[ลงแบบ E-BOOK ที่ MEB] FIC SUGAR DADDY : { MARKBAM }

ตอนที่ 3 : SUGAR DADDY : CHAPTER 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 248 ครั้ง
    28 พ.ค. 59

© themy  butter
+


SUGAR DADDY

- CHAPTER 3 -

 
 

          วันนี้ดูเหมือนว่าบรรยากาศในการมาเรียนของคนตัวเล็กจะแตกต่างไปจากเดิมอยู่สักหน่อย ความอึมครึมที่ไม่เคยมีก่อตัวขึ้นชัดเจนเสียจนคนตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะด้านหลังไม่กล้าแม้แต่ขยับปลายนิ้ว ดวงตากลมโตที่เคยมองบรรยากาศรอบๆตัวด้วยท่าทางใคร่รู้ตลอดทางนั้นกลับหลุบลงต่ำจ้องแต่ฝ่ามือเรียวๆของตัวเองที่วางทับไว้บนกระเป๋าหนังสีดำสนิท

 
 

“...”

 

แม้ว่าแบมแบมจะได้ยินเสียงถอนหายใจที่ดังออกมาจากคนร่างสูงที่นั่งกอดอกไขว่ห้างอยู่ข้างๆกันดังออกมาเป็นรอบที่นับไม่ถ้วนแต่เขาก็ไม่กล้าที่จะปริปากถามออกไปว่าอีกฝ่ายกำลังมีเรื่องไม่สบายใจอะไรอยู่หรือเปล่า อันที่จริงแบมแบมพอจะสังเกตได้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะว่ารอบๆตัวอามาร์คมันเหมือนมีรังสีดำทะมึนบางอย่างแผ่ซ่านออกมาเสียจนเขาไม่กล้ามองหน้าพูดคุย แถมเมื่อวานนี้แบมแบมยังถูกสั่งให้หยุดเรียนแบบไร้เหตุผลอีกต่างหาก...

 
 

ไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่กล้าถามอะไรออกไปมากนักหรอก

 
 

“คุณหนูจะแวะร้านน้ำเต้าหู้ตรงหัวมุมหรือเปล่าครับ”

 
 

“อ่า...วันนี้ไม่ต้องครับคุณลุง” ดวงตากลมเบนไปยังคุณลุงคนขับรถที่พูดโผล่งขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ เพราะปกตินั้นเขามักจะขอให้คุณลุงจอดเพื่อลงไปซื้อน้ำเต้าหู้ร้อนๆมาดื่มก่อนลงจากรถเสมอ แต่คราวนี้แบมแบมเลือกที่จะปฏิเสธออกไปเพราะว่ามีอามาร์คที่นั่งมาด้วยในชุดสูทเต็มยศ ส่งเขาเสร็จคงจะเลยไปทำงานทีเดียว เขาก็แค่ไม่อยากให้อามาร์คต้องมาเสียเวลาและหงุดหงิดมากกว่าเดิมก็เท่านั้น

 
 

“แวะให้เขา”

 
 

ทว่าจู่ๆเสียงเข้มของคนที่นั่งเงียบมานานกลับดังสวนขึ้นแทบจะทันทีที่แบมแบมบอกปัด และแน่นอนว่าคำสั่งของมาร์คถือเป็นที่สิ้นสุด แม้จะไม่เข้าใจแต่แบมแบมก็เลือกที่ไม่โต้เถียงอะไรออกมา คุณลุงแวะจอดให้เขาลงไปซื้อน้ำเต้าหูใส่ถุงพร้อมกับหลอดพลาสติกขึ้นมา แต่คราวนี้แบมแบมไม่ได้ซื้อมาให้เพียงตัวเขาแค่คนเดียวเหมือนทุกวัน...น้ำเต้าหู้อุ่นๆอีกหนึ่งถุงถูกยื่นให้คนในชุดสูทสีเรียบที่นั่งนิ่งๆอยู่ข้างกันด้วยฝ่ามือที่ติดจะสั่นอยู่ไม่น้อย

 
 

“อะไร” แม้จะเห็นว่าเป็นน้ำเต้าหู้สีอ่อนที่กำลังโชยกลิ่นหอมแต่กระนั้นน้ำเสียงเข้มก็ยังถามกลับให้คนที่ทำใจกล้าต้องตอบกลับเสียงเบา

 
 

“น้ำเต้าหู้ครับ...แบม แบมซื้อมาให้ป๊าด้วย”

 
 

“...” มาร์คชะงักนิ่งไปนิดหน่อยก่อนจะปรายสายลงมองน้ำเต้าหู้พร้อมหลอดในถุงพลาสติกธรรมดาๆ จากนั้นค่อยเบนสายตากลับมาจ้องใบหน้าหวานของหลานชายตัวเล็กอีกครั้ง เชื่อไหมล่ะ...ว่าแค่อามาร์คแสดงท่าทีแบบนี้ออกมาแบมแบมก็แทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ถูกใจ

 
 

“ขอบใจ”

 

หากแต่เพียงแค่ประโยคสั้นๆที่อีกฝ่ายตอบกลับมาพร้อมกับถุงน้ำเต้าหู้ในมือเล็กที่ถูกรับไปก็ทำให้หัวใจดวงน้อยที่ทำท่าจะห่อเหี่ยวลงเพราะท่าทีเฉยเมยของอีกฝ่ายพองขึ้นพลางเต้นถี่ระรัวด้วยความรู้สึกดีใจ รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าแบมแบมเด่นชัดในสายตาของคนอายุเยอะกว่าโดยที่เจ้าของรอยยิ้มเองไม่ได้สังเกต ความจริงใจเล็กๆน้อยๆที่ถูกส่งผ่านไปให้มาร์คนั้นทำให้บรรยากาศที่ตรึงเครียดโดยไร้สาเหตุมาตลอดวันกว่าๆนั้นเบาบางลงได้อย่างน่าแปลกประหลาด

 
 

ถึงแม้ว่าจะยังเดาอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยอาการกระอักกระอ่วนหายไปเกือบครึ่งมันก็ยังดีกว่าเดิมล่ะนะ


 

.

.

 

“...”

 
 

หากแต่ตอนนี้แบมแบมกำลังมีความรู้สึกกับตัวเองว่าหลังจากที่ก้าวเท้าลงมาจากรถแล้วนั้นบรรยากาศรอบๆตัวของเขามันค่อนข้างที่จะ...แปลกไป

 
 

“ฮัลโหล...ยูคอยู่ที่เดิมใช่ไหม เรากำลังไปนะ” มันไม่ได้แปลกเสียจนน่าตกใจอย่างชัดแจ้ง แต่มันเป็นความแปลกบางอย่างที่แบมแบมก็ไม่สามารถหาคำจัดความให้มันได้เหมือนกัน เพราะดูเหมือนว่าทุกๆที่ที่เขาเดินไปมักจะมีสองในสามคนที่มองมายังเขาอย่างจงใจ หากแต่พอเขามองสบกลับไปก็พากันหลบสายตาอย่างลุกลี้ลุกลนเสียอย่างนั้น

 
 

ประหลาดจริงๆ


 

“อ๋อ ไม่ต้องหรอกเรากินมาแล้ว ไปนั่งฆ่าเวลารอเข้าแถวเฉยๆ” แม้ปากจะขยับตอบเพื่อนพร้อมกับเดินเลี้ยวไปยังประตูบานเลื่อนอัตโนมัติขนาดใหญ่ของแคนทีนแต่ดวงตาคู่สวยก็รับรู้ถึงความผิดปกติรอบๆตัวได้อยู่เสมอ แบมแบมค่อนข้างมั่นใจว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ...และตอนนี้เขาเองก็เริ่มที่จะใจคอไม่ค่อยดีแล้วเหมือนกัน

 
 

จนกระทั่งปลายสายตัดไปคนตัวเล็กก็เดินเข้ามาถึงส่วนที่เป็นโต๊ะสำหรับรับประทานอาหาร แคนทีนตอนเช้าดูโล่งโปร่งมากกว่าช่วงเที่ยงเป็นร้อยเท่าเพราะคนส่วนมากจะทานมาแล้วหรือยังไม่หิว ต่างจากช่วงพักกลางวันที่แม้แต่ทางเดินยังต้องเบียดเสียดกันเสียจนน่าหงุดหงิด

 
 

“ยูค ทำไรอยู่...” ชะเง้อคอมองหาอยู่ไม่นานก็เห็นร่างกายสูงใหญ่ของเพื่อนร่วมห้องที่นั่งอยู่คนเดียวบนโต๊ะรับประทานอาหารริมสุดด้านใน แบมแบมเดินไปวางกระเป๋าพลางเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มบางๆ

 
 

“เล่นเกม...นี่ลองซื้อน้ำร้านป้าเชรินมากินด้วย แพงชะมัด ชิมดูดิ” ยูคยอมเงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะพยักพเยิดไปทางแก้วน้ำทรงสูงที่ก้นแก้วเริ่มมีน้ำใสๆเจิ่งนอง แบมแบมเห็นว่าปริมาณของมันยังไม่พร่องไปจากเดิมด้วยซ้ำ

 
 

“ไม่เอาล่ะ เมื่อกี้กินน้ำเต้าหู้มาแล้วเดี๋ยวมันเข้าไปตีกันในท้อง” คนตัวเล็กแกล้งตอบกลับทีเล่นทีจริงก่อนจะทิ้งตัวนั่งลง ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังใบหน้าของเพื่อนที่ก้มๆเงยๆจดจ่ออยู่กับเกมมือถือ

 
 

“แล้วไปคัดตัวมาเป็นยังไงบ้าง ลืมถามเลย”

 
 

“อือ..ก็น่าจะได้นะ เดี๋ยวพี่ที่สโมโทรมาบอกอีกที” ยูคยอมตอบส่งๆก่อนจะสบถเสียงดังเมื่อหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องใหญ่ขึ้นเตือนว่าเกมโอเว่อร์ มือหนาวางเจ้าเครื่องมือสื่อสารลงพลางเบ้ปากไม่พอใจก่อนจะหยิบเอาแก้วน้ำของตัวเองขึ้นมาดูดเข้าไปอึกใหญ่

 
 

“ว่าแต่นายเหอะ ทำไมเมื่อวานไม่มาเรียนล่ะโทรหาก็ไม่รับ”

 
 

“หือ...โทรมาด้วยเหรอ โทษทีนะพอดีไม่ค่อยได้เช็คมือถืออะ” แบมแบมรู้สึกตกใจนิดหน่อยเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะใส่ใจจนถึงขั้นโทรตาม มือเรียวตั้งใจล้วงจะหยิบมือถือของตัวเองออกมาดูแต่ยังไม่ทันจะทำได้อย่างใจคิดเสียงแหบห้าวของยูคยอมก็เรียกให้ใบหน้าหวานต้องเงยขึ้นมองเสียก่อน

 
 

“นี่แบมแบม”

 
 

“หือ”

 
 

“นายโดนพวกรุ่นพี่ไทก้าแกล้งเหรอวันที่ฉันไม่อยู่น่ะ” จากสีหน้าปกติเริ่มแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย ดวงตากลมที่เคยสบประสานกับอีกฝ่ายนิ่งเริ่มเบนหลบอย่างคนมีพิรุธแถมเสียงเล็กๆนั่นยังอ้อมแอ้มไม่ยอมตอบมาตามตรง...เท่านั้นก็เป็นคำตอบอย่างดีเลยล่ะ

 
 

“อือ...ทำไมชื่อแปลกจัง” คนตัวเล็กเองก็พอจะเดาได้ว่าเพื่อนดูออกจริงเลี่ยงหัวข้อบทสนทนาไป ยูคยอมพรูลมหายใจออกมาน้อยๆก่อนจะบอกรายละเอียดให้อีกฝ่ายได้คลายความสงสัย

 
 

“อันที่จริงก็ไม่ได้ชื่อนี้หรอก พี่แกชื่อฮัน ทงกีแต่ด้วยความที่เลวแล้วดูหล่อในสายตาสาวๆล่ะมั้งเลยมีคนไปตั้งชื่อเท่ๆให้ว่าไทก้าๆ...ทุเรศชะมัด” แบมแบมอดไม่ได้ที่จะขำออกมาเมื่อเห็นว่ายูคยอมทำหน้าเหม็นเบื่อได้ตลกขัดกับภาพลักษณ์ที่คนอื่นๆเห็นเลยโดนดุไปด้วยอีกคนว่าใช่เวลาขำเสียเมื่อไหร่

 
 

“อ๋อ...”

 
 

“เออ แต่นายก็ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนแกล้งซ้ำสองแล้วล่ะเพราะว่าฉันคิดว่าพวกนั้นคงเลิกซ่ากันไปอีกนานเลย”

 
 

“ทำไมล่ะ” แบมแบมเลิกคิ้ว รู้สึกใจชื้นกับคำพูดของเพื่อนเพราะอันที่จริงเขาเองก็ยังระแวงอยู่ไม่หายกับการโดนแกล้งที่เป็นรูปแบบของการล่วงละเมิดแบบนั้น และอีกอย่างยังเป็นเพศเดียวกันอีก...ถ้าหากว่าแบมแบมโดนพวกนั้นกระทำชำเลาเข้าจริงๆคงไม่กล้าเอาหน้าไปสู้ใครแน่ๆ

 

 

“ก็...ไอ้พี่ไทก้ามันโดนย้ายออกจากโรงเรียนเราไปอยู่ที่โรงเรียนประจำ H.J. แถวๆชานเมืองนู่นแน่ะ ส่วนเพื่อนๆมันก็โดนทำทัณฑ์บนไว้ครบเลย ตอนรู้ข่าวนะนี่แทบอยากจะตะโกนดังๆ รำคาญความขี้เก๊กของพวกมันมาตั้งแต่ฉันเรียนมอต้นแล้ว” แบมแบมนิ่งค้างไปนิดหน่อย แม้ลึกๆแล้วเขาเองจะเกิดความรู้สึกดีใจแต่อีกใจหนึ่งก็อดที่จะสงสัยไม่ได้เพราะว่าวันนั้นอาจารย์แจ็คสันบอกกับเขาว่าพวกนั้นเป็นพวกลูกนักการเมืองไม่มีใครที่จะกล้าไปงัดด้วยเพราะกลัวจะได้ไม่คุ้มเสีย

 
 

“แล้วทำไมจู่ๆถึงโดนย้ายออกล่ะ” หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นถี่ แม้เขาจะเอ่ยปากถามเพื่อนหากแต่จิตใจลึกๆของแบมแบกลับนึกไปถึงใบหน้าของคนๆหนึ่ง เรื่องราวต่างๆที่คนตัวเล็กไม่เข้าใจเริ่มประติดประต่อกันได้และลงล็อคไปหมดเสียจนไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น

 

 
 

วันนั้นที่อามาร์คปึงปังออกไปพร้อมกับอาจารย์แจ็คสันที่คฤหาสน์...แบมแบมทั้งตกใจและสงสัย

 
 

แต่ก็ไม่มีความกล้ามากพอที่จะถามอะไรออกไปแม้แต่คำเดียว

 
 

“อืม ก็ได้ข่าวมาว่า...” ดวงตาซุกซนของเด็กหนุ่มตัวโตจ้องลึกมายังดวงตากลมใสของเพื่อนตัวเล็กที่กำลังนั่งเท้าคางฟังอย่างตั้งใจ ก่อนที่ยูคยอมจะค่อยๆขยับใบหน้าเข้าใกล้อีกฝ่ายมากกว่าเดิมคล้ายต้องการจะกระซิบแม้ว่ารอบๆตัวเราจะไม่มีใครนั่งอยู่เลยก็ตาม

 

“คุณอาของนายเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมดนี้ไงล่ะแบมแบม”

 
 

“คุณมาร์คต้วนน่ะ...ใช่ไหม”

 
 

“...”



ไม่มีคำพูดต่อ หัวใจดวงน้อยเสียวแปลบขึ้นมาเมื่อสิ่งที่ตนคิดเอาไว้กลายเป็นเรื่องจริง แบมแบมกระพริบตาถี่ๆจ้องหน้าเพื่อนอย่างจริงจังเพื่อหาน้ำเสียงหรือแววตาที่จะทำให้พอรู้ว่าอีกฝ่ายพูดหลอกให้ตกใจเล่นแต่กลับไม่พบอะไรนอกจากความจริงจังในน้ำเสียงและท่าทางนั้น และเมื่อเป็นเช่นนั้น ถึงจะคิดและคาดเดาเอาไว้เล่นๆกับตัวเองในตอนแรกแล้วแต่พอเอาเข้าจริงแบมแบมกลับอึ้งเสียยิ่งกว่าอึ้ง ความรู้สึกมากมายมันตีกันมั่วไปหมด ทั้งดีใจ สับสนและกังวลถึงผลกระทบต่างๆ

 
 

“ขอโทษที่เสียมารยาทนะ แต่อาของนายนี่ทำงานอะไรเหรอแบมแบมถึงได้งัดไอ้พวกนั้นง่ายอย่างกับเขี่ยเศษฝุ่นที่ติดเสื้อแบบนั้น ถ้าเจอจังๆอยากจะกราบขอบพระคุณแทนทุกคนในโรงเรียนงามๆสักที”

 
 

นั่นสิ...อามาร์คใหญ่โตแค่ไหนกันนะถึงทำเพื่อเขาทั้งที่ไม่จำเป็นเลยได้ขนาดนี้


 

“แบม! เหม่ออะไร ได้ยินที่ถามเปล่า”

 
 

“ม ไม่รู้เหมือนกันสิยูค” อันที่จริงแล้ว...แบมแบมแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลยด้วยซ้ำ

 
 

“...”

 


.

.


 

          คอนโดกว้างมีพื้นที่ใช้สอยคล่องตัวและถูกตกแต่งสวยงามสะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกของเจ้าของเป็นอะไรที่ทำให้คนตัวเล็กอย่างแบมแบมในชุดนักเรียนมัธยมปลายเต็มยศรู้สึกอึ้งไปนิดหน่อยในตอนแรกที่เดินเข้ามา แบมแบมรู้ว่าอามาร์คน่ะมีเงินเยอะและก็เพิ่งได้รู้ในวันนี้อีกอย่างว่าอำนาจของอามาร์คก็ล้นมือไม่ต่างกัน กับแค่คอนโดราคาเลขหลายหลักนั้นทำไมอามาร์คถึงจะซื้อไม่ได้ แบมแบมไม่แปลกใจหรอกแต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เขาแค่ไม่เคยมีโอกาสได้เข้ามาอยู่ในห้องคอนโดหรูๆแบบนี้เลยสักครั้ง

 
 

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาเหยียบคอนโดของอามาร์คด้วยเหตุผลที่ว่างานที่อามาร์คต้องทำนั้นอยู่ที่คอนโดและมันก็เยอะเสียจนต้องค้างคืน ดังนั้นแบมแบมที่มีศักดิ์เป็นหลานชายเพียงคนเดียวจึงต้องติดสอยห้อยตามมาด้วยตั้งแต่เลิกเรียนเพราะอามาร์คเองก็สั่งให้แม่บ้านจัดห้องไว้ให้เขาเรียบร้อยแล้ว...

 
 

แม้จะเป็นเรื่องจริงที่ครอบครัวของเขาไม่ได้ลำบากอะไรค่อนไปในทางมีฐานะและหน้าตาทางสังคมด้วยซ้ำ หากแต่เป็นเพราะคุณแม่ของเขาคอยควบคุมเรื่องเงินให้เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตของเราอยู่เสมอ เรามีเพียงบ้านใหญ่ขนาดสามชั้นที่ปลูกอยู่นอกเมืองหลวง มันไม่สะดวกในการเดินทางไปไหนมาไหนนักหากแต่มันกลับเต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจอย่างที่หาในเมืองหลวงไม่ได้

 
 

แบมแบมถูกเลี้ยงมาอย่างอบอุ่นด้วยความรักของคุณแม่มาลินและคุณพ่อเจย์ รวมไปถึงบรรดาแม่บ้านและพี่เลี้ยงที่ทุกคนเปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว จึงทำให้เมื่อลองได้มาสัมผัสชีวิตใหม่ในแบบของอามาร์คก็ทำให้แบมแบมมองเห็นโลกอีกด้านหนึ่งที่คนตัวเล็กยังคิดหาคำมาอธิบายไม่ได้

 
 

“ป๊ามีอะไรให้แบมช่วยหรือเปล่าครับ” สองขาเล็กใต้ชุดนอนพาตัวเองเข้าไปใกล้แผ่นหลังกว้างของคุณอาในชุดเสื้อเชิ๊ตกับกางเกงสแลคที่นั่งก้มๆเงยๆอยู่บนโต๊ะทำงานใหญ่กลางห้อง ห้องนั่งเล่นของที่นี่ถูกปรับให้เสมือนห้องทำงานประยุกต์ และแบมแบมคิดว่ามันไม่ดีเอาเสียเลยเพราะว่ามองไปทางไหนก็มีแต่แฟ้มงานและบรรยากาศของห้องทำงานเต็มไปหมด...ดูเครียดอยู่ตลอดเวลา

 
 

“ไม่มี ไปทำงานตัวเองให้ดีเถอะ” คนฟังคิ้วกระตุกหน่อยๆแต่แบมแบมก็ค่อนข้างทำใจยอมรับได้แล้วกับคำพูดทำนองนี้ที่หลุดออกมาจากปากของอามาร์ค แบมแบมพยักหน้ารับช้าๆอยู่ด้านหลังแม้ว่าอีกคนจะไม่ได้หันมามองก่อนจะตัดสินใจทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นพรมด้านล่างแทนที่จะเป็นโซฟาตัวยาวกลางห้อง

 
 

“ทำอะไร” คนที่ขยับปากกาอยู่ชะงักการกระทำปรายสาตาลงมามองร่างเล็กๆของหลานชายวัยสิบห้าที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆกันกับเก้าอี้ทำงานของเขา...คนแก่กว่าก็แค่สงสัยว่าเด็กคนนี้คิดจะทำอะไรกันแน่

 
 

“แบมทำการบ้านของตัวเองเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว...แบม อ อยากนวดให้ป๊าครับ” ดวงตากลมเหลือบขึ้นมองอย่างกล้าๆกลัวๆ แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งไปก็ทำใจกล้าส่งมือสั่นๆนั้นเข้าไปที่ท่อนขาของอามาร์คแล้วรวบรัดออกแรงนวดโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะใช้สายตาแบบไหนมองลงมา

 
 

แบมแบมก็แค่อยากตอบแทนสิ่งที่อามาร์คทำให้...


 

“...”

 
 

คนตัวเล็กลอบถอนใจกับตัวเองเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่เขาได้จินตนาการเอาไว้ตอนแรก อามาร์คไม่ได้ดุและไม่ได้ห้าม เพราะหลังจากที่มองมายังเขาจนพอใจแล้วนั้นอีกฝ่ายก็หันกลับไปทำงานตรงหน้าต่อปล่อยให้เขาทำหน้าที่ของตัวเองไปเรื่อยๆจนกระทั่งตอนนี้เวลาผ่านไปแล้วเกือบสิบนาที

 
 

“อยากได้อะไร”

 
 

เห?


 

“อะไรนะครับ?” แบมแบมชะงักฝ่ามือ ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายเพื่อให้ตัวเองสามารถฟังได้ถนัดและไม่ผิดเพี้ยนให้อามาร์คต้องพูดซ้ำอีกครั้ง

 
 

“ถามว่าอยากได้อะไร” สายตาของอีกคนที่มองลงมาเริ่มทำให้แบมแบมใจเต้นไม่เป็นส่ำ ฝ่ามือเล็กที่วางค้างอยู่บนต้นขาของอีกฝ่ายค่อยๆขยับออกก่อนที่เจ้าตัวจะส่ายหน้าไปมาช้าๆเป็นคำตอบ

 
 

“เปล่าครับ แบมไม่อยากได้อะไร”

 
 

“ถ้าไม่อยากได้อะไรก็ไม่ต้องนวดต่อ พอแค่นี้...ไปนอนได้แล้ว” คำพูดชวนงงนั้นทำเอาคิ้วคู่สวยขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ ก็เขาไม่อยากได้อะไรจริงๆนี่นาแค่อยากตอบแทนที่อีกฝ่ายจัดการเรื่องราวที่โรงเรียนให้เขา แบมแบมไม่รู้ว่าอามาร์คอยากปิดบังเรื่องนี้หรือเปล่า...แต่ในเมื่อมันรู้แล้วเขาจะมาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อีกคนไม่ได้หรอก มันรู้สึกผิดอยู่ในใจนะถ้าไม่ได้ตอบแทนอะไรเลย

 
 

“แบมยังไม่ง่วงครับ” ทำใจกล้าต่อปากต่อคำออกไปก่อนจะขยับร่างกายตัวเองให้นั่งในท่าคุกเข่าเข้าหาคุณอาวัยสามสิบห้าปีที่มีใบหน้าอ่อนกว่าวัยตรงหน้าอย่างนอบน้อม หากแต่ความประหม่าในใจก็ทำให้ฟันซี่เล็กเผลอกัดลงบนปากล่างตัวเองอย่างเคยชิน

 
 

“แบมแบม”

 
 

อามาร์คเรียกชื่อเขา...ไม่บ่อยนักหรอกที่จะได้ยิน


 

“เป็นอะไรน่ะ...” อามาร์คโน้มตัวลงมาจากเก้าอี้เล็กน้อยเพื่อมองหน้าเขาให้ชัดๆ และแบมแบมรู้ดีว่ามันเป็นเพราะอะไร น้ำตาอุ่นๆที่คลออยู่ด้านในมันมาแบบไม่ทันตั้งตัวแต่ก็ห้ามไม่ทันแล้ว...แย่ชะมัด

 
 

ฟุ่บ!

 

“ข...ขอบคุณมากนะครับที่ป๊า ฮึก...ช่วยแบม”

 
 

“...” เก้าอี้ทำงานเบาะหนังสีดำเอนไปด้านหลังนิดหน่อยเมื่อร่างกายของคนที่นั่งอยู่ถูกกันไปด้านหลังโดยไม่ทันตั้งตัวเพราะว่าเด็กตัวเล็กที่นั่งคุกเข่าอยู่ก่อนหน้ากลับยกตัวขึ้นแล้วสวมกอดแนบใบหน้าของตัวเองไปกับหน้าท้องแกร่งภายใต้เสื้อเชิ๊ตสีเข้มพลางปิดเปลือกตาลงระงับความรู้สึกวุ่นวายทั้งหมด ใจที่เต้นแรงอยู่แล้วกลับยิ่งกระหน่ำรัวเสียจนต้องหายใจเข้าลึกๆ

 

เขากำลังกอดอามาร์ค...กอดแทนคำขอบคุณและทดแทนความรู้สึกที่ขาดหายไปของเขาเอง

 
 

“หึ...” เสียงหัวเราะทุ้มดังขึ้นก่อนที่สัมผัสอุ่นๆจากฝ่ามือใหญ่จะวางแนบลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนตามธรรมชาติของเด็กตัวเล็กที่กำลังใช้หน้าท้องของมาร์คเป็นจุดพักพิง แผ่นหลังเล็กกระตุกสั่นน้อยๆจากการกลั้นสะอื้นยิ่งทำให้ดูน่าสงสารอีกเป็นเท่าตัว

 
 

“เงยหน้าซิ” นิ่งอยู่ไม่นานปลายนิ้วเรียวของคนที่นั่งเก้าอี้ก็แตะเข้าที่ปลายคาง เชยใบหน้าหวานที่เปื้อนหยดน้ำตาขึ้นมาให้ได้เห็นชัดๆ

 
 

“...” แบมแบมก็แค่รู้สึกถึงความปลอดภัยและความมั่นคงที่เคยได้รับจากครอบครัว มันขาดหายไปในช่วงที่เขาต้องอยู่เพียงลำพังด้วยตัวเอง...ช่วงเวลายากลำบากและอ่อนไหวมากที่สุดในชีวิตผ่านไปด้วยการนอนกอดตัวเองไม่ให้อ่อนแอ ไม่มีญาติคนไหนออกปากให้เขาไปอยู่ด้วยเพราะคนพวกนั้นไม่ชอบเขา...ก็เหมือนกันกับที่แบมแบมไม่ชอบพวกนั้นเหมือนกัน

 
 

“นายต้องโตขึ้นอย่างงดงามและสมบูรณ์แบบที่สุด...นี่คือคำสั่ง” ปลายนิ้วของอีกฝ่ายเกลี่ยลงบนแก้มนิ่มที่เปื้อนน้ำตาเบาๆคล้ายกับต้องการเช็ดให้ร่องรอยเปียกชื้นนั้นจางหายไป ขอบตาแดงระเรื่อแบบนั้นมันเป็นอะไรที่ทำให้มาร์คหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูกตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น

 
 

“อะ...”

 
 

ริมฝีปากบางเผยอค้างเมื่อคำพูดที่กำลังจะออกมาจากลำคอช้าไปกว่าการกระทำบางอย่างที่ได้รับจากคุณอายังหนุ่ม ดวงตากลมโตเบิกกว้างก่อนจะค่อยๆหลุบต่ำลงอย่างเก็บอาการเมื่อรับรู้ได้ถึงสัมผัสบางเบาราวกับสัมผัสของปุยนุ่นที่ประทับลงบนหน้าผากมนของเขา สัมผัสที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเร่งถี่ขึ้นมาจากเดิมอีกครั้ง

 
 

“เป็นเด็กดีล่ะ เข้าใจไหม”

 
 

คืนนี้คงจะเป็นคืนที่แบมแบมนอนหลับฝันดีที่สุดในรอบปีเลยล่ะ...

 
 

.

.


 

          เข็มสั้นของนาฬิกาชี้เข้าที่เลขสองในยามที่ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิท เสียงลมหายใจถูกพรูออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับเสียงของเก้าอี้ที่ถูกเอนพิงด้านหลังอย่างแรงจนทำให้เกิดการเสียดสีดังขึ้นในห้องพักใหญ่บนตึกสูงใจกลางเมืองหลวงของประเทศ ตอนนี้ชายวัยสามสิบห้าปีอย่างมาร์คต้วนกำลังปิดเปลือกตาลงเพื่อพักการทำงานหลังจากที่ใช้ประสาตส่วนนั้นเพ่งข้อมูลและตัวเลขมานานนับหลายชั่วโมง

 
 

“...”

 

เขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะก้มเปิดลิ้นชักชั้นล่างสุดออกอย่างไม่เร่งรีบ ตอนนี้คนตัวเล็กเจ้าน้ำตาที่ชอบบอกนักบอกหนาว่าตัวเองโตแล้วคงจะกำลังหลับอุตุอยู่ในห้องสบายใจ แม้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันหยุดแต่เขาก็ไม่ผ่อนปรนให้อีกฝ่ายได้นอนดึกกว่าปกติแต่อย่างใด อาจจะดูโหดร้ายไปบ้างที่ต้องกำหนดแม้กระทั่งเวลาเข้านอนให้เด็กชายวัยรุ่นอายุสิบห้าปี แต่กระนั้นก็เพื่อสุขภาพของเด็กนั่นเอง

 
 

และเด็กนั่นที่พูดถึงก็คือลูกคนเดียวของพี่ชายเขาเอง...เจย์ ต้วน


 

“...” สมุดบันทึกเล่มไม่เล็กไม่ใหญ่หากแต่มีสภาพที่ค่อนข้างเก่าคล้ายโดนเก็บมานานถูกเปิดออกทีละหน้าอย่างเชื่องช้า แม้ว่าสมองจะล้าจากการทำงานแต่มาร์คก็ยังไม่อยากที่จะเข้านอนในเวลานี้...มีอีกหลายเรื่องที่เขาต้องใช้เวลาว่างน้อยนิดของตัวเองทบทวนอย่างละเอียดอ่อน

 
 

เรื่องราวในแต่ละวันเริ่มตั้งแต่วันที่มาดามมาลินหรือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของพี่ชายเขาตั้งท้องได้เพียงแค่สองสัปดาห์...มันดูเป็นเรื่องที่ผู้ชายทั่วไปคงไม่ทำกัน แต่กับพี่เขา ผู้ชายที่ละเอียดอ่อนกับทุกๆเรื่องกลับจดบันทึกความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้อย่างชัดเจน

 
 

เก้าเดือน...อีกไม่กี่วันก็จะได้เจอกันแล้วนะตัวแสบของพ่อ- Jay T.


 

“...” ปลายนิ้วของมาร์คไล้ไปตามตัวอักษรหวัดๆที่ถูกเขียนด้วยปากกาสีน้ำเงินธรรมดาแต่กลับมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับคนที่ยังมีลมหายใจอยู่เสียยิ่งกว่าสิ่งใด ริมฝีปากบางเข้ารูปของชายหนุ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อพลิกเปิดหน้าต่อไปแล้วพบเข้ากับรูปถ่ายใบเล็กของเด็กทารกที่ดูแล้วน่าจะเกิดได้ไม่ถึงเดือน แก้มยุ้ยๆของเด็กชายในภาพที่ซ้อนทับกับภาพของเด็กชายวัยสิบห้าทำให้ริมฝีปากบางเผลอยกยิ้มขึ้นมา...เด็กนั่นน่ารักมาตั้งแต่ตอนยังเป็นทารกเลยจริงๆ

 
 

ฟึ่บ ~

 
 

“...” กระดาษใบเล็กปลิวหล่นออกมาจากตัวเล่มเมื่อชายหนุ่มพลิกเปิดหน้าถัดไป โชคดีที่มันไม่ได้ปลิวหายไปไหนให้ต้องเสียเวลาค้นหา มาร์คหยิบมันขึ้นมาเพ่งพิจารณารอยดินสอที่เลือนรางอย่างพินิจ ก่อนจะพบว่ามันเป็นเพียงชื่อของเขาที่ถูกเขียนเอาไว้เป็นภาษาจีนเท่านั้น

 
 

แต่กระนั้นคนตัวโตยังคงใจเย็นไล่ดูทุกขีดทุกคำที่เป็นลายมือของเจย์ต้วน ก่อนที่จะพลิกกระดาษแผ่นนั้นกลับไปด้านหลังจนทำให้ได้พบเข้ากับอีกหนึ่งข้อความที่เลือนลางใกล้จะจางหายไปไม่ต่างกัน...หากแต่มันก็ยังพอปรากฏให้เห็นชัดเจนว่าลายมือหวัดๆนั้นเขียนเอาไว้เป็นคำสั้นๆว่า ‘BAMBAM’

 
 

“เจย์ต้วน พี่นี่มันจริงๆเลย...”

 


 

 

อุ๊ย...จับคนใจอ่อนได้หนึ่งอีเอ
เห็นไหมคุณต้วนเขาแพ้ทางเด็กแหละ แต่เขาต้องคีพลุค 555555555555
ปล. น้องแบมไม่ได้อ่อยนะ น้องแค่อยากขอบคุณป๊ามาร์คคค มุมิ

คอมเมนต์ติชมไว้ได้นะจ๊ะทั้งในนี้ทั้งในแท็ก หรือถ้าชอบก็อย่าลืมกดเฟบ 

เจอกันตอนหน้าจ้า ♥



#FICSDMB

TWITTER : @SINCE9397






 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 248 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,272 ความคิดเห็น

  1. #2255 MTBBminttt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 00:10
    จุ๊บหน้าผากน้องงงง
    #2,255
    0
  2. #2235 MarkP_endear. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 03:59
    พี่มาร์คอ่อนโยนมาก ฮื่ออออ
    #2,235
    0
  3. #2215 Beaujungf (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 13:59
    พ่อน้องเขียนว่าอะไรอ่าาาาา
    #2,215
    0
  4. #2212 YanisaCH (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 08:25
    น้องงงงง
    #2,212
    0
  5. #2207 lek0868909108 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 10:16

    ต้องมีอะไรมากกว่านั้นนน

    #2,207
    0
  6. #2187 Spices_smile (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 22:33
    น้องยังไม่ได้ชอบป๊าใช่ไหท
    #2,187
    0
  7. #2183 pulin19 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 12:15
    ดูมันจะเป็นสีชมพู ^^
    #2,183
    0
  8. #2176 Facebook12345 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 18:56

    น่ารักจริง

    #2,176
    0
  9. #2157 jm2611 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 22:05
    อามาร์คคนซึน
    #2,157
    0
  10. #2149 Smilelyy99 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 13:03
    คุณอาน่ารักหื้ออออออออ
    #2,149
    0
  11. #2144 Fanwaan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 16:42
    20ปีเอง เบาๆ มาร์คต้วนกล่าว
    #2,144
    0
  12. #2109 alltimeismark (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 00:20
    ป๊ามาร์คนี่คีพลุคจริงจังมากกก
    #2,109
    0
  13. #2086 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 00:06
    ง่าาาาา เจออะไรอ่ะอามาร์ค
    #2,086
    0
  14. #2072 Orathaiks (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 23:25
    ลาามุนนน
    #2,072
    0
  15. #2062 ✖ bAzzA✖ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 18:24
    คุณมาร์คนี่ลึกลับจัง
    #2,062
    0
  16. #2029 wslloogpa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 23:43
    คุณพ่อจับคู่ให้ลูกหรือ มาร์คเป็นน้องชายแท้ๆหรอ ถ้าเป็นแบบนั้นจะรักกันได้ยังไงอ่าาาาาา
    #2,029
    0
  17. #2010 Bowiee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 15:52
    คุณป๊า ฮืืออออ ใช่แลเวขอบคุณที่ปกป้องน้องง จัดการพวกมันได้
    #2,010
    0
  18. #1983 เบค่อนน้อย exo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 00:51
    อุ้ยคุณพ่อจับคู่แหละะ
    #1,983
    0
  19. #1961 Bam Yien (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:51
    น้องแบมน่ารักมากกก ><
    #1,961
    0
  20. #1941 ojay2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 19:08
    คุณป๊าาาา อบอุ่นเหมือนกันนะ
    #1,941
    0
  21. #1935 THeLIttlEkUMa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 21:32
    20 ปีเหนาะๆ ตู้วหู้ว กินเด็กขั้นซุปเปอร์
    #1,935
    0
  22. #1929 anansiweaw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 02:03
    อบอุ่นดี
    #1,929
    0
  23. #1844 Aely (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 13:50
    บรรยายจะเริ่มมาคุตอนอามาร์คนิ่งๆนี่แหละ เป็นห่วงแบมอยู่กลายๆหละสิท่า
    #1,844
    0
  24. #1822 Nuch (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 19:18
    คีพดีๆนะลุคน่ะ เดี๋ยวหลุด555
    #1,822
    0
  25. #1803 zmgebob (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 02:41
    น่าร้ากกกก
    #1,803
    0