FIC BOY IN A JAR : { MARKBAM }

ตอนที่ 28 : BOY IN A JAR :: SEASON II :: Acceptance

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    11 มี.ค. 59

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
+


BOY  IN  A  JAR

:: SEASON 2 ::

#FICJARMB


CHAPTER 9

(Acceptance)

 

เป็นเวลาเกือบชั่วโมงที่แบมแบมเรียบเรียงเรื่องราวและเล่าออกมาให้มาร์คฟังทีละอย่างจนกระทั่งครบถ้วนสมบูรณ์ ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบหลังจากที่แบมแบมเล่าจบ มาร์คนิ่งไปไม่แสดงท่าทีอะไรออกมาคล้ายกับว่ากำลังใช้ความคิด ซึ่งมันก็ส่งผลต่อจิตใจของแบมแบมที่กลัวว่ามาร์คจะรับไม่ได้อยู่ไม่น้อยเลย

 
 

และอีกอย่างที่แบมแบมกลัวไม่ต่างกันนั้นก็คือกลัวว่ามาร์คจะทิ้งตัวเองไป เพราะว่ามาร์คน่ะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มาร์คไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องมาใช้ชีวิตคู่อยู่กับสัตว์ในป่าแบบเขา...ไม่รู้สิ แบมแบมก็แค่เปรียบเทียบตัวเอง เพราะว่าถ้าหากแบมแบมไม่ได้มาเจอมาร์คก็คงไม่ต่างไปจากสัตว์ตัวเล็กๆตัวนึงเท่านั้น

 
 

แค่มาร์คยอมรักแบมแบมก็ดีแค่ไหนแล้ว...แต่นี่แบมแบมยังจะมีอะไรแปลกๆติดตัวมาด้วยอีก

 
 

“มาร์...”

 
 

“แค่นี้น่ะเหรอ” เสียงทุ้มพูดสวนมาเสียจนคนที่กำลังจะเปิดปากพูดต้องหยุดชะงัก ฝ่ามือเล็กสองข้างขยับกุมเข้าหากันราวกับนักโทษที่รอฟังคำตัดสิน

 
 

“อ..อือ”

 
 

“แบมแบม” มาร์คถอนหายใจออกมายิ่งทำให้แบมแบมประหม่ามากกว่าเดิม ดวงตาคู่สวยหลุบลงต่ำพลางเม้มปากแน่น เขาไม่รู้เลยแถมยังเดาไม่ออกด้วยว่ามาร์คมีความเห็นกับเรื่องนี้ยังไง...แบมแบมไม่รู้เลยจริงๆ

 
 

“แบมือมานี่...ทั้งสองข้างเลย”

 

หือ...แบมืองั้นเหรอ


 

“ทำไมเหรอมาร์ค” แต่กระนั้นเจ้าตัวก็อดไม่ที่จะเปิดปากถาม สองมือน้อยๆค่อยๆยื่นออกไปและแบออกตรงหน้าคนรักอย่างที่มาร์คต้องการ แหวนทองคำขาวที่มาร์คให้เมื่อปีก่อนยังคงอยู่บนนิ้วเรียวของเจ้าตัว

 
 

เพี๊ยะ!

 

“อ๊ะ...” คนตัวเล็กเผลออุทาน ไม่ใช่เพราะความเจ็บแต่เป็นเพราะความตกใจต่างหาก จู่ๆมาร์คก็เอามือตัวเองฟาดลงมาบนมือเขาไม่แรงนักแต่ให้พอเกิดเสียงดังขึ้นมา คนตัวเล็กเผลอชักมือกลับมาไว้กับตัวด้วยความไม่เข้าใจ ดวงตากลมมองสบเข้ากับนัยน์ตาคู่คมของคนตัวโตอย่างต้องการคำตอบ

 
 

“ทำโทษเด็กดื้อ”

 
 

“มีอะไรก็ไม่ยอมบอก”

 
 

“ก็...” คนตัวเล็กตั้งท่าจะแก้ตัวแต่ดูเหมือนว่าจะช้ากว่ามาร์คไปหน่อย

 
 

“นี่แบมแบม...ฟังนะ”

 

“เราเคยคุยกันแล้วไม่ใช่หรือไงว่าถ้ามีเรื่องอะไรเราจะคุยกันตรงๆ ต่อให้มันเป็นเรื่องแบบนี้เราก็ต้องคุยกันเพราะว่าเรามีกันอยู่สองคน เห็นนายเป็นแบบนี้คิดว่าฉันจะรู้สึกยังไงล่ะ...”

 
 

“...” แบมแบมเงียบพลางก้มหน้างุด คนตัวเล็กเหมือนเด็กน้อยที่กำลังถูกอบรมจากผู้ใหญ่ด้วยสีหน้าและแววตาที่ฉายชัดถึงอาการสำนึกผิดในสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไปโดยไม่ไตร่ตรอง...อ่า อันที่จริงก็ไตร่ตรองแล้วล่ะ แต่การไตร่ตรองของแบมแบมน่ะมันค่อนข้างที่จะขาดเหตุผลและสติไปอยู่หน่อย

 
 

“อย่าทำแบบนี้อีก”

 
 

มาร์คจบประโยคด้วยถ้อยคำสั้นๆแต่หนักแน่น แบมแบมเองก็พยักหน้ารับ เขาได้บทเรียนแล้ว...เขาไม่ควรทำอะไรตามใจตัวเองโดยไม่ฟังถึงเหตุผลของคนอื่น รวมไปถึงเขาไม่ควรคิดเองเออเองเหมือนที่ชอบทำอยู่บ่อยๆด้วย

 
 

“ข..ขอโทษนะมาร์ค แบมแบมไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้” ยังไม่ทันพูดจบประโยคดีฝ่ามือใหญ่ก็รั้งเอวคอดของคนตรงหน้าให้ขยับเข้ามาชิดใกล้ ปลายคางของชายหนุ่มตัวโตบรรจงวางลงบนกลุ่มผมนุ่มพลางถอนหายใจแผ่วเบา

 
 

ในที่สุดมาร์คก็ได้บรรยากาศแบบเดิมกลับมาเสียที


 

“อืม...ที่ทำไปก็เพราะว่าเป็นห่วงฉันใช่ไหมล่ะ แต่มันเป็นการห่วงที่ผิดวิธีไปหน่อยแค่นั้นเอง” เมื่อมาร์คได้ฟังเหตุผลของแบมแบมแล้วมีหรือที่เขาจะโกรธลง เพราะว่าทุกอย่างที่คนตัวเล็กทำลงไปนั่นก็เป็นเพราะว่าเจ้าตัวเป็นห่วงเขาว่าจะได้รับผลกระทบจากอาการแปลกๆของแบมแบมเอง

 
 

“เนียร์เตือนแบมแล้วแต่แบมก็ไม่เชื่อ...แบมแบมนิสัยไม่ดี” คนตัวเล็กตัดพ้อตัวเองเสียจนมาร์คต้องกดจมูกลงบนกลุ่มผมเป็นการปลอบใจ มานึกโทษตัวเองแบบนี้มันใช่เรื่องที่ไหนล่ะเด็กหนอเด็ก...

 
 

“ช่างเถอะน่า ตอนนี้จินยองก็คงหาวิธีช่วยอยู่...ไม่ต้องกังวลหรอก” มาร์คพูดปลอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงโทนสบาย แบมแบมน่าจะบอกเขาตั้งแต่แรก...แต่ก็นั่นแหละ ความคิดของเด็กคนนี้เดาได้ง่ายๆเสียเมื่อไหร่

 
 

“...และถึงแม้ว่ามันจะแก้ไขไม่ได้หรืออะไรยังไงก็ตาม นายก็ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะปล่อยให้นายไปไหนหรอกนะ เลิกคิดมากแล้วก็กลับมาเป็นแบมแบมคนเดิมเข้าใจไหม”

 
 

“อื้อ...” แบมแบมครางรับพลางหลับตาพริ้ม รับสัมผัสที่ขาดหายราวกับว่าเขาทั้งสองคนอยู่ห่างกันคนละโลกทั้งที่นอนร่วมเตียงเดียวกันอยู่ทุกคืน อาจเป็นเพราะว่าความกลัวที่แบมแบมสร้างขึ้นมามันมากจนเผลอไปทำร้ายคนที่รักเข้าโดยไม่รู้ตัว

 
 

แบมแบมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว จริงๆนะ...

 

 

 

 

 

 

 

                แสงแดดอ่อนๆยามเช้าส่องกระทบร่างของคนตัวเล็กภายใต้เสื้อยืดสีครีมเข้ากันกับกางเกงยีนเข้ารูป สองขาเล็กพาตัวเองก้าวฉับเข้าไปยังบานประตูคุ้นตา ร้านกาแฟเล็กๆในช่วงเช้ายังไม่มีคนเข้ามาใช้บริการเพราะว่านี่ไม่ใช่วันหยุดและยังเป็นช่วงต้นของวัน ดังนั้นในร้านจึงมีพัยงพนักงานที่ต้องมาเตรียมตัวและอุปกรณ์ในการขายเท่านั้น

 
 

“แบมแบมมม เป็นยังไงบ้าง” ทันทีที่บานประตูเปิดออกเหมือนกับว่ามีใครบางคนที่รออยู่แล้ว ยองแจเสียงดังที่สุดในร้านตะโกนออกมาเสียจนคนอื่นที่แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองต้องหันมามองที่เขาเป็นตาเดียว

 
 

“หือ...แบมแบมไม่ได้เป็นอะไรแล้วล่ะ” แบมแบมเองก็ตอบกลับให้ได้ยินกันทุกคน ดวงตาคู่สวยหันไปมองรอบๆพร้อมส่งยิ้มให้กับเพื่อนร่วมงานอีกเกือบสามชีวิตที่เหลือ

 
 

“เห็นคุณป้าบอกว่าน้องแบมไม่สบาย พวกพี่นี่ใจหล่นวูบเลย”

 
 

“แหม ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะย่ะ” ตามด้วยเสียงพูดคุยครื้นเครงเมื่อพนักงานที่เหลือต่างพากันพูดคุยในเรื่องที่แบมแบมขอลางานแบบกะทันหัน คนตัวเล็กขำน้อยๆร่วมไปด้วยก่อนจะเดินเข้าไปทางหลังร้านเพื่อที่จะนำผ้ากันเปื้อนที่ติดขื่อของตัวเองมาสวมเตรียมพร้อมในการทำงาน

 
 

“เดี๋ยวแบมเอาผ้ากันเปื้อนก่อนนะยองแจ”

 
 

“อื้อ...แล้วเดี๋ยวมาช่วยกันล้างแก้วตรงนี้นะ”

 
 

แบมแบมพยักหน้ารับก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านหลังของร้านตรงส่วนที่มีตู้ล็อกเกอร์ไว้ให้พนักงาน ปากอิ่มเผลอเม้มเข้าหากันเล็กน้อยในจังหวะที่ก้าวเข้าไปแล้วเห็นว่าในห้องนั้นไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่คิดไว้ แผ่นหลังกว้างเปลือยเปล่าของใครบางคนเป็นภาพที่ปรากฏชัดต่อสายตาของแบมแบม

 
 

“เอ่อ...”

 
 

“อ้าว แบม” ก่อนที่เจ้าของร่างนั้นจะหันมาเมื่อแบมแบมส่งเสียงในลำคอคล้ายกับว่าต้องการจะขอทาง

 
 

“อ้าวพี่ต่อเองเหรอครับ...นึกว่าอยู่ข้างนอกซะอีก” แบมแบมส่งยิ้มให้เมื่อเห็นว่าเป็นรุ่นพี่ที่รู้จัก เขาลืมสังเกตไปเลยว่าด้านนอกไม่มีร่างสูงใหญ่ของพี่ต่ออยู่ด้วย

 
 

“อืม พอดีทำน้ำร้อนหกใส่เสื้อก็เลยเข้ามาเปลี่ยน” แววตาของคนตัวสูงจ้องมายังใบหน้าหวานดูเรียบเฉยแต่ทว่ามันกลับไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบนั้น แบมแบมรู้สึกแปลกๆทุกครั้งที่ต้องมองเข้าไปในแววตาสีนิลที่อ่านไม่ออกนั่น

 
 

                                                                   เพราะมันทำให้เขารู้สึกทำตัวไม่ถูก...                                                 

 
 

“น้ำร้อนเหรอครับ แล้วพี่เป็นอะไรมากหรือเปล่า” แบมแบมพยายามมองข้ามความรู้สึกเหล่านั้นแล้วเลิกคิ้วถามตาโต

 
 

“ไม่หรอก มันแค่เฉียดๆผิวไป”

 
 

“อ่อ...โล่งอกไปทีนะครับ”

 
 

“อืม”

 
 

ชายหนุ่มร่างสูงตอบกลับก่อนจะเบี่ยงตัวหลบให้แบมแบมเดินเข้าไปเปิดล็อกเกอร์ของตัวเองบ้าง เสียงลูกกุญแจดังขึ้นเมื่อไม่มีใครพูดอะไรต่อ แบมแบมไม่ค่อยชอบเวลาที่ต้องอยู่กับพี่ต่อสองคนเท่าไหร่ มันเหมือนว่าอากาศรอบๆตัวมันถูกกลืนหายไปหมดยังไงก็ไม่รู้

 
 

อึดอัดสุดๆไปเลย...


 

“...” เหมือนว่ายิ่งรีบก็จะยิ่งช้าเมื่อสองมือเล็กพยายามไขกุญแจอยู่หลายรอบแต่ดูเหมือนว่าอาการรนเพราะอยากออกไปจากบรรยากาศที่น่าอึดอัดแบบนี้จะทำให้มือของแบมแบมสั่นเสียจนไขผิดไขถูกไปหมด กว่าจะเปิดล็อกเกอร์ได้ก็กินเวลาไปเกือบนาที

 
 

“แบม”

 
 

มือเล็กที่ล้วงเข้าไปหยิบผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาชะงักเมื่อจู่ๆรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ด้านหลังก็เรียกชื่อเขาขึ้นมาสั้นๆ แบมแบมตัดสินใจหยิบผ้ากันเปื้อนของตัวเองออกมาแล้วหันหลังกลับไปก่อน ปล่อยให้ประตูตู้เปิดค้างเอาไว้อย่างนั้น

 
 

“ครับพี่ต่อ”

 
 

“แบม...มีแฟนแล้วเหรอ” จู่ๆพี่ต่อก็ถามคำถามที่ทำให้แบมแบมต้องนิ่งชะงักไป ดวงตากลมจ้องเข้าไปยังนัยน์ตาของคนตัวสูงตรงหน้าแต่ก็ไม่สามารถอ่านอะไรจากสายตาคู่นั้นออกเลยสักนิด

 
 

“...”

 
 

“อ๋อ...แบม...” แบมแบมหาคำพูดของตัวเองไม่เจอ ไม่ใช่ว่าจะเล่นตัวหรืออะไรหรอกแต่ที่พูดไม่ออกนั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่าความงงที่บวกกับบรรยากาศที่ดูแปลกประหลาดแบบนี้ ถ้าเขาตอบความจริงไปพี่ต่อคงจะไม่บอกให้คุณป้าไล่เขาออกจากงานตอนนี้หรอกใช่ไหมเพราะว่ากับมาร์คน่ะ เป็นมากกว่าแฟนเสียอีก

 
 

“คือแบมมี...”

 
 

มีแล้ว


ด...เดี๋ยวนะ เสียงแบบนั้น

!!

 
 

ม...มาร์ค!

 


 

.

.

.

 

 

                บรรยากาศในร้านกาแฟเริ่มคึกครื้นขึ้นมากว่าเมื่อช่วงเช้าเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงเที่ยงของวัน ขนมปังอบร้อนกับกาแฟดูเหมือนว่าจะขายดีที่สุดเสียจนพนักงานในร้านต้องวิ่งวุ่นกันไม่ขาด แบมแบมเองก็เช่นกัน เจ้าตัวกำลังขะมักเขม้นอยู่กับการจัดขนมปังและกาแฟที่พี่พนักงานประจำเป็นคนทำเอามาใส่ถาดเพื่อนำไปช่วยเสิร์ฟ

 
 

“แบมโต๊ะแปดครัวซองนมสดหนึ่งชิ้น น้ำเปล่าขวด” แบมแบมชะงักมือที่กำลังยกถาดไปนิดก่อนจะพยักหน้ารับ เขาเดินไปโต๊ะแรกเพื่อเสิร์ฟออเดอร์ในมือก่อนแล้ววนกลับมาจัดเตรียมตามที่พี่เยรินบอก ลมหายใจถูกระบายออกมาหน่อยๆในขณะที่คนตัวเล็กยกถาดออเดอร์ที่สองนี้ขึ้นมาถือเอาไว้

 
 

ไม่ใช่ว่าแบมแบมเหนื่อยจนทำไม่ไหวหรืออะไรหรอกนะ...

 
 

“...”

 
 

“มาร์ค หิวเหรอ...บอกแล้วไงว่าไม่ต้องนั่งรอ”

 
 

เสียงหวานก้มลงพูดคุยกับลูกค้าโต๊ะแปด ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อเมื่อถูกสายตาคมของอีกฝ่ายไล่มองตั้งแต่ศีรษะลงมาจรดปลายเท้าก่อนที่สายตาคู่นั้นจะมาหยุดอยู่ที่ดวงหน้าระเรื่อสีของตัวเอง พาลนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าที่จู่ๆมาร์คก็โผล่เข้ามาหลังร้านในจังหวะที่แสนพอดิบพอดีแบบนั้นด้วยเหตุผลว่าเขาลืมเอากระเป๋าสตางค์ลงมาจากรถมาร์คก็เลยเอาเข้ามาให้...

 
 

จะฝากยองแจเอาไว้ก็ได้นะ...แต่ดูเหมือนว่ายองแจนั่นแหละที่เป็นคนบอกให้มาร์คเดินเข้ามาหลังร้านน่ะ


 

แล้วหลังจากที่มาร์คตอบแทนไปนั้นพี่ต่อก็รีบหันหลังเดินสวนออกไป จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่พูดอะไรกับแบมแบมสักคำด้วย...แต่ก็นะ ช่างเถอะแบมแบมไม่ถือสา

 
 

“เปล่าหรอก” มาร์คมองถาดอาหารที่ถูกวางบนโต๊ะก่อนตอบออกมาเสียงเรียบ

 
 

“สั่งมาให้นายนั่นแหละ นี่เลยเวลาพักแล้วไม่ใช่หรือไง”

 
 

“ห...หือ สั่งให้แบมแบมเหรอ” ปลายนิ้วเล็กชี้เข้าหาตัวเองก่อนจะหลุดยิ้มกว้างออกมา ก็จริงของมาร์คที่ว่าเลยเวลาพักของแบมแบมแล้ว แต่เป็นเพราะว่าวันนี้คนเยอะกว่าปกติเลยทำให้พนักงานทุกคนยังไม่มีเวลาว่าง แม้จะมีการแบ่งงานเป็นกะก็จริง แต่ทุกคนก็ดูไม่ซีเรียสเท่าไหร่ ช่วยกันได้ก็ช่วยไปก่อน

 
 

แล้วแบบนี้จะให้แบมแบมหนีไปพักคนเดียวได้ยังไงกันล่ะ


 

“อืม กินรองท้องไปก่อน เลิกงานแล้วค่อยไปผลาญเงินไอแจบอมกัน...มันจะเลี้ยง” 

 
 

“หือ แจบอมจะเลี้ยงมื้อเย็นเราเหรอมาร์ค”

 
 

“ใช่”

 
 

“...แต่มาร์คต้องนั่งรออีกตั้งนาน แบมแบมเลิกงานค่อยมารับก็ได้นะ” แบมแบมพูดพลางรับขนมที่มาร์คจัดการแกะให้มาใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆทั้งที่ยังยืนอยู่ในชุดฟอร์มพนักงาน แต่ก็นั่นแหละ...แบมแบมไม่ขัดใจมาร์คหรอก เพราะว่าตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะทำตัวเป็นเด็กดีชดเชยความผิด

 
 

“แบมแบม! ยองแจตอกบัตรให้เลยนะ พี่ต่อให้เราสองคนพักก่อน”

 
 

“อ...อื้อ!

 
 

เสียงยองแจที่ตะโกนข้ามฝั่งมาทำให้แบมแบมต้องเอี้ยวตัวไปพยักหน้ารับ ยองแจวิ่งมาถามเขาว่าจะเอาอะไรเพิ่มไหมเพราะว่าจะออกไปซื้อจากร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ แต่ดูเหมือนว่าแบมแบมจะมีอาหารใจอยู่ตรงหน้าแล้วยองแจก็เลยส่งเสียงล้อเลียนก่อนจะวิ่งออกจากร้านไปแทน...

 
 

“นั่งสิ”

 
 

มาร์คเองเมื่อเห็นว่าแบมแบมหมดเวลางานแล้วจึงชวนให้นั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ใครจะว่าไงก็ไม่สนหรอกเพราะว่ามาร์คก็มีสิทธิ์เป็นลูกค้า ส่วนแบมแบมก็อยู่นอกเวลางานแล้ว ถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วด้วย นั่งกินด้วยกันตรงนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมากมาย

 
 

“วันนี้ไม่มีงานเหรอมาร์ค” แบมแบมขยับตัวลงนั่งก่อนจะถามเจื้อยแจ้ว ดวงตากลมมองหน้าคนรักอย่างสนใจใคร่รู้ ก็หลังจากที่มาร์คเอากระเป๋าสตางค์มาให้คนตัวโตก็พาตัวเองมานั่งเป็นแขกที่ร้านกาแฟของแบมแบมตั้งแต่ช่วงเช้าแล้วล่ะ

 
 

“ไม่มี”

 
 

“นั่งตรงนี้ทั้งวันน่าเบื่อจะตาย...” แม้ว่าจะดีใจที่ได้อยู่ใกล้ๆกันกับมาร์คแต่มันก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกันเวลาได้รับสายตาล้อเลียนจากเพื่อนร่วมงานที่น่าจะจับสังเกตได้จากท่าทางของแบมแบมและมาร์คต้วน รวมไปถึงตัวชงอย่างยองแจที่คงช่วยแง้มให้คนอื่นรับรู้

 
 

“คนนั้นเขามาจีบนานหรือยัง”

 
 

“หือ...”

 
 

“คนที่หลังร้าน” มาร์คพูดอีกครั้งแต่ทว่าสายตาและน้ำเสียงกลับไม่ได้ดุดันอะไร มาร์คแค่ถามเหมือนกับว่าเป็นเรื่องปกติที่ไม่ได้รบกวนจิตใจมากสักเท่าไหร่

 
 

“อ๋อ พี่ต่อน่ะเหรอ...ไม่เคยจีบแบมแบมหรอก” คนตัวเล็กบุ้ยปากก่อนจะยกขวดน้ำที่เป็นคนยกมาเองขึ้นดื่มอึกๆ แก้มใสพองออกเสียจนน่าหมั่นเขี้ยวในสายตาคนมอง

 
 

“แสดงว่ากำลังคิดจะเริ่ม ฮ่ะๆ” แบมแบมเลิกคิ้ว ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นอย่างที่มาร์คพูดหรือเปล่า...แต่ที่ผ่านมาพี่ต่อก็ไม่เคยมาพูดจาเหมือนกับว่าจะจีบหรอกนะ ไม่รู้สิ แบมแบมไม่ค่อยได้สนใจหรอก

 
 

“ไม่รู้สิมาร์ค”

 

“เสน่ห์แรงเหรอเดี๋ยวนี้” แบมแบมอมยิ้มน้อยๆเมื่อปลายนิ้วหนาจิ้มลงบนหน้าผากมนของตัวเอง รู้สึกดีชะมัด...และมันก็ยิ่งทำให้แบมแบมรู้สึกโกรธตัวเองไม่หายที่เสียเวลาทั้งอาทิตย์ไปกับความอึมครึมแถมยังไม่มีอะไรดีขึ้นมาด้วย

 
 

แต่นั่นมันก็เป็นบทเรียนที่ดีมากๆสำหรับแบมแบมเช่นกัน ว่าต่อจากนี้ไปเขาไม่ควรคิดหรือตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองอีกแล้ว เพราะว่าผลลัพธ์ของมันอาจจะออกมาในรูปแบบที่เลวร้ายจนคาดไม่ถึง แถมช่วงนี้พลังแปลกๆของเขาที่เคยเกิดขึ้นให้กังวลนั้นมันก็ดูเหมือนว่าจะจางหายไปมาก ไม่ค่อยปรากฏออกมาให้ต้องตกใจอีกแล้ว

 
 

จะหายไปตลอดกาลเลยก็ได้นะ แบมแบมไม่เสียใจหรอก...



 

 

 

 

“เนียร์ แน่ใจนะว่าชัวร์อะ” เสียงเข้มของอิมแจบอมที่กำลังทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถให้คนร่างบางข้างๆกายนั่งเอ่ยถามออกมาเป็นรอบที่สามเห็นจะได้ ก่อนจะได้รับคำตอบมาเป็นเสียงถอนหายใจยาวคล้ายกับต้องการจะบอกเป็นทางอ้อมว่าให้เขาเงียบและขับรถต่อไปแต่โดยดี

 
 

“...”

 
 

“เนียร์”

 
 

“โอ้ยเดฟ! เชื่อใจกันหน่อยสิ” จนสุดท้ายแล้วคนที่หลับตาพิงกับเบาะนั่งก็ต้องแหวออกมาเสียงดังเมื่อคนรักยังจุกจิกไม่เลิก เขาก็บอกไปแล้วว่าเป็นข้อมูลที่กรองแล้วกรองอีกนี่ก็ยังจะมาถามเซ้าซี้อยู่นั่น

 
 

“ก็...ไม่รู้สิ เดฟกลัวว่าสองคนนั้นจะมีปัญหากันอีก” แจบอมบอกไปตามตรง ถึงแม้ว่าเขาจะดูห่ามๆและเหมือนกับว่าไม่ค่อยสนใจในเรื่องอะไรที่ละเอียดอ่อนเหมือนอย่างจินยองแต่ความจริงแล้วเขาก็ห่วงในเรื่องความรู้สึกของมาร์คและแบมแบมไม่น้อยเลย เพราะว่าเขามีความรู้สึกว่าตัวเองต้องช่วยรับผิดชอบความรู้สึกของมาร์คในฐานที่เป็นคนพาแบมแบมเข้ามาในชีวิต

 
 

ซึ่งก็รู้แหละว่ามันหมดหน้าที่ของเขาตั้งแต่สองคนนั้นรักกันแล้ว...แต่มันก็อดห่วงไม่ได้


 

“ไม่หรอก เนียร์โทรไปคุยกับแบมแบมเมื่อวานแล้ว เห็นบอกว่าเคลียร์กันรู้เรื่องแล้วนะ” จินยองตอบพลางเอี้ยวตัวไปหยิบกระเป๋าหนังสะพายไหล่ของตัวเองมาวางไว้บนหน้าตักเมื่อเห็นว่าอีกไม่กี่นาทีก็จะถึงจุดหมายแล้ว

 
 

“แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่มีใครรู้นี่”

 
 

“อย่าวิตกเลยน่า ไม่ใช่เรื่องของเราซะหน่อย” ที่จินยองพูดน่ะก็ถูก...มันไม่ใช่เรื่องของเราที่จะไปจัดการความรู้สึกของคนอื่น เขาทั้งสองมีหน้าที่บอกในสิ่งที่คนตัวเล็กและมาร์คต้องการอยากจะรู้ หากแต่ว่าผลลัพธ์หลังจากนั้นมันไม่มีใครสามารถควบคุมได้จริงๆ

 
 

“พูดเหมือนใจแข็ง พอโดนไอ้ตัวเล็กอ้อนเข้าหน่อยก็ยอมเป็นทาสงกๆเชียว” อิมแจบอมแกล้งบ่นพึมพำเย้าคนรักที่ทำเป็นพูดดี แต่ที่ยอมอดหลับอดนอนหลายต่อหลายคืนหมกมุ่นอยู่กับตำราและงานวิจับรวมไปถึงหนังสือความเชื่อโบร่ำโบราณเพื่อช่วยหาข้อมูลให้เร็วที่สุดตามที่ไอ้ตัวเล็กขอร้องนั่นมันหมายความว่าอะไร...

 
 

“อิจฉาก็บอกว่าอิจฉาสิเดฟ”

 


โอ้โห...แทงใจดำกันไปอีก


 

รถยนต์ของอิมแจบอมเคลื่อนตัวเข้าไปจอดในลานจอดรถของร้านอาหารขนาดใหญ่เป็นที่เรียบร้อย ทั้งสองคนพากันก้าวลงมาจากรถเพื่อตรงไปยังโต๊ะอาหารซึ่งมาร์คและแบมแบมน่าจะมาถึงก่อนแล้ว วันนี้เขาจะเอาข้อมูลที่หามาได้บอกให้กับแบมแบมและมาร์คได้เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

 
 

“สองคนนั้นน่าจะมาถึงแล้วล่ะ”

 
 

“งั้นก็รีบเดินสิเดฟเนียร์ไม่อยากให้เขาคอยนาน” จู่ๆก็เกิดมมารยาทขึ้นมาเสียอย่างนั้น อิมแจบอมขมวดคิ้วมองตามแผ่นหลังบางของคนรักภายใต้เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน อะไรของเขาเนี่ย...

 
 

“จองไว้หรือเปล่าครับ” เดินเข้ามาถึงด้านในบริกรตรงเคาน์เตอร์ทางเข้าก็เอ่ยถามอย่างนอบน้อม ปาร์คจินยองเป็นคนบอกชื่อที่จองและเลขโต๊ะอาหารไปให้อีกฝ่ายเช็ค เห็นว่าเป็นมาร์คและแบมแบมที่มาถึงก่อนแล้วจริงๆ

 
 

“เดฟถ้าแบมแบมร้องไห้เนียร์จะทำยังไงเนี่ย” ทั้งคู่เดินเข้ามาใกล้โต๊ะเรื่อยๆจนกระทั่งเห็นคนสองคนที่นั่งอยู่ก่อน ใบหน้าหวานอิ่มเอิบกว่าที่เคยเจอครั้งนั้นหลายเท่าจนจินยองอดระแวงไม่ได้ว่าถ้าหากเขาพูดอะไรออกไปทำให้แบมแบมเกิดความรู้สึกแย่ๆขึ้นมามันจะเป็นเขาเองที่ทนเห็นภาพนั้นไม่ไหว

 
 

“แบมแบมไม่เป็นอะไรหรอกน่า”

 
 

กลับกัน...กลายเป็นแจบอมที่ต้องมาปลอบคนที่ตั้งท่าใจแข็งตั้งแต่ออกจากบ้านอย่างปาร์คจินยองแทน

 
 

“ไงมึง”

 
 

“หวัดดีมาร์ค...ว่าไงตัวเล็ก” เดินเข้าไปถึงก็เอ่ยทักทายกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและน้ำเสียงที่เป็นกันเอง ร้านอาหารถูกจัดแบบเรียบง่ายแต่ก็ดูมีระดับ โต๊ะที่เขานั่งเป็นโต๊ะกว้างสำหรับคนสี่คนแถมยังติดกับกระจกมองออกไปเห็นวิวเป็นตึกรามบ้านช่องยามค่ำคืนอย่างพอดิบพอดี

 
 

“เนียร์...กินอะไรกันดี” แบมแบมดูเหมือนว่าได้จิตใจกลับมาครบถ้วนแล้วในความคิดของจินยองใบหน้าหวานยิ้มแย้มและไม่ฉายแววเศร้าหดหู่ออกมาให้เห็นเหมือนคราวก่อนนั้น

 
 

ซึ่งก็ดีแล้ว...


 

“แบมแบมเลือกเลย อยากกินอะไรล่ะ” มื้อนี้คนที่เป็นเจ้ามือก็ไม่พ้นจินยองกับอิมแจบอมที่ช่วยกันเลือกสถานที่ เนื่องในโอกาสที่เพื่อนของเขาได้ปรับความเข้าใจกับคนรักตามแผนที่เขาได้แนะนำ ดังนั้นอาหารมื้อนี้จินยองก็จะตามใจแบมแบมเต็มที่เลย

 

“อือ...” แบมแบมเป็นคนเลือกเมนูอาหารโดยมีมาร์คเป็นผู้ช่วยแนะนำ เพราะบางอย่างแบมแบมก็ไม่เข้าใจนักหรอกว่ามันคืออะไรแล้วรสชาติยังไง อย่างน้อยมาร์คก็ยังช่วยดูช่วยเลือกได้ ปล่อยให้จินยองกับอิมแจบอมนั่งดูเมนูเครื่องดื่มที่แยกออกมาไปพลางๆ

 

กระทั่งบริการมารับรายการอาหารทั้งหมดไปคนทั้งสี่จึงมีโอกาสได้พูดคุยกันอีกครั้ง จินยองก็ชวนคนอื่นพูดคุยไปเรื่อยในเรื่องที่ขำบ้างไม่ขำบ้างเพื่อเป็นการฆ่าเวลา เสียงหัวเราะของแบมแบมที่ดังขึ้นมาเป็นระยะนั้นก็ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารครื้นเครงไปอีกแบบหนึ่ง

 
 

และเมื่ออาหารที่สั่งมาเสิร์ฟจนครบถ้วนการรับประทานอาหารแบบพร้อมหน้าก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แววตาของคนตัวเล็กเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขอย่างชัดเจน เขาดีใจที่เขาโชคดีได้มาเจอมาร์คและเพื่อนอย่างจินยองกับแจบอม ที่ถึงแม้ว่าเป็นคนใจร้ายที่จับเขามาในตอนแรก แต่มันกลับกลายเป็นว่าตอนนี้แบมแบมมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบอย่างไม่คาดคิด...

 
 

“เอ้อ แบมแบมลืมเลย เนียร์มีเรื่องจะบอกด้วยล่ะ” เสียงหัวเราะใสถูกขัดด้วยน้ำเสียงของปาร์คจินยองที่พยายามพูดมันออกมาด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายที่สุด แบมแบมเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามก่อนจะเบี่ยงตัวน้อยๆเมื่อเครื่องดื่มที่สั่งไปถูกนำมาเติมทางด้านขวามือของตัวเอง

 
 

“มีอะไรเหรอเนียร์”

 
 

ยิ่งเสียงใสถามราวกับว่าลืมเรื่องที่เคยวอนขอให้ปาร์คจินยองไปเสาะหามาแล้วนั้นก็ยิ่งทำให้คนร่างบางลังเลเข้าไปใหญ่ เพราะตอนนี้แบมแบมก็ดูมีความสุขดีแล้ว...จินยองก็แค่ไม่แน่ใจว่าถ้าหากพูดออกไปมันจะเป็นการทำลายบรรยากาศดีๆหรือเปล่า

 
 

“...” และก็ดูเหมือนว่าอิมแจบอมที่นั่งอยู่ข้างๆจะเดาท่าทางแบบนั้นของคนรักออก ฝ่ามือหนาถูกส่งไปวางบนหน้าขาของจินยองออกแรงตบเบาๆคล้ายเป็นเชิงให้กำลังใจ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของแบมแบม ยังไงเจ้าตัวก็ต้องมีสิทธิ์รู้อยู่ดี แถมการนัดดินเนอร์ครั้งนี้จุดประสงค์มันก็เพื่อจะบอกแบมแบมอยู่แล้วไม่ใช่หรือไงกัน

 
 

“ก็...เรื่องที่ตัวเล็กเคยขอให้เนียร์ไปหามาให้ไง” จินยองพยายามพูดเลี่ยงๆด้วยรอยยิ้มบาง ใบหน้าหวานเจื่อนลบงเล็กน้อยแต่มันก็เพียงแค่เสี้ยววินาที แบมแบมส่งยิ้มให้เขาอีกครั้งพร้อมกับพยักหน้าเป็นเชิงว่าพร้อมฟังแล้ว

 


โอเค...ขอให้มันไปได้สวยเถอะ


 

“ก็คืองี้นะ...ตัวเล็กเข้าใจถูกแล้วล่ะ ไอ้อาการที่มันเกิดขึ้นกับตัวเล็กน่ะมันคือพลังที่แฝงอยู่ในตัวจริงๆ...ในหนังสือเรียกว่าพลังบันดาล” ปาร์คจินยองเว้นวรรคไปเล็กน้อยจังหวะที่มาร์คหยิบผ้ามาเช็ดปากเป็นการสิ้นสุดการรับประทานอาหารแล้วนั่งตั้งใจฟังในสิ่งที่จินยองกำลังจะพูดแทน

 
 

“เหรอ...” แบมแบมครางรับในลำคอ ไม่รู้สึกแปลกใจมากนักเพราะตัวเขาเองก็คิดเอาไว้แล้วว่ามันคงเป็นอย่างนั้น...ด้วยสัญชาติญาณน่ะนะ

 
 

“จากที่เนียร์หามามันก็ค่อนข้างชัวร์แหละนะ รวมๆแล้วเหมือนตำราพวกนั้นก็บอกว่าเหล่าภูติเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยที่เหมาะสม ภูติที่มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์...อ่า ต้องบอกไว้ก่อนว่าแบมแบมถือว่าโชคดีนะ เพราะภูติที่จะแข็งแรงสมบูรณ์น่ะหายากมาก...ขนาดยองแจน่ะดูปกติขนาดนั้นแต่ถ้าเอาจริงๆยังแข็งแรงไม่เท่าแบมแบมเลย...” ถ้าหากว่าใครเดินผ่านโต๊ะของพวกเขาตอนนี้ก็อาจจะคิดว่าจินยองคงกำลังเล่าเรื่องราวของหนังแฟนตาซีหรืออะไรประมาณนั้นล่ะนะ

 
 

“ล...แล้วแบมแบมต้องทำยังไง” คนตัวเล็กขมวดคิ้ว นึกไปถึงคนที่ถูกพาดพิง นี่เขาแข็งแรงกว่ายองแจจริงเหรอ...

 
 

“ไม่ต้องทำอะไรเลย” เป็นเสียงของอิมแจบอมที่ตอบโพล่งขึ้นมา เรียกความสนใจจากดวงตากลมแทนปาร์คจินยองได้ในทันใด

 
 

“เพราะว่ามันทำอะไรไม่ได้”

 
 

“...” ความเงียบเข้าปกคลุมเมื่ออิมแจบอมพูดประโยคสุดท้ายจบ ดวงตาสามคู่จ้องมายังอิมแจบอมเป็นตาเดียว

 
 

“ยังไง” เป็นเสียงของมาร์คที่ดังขึ้นมาก่อนด้วยความไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่นั้นถูกหรือไม่

 
 

“ก็...งี้นะมาร์ค” จินยองพูดเสียงนุ่ม พยายามส่งสายตาให้ทุกคนอยู่ในความสงบ..อิมแจบอมนี่จริงๆเลย อุตส่าห์สั่งให้นั่งเฉยๆแล้วแท้ๆ

 
 

“คือมันเป็นพลังที่ติดมากับสายเลือด..เราเปลี่ยนแปลงอะไรมันไม่ได้หรอก มันอาจจะดูผิดปกติสำหรับเราแต่กับเผ่าพันธุ์ของตัวเล็กน่ะนี่มันคือเรื่องที่ปกติมากๆสำหรับภูติที่แข็งแรง...” แบมแบมเม้มปากแต่ว่าไม่ได้แสดงความรู้สึกกลัวหรือตื่นตระหนกจนทนฟังไม่ได้แต่อย่างใด คนตัวเล็กนั่งนิ่งรับฟังทุกอย่างด้วยความตั้งใจ ฝ่ามือเล็กที่ถูกกุมด้วยฝ่ามือของมาร์คยังคงอุณหภูมิเดิม

 
 

“อ๋อ...แบมแบมว่าแล้วเชียว” แม้ว่าจะเสียดายที่รักษาไม่ได้แต่ว่าแบมแบมกลับไม่ได้รู้สึกกังวลกับมันอีกต่อไปแล้ว เพราะว่าตั้งแต่คืนนั้นที่เขายอมพูดความจริงกับมาร์คไปมันก็เหมือนกับว่าความกลัวของคนตัวเล็กนั้นถูกปลดปล่อย

 
 

แบมแบมไม่กลัวหรอก...เพราะรู้ว่ายังไงมาร์คก็ไม่มีทางปล่อยมือเขาแน่ๆ


 

“ไม่ตกใจเหรอตัวเล็ก” กลายเป็นจินยองเสียเองที่งงกับเหตุการณ์ที่ไม่เป็นไปตามคาด นึกว่าแบมแบมจะร้องไห้โฮเสียอีกนะเนี่ย...

 

“ก็ตกใจนะ แต่ช่างเถอะ...เพราะว่ามันเป็นเวลาที่แบมแบมโกรธหรือไม่พอใจมากๆแค่นั้นเอง ถ้าหากว่าแบมแบมทำใจเย็นๆไม่โกรธไม่ใช้อารมณ์แบบไร้เหตุผลแบมแบมก็คงจะไม่เป็นไร” คนตัวเล็กส่งยิ้มให้จินยอง อันที่จริงเขาก็มีความคิดแบบนี้ตั้งนานแล้วล่ะ เพียงแค่ว่าตอนนั้นความกลัวมันมีมากกว่าก็เท่านั้น

 
 

“แบมแบม...นั่นแหละคือทางออกที่ถูกต้องเลย! เนียร์กำลังจะพูดอะ โอ้ยเดฟดูสิ ตัวเล็กของเราโตแล้วจริงๆด้วย” จินยองเบะปากทำตาวาววับด้วยความประหลาดใจเสียจนแจบอมต้องขำออกมากับท่าทางนั้น

 
 

“ถึงมันจะไม่หายแต่เราก็ควบคุมมันได้ด้วยการฝึกนะ...แล้วมันก็ไม่ได้จงใจทำร้ายมาร์คหรอก มันเกิดขึ้นได้หมดกับทุกคนที่ทำให้แบมแบมโมโหจนคุมไม่อยู่. แต่เนียร์เขื่อนะว่าเรื่องแค่นี้แบมแบมต้องทำได้อยู่แล้ว”

 
 

“...” แบมแบมนิ่งไปเหมือนกับว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรบางอย่าง มาร์คเองก็กระซิบบางประโยคที่ข้างหูของคนตัวเล็กเบาๆเหมือนกับว่าเป็นการให้กำลังใจ

 
 

“อื้อ ในเมื่อมันทำอะไรไม่ได้แบมแบมก็ต้องควบคุมมันให้ได้แหละ”

 
 

“ดีมากเลย เนียร์ดีใจนะที่ตัวเล็กเปิดใจยอมรับมันได้...”

 
 

“เหมือนกับว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ในตอนแรก แต่พอลองมองดีๆเนียร์ว่ามันก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมายนะ”         

 
 

“ไม่ยากหรอกไอ้ตัวเล็ก เรื่องยากกว่านี้ยังผ่านมาได้เลย” อิมแจบอมพูดพลางส่งยิ้มกรุ้มกริ่ม จากตอนแรกที่สถานการณ์จะตึงเครียดกลับกลายเป็นว่าแบมแบมก้มหน้างุดหนีสายตาล้อเลียนนั่นอย่างเอาเป็นเอาตายแทนพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆจากมาร์คและจินยอง

 
 

“เฮ้ยๆ คิดไรกัน...ฉันหมายถึง เออ...อะไรวะ เออช่างเถอะมาคุยกันต่อ”

 
 

ให้ตายเถอะ อิมแจบอมนี่มันอิมแจบอมจริงๆ

 

 

 

 หายไปนานเลยขอไถ่โทษด้วยการมาแบบเต็มๆ
เขาเข้าใจกันแล้วเนอะ เลิกซดมาม่าแล้ว เฮ ~
แอบกระซิบว่าถ้ากระแสตอบรับดีตอนหน้าอาจมีเซอร์ไพรส์ แบบว่าบล็อกมันว่างๆ อยากจะหาอะไรไปลงซะหน่อย
555555555555555555
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ โหวตแล้วก็แท็กนะคะ
เจอกันตอนหน้าค่ะ



#FICJARMB

TWITTER : @since9397

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,155 ความคิดเห็น

  1. #2004 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 13:37
    กำลังไปได้สวยเลย
    #2,004
    0
  2. #1942 ojay2 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 15:45
    แบมโตขึ้นมากเลย คิดได้แล้วนะ
    #1,942
    0
  3. #1852 KiHaE*129 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 03:02
    กลับมาร่าเริงสดใสแล้ววววววว
    โตขึ้นอีกก้าว
    #1,852
    0
  4. #1808 Nuthathai Por (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 20:49
    โตขึ้นมากเหมือนที่เนียร์บอกเลยอ่ะแบม เก่งนะเนี่ย
    #1,808
    0
  5. #1759 BAMmiie (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 02:52
    เป็นตอนแรกจากหลายๆตอนที่ยิ้มขำได้อะ555
    #1,759
    0
  6. #1713 MandM (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 19:32
    กลับมาหวานกันแล้วเย้ๆๆ
    #1,713
    0
  7. #1645 Oni (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 15:14
    โล่งใจกันไปต่อจากนี้แบมต้องมีสติมากขึ้นก็ได้รับบทเรียนแล้วนี่

    ความรักความหวานเลยตามกันมาขำกับอาการหวงของมาร์คจัง

    แจนี่น่ารักสุดๆปล่อยให้มาร์คเข้าไปตรงจังหวะพอดีที่ต่อถามแบม

    คำตอบง่ายๆสบายใจกันไป
    #1,645
    0
  8. #1620 yadara (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 16:07
    แบมแบมดูโตขึ้นมากจริงๆๆ ดีใจอะ ฮือออคือดีเค้าเข้าใจกันแล้วไง คือไม่มีอะไรดีไปกว่านี้ละ><
    #1,620
    0
  9. #1619 MBY_626 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 22:39
    รักกันก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ทั้งคู่เนอะ
    #1,619
    0
  10. #1618 mindd (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 21:31
    น้องเเบมเด็กดี น่ารักมาก มีเหตุผลขึ้น โตขึ้นเยอะเลย ^^ปริ่ม ปล เราชอบอะไรๆที่เซอร์ไพรส์ค่ะไรท์
    #1,618
    0
  11. #1617 babel_ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 15:32
    ดีใจจจจ ><
    #1,617
    0
  12. #1616 นมเย็นสีฟ้า (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 11:24
    โอ้ยยยย โล่งแรง ทุกคนเข้าใจกันเนอะ สบายใจแล้วเนอะะะ
    #1,616
    0
  13. #1615 nuang1 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 11:14
    กลับมาหวานให้ฟินแล้ว
    #1,615
    0
  14. #1614 Bm109 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 08:35
    ในที่สุดก้อเข้าใจอาการของแบมๆกันแล้ว

    เย้ๆๆไม่ต้องกลัวนะแบมมาร์คจะอยู่ข้างแบมเสมอ
    #1,614
    0
  15. #1613 puengahha (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 08:16
    เย้ ไม่ม่าา
    #1,613
    0
  16. #1612 pimpimpim1a (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 07:39
    ขีัหวงนะมาร์ค ^^
    #1,612
    0
  17. #1611 ยัยแม่มด (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 01:00
    ดีใจเข้าใจกันสักที เห็นมั้ยแบมมันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด ไม่ว่าแบมจะเป็นยังไงมาร์คก็กุมมือและยืนอยู่ข้างแบมเสมอ
    #1,611
    0
  18. #1610 Sushi_Tuan1a (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 00:22
    คัมแบคพร้อมกัซเลยยยยย
    #1,610
    0
  19. #1609 porpz (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 00:03
    คิดถึงมากเลยค่ะไรท์

    ขอบคุณที่มาอัพค่าา TTTT คิดถึงน้องแบมกับพี่มาร์คมากๆเลยยย

    แล้วที่ว่าบล็อคว่างๆ หรือฉากคัทจะมาคะ (หรือนี่คิดไปเอง 55555 )

    ถ้ามาจริงเตรียมฟินเลยค่ะ ขอบคุณมากๆๆๆนะคะไรท์ >.<
    #1,609
    0
  20. #1608 Lada_june (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 มีนาคม 2559 / 23:33
    เข้าใจกันสักทีแอบลุ้นอยู่นาน....คิดถึงไรท์มากกกเลยขอบคุณนะที่มาต่อ....รออยู่ รออยู่
    #1,608
    0
  21. #1607 olenji (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 มีนาคม 2559 / 23:11
    ดีใจๆๆๆๆๆ คิดถึงไรท์5555
    #1,607
    0
  22. #1606 wonder drean (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 มีนาคม 2559 / 23:09
    งืออออ ไรท์กลับมาแล้ว คิดถึงๆ
    #1,606
    0
  23. #1605 mboum (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 มีนาคม 2559 / 22:56
    เย้ๆอย่าปล่อยให้บล็อกว่างคะไรท์ คิดถูกแล้ววว รีดก็รออออออออิอิ
    #1,605
    0
  24. #1604 malilyy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 มีนาคม 2559 / 22:35
    คัมแบคคค เย้ๆ มาพร้อมกัซเลยย
    #1,604
    0
  25. #1603 viola (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 มีนาคม 2559 / 22:18
    ไรท์กลับมาแล้ววววว
    #1,603
    0