[ลงแบบ E-BOOK ที่ MEB] FIC KIDDO : { MARKBAM }

ตอนที่ 1 : k i d d o :: o n e ♡

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,568
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    10 ก.ค. 60

+


k i d d o

 - o n e -

 






 

          ท้องฟ้าสีน้ำเงินกำลังไล่ระดับเข้มอ่อนในช่วงเปลี่ยนผลัดระหว่างดวงอาทิตย์ที่ทำหน้าที่อย่างดีมาตลอดทั้งวันให้กลายไปเป็นดวงจันทร์กลมผ่องขึ้นมารับช่วงแทนที่ แม้วันนี้ท้องฟ้ามืดไวกว่าปกติแต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีที่เขาจะได้ไม่ต้องทนร้อนแดดยามเย็นที่แผดจ้าเป็นช่วงสุดท้ายก่อนจะหายลับขอบฟ้า สองขายาวใต้กางเกงแสลคสีสุภาพกับเชิ้ตสีอ่อนก้าวไปตามฟุตบาทอย่างไม่รีบเร่ง ใบหน้าหล่อเหลาแม้จะถูกแว่นสายตากรอบหนาปิดบังไปกว่าครึ่งแต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าคนๆนี้ไม่น่าสนใจ

 
 

“เหมือนเดิมสองถุงครับ” กระทั่งเดินมาถึงจุดแวะพักประจำวันอย่างร้านน้ำเต้าหู้รถเข็นเจ้าอร่อยที่เหมือนเป็นของแถมในการเลือกย้ายมาอยู่ในละแวกนี้หลังจากเรียนจบ เหรียญในกระเป๋ากางเกงถูกควักออกมานับให้พอดีเพื่อส่งไปแลกกับน้ำเต้าหู้อุ่นๆสองถุงพร้อมรอยยิ้มจากคุณลุงคนขาย


 

“ขอบใจนะหนุ่ม”

 


“...”

 


ทุกวันของมาร์คมันเป็นชีวิตเรียบง่าย


 

ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือชีวิตแบบที่เขาต้องการ...ซึ่งสวนทางกับใครหลายๆคน




 

.

.



 

          สาวเท้าต่ออีกไม่ถึงยี่สิบก้าวก็มาถึงห้องพักรายเดือนในรูปของตึกสูงสี่ชั้น แบ่งเป็นชั้นละสี่ห้อง เป็นที่พักให้เช่าสำหรับบุคคลชั้นธรรมดาทั่วๆไป แม้ไม่สะดวกสบายเท่าคอนโดหรูเสียดฟ้าที่มีบริการต่างๆครบครันแต่มันกลับให้ความสบายใจกับเขาได้อย่างน่าประหลาด กับบรรยากาศเงียบสงบจากชั้นสาม แม้จะเป็นตึกเล็กๆแต่ก็สะอาดสะอ้านและผู้คนที่พักอาศัยก็ดูเป็นมิตรต่อกันราวกับรู้จักกันมานมนาน

 
 

ผ่านป้อมยามมาพบกับด่านแรกก่อนจะเข้าสู่ส่วนที่เป็นบริเวณชั้นห้องพักก็คือเคาน์เตอร์ติดต่องานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับห้องพักที่ปกติแล้วจะเป็น ป้าเชอ หรือ ป้าเชอรี่ หญิงกลางคนร่างท้วมผิวขาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนผู้เป็นเจ้าของตึกที่เป็นคนนั่งประจำการอยู่บริเวณนี้ แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ป้าเชอจะไม่อยู่...


 

“...”

 


แม้ไม่ได้ตั้งใจจะมองแต่ก็คงทำอะไรไม่ได้เมื่อจู่ๆเจ้าของร่างเล็กบนเก้าอี้นวมสีดำตัวใหญ่หลังเคาน์เตอร์เตี้ยๆที่กำลังนั่งกอดเข่าดูทีวีเครื่องเล็กอยู่นั้นเบนสายตามาประสานเข้ากับเขาอย่างพอดิบพอดี แม้จะไม่ตั้งใจสังเกตนักแต่ดวงตากลมโตคู่นั้นมองจากตรงนี้ก็พอเดาได้ว่าคงจะรั้นอยู่ไม่หยอก รับกันเหลือเกินกับเรือนผมสีเข้มที่ถูกปล่อยไม่เป็นทรงยิ่งเพิ่มกลิ่นอายความทะโมนของเด็กแรกรุ่นได้ดีนักเชียว แม้จะเคยเห็นอยู่หลายหนเพราะอีกฝ่ายเป็นหลานชายของป้าเชอแต่เขาก็ยังไม่เคยเข้าไปพูดคุยกับเด็กคนนั้นสักครั้ง


 

แล้วมันก็ไม่มีความจำเป็นอะไรด้วย...


 

 

          เข้าสู่ช่วงหัวค่ำในห้องพักเล็กๆที่มาร์คดำเนินชีวิตลำพังตามปกติ ทีวีขนาดกลางกำลังถ่ายทอดสดรายการกีฬาที่ผู้ชายส่วนใหญ่ชื่นชอบอย่างฟุตบอล ร่างสูงทอดกายอย่างสบายใจอยู่บนโซฟายาว ขนมขบเคี้ยวถูกส่งเข้าปากตามด้วยเบียร์กระป๋อง ดวงตาคู่คมยังจับจ้องที่ลูกกลมๆในหน้าจอไม่ยอมวาง อาจจะฟังดูแปลกสักหน่อยถ้าบอกว่าตัวเขาเองไม่ได้คุยหรือศึกษาดูใจกับผู้หญิงที่ไหนเลยตั้งแต่สมัยปีสี่แต่ก็ไม่รู้สึกเหงา อาจเป็นเพราะว่านิสัยโลกส่วนตัวสูงของตัวเขาเองที่เป็นกำแพงกั้นเอาไว้...เพื่อนเขาส่วนใหญ่ก็บอกกันอย่างนั้น

 
 

“....” รายการกีฬาดำเนินต่อไปสักระยะเปลือกตาของคนที่ทำงานใช้ทั้งแรงกายและแรงสมองมาทั้งวันก็เริ่มที่จะหรี่ลง สติเริ่มเหือดหายไปทีละน้อยเพราะความง่วงที่คืบคลาน

 


เปรี๊ยะ!


 

“เฮ้ย!” ทว่ากลับต้องสะดุ้งโหยงขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงแปลกประหลาดที่ชวนให้ตกใจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบพร้อมกับไฟบริเวณโซฟาที่ดับมืดลงมีเพียงแค่แสงสว่างริบหรี่จากทีวีที่ยังส่องให้พอมองเห็นทาง ชายหนุ่มรีบยันตัวขึ้นนั่ง แต่ยังไม่ทันที่จะลุกยืนฝ่าเท้าก็สัมผัสได้กับวัตถุที่คล้ายกับเศษกระจกจนต้องรีบชักเท้ากลับขึ้นมาด้วยความตกใจ

 


“อะไรวะเนี่ย”

 


เพราะว่าเปิดไฟตรงนี้เอาไว้แค่ดวงเดียวจึงทำให้ทั้งห้องมืดสนิท ยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันทำเอาเขาเริ่มหัวเสียหน่อยๆแล้ว แต่เมื่อพอจะเข้าใจแล้วว่าสาเหตุน่าจะมาจากหลอดไฟที่เกิดระเบิดขึ้นฝ่ามือใหญ่ไม่รอช้าที่จะกดโทรศัพท์ไปยังเบอร์ของคนที่ควรจะต้องแจ้งให้ทราบ รอจนกระทั่งปลายสายกดรับเสียงทุ้มก็กรอกลงไปทันทีโดยไม่รีรอโชคดีแค่ไหนกันที่ไม่กระเด็นเข้ามาโดนอวัยวะสำคัญอย่างดวงตาหรือใบหน้า


 

 

“ห้อง 335 หลอดไฟเสีย...ช่วยขึ้นมาดูหน่อยนะครับ”



 

.

.




 

อันที่จริงแล้วมาร์คก็พอจะทำใจตั้งแต่มาเช่าห้องว่าห้องพักราคาประมาณนี้บริการต่างๆก็คงอยู่ในเกณฑ์ทั่วไป...ไม่ได้บริการดีเลิศเหมือนห้องพักหรูหรา


 

แต่กับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่นี้ มาร์คว่ามันก็ค่อนข้างจะ...


 

“ลุงเชิดบอกว่าจะขึ้นมาดูให้พรุ่งนี้”

 
 

“เข้ามาตอนนี้ไม่ได้เหรอ เพิ่งจะสองทุ่มเอง ห้องลุงแกก็อยู่ข้างล่างนี่” มาร์คว่าพลางขมวดคิ้ว

 


“ลุงแกนอนแล้ว”

 


“...” จบประโยคที่เพิ่งได้ยินผ่านหูไปมาร์คก็ไม่มีอะไรจะพูดต่อนอกจากใบหน้าที่แสดงออกถึงความเซ็งไม่ปิดบัง

 


“ปิดสวิทซ์ไฟดวงที่มันระเบิดไว้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวเศษพวกนี้ผมกวาดให้” แม้รู้ว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่มีคนผิดในเรื่องนี้แต่มาร์คก็ยังรู้สึกหงุดหงิดแบบบอกไม่ถูก เขาต่อสายไปยังผู้ดูแลตึกหวังให้มีช่างขึ้นมาจัดการ แต่นอกจากจะไม่มีช่างไฟแล้วกลับกลายเป็นว่าตอนนี้ตึกไม่มีผู้ดูแลตัวจริงด้วย มีเพียงหลานชายวัยกระเตาะของเธอที่ขึ้นมาจัดการพร้อมกับกระบอกไฟฉายโง่ๆหนึ่งอัน ในชุดนอนลายนกเพนกวินสีน้ำเงินทั้งตัวเหมือนเด็กหกขวบพร้อมนอนแบบนี้...


 

ทำเอามาร์คเกือบรู้สึกผิดที่ไปรบกวนเวลานอนของเด็กกำลังโต

 
 

“ไม่ต้องๆ เดี๋ยวฉันกวาดเอง” มาร์คโบกมือปัดๆไปให้กับเด็กตาโตแก้มห้อยตรงหน้า ดวงตาดื้อรั้นที่มาร์คเคยมองจากไกลๆ เมื่อได้มามองใกล้ๆเป็นครั้งแรกก็ทำให้มาร์คค่อนข้างมั่นใจในความคิดนั้นเลยทีเดียว เด็กตัวเล็กขมวดคิ้วเข้าหากันนิดหน่อยพลางก้มลงไปพูดมุบมิบอะไรสักอย่างกับตัวเองที่มาร์คไม่สามารถได้ยินได้ แต่จากรูปการแล้วน่าจะเป็นการแอบบ่นเสียมากกว่า


 

“บ่นอะไร” แล้วมาร์คก็อดไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนั้นของเด็กชายตรงหน้าที่ทำเหมือนเขาเป็นเพื่อนเล่น ไม่มีความเกรงกลัวใดๆ และอาจจะบวกด้วยอารมณ์หงุดหงิดที่ทำให้เขาใช้เสียงนิ่งๆกับหน้าเหวี่ยงๆคล้ายกับต้องการจะหาเรื่องเด็กออกไปแบบนั้นทั้งที่ปกติแล้วเขามักจะนิ่งเฉยกับสิ่งที่รบกวนจิตใจ

 


“ผมเปล่า มีแต่ลุงนั่นแหละที่เอาแต่บ่น”


 

“ใครลุ...”


 

“ถ้าไม่มีอะไรผมไปแล้วนะ ง่วงสุดๆ...ฮ้าววว~”

 


“ไอ้เด็กนี่!” มาร์คขมวดคิ้วจนแทบจะชนกันกว่าเดิมเมื่อได้ยินสรรพนามที่อีกฝ่ายใช้เรียกตนและท่าทางไม่ยี่หระต่อคำพูดของเขา แถมยังหาวซะกว้างจนเห็นรีเทนเนอร์ที่ครอบอยู่เต็มปาก ก่อนที่เด็กชายในชุดนอนสีน้ำเงินหันจะหลังให้เขาแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างไม่สนใจ...


 

ให้ตาย เด็กนี่จงใจกวนประสาทเขาชัดๆ


 

.


.

 

          บรรยากาศวุ่นวายในโรงเรียนมัธยมค่อยๆคลายกลายเป็นความสงบเมื่อสองขายาวของอาจารย์อัตราจ้างพิเศษก้าวเดินมาจนถึงสวนสาธารณะขนาดกลางใกล้ที่พักของตัวเอง แม้ว่ายังไม่เคยมีโอกาสมานั่งเล่นแต่เพียงแค่เดินผ่านและมองจากด้านนอกก็ช่วยให้จิตใจที่วุ่นวายมาทั้งวันสงบลงได้อย่างน่าแปลก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เขาเลือกจะพักแถวนี้ ไม่ไปอยู่คอนโดที่ต้องขับรถไปกลับนานกว่าหนึ่งชั่วโมง


 

เขาเบื่อความเร่งรีบ เบื่อการแข่งขัน...แต่ก็นะ ถ้าไม่ฝึกแข่งขันก็ไม่มีวันเติบโต


 

“โอ๊ะ...อาจารย์มาร์ค สวัสดีค่ะ วันนี้กลับเร็วจังนะคะ”

 
 

“ครับ กำลังจะกลับกันเหรอ” มาร์คขานรับเมื่อเห็นว่านักเรียนสาวมัธยมปลายสองคนที่กำลังจะเดินสวนกันไปหยุดทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม น่าแปลกเหมือนกัน ทั้งที่เขาก็ไม่ใช่อาจารย์อัธยาศัยดีอะไร ออกจะนิ่งขรึมเสียด้วยซ้ำเพราะบุคลิกส่วนตัว แต่ก็ยังมีเด็กๆที่อยากจะเข้ามาทำความรู้จักอยู่อย่างนี้


 

“ค่ะ พอดีว่าเจน่าพาพิมไปซื้อกระดาษมาทำงานพรีเซ้นต์อังกฤษของอาจารย์มาร์คนั่นแหละก็เลยเพิ่งกลับน่ะค่ะ” เป็นหญิงสาวผมยาวข้างๆกันที่อธิบายยาวยืดพลางชูถุงอุปกรณ์ให้ดูเป็นการยืนยัน มาร์คเองก็ทำให้เพียงแค่พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มบางๆให้พวกเธอไปตามมารยาทครูที่ดี


 

“จะรอดูงานนะครับ”

 


“ค่ะอาจารย์~” หญิงสาวทั้งสองคนขานรับพร้อมกันพร้อมกับแก้มใสๆที่ขึ้นสีระเรื่ออย่างน่ารัก เพื่อนในหมวดของมาร์คก็ชอบแซวอยู่เหมือนกันเวลามีเด็กนักเรียนสาวๆเข้ามาพูดคุยกับเขาว่าพวกเธอมักจะทำท่าทีเขินอายเหมือนจะมาสารภาพรักอะไรทำนองนั้น...แต่มาร์คว่า แจ็คสัน หวัง นั้นก็พูดเกินไปหน่อย


 

“...”

 


หลังจากแวะซื้อน้ำเต้าหู้เจ้าประจำเรียบร้อยแล้วต่อไปก็คือการเดินเข้าตึกพักเหมือนอย่างทุกวัน บรรยากาศทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีผิด ลุงยามคนเดิมกับวิทยุเครื่องโปรดของแกที่เล่นเพลงเก่าคลาสสิคแทบตลอดทุกครั้งที่เดินผ่าน แม่บ้านคนเดิมที่กำลังกวาดพื้นชั้นล่างและคอยมองตาขวางเวลาใครเดินไปทำให้พื้นเลอะ และอีกอย่าง

 


ไอ้เด็กตัวแห้งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นวมสีดำหลังเคาน์เตอร์...


 

คราวนี้มาร์คตั้งใจมองไปยังเด็กคนนั้นโดยไม่ปิดบัง และก็ดูเหมือนว่าเด็กรั้นคนนั้นจะไวต่อสายตาเป็นพิเศษเมื่อใบหน้าที่ก้มทำการบ้านเกือบชิดโต๊ะนั้นเงยขึ้นทันควันทำให้สายตาเราสอดประสานกันอีกครั้งราวกับภาพเทปถูกเปิดซ้ำ และมาร์คค่อนข้างมั่นใจเหลือเกินว่าใบหน้าของเขาตอนนี้นิ่งสนิท เป็นใบหน้าที่ไม่ได้พร้อมจะผูกมิตรกับใครทั้งสิ้น จ้องหน้าเด็กชายด้วยอารมณ์ที่เป็นศูนย์ แต่ดูเหมือนว่าเด็กคนนั้นจะเข้าใจอะไรผิดไปหน่อย

 
 

“...”


 

“...” เพราะจู่ๆเจ้าทะโมนตัวเล็กนั่นก็ค่อยๆฉีกยิ้มทีละน้อยจนกลายเป็นการยิ้มกว้างให้เขาเสียจนตายิบหยีราวกับว่าเรามีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาเนิ่นนาน...และรอยยิ้มเต็มแก้มที่ส่งมานั้นมันทำเอามาร์คก้าวขาแทบไม่ออก ยืนจ้องอีกฝ่ายค้างไปราวกับได้เห็นของแปลกประหลาดที่สุดในชีวิต



 

.

.




 

รู้สึกเหมือนเมื่อกี้ตาเขาจะพร่าๆแปลกๆยังไงชอบกล...

 

 
 

ก๊อก! ก๊อก!

 


          หลังจากกลับเข้าห้องมาได้เพียงสิบนาที ยังไม่ทันที่จะถอดเสื้อเชิ้ตและกางเกงแสลคสีดำออกจากตัว ทำได้เพียงแค่หาน้ำเย็นๆดื่มดับอาการกระหายจากการเดินเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น มาร์คไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะคิดว่าน่าจะเป็นลุงเชิดที่เข้ามาจัดการเรื่องไฟที่เสียหายให้ตามที่เด็กนั่นบอกเมื่อคืน

 


“เชิญครับ” และก็เป็นไปตามคาดเมื่อเปิดประตูออกไปก็พบกับนายช่างใหญ่ประจำตึกที่ฉีกยิ้มโชว์ฟันหน้าที่หายไปซี่สองซี่ตามวัยที่ร่วงโรยให้เขาพร้อมกับกระเป๋าเครื่องมือใบโต พ่วงมาด้วยลูกมือ...ล่ะมั้ง อีกหนึ่งคน

 


“ขอบคุณที่เชิญนะลุง

 


เด็กบ้า...


 

“...”

 
 

“คุณมาร์คหลบไปนั่งทางนู้นก่อนเถอะครับ เดี๋ยวเศษผงมันจะหล่นใส่เอา...เอ้า! แบมแบม มาจับบันไดให้ลุงหน่อย” ต้นประโยคลุงเชิดหันมาพูดกับเขา ส่วนท้ายเป็นการหันไปบอกเด็กชายในชุดเครื่องแบบนักเรียนมัธยมต้นหลุดลุ่ยที่ปักตราโรงเรียนเอกชนใกล้ๆกับโรงเรียนรัฐที่มาร์คสอนอยู่ไว้บนอก


 

“เดี๋ยวผมช่วยดีกว่าครับ เด็กตัวแค่นั้นจะไปมีแรงอะไร” มาร์คว่าพลางเดินมาอีกฝั่งของบันไดเหล็กแบบพับ ถกแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนที่เส้นเลือดปูดนูนประปราย เอื้อมไปจับบันไดอีกฝั่งไว้พลางจ้องเด็กตรงหน้าที่ทำไม่รู้ไม่ชี้มองเขานิ่งๆแต่ปากเคี้ยวหมากฝรั่งหยับๆไม่ยอมหยุด


 

ไม่รู้ทำไม...แต่มาร์คกลับรู้สึกอยากล้วงเจ้าสิ่งที่อยู่ในปากของอีกฝ่ายโยนทิ้งไปให้ไกลๆเสียอย่างนั้น


 

“...อื้อหือ สายไฟข้างในมันช็อตครับคุณมาร์ค แต่ลุงแก้ให้แล้วนะหายห่วง...ไอ้เจ้าแบมส่งหลอดไฟมาให้ลุงทีซิ” ไอ้เจ้าแบมที่ลุงเชิดพูดถึงเมื่อครู่นี้ยอมละมือออกจากบันไดเพื่อก้มลงไปค้นหลอดไฟจากกระเป๋าเครื่องมือ ยิ่งก้มโค้งตัวจนเสื้อเลิกขึ้นแบบนี้ก็ยิ่งเห็นว่าอีกฝ่ายตัวนิดเดียว แถมเอวยังคอดรับกับสะโพกกลมกลึงเหนือต้นขาเล็กๆนั่นอย่างเหมาะเจาะ แค่ลมหอบใหญ่ๆพัดมาก็คงจะปลิวได้แล้ว

 
 

อา...นี่เขาเปล่าลามกนะ


 

“นี่ใช่ปะลุงเชิด” หลอดไฟแบบเดียวกันกับที่ระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆไปเมื่อคืนถูกส่งไปให้ลุงเชิดเปลี่ยนอย่างใจเย็น ทั้งห้องเงียบสนิทมีเพียงเสียงจากการซ่อมหลอดไฟเท่านั้นที่ได้ยิน...

 


“ชื่อแบมแบมเหรอเรา”

 


“อืม” เด็กตรงหน้าที่กลับมาช่วยจับบันไดอีกครั้งพยักหน้าตอบเขาเหมือนขอไปที เป็นท่าทางที่ไม่รู้ว่าเป็นแบบนี้มาแต่ต้นหรือเพราะจงใจกวนประสาทเขากันแน่

 


“กี่ขวบแล้วล่ะ” กระนั้นมาร์คก็เลือกยิงคำถามต่อ ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาทแต่ดูเหมือนเด็กคนนี้จะเริ่มหงุดหงิดเพราะเขาถามซักไซ้ไล่เรียงขึ้นมาเสียอย่างนั้น อะไรล่ะ...ก่อนหน้านี้ยังส่งยิ้มให้อยู่เลยไม่ใช่หรือไง

 


“สิบห้า”

 


“โอ๊ะ...หนุ่มน้อย” มาร์คแกล้งว่าพลางเบะปากน้อยๆ ขณะใช้สายตาไล่มองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าเป็นการเอาคืนเล็กๆ

 


“ชกคนแก่ปากแตกได้แล้วกัน โอ้ย!


 

“ไอ้แบม! เอาใหญ่แล้วนะ...อย่าไปคุยกับมันเลยครับคุณมาร์ค เล่นกับหมาหมาเลียปาก” มาร์คแอบเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าคนอายุมากที่ยืนอยู่บนบันไดสูงเหนือศีรษะของเขาทั้งคู่ปาอะไรบางอย่างคล้ายจุกยางพลาสติกลงมาโดนหัวกลมๆของเด็กปากเก่งนั้นดังป๊อกจนเจ้าตัวต้องยกมือขึ้นกุมหัว ใบหน้าที่ค่อนไปทางหวานเนื่องจากดวงตากลมโตนั่นขมวดคิ้วเข้าหากันส่งสายตาไม่พอใจมายังเขาเต็มๆเหมือนกับจะโทษว่าเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้ตนต้องเจ็บตัว

 


เด็กชะมัด...


 

เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีภารกิจเปลี่ยนหลอดไฟก็เสร็จสิ้นลง มาร์คช่วยคุณลุงพับบันไดที่น้ำหนักค่อนข้างมากเก็บให้เรียบร้อย แต่กับกล่องเครื่องมือนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นหน้าที่ของคนที่ติดสอยห้อยตามมาซึ่งดูคุ้นเคยกับสิ่งต่างๆในนั้นมากกว่า

 
 

“ขอบคุณนะครับลุงเชิด”

 


“ไม่เป็นไรคุณมาร์ค ว่าแต่ทำไมไม่บอกผมตั้งแต่เมื่อคืนล่ะว่าไฟเสียผมจะได้รีบมาซ่อมให้เลย เชอรี่ไม่อยู่มาตามผมที่ห้องก็ได้ ปล่อยเอาไว้นานอันตรายอยู่เหมือนกันนะครับเนี่ย” หากแต่เมื่อสิ้นประโยคของคนอาวุโสกว่ามาร์คก็ได้แต่ฝืนยิ้มออกมาแกนๆพลางค่อยๆปรายสายตาไปยังเด็กชายที่กำลังนั่งยองๆเก็บอุปกรณ์เข้ากระเป๋าเครื่องมืออย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทำหูทวนลมแถมไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองกันแบบนั้น


 

“หึ...”


 

 

ตัวแค่นี้แสบนักนะ แบมแบม...








talk.

ลงตอนแรกแล้ว เป็นยังไงบ้างบอกกันหน่อยนะ
ส่วนตัวชอบอ่านอะไรทำนองนี้เลยอยากลองแต่งเองในแบบที่เราอยากให้เป็นบ้าง 
มาตอนแรกก็ยังอาจเดาอะไรได้ไม่มากเนอะ ติดตามกันต่อไปน้า
ทางทวิตเตอร์ติดแท็ก #kiddomb ได้นะคะ

twitter : @since9397


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

851 ความคิดเห็น

  1. #842 uromtbb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 09:31
    อ้วนแสบมาก
    #842
    0
  2. #835 Spices_smile (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 15:24
    -เเสบ55555555
    #835
    0
  3. #832 tripleM (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 00:32
    แบมแสบมาก5555
    #832
    0
  4. #819 Fanwaan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 22:09
    ร้ายกาจจังลูกก อย่าแกล้งลุงเค้าเลยยย
    #819
    0
  5. #817 nsjcbw. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 20:54
    เจ้าแบมร้ายยิ่งนัก55555555
    #817
    0
  6. #815 THE-ARK-MTBB (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 16:10
    น่ารักอ่ะแสบมาก
    #815
    0
  7. #802 2017MB (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 15:03
    ตำมัยเเสบจัง เเบมเเบมมม 555
    #802
    0
  8. #798 Becaamlum (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 16:58
    นึกภาพเเบมๆเเสบออกเลยจ้า5555
    #798
    0
  9. #780 JJaneBBJK_97 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 12:31
    เจ้าแบมแสบนักกก
    #780
    0
  10. #768 Orathaiks (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 17:30
    โถ่ววววววลุง
    #768
    0
  11. #762 MaouST (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 09:23
    น่ารัก555555
    #762
    0
  12. #742 kemmygalaxy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 04:01
    ทำไมแบมไปเรียกพี่เขาว่าลุงล่ะลูกกกก โคตรซน 555555
    #742
    0
  13. #690 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 20:45
    ลุง กับเด็กดื้อคับบ~ ง่าาาาาาาา.. ชอบบบ
    #690
    0
  14. #672 n_npsk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 21:21
    มีฉากจับเด็กดื้อตีก้นมั้ยคะ 5555
    #672
    0
  15. #606 Ch. Newyear (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 20:24
    ฉันชอบโชตะ น้องแบมสิบห้าเองอ่ะ
    #606
    0
  16. #595 PaulaPum (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 15:32
    หนูเหม็นขี้หน้าพี่มาร์คหรอแบม555
    #595
    0
  17. #573 bbboobb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 08:23
    น่ารักอะ
    #573
    0
  18. #548 kikakae (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 01:25
    น่ายักกกกกกกกก
    #548
    0
  19. #525 Piyawadee__Ja (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 08:17
    แซบนักนะแบ่มแบ๊มมมม งุยยย ชอบแนวโชตะ
    #525
    0
  20. #515 phaka (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 07:19
    ดื้ออะ อยากหยิก
    #515
    0
  21. #506 Kookik Tuan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 01:27
    สนุกเด้อออออ
    #506
    0
  22. #503 Moko87 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 01:11
    เด็กมันแสบบบบบ
    #503
    0
  23. #460 Iluvmarkbam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 21:32
    แบมแบมเด็กแสบทำไมแกล้งมาร์คแบบนั้น

    ไหนจะเรียกว่าลุง ไหนจะเรื่องหลอดไฟที่ไม่ยอมตามช่างมาซ่อม

    แบมแบมมีปัญหาอะไรกับมาร์คหรือเปล่า อายุห่างกันเท่าไหร่10ปีได้มั๊ย

    แต่แบมแบมเรียกซะลุงเลยนะ แสบจริงๆ
    #460
    0
  24. #404 - Chompaey (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 12:47
    หึ้ยยย จัดการโลดดดลุงมาร์คค
    #404
    0
  25. #392 sKad (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 21:26
    เห็นเค้าความแสบ น่าหนุกๆ
    #392
    0