FIC BOY IN A JAR : { MARKBAM }

ตอนที่ 27 : BOY IN A JAR :: SEASON II :: This house no longer feels like home

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,564
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    20 ก.พ. 59

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
+


BOY  IN  A  JAR

:: SEASON 2 ::

#FICJARMB


CHAPTER 8

( This house no longer feels like home )

 
 

“เอ่อ ครับ ใช่ครับคุณป้า”

 
 

“...”

 
 

                เสียงหวานกรอกไปยังปลายสายผ่านโทรศัพท์ที่แนบอยู่บริเวณใบหู น้ำเสียงของแบมแบมฟังดูเหมือนปกติทุกอย่าง หากแต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วใบหน้าเจ้าของเสียงสดใสเบื้องหลังโทรศัพท์มือถือที่ได้ยินนั้นน่ะมันไม่ได้ปกติและสดใสไปด้วยเลยสักนิด

 
 

กับตาที่บวมช้ำและสภาพร่างกายที่ดูอิดโรยสุดๆแบบนี้


 

“ครับ นอนพักสักวันก็น่าจะดีขึ้นแล้วคุณป้าไม่ต้องห่วงนะครับ”

 
 

“อ๋อ...มีครับ แบมไม่ได้อยู่บ้านคนเดียว”

 
 

แบมแบมยิ้มน้อยๆให้กับความเป็นห่วงเป็นใยของคุณป้าเจ้าของร้านกาแฟที่วันนี้แบมแบมจำต้องโทรไปขอลาหยุดด้วยอาการป่วยหลอกๆ คำโกหกที่ถูกโป้ปดออกไปราวกับเป็นความจริงทำให้แบมแบมต้องขอโทษคุณป้าเจ้าของร้านอยู่ในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 
 

“แน่ใจครับ วันเดียวก็หายแล้วไม่ได้เป็นอะไรมาก...”

 
 

“ขอบคุณมากครับ” ก่อนที่ปลายสายจะกดวางไปเมื่อหมดธุระ แบมแบมเม้มปากแน่นขณะวางเจ้าเครื่องมือสื่อสารของมาร์คที่ติดมาด้วยในกระเป๋าสัมภาระลงบนโต๊ะกาแฟกลางห้องรับแขกที่เงียบเชียบและว่างเปล่าในเช้าที่อากาศสดใสขัดกันกับความรู้สึกของเจ้าตัวโดยสิ้นเชิง

 
 

ในใจของแบมแบมมันช่างมืดและอึมครึมราวกับว่าฝนกำลังจะตกลงมาเลยล่ะ...


 

 

 

 

                แบมแบมทิ้งตัวนั่งพิงพนักโซฟาปล่อยสายตาเหม่อลอยออกไปอย่างไร้จุดหมายในช่วงสายของวันหลังจากที่โทรศัพท์ไปขอลางานเมื่อหลายชั่วโมงก้อนหน้า มันเหมือนกับว่าตอนนี้แบมแบมกำลังตั้งตัวไม่ถูก เขาไม่แน่ใจอะไรสักอย่าง...ไม่รู้เลยว่าจะต้องทำตัวอย่างไรในวันที่ตื่นมาแล้วพบกับความว่างเปล่า ไม่ใช่คนตัวโตอย่างมาร์คต้วนเฉกเช่นทุกวัน

 
 

“...”

 
 

มาร์คไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืน และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้คนตัวเล็กมีสภาพร่างกายที่เข้าใกล้คำว่าย่ำแย่ไปอีกหนึ่งระดับ เตียงนอนใหญ่ที่ว่างเปล่ามันทำให้แบมแบมไม่สามารถข่มตานอนได้ง่ายๆ รวมไปถึงบ้านทั้งหลังที่เงียบสนิท...เงียบจนใจหาย

 
 

มาร์ค...กลับบ้านเถอะนะ


 

แบมแบมเลิกร้องไห้ไปนานแล้วหากแต่เปลี่ยนมาเป็นการเฝ้าร้องภาวนาในใจขอให้มาร์คกลับมาบ้านเสียที เพราะว่าแบมแบมรู้สึกแล้ว รู้ซึ้งเลยว่าบ้านที่ขาดมาร์คไป...บ้านที่ขาดความรักไปนั้นมันก็ให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนบ้านเลยจริงๆ แบมแบมรู้สึกเค้วงคว้างและกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 
 

!!

 
 

ทว่าจู่ๆเสียงรถยนต์ที่ดังขึ้นตามด้วยเสียงรั้วที่ถูกเปิดออกก็ทำให้คนที่เฝ้ารอถึงกับสะดุ้งด้วยความตื่นเต้นปนกับความหวาดระแวง แต่เมื่อคนตัวเล็กเปิดผ้าม่านตรงกระจกบานเล็กดูก็เห็นว่าเสียงรถนั้นเป็นของมาร์ค แบมแมบไม่ได้คิดมากจนหลอนไปเอง...ขอบคุณที่พระเจ้ายังคงรับฟังคำอ้อนวอนของเขา

 
 

“มาร์ค”

 

แบมแบมครางเรียกชื่อของคนที่เฝ้ารอมาทั้งคืนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาจวนเจียนจะไหลแต่แน่นอนว่าแบมแบมสามารถกักเก็บมันเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เขาจะไม่เสียเวลาให้กับน้ำตาที่ไร้ประโยชน์อีกต่อไป สองขาเล็กพาเจ้าของร่างจ้ำเดินออกมาเปิดประตูบ้านรอจนกระทั่งรถยนต์คันใหญ่ดับเครื่องสนิท

 
 

“...” ประตูรถฝั่งคนขับถูกเปิดออกตามด้วยร่างของคนที่แบมแบมเฝ้าคิดถึงมาตลอดคืน ท่าทีของคนตัวโตดูเหมือนว่าไม่ได้รีบร้อนอะไร เขายังคงไม่แสดงท่าทีใดๆนอกจากใบหน้าที่นิ่งสนิท แบมแบมสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าที่มาร์คใส่เป็นชุดเดิม ชุดเดียวกันกับเมื่อคืน

 
 

แบมแบมเม้มปากราวกับคนที่หมดคำพูด ในใจของคนตัวเล็กนั้นมันอยากจะพุ่งเข้าไปหาแล้วกอดมาร์คเอาไว้ให้แน่นๆแต่ทว่าบรรยากาศกระอักกระอ่วนที่ยังไม่จางหายไปนั้นมันเหมือนเป็นตัวกั้นกลางที่ทำให้แบมแบมทำได้เพียงยืนทำตัวไม่ถูกอยู่หน้าประตูบ้านเท่านั้น

 
 

“มาร์ค...” คำพูดเดียวที่ออกจากปากอิ่มขณะที่มาร์คเดินเข้ามาใกล้เขาจนกระทั่งผ่านเข้าไปด้านใน ไม่มีการทักทายหรือแม้กระทั่งชายตามอง เหมือนกับว่าแบมแบมเป็นเพียงแค่เศษฝุ่นละอองเล็กๆที่มาร์คไม่สามารถมองเห็น

 
 

ไม่นะมาร์ค อย่าทำแบบนี้กับแบมแบมเลย


 

แบมแบมกัดปากตัวเองแน่นแม้ว่ามาร์คจะเดินผ่านเข้าไปถึงข้างในนานแล้วก็ตาม ฝ่ามือเล็กกำเข้ากับขอบบานประตูเสียจนเจ็บหนึบไปหมด น้ำตาที่ตั้งท่าจะไหลมาตั้งแต่แรกพากันเอ่อล้นอยู่รอบดวงตาสวยที่แสดงออกชัดว่าดีใจเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า ทว่าบัดนี้กลับแดงกล่ำเสียจนน่ากลัว

 
 

คนตัวเล็กเดินกลับเข้ามาด้านในสอดส่องสายตามองหาร่างของคนรักจนกระทั่งไปสะดุดอยู่ตรงเคาน์เตอร์ในห้องครัวที่บานประตูถูกเปิดอ้าเอาไว้ ดูเหมือนว่าเจ้าของแผ่นหลังภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มกำลังเปิดตู้เย็นเพื่อหาอะไรบางอย่าง

 
 

“...”

 

แบมแบมเดินเข้าไปหยุดอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างที่เคยอบอุ่นและเป็นเหมือนดั่งที่พึ่ง หากแต่ว่าในตอนนี้เขากลับเกิดความสงสัยว่าทำไมมันถึงดูเปรียบดั่งกำแพงกว้าง...แบมแบมไม่มีทางเลยที่จะปีนข้ามผ่านมันไปได้...ให้ความรู้สึกที่เย็นชาเสียจนคนมองอย่างเขาปวดหนึบไปหมดทั้งใจ

 
 

คนตัวเล็กไม่เคยถูกมาร์คโกรธจนหนีไปปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวแบบนี้มาก่อนแน่นอนว่าแบมแบมย่อมทำอะไรไม่ถูกและไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร แต่ก็นั่นแหละ...แบมแบมเข้าใจมาร์คนะที่ทำแบบนี้ ก็เพราะว่าเขาน่ะทำตัวไม่น่ารักใส่มาร์คก่อนจนตอนนี้มาร์คอาจจะเบื่อแบมแบมเข้าเสียแล้วก็ได้

 
 

แบมแบมเป็นเด็กนิสัยไม่ดี...แย่ที่สุด


 

แต่ขอร้องล่ะ มาร์คอย่าเพิ่งหมดรักแบมแบมเลยนะ

 
 

“มาร์ค” แบมแบมลองเรียกอีกครั้ง แต่ผลตอบรับก็เหมือนเดิม...มาร์คไม่ตอบกลับอะไรมาสักอย่างเดียว

 
 

“...”

 
 

น้ำตาหยดแรกไหลลงมากระทบแก้มนิ่มในจังหวะที่มาร์คยกขวดน้ำเย็นกระดกดื่มคล้ายกับว่าไม่รับรู้การมีตัวตนของคนด้านหลังแม้แต่น้อย ฝ่ามือเล็กกำเข้าหากันแน่นเสียจนไม่รู้สึกถึงความเจ็บ คนตัวเล็กใช้ความพยายามอย่ามากจริงๆในการกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้

 
 

อย่าร้องสิ...แบมแบมต้องเข้มแข็ง


 

“ฮ...ฮึก”

 
 

แต่แบมแบมแน่ใจได้อย่างไร ว่าคนที่ไม่อ่อนแอนั้นมีอยู่จริงบนโลกอันวุ่นวายและยุ่งเหยิงใบนี้...ไม่มีทางเอาเสียหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องที่ส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกแบบนี้ ไม่มีทางที่เด็กน้อยเปราะบางอย่างแบมแบมจะแบกรับมันเอาไว้ได้ด้วยบ่าเล็กๆเพียงสองข้างของตัวเอง

 
 

“ค...คุยกันหน่อยสิมาร์ค” สุดท้ายเขาก็แพ้ให้กับความกลัวของตัวเอง...กลัวว่ามาร์คจะละเลยเขาแบบนี้ไปตลอดจริงๆ

 
 

“...”

 
 

คนถูกวอนขอชะงักขวดน้ำในมือแต่ยังไม่ยอมหันหน้ากลับมามองแต่อย่างใด ใบหน้าคมนิ่งเฉยแต่ถ้าหากสังเกตให้ดีก็คงจะเห็นว่าสันกรามของมาร์คต้วนมันถูกขบกัดเอาไว้อย่างเต็มแรงคล้ายเป็นการหักห้ามอารมณ์

 
 

มาร์คเป็นคนที่น่ากลัวมากๆเวลาโกรธ ข้อนั้นแบมแบมเองก็รู้ดี


 

ฟึ่บ...

 
 

ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีอ่อนที่ยืนนิ่งคล้ายกำลังคิดอะไรบางอย่างสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเมื่อแรงกระแทกที่ไม่ทันได้ตั้งรับถูกโถมเข้าใส่จากทางด้านหลังเสียเต็มแรง โชคดีที่ตรงหน้าของเขานั้นเป็นเคาน์เตอร์สำหรับทำอาหารฝ่ามือใหญ่จึงใช้มันเป็นที่ค้ำยันไม่ให้เสียหลักได้ทันท่วงที

 
 

ฝ่ามือเล็กๆสองข้างที่สอดมากจากด้านหลังนั้นกำเสื้อเขาแน่นจนมันมันยับยู่ยี่ไปหมด...

 
 

“...”

 
 

ไร้ซึ่งคำพูดใดๆต่อจากนั้น เสียงสะอื้นที่มาร์คไม่อยากได้ยินมากที่สุดยังคงดังอยู่ไม่ห่างจากหูของเขา นั่นก็เป็นเพราะว่าใบหน้าของแบมแบมที่ซบอยู่กับแผ่นหลังกว้างเขานั้นมันแนบแน่นเสียจนมาร์คเดาว่าตอนนี้เสื้อของเขาคงเปียกน้ำตาของคนตัวเล็กเป็นวงกว้างแล้วแน่ๆ

 

“ม...มาร์ค ฮึก หายไปไหน หายไปไหนมาทั้งคืน”

 
 

“...”

 
 

“แบมแบมกลัวนะมาร์ค ฮึก กลัว”

 
 

เสียงเล็กสั่นสะท้านพยายามเรียบเรียงคำพูดออกไปให้คนเย็นชาได้ฟัง แขนเล็กโอบรอบเอวสอบไว้แน่นราวกับว่าถ้าหากขยับห่างออกไปเพียงหนึ่งมิลลิเมตรมาร์คอาจจะหายไปจากสายตาของเขาอีก ไม่ต่างจากหัวใจของมาร์คที่เกิดอาการกระตุกวูบทันทีเมื่อน้ำเสียงแสนเศร้านั้นแล่นเข้ามากระทบเข้ากับโสตประสาท

 
 

“ปล่อยเถอะ ตัวฉันเหม็นเหล้า”

 
 

“ไม่...ไม่เอา”

 
 

ในที่สุดแบมแบมก็กลับมาเป็นแบมแบมที่มาร์คเคยรู้จัก เด็กน้อยที่เอาแต่ใจตัวเองกับเขา เด็กซนที่เอาแต่เกาะแกะเขาไม่ยอมปล่อย...ซึ่งแน่นอนว่ามันดีกว่าตอนที่แบมแบมทำเฉยเมยและห่างเหินกับเขาเหมือนในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี้

 
 

มันดูเหมือนว่าคนรักของมาร์คกำลังถูกกลืนความเป็นตัวของตัวเองจากความคิดที่ซับซ้อนขึ้นด้วยช่วงวัยที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่ความคิดของเด็กอายุสิบห้าที่ตามโลกไม่ทันอีกแล้ว แบมแบมกำลังสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองให้กับอะไรบางอย่างที่เกาะกินอยู่ในจิตใจของเจ้าตัว

 
 

ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่มาร์คต้องการจะรู้มากที่สุด และก็ไม่มีทางรู้แน่ๆถ้าหากว่าแบมแบมไม่บอกเขา

 
 

“แบบนี้ไม่ใช่หรือไงที่นายต้องการ ไม่อยากให้ฉันอยู่ใกล้ๆ” มาร์คพูดเสียงเรียบ แม้รู้ว่ามันอาจจะทำร้ายจิตใจคนฟังแต่เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าที่จริงแล้วแบมแบมต้องการอะไรกันแน่จากการกระทำที่ทำให้เขาปวดใจหลายต่อหลายอย่างแบบนี้

 
 

“เปล่า เปล่านะมาร์ค”

 
 

 แบมแบมส่ายหน้ากับแผ่นหลังกว้าง ในหัวเริ่มปวดตุบไปหมดอาจเป็นเพราะการที่เขาร้องไห้หนักมาทั้งคืน รวมถึงความเครียดและความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นเพราะมาร์คหายไปโดยไม่บอกไม่กล่าว พอมาซ้ำความกดดันลงไปอีกทีอาการปวดหัวจึงปะทุขึ้นมาจนต้องคนตัวเล็กต้องเม้มปากนิ่วหน้า

 
 

“แบมแบม เรากำลังจะไปกันไม่รอดนะถ้าหากยังเป็นแบบนี้” มาร์คพูดไปตามความจริง แม้ว่ามันจะฟังดูโหดร้ายสำหรับเขาและแบมแบมมากเหลือเกิน...เพราะถ้าหากว่าแบมแบมไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหาครั้งนี้มันก็คงผ่านไปไม่ได้

 
 

“ม...หมายความว่ายังไง”

 
 

“หมายความว่าเราคงต้องกลับไปเป็นแค่พี่น้องกัน”

 
 

ไม่ใช่ว่ามาร์คไม่เจ็บที่ต้องพูดประโยคไม่คาดคิดเหล่านี้ออกมา ใครจะคิดเล่าว่าวันหนึ่งจะเป็นเขาที่ต้องมาพูดประโยคใจร้ายแบบนี้ใส่คนที่เขาทั้งรักและห่วงมากที่สุดในชีวิต ถ้ามันไม่มาถึงจุดที่ต้องใช้ไม้ตายจริงๆมาร์คก็ไม่มีวันเอามันออกมาพูดเพื่อทำร้ายน้ำใจกันหรอก เพราะรู้ดีว่าความสัมพันธ์ที่ไม่เหนียวแน่นมากพอนั้นมันมีโอกาสที่จะพังครืนลงได้ง่ายๆถ้าหากเจอกับประโยคบั่นทอนเช่นนี้

 
 

“มาร์ค!...ไม่ ไม่เอานะ”

 
 

“ไม่เอา...ฮึก ไม่”

 
 

และดูเหมือนว่าเมื่อใจความของประโยคถูกขยายแบมแบมก็แทบจะล้มทั้งยืน แขนเล็กขยับกอดมาร์คเอาไว้แน่นยิ่งกว่าเดิมพลางเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ชายหนุ่มร้าวจนเจ็บแปลบไปทั้งตัว มาร์คเองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกันกับท่าทางแบบนั้นของคนรัก เขาตัดสินใจพลิกตัวกลับมาแล้วกอดโอบคนตัวเล็กที่ร่างกายสั่นเทาจนน่าสงสารเอาไว้ในอ้อมอกของตัวเองแทน

 
 

คิดเหรอว่ามาร์คจะยอมเลิกกับแบมแบมน่ะ...คิดเหรอว่ามาร์คจะยอมแพ้กับเรื่องแค่นี้ แต่ที่เขาต้องฝืนใจตัวเองทำแบบนี้นั้นก็เป็นเพราะว่าเขาต้องการให้เรื่องที่น่าอึดอัดระหว่างเรามันหายไปและอยากให้คนรักของเขากลับมาเป็นแบมแบมที่น่ารักคนเดิมก็เท่านั้น

 
 

“...”

 
 

“ฉันก็ไม่อยากให้เราพัง แต่นายดูสิว่าทุกวันนี้เราไม่เหมือนคนรักกันเลย...”

 
 

“ฮึก...”

 
 

แบมแบมสะอื้นฮัก ความรู้สึกผิดพุ่งขึ้นมาจนเต็มอกไปหมด...แบมแบมกำลังพูดไม่ออก สิ่งที่เขาทำมันกำลังย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเองจนมันเจ็บตรงหน้าอกไปหมด เขาก็แค่อยากให้มาร์คปลอดภัย เขาก็แค่รักมาร์ค...เพียงแต่วิธีที่แสดงออกไปมันอาจจะตรงกันข้ามกับความรู้สึก

 
 

ใช่ว่าแบมแบมเองไม่ฝืนใจเสียเมื่อไหร่กันล่ะ...


50
%


 

 

“นี่แบมแบม...ตั้งใจฟังมาร์คนะ” แบมแบมสั่นจนมาร์คต้องกดจูบลงบนขมับชื้นเหงื่อ เลือกที่จะใช้ถ้อยคำที่อ่อนลงมาเพื่อปลอบคนขวัญเสีย เขาเล่นบทโหดไม่ได้นานหรอกถ้าหากว่าคนที่ต้องแสดงมันออกมาใส่นั้นคือแบมแบม

                                                              
    

“ทางออกของเรื่องนี้มันไม่ยากเลยรู้ไหม”


 

เสียงทุ้มก้มลงกระซิบข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงกล่ำ เขาลูบหลังลูบไหล่ปลอบประโลมให้คนในอ้อมอกคลายอาการสะอื้นลง ยอมรับว่าอยากจะโกรธแบมแบมเหมือนกันแต่พอได้ยินเสียงสั่นๆนั่นบวกกับหยดน้ำตาที่ไหลลงมามากมายนั้นก็ทำให้เขากองทิฐิเหล่านั้นไว้ข้างหลังอย่างง่ายดาย


 

แบมแบมนี่เก่งจริงๆ


 

“อะไร...อะไรเหรอมาร์ค” ฝ่ามือเล็กขยำเสื้ออีกฝ่ายพลางเงยหน้าขึ้นมอง ปลายนิ้วยาวของคนตัวโตกว่าปาดเช็ดน้ำตาที่แก้มแดงๆนั้นออกให้อย่างทะนุถนอม เขารู้ว่าคนรักกำลังเสียขวัญมากๆ แบมแบมไม่เคยร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อน

 
 

“แบมแบม...บอกมาร์คได้ไหม”


 

“...” น้ำเสียงทุ้มเรียกแทนชื่อของตัวเองเพราะต้องการจะให้แบมแบมคล้อยตาม แบมแบมกำลังกลัวและตกใจมาก เขาไม่สมควรจะใช้น้ำเสียงหรือท่าทางที่บีบคั้นให้คนตัวเล็กของเขาหวาดกลัวไปมากกว่าเดิม...


 

“บอกมาร์คมาเถอะว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับแบมแบมของมาร์คในตอนนี้”

 


“ได้ไหม”

 


แบมแบมเงียบไปชั่วครู่ ดวงตากลมที่แดงและเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาหลุบลงต่ำเหมือนกับว่ากำลังตัดสินใจและใช้ความคิดอย่างหนัก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนที่สุดท้ายแบมแบมจะสูดหายใจเข้าเต็มปอด...

 


“ก...ก็ได้มาร์ค แบมแบมจะบอก”

 


เฮ้อ...เลิกดื้อซะทีนะเด็กน้อย

 

 


 

 

                เสียงภาพยนตร์แอคชั่นสำหรับเด็กผู้ชายแนวจำพวกฮีโร่กอบกู้โลกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในช่วงบ่ายของวัน ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มตาตี่อย่างอิมแจบอมที่นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวโดยมีปาร์คจินยองนั่งฟุบหน้าหลับอยู่ข้างๆเป็นอิริยาบถที่ชินตาเพราะตั้งแต่กลับมาจากอียิปต์นั้นทั้งสองคนก็ทำตัวว่างงานเหมือนกับว่าต้องการให้การพักผ่อนในบ้านนั้นช่วยฟื้นฟูพลังชีวิต


 

“ที่รักจ๋า” ก่อนที่เสียงทุ้มของแจบอมจะดังขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่าคนที่นอนหลับอยู่นั้นควรตื่นขึ้นมาคุยกับเขาได้แล้ว ทิ้งให้นอนดูหนังคนเดียวแบบนี้มันน่าเบื่อจะตายชัก


 

“...” แต่ดูเหมือนว่าปาร์คจินยองจะหลับลึกกว่าที่คิดเมื่อใบหน้าหวานที่พริ้มหลับนั้นไม่ได้แสดงกิริยาหรือท่าทางที่แสดงให้เห็นว่ารู้สึกตัวจากเสียงเรียกเมื่อครู่แม้แต่น้อย


 

“เนียร์...ตื่นเถอะ” ดังนั้นอิมแจบอมจึงตามด้วยออฟชั่นเสริมอย่างการส่งนิ้วไปจิ้มจึกๆเข้าที่ข้างแก้มใสนั่นเอง

 


“อือ...” และก็ดูเหมือนว่ามันจะได้ผลกว่าเมื่อกี้มาหนึ่งระดับแฮะ...

 


“อะไรเหรอเดฟ” น้ำเสียงสลึมสลือถูกส่งมาขณะที่เจ้าตัวขยับตัวยกมือชูขึ้นขับไล่ความเมื่อยล้า ฝ่ามือใหญ่ของแจบอมช่วยประคองให้คนตัวเล็กยกตัวขึ้นมานั่งบนโซฟาด้วยกัน

 


“เนียร์นอนนานแล้วอ่ะ ลุกขึ้นมาคุยกันบ้างสิ” และเหตุผลของอิมแจบอมก็มีอยู่แค่นั้นจริงๆ...

 


“เดฟ! บ้ารึไงเนี่ย”

 


อ่า...แค่นี้อิมแจบอมก็ชื่นใจ


 

“เออ...ว่าแต่ป่านนี้สองคนนั้นจะยังไงกันเนี่ย” ปาร์คจินยองยกขาทั้งสองของตัวเองขึ้นมากอดพลางซบหน้าลงไป เบนใบหน้าไปทางคนรักที่นั่งพิงเบาะอยู่ข้างๆกันเหมือนต้องการคำตอบ

 
 

“ก็...ไม่รู้สิ แต่เดาว่าไอ้มาร์คมันคงจัดการได้แหละน่า”


 

“เหรอ”


 

ปาร์คจินยองยู่ปากหน่อยๆเมื่อได้ฟังคำตอบที่ทำให้ใจชื้นแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่การคาดเดาก็เถอะ อันที่จริงเห็นเขาและแจบอมว่างๆแบบนี้มันก็เป็นแค่ส่วนเล็กๆของเวลาที่ใช้ในแต่ละวันเท่านั้นแหละ อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงกลางวันนั้นสมองของเขาไม่ค่อยแล่นด้วยล่ะมั้ง เพราะเวลามีงานอะไรที่ต้องคิดแล้วล่ะก็ช่วงกลางคืนหรือดึกๆนี่แหละจะเหมาะสมที่สุด


 

อาทิเช่นการค้นหาเรื่องพลังของแบมแบมที่ดูเหมือนว่าจะเดินไปเกือบครึ่งทางแล้ว...

 
 

“เออเนียร์ เดฟว่าเดือนหน้าจะไปหาซากโบราณที่นี่ล่ะ เพื่อนในกรุ๊ปส่งมาดูเหมือนว่ายังไม่มีใครในกรุ๊ปเคยไปเลย” หน้าจอมือถือถูกยื่นมาให้ปาร์คจินยองพิจารณารูปภาพที่ดูออกยากนักถ้าหากว่าไม่ได้มีความชำนาญมากพอ มันเหมือนกับว่าเป็นภาพที่ซูมใกล้เกินไปเสียจนพิกเซลมันแตกไปหมด


 

คือไรอะ...


 

“ที่ไหนน่ะ”

 
 

จินยองขมวดคิ้ว เขาไม่ห้ามหรอกถ้าแจบอมอยากออกไปผจญภัยหรือตามหาชิ้นส่วนโบราณอะไรอย่างที่เจ้าตัวชอบทำ เช่นเดียวกับแจบอมที่เข้าใจและยอมรับในความชอบของเขา แต่บางอย่างที่อิมแจบอมเอามานำเสนอนั้นชายหนุ่มองก็ไม่มีความรู้ทางด้านนั้นเช่นกัน


 

“ไม่รู้เหมือนกัน กำลังค้นหากันอยู่”

 


“...”

 


“อ้าวเงียบเลย คิดอะไรอยู่เนี่ย” และเมื่อบทสนทนาขาดห้วงอิมแจบอมก็ละสายตาออกจากหน้าจอมือถือไปมองคนรักที่นั่งทำหน้าหงอยกระพริบตาปริบๆอยู่ข้างกันแทน ดูเหมือนว่าจินยองจะมีเรื่องอะไรบางอย่างที่รบกวนจิตใจอยู่ด้วย

 


“คิดเรื่องแบมแบม”

 


“เชื่อเถอะน่าว่ามันต้องเวิร์ค”

 


ฝ่ามือใหญ่ขยับไปกุมมือเล็กนุ่มนิ่มของคนรักเอาไว้ พูดปลอบใจด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและจริงจัง เขารู้ว่าเนียร์ซีเรียสกับเรื่องของเด็กแบมแบมนั่นแค่ไหน ไม่ใช่ว่าเขาเองไม่เป็นห่วง เพราะเมื่อคืนที่เพื่อนเขาขับรถมาด้วยสภาพที่เหมือนกับว่าไปโกรธใครมาสักสิบชาตินั้นมันก็ทำให้เขาแอบกังวลอยู่ไม่น้อยว่าคราวนี้มันจะเป็นจุดแตกหักของจริงหรือเปล่า

 


แต่พอหลังจากฟังเรื่องทั้งหมดที่มาร์คเล่ามาแล้วก็ดูเหมือนว่าจะเป็นการผิดใจเพราะเข้าใจผิดกันมากกว่า ไม่ใช่ประเด็นทีไอ้มาร์คฟูมฟายว่าแบมแบมหมดใจหมดรักอะไรนั่นหรอก...แต่ก็นะ เพราะมาร์คมันยังไม่รู้ปัญหาที่แบมแบมกำลังเผชิญอยู่ก็เลยทำให้กลายเป็นคนตาบอดที่หาทางไม่เจอ

 


“เนียร์กลัวว่ามันจะยิ่งทำให้แย่ลงจัง”

 


“...”


 

แจบอมลอบถอนหายใจ เขาไม่ชอบเลยเวลาที่เห็นจินยองเสียความมั่นใจในตัวเองแบบนี้ อาจเป็นเพราะว่าเมื่อคืนที่มาร์คมาดื่มอยู่ที่บ้านเขาแถมยังนอนค้างคืนในห้องรับแขกแบบหมดสภาพสุดๆจนเขาต้องแอบถ่ายรูปไว้แบล็คเมล์ในภายหลังแล้ว เขากับจินยองก็ได้ช่วยกันแนะนำวิธีแก้ปัญหาไปหนึ่งทาง


 

นั่นก็คือการให้มาร์คใช้ไม้ตายกับแบมแบม ให้เล่นไม้แข็งบ้างว่าถ้าหากแบมแบมไม่ยอมพูดความจริงมาร์คก็จะไม่ทนอยู่ในความสัมพันธ์ที่อึมครึมนี้ต่อไป แต่ว่าเขากับจินยองไม่ได้บอกเรื่องที่แบมแบมบอกว่าตัวเองมีพลังประหลาดอะไรนั่นหรอก รอให้เขาบอกกันเองน่าจะดีกว่า ซึ่งเขาก็เชื่อนะว่าเพื่อนเขามันจะนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้องน่ะ

 


“เนียร์เชื่อเถอะว่าไอ้มาร์คมันจะต้องจัดการเรื่องนี้ได้ คิดว่ามันจะปล่อยให้แบมแบมหายไปจากมันเหรอ เลิกคิดแทนพวกเขาเถอะน่า”

 


“เฮ้อ...ไม่รู้สิ ขอให้เป็นอย่างนั้นก็แล้วกัน”

 


เพราะถ้ามันแย่ไปกว่านี้ปาร์คจินยองเองก็จนปัญญาจะช่วยแล้วเหมือนกัน...

 

 

 

 

                หลังจากที่แบมแบมบอกว่าจะบอกสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวมีอาการแปลกไปแล้วจนกระทั่งมาถึงช่วงบ่ายมาร์คเองก็ยังไม่ได้ฟังเหตุผลนั้นเลยสักนิด ไม่ใช่เพราะว่าแบมแบมเกิดโอ้เอ้ไม่ยอมบอกหรืออะไรหรอกนะ แต่เป็นเพราะว่ามาร์คขอให้แบมแบมไปพักผ่อนก่อนต่างหาก แค่แบมแบมตกปากรับคำว่าจะบอกเท่านั้นมาร์คก็พอใจแล้ว

 
 

“...” ตากลมที่บวมช้ำจากการร้องไห้กับท่าทางที่ดูอิดโรยพร้อมหมดสติตลอดเวลาแบบนั้นน่ะมาร์คจะจำใจฝืนไว้ได้ยังไง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเมื่อคืนเจ้าตัวคงหลับๆตื่นๆจนแทบไม่ได้นอนแน่ๆ


 


ก็แบมแบมเคยอยู่คนเดียวซะที่ไหนกัน


 

“ดื้อ” เสียงทุ้มดังขึ้นเบาๆคล้ายกระซิบขณะที่ส่งปลายนิ้วไล้ตามกรอบหน้าสวยของคนที่หลับสนิท มาร์คเป็นคนลงมือทำอาหารเช้าในตอนเที่ยงให้แบมแบมกินก่อนจะพาขึ้นมากินยาและนอนพัก อันที่จริงคนตัวเล็กก็ดื้อจะบอกเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้ก่อนเพราะกลัวว่ามาร์คจะลดความสัมพันธ์กับตัวเอง

 
 

“...” ไม่มีทางซะหรอก...มาร์คทั้งรักทั้งหลงขนาดนี้ยังไม่รู้ตัวอีกหรือไง


 

เมื่อคืนนี้เขาขับรถออกไปโดยทิ้งแบมแบมไว้ที่บ้านเพียงลำพัง ยอมรับว่าเป็นห่วงมันก็เป็นแต่อีกใจหนึ่งมันก็โมโห เขาทนมานานเกินไปแถมยังไม่มีอะไรดีขึ้น แบมแบมทำตัวห่างเหินกับเขาทุกวันแม้จะทำเหมือนปกติแต่นั่นแหละที่ไม่ปกติ


 

แถมยังเรื่องที่ให้จินยองมาพูดขอแกมบังคับให้เขาอนุญาตให้เจ้าตัวไปทำงานที่ร้านกาแฟนั่นอีก


 

ในตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะแวะไปคลับเพื่อระบายอารมณ์ด้วยการดื่ม แต่ก็ยังจะห่วงความรู้สึกของแบมแบมว่าถ้าหากเจ้าตัวรู้เข้าคงเสียใจไม่น้อย ดังนั้นเส้นทางและเป้าหมายจึงเปลี่ยนไปเป็นบ้านของอิมแจบอมและจินยองแทนคลับหรือสถานบันเทิง เขาไประบายความในใจและหาวิธีแก้ไขซึ่งวิธีที่จินยองแนะนำมามันก็ดูเหมือนว่าจะได้ผล...แม้ต้องแลกกับน้ำตาของแบมแบมที่เขาไม่อยากเห็นที่สุดก็เถอะ

 
 

“อื้อ” เสียงเล็กครางฮือในลำคอเบาๆคล้ายกับว่ากำลังรู้สึกตัว มาร์คที่เผลอจ้องใบหน้านั้นแต่ทว่าเหม่อลอยในห้วงความคิดดึงสติตัวเองกลับมาก่อนจะขยับกายออกห่างเผื่ออีกคนอยากจะเปลี่ยนท่าทางการนอน


 

“มาร์ค...” ทันทีที่เปลือกตาเปิดเสียงเล็กก็เรียกชื่อเขาทันที ฝ่ามือเล็กขยับมากำรอบข้อมือของมาร์คก่อนจะนำมันไปวางไว้บนแก้มนิ่มที่อุณหภูมิขึ้นสูงกว่าปกตินิดหน่อยคล้ายลูกแมวที่ต้องการจะอ้อนเจ้าของเป็นการไถ่โทษ


 


แบมแบมก็ทำให้มาร์คตายรังแบบนี้ทุกที


 

“ว่าไง”

 
 

“แบมแบมตื่นแล้ว” แม้น้ำเสียงจะยังงัวเงียแต่ดูเหมือนว่าแบมแบมจะไม่ยอมนอนต่อแล้วจริงๆ เจ้าตัวจ้องมองใบหน้าคมของคนรักเขม็ง ลูกแก้วสีนิลใสซื่อสะท้อนภาพของมาร์คเพียงคนเดียวนั้นเป็นสิ่งที่คนตัวโตโปรดปรานมากที่สุด


 

“ก็เห็นแล้ว” มาร์คแกล้งเย้าด้วยรอยยิ้มบางๆ


 

“มาร์คพร้อมจะฟังหรือยัง”


 

“เอาสิ” ในเมื่อสิ่งที่แบมแบมกำลังจะพูดมันเป็นเหมือนตัวที่คลายปัญหาทุกอย่าง เป็นเหมือนคำตอบของการกระทำที่แปลกประหลาดไปของแบมแบมนั้นมาร์คเองก็พร้อมที่จะตั้งใจฟังอย่างเต็มที่ คนตัวโตช่วยจับให้แบมแบมขยับลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงก่อนจะเงียบไป


 

“...”

 


“ต...แต่ถ้าแบมแบมบอกไปแล้ว สัญญาก่อนนะว่าจะไม่ไล่กันไปไหน”

 


โถ...ต่อให้บอกว่าเหตุผลที่ทำแบบนี้นั้นเป็นเพราะว่าเกลียดมาร์คเขาก็ไม่มีทางไล่แบมแบมได้หรอก


 

“สัญญา” น้ำเสียงหนักแน่นจากมาร์คทำให้แบมแบมเริ่มใจชื้นขึ้นมาได้ คนตัวเล็กส่งยิ้มบางๆให้กับคนรักก่อนที่ปากอิ่มจะเปิดออก ขยับพูดในเรื่องที่ค้างคาใจ ปัญหาและเหตุผลในการกระทำทุกอย่างที่แสนทำร้ายจิตใจทั้งตัวเองและคนรักออกมาให้มาร์คต้วนที่นั่งรับฟังอยู่ตรงหน้าได้เข้าใจ...

 
 

และมันก็ทำให้คนตัวเล็กเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่า

 


ทำไมเขาถึงรั้นไม่ยอมเชื่อที่จินยองบอกตั้งแต่แรกกันนะ...

 



 



นั่นแงะ1 แค่นี้ก็จบไหมล่ะแบม
รีดเดอร์อย่าด่าอย่าว่าน้องกันเลยน้าสงสารน้องเถอะ ~



#FICJARMB

TWITTER : @ since9397

+
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,155 ความคิดเห็น

  1. #2150 onea (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 23:30
    ขอบคุณที่ไรท์ยังปราณีหัวใจข้อย หื้อออออ
    #2,150
    0
  2. #2003 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 13:19
    คุยกันดีดีแบบนี้แต่เเรกก็จบแล้ว ดื้อเอ้ยย
    #2,003
    0
  3. #1965 wan62063 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 14:16
    บอกตั้งแต่แรกก็จบ ปิดไปมันก้มีแต่เสียกับเสีย
    #1,965
    0
  4. #1941 ojay2 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 15:29
    เห้ออออออ บอกตั้งแต่แรกก็จบแล้ววว ควรจะคุยกัน แบมไม่ควรเก็บไว้คนเดียวเลย
    #1,941
    0
  5. #1851 KiHaE*129 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 02:48
    น้ำตาร่วงเบาๆ
    ยอมพูดสักทีนะน้องแบม
    #1,851
    0
  6. #1807 Nuthathai Por (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 20:00
    ดีนะที่มาร์ครักแบมมาก
    ไม่อย่างนั้นคงไปนานแล้วเนอะ
    #1,807
    0
  7. #1758 BAMmiie (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 02:25
    ร้องไห้หนักมาก คิดว่าม้าคจะยอมแพ้แล้วจริงๆอะ แต่ลืมไปว่าพี่แกรักน้องมาก5555 แต่ผู้อยู่เบื้องหลังนี่ร้ายสุดๆไปเลยอะ จะไม่มีม่าแล้วใช่มั้ย เราไม่ไหวแล้วอ่า
    #1,758
    0
  8. #1712 MandM (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 19:31
    เห่ออออออออออโล่งซะทีนะ

    เล่าซะทีโล่งและ
    #1,712
    0
  9. #1644 Oni (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 14:56
    ทำซะตกใจคิดว่ามาร์คจะโกรธจริงที่ไหนได้เป็นแผนของจินยองนี่เอง

    ใช้ไม้แข็งเพื่อปราบคนดื้ออย่างแบมสุดท้ายก็ได้ผล โอ้ยโล่งเลย
    #1,644
    0
  10. #1580 olenji (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:44
    โล่งงงงงงง
    #1,580
    0
  11. #1579 irishpp (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:00
    เฮ้อออ โล่งอกแล้วว
    #1,579
    0
  12. #1578 Wonny (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:13
    เฮ้อออออออโล่งอกกับแบมๆตัวน้อยของเราในที่สุดก็กล้าพูดสักที ถ้าพูดไปตั้งนานแล้วก็คงไม่ได้เห็นมาร์คเมินใส่แบบนี้หรอกโอ๋ๆ..ขวัญเอ๋ยขวัญมาคงใจหายมากแน่ๆเลย มาร์คก็อันที่จริงแบมๆตัวน้อยก็ไม่ได้ผิดหรอกที่คิดหรือพูดอะไรที่แปลกไปเพราะไม่เคยมีใครบอกสอนว่าต้องคิดแบบไหนควรพูดยังไงเพราะแบมๆตัวน้อยไม่เคยใช้ชีวิตในแบบสังคมมนุษย์มาก่อนซะหน่อยเท่าที่คิดหรือพูดเป็นในทุกวันนี้ก็เรียนรู้มาจากมาร์คและคนรอบข้างมาร์คทั้งนั้นแหละฉะนั้นมาร์คก็ควรเป็นคนคอยบอกคอยสอนในเรื่องละเอียดอ่อนพวกนี้ให้มากๆเหมือนพ่อสอนลูกนั่นแหละเข้าใจมั๊ยมาร์คช่วงนี้ต้องโอ๋และเอาใจใส่เด็กน้อยขวัญเสียเยอะนะแบมๆตัวน้อยก็คงไม่ต่างอะไรจากเด็กน้อยที่ทำผิดกับพ่อแม่ผู้ปกครองและโดนดูหลอกก็คงกลัวว่าพ่อแม่จะโกรธจะไม่รักตัวเองอีกต่อไปแล้ว
    #1,578
    0
  13. #1577 MBY_626 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:03
    เย่ๆๆในที่สุดก็บอกแล้วว ร้องไห้กันไปหนึ่งชุด
    #1,577
    0
  14. #1576 MALIJEEJIE (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:16
    โล่งใจ ในที่สุดก็เล่าได้
    #1,576
    0
  15. #1575 karina (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:59
    นั้นไง นี่ก็รออ่านอยู่เลยคะ 55555

    ฺืฮ์่อออออออออออออออ คิดถึงมากกกกกกกกกกกกกก

    จะยุให้มาร์คปล้ำ น้องละเนี้ยยยยยยย อิอิ

    ปากแข็งดีนัก ไรท์กลับมาแล้ววววววววววว

    ดีใจจังเลย
    #1,575
    0
  16. #1574 Sushi_Tuan1a (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:42
    แฮปปี้ๆๆๆ
    #1,574
    0
  17. #1573 Natnicha Namtan Phuhoi (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:30
    น่าจะเล่านานแล้วลูก ดราม่าซะนาน555
    #1,573
    0
  18. #1572 Babe Kakk (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:10
    ขอให้แฮปปี้ด้วยเถอะน้าา
    #1,572
    0
  19. #1571 smorasee54 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:10
    เล่าตั้งแต่แรกก้ไม่อึดแล้วไหมแบมม
    #1,571
    0
  20. #1570 นมเย็นสีฟ้า (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 06:02
    เป็นไงล่ะดื้อ สุดท้ายเขาก็รักเรา สุดท้ายเขาก็ไม่ไปไหนอยู่ดี
    #1,570
    0
  21. #1569 LuvBB (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:43
    ไม่ว่าหรอก เรารักน้องเเบมมาก จะตัวจริง หรือในฟิค เราก็ไม่เคยว่าน้อง รักที่ฉุด
    #1,569
    0
  22. #1567 pimpimpim1a (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:51
    ช่วยกันแก้ปัญหานะแบม
    #1,567
    0
  23. #1566 PRATCHBX (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:49
    นี่ไง แบมจะจำไว้ไหมถ้าเกิดเรื่องแบบนี้อีกก็ทำตามที่เนียร์บอกไปเถอะะ
    ดีใจความอบอุ่นเริ่มกลับมา
    #1,566
    0
  24. #1564 dada0627 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:52
    บอกซะทีน้าแบม มาร์คเข้าใจแบมอยู่แล้วรักขนาดนี้
    #1,564
    0
  25. #1563 Bm109 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:38
    โถ่หนูแบม ในที่สุดก้อบอกเหตุผลเสียที

    คนอ่านใจหายใจคว่ำหมดแล้ว

    หน่วงมานาน เข้าใจกันเสียทีเนาะ

    #1,563
    0