[ลงแบบ E-BOOK ที่ MEB] FIC SUGAR DADDY : { MARKBAM }

ตอนที่ 4 : SUGAR DADDY : CHAPTER 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,810
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 254 ครั้ง
    1 มิ.ย. 59

© themy  butter
+


SUGAR DADDY

- CHAPTER 4 -

 
 

“แบม...ยูค มานั่งนี่ๆ”

 
 

“อ้าว หวัดดียองแจ...”

 
 

          บรรยากาศช่วงเย็นหลังจากหมดคาบเรียนในวันนี้ดูต่างไปจากทุกวันที่ผ่านมาเพราะแทนที่ทุกคนในชั้นมัธยมปลายปีแรกจะได้กลับบ้านอย่างที่เคยเป็นกลับต้องมารวมตัวกันที่ห้องประชุมอเนกประสงค์ใต้ตึกเรียนเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมกีฬาสีประจำปี นักเรียนชั้นมัธยมปลายที่อยู่คณะสีเดียวกันจะต้องมาประชุมกันเพื่อหาคนดูแลรับผิดชอบในส่วนต่างๆอย่างที่เคยเป็นมา แน่นอนว่ารุ่นน้องอย่างพวกเขาก็ไม่มีใครเต็มใจอยากจะอยู่รับฟังนัก แต่ถ้าหนีกลับก่อนก็จะดูเป็นการเสียมารยาทและไม่ให้เกียรติกันจนเกินไป

 
 

“ไม่รู้จะประชุมอะไรกันนักหนา อยากกลับบ้านจะตายอยู่แล้ว” ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กอย่างแบมแบมจะทันทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นที่ว่างข้างๆกันกับเพื่อนต่างห้องที่ยูคยอมเคยแนะนำให้รู้จักเมื่อช่วงแรกๆที่เข้าเรียนอีกฝ่ายก็บ่นออกมาเสียงดัง ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าจะมีรุ่นพี่เดินผ่านไปผ่านมาแล้วได้ยินเข้าหรือเปล่า

 
 

“ใจเย็นๆนะ ตั้งสติให้ดี ไม่มีใครเขาอยากมาหรอก” เป็นยูคยอมที่ส่งนิ้วแข็งๆมาเคาะลงไปบนกลุ่มผมสีน้ำตาลแดงนั่นจนได้ยินเสียงร้องโอดโอย แบมแบมอดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมาให้กับท่าทางเหมือนเด็กเล็กๆของทั้งสองคนนั้น แต่ก็นั่นแหละ...สองคนนี้เคยเรียนห้องเดียวกันมาตั้งแต่มัธยมต้นเพิ่งจะมาแยกกันตอนมัธยมปลายเพราะเลือกเรียนสายต่างกันจะมีท่าทีสนิทสนมกันขนาดนี้ก็ไม่แปลกอะไร

 
 

“เจ็บนะเว้ยไอ้บ้า! อยู่กับแบมมันแกล้งแบมบ้างป้ะเนี่ย ฟาดบ้องมันได้เลยนะไม่ต้องไปเกรงใจเราอนุญาต” ประโยคหลังยองแจหันมาถามคนข้างๆที่นั่งเงียบ แบมแบมส่ายหน้าพร้อมกับรอยยิ้มบางๆทำเอายองแจยู่ปาก กับคนอื่นน่ะทำเป็นคนดีนะไอ้เพื่อนบ้านี่!

 
 

“ฮัลโหล...สวัสดีครับน้องๆ! เฮ้ สนใจพี่กันหน่อยเร็วจะได้รีบสรุปแล้วรีบกลับบ้านกันนะ”

 
 

หากแต่ยังไม่ทันที่จะได้ถกเถียงอะไรกันไปมากกว่านั้นน้ำเสียงนุ่มทุ้มของรุ่นพี่มัธยมปลายปีสองที่ถือว่าอาวุโสที่สุดในห้องประชุมก็ดังขึ้นผ่านไมโครโฟนหน้าห้องดึงความสนใจจากรุ่นน้องที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่ที่พื้น ที่บอกว่าอาวุโสที่สุดในห้องก็เพราะว่ากิจกรรมกีฬาสีของที่นี่ผู้ที่ต้องแบ่งกันทำหน้าที่มีแค่มัธยมปลายปีหนึ่งและสองเท่านั้น เนื่องจากทางโรงเรียนเห็นว่ามัธยมปลายปีสุดท้ายควรเทความสนใจทั้งหมดไปที่การเรียนและสอบเพื่อเรียนต่อแทนนั่นเอง

 
 

“เอาล่ะ พี่ชื่อปาร์ค จินยองนะครับ เป็นประธานของคณะสีเรา...วันนี้พี่ก็จะมาแบ่งพวกน้องออกเป็นสี่กลุ่มใหญ่ๆด้วยกัน ใครที่สนใจจะทำหน้าที่ไหนให้ลุกขึ้นแล้วเดินไปหารุ่นพี่ตรงมุมห้องเพื่อลงชื่อเลยนะ...”

 
 

“โหย...รุ่นพี่ปาร์คนี่เท่ระเบิด กินขาดตลอดเลยว่ะไม่ว่าจะมอต้นมอปลาย” แบมแบมที่กำลังตั้งใจฟังการแบ่งส่วนทำงานตามที่รุ่นพี่บอกถูกดึงความสนใจกลับมาด้วยน้ำเสียงเพ้อฝันของชเวยองแจ ใบหน้ายิ้มๆกับแววตาเป็นประกายเวลามองตรงไปยังคนที่ถือไมค์พูดอยู่นั้นทำให้แบมแบมต้องส่ายหน้าน้อยๆ กลัวเขาไม่รู้หรือไงว่าชอบน่ะ...

 
 

“น้อยๆหน่อยเหอะ ปีนี้จะซื้ออะไรตามเขาอีกล่ะ...เพ้อเจ้อ” และแน่นอนว่าเพื่อนผู้ดับฝันอย่างยูคยอมก็ทำหน้าที่ได้ไม่มีบกพร่องเสียจนได้ยินเสียงยองแจฮึดฮัดด้วยความไม่พอใจ...สองคนนี้อยู่ด้วยกันทีไรก็หาเรื่องกันเป็นเด็กๆแบบนี้แทบทุกที

 
 

“จะซื้ออะไรก็เรื่องของฉัน นายไม่เกี่ยวยูคยอม Shut up!

 
 

“ฮ่าๆ”

 
 

“ว่ายังไงครับน้องสามคนตรงมุมนั้น ตกลงกันเสียงดังเชียว...จะอยู่ส่วนไหนกันเอ่ย” ยองแจหุบปากอย่างกะทันหันเมื่อเห็นว่ารุ่นพี่ปาร์คจินยองกำลังชี้มือมาทางพวกเขาสามคน ยูคยอมแสดงสีหน้าเฉยๆไม่ได้สะทกสะท้านอะไรอาจเป็นเพราะว่าชินกับการตกเป็นเป้าสายตาแล้วจากการเป็นนักกีฬาที่ต้องไปแข่งตามสนามใหญ่ๆ ต่างกันกับแบมแบม คนตัวเล็กแทบจะทำหน้าไม่ถูกเมื่อคนทั้งห้องหันมามองยังเขาเป็นตาเดียว

 
 

“เอ่อ...” และยองแจที่ดูเหมือนว่าจะเป็นกระบอกเสียงของกลุ่มก็ดันเกิดอาการช็อกค้างไปเสียอย่างนั้น ส่งเสียงเอ่อๆอ่าๆออกไปจนไม่สามารถจับใจความได้ส่วนฝ่ามือก็สะกิดยิกๆอยู่ที่แขนของยูคยอม

 
 

“ว่าไง...อยากอยู่ฝ่ายงานอาร์ต กีฬา แสตนพาเหรด หรือว่าลีดเดอร์ครับ?” ใบหน้าใจดีที่คอยส่งยิ้มอยู่เนืองๆทำให้แบมแบมเริ่มเข้าใจว่าทำไมยองแจถึงได้หลงใหลรุ่นพี่คนนี้นักหนา ริมฝีปากอวบอิ่มขยับคล้ายกำลังจะพูดอะไรออกไปเมื่อเห็นว่าเพื่อนๆเอาแต่เงียบ แต่ทว่ากลับถูกเสียงดังกว่าของยูคยอมกลบไว้เสียก่อน

 
 

“ยังตกลงกันไม่ได้ครับ”

 
 

“ฮ่าๆ โอเค...แต่น้องคนริมสุดน่ะพี่อยากให้เราลองเป็นหลีดดูนะ” สิ้นสุดคำพูดของรุ่นพี่หนุ่มเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นจากรอบๆทิศ แบมแบมสบตากับปาร์คจินยองก่อนจะเป็นฝ่ายยกยิ้มบางๆให้อย่างนอบน้อม แม้ว่าอีกฝ่ายจะเสนอมาแบบนี้แต่เขาก็ไม่มีความคิดที่จะคล้อยตามหรอก แบมแบมรู้ดีว่าตัวเองเป็นพวกเหนื่อยง่าย...ไม่ค่อยถูกกับอะไรที่ต้องใช้กำลังกายเยอะๆหรอก

 
 

“พี่เขาแอ๊วแบมว่ะ...ฉันหวง”

 
 

“อะไรยองแจ นี่นายหัดหวงไอ้รุ่นพี่ปาร์คเหรอ ร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยพูด” ยูคยอมเลิกคิ้วถามอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ เบื่อจริงๆเวลายองแจมันพร่ำเพ้อว่าพี่จินยองหล่ออย่างนั้นดีอย่างนี้ ขี้เก๊กล่ะสิไม่ว่า...เขาว่าเขายังหล่อกว่าอีก จริงๆนะ

 
 

“เปล่า! หวงแบมแบมต่างหาก เห็นสายตาวิบวับเมื่อกี้ของพี่จินยองแล้วอยากลุกไปเอานิ้วจิ้มซะให้บอด!  โอ้ย สับสนไปหมดแล้วเนี่ย”

 
 

“เอ้า!

 
 

ก็เป็นงั้นไป...

 
 

.

.


 

แบมแบมที่ยังอยู่ในชุดนักเรียนไม่ต่างกันกับเพื่อนๆคนอื่นก้าวขาออกมาจากห้องประชุมเมื่อการแบ่งงานถูกจัดแจงจนเรียบร้อยแล้ว หากแต่เมื่อดวงตากลมมองบรรยากาศรอบๆตัวหัวใจก็แทบหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เพราะจากที่คิดว่าน่าจะประชุมเพียงไม่นานกับกินเวลากว่าสามชั่วโมงจึงทำให้ตอนนี้ท้องฟ้าที่เคยสดใสมืดสนิท

 
 

และแบมแบมก็ลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองยังไม่ได้โทรบอกอามาร์คว่าจะกลับช้ากว่าปกติ...มานึกออกเอาตอนนี้ก็สายเกินไปเสียแล้ว ไหนจะคุณลุงคนขับรถที่คงมารอรับจนกลับไปคฤหาสน์แล้วแน่ๆ แย่แล้วแบมแบม...

 
 

“...” แม้ว่าจะเพิ่งนึกขึ้นได้และว่ามันคงสายเกินไปที่จะโทรบอกให้อามาร์ครู้ว่าตัวเองจะกลับช้าแต่กระนั้นมือบางก็จัดแจงล้วงเอาโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมา นิ้วเรียวพยายามจะปลดล็อคหากแต่หน้าจอยังคงมืดสนิทเล่นเอาแบมแบมถอนหายใจแรงอย่างหัวเสีย...ให้ตายสิ แบตมือถือจะมาหมดตอนนี้ไม่ได้นะ จะขอยืมเพื่อนคนอื่นโทรก็ต้องตัดทิ้งเพราะแบมแบมไม่สามารถจำเบอร์โทรใครได้สักคน

 
 

“แบมกลับบ้านยังไงอะ” ไหล่เล็กกระตุกเมื่อถูกสัมผัสจากเพื่อนตัวสูง แบมแบมหันขวับอย่างรวดเร็วและคิดว่าสีหน้าของตัวเองตอนนี้เป็นตัวบ่งบอกทุกอย่างว่าเขากำลังลนลานแค่ไหน...เขากลัวว่าอามาร์คจะโกรธ เขาไม่อยากให้อามาร์คมองว่าเขาเป็นคนเหลวไหลไม่ได้เรื่อง ความคิดมากมายกำลังตีกันมั่วไปหมด

 
 

“ยังไม่รู้เลย วันนี้ต้องกลับคอนโดด้วยดิ...มือถือก็แบตหมดเราจำเบอร์ใครไม่ได้อีก ลืมบอกป๊าด้วยว่าวันนี้กลับช้า”

 
 

“หื้อ??”

 

“เอ่อ...อามาร์คน่ะ เราหมายถึงอามาร์ค” เมื่อรู้ว่าเพื่อนทำสีหน้าสงสัยเพราะคำพูดของตัวเองคนตัวเล็กก็รีบอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจแม้ว่ายูคยอมจะยังแสดงสีหน้าไม่เข้าใจอยู่บ้างก็เถอะ

 
 

“แล้ว จำสายรถเมล์หรือสถานีรถไฟที่ผ่านแถวคอนโดได้บ้างไหม”  

 
 

“ไม่ได้...” คนตัวเล็กตอบเสียงอ่อน เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเด็กเล็กๆที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เข้าไปทุกที

 
 

“จะขึ้นแท็กซี่ไปส่งฉันก็ดันมีนัดกินข้าวกับคุณป้าที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกอีก...เฮ้อเอาไงดีวะ” คนตัวสูงละความสนใจจากประโยคเมื่อครู่เมื่อคิดว่าเพื่อนคงจะพูดผิดเพราะความคิดที่กำลังยุ่งเหยิง ตัวยูคยอมเองน่ะไม่มีปัญหาเรื่องกลับดึกกลับมืดอะไรเพราะที่บ้านค่อนข้างให้อิสระ แต่วันนี้ดูเหมือนว่าเขาจะเบี้ยวไม่ได้จริงๆเพราะคุณป้ามอลลี่น่ะดุเสียยิ่งกว่าอะไร

 
 

“ไม่เป็นไรหรอกยูค เดี๋ยวฉันโบกแท็กซี่กลับก็ได้” แม้ว่าจะไม่เคยนั่งแท็กซี่คนเดียวมาก่อนในชีวิตก็เถอะ

 
 

“จะดีเหรอวะ” หากแต่เพื่อนตัวสูงยังคงลังเล ถ้าหากแบมแบมบอกเขาเร็วกว่านี้อาจจะให้ติดรถยองแจไปลงแถวๆซอยบ้านแบมแบมได้ แถมตอนนี้เหล่านักเรียนก็เริ่มบางตาลงทุกที...

 
 

“...”

 
 

“อ้าว! ยูคยอมนายยังไม่รีบกลับอีกเหรอที่บ้านจัดโต๊ะเสร็จแล้วนะ” ในขณะที่ความเงียบเริ่มโรยตัวลงมาจู่ๆก็มีเสียงหนึ่งที่ฟังดูคุ้นอยู่ไม่น้อยดังขึ้นจากทางด้านหลังเรียกให้คนร่างกายสูงใหญ่อย่างยูคยอมต้องหันไปมอง ไม่ต่างกันกับแบมแบมที่เหลียวมองไปตามเพื่อน

 
 

สองคนนี้รู้จักกันเหรอ?

 
 

“กำลังกลับครับ รอส่งเพื่อน” แบมแบมขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าคือรุ่นพี่ปาร์คจินยองที่มีตำแหน่งเป็นประธานของคณะสี ก็ว่าอยู่น้ำเสียงที่เรียกชื่อยูคยอมนั้นฟังดูคุ้นๆ...ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างไม่ปิดบังก่อนจะเบนหลบไปทางอื่นเมื่ออีกฝ่ายจ้องกลับมาแบบไม่ทันตั้งตัว

 
 

“อ้อ...จำได้ๆน้องคนนี้ อยากได้เป็นหลีด ฮ่าๆ” เมื่ออีกฝ่ายพูดด้วยแบมแบมก็จำต้องส่งยิ้มให้อีกฝ่ายตามมารยาท

 
 

“ผมลงชื่อเป็นฝ่ายอาร์ตกับเพื่อนๆไปแล้วล่ะครับ”

 
 

“โห...ดับฝันพี่ตรงๆเลยนะเนี่ย” เมื่อเสียงเล็กตอบกลับไปอย่างนอบน้อมก็ถูกแซวกลับมาด้วยน้ำเสียงและแววตาที่แบมแบมคิดว่ามันแพรวพราวเสียจนน่ากลัว พี่จินยองคนนี้คงจะเจ้าชู้และมีเล่ห์เหลี่ยมไว้หลอกล่อสาวๆอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ

 
 

“น้อยๆหน่อยเหอะพี่นี่เพื่อนผมนะ ว่าแต่...เออ! นึกออกแล้วแบม...พี่จินยองพี่มาก็ดีละ” ประโยคหลังเป็นยูคยอมที่หันมาพูดกับแบมแบมด้วยแววตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง ท่อนแขนใหญ่วางพาดลงบนไหล่เล็กก่อนจะดึงอีกฝ่ายเข้าหาตัวเองในจังหวะที่เด็กตัวสูงหันหน้ากลับไปพูดกับรุ่นพี่ตรงหน้าตามเดิม

 
 

“อะไรของนายยูคยอม” จินยองขยับตัวกอดอกมองรุ่นน้องทั้งสองด้วยใบหน้าที่ยังคงเปื้อนยิ้ม

 
 

“เนี่ย เพื่อนผมมันไม่มีคนมารับอะกลับเองก็ไม่ถูกมันเพิ่งย้ายมา พี่เอารถมาเรียนใช่ป่ะล่ะ...ไปส่งแบมแบมที่คอนโดหน่อย พอส่งเสร็จผมจะได้กลับบ้านพร้อมพี่เลย...เรากลับพร้อมกันก็จะไม่โดนดุด้วยไง ได้ป่ะ?” ยูคยอมจัดการพูดจารวบรัดตัดตอนเสียงจนแบมแบมร้องครางเสียงหลง นึกเกรงใจรุ่นพี่ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนต้องมาเดือดร้อนพาไปส่งที่คอนโดเสียอย่างนั้น

 
 

“อ๋อ เอาดิ” และยิ่งอีกฝ่ายรับคำอย่างง่ายดายแบบแทบไม่ต้องใช้ความคิดไตร่ตรองใดๆแบมแบมก็ยิ่งรู้สึกเกรงใจมากกว่าเดิม

 
 

“ไม่ต้องเกรงใจเว่ยแบม พี่จินยองเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องฉันเองขอโทษที่ไม่ได้บอกแต่แรก” เมื่ออีกฝ่ายตกลงกันเสร็จสรรพเพื่อนร่างสูงก็ออกแรงดันหลังให้แบมแบมเดินตามเจ้าของรถที่ตอนนี้เป็นฝ่ายเดินนำหน้าพวกเขาทั้งสอง แม้ว่าจะเกรงใจแต่แบมแบมก็รู้สึกรอดตายจริงๆที่อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องกลับแท็กซี่คนเดียว...

 


ก็เหลือเพียงแค่เรื่องเดียวแล้วล่ะนะที่แบมแบมต้องหนักใจ...

 
 

.

.

 

“...”

 
 

“...”

 
 

นานกว่าสิบนาทีแล้วที่ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากริมฝีปากบางบนใบหน้าคมของชายวัยสามสิบห้าปีอย่างมาร์ค ต้วน...แก้วไวน์ถูกรินเติมด้วยฝีมือของเจ้าตัวก่อนจะยกมันขึ้นดื่มเพียงรวดเดียว ดวงตาคมคู่นั้นดูนิ่งเฉยหากแต่ลองมองให้ลึกจะเห็นว่าไฟโทสะที่กำลังประทุอยู่ข้างในนั้นไม่ได้ต่างไปจากลาวาร้อนที่นับเวลาถอยหลังเพื่อไหลทะลักออกมาจากปล่องของมัน

 
 

“ป๊า...”

 
 

กึก!

 
 

คนตัวเล็กอย่างแบมแบมในชุดนักเรียนเต็มยศที่นั่งตัวลีบเล็กอยู่บนโซฟาสีครีมฝั่งตรงข้ามกันกับคุณอาในชุดเสื้อเชิ๊ตสีขาวเข้ากันกับกางเกงสีเรียบรีบกลืนคำพูดของตัวเองลงคอเมื่อจะทำใจกล้าเรียกชื่ออีกฝ่ายเพื่ออธิบายเรื่องราวต่างๆให้เข้าใจแต่กลับโดนขัดด้วยเสียงแก้วที่ถูกวางกระแทกลงกับโต๊ะกาแฟเนื้อไม้ขัดมันตรงหน้านี้เสียก่อน

 
 

“ว่ามา...บอกเหตุผลที่ทำให้ฉันไม่สมควรโมโหนายมากันต์พิมุกต์”

 
 

“...” อามาร์คพูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก แบมแบมเดาอะไรไม่ออกทั้งนั้นเพราะตอนนี้ความคิดต่างๆกำลังบวกเข้ากับความกลัวและความกังวล...นี่เป็นครั้งแรกเลยด้วยซ้ำที่อีกฝ่ายเรียกเขาด้วยชื่อจริงแบบนี้ ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอออก มันสั่นน้อยๆให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่าคนตัวเล็กนั้นกำลังวิตกมากเพียงใด

 
 

“แบม...ขอโทษครับ แบมลืมโทรบอกป๊าก่อนว่าวันนี้จะเลิกช้ากว่าปกติ แล้วแบมก็ลืมโทรแจ้งคุณลุงว่าให้มารับช่วงหัวค่ำ พอรู้ตัวอีกทีมือถือแบมก็แบตหมดไปแล้ว...ยูคก็เลย...”

 
 

“ยูคคือใคร” แบมแบมอ้าปากค้างเมื่อถูกน้ำเสียงเรียบๆติดไปทางดุนั่นถามอย่างชัดถ้อยชัดคำ คนตัวเล็กจึงต้องทำใจกล้ามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นแล้วตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่าเจ้าของชื่อที่ว่าก็คือ เพื่อนที่โรงเรียนเท่านั้น

 
 

“คือ ยูคเขาขอให้พี่ชายเขาขับรถมาส่งแบมที่นี่ครับ...ย ยูคก็มาด้วย แบมไม่ได้มาคนเดียว” ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแบมแบมจะต้องพูดกันเอาไว้ว่าเขาไม่ได้โดยสารมาเพียงลำพังกับคนที่ไม่รู้จัก หากแต่เขาก็สังเกตเห็นว่าใบหน้าคมคายของคุณอานั้นดูผ่อนคลายลงไปกว่าเดิมแม้จะเพียงนิดเดียวก็ตาม

 
 

 
 

ทุกอย่างเงียบไปหลังจากนั้น มาร์คไม่ได้ถามอะไรออกไปอีกเช่นเดียวกันกับแบมแบมที่ค่อยๆก้มหน้าลงจ้องมองฝ่ามือตัวเองแทนที่จะเป็นใบหน้าของเขาเหมือนอย่างตอนแรก ภาพตรงหน้าเป็นอะไรที่ชวนให้ใจอ่อนอยู่ไม่น้อยกับใบหน้าหวานที่ดูหม่นหมองลงเพราะกลัวว่าเขาจะไม่เชื่อใจ

 


อันที่จริงแล้วเขาก็แค่เป็นห่วง...

 
 

“ทีหลังอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ถ้าเกิดอะไรอันตรายขึ้นจะทำยังไง...อย่าบอกว่าตัวเองดูแลตัวเองได้ถ้าความรับผิดชอบเล็กๆน้อยๆเท่านี้นายยังไม่รู้จักมีมัน” สิ้นคำพูดของมาร์คน้ำตาหยดแรกของเด็กน้อยที่นั่งก้มหน้ากุมมือตัวเองอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้ามเขาก็หยดลงกระทบหน้าตักที่เริ่มสั่นไหวนั่นราวกับสั่งได้ สายตาคมเบนออกไปทางอื่นพลางพรูลมหายใจออกมาให้กับสถานการณ์กดดันที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้โปรดปรานมันสักนิด

 
 

“แบม...ขอโทษจริงๆครับ” เสียงเล็กสั่นเครือพึมพำขอโทษเขาอีกครั้งก่อนที่ฝ่ามือเล็กจะยกขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มนิ่มนั่นอย่างลวกๆ

 
 

“เช็ดน้ำตาซะ ถ้าอยากให้ฉันหายโมโหก็ตามเข้ามาในห้อง”

 

 

.

.


 

          แม้ว่าจะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อนักแต่ถ้าหากว่าเขายอมทำตามแล้วอามาร์คเลิกโกรธเขาเรื่องนี้แบมแบมก็ยินดีจะทำ แบมแบมก็แค่ไม่อยากให้อีกฝ่ายมองว่าเขาเป็นเด็กไม่ดีก็เท่านั้น ยังไงซะอามาร์คก็เป็นผู้ปกครองเพียงคนเดียวของแบมแบมในตอนนี้....ฝ่าเท้าเล็กภายใต้ถุงเท้านักเรียนพื้นสีเทาพาร่างน้อยๆเดินเข้ามายังด้านหลังบานประตูสีเข้มที่อุณหภูมิด้านในเย็นยะเยือกกว่าด้านนอกหลายเท่าตัว ดวงตากลมใสลอบมองบรรยากาศการตกแต่งรอบๆตัวอย่างลอบสังเกตเพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เหยียบย่างเข้ามาในส่วนที่เป็นห้องนอนของอามาร์ค

 
 

“...” จนกระทั่งแผ่นหลังกว้างของคนที่เดินนำเข้ามาหยุดลงพาให้คนตัวเล็กต้องชะงักปลายเท้าตามไปด้วย ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างคนประหม่าเพราะเขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าอามาร์คต้องการจะให้เขาทำอะไรกันแน่

 
 

“ป๊า...จ จะให้แบมทำอะไรเหรอครับ” ยิ่งเห็นอีกฝ่ายทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงพร้อมกับปลดสายเสื้อคลุมสีน้ำเงินลายทางออกเผยให้เห็นแผ่นอกขาวซีดประดับด้วยลอนกล้ามเนื้อน้อยๆเด็กหนุ่มก็รู้สึกไม่รู้จะเอาสายตาตัวเองไปวางไว้ที่ไหนจนต้องมองหลุกหลิกไปรอบๆห้องอย่างคนไม่สามารถเก็บอาการ

 
 

“ขึ้นมาสิ...มานวดให้ฉันหน่อย”

 
 

น้ำเสียงทุ้มเข้มที่ดังขึ้นพร้อมกับร่างกายสูงสง่าที่ล้มตัวลงนอนคว่ำหน้ากับหมอนใบใหญ่ในท่าทางเตรียมพร้อมนั้นทำให้คนตัวเล็กไม่อาจปฏิเสธอะไรออกไปได้ แบมแบมเม้มปากเข้าหากันเป็นรอบที่นับไม่ได้แล้วตั้งแต่กลับมายังคอนโด เขาไม่ได้อยากเกี่ยงหรือเลี่ยงงาน แต่เป็นเพราะว่าเขาไม่เคยมีประสบการณ์ในการนวดแบบจริงจังมาก่อน ถ้าหากว่าเขาทำไม่ถูกใจแล้วจะไม่ถูกโกรธมากกว่าเดิมหรือยังไงกัน

 
 

“แบมขออนุญาตนะครับ...” เพียงแค่ทิ้งตัวลงนั่งบนฟูกเดียวกันกับชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยอำนาจและความน่าเกรงขามอย่างมาร์คก็พาให้หัวใจดวงน้อยเต้นถี่อย่างไม่มีสาเหตุ ใบหน้างดงามดุจเทพสร้างตะแคงปิดเปลือกตาสนิทมาทางเขา ดวงตากลมลอบสังเกตในขณะที่วางฝ่ามือสั่นๆของตัวเองลงบนผิวเนื้อของอีกฝ่าย เห็นว่าใบหน้าของอามาร์คไม่ได้มีร่องรอยอะไรแม้แต่น้อย อามาร์คมีผิวหน้าที่อ่อนกว่าวัยเสียจนแบมแบมอดอิจฉาไม่ได้เลยทีเดียว...

 
 

“ขึ้นมา”

 
 

“หือ?...อะไรนะครับ?” เผลอเหม่อลอยไปกับความคิดตัวเองได้ไม่เท่าไหร่อามาร์คก็เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าใดๆ ร้อนถึงคนที่แอบนั่งมองต้องเบนสายตาหลบอย่างลุกลี้ลุกลน

 
 

“นวดแบบนั้นมันจะไปหายเมื่อยอะไร ขึ้นมานั่งทับบนหลังฉัน...แล้วบีบเฉพาะตรงไหล่นี่ เข้าใจหรือเปล่า” แม้จะไม่ค่อยเข้าใจแต่คนตัวเล็กก็ต้องพยักหน้ารับก่อนจะค่อยๆพาตัวเองชันเข่าจนร่างกายอยู่เหนือคนอายุมากกว่า จากนั้นก็ตวัดขาเรียวข้างหนึ่งข้ามช่วงเอวสอบเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายเพราะเสื้อคลุมถูกเปิดล่นลงไปอยู่ตรงบั้นเอวด้วยฝีมือของคนตัวสูงตั้งแต่แรก ค่อยๆทิ้งน้ำหนักนั่งลงไปอย่างกล้าๆกลัวๆจนกระทั่งบั้นท้ายกลมกลึงใต้กางเกงผ้าโทเรสีเทาจะแนบสนิทไปกับแผ่นหลังแข็งแรงในที่สุด

 
 

ให้ตาย...ใครจะไปรู้ว่าวันหนึ่งแบมแบมจะมีโอกาสได้นั่งทับอามาร์คแบบนี้กัน รู้สึกแปลกชะมัด

 
 

“อืม...อย่างนั้น”

 

“ถ้าป๊าหนักหรือหายใจไม่ออกบอกแบมนะครับ”

 
 

มาร์คไม่ตอบอะไร มีเพียงเสียงหัวเราะที่เดาทางไม่ออกอยู่ในลำคอเท่านั้น แรงบีบจากฝ่ามือเล็กแสนนุ่มนิ่มทำให้คนที่ผ่านโลกผ่านประสบการณ์มานานกว่าสามสิบห้าปีอย่างมาร์คพอจะเดาได้อย่างไม่ยากเย็นว่าเด็กน้อยคนนี้แทบจะไม่เคยผ่านงานลำบากใดๆมาก่อนในชีวิต พี่เจย์ของเขาคงจะเลี้ยงเด็กคนนี้ประคบประหงมสุดฤทธิ์แน่ๆ

 
 

ยิ่งเห็นแบบนี้ก็ยิ่งน่าแกล้งเข้าไปกันใหญ่...


.

.

 

          เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงครึ่งได้ที่แบมแบมนั่งทับอยู่บนแผ่นหลังกว้างแล้วออกแรงบีบนวดไปตามแนวไหล่และต้นคอ อามาร์คไม่ได้ว่าหรือติอะไรที่เขาแสดงท่าทีเงอะงะออกมาในบางครั้งเพราะความไม่ประสาและไม่เคยของตัวเอง อีกฝ่ายทำเพียงแค่ใช้เสียงทุ้มๆนั่นบอกว่าเขาควรทำยังไงให้ถูกหลักและให้อามาร์คพอใจก็เท่านั้น

 
 

“ป๊าครับ” คนต้วเล็กเองเมื่อเห็นว่าเวลาตอนนี้มันปาเข้าไปเกือบจะสามทุ่มและอามาร์คก็ดูท่าเหมือนจะหลับสนิทไปแล้วด้วยจึงค่อยๆคลายแรงบีบลงเตรียมจะลุกลงจากแผ่นหลังของอีกคนที่ตัวเองใช้เป็นฐานรองนั่งมาตั้งแต่ต้น หากแต่ยังไม่ทันได้ขยับกายลงอย่างใจคิดก็มีอันต้องเบิกตากว้างร้องเสียงหลงด้วยความตกใจเสียก่อน

 
 

“อ๊ะ...”

 
 

“...” เพราะว่าจู่ๆคนที่ดูเหมือนว่าหลับไปแล้วกลับพลิกตัวเองอย่างรวดเร็วเสียจนแบมแบมเสียหลักหงายท้องลงไปนอนบนเตียงที่ว่างฝั่งข้างๆกันเต็มแรงพร้อมกับแขนแข็งแกร่งของอีกฝ่ายที่ตามมาคร่อมล็อคเอาไว้ไม่ให้ขยับหนีได้ ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังใบหน้าคมที่ฉายแววตื่นตระหนกอย่างไม่เข้าใจ ยิ่งเมื่อเผลอเบนสายตาไปเห็นว่ามืออีกข้างของอามาร์คถือวัตถุสีดำมันวาวเอาไว้แน่นก็ยิ่งตกใจจนแทบไม่กล้าขยับตัว...นี่เขาคงไม่ได้ไปทำอะไรให้อามาร์คโมโหจนถึงขั้นหยิบปืนออกมายิงกันหรอกใช่ไหม

 
 

“ขอโทษที...ฉันแค่ตกใจ” แบมแบมนิ่งอึ้งไปนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้ารับคำขอโทษของคนอายุมากกว่ารัวๆ ดวงตากลมยังคงไม่ละไปจากวัตถุสีดำขลับที่ตอนนี้ฝ่ามือใหญ่เลื่อนมันเข้าไปเก็บไว้ใต้หมอนหนุนใบใหญ่ดังเดิม นิ่งค้างอยู่ได้ไม่นานเพราะเมื่อแก้มนิ่มสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของอีกฝ่ายที่ผ่อนออกมาก็ทำให้รู้สึกตัวขึ้นมาว่าตอนนี้ใบหน้าของเขาและอามาร์คอยู่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งไม้บรรทัดกั้นเสียด้วยซ้ำ

 
 

“มองอะไร” และแทนที่คนอายุมากกว่าจะผละออกไปกลับยิงคำถามให้คนใต้ร่างต้องลอบกลืนน้ำลายอึกเสียอย่างนั้น

 
 

“แบม...ม มองป๊าครับ” และคำตอบที่ได้ก็ทำให้รอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายปรากฏขึ้น แบมแบมก็แค่บอกไปตามความจริงเพราะกลัวว่าถ้าปฏิเสธออกไปจะถูกหาว่าเป็นคนขี้โกหกเอาอีกได้ เขาก็แค่ไม่อยากให้อามาร์คโกรธอีก

 
 

“เหรอ แล้วฉันกับพี่เจย์ใครหล่อกว่ากันล่ะ”

 
 

“...” หากแต่คำถามเชิงเย้าหยอกต่อมาที่ได้รับทำให้คนตัวเล็กต้องเบือนหน้าหนีน้อยๆ แม้จะมีคำตอบอยู่ในใจแล้วแต่แบมแบมกลับรู้สึกเขินอายเกินกว่าจะพูดออกไปตรงๆ แทบจะเป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้เห็นมุมนี้ของอามาร์ค...คุณพ่อเจย์ของแบมแบมเป็นคนตลก ขี้เล่นและชอบเย้าแหย่ พอได้เห็นท่าทางแบบนี้ก็ทำให้แบมแบมรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านอีกครั้ง มัน...อบอุ่นแปลกๆ

 
 

“ตอบมาสิ”

 
 

ยิ่งคนอายุมากกว่าก้มหน้าลงมาใกล้เสียจนแพรขนตาของอีกฝ่ายปรากฏชัดในสายตาแบมแบมก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก ปลายนิ้วชี้ยาวของอีกคนกดลงมาตรงช่วงกระดูกไหปลาร้าแล้วลากเบาๆจนลมหายใจคนถูกกระทำชักจะติดขัดหน่อยๆ ครั้นคนตัวเล็กจะยกมือตัวเองขึ้นมาดันแผ่นอกกว้างนั่นก็กลัวว่ามันจะกลายเป็นเหมือนเขาก้าวร้าวใส่อามาร์ค ดังนั้นแบมแบมจึงทำได้เพียงแค่นอนนิ่งๆให้อีกฝ่ายแกล้งเย้าทีเล่นทีจริงทั้งที่ภายในท้องมันเริ่มวูบโหวงไปหมด

 
 

“แบม...”

 


อามาร์คคงจะแกล้งเขาเล่นเพราะว่าเอ็นดูแบบเด็กๆก็เท่านั้น


 

แบมแบมพยายามเหลือเกินที่จะบอกตัวเองแบบนี้

 
 

แกร๊ก!

 

“เชี่ย ตาเถรหก!

 
 

“...”

 

“อ...อาจารย์แจ็คสัน!





 

 

ช็อตเด็ดเลยไหมล่ะอาจารย์แจ็คสัน...

คุณป๊านี่เขาได้ใจนะคะ รู้สึกหมั่นไส้เล็กน้อยถึงปานกลาง

ว่าแต่เป็นยังไงบ้างคะตอนนี้ ชอบไหม? คือพิมพ์นานมาก มีพ่อแง่แม่งอนด้วยนะ (ติดแท็กพล็อตอมตะ) 5555555555555

เจอกันตอนหน้าจ้ะ ♥


#FICSDMB < เล่นได้นะ ส่องอยู่เสมอ

TWITTER : @SINCE9397

 

 

 



 

.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 254 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,272 ความคิดเห็น

  1. #2256 MTBBminttt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 01:02
    เฮียมาทำไมตอนนี้ 5555
    #2,256
    0
  2. #2236 MarkP_endear. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 04:17
    มาได้จังหวะพอดี 555555
    #2,236
    0
  3. #2216 Beaujungf (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 16:48
    อุทานไท๊ยไทยยยยย นะอาจารย์แจ็คสันนนนนนนนนน
    #2,216
    0
  4. #2208 lek0868909108 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 10:30

    แจ้คมาผิดจังหวะะะะ

    #2,208
    0
  5. #2188 Spices_smile (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 22:41
    คำอุทานพี่เเจ็คเเบบ55555555
    #2,188
    0
  6. #2184 pulin19 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 13:33
    อืมมมมม!!!
    #2,184
    0
  7. #2164 NJChokdee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 02:30
    จั่นนนน
    #2,164
    0
  8. #2158 kwan-sao (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 11:44
    เกลียดคำอุทานของอาจารย์แจ็คสัน 555%
    #2,158
    0
  9. #2153 solong9 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 17:08

    แจ็คคคคคค ขัดจังหวะว้อย!!!

    #2,153
    0
  10. #2150 Smilelyy99 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 13:53
    หื้ออออออออาจารย์มาเห็นหื้ออออออออปิดต้าาา
    #2,150
    0
  11. #2145 Fanwaan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 17:08
    มาทำมัย พี่จั๋นนน
    #2,145
    0
  12. #2141 TKkaowkaow (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 03:01
    ขอ How to ทำร้ายเเจ็คสันค่ะ 😂😂😂
    #2,141
    0
  13. #2139 markbammuay (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 01:27
    แจ็คมันไม่ใช่อ่ะแจ็คคคคคคโอยยยยยยกำลังเคลิ้มมมมมุ5555
    #2,139
    0
  14. #2133 Wjs852_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:14
    อยากตีพี่แจ็คว้อย!!!5555
    #2,133
    0
  15. #2123 Cake__Cake (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 20:35
    แจ็คคคคคคคคค
    #2,123
    0
  16. #2110 alltimeismark (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 00:38
    มีแผนอะไรป่าวเนี่ยป๊ามาร์ค
    #2,110
    0
  17. #2087 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 00:45
    มาร์คทำไมร้าย
    #2,087
    0
  18. #2073 Orathaiks (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 00:12
    อาจารย์ขัดจังหวะจริงๆ55555
    #2,073
    0
  19. #2057 `dalnimmb♡ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 06:59
    อาจารย์เป็นเพื่อนกะอามาร์คหรอ 555555555 ถ่อววว มาขัดจังหวะทำไมเนี่ยคะอ.
    #2,057
    0
  20. #2030 wslloogpa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 00:05
    อาจารย์จะมาขัดยังไงก็ได้ แต่อาจารย์จะใช้คำพูดบ่งบอกอายุขนาดนั้นไม่ด้ายยยยยย โถ ตาเหรหก 55555
    #2,030
    0
  21. #2011 Bowiee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 16:02
    อาจารย์มาได้จังหวะจังเลยนะคะ555555555
    #2,011
    0
  22. #2003 สีน้ำ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 20:18
    โอ้ยยยยยอิพี่แจ็ค เกลียดคำอุทานจริงๆเลย
    #2,003
    0
  23. #1984 เบค่อนน้อย exo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 07:33
    โอ้ยยยย แค่ฉากนวดแค่นี้ชั้นใจไม่ดีเลยข่ะะะ
    #1,984
    0
  24. #1962 Bam Yien (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:02
    คุกมั้ยคะ 5555555555
    #1,962
    0
  25. #1942 ojay2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 19:45
    โอ้ยยยย แจ็คมาพอดี เจอช็อตเด็ด คุณอาคะ น้องยังเด็กม้ากมากนะ 5555555555
    #1,942
    0