[ลงแบบ E-BOOK ที่ MEB] FIC SUGAR DADDY : { MARKBAM }

ตอนที่ 10 : SUGAR DADDY : CHAPTER 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,987
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 197 ครั้ง
    18 ก.ค. 59

© themy  butter
+


SUGAR DADDY

- CHAPTER 10 -

 
 

 

          หลังจากที่เวลาล่วงผ่านไปอย่างรวดเร็วกิจกรรมสัปดาห์การแสดงของนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีแรกของโรงเรียนเอกชนชื่อดังก็ถูกจัดขึ้น โดยในวันนี้การแสดงทั้งหมดจะผลัดกันขึ้นแสดงตามคิว ณ หอประชุมเกียรติยศของโรงเรียนในช่วงระยะเวลาตั้งแต่เก้าโมงเช้ายาวจนถึงช่วงห้าโมงเย็น แต่ดูเหมือนว่าโชคไม่ดีเท่าไหร่ที่ปาร์คจีมินซึ่งเป็นผู้คุมและรับผิดชอบดูแลการแสดงทั้งหมดของห้องนั้นดันจับฉลากการแสดงได้เป็นคิวสุดท้ายทำให้นักแสดงทุกคนมีเวลาว่างเหลือเฟือ นักแสดงชายบางคนถึงกับซื้อบัตรเข้าไปดูการแสดงของห้องอื่นเป็นการฆ่าเวลาด้วยซ้ำไป

 
 

ซึ่งก็เป็นการกระทำที่เรียกเสียงหัวเราะและเสียงก่นด่าจากปาร์คจีมินได้เป็นอย่างดี


 

“เอาล่ะ...ถึงเวลาของพวกเราแล้ว ล่าสุดที่ฉันรู้มาคือบัตรการแสดงของห้องเราเหลือแค่ห้าใบก็เท่ากับว่าเราสามารถหารายได้เข้าสมทบทุนได้เยอะพอสมควร...เต็มที่นะทุกคน ฉันจะเป็นกำลังใจให้อยู่หน้าเวที”และเมื่อเวลากระชั้นชิดเข้ามานักแสดงทุกคนมารวมตัวกันอยู่ด้านหลังเวทีล้อมกันเป็นวงกลมจ้องหน้ากันคล้ายสร้างกำลังใจให้แก่กัน

 
 

“แล้วก็สาวน้อยจำเป็นของเรา ขอบใจมากนะที่ยอมทำเพื่อห้อง มันกำลังจะผ่านไปแล้ว...สู้นะแบมแบม” เจ้าของใบหน้าหวานที่วันนี้ถูกประโคมให้ดูหยาดเยิ้มมากกว่าเดิมเม้มปากนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าดวงตาหลายต่อหลายคู่ของคนที่ทำงานอยู่ด้านหลังเวทีนั้นล้วนแล้วแต่จ้องมองมายังเขาด้วยหลากหลายความรู้สึก คงจะมีหลายคนที่สงสัยว่าเด็กหญิงร่างบางในชุดกระโปรงเด็กหญิงสีแดงที่ซ้อนทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีชมพูรับกับวิกผมยาวถึงกลางหลังคนนี้เป็นใครเสียล่ะมั้ง...

 
 

“สู้เว่ยแบม! ฉันกับยองแจนั่งอยู่แถวหน้าสุดฝั่งซ้ายนะ ถ้าอยากมองหน้ากันก็มองลงมาได้...ส่วนคุณอานายเห็นแว้บๆว่านั่งอยู่ฝั่งขวาประมาณแถวสองล่ะมั้ง” ยูคยอมแม้จะทำหน้าที่เป็นเบื้องหลังแต่ก็เข้ามาส่งกำลังใจให้กับเพื่อนจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนขึ้นแสดง ยอมรับว่าเป็นห่วงเพื่อนคนนี้อยู่ไม่น้อยแต่เมื่อเห็นว่าแบมแบมไม่ได้มีท่าทางที่แย่เหมือนอย่างที่เคยคิดไว้ก็ค่อยโล่งใจขึ้นมา

 
 

“โอเค จะไม่มองลงไปเด็ดขาด”

 
 

แบมแบมพึมพำตอบรับก่อนจะโบกมือลาเพื่อนตัวสูงที่กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปทางประตูด้านหลังเมื่อได้ยินเสียงดนตรีเริ่ม ดวงตากลมเปลี่ยนทิศทางมาเป็นม่านสีแดงเลือดหมูด้านหน้าที่เขาจะต้องก้าวผ่านออกไปและสวมวิญญาณเด็กผู้หญิง แสงไฟสว่างวาบที่ลอดผ่านช่องผ้าม่านมาทำให้คนตัวเล็กอดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกวูบโหวงในใจ และแบมแบมคิดว่าทุกคนก็คงจะคิดไม่ต่างกันสักเท่าไหร่

 

“โอเคนะ สาม สอง หนึ่ง...ลุยๆๆๆ”


 

“...”

 
 

และเมื่อสองขาเล็กใต้กระโปรงสีแดงตัวสวยก้าวขึ้นมายืนบนเวทีขนาดใหญ่ที่มีสปอร์ตไลท์ส่องสว่างลงมาแบมแบมก็เกิดความรู้สึกอยากจะป๊อดขึ้นมาเสียอย่างนั้น ดวงตากลมอดไม่ได้ที่จะทอดมองลงไปยังด้านล่างซึ่งเป็นที่นั่งของผู้ชมเพื่อมองหาคนรู้จัก ถือว่าคนเข้าชมค่อนข้างเยอะกว่าที่คาดหวังไว้...โดยมียูคยอมกับยองแจนั่งอยู่ฝั่งซ้ายแถวแรกและกำลังโบกมือมาทางเขา ถัดไปอีกสองแถวเป็นรุ่นพี่จินยองกับเพื่อนในห้องอีกสองสามคนที่แบมแบมนึกชื่อไม่ออกในเวลานี้

 
 

และทางด้านขวามือแถวที่สองในตำแหน่งแรกสุดติดทางเดิน...อามาร์ค


 

“ณ รุ่งอรุณที่แสนสดใสในบ้านของเศรษฐีนีผู้หนึ่ง...ปรากฏให้เห็นร่างของลูกสาวแสนสวยทั้งสามคนของเธอ...”

 
 

“...” แบมแบมละสายตาออกจากเจ้าของใบหน้าคมคายที่สะกดความรู้สึกของเขาเมื่อเสียงของคนพากย์บทดังขึ้น หันกลับไปมองยังตำแหน่งที่ตัวเองจะต้องเดินแล้วพยายามบอกตัวเองในใจว่าการแสดงกำลังจะผ่านไป หน้าที่ของเขาก็แค่เดินตามบท...เดินไปตามบทโดยไม่วอกแวกไปนึกถึงคนที่นั่งกอดอกแล้วยกยิ้มจางๆให้เมื่อครู่นี้ก็เท่านั้น


 

ขอให้มันผ่านไปด้วยดีก็แล้วกัน...

 


.


.


 

          ในที่สุดการแสดงก็ผ่านไปด้วยดีแม้ว่าจะมีข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆแต่ก็ถือว่าทุกคนบนเวทีสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันได้อย่างดีเยี่ยม แบมแบมสามารถคุมสติตัวเองได้ดีกว่าที่คิดไว้ก่อนที่การแสดงจะจบลงอย่างสวยงามและได้รับคำชมจากหัวหน้าเครือข่ายสมาคมผู้ปกครองที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการดูแลการแสดงอีกด้วย

 
 

ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีล่ะนะ...


 

“แบม! แบม...”

 
 

“หือ” คนตัวเล็กในชุดกางเกงยีนรัดรูปสีอ่อนกับเสื้อเชิ้ตพับแขนสีขาวธรรมดาที่เน้นรูปร่างให้ดูสูงเพรียวกว่าเดิมหันหน้าไปมองยังต้นเสียง สองมือเล็กๆที่กำลังเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่ตนเองใส่ขึ้นแสดงลงถุงเพื่อนำไปส่งให้ปาร์คจีมินหยุดชะงัก ก่อนจะเห็นว่าเป็นเพื่อนหน้าตี๋คนหนึ่งในห้องที่มีหน้าที่อยู่ในฝ่ายตัดต่อ


 

“จะกลับเลยเหรอ พวกเรากะว่าจะไปฉลองกันอะ...ไปด้วยกันไหม? ว่าแต่นี่ยังไม่ได้ชวนไอ้จีมินเลยเนี่ยเห็นมันบ้างเปล่า” สองคำถามถูกส่งมาให้แบมแบมได้ใช้ความคิดก่อนที่คำตอบของทั้งสองคำถามจะเป็นการส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มบางๆเท่านั้น


 

“ไม่ล่ะ อาเรามารอรับแล้ว ส่วนจีมินเราก็ยังไม่เห็นเหมือนกัน”

 


“อ่อ...โอเค เสียดายว่ะถือว่าเป็นความสำเร็จของห้องเราเลยนะไม่ไปหน่อยเหรอ แป๊บเดียวก็ยังดี”

 


“ไม่ได้จริงๆอ่ะ ฝากถุงนี้คืนให้จีมินด้วยนะวิคเตอร์เราต้องไปแล้ว” แม้ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะยังไม่ละความพยายาม แต่แน่นอนว่าแบมแบมก็ส่ายหน้าย้ำไปอีกครั้งก่อนจะฝากถุงเสื้อผ้าตัวเองเอาไว้ที่เพื่อนสำหรับคืนให้ปาร์คจีมินเพราะตัวเขานั้นคงต้องรีบออกไปก่อนด้วยเพราะเกรงใจในคนอายุมากกว่าที่รอรับเขากลับบ้านพร้อมกันในวันนี้

 


“อ่า บ๊ายบายแบมแบม”

 


          หลังจากผละตัวออกมาจากด้านหลังเวทีได้แล้วแบมแบมก็พยายามเหลือเกินที่จะมองหาร่างของเพื่อนสนิทอย่างคิมยูคยอมและเพื่อนต่างห้องอย่างชเวยองแจ แต่ดูเหมือนว่าเพราะการที่คนเยอะกว่าปกติจะทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ยาก คนตัวเล็กรีบเดินเบียดกายออกมาจนถึงส่วนที่เป็นลานจอดรถ ดวงตากลมพยายามมองหารถยนต์ที่คุ้นตาแต่จู่ๆแรงสัมผัสจากด้านหลังก็ทำให้สมาธิแตกกระเจิงเสียก่อนด้วยความตกใจ


 

“อ้าว! สวัสดีครับ รุ่นพี่จินยอง” เมื่อเห็นว่าเป็นรุ่นพี่ที่เคยรู้จักและมีบุญคุณในการพาเขาไปส่งบ้านเมื่อนานมาแล้วคนตัวเล็กก็ค้อมตัวให้อย่างนอบน้อมจนได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจากร่างโปร่งตรงหน้า

 


“สวัสดีครับน้องแบมแบม วันนี้พี่ไปดูละครห้องเราด้วยนะ...ดีกว่าหลายๆห้องที่ผ่านมาเลยล่ะ” แบมแบมยกยิ้มเต็มแก้มก่อนจะกล่าวขอบคุณสำหรับคำชม แม้ว่าแบมแบมจะไม่ได้แสดงทุกฉากทุกตอนเหมือนเพื่อนๆแต่ก็ถือว่ามีส่วนร่วมที่ทำให้ละครเรื่องนี้สมบูรณ์ได้ล่ะนะ

 


“ขอบคุณครับ ผมก็ไม่คิดว่ามันจะออกมาดีขนาดนี้เหมือนกัน”

 


“ฮ่าๆ พี่ชอบแบมใส่ชุดนั้นนะ เหมือนเด็กผู้หญิงมากๆเลย...ได้ยินเสียงคนข้างหลังชมกันใหญ่ว่าเด็กผู้หญิงคนที่เล่นเป็นน้องเล็กน่ะน่ารักรู้สึกคุ้นหน้าแต่ไม่มีใครจำได้สักคน” คนตัวเล็กเบนหน้าหนี ทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นรอยยิ้มของอีกฝ่ายที่ชวนให้กระดากอายแปลกๆ

 


“ผม...ได้บทนี้ด้วยความจำเป็นน่ะครับ พอดีผู้หญิงในห้องไม่พอผมก็เลยต้องทำแทน”

 


“เหรอ บังเอิญดีจัง...อ่ะแบมพี่ให้ เป็นของขวัญให้กำลังใจนักแสดงมือใหม่” แบมแบมเบิกตากว้างกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าสิ่งที่อีกคนยื่นมาให้หลังจากที่ซ่อนไว้ด้านหลังตั้งแต่สนทนาประโยคแรกกันนั้นคือดอกกุหลาบสีแดงไร้หนามที่ถูกผูกด้วยริบบิ้นสีขาวไร้ลวดลาย มือน้อยค่อยๆขยับออกไปหยิบมาอย่างไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่

 


“อันที่จริงแบมก็ไม่ได้แสดงดีอะไรขนาดนั้น แต่ยังไงก็ขอบคุณมากนะครั...”

 


“แบมแบม”

 


“...” ยังไม่ทันพูดจบประโยคดีน้ำเสียงทุ้มที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำก็ดังขึ้นชัดเจนราวกับว่าอีกฝ่ายเข้ามายืนอยู่ในความคิดของเขาอย่างไงอย่างงั้น เด็กน้อยปิดริมฝีปากที่กำลังเจื้อยแจ้วก่อนจะหันตัวไปมองด้านหลัง พบเข้ากับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำตามสไตล์ของคุณอาวัยสามสิบห้าปีที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังตัวเองด้วยใบหน้านิ่งเฉย กุญแจรถยี่ห้อดังที่แกว่งอยู่ในมือของอามาร์คที่เห็นทำให้แบมแบมได้สติ

 


“คือ ขอตัวนะครับรุ่นพี่จินยอง แบมต้องไปแล้ว”

 


“...ขอโทษที่ให้รอนานนะครับป๊า” ประโยคหลังเด็กตัวเล็กหันไปพูดกับคนด้านหลังเสียงอ่อน ช้อนตามองเพื่อแสดงความสัตย์จริงผ่านแววตา ไม่รู้เหมือนกันว่าอามาร์คจะโกรธหรือเปล่าที่เขามัวแต่เถลไถลปล่อยให้อีกฝ่ายคอยอยู่นานสองนาน อย่างน้อยการใช้น้ำเสียงในโทนแบบนี้ก็น่าจะช่วยให้อีกฝ่ายมองเห็นถึงความรู้สึกผิดของเขาบ้างล่ะนะ...

 


          ไม่มีบทสนทนาต่อจากนั้นจนกระทั่งรถยนต์คันหรูเคลื่อนออกจากบริเวณโรงเรียนได้สักพัก ยูคยอมโทรเข้ามาในจังหวะที่แบมแบมตัดสินใจจะชวนอามาร์คคุยในครั้งแรกจนเสียความมั่นใจไปเพราะเมื่อวางสายลงอามาร์คก็ทำเพียงแค่ปรายสายตาลงมามองยังของขวัญจากจินยองที่แบมแบมวางไว้บนตักเท่านั้น

 


“ป๊า...”

 


“ไอ้เด็กคนนั้นน่ะเหรอที่ชื่อจินยอง” หากแต่เมื่อจะเปิดปากพูดก็เกิดใจตรงกันขึ้นมา แบมแบมกระพริบตาปริบก่อนจะครางรับตามความจริง

 


“ครับ เขาเป็นรุ่นพี่แบมแล้วก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของเพื่อนแบมครับ”

 


“นายอาจจะไม่รู้ แต่ฉันไม่ชอบกลิ่นกุหลาบ” เป็นการเปลี่ยนเรื่องที่ยังคงอยู่ในเรื่องเดียวกัน เพราะเมื่อมาร์คพูดอย่างนั้นแบมแบมก็หลุบตาลงมองดอกกุหลาบสีสดที่ตักตัวเองด้วยสีหน้าลำบากใจหน่อยๆ มือน้อยหยิบมันขึ้นมาก่อนจะเม้มปากอย่างใช้ความคิด

 


“ถ้าอย่างนั้น...แบมทิ้งมันก็ได้นะครับ” เด็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อน ไม่ได้เสียดายหรอกก็แค่สงสารดอกไม้ที่ถูกซื้อมาแล้วต้องนำไปทิ้งไม่มีโอกาสได้ใช้ประดับเท่านั้น...แต่ในเมื่ออามาร์คไม่ชอบแน่นอนว่าแบมแบมจะไม่เก็บมันเอาไว้

 


“ไม่เสียดายเหรอ รุ่นพี่หน้าตาดีแบบนั้นเอาดอกไม้มาให้เลยนะ” มาร์คเลิกคิ้วถามเด็กน้อยเสียงทุ้ม

 


“ไม่เสียดายครับเพราะแบมไม่ได้อยากได้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” และเด็กดีก็ตอบเสียงฉะฉานจนได้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้เด็กน้อยรู้สึกวูบวาบแปลกๆของคุณอาที่เหมือนว่าจะไม่สามารถซ่อนเอาไว้ได้

 


“ดี งั้นค่อยเก็บเอาไปทิ้งที่ร้านก็แล้วกัน” มาร์คพูดเสียงเรียบขณะที่หักพวงมาลัยเลี้ยวไปยังเส้นทางที่แบมแบมไม่คุ้นเคย คิ้วเล็กขมวดเข้าหากันก่อนจะตัดสินใจถามออกมาในสิ่งที่สงสัย

 


“ร้าน? แบมก็หลงคิดว่าเราจะกลับบ้านกันเสียอีกครับ”

 


“ฉันจะพานายไปรู้จักกับใครบางคน เขาเป็นคนสนิทของฉันเอง”

 


ก็ฟังดู...น่าตื่นเต้นดีล่ะมั้ง

 




 

          ร้านอาหารสไตล์จีนเป็นสถานที่ที่มาร์คพาเด็กชายร่างบางในวัยสิบห้าปีกว่าๆเดินเข้ามาหลังจากที่ส่งรถให้กับเด็กรับรถที่ด้านหน้าเรียบร้อย แบมแบมแม้ดูเหมือนว่าจะงงอยู่หน่อยๆแต่ก็ยังคงทำตัวเป็นเด็กดีไม่ตั้งคำถามอะไรออกมา เดินขนาบข้างกับคุณอาร่างสูงเข้ามาด้านในเรื่อยๆจนกระทั่งพบกับบุคคลปริศนาที่ทำให้เด็กน้อยรู้สึกสั่นไหวในอกแบบแปลกประหลาด

 
 

“มาแล้วเหรอมาร์ค นั่งกันก่อนสิ...แล้วนี่แบมแบมใช่ไหม” ใครคนนั้นที่ว่าเธอเป็นผู้หญิงในชุดเดรสเข้ารูปสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าของเธอเรียวสวยได้รูปแต่มีดวงตาที่ทำให้แบมแบมรู้สึกคุ้นอย่างแปลกประหลาด เด็กน้อยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาต้องมีมารยาททักทายคนมีอายุมากกว่าจึงโค้งศีรษะลงน้อยๆแล้วเอ่ยทักทายเสียงเบา


 

“สวัสดีครับ ผมชื่อแบมแบมครับ”


 

“สวัสดีจ้ะ น้าชื่อลี่จินส่วนนี่ลูกชายน้าน้องเมลิค” เด็กผู้ชายวัยสามสี่ขวบที่มีใบหน้าหวานไม่ต่างจากเธอหันมามองหน้าแบมแบมนิ่งค้าง แก้มยุ้ยๆของเด็กชายขึ้นสีแดงระเรื่อก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้แบมแบมอย่างน่ารักน่าชัง

 


“เธอสั่งอะไรหรือยังลี่จิน” เมื่อต่างฝ่ายต่างแนะนำกันเสร็จมาร์คก็เปิดปากถาม ลี่จินส่ายหน้าสองสามครั้งก่อนจะตอบว่าเธอสั่งมาแค่ไวน์และน้ำเปล่าสำหรับลูกชายเท่านั้น

 


“น้องแบมอยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าจ๊ะ?” หลังจากที่เรียกบริกรมาแล้วหญิงสาวหนึ่งเดียวในโต๊ะก็เป็นฝ่ายจัดแจงสั่งอาหารโดยไม่จำเป็นต้องถามความเห็นจากคนอายุมากที่ทำเพียงนั่งเล่นหยอกล้อกับเด็กชายตัวน้อยฝั่งตรงข้าม แบมแบมเม้มปากนิดหน่อยก่อนที่ส่ายหน้าออกไปเพราะด้วยความเกรงใจและรู้สึกไม่ค่อยอยากอาหารสักเท่าไหร่เนื่องมาจากบรรยากาศที่ดูแปลกๆ


 

“โอเค งั้นเอามาเท่านี้ก่อนค่ะ” หญิงสาวหันไปพูดกับบริกรชายก่อนจะหันกลับมาสนใจเด็กหนุ่มและมาร์คต้วนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันกับเธออีกครั้ง แบมแบมลอบสังเกตใบหน้าของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่สงสัยอยู่ลึกๆ แบมแบมแทบไม่ได้ฟังบทสนทนาระหว่างเธอกับคุณอาร่างสูงด้วยซ้ำเพราะมัวแต่จ้องอยู่ที่ริมฝีปากสีอ่อนของเธอที่แสนคุ้นตา...


 

“แบมแบมจ้องลี่จินขนาดนั้นมีอะไรสงสัยหรือไง” มาสะดุ้งเอาก็ตอนที่ถูกอามาร์คทักด้วยน้ำเสียงนิ่งๆแต่แววตากลับทอประกายล้อเลียน เด็กน้อยเม้มปากอีกครั้งก่อนจะส่ายหน้าไปมาเบาๆเป็นคำตอบ

 


“ดูท่าทางเป็นเด็กขี้อายนะ...ใช่หรือเปล่ามาร์ค?” ลี่จินไม่ถือสา วางฝ่ามือเรียวสวยลงบนไหล่เล็กของเด็กชายลูบขึ้นลงไปมาด้วยความเอ็นดู เธอเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่รู้มานานแล้วว่าไม่ช้าก็เร็วเด็กคนนี้จะต้องก้าวเข้ามาอยู่ในช่วงชีวิตของมาร์ค และเธอก็รู้สึกยินดีจริงๆที่เด็กน้อยคนนี้มีท่าทางและบุคลิกที่ดีไม่ต่างจากที่เคยคาดเอาไว้


 

“ไม่รู้สิ บางทีก็เหมือนจะกลัว แต่บางทีก็เหมือนจะกล้า...” มาร์คลากเสียงนิดหน่อยที่ประโยคท้ายพลางปรายสายตามองใบหน้าหวานพร้อมกับยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ


 

“ฮ่าๆ มาร์คก็ชอบนี่นาแบบนี้น่ะ...เดายากๆน่ะ ใช่ไหม?” และแทนที่อีกฝ่ายจะปฏิเสธหรือพูดแก้ต่างอะไรให้คนที่ถูกลากเข้าไปเป็นประเด็นในการสนทนาได้รู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้างแต่มาร์คกลับเลือกที่จะทำเพียงแค่แค่นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆแล้วเอื้อมมือไปหยอกล้อกับเด็กชายตัวเล็กจนได้ยินเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเท่านั้น


 

“แล้วแบมแบมมาอยู่กับมาร์คได้นานเท่าไหนแล้วจ๊ะ?”


 

“จะเข้าสามเดือนแล้วครับ” แบมแบมตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ เผื่อแผ่ไปให้เด็กชายตัวน้อยที่ขยับมาเกาะแขนคุณแม่แล้วส่งสายตามามองเขาอย่างไม่ปิดบังด้วย


 

“เร็วเหมือนกันนะ เป็นยังไงบ้างล่ะ...มาร์คเลี้ยงดีไหม ทำอะไรให้กระอักกระอ่วนใจบ้างหรือเปล่า” จบประโยคของลี่จินบริกรชายคนเดิมก็นำถาดอาหารมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะเรียบร้อย แบมแบมเงียบทำเป็นมองอาหารตรงหน้าชั่วครู่ก่อนจะตอบออกมมาเสียงแผ่ว


 

“อามาร์ค...ใจดีกับแบมมากครับ” เด็กน้อยกลั้นใจพูดหากแต่ยังไม่ทันจบประโยคดีหญิงสาวก็หลุดขำออกมาเสียก่อน ฝ่ามือเรียวสวยยกขึ้นมาปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะเล็กน้อย เด็กชายตาโตด้วยความตกใจจะหันไปมองหน้าคุณอาเพื่อขอคำอธิบายก็เห็นว่าอีกฝ่ายเองก็มีท่าทีไม่ต่างกันกับลี่จินสักเท่าไหร่ รอยยิ้มมุมปากพร้อมกับแววตาที่จ้องมานั้นทำเอาแบมแบมไปต่อไม่ถูก


 

“โกหกกันแล้วล่ะ คำว่าใจดีไม่มีในพจนานุกรมของผู้ชายที่ชื่อมาร์คต้วนหรอกนะแบมแบม...หื้ม เมลิคเอาอะไรลูก?” ประโยคแรกพูดกับแบมแบมก่อนจะหันกลับไปมองด้านข้างเมื่อเด็กชายสะกิดและชี้นิ้วจะเอาบางอย่างที่อยู่บนโต๊ะอาหาร ความเงียบเกิดขึ้นในจังหวะนั้นและมันก็เป็นจังหวะเดียวกันที่แบมแบมเผลอมองเห็นแววตาบางอย่างที่ปรากฏในแววตาคู่คมที่กำลังมองภาพแม่ลูกตรงหน้า


 

“แบมแบม”

 


“ครับป๊า” ยังไม่ทันส่งอาหารเข้าปากคนตัวเล็กก็ขานรับคำเรียกเสียก่อน หันไปมองด้วยความสงสัย

 


“ลี่จินเขาเป็นน้องสาวของแจ็คสัน” แบมแบมเบิกตากว้างกว่าเดิมเล็กน้อย รู้สึกอยากจะตะโกนคำว่าอ๋อออกมาดังๆเมื่อความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาในตอนแรกถูกปัดเป่าไปจนสิ้น ที่แบมแบมรู้สึกคุ้นหน้าคุณน้าลี่จินก็เป็นเพราะว่าอีกฝ่ายเป็นน้องของอาจารย์แจ็คสันเลยมีโครงหน้าและส่วนประกอบบนใบหน้าที่คล้ายคลึงนั่นเอง

 


“จริงเหรอครับ แบมก็คิดอยู่ตั้งนานว่าคุณน้าหน้าคล้ายใครบางคนที่แบมเคยเห็น” เด็กน้อยยกยิ้มกว้าง

 


“ใครๆก็พูดแบบนี้ทั้งนั้นเลย บางคนถึงขั้นหาว่าน้าเป็นฝาแฝดกับพี่แจ็คสันเลยก็มี”

 


“ฮ่ะๆ จริงเหรอครับ” แบมแบมดูผ่อนคลายกว่าเดิมนิดหน่อย ส่วนลี่จินก็ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีก่อนจะตักอาหารอ่อนๆบนโต๊ะป้อนใส่ปากให้ลูกชายตัวเล็กที่ตอนนี้ปีนป่ายตะกายขึ้นมานั่งอยู่บนตักของเธอตามประสาเด็กในวัยนี้ที่จะไม่อยากอยู่นิ่ง หาเรื่องซุกซนไปได้เรื่อยๆ

 


“หม่ามี๊...เมลิคอยากไปนั่งกับปะป๊า”

 


ก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้าหวานจะค่อยๆจางลงไปเมื่อได้ยินประโยคที่ชวนให้แปลกใจจากเด็กชายตัวน้อย

 
 

“อ่า มาร์ค ให้ลูกไปนั่งด้วยได้ไหม?”

 


และเหลือเพียงใบหน้าเรียบเฉยโดยสมบูรณ์หลังจากที่หัวใจดวงน้อยกระตุกวาบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นแบบไม่ทันได้ตั้งตัว...

 


พ่อ แม่ ลูก...อย่างนั้นเหรอ?

 


.


.


 

          การดินเนอร์ที่แสนกระอักกระอ่วนผ่านไปแล้ว และตอนนี้ทั้งคุณอาและหลานชายคนดีก็กลับจากร้านอาหารมายังคอนโดหรูทำเลทองใจกลางเมืองแทนที่จะเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ด้วยเหตุผลที่ว่าคอนโดอยู่ใกล้กับร้านอาหารมากกว่าทำให้ประหยัดเวลาในการขับรถ และอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้มาร์คตัดสินใจเลี้ยวรถเข้ามายังคอนโดที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่านั้นก็คือ...ท่าทีเด็กน้อยที่ดูเหมือนว่าจะไปกินอะไรผิดสำแดงเข้าอย่างแบมแบมนี่ล่ะ

 
 

มาร์คต้วนในชุดเสื้อคลุมผ้าแพรยาวสีน้ำเงินกำลังนั่งกอดอกไขว่ห้างอยู่กลางส่วนที่เป็นห้องรับแขกของคอนโด ดวงตาทรงอำนาจทอดมองผ่านทะลุหน้าต่างบานใหญ่ที่ถูกปิดม่านเอาไว้เพียงครึ่งคล้ายกับว่ากำลังใช้ความคิด บุหรี่ด้ามเหล็กถูกพลิกกลับไปมาอย่างใจเย็นอย่างเพลินมือ


 

มาร์คเองก็ไม่อยากจะคิดอะไรให้มันมากสักเท่าไหร่


 

เพราะยังไงเสียทุกอย่างมันก็จะต้องเดินไปตามเส้นทางของมันที่ถูกวางเอาไว้แต่แรกอยู่ดี...


 

“...” หากแต่ในเวลานี้กับเด็กชายตัวเล็กที่ชื่อว่าแบมแบมกำลังทำให้มาร์คต้องไตร่ตรองเรื่องทั้งหมดอีกครั้งอย่างรอบคอบ เพราะอากัปกริยาบางอย่างในวันนี้ที่เด็กน้อยแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัวนั้นทำให้คนแก่ประสบการณ์กว่าอย่างมาร์คมองมันออกและรู้สึกคล้ายกับว่าทุกอย่างที่วางไว้มันกำลังดำเนินไปอย่างสวยงาม

 
 

แต่ถ้าหากเปรียบกับธุรกิจแล้วนั้นอะไรที่รวดเร็วเกินไปก็มีความเสี่ยงสูงที่จะพังลงเพราะความไม่มั่นคงของฐาน


 

ก๊อก! ก๊อก!

 
 

หลังจากนั่งใช้เวลาครุ่นคิดอะไรบางอย่างกับตัวเองได้สักพักร่างสูงใหญ่ของคุณอามาร์คก็ลุกขึ้นเดินมายังส่วนของห้องนอนสำหรับเด็กน้อยที่มีฐานะเป็นหลาน ฝ่ามือหนาเคาะลงไปสองสามครั้งให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวเพราะว่าลูกบิดไม่สามารถเปิดออกได้ง่ายดายเหมือนอย่างทุกครั้งที่มาร์คเปิดเข้ามา ครั้งแรกที่เขาต้องเคาะประตูห้องแบมแบมก็คือตอนที่อีกฝ่ายย้ายมาวันแรก และนี่ก็เป็นครั้งที่สอง...


 

คือตอนที่เด็กน้อยกำลังมึนตึงใส่เขาอย่างที่ไม่เคยเป็น


 

“ฉันไม่เชื่อว่านายหลับแล้ว ออกมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยแบมแบม” มาร์คกรอกเสียงตามไปเมื่อเห็นว่าบานประตูตรงหน้ายังคงนิ่งสงบ นี่เป็นเวลาสองทุ่ม...มันไม่ใช่เวลานอนของเด็กคนนี้ทำไมมาร์คจะไม่รู้

 
 

“...” นิ่งได้สักพักก็มีเสียงเคลื่อนไหวอยู่ด้านหลังประตูก่อนที่ประตูไม้สลักลวดลายสวยงามจะถูกเปิดออกอย่างเชื่องช้า ใบหน้าหวานที่ดูเหมือนเพิ่งตื่นนอนเพราะดวงตาที่บวมกว่าปกติทำให้มาร์คแปลกใจ แต่สิ่งแรกที่คนอายุมากกว่าเลือกจะทำนั้นไม่ใช่การเปิดปากถาม หากแต่เป็นการเบียดตัวเองเข้าไปด้านในโดยไม่ต้องรอให้เด็กน้อยอนุญาตนั่นเอง

 

“อามาร์ค...มีอะไรเหรอครับ?”

 
 

“สรรพนามห่างเหินเหลือเกินนะ” หากแต่คนอายุมากกว่ากลับไม่สะท้านสะเทือน เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนปลายเตียงกว้างจ้องลูกกวางน้อยที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่เข้าสู่โหมดปกติสักเท่าไหร่


 

“...” แบมแบมยืนนิ่งให้อีกฝ่ายจ้องแต่ก็ยังไม่กล้าสู้สายตา ดังนั้นดวงตากลมจึงเบนไปมองสิ่งอื่นที่ไม่ใช่คนบนเตียงแทนเพื่อแก้เก้อ อีกอย่างก็เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดในอกเพิ่มขึ้นมาด้วย


 

ความรู้สึกบีบรัดที่เหมือนกับว่ากำลังจะขาดอากาศหายใจ...


 

“เป็นอะไรกันแน่แบมแบม บอกมาซิ” ปล่อยนิ่งอยู่สักพักคนอายุมากกว่าก็ถามออกไปไม่อ้อมค้อม เด็กน้อยเม้มปากพรูลมหายใจออกมาเบาๆ มาร์คสังเกตเห็นว่าใบหน้าหวานน่ารักเกินชายนั้นฉายแววสับสนออกมาเพียงวูบหนึ่ง หากแต่มันก็เด่นชัดพอให้ชายหนุ่มได้ตอกย้ำข้อสันนิษฐานของตัวเอง

 
 

“แบมเปล่าครับ...แค่รู้สึกเหนื่อยๆนิดหน่อย อ๊ะ! ป๊า...ปล่อยก่อนครับ” หากแต่เด็กชายก็ยังคงปากแข็ง มาร์คยกยิ้มนิดหน่อยก่อนจะขยับตัวไปคว้าเอาสองแขนเล็กๆนั่นรั้งลงมาหาตัวเองจนเด็กน้อยเสียหลักทิ้งตัวลงบนตักกว้างอย่างไม่ตั้งใจ


 

“นายทำหน้าเหมือนเด็กถูกขัดใจตั้งแต่ตอนที่เมลิคอยากมานั่งกับฉันที่ร้านอาหาร โตแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังทำตัวเป็นเด็กหวงของอยู่อีกล่ะ” แบมแบมคงต้องยอมรับว่าคำพูดของอามาร์คเป็นอะไรที่แทงเข้ากลางใจแบบไม่สามารถปฏิเสธได้ เขารู้สึกแบบนั้นจริงๆหากแต่ไม่สามารถหาสาเหตุหรือเหตุผลมารองรับได้...มันระคนปนกันไปหมดทั้งตกใจ สับสน และต่อต้าน


 

“หวงฉันรึไง” แบมแบมกระพริบตาถี่เมื่ออีกฝ่ายก้มลงมากระซิบเสียงแผ่วที่ข้างใบหู เด็กตัวเล็กเม้มปากแน่นไม่ตอบเพราะเริ่มที่จะทำตัวไม่ถูกอีกครั้ง พักหลังมานี้คนอายุมากกว่ามักจะทำพฤติกรรมที่ก่อให้เขาเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดอยู่บ่อยครั้ง และบางทีนี่ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้แบมแบมรู้สึกแย่ราวกับถูกผลักตกภูเขาสูงเมื่อได้ยินคำว่าลูกและป๊าหลุดออกมาจากปากของเด็กชายตัวเล็กกับหญิงสาวอย่างลี่จิน...


 

“เปล่าครับ แบมแค่แปลกใจ...”

 


“ไม่รู้มาก่อนว่าอามาร์คมีลูกและภรรยาแล้ว” พูดจบคนตัวเล็กก็นิ่งไปอีกครั้งเหมือนตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง มาร์คจ้องมองท่าทีนั้นนิ่งๆ ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรออกมาแต่ส่วนลึกก็ยังอยากดูท่าทางของเด็กตัวเล็กต่อไปจึงทำแค่เพียงส่งฝ่ามือใหญ่ไปลูบหัวไหล่มนของคนบนตักเบาๆ รู้สึกได้ถึงแรงเบี่ยงตัวเล็กน้อยของหลานชายที่กำลังหัดพยศ


 

“รู้มาก่อนกับเพิ่งได้รู้ตอนนี้มันต่างกันยังไง บอกให้ฉันเข้าใจหน่อยซิ”

 


“...” แบมแบมเม้มปาก จู่ๆในใจก็เกิดเจ็บแปลบขึ้นมาเพราะคำพูดที่ตีความหมายได้หลายแง่ของอามาร์ค

 


“นอนเถอะ คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่กับนายด้วย” แบมแบมหมดแรงจะตอบโต้ปล่อยร่างกายให้ถูกดันลงไปนอนบนเตียงกว้างอย่างจำยอม ดวงตากลมที่เคยทอประกายสดใสเมื่อช่วงเช้าและบ่ายหม่นลงจนแทบไร้แววมองตามการกระทำของคนอายุมากกว่าอย่างไม่เข้าใจ แบมแบมกำลังสับสน...ทั้งความรู้สึกของตัวเองที่มันวุ่นวายและสับสนกับเรื่องใหม่ที่ได้รู้โดยอามาร์คไม่คิดจะพูดอธิบายอะไรให้เขากระจ่างมากขึ้นกว่าเดิม...


 

“เป็นเด็กดีไว้ เดี๋ยวนายจะได้รู้ทุกอย่างที่อยากรู้เอง” แบมแบมนอนหงายเปิดเปลือกตามองเพดานส่วนคนอายุมากกว่านอนตะแคงข้างใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมของหลานชายอย่างเบามือ จมูกโด่งกดลงไปบนกลุ่มผมนิ่มก่อนจะตามด้วยพวงแก้มและสันกราม นี่ไม่ใช่คืนแรกที่อามาร์คถือวิสาสะเข้ามานอนด้วยกันกับเขา เราตัวติดกันมากขึ้นแม้ว่าจะไม่ค่อยได้พูดคุยมากมาย เริ่มมาตั้งแต่คืนนั้นที่อามาร์คมอบรางวัลแสนแปลกประหลาดให้กับเขา ลมหายใจร้อนรินรดที่แก้มนิ่มชวนใจเต้นแต่แบมแบมกลับไร้ซึ่งความรู้สึกเขินอาย...มันมีแค่เพียงความสับสนและสงสัย แบมแบมก็แค่สงสัยเหลือเกินว่า...


 

“แล้วที่แบมทำอยู่นี้...มันไม่ดีตรงไหนเหรอครับ”



 


TALK!
เฮ้ย อะไรอะ ดราม่าหรอ...ความหวีดวิ้ดวิ้ววตอนที่แล้วคืออะไร ยังไง
55555555555555555555

ปล.ตอนที่แล้วทุกคนลุกฮือมากเลย ใจเย็นๆนะคะ เก็บออกซิเจนกันไว้ก่อน

เจอกันตอนหน้าค่ะ ♥


#FICSDMB

TWITTER : @SINCE9397

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 197 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,272 ความคิดเห็น

  1. #2270 grapeberryz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 14:42
    อย่าแกล้งลูกเรา
    #2,270
    0
  2. #2262 MTBBminttt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 00:03
    เดี๋ยวเถอะ จะให้น้องดื้อๆใส่เลย
    #2,262
    0
  3. #2242 MarkP_endear. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 22:59
    อธิบายมาเดวนี้ๆๆ คาใจเว้ยยย

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 มิถุนายน 2563 / 00:56
    #2,242
    0
  4. #2222 Beaujungf (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 19:39
    ปั่นหัวอะไรน้องจังมาร์คต้วน!!!!
    น้องก็แค่เด็กอายุ 15 เองนะะะะ
    #2,222
    0
  5. #2200 Waiiva (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 18:37
    ได้กันยังนิ!5555
    #2,200
    0
  6. #2197 Minnie (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 22:32

    รู้น่าว่าแก่แล้ว ชั่วโมงบินสูงกว่ามาก แต่อย่าเอาเปรียบเด็กน้อยนักเลย

    #2,197
    0
  7. #2196 Namnam_Got7 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 12:42
    มีอะไรก็บอกน้องบ้าง เป็นใครก็สับสนนะมาร์ค
    #2,196
    0
  8. #2162 neen neera (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 15:28
    อามาร์คขี้เเกล้ง
    #2,162
    0
  9. #2146 Fanwaan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 21:03
    เกลียดอิลุงนี่แล้ว เล่นกับความรู้สึกคนมันไม่ตลกนะยะ
    #2,146
    0
  10. #2136 BaMark_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:43
    งงหนักมาก
    #2,136
    0
  11. #2112 alltimeismark (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 09:54
    อืมม....มาร์คเข้าใจยากมากเลยพยายามบีบน้องเหรอ ?
    #2,112
    0
  12. #2092 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 11:01
    มาร์คร้ายอ่ะ ทำไมเล่นกับความรู้สึกน้อง ;-;
    #2,092
    0
  13. #2077 Orathaiks (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 14:47
    ถ้าไม่ใช่ลูกเมียก็น่าจะปฏิเสธไปไหมมมมมมมมมมมม
    #2,077
    0
  14. #2070 tararat srithong (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 09:26
    เหมือนถูกถีบลงมา
    #2,070
    1
    • #2070-1 tararat srithong(จากตอนที่ 10)
      22 ตุลาคม 2560 / 09:27
      ตอนที่บอกว่าเมลิคเป็นลูกมาร์ค
      #2070-1
  15. #2049 gatchan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 20:43
    ต้องมีอะไรแน่ๆ
    #2,049
    0
  16. #2047 1459900944105 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 10:14
    นั่นสิมาร์คที่แบมทำอยู่มันไม่ดีตรงไหนหรอ คิดถึงความรู้สึกของน้องบ้าง สงสารน้องบ้าง
    #2,047
    0
  17. #2036 wslloogpa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 20:39
    เอ่า ดราม่าเฉย อะไรง่า ฟินอยู่ดีดี เหมือนถูกผลักตกเขาแบบที่แบมบอกเฉย
    #2,036
    0
  18. #2017 Bowiee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 18:01
    เฮ้ มาร์คต้วน มีลูก?? ภรรยา?? คือไรอ่ะแล้วแบมอ่ะ ทำแบบนี้เพื่อออออออ
    #2,017
    0
  19. #1990 เบค่อนน้อย exo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 18:50
    สงสารน้องบ้างเถ้อะะ
    #1,990
    0
  20. #1968 Bam Yien (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:41
    อะไรยังไง พี่มาร์คอธิบายมาเดี๋ยวนี้เลยย
    #1,968
    0
  21. #1948 ojay2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 22:08
    ฮอลลลลลล~ มาม่าหรออออ เห้ยยยยยถามจริงงง ประโยคสุดท้ายนี่ เริ่มแล้ววว
    #1,948
    0
  22. #1925 K14xcm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 19:13
    อมกๆๆๆๆ T T
    #1,925
    0
  23. #1897 leehwayeon bb (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 15:35
    ชอบประโยคสุดท้ายจังงงง 5555
    #1,897
    0
  24. #1849 FANTACHII (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 01:16
    มีลูกแล้วจริงๆหรอออ
    กลิ่นดราม่าเริ่มลอยมาแล้ว TwT
    #1,849
    0
  25. #1823 zmgebob (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 22:35
    ป๊ามีไรก็พูดเลยซี่
    #1,823
    0