยังไม่ทันที่จะได้เปิดน้ำเพื่อล้างถ้วยในมือดั่งใจคิดด้วยซ้ำเสียงเล็กที่ดังขึ้นกลับทำให้ต้องหยุดการกระทำ มาร์คลอบถอนหายใจกับตัวเองน้อยๆคล้ายกับว่าเอือมระอาเด็กเอาแต่ใจเต็มทีแต่การกระทำกลับสวนทาง มาร์ควางมือจากสิ่งที่กำลังโดยง่ายก่อนจะเดินกลับไปยังโซฟาที่มีเด็กชายในชุดอยู่บ้านนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่บนนั้น

 

 

“ฉันจะไปล้างถ้วยขนมที่นายกินไว้ยังจะเรียกอีก” แต่กระนั้นก็แกล้งปรามไปหน่อยๆเพื่อไม่ให้เด็กได้ใจ

 

 

“อยากอยู่กับถ้วยขนมโง่ๆนั่นมากกว่าผมเหรอ” ดวงตากลมโตตวัดมามองอย่างดื้อรั้น และนั่นก็พาลให้คนมองนึกหมั่นเขี้ยวเสียจนต้องเอื้อมมือไปบีบที่แก้มยุ้ยๆของเจ้าตัวจนครางฮือในลำคอ

 

 

“ทุกวันนี้ถ้าไม่นับเวลาไปทำงานฉันก็แทบจะตัวติดกับนายอยู่แล้วเด็กดื้อ”

 

 

“อยากพกลุงใส่กระเป๋าไปเรียนด้วยเลยเหอะ” มาร์คอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มกว้างเพียงแค่ได้ยินถ้อยคำที่พาลให้รู้สึกดีแปลกๆก่อนศีรษะกลมเอนจะซบลงมาบนไหล่ของเขาอย่างคุ้นเคย ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแบมแบมไม่มีคำจำกัดความ เราไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนอกจากคราวนั้นที่มาร์คหลุดปากบอกไปว่าจะจีบเจ้าตัว หากแต่ที่ชัดเจนขึ้นก็คือการกระทำ แต่มาร์คก็มองว่าถ้าหากในอนาคตความสัมพันธ์ยังคงดำเนินไปในรูปแบบนี้เหมือนเดิมก็คงไม่มีอะไรต้องกังวล

 

 

มาร์ครู้สึกว่าเหมือนตัวเองกำลังกลายเป็นเด็กตามแบมแบมไปด้วย

 

 

 

 

ทั้งที่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่เรียกว่ายื้อเวลา...แต่เขาก็อยากจะโอ้เอ้แบบนี้ไปอีกนานๆ

 

 

 

 

                   ความเงียบสงัดในช่วงกลางดึกของคืนถูกทำลายลงด้วยเสียงริงโทนคุ้นหูที่แม้จะเปิดระดับเสียงไว้ไม่มากแต่กลับดังก้องจนปลุกให้คนตัวเล็กที่นอนตะแคงข้างกอดก่ายหมอนข้างใบยาวต้องขมวดคิ้วฉับ ยกมือขึ้นมาตะกุยเกาแก้มตัวเองสองสามทีจากนั้นค่อยพลิกตัวไปทุบเรียกคนตัวโตกว่าที่เหมือนว่าจะหลับเสียสนิทให้ลุกขึ้นมาจัดการกับเจ้าเสียงที่ดังขึ้นและช่างรบกวนการนอนนั่นเสียที

 

 

“มาร์ค...รับโทรศัพท์” เสียงยานคานดังขึ้นแทบจับใจความไม่ได้ทำให้มาร์คต้องขยับมือควานหามือถือที่น่าจะถูกวางไว้ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งแถวๆเตียง และในที่สุดเสียงนั้นก็เงียบไปเมื่อนิ้วยาวกดรับ

 

 

“ครับ...” เสียงงัวเงียของชายหนุ่มกรอกลงไปในสายโทรศัพท์ให้คนที่โทรเข้ามากลางดึกต้องรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่โทรมายามวิกาลรบกวนการนอนหลับกันแบบนี้

 

 

“...”

 

 

“ที่ไหน ตอนนี้อยู่ที่ไหน”

 

 

“ได้ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”

 

 

“ลุง มีอะไรหรอ” ด้วยจู่ๆน้ำเสียงที่ง่วงงุนถูกแทนที่ด้วยกระแสของความตึงเครียดคนตัวเล็กที่นอนตะแคงอยู่ข้างกันก็ไม่รอช้าที่จะเปิดเปลือกตาขึ้นมาถามไถ่สถานการณ์ ฝ่ามือเรียวเอื้อมไปเปิดโคมไฟหัวเตียง มองหน้ามาร์คที่ฉายแววกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัดด้วยคิ้วเรียวที่ขมวดยุ่งไม่แพ้กัน

 

 

“เตี่ยโรคหัวใจกำเริบ ฉันต้องรีบไปโรงพยาบาล”

 

 

“...” แบมแบมเบิกตากว้างเมื่อได้รับรู้ถึงสาเหตุของสายเรียกเข้าเมื่อครู่นี้ ฝ่ามือเล็กเอื้อมไปปาดเหงื่อเม็ดเล็กที่ซึมออกมาตามไรผมของมาร์คทั้งที่แอร์ในห้องอยู่ในระดับเย็นสบาย คนอายุมากกว่าเหมือนจะยังประมวลผลไม่ถูกว่าตัวเองต้องรู้สึกอะไรหรือทำอะไรก่อนในตอนนี้ทั้งที่สถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกเสียเมื่อไหร่

 

 

“รีบไปโรงพยาบาลเถอะมาร์ค”

 

 

“อืม ถ้าตอนเช้าฉันยังไม่กลับก็ฝากล็อคห้องด้วย” มาร์คพยักหน้ารับทั้งที่สีหน้ายังไม่สู้ดีนัก เสียงแบมแบมปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์ความคิดแล้วยันกายลุกออกจากเตียงไปค้นหาเสื้อผ้าที่เรียบร้อยกว่านี้ออกมาสวมใส่อย่างรีบร้อน เด็กหนุ่มนั่งมองคนอายุมากกว่าอยู่กลางเตียงกว้างด้วยความเป็นห่วงไม่แพ้กัน

 

 

“หยิบกุญแจรถในลิ้นชักข้างๆเตียงมาให้ทีแบม” คนถูกวานรีบทำตามอย่างไม่รอช้า เสียงดึงลิ้นชักดังขึ้นตามด้วยเสียงฝีเท้าคนตัวเล็กที่ก้าวเข้ามาใกล้มาร์ค ริมฝีปากอิ่มทาบลงไปเบาๆบนแก้มของคนที่กำลังวิตกกังวลคล้ายต้องการให้กำลังใจอีกฝ่ายด้วยวิธีที่พอจะทำได้ในตอนนี้

 

 

“ขับรถห้ามเหม่อ มีสตินะ เดี๋ยวผมลงไปส่ง”

 

 

“โอเคครับ”

 

 

แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่มาร์คต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้

 

 

แต่นี่กลับเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขาไม่ได้เผชิญเรื่องร้ายๆเหล่านี้อยู่เพียงลำพัง...

 

 

 

.

.

 





 

          กลิ่นโรงพยาบาลที่เขาไม่เคยนึกชอบใจพุ่งเข้ามาแตะปลายจมูกทักทายเป็นสิ่งแรกหลังจากที่มาร์คก้าวเข้ามาในโรงพยาบาลที่พ่อของเขาเข้ารับการรักษาอาการโรคหัวใจมาเป็นเวลาหลายปี คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันขณะยืนมองตัวเลขในลิฟท์ที่เพิ่มขึ้นสูงเรื่อยๆจนกระทั่งประตูเปิดออก มาร์คเดินไปตามทางที่ยังจำได้กระทั่งมองเห็นบุคคลที่คุ้นตาสองคนนั่งอยู่ตรงเก้าอี้หน้าห้องที่ด้านในผู้เป็นพ่อของตนกำลังรับการรักษาแบบเร่งด่วน

 

 

“แม่ พี่ภัทร” มาร์คเอ่ยทักทั้งสองคนพร้อมกับใบหน้าเป็นกังวล มารดาของเขายังคงมีรอยยิ้มจางๆส่งมาให้ แม่เป็นแบบนี้เสมอ เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งต่อหน้าลูกๆเพื่อให้ลูกชายทั้งสองคนของเธอได้รับรู้ว่าอย่างน้อยเธอก็ไม่ได้อ่อนแอไปด้วยอีกคน

 

 

“ตามาร์ค...พ่อเข้าไปเกือบชั่วโมงแล้ว”

 

 

“...” มาร์คนิ่งเงียบ ค่อยๆทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกันกับแม่ ส่วนภัทรเอาแต่มองไปยังประตูกระจกมัวๆตรงหน้าคล้ายอยากจะจ้องทะลุเข้าไปให้เห็นถึงด้านในซึ่งแน่นอนว่าไม่มีทางเป็นไปได้

 

 

“ฉันไปประชุมตอนที่เตี่ยอาการกำเริบ ถ้าแกอยู่บ้านเตี่ยก็คงไม่อาการหนักขนาดนี้” และเมื่อรับรู้ว่าน้องชายในสายเลือดทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆกันเสียงเข้มที่ค่อนไปทางสั่นเครือจึงค่อยๆดังขึ้นให้พอได้ยินกันสองคน มาร์คขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย นึกไม่เข้าใจในพี่ชายตนเองว่าทำไมถึงโทษเขาในทุกๆเรื่องที่เกิดขึ้นไปเสียหมด

 

 

“อย่าทะเลาะกันตอนนี้ แม่ขอร้องนะภัทร” แต่ก่อนที่มาร์คจะได้ตอบกลับอะไรไปเสียงหวานที่โรยแรงลงอย่างเห็นได้ชัดของผู้เป็นแม่ก็ดังขึ้นจบบทสนทนาที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นลงไปเสียก่อน มาร์คพิงศีรษะอันหนักอึ้งของตัวเองลงกับกำแพงเย็นเฉียบด้านหลัง ปิดเปลือกตาลงภาวนาขอให้บิดาของตนปลอดภัย

 

 

ครืด...

 

 

“ญาติคุณธเนศใช่ไหมคะ” ผ่านไปไม่นานนักในความเป็นจริงแต่นานนับปีในความรู้สึกของคนที่รอพยาบาลสาวพร้อมกับแฟ้มสีเข้มในมือเดินออกมาเป็นเหมือนตัวแทนความหวังของคนที่ตั้งตารอทั้งสามคน แม่ของพวกเขารีบก้าวเท้าเข้าไปหาพยาบาลสาวพร้อมกับใบหน้าที่พยักรับถี่ๆ แววตาของเธอเจือไปด้วยความหวังหากแต่มันก็ระคนไปด้วยความกลัวจนมาร์คต้องเข้าไปประคองด้านหลังเอาไว้

 

 

“คนไข้อาการปลอดภัยแล้วค่ะ เดี๋ยวอีกสักครู่รบกวนญาติไปรับฟังแนวทางการรักษาต่อที่ห้องคุณหมอนะคะ”

 

 

“โฮ! พ่อปลอดภัยแล้วตามาร์ค” คุณนายต้วนหันตัวโผเข้ากอดบุตรชายด้วยความโล่งใจ

 

 

“ขอบคุณครับ” ภัทรเป็นคนกล่าวขอบคุณพยาบาลสาวก่อนที่เธอจะหายเข้าไปหลังประตูสีมัวบานเดิม ความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อครู่ค่อยๆจางหายไป น้ำตาของหญิงที่เป็นภรรยาและเป็นมารดาของบุตรชายทั้งสองคนไหลลงมาด้วยความโล่งอก มาร์คมองภาพที่กำลังเกิดขึ้นด้วยจิตใจที่แสนสับสน

 

 

อันที่จริงแล้วสื่งที่ภัทรพูดมามันก็ไม่ใช่ผิดไปเสียทั้งหมด

 

 

เพราะถ้าหากเขากลับไปทำงานที่บริษัท...เขาก็คงดูแลคนในบ้านได้ดีกว่านี้ใช่ไหม

 

 

เขาเห็นแก่ตัวมานานเกินไปแล้วหรือเปล่า

 

 

.

.

 

 

 

          หลังจากคืนวันนั้นที่มาร์คกลับมาจากโรงพยาบาลแบมแบมก็รู้สึกได้ว่ามันมีบางอย่างที่เปลี่ยนไป เป็นบางอย่างที่ตัวเขาเองก็ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดที่ชัดเจนได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร มาร์คยังคงใส่ใจแบมแบมเหมือนเดิม ยังคงทำให้แบมแบมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพิเศษเหมือนเดิม แต่ในความเหมือนเดิมนั้นมันมีอะไรบางอย่างที่เด็กชายวัยสิบห้าสัมผัสได้ว่ามันต่างออกไป

 

 

“แน่ใจนะว่าไม่ใส่หมดนี่เลย” ความคิดทั้งหมดชะงักลงเมื่อเสียงทุ้มของคนอายุมากกว่าที่กำลังตั้งใจเหลือเกินกับการใส่ของกินหลอกเด็กอย่างพวกลูกชิ้นที่มาในรูปแบบแผ่นสีสวยๆลงไปในถ้วยมาม่าที่กลายมาเป็นมื้อดึกของแบมแบมในคืนนี้จนคนมองต้องแอบอมยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้

 

 

“เหลือไว้กินวันหลังบ้างก็ได้ลุง ตู้เย็นมีมันไม่เสียหรอก” มาร์ชะงักมือไปนิดหน่อย เอาอีกแล้ว...ทุกครั้งที่แบมแบมพูดอะไรทำนองนี้ออกมามาร์คมักจะมีอาการแบบนี้อยู่ตลอด แล้วจะไม่ให้แปลกใจได้ยังไง

 

 

“งั้นนายมาลองทำเองไหม เผื่อฉันไม่อยู่จะได้ทำเองถูก” หัวใจดวงน้อยเหมือนถูกไฟฟ้าช็อตหน่อยๆเมื่อจู่ๆมาร์คก็พูดประโยคที่แบมแบมนึกกลัวเหลือเกินออกมาโดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาจากถ้วยบะหมี่สำเร็จรูปที่กำลังส่งกลิ่นหอมยั่วคนหิวที่ดูเหมือนว่าอารมณ์หิวจะเริ่มหายไปทีละนิด

 

 

“จะไปไหนล่ะ” แบมแบมเอนสะโพกพิงกับเคาน์เตอร์ครัว ยกแขนทั้งสองขึ้นกอดอกใช้ลิ้นดุนเจ้าเครื่องคงสภาพฟันในปากอย่างเสียนิสัย หน้าตาดูเอาเรื่องแต่ใครจะรู้ว่าภายในใจนั้นกำลังสั่นไหวอยู่ไม่น้อย

 

 

“...” ไม่มีคำตอบใดๆนอกจากความเงียบและมาร์คที่ทำท่าทางเหมือนกับว่าไม่ได้ยินคำถามเมื่อครู่ของเขา แต่อันที่จริงแล้วมาร์คจงใจจะเลี่ยงกันเสียมากกว่า และแน่นอนว่านั่นมันก็เริ่มทำให้อารมณ์ของเด็กชายเดือดขึ้นมาด้วยอารมณ์น้อยใจปนกับความหวาดระแวงที่ก่อตัวมาได้ระยะหนึ่ง

 

 

“ทำไมไม่ตอบวะ!

 

 

“แบมแบม!” คนที่ตั้งท่าจะโวยวายกลายเป็นฝ่ายต้องผงะไปเสียเองเมื่อจู่ๆน้ำเสียงที่เคยอบอุ่นกลับตะคอกดังสวนออกมาเสียจนเด็กชายตกใจเผลอก้าวถอยหลัง ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศทั้งหมดหากแต่มันกลับไม่ใช่ความเงียบที่ทำให้สบายใจเหมือนที่ผ่านมา มันเป็นความเงียบที่มีความไม่เข้าใจลอยฟุ้งกระจายอยู่ในนั้น

 

 

ดวงตากลมโตชะงักงัน ฉายแววทั้งตกใจ เสียใจและหวาดกลัวออกมาในคราวเดียวกัน

 

 

“ผมไม่กินแล้ว ขอตัว”

 

 

เป็นเด็กหนุ่มวัยสิบห้าที่เร็วกว่าเมื่อสัมผัสได้ว่าความอุ่นร้อนจากหัวตากำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นหยดน้ำ เด็กหนุ่มรีบหันหลังแล้วยกแขนปาดมันออกไปเร็วๆโดยไม่ให้คนที่ยืนอยู่ด้านหลังเห็นมัน เสียงฝีเท้าดังปึงปังห่างออกไปทีละน้อยก่อนจะตามมาด้วยเสียงปิดประตูที่ดังสนั่น หากแต่คนอายุมากกว่ากลับทำเพียงแค่ยืนนิ่งอยู่ตรงที่เดิม

 

 

มาร์คยืนนิ่งอยู่ตรงที่เดิม...

 

 

มองแบมแบมหันหลังจากไปโดยไม่แม้แต่จะพูดรั้งอะไรออกมา

 

 

.

.

 

 

 

 

          บรรยากาศอึมครึมดำเนินต่อไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดหลังจากวันนั้นที่มาร์คเผลอตะคอกแบมแบมไป เด็กน้อยไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา มันเหมือนราวกับว่ามาร์คได้ทำการหมุนย้อนเวลากลับไป ย้อนกลับไปในตอนที่แบมแบมไม่ได้สนใจใยดีเขา ย้อนกลับไปในตอนที่เราสองคนเป็นเพียงแค่บุคคลที่อาศัยอยูร่วมตึกกันเหมือนในช่วงแรก

 

 

“เดี๋ยวผมบอกป้าให้ เค้าออกไปตลาดนัดอะ” ดวงตาคู่คมมองไปยังจุดแรกที่ตนจะได้มองเห็นใบหน้าหวานของเด็กชายผู้เป็นหลานเจ้าของตึก เด็กน้อยเจ้าของใบหน้าดื้อรั้นกำลังพูดคุยอยู่กับผู้อาศัยคนหนึ่งที่เหมือนจะลงมาคุยธุระอะไรบางอย่าง แบมแบมยังไม่สังเกตเห็นเขา และนั่นก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะมาร์คจะได้สามารถมองใบหน้าแสนคิดถึงนั่นได้อีกสักพัก

 

 

“...”

 

 

อ่า...

 

 

แต่ยังไม่ทันที่ความคิดนั้นจะจบลงดวงตากลมที่มาร์คต้องมาแอบมองเหมือนพวกโรคจิตแบบนี้ก็เหลือบมาเห็นเขาเข้าอย่างจัง สายตาสองคู่สบประสานเข้าหากันก่อนจะเป็นคนตัวเล็กที่หลบสายตา ก้มหน้าลงไปจัดการกับสิ่งที่มาร์คคิดว่าน่าจะเป็นการบ้านเพราะกระเป๋านักเรียนของเจ้าตัวยังเปิดกว้างอยู่บนเคาน์เตอร์ตัวใหญ่

 

 

“แบม”

 

 

หลังจากสามวันที่เขาและแบมแบมไม่ได้คุยกัน ดูเหมือนว่านี่จะเป็นการเริ่มบทสนทนาครั้งแรกของเราที่ได้ยินเสียงกันจริงๆไม่ใช่การส่งข้อความไปง้อเหมือนที่มาร์คทำอยู่ตลอดหลังจากวันนั้น แบมแบมชะงักมือที่กำลังจับปากกาขยับยุกยิกอยู่แต่ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองกัน มาร์ควางกระเป๋าทำงานของตัวเองลงบนเคาน์เตอร์ นึกอยากจะเอื้อมมือไปเชยคางอีกฝ่ายขึ้นมามองหน้ากันแต่เขาก็รู้ว่าทำได้แค่ในความคิด

 

 

“มีธุระอะไรครับ ป้าเชอไม่อยู่ตอนนี้”

 

 

“มีธุระ แต่ไม่ใช่กับป้าเชอ” มาร์คพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม เขารู้ว่าวันนั้นเขาผิดที่ใส่อารมณ์ออกไปทั้งที่รู้ว่าตัวเขาเองนั่นแหละเป็นต้นเหตุให้แบมแบมอารมณ์ระเบิดออกมาแบบนั้น เขารู้ว่าตัวเองทำให้เด็กชายอึดอัดตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาล แบมแบมทนมาตลอดและเลือกที่จะไม่เซ้าซี้แต่มาร์คก็ยังเอาแต่สับสน

 

 

ไม่ใช่แบมแบมที่เด็ก...แต่เป็นเขาเองที่ทำตัวงี่เง่าไม่สมอายุเอาเสียเลย

 

 

“แต่ผมไม่มีธุระอะไรกับคุณ” ดวงตาแข็งกร้าวชวนให้ใจหายเงยขึ้นมองกัน มาร์คชะงักไปนิดหน่อยกับสรรพนามไม่คุ้นหูซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่นึกชอบมันเสียเลย ไหนจะแววตากระด้างที่หายไปนานจนมาร์คไม่คิดว่าเขาจะได้รับมันแล้วแบบนี้อีก

 

 

“ฉันขอโทษที่ขึ้นเสียงใส่นายคืนนั้น ที่ฉันทำตัวให้นายรู้สึกอึดอัดถ้าอยากรู้ว่าเป็นเพราะอะไรฉันพร้อมจะบอกนายแล้วนะ” แววตาจริงจังถูกส่งไปให้เด็กน้อย มาร์ครู้ว่าอีกฝ่ายก็แค่แกล้งทำเพื่อจะไล่เขาให้ไปไกลๆ และมาร์คยิ่งมั่นใจว่าอีกฝ่ายเองก็คิดมากเรื่องเขาอยู่ไม่น้อยจากขอบตาแดงๆช้ำๆที่เขาเห็นมันมาตลอดเวลาที่ไมได้คุยกันนั่น

 

 

“ก็บอกมาสิ” แบมแบมเสียงสั่นนิดหน่อยแต่ใบหน้าหวานยังคงเชิดขึ้นเหมือนกับคนที่ไม่ยี่หระต่อสิ่งใด

 

 

“รอป้าเชอกลับมาแล้วไปหาฉันที่ห้องสิ” มาร์คไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาท แต่เมื่อเห็นเด็กน้อยชักสีหน้าเพราะคิดว่าเขายียวนก็ต้องรีบยกมือขึ้นมาห้ามเด็กน้อยเอาไว้ก่อนจะตัดสินใจพูดประโยคถัดไปที่เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกยินดีที่จะพูดมันออกมาแม้แต่น้อย

 

 

“อย่าเพิ่งโมโห...ฉันพูดจริงๆ เราต้องไปคุยกันที่ห้อง ฉันเหลือเวลาอยู่กับนายที่นี่ไม่มากแล้วแบมแบม





ไม่ดราม่าได้มั้ย คำตอบ : ไม่ได้ อิอิ


เอ้อ แล้วตอนนี้เราว่าถึงเวลาแล้วที่จะเปิดจองเนอะ นานกว่านี้เดี๋ยวจะไม่ได้เปิดเอา

รายละเอียดก็อยู่ในลิ้งค์ด้านล่างนี้เลยนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจจริงๆจ้า

https://goo.gl/yLjcR8



 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

851 ความคิดเห็น

  1. #838 Spices_smile (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 22:06
    ห่างกันเเล้วยังไงต่ออะพี่ จะทำตัวเป็นคนไม่รู้จักกับน้องหรอ
    #838
    0
  2. #791 JJaneBBJK_97 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 23:54
    เฮ้อออออออออ
    #791
    0
  3. #776 Orathaiks (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 07:43
    ลุงงงงงงงงกลับไปอยู่บ้านแล้วต้องเลิกยุ่งกับน้องเลยหรอ ทำไมละะ
    #776
    0
  4. #753 kemmygalaxy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 15:55
    เริ่มมีม่าละ หน่วงอะไรเบอร์นี้
    #753
    0
  5. #703 Moko87 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 00:11
    มาร์คเป็นผู้ใหญ่กว่าต้องรีบเคลียร์นะ
    #703
    0
  6. #701 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 23:38
    มาร์ค~ อย่าทิ้งน้องนะเว้ยย
    #701
    0
  7. #680 xstcphpp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 23:24
    ใจมันหายเลย
    #680
    0
  8. #675 khunsom08 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 20:59
    ลุงจะกลับบ้านหรอ
    #675
    0
  9. #666 Pomelonstar (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 11:01
    ลุงจะทิ้งน้องจริงๆหรออ ไม่เอานะ อธิบายให้น้องเข้าใจหน่อยสิ อย่าทิ้งน้องไปปป TT
    #666
    0
  10. #664 bbboobb (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 01:09
    จะทิ้งน้อวไปไหนอีก
    #664
    0
  11. #656 Bam Yien (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 22:53
    ไม่เอานะ อย่าทิ้งแบมมม
    #656
    0
  12. #642 phaka (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 20:52
    น้องก็ยังเด็ก ความซับซ้อนบางอย่างถ้าไม่อธิบายน้องก็ไม่เข้าใจหรอกนะ
    #642
    0
  13. #638 nichamon_ncm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 20:40
    ไม่อยากให้เค้าสองคนแยกกัน
    //ทำไมเรื่องนีี้ไม่ชอบแจ้งเตือนตลอดเลยอ่ะ
    #638
    0
  14. #636 pimmm_m (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 20:35
    ฮือออออออออออเปิดมาด้วยความสดใสแต่ปิดท้ายด้วยดราม่าา

    น้องแบมน่ารักน่าขยี้มากฮืออ อ่านเรื่องนี้ทีไรเราคิดไม่ดีกะน้องแบมตลอดเลยอ่ะไม่รู้ทำไม ว่อย55555

    ปัญหาแค่นี้เชื่อว่าพี่มาร์คจะต้องจัดการได้นะ ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบตอนนี้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้เจอกันอีกเลยซักหน่อยสู้ๆนะทั้งสองคน
    #636
    0
  15. #633 Yesmyboy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 20:24
    เราไม่รู้ว่ามันไม่แจ้งเตือน นึกว่าหายไปไหน
    มาร์คใจร้ายเข้ามาในชีวิตน้องแบมแล้วก็ออกไปง่ายๆแบบนี้ได้ไงไม่เอานะ
    #633
    0
  16. #626 fairyairie (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 13:05
    แอพเด็กดีไม่ขึ้นเตือนว่าอัพง่า
    สงสารเด็กดื้อจัง จะโดนลุงใจร้ายทิ้งแล้ว จะไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยๆแล้วอ่า
    #626
    0
  17. #625 prew27 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 02:05
    มีรวามอุ่นร้อนที่จมูกเหมือนจะคิดล่วงหน้าเเละคิดไปไกล เหมือนกับว่ามันจะดราม่าหนักไงไม่รู้ อ่า~~ ความรักที่มีความห่างระหว่างวัยเยอะนี่มัน น่าใจหายจริงๆ เวลาเจอเรื่องดราม่าเนี่ย
    #625
    0
  18. #624 My bias is MARKBAM (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 13:07
    ง่าาา ไปต่อไม่ถูกเลย งืออออออ
    #624
    0
  19. #623 Ploylymtbb (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 18:11
    งื้ออออออออ....หน่วงสุด.แล้วต่อไแจะเปนไง..
    รับมาต่อนนะคะไรท
    #623
    0
  20. #622 viola (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 12:15
    ทำไมฟิคไม่แจ้งเตือน นี่เข้ามาส่องเลยได้อ่าน เจอม่าซะงั้น แงงงง
    #622
    0
  21. #621 Haruhijungg (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 10:35
    อย่าทิ้งน้องงงง
    #621
    0
  22. #620 grapeberryz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 01:29
    ลุงใจร้าย สงสารเด็ก ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้สุดๆ มันอึนอึนอ่ะ มันจะเป็นยังไงต่อไปน้า
    #620
    0
  23. #619 pcnmtcn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 22:38
    ลุงใจร้ายยยยยยย
    #619
    0
  24. #618 Duanyien (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 22:19
    สงสารลูก
    #618
    0
  25. #617 มิรา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 21:56
    สงสารแบมจับใจ
    #617
    0