[ลงแบบ E-BOOK ที่ MEB] FIC SUGAR DADDY : { MARKBAM }

ตอนที่ 21 : SUGAR DADDY : SPECIAL CHAPTER II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 140 ครั้ง
    3 ม.ค. 60

© themy  butter
+


SUGAR DADDY

- SPECIAL PART 2 -




              เข็มสั้นของนาฬิกาทรงเรียบหรูที่ประดับอยู่บนผนังห้องทำงานของบุคคลซึ่งมีอำนาจมากที่สุดในบริษัทบอกเวลาเที่ยงคืนกับอีกสิบนาที ใบหน้าหล่อคมที่พักหลังมานี้ตอบลงไปกว่าเดิมและฉายแววเหนื่อยล้าออกมาแบบปิดไม่มิดยังคงใช้สายตาไล่อ่านเอกสารสำคัญตรงหน้าอย่างเคร่งเครียด อาจจะเป็นเพราะว่าการลงทุนที่เป็นไปได้ดีเกินกว่าความคาดหมายจึงทำให้ความรอบคอบในการตัดสินใจและตรวจสอบเรื่องต่างๆต้องมีมากกว่าเดิม 

 

“...” ร่างสูงกำยำใต้เสื้อเชิ้ตสีเทาหม่นวางปากการาคาแพงลงบนปกแฟ้มหนาเมื่ออ่านทวนจนเข้าใจเนื้อหาสำคัญทั้งหมด เอนแผ่นหลังลงกับเก้าอี้นวมตัวใหญ่ ยกสองมือสอดประสานกันวางเอาไว้บนเปลือกตาคล้ายต้องการพักผ่อนสักชั่วครู่...ก่อนที่แฟ้มต่อไปจะถูกเปิดอ่าน

 


ตอนนี้สิ่งเดียวที่รบกวนจิตใจของมาร์คนั่นก็คือความคิดถึง...

 
 

เพราะตั้งแต่วันแรกที่ต้องย้ายมาคุมงานสาขาใหม่ที่แอลเอจวบจนวันนี้ก็เป็นระยะเวลาสองเดือนกว่าๆจากระยะเวลาสามเดือนแล้วนั้น เขายังไม่เคยได้สัมผัสร่างกายและใบหน้าหวานๆของหลานชายคนดีเลยสักครั้ง ที่ทำได้ก็มีเพียงแค่มองผ่านหน้าคอมพิวเตอร์และมือถือ...เพราะปีนี้แบมแบมเองก็เพิ่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแถมยังมีตารางเรียนที่วุ่นวาย ส่วนตัวเขาเองแม้ปีนี้จะอายุสามสิบแปดปีแล้วแต่ก็แทบจะไม่มีเวลาให้ตัวเองด้วยซ้ำเพราะอยากให้งานออกมาสมบูรณ์ เมื่อกลับไปยังที่เดิมแล้วนั้นจะได้ไม่เกิดปัญหา


 

“เจ้าหน้าที่เฟรดดี้...ผมจะกลับแล้ว เตรียมส่งคนขึ้นมาเช็คความเรียบร้อยได้”

 


“...” มาร์คต่อสายไปยังบุคคลผู้เป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย คืนนี้เขาคงฝืนร่างกายมากเกินไปหน่อย เพราะอาการปวดท้ายทอยตุบๆนั้นเริ่มกลับมากวนใจอีกครา เขาคงต้องหอบเอาเอกสารสำคัญพวกนี้กลับไปทำต่อที่คอนโดเสียแล้ว


 

โดยปกตินั้นมาร์คจะรอจนกว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะแจ้งว่าได้ขึ้นมาตรวจตราบริเวณชั้นเสร็จแล้วจึงจะออกจากบริษัท ซึ่งเวลาในการดำเนินการนั้นก็จะอยู่ที่เวลาราวๆสิบนาที ถ้าหากว่ามีเหตุผิดปกติเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้เขาทราบในทันที แต่ครั้งนี้กลับนานผิดปกติ มาร์คเผลอปิดเปลือกตาจนหลับไปได้เกือบยี่สิบนาทีแล้วก็ยังไม่ได้รับเสียงตอบรับจากเจ้าหน้าที่เสียที


 

มัวทำอะไรกันอยู่น่ะ


 

“...” มาร์คลองต่อสายไปยังหน่วยรักษาความปลอดภัยอีกครั้งแต่กลับเป็นสายว่างที่ไม่มีการตอบรับ และแน่นอนว่ามันทำให้เขาหงุดหงิด ในใจนึกหาวิธีลงโทษถ้าหากว่าครั้งนี้เป็นเพราะความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่พวกนั้นที่ทำให้เขาต้องเสียเวลาทำงานและพักผ่อน

 
 

Rrrr…~

 


“ว่าไงเด็กดี” มาร์คกดรับสายที่โทรเข้าด้วยน้ำเสียงทุ้มๆ แม้ว่าจะเหนื่อยและกำลังอารมณ์เสียแต่เมื่อได้เห็นว่าเด็กน้อยของตนโทรมานั้นก็สามารถข่มอารมณ์เหล่านั้นไว้ได้อย่างดีเยี่ยมทุกครั้งไป

 


“หืม...” มาร์คเอนหลังลงกับเบาะอีกครั้ง ใบหน้าเหนื่อยล้ายกยิ้มออกมาพลางปิดเปลือกตาเมื่อได้ยินเรื่องราวต่างๆจากปากหลานชายอย่างเช่นหลายๆวันที่ผ่านมา แบมแบมมักจะวิดีโอคอลหรือโทรมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังสลับกันกับขอฟังเรื่องของเขาบ้าง แต่มาร์คก็มักจะปฏิเสธไปอยู่บ่อยๆเพราะเรื่องของเขาก็มีแค่การทำงานและงานที่น่าเบื่อเกินไปสำหรับเด็กหนุ่มอายุสิบแปด

 


“หึ ฉันก็อยากให้นายมาอยู่ข้างๆใจจะขาดเด็กน้อย” มาร์คตอบกลับเมื่ออีกฝ่ายออดอ้อนว่าอยากให้เขากลับบ้านเร็วๆเสียที

 


“ฉันจะซื้อกระเป๋าแบบที่เด็กยองแจมีกลับไปให้นายใช้บ้าง ดีไหม...” เสียงทุ้มเสนอในสิ่งน่าสนใจออกไป แบมแบมเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะตอบมาว่าถ้าอามาร์คอยากให้จริงๆก็อยากไปเลือกด้วยตัวเองมากกว่า

 


“ถ้าอย่างนั้นฉันกลับไปเมื่อไหร่จะพานายมาซื้อกระเป๋าที่นี่อีกรอบ แบบนี้โอเคหรือยัง” ทุกวันที่นี่ของมาร์คผ่านไปอย่างเชื่องช้า มีแต่ความตึงเครียดไร้ซึ่งเสียงหัวเราะและความผ่อนคลายจิตใจ ชวนให้หวนนึกถึงตอนที่เขาเริ่มก้าวเข้ามาในโลกของธุรกิจแรกๆ ทุกอย่างต้องเต็มที่ หากแต่ตอนนั้นเขาคือเด็กหนุ่มไฟแรงในวัยยี่สิบ ไม่ใช่ชายวัยกลางคนอายุใกล้สี่สิบเช่นนี้

 


“โอเค...” มาร์คครางรับเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าขออนุญาตพักสายสักครู่เพราะว่ากำลังจะไปหาของสำคัญบางอย่าง มาร์ควางโทรศัพท์มือถือลงกับโต๊ะทำงาน เตรียมเก็บแฟ้มและเอกสารที่จะเอากลับบ้านใส่กระเป๋า เขาเหนื่อยเต็มที เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยมาจัดการกับหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ดูเหมือนจะมีปัญหาในวันนี้ก็แล้วกัน

 


ก๊อก ก๊อก!

 


          โดยปกติแล้วถ้าหากใครจะมาเข้าพบ มาร์คจะได้รับการแจ้งผ่านเลขาหน้าห้องเท่านั้น แต่เพราะว่านี่เลยเวลาเลิกงานของเธอมานานโขแล้วจึงทำให้เสียงเคาะประตูด้านหน้าดึงความสนใจจากมาร์คได้พอสมควร เพราะตามปกติแล้วเวลานี้ไม่มีใครขึ้นมาบนชั้นนี้ได้นอกเสียจากหน่วยตรวจความปลอดภัยซึ่งไม่มีทางมาเคาะประตูห้องเขาแน่ๆ วันนี้มีอะไรหลายๆอย่างที่ดูไม่ชอบมาพากล...ถ้าหากว่าเปิดออกไปแล้วเป็นคนร้ายก็คงจะต้องมีการเจ็บตัวกันเกิดขึ้น และมันจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆอย่างแน่นอน


 

“...” สองขายาวใต้กางเกงสแล็คเนื้อดีก้าวเข้าไปใกล้กับประตูห้องทำงานพร้อมกับอาวุธปืนที่เหน็บไว้ด้านหลัง คุณพ่อของพี่เจย์สอนเขามาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นว่าการระวังตัวทุกย่างก้าวนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ฝ่ามือหนาเอื้อมไปจับลูกบิดทรงสวยก่อนจะเปิดประตูออกพร้อมสายาที่มองตรงไปยังบุคคลด้านหลังบานประตู

 


“แบมแบม!

 


“...”

 


“เจอสักทีนะครับ ของสำคัญที่แบมทำหายไปเกือบสามเดือน”

 


.

.

 
 

          บรรยากาศห้องทำงานยามตีหนึ่งยังคงเงียบสงัด มีเพียงร่างสองร่างของคนสองคนเท่านั้นที่ซ้อนทับกันอยู่บนเก้าอี้นวมทำงานตัวใหญ่ แบมแบมเป็นฝ่ายที่นั่งซ้อนอยู่ด้านบนหันหน้าเข้าหาบุคคลที่เป็นประธานบริษัทด้วยใบหน้าเจือสีแดงระเรื่อ ริมฝีปากอิ่มเคลือบด้วยหยาดน้ำใสแถมยังเจ่อแดงบ่งบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าได้เป็นอย่างดี


 

อาการปวดท้ายทอยเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้งด้วยซ้ำเมื่อได้เห็นหน้าคนที่แสนคิดถึง


 

“มาได้ยังไง...ยังไม่ตอบฉันเลยนะแบมแบม” มาร์คยกมือขึ้นเกลี่ยใบหน้าที่แสนคิดถึงแผ่วเบา ดวงตาคู่คมไม่ปิดบังความคิดถึงและโหยหาที่มีต่อเด็กชายตัวเล็ก แบมแบมโตขึ้นมากทั้งนิสัยและร่างกาย แต่อย่างเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนไปก็คือแววตาที่มองเขาด้วยความซื่อสัตย์เหมือนลูกกวางตัวน้อยแบบนี้


 

“แบมให้พี่แจบอมช่วยจองทั้งตั๋วเครื่องบินและจองที่พักล่วงหน้าเอาไว้ให้เผื่อว่ามาถึงไม่เจอป๊าที่บริษัท...แบมเอาเงินในบัตรที่ป๊าให้แบมไว้จ่ายไปก่อน...”

 


“...แต่แบมยังไม่ทันเข้าไปพักในโรงแรมเลยครับ พอเครื่องลงจอดแบมก็ตรงมานี่ก่อนเลย” มาร์คฟังจบก็แกล้งหยิกเนื้อแขนเนียนๆนั่นเสียหนึ่งทีจนแบมแบมร้องโอดโอย

 


“อันตราย...ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก ครั้งนี้อนุโลมให้” มาร์คดุเพียงน้ำเสียงหากแต่แววตานั้นกลับพราวระยับ ฝ่ามือซนลูบไล้อีกฝ่ายไม่หยุดตั้งแต่แบมแบมนั่งลงบนตัก จมูกโด่งไล่คลอเคลียกลิ่นหอมด้วยความคิดถึง ส่วนฝ่ามือก็บีบเค้นสะโพกมนน้อยๆของหลานชายเล่นอย่างถนัดถนี่


 

“ก็แบมคิดถึงป๊านี่ครับ...” แต่น้ำเสียงเบาๆที่ตอบกลับมาพร้อมกับศีรษะกลมที่เอนซบลงบนตำแหน่งหน้าอกนั้นก็ทำให้ใบหน้าที่เหนื่อยมาทั้งวันยกยิ้มเต็มแก้ม เลื่อนฝ่ามือหนาขึ้นมาลูบผมเด็กชายช่างอ้อนบนตักที่กล้าเดินทางมาต่างประเทศด้วยตัวคนเดียวเพราะอยากพบเขาอย่างแผ่วเบา ไม่ใช่แค่แบมแบมหรอกที่คิดถึงเขา...เขาเองก็ไม่ต่างกัน หากแต่จะให้พูดออกมาตรงๆก็คงไม่ใช่มาร์คต้วนเป็นแน่


 

“อยากรู้จริงๆว่าความคิดถึงของนายมีมากแค่ไหนกัน” มาร์คกระซิบข้างใบหูเล็กแผ่วเบา สูดเอากลิ่นหอมๆที่แสนคิดถึงเข้าปอดเฮือกใหญ่ คล้ายกับว่าความเหนื่อยและความเครียดที่มีมาตลอดระยะเวลาหลายวันจางหายไปโดยง่ายเพียงแค่ได้เห็นใบหน้าแสนรักนี้ใกล้ๆ


 

“แบมรู้นะครับว่าป๊าหมายความว่าอะไร” เด็กน้อยผละใบหน้าออกมาเบะปากใส่อีกคนน้อยๆ


 

“สองเดือนกับอีกยี่สิบวัน...ฉันไม่ได้แตะต้องนายแม้แต่ปลายเล็บ”

 


“สองเดือนกับอีกยี่สิบวัน แบมนอนคนเดียวทุกคืนเหมือนกันครับ” เสียงเล็กแผ่วลงและขาดห้วงเล็กน้อย ใบหน้าหวานก้มต่ำ เม้มปากเข้าหาตัวเองหน่อยๆคล้ายกำลังเรียกความมั่นใจ มาร์คหัวเราะน้อยๆก่อนจะใช้ปลายนิ้วบังคับเชยปลายคางของอีกฝ่ายขึ้น


 

“ฉันจะไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเสียเปล่าหรอกนะ”

 

 

CUT
(สั้นๆ)
twitter : @since9397



.

.

 


 

          หลังจากที่เหตุการณ์แลกเปลี่ยนความรู้สึกกันในห้องทำงานได้ผ่านไปแบมแบมก็ถูกพามาที่คอนโดชั่วคราวของอามาร์คเพื่อพักผ่อน แต่กว่าจะได้พักผ่อนจริงๆก็ลากยาวไปเกือบตีสาม....และในเช้านี้สิ่งแรกที่มองเห็นหลังจากที่เด็กน้อยลืมตาตื่นก็คือกรอบรูปเล็กๆข้างเตียงที่เป็นใบหน้าของเขาและอามาร์ค รูปนี้เราถ่ายด้วยกันเมื่อปีที่แล้วตอนไปเที่ยวรวมกลุ่มกับพวกอาจารย์แจ็คสันและน้าลี่จิน

 
 

สิ่งเล็กๆน้อยที่แสดงถึงความคิดถึงกันของอีกฝ่ายทำให้แบมแบมยกยิ้มกว้างแม้ว่าเปลือกตาจะยังเปิดได้ไม่เต็มที่นัก


 

“ป๊าครับ...” พลิกตัวกลับไปด้านหลังก็พบเจ้าของร่างกายกำยำที่นอนเปลือยแผ่นอกอยู่ใต้ผ้าห่มนวมสีขาวสะอาดผืนเดียวกัน แบมแบมหิวแล้วและคงต้องขออนุญาตปลุกอีกฝ่ายเพื่อถามถึงอาหาร เพราะเมื่อคืนนี้ก่อนนอนอีกฝ่ายบอกเขาเองว่าในตู้เย็นไม่มีอะไรนอกจากน้ำเปล่าและเบียร์

 


“อือ” ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นว่าคนที่มักจะประสาทสัมผัสตื่นตัวไวอย่างอามาร์คนั้นจะครางรับเสียงงัวเงีย ใบหน้าหล่อราวกับรูปสลักที่แม้จะมีร่องรอยของความเหนื่อยล้าตามวัยนั้นก็ยังคงดูดีมากๆไม่ต่างจากรูปสมัยวัยรุ่นที่แบมแบมเคยเห็น คนตัวเล็กขยับกายเข้าแนบชิดอีกฝ่าย คิดถึงไออุ่นของคนตรงหน้ามากกว่าสิ่งใด


 

“ตื่นเถอะครับแบมหิวแล้ว” พูดอย่างเดียวกลัวไม่เชื่อฝ่ามือเล็กจึงถือวิสาสะจับเอาฝ่ามือใหญ่มาลูบวนที่หน้าท้องแบนราบเปล่าเปลือยใต้ผ้าห่มของตัวเองไปมา ใบหน้าหวานยกยิ้มน้อยๆเมื่ออีกคนเผยรอยยิ้มทั้งที่ยังไม่ลืมตา

 


ตั้งแต่มาถึงที่นี่อามาร์คคงเหนื่อยจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนแน่ๆ นี่ล่ะเรื่องสำคัญที่แบมแบมเป็นห่วง


 

“ปวดไหล่ชะมัด...” และประโยคแรกหลังจากที่อีกฝ่ายยอมตื่นขึ้นมาไม่ใช่คำหวานอย่างอรุณสวัสดิ์หรือมอร์นิ่งคิส หากแต่เป็นการบ่นปวดเมื่อยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แขนข้างหนึ่งเอื้อมไปทุบหนักๆบนสะบักหลังของตัวเองพลางดันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงจนได้ยินเสียงหัวเราะจากแบมแบม

 
 

“ก็บอกแล้วนี่ครับว่าไม่ต้องอุ้มแบมเอาไว้นานๆแบบนั้นก็ได้” เด็กน้อยอ้อมแอ้มเสียงเบาก่อนจะดันตัวลุกขึ้นนั่งบ้าง ฝ่ามือเล็กวางลงบนไหล่หนาอย่างรู้งาน ตอนที่ทำน่ะมีพลังเหลือเฟือ แต่พอหลังจากนั้นก็มาโอดโอยให้แบมแบมใจอ่อนอยู่แทบทุกครั้งไป


 

“แล้วใครใช้ให้เซ็กซี่ขนาดนั้น” แบมแบมหัวเราะเสียงเบา ไม่โต้เถียง ทำเพียงแค่ไล่บีบนวดไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าด้วยแรงที่พอดี

 


“พอแล้ว ไปอาบน้ำเถอะ...วันนี้จะพาไปเที่ยว”

 



“ซื้อกระเป๋าเหรอครับ” เด็กน้อยถามเสียงใส ยังจำได้อยู่ในเรื่องที่อีกฝ่ายพูดเปรยไว้เมื่อคืนก่อนจะเจอกัน

 
 

“หึ เอางั้นก็ได้...ไหนๆก็มาแล้ว ฉันอู้งานสักวันบ้างคงไม่เป็นไร” 





60%
 

 

.

.

 

          ช็อปแบรนด์เนมชื่อดังย่านการค้าเป็นสถานที่ที่มาร์คพาเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีมาเปิดหูเปิดตา ทั้งที่บอกเอาไว้ว่าจะซื้อให้เพียงกระเป๋าแบบที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นแต่พอเอาเข้าจริงแล้วบัตรเครดิตแถบสีดำของมาร์คก็ถูกรูดจนนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ใช่เพราะคำขอของเด็กน้อยหากแต่เป็นเพราะคนแก่ที่มีรสนิยมต่างหากที่เห็นอะไรก็พาลอยากซื้อให้คนที่เป็นเหมือนดวงใจไปเสียทุกอย่าง

 
 

“อันนี้ไม่ต้องหรอกครับป๊า...กลับไปที่นั่นไม่หนาวสักหน่อย ไม่จำเป็นต้องซื้อโค้ทหนาขนาดนี้หรอกครับ” แม้ว่าดีไซน์มันจะสวยแต่ว่าความจำเป็นในการใช้งานนั้นแทบเป็นศูนย์


 

“ตามใจ”

 


“โอ๊ะ! ขอโทษครับ” สองอาหลานยังถกเถียงกันได้ไม่ทันจบดีร่างเล็กๆของหลานชายก็ถูกกระแทกเข้าจากด้านหลังโดยร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบพนักงานของช็อปเข้าให้เสียก่อน มาร์คคว้าข้อแขนเล็กเข้าหาตัวเองพลางส่งสายตาตำหนิไปยังคนที่ไม่ระมัดระวังจนทำให้แบมแบมเจ็บตัว


 

“ไม่เป็นไรครับ” แบมแบมหันไปมองด้านหลังนิดหน่อยเพื่อสังเกตว่าอีกฝ่ายเจ็บตรงไหนหรือไม่ หากแต่เมื่อดวงตากลมปะทะเข้ากับใบหน้าของชายหนุ่มต้นเรื่องนั้นดวงตากลมก็เบิกกว้าง ริมฝีปากอิ่มขยับอ้าออกโดยไร้ซึ่งเสียงใดๆเล็ดลอด

 


“บ...แบม แบมใช่ไหม!

 


พนักงานหนุ่มชาวเอเชียที่ดูแก่กว่าแบมแบมสองสามปีเผลอทำเสียงดังจนพนักงานตรงแคชเชียร์ชะเง้อมอง แบมแบมยิ้มกว้างก่อนจะพยักหน้ารับจนผมปลิว เด็กน้อยบิดแขนตัวเองออกจากฝ่ามือใหญ่ของคนที่ตอนนี้กลายเป็นว่ายืนอยู่ด้านหลังแบมแบมแทนเพราะเจ้าตัวหันกลับไปมองคนตรงหน้าที่แสดงท่าทีว่าเคยรู้จักมาก่อนอย่างเต็มตัว ฝ่ามือขาวยื่นออกไปเชคแฮนด์ทักทายกับเด็กหนุ่มตรงหน้าโดยไม่รอช้า


 

“โลกกลมจังเลยอะ...นายทำงานอยู่ที่นี่เหรอ” แบมแบมเป็นฝ่ายเปิดปากยิงคำถามออกไปก่อน

 


“ใช่ เพิ่งย้ายมาจากญี่ปุ่นได้ไม่นาน...แบมมาเที่ยวเหรอหรือว่ามีบ้านอยู่ที่นี่”

 


“คือ เรามาเยี่ยมป๊า...อ่า” ดูเหมือนว่าเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานจะไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบกันจนหลงลืมไปว่ามีใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง มาร์คพ่นลมหายใจออกมานิดหน่อยก่อนจะทำทีเป็นหันหลังไปดูสินค้าบนชั้นโชว์แต่เสียงใสๆที่เรียกชื่อเขาก็ดังขึ้นเสียก่อน


 

“ป๊าครับ...นี่อาร์ตี้ เพื่อนแบมสมัยเด็กๆ คนที่แบมเคยเล่าว่าบ้านเราอยู่ติดกันแล้วเขาเลี้ยงลูกหมูน่ะครับ ส่วนตี้...นี่คุณอามาร์ค เราย้ายมาอยู่กับท่านตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่เสียเมื่อหลายปีก่อน”

 


“สวัสดีครับคุณอา...เสียใจด้วยนะแบม ฉันอยากกลับไปทำความเคารพท่านจริงๆแต่ว่าตอนนั้นฉันก็ยังเด็กส่วนแม่ฉันก็ทำงานหนักจนไปไหนไม่ได้เลย แถมกำลังมีปัญหาเรื่องหย่ากับคุณพ่ออีก” 



“ไม่เป็นไรหรอก...เสียใจด้วยเช่นกันนะเรื่องที่คุณน้าต้องหย่าน่ะ” แบมแบมยิ้มให้เพื่อนด้วยความจริงใจ บรรยากาศเงียบลงไปชั่วครู่ มีเพียงสายตาสองคู่ที่ฉายชัดว่าดีใจที่ได้เจอกันเท่านั้นที่มาร์คมองเห็น

 

“...”

 

“นายมีวันว่างไหม เผื่อว่าก่อนที่ฉันจะกลับไปเรียนเราจะได้นัดเจอกัน” แบมแบมล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาเตรียมบันทึกช่องทางสื่อสารกับเพื่อนสนิทในวัยเด็กที่ห่างหายกันไปเพราะว่าการโยกย้ายที่อยู่ เด็กหนุ่มที่มีอายุมากกว่าสองปียิ้มกว้างก่อนจะบอกช่องทางการติดต่อของตัวเองไปด้วยความยินดี

 

“แอดมาเลยนะ เดี๋ยวเลิกงานค่อยคุยกัน...ตอนนี้คงต้องขอตัวก่อนเดี๋ยวยัยแหม่มตรงโซนคิดเงินจะหาเรื่องไปฟ้องผู้จัดการให้ฉันโดนหักเงินเดือนอีก ไว้เจอกัน...ขอให้มีความสุขในการเลือกซื้อของนะครับคุณอา แบมแบม”

 

“...” แบมแบมโบกมือไล่หลังเพื่อนที่เดินกลับเข้าไปจัดการงานที่ค้างเอาไว้ด้านหลังร้านจนลับสายตา ก่อนจะหันกลับมามองคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังตน อามาร์คมองมายังแบมแบมด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก


 

“สรุปไม่ซื้อร้านนี้ใช่ไหม...”


 

“งั้นไปร้านอื่นกันเถอะ”

 


และนั่นก็เป็นประโยคยาวที่สุดหลังจากเหตุการณ์จบลง แบมแบมรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวมันเปลี่ยนไป อามาร์คพาเขาเดินดูทุกๆร้านที่น่าสนใจก็จริงแต่แบมแบมกลับไม่รู้สึกสนุกเหมือนตอนแรกเลยสักนิด อาจเป็นเพราะใบหน้านิ่งๆของคนอายุมากกว่าที่ไม่แสดงท่าทีใดๆแบบนั้น ถามอะไรก็ตอบเหมือนขอไปทีจนแบมแบมเองรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองนั้นกำลังหดเล็กลงไปเรื่อยๆเพราะทำตัวไม่ถูก

 


แม้จะอยู่ด้วยกันมานานแต่ก็ไม่ใช่ว่าแบมแบมจะไม่กลัวเวลาอามาร์คนิ่งและใช้สายตาดุๆกับตัวเอง

 


.

.

 

          จนกระทั่งกลับมายังห้องพักในช่วงหัวค่ำแล้วอามาร์คก็ทำเพียงแค่วางถุงกระดาษที่ด้านในเป็นของที่อีกฝ่ายอยากซื้อให้ทิ้งไว้บนโต๊ะรับแขกภายในตัวห้องแล้วจากนั้นก็แยกตัวเข้าไปในห้องนอนส่วนที่จัดเป็นโต๊ะทำงานเท่านั้น แผ่นหลังกว้างใต้เสื้อกล้ามสีเข้มที่กำลังก้มอ่านเอกสารเงียบๆแบบนั้นทำให้แบมแบมเริ่มใจเสีย ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่พยายามชวนอีกฝ่ายคุยแต่เป็นเพราะว่าความพยายามเหล่านั้นมันไม่ได้รับความร่วมมือจากอามาร์คเลยสักนิด

 
 

“ป๊าครับ” แบมแบมข่มก้อนสะอื้นในอกเอาไว้ เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายโกรธอะไร...แต่ก็ยังทำใจกล้าเดินเข้าไปเรียกอีกฝ่ายจากด้านหลัง หลังจากที่เข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายเปลี่ยนเป็นชุดสบายๆเรียบร้อย


 

“ว่ายังไง...” อีกฝ่ายครางรับแต่ไม่หันมามอง


 

“แบมอยากกอดป๊าครับ” แบมแบมละทิ้งความอาย เดินเข้าไปหยุดอยู่ด้านหลังคนที่ยังคงเมินใส่กัน


 

“เก็บของที่ซื้อมาหมดแล้วหรือไง”


 

อามาร์คทำเป็นไม่สนใจที่แบมแบมพูดด้วยซ้ำ...


 

“พรุ่งนี้นายกลับไปได้แล้วล่ะ ฉันจะจัดการเรื่องเที่ยวบินให้” แบมแบมใจกระตุก เม้มปากแน่นน้ำตาร้อนๆเริ่มเอ่อคลอที่ดวงตากลม


 

“ท...ทำไมล่ะครับ แบมหยุดยาวสองสัปดาห์...นี่เพิ่งจะวันที่สองเองนะครับ”

 


“อย่าเถียง ฉันไม่ชอบ” แบมแบมทนไม่ไหวอีกต่อไปเมื่อถูกดุด้วยน้ำเสียงห้วนๆและถ้อยคำที่กล่าวหาว่าเขาทำนิสัยไม่ดีออกไปอย่างการเถียงทั้งที่จริงเขาก็แค่อยากรู้เหตุผลของอีกฝ่ายเท่านั้น


 

“ป๊า...แบมผิดอะไรบอกแบมสิครับ” ร่างเล็กๆก้าวไปหยุดอยู่ฝั่งซ้ายมือของคนแก่กว่า ฝ่ามือเล็กถือวิสาสะวางลงบนฝ่ามือที่ยังจับปากกาเขียนข้อความลงในเอกสารคล้ายกับไม่สนใจ จนในที่สุดอีกฝ่ายก็ยอมเงยหน้าขึ้นมามองกัน แววตาของอามาร์ควูบไหวนิดหน่อยก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นนิ่งจนอ่านไม่ออก


 

“ไปเที่ยวกับคนแก่แบบฉันยังไงมันก็ไม่สนุกเท่ากับไปไหนมาไหนกับเพื่อนๆหรอก อยู่ที่นี่ก็น่าเบื่อ...กลับไปอยู่ที่บ้านคงจะดีกว่า” มาร์คพูดเสียงนิ่ง มองหน้าเด็กชายที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ตรงหน้า พยายามมองผ่านน้ำตาเม็ดเล็กที่ไหลลงมาอาบแก้มเนียนที่ขึ้นสีระเรื่อ

 


“แต่แบม...อยากอยู่กับป๊า” เด็กน้อยพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่นแต่นั่นกลับทำให้คนมองถึงกับใจอ่อนลงไปกว่าครึ่ง

 


“ให้แบมอยู่ด้วยนะครับ...” เด็กน้อยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายอ่อนลงก็อ้อนวอนด้วยทั้งน้ำเสียงและแววตา สองขาเล็กทรุดลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าคนอายุมากกว่า ค่อยๆขยับเข้าไปใกล้ร่างบนเก้าอี้แล้วสวมกอดเข้าไปที่เอวสอบแนบใบหน้าตัวเองกับหน้าท้องที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของคนที่เป็นเหมือนเจ้าของชีวิต

 


“แบมแบม อย่าทำแบบนี้” มาร์คขมวดคิ้ว นึกไม่ชอบใจขึ้นมาที่ตัวเองพูดจาทำร้ายน้ำใจคนที่ลงแรงบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาตัวคนเดียวเพื่อมาหาเขากลางดึกแบบนี้ ทั้งที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะสงบอารมณ์คุกกรุ่นนั้นด้วยตัวเองโดยไม่กล่าวโทษอีกฝ่ายแท้ๆ แต่เขาก็เผลอทำตัวไร้เหตุผลไปจนได้

 


“เช็ดน้ำตาซะ ฉันขอโทษ” ฝ่ามือหนาวางลงบนกลุ่มผมนุ่มก่อนที่ใบหน้าหล่อคมของคุณอาวัยสามสิบแปดจะโน้มลงกดจูบเข้าที่ข้างแก้มของเด็กหนุ่มตรงหน้า

 


“...” แบมแบมเงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่ดูอ่อนลงไปกว่าเดิมด้วยแววตาไม่ต่างจากที่ผ่านมา ลูกกวางน้อยกำลังกลับมาหัวใจพองโตอีกครั้งเมื่อได้ยินคำขอโทษจากคนที่เป็นความรักหนึ่งเดียวของตัวเอง

 


“ฉันแค่หึงนาย หวงนายกับเด็กนั่น” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาขณะที่ใช้ปลายนิ้วเชยคางให้อีกฝ่ายมองลึกเข้ามาในดวงตา แบมแบมแก้มเห่อร้อนเมื่ออีกฝ่ายเปิดเผยแววตาที่ซ่อนอยู่ใต้ความเมินเฉย

 


“เขาเป็นแค่เพื่อนแบมครับ ไม่เคยเป็นมากกว่านั้นและจะไม่มีทางเป็นมากกว่านั้นแน่นอน”

 


ฝ่ามือเล็กเอื้อมขึ้นจับสันกรามที่นูนชัดของอีกคน ปลายนิ้วชี้น้อยๆไล้ไปตามใบหูของคนอายุมากกว่าอย่างเอาใจ อามาร์คเป็นแบบนี้ไม่บ่อย และครั้งนี้แบมแบมก็คงจะมีส่วนผิดที่ทำให้อีกฝ่ายคิดไปไกล...เพราะตลอดช่วงเย็นที่ร้านอาหารแบมแบมก็เอาแต่ตอบกลับการสนทนากับเพื่อนสนิทที่พบกันด้วยความบังเอิญอยู่บ่อยครั้ง

 


“ทำให้ฉันเชื่อหน่อยสิเด็กดี” มาร์คขยับใบหน้าเข้าใกล้กว่าเดิมกดจูบเข้าที่ริมฝีปากเล็กๆนั่นสองสามครั้ง ผละออกมาก่อนจะกดจูบเข้าไปอีกครั้ง คราวนี้เนิ่นนานกว่าเดิมทั้งผลัดกันต้อนและรับจนเกิดเสียงจาบจ้วง ท่อนแขนเรียวยกขึ้นมาคล้องคอคนที่นั่งอยู่สูงกว่าตัวเองด้วยความเคยชิน

 


“แบมรู้ว่าป๊าเชื่อแบมครับ” เด็กดีผละออกมาก่อนจะยกยิ้มบางๆ ก่อนเสียงหัวเราะทุ้มๆจะดังขึ้น

 


“เก่งนี่”

 


“แต่เพราะวันนี้แบมเป็นเด็กไม่ดี เมื่อตอนเย็นแบมสนใจมือถือมากเกินไป...แบมจะไถ่โทษครับ” มาร์คยิ้มกว้างมองเด็กตัวน้อยที่ดูจะมีลูกเล่นแพรวพราวมามัดใจเขามากขึ้นทุกวันอย่างหยั่งเชิง มาร์คก็อยากรู้เหมือนกันว่าการไถ่โทษของลูกกวางตัวน้อยนั้นคืออะไร...


 

“...”

 


“แน่ใจเหรอ หื้ม?” รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาเมื่อหลานชายตัวน้อยเล่นซุกซนด้วยการใช้ริมฝีปากกดจูบผ่านเนื้อผ้าบางที่ตนสวมใส่ตั้งแต่หน้าท้องแกร่งลงมาจนถึงขอบกางเกงนอน แม้แบมแบมจะทำเหมือนกับว่าตัวเองใจกล้าพอแต่ฝ่ามือสั่นๆที่เกาะอยู่บนที่วางแขนเก้าอี้นั้นก็เป็นตัวบ่งบอกความประหม่าที่อีกฝ่ายมีเป็นอย่างดี


 

“แบม...” เด็กน้อยเม้มปากนิดหน่อยคล้ายกับกำลังชั่งใจแต่ยังไม่ยอมเงยหน้า แต่ก่อนที่จะได้ตัดสินใจอะไรร่างของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ค่อยๆดันตัวยืนขึ้นพลางดึงให้แบมแบมลุกขึ้นจากพื้นพร้อมๆกัน

 


“พอแล้ว...ค่อยๆให้มันเป็นไป เท่าที่ฉันใจร้อนเก็บดอกไม้ดอกนี้มาก่อนฤดูกาลที่ควรก็ถือว่ามากพอแล้ว” มาร์คพูดทุกประโยคอย่างใจเย็น จ้องลึกในแววตาคู่สวยของเด็กหนุ่มตรงหน้า ถึงแม้แบมแบมจะเบนหน้าไปทางอื่นแต่ก็ไม่สามารถซ่อนสีจางๆบนแก้มใสนั่นได้


 

แบมแบมยังเปรียบเสมือนดอกไม้สีขาวที่คอยล่อแมลงตัวเล็กตัวน้อยให้เข้าหาอยู่ตลอดไม่ต่างจากเดิม


 

มาร์คก็แค่ไม่อยากทำให้ดอกไม้น้อยๆต้องบอบช้ำไปเสียก่อน...


 

“ก่อนหน้านี้บอกว่าอยากกอดฉันไม่ใช่เหรอ”

 
 

“...ครับ” แบมแบมครางรับเสียงแผ่ว นึกอายในสิ่งที่ตัวเองเพิ่งกระทำลงไป...เขาก็แค่อยากเอาใจให้อีกฝ่ายอารมณ์ดี ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่คิดจะทำเป็นการแสดงออกที่ยั่วเย้าแต่อย่างใด


 

“งั้นเราไปนอนกอดกันบนเตียงดีไหม ฉันเบื่อจับแฟ้มงานแข็งๆนี่เต็มที” น้ำเสียงเชิงหยอกเย้าทำให้แบมแบมหลุดยิ้มออกมา แต่กระนั้นเด็กดีก็เดินตามแรงจูงไปถึงเตียงกว้าง...อามาร์คทิ้งตัวลงไปนอนก่อนจะรั้งให้แบมแบมทับลงมาบนอกกว้าง ตระกรองกอดร่างเล็กๆของเด็กหนุ่มเอาไว้อย่างที่พูดไม่มีผิดเพี้ยน


 

“วันนี้เสียบรรยากาศ...เอาไว้วันหลังฉันจะพานายไปเที่ยวที่อื่นก็แล้วกัน” มาร์คพูดเสียงเรียบแต่นั่นก็หมายถึงความใส่ใจของอีกฝ่าย แบมแบมยิ้มกว้างก่อนจะจับฝ่ามือใหญ่ของอีกคนขึ้นมากดจูบเบาๆ


 

“วันนี้แบมคิดว่าป๊าโกรธที่แบมใช้เงินเยอะเสียอีกครับ” จากนั้นเด็กน้อยจึงค่อยเปิดปากพูดเสียงค่อย

 


“นายจะผลาญจนฉันหมดตัวก็ได้ ถ้าคิดว่าชาตินี้ฉันจะหมดตัวง่ายๆ” คำพูดเกินจริงทำให้แบมแบมหัวเราะออกมา มาร์คเองก็ยิ้มตามพลางปิดเปลือกตาสูดดมกลิ่นหอมๆของเด็กชายตัวเล็กเข้าเต็มปอด


 

“ป๊าครับ...” เมื่อเงียบไปได้อึดใจเสียงเล็กก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าหวานขยับปรับเปลี่ยนเป็นการเอียงซบลงไปบนอกกว้างแทนการนอนหงาย ปล่อยให้อีกคนลูบผมตัวเองไปเรื่อยๆ...แบมแบมชอบเหลือเกินเวลาที่อีกคนทำแบบนี้กับเขา นอนฟังเรื่องไร้สาระที่เขาเล่าพร้อมกับลูบผมไปเรื่อยๆ ครางรับบ้างเงียบบ้างตามประสาอามาร์คเหมือนเช่นทุกคืนที่เรานอนด้วยกัน


 

“แบมรักป๊านะครับ”

 


“...”

 


“ยิ่งกว่าชีวิตของฉัน...แบมแบม”

 







ครบ 100% แล้วสำหรับสเป Sugar Daddy 
หลายคนดูจริงจังกับการอัดรวมสเปเป็นเล่ม เดี๋ยวนะ ขอเวลาหายใจก่อน 5555555555555
แล้วก็ใครที่ยังไม่มีฟิคเป็นเล่มแล้วอยากได้ตอนนี้สั่งจองได้เลย ไม่ต้องไปหาซื้อต่อใครทั้งสิ้น เล่มใหม่แกะซีลกันไปเร้ย


อ่านจบก็ติดแท็กโลด #ficsdmb
twitter : @since9397 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 140 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,272 ความคิดเห็น

  1. #2272 -PeMiGa- (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 17:48
    ดีมากๆๆๆๆๆๆเลย ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆมาให้อ่านนะคะ
    #2,272
    0
  2. #2232 Beaujungf (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 22:58
    คนแก่หึงงงงง มันกราวใจเรายิ่งนัก

    ขอบคุณคุณไรท์เตอร์พันครั้งเลยค่าาา ที่เอาสเปมาลงให้อ่านนนนน :)
    #2,232
    0
  3. #2173 NJChokdee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 04:47
    หวานนนน
    #2,173
    0
  4. #2122 NINGWC (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 21:23
    สนุกมากกกก อ่านรวดเดียวเลย ไว้มาเปิดเรื่องใหม่นะคะ
    #2,122
    0
  5. #2121 namemy_jung (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 09:35
    ฮือออออ ละมุนอะไรเบอร์นี้
    #2,121
    0
  6. #2060 gifbam (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 17:36
    อื่มกับความรักของเขาทั้งคู่ ^^
    #2,060
    0
  7. #2054 gatchan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 03:07
    คุณป๊าขี้งอนงี่เง่าอีกด้วย ตาแก่เอ้ยยยยน แบมเวอร์ชั่นโตแอทแทคแรงมากค่ะะะ
    #2,054
    0
  8. #2046 wslloogpa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 23:45
    ชอบคำบอกรักของทั้งคู่จรุง ไม่ว่าจะพูดกี่ครั้งก็ชอบ
    "แบมรักป๊า" "ยิ่งกว่าชีวิตของชั้น แบมแบม"
    #2,046
    0
  9. #1979 Bam Yien (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:48
    คนแก่ขี้หึงแถมขี้น้อยใจอีกต่างหาก
    #1,979
    0
  10. #1958 ojay2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 21:26
    หึงน้องงงงงงงง น่ารักจริงๆ ละมุนนน
    #1,958
    0
  11. #1938 Kangbeau kawaohh (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 23:58
    น่ารักกกกกก
    #1,938
    0
  12. #1931 My love markbam (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 23:44
    น่ารักจริงๆเลยนะ
    #1,931
    0
  13. #1930 aomtawanrat937 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 21:38
    โอ้ยยยยยน่ารักจริงๆๆ
    #1,930
    0
  14. #1928 Nuthathai Por (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 20:59
    คนแก่ขี้หึงขี้หวง แต่น่ารักแถมหล่อสายเปย์อีกต่างหาก
    #1,928
    0
  15. #1927 ไม่บอกกก1 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 10:03
    คนแก่ขี้หึง ><
    #1,927
    0
  16. #1926 tbmb2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 09:08
    คนแก่หึงแรงอ่ะ  เด็กน้อยแบมแบมน่าสงสารเลย....
    #1,926
    0
  17. #1924 สาริกา/sarika (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 16:53
    อบอุ่นหัวใจ~
    #1,924
    0
  18. #1923 ปีศาจสีเงิน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 15:13
    อยากมีแบบนี้บ้างงง เฮ้อออ~
    #1,923
    0
  19. #1922 RMA_12 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 11:39
    ชอบประโยคที่มาร์คพูด "ยิ่งกว่าชีวิต แบมแบม" โคตรยิ่งใหญ่อะ ชอบ เขินนนนน
    #1,922
    0
  20. #1921 Aujacharee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 01:22
    เกือบทะเลาะกันหนักแล้วมั้ยล่ะ หึงแรงจริง555
    #1,921
    0
  21. #1920 KiHaE*129 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 00:38
    คนแก่หึงทีไรสงสารน้องแบมทุกที
    #1,920
    0
  22. #1919 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 00:34
    ตอนป๊าโกรธน่ากลัวจัง
    #1,919
    0
  23. #1918 sryko1a (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 23:36
    ฮรือ ชอบมากเลย เรื่องนี้ อ่านแล้วตื้นเต้นตลอดหายใจไม่ทั่วท้อง
    #1,918
    0
  24. #1917 Tuan-En (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 23:16
    ตอนป๊าโกรธนี่น่ากลัวมากอ่ะ ฮื่อ แต่พอบอกเหตุผลนี่แบบ.. ระทวย 555555555
    #1,917
    0
  25. #1916 leehwayeon bb (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 22:41
    งุ้ยยยยย ป๊าก้ะเด็กน้อยเหมือนกันแหละหน่าาา ขี้หึ้งงงงขี้หึงงง
    #1,916
    0