FIC BOY IN A JAR : { MARKBAM }

ตอนที่ 25 : BOY IN A JAR :: SEASON II :: Blame it on me

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,838
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    3 ม.ค. 59

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
+


BOY  IN  A  JAR

:: SEASON 2 ::

#FICJARMB


CHAPTER 6

( blame it on me )


 

                คนตัวเล็กกำลังนั่งกอดเข่าตัวเองดูทีวีอยู่บนโซฟาตัวยาวกลางห้องนั่งเล่นในช่วงเช้าของวัน สองขาเล็กๆใต้กางเกงขาสั้นสีฟ้าอ่อนยกขึ้นมาแนบกับตัวพลางซบใบหน้าของตัวเองลงไปเหมือนกับลูกแมวที่กำลังนอนขดหางเข้าหาตัว...เป็นภาพที่ทำให้รู้สึกเอ็นดู

 
 

แต่...


 

“แบมแบม กินข้าว” มาร์คที่ยืนพิงกรอบประตูมองภาพนั้นอยู่เกือบห้านาทีตัดสินใจพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบเสียจนคนตัวเล็กสะดุ้งเฮือก ใบหน้าหวานกันมามองเขาก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเดินไปปิดทีวีที่ถูกเปิดทิ้งเอาไว้แล้วค่อยๆเดินผ่านหน้าเขาไปเหมือนเด็กที่ถูกพ่อแม่ขัดใจเวลาเล่นสนุกยังไงยังงั้น

 
 

“...” มาร์คถอนหายใจพลางเดินตามหลังไปเงียบๆ แผ่นหลังเล็กที่คุ้นเคยแต่ทว่าสองสามวันมานี้เขาแทบไม่มีโอกาสได้สัมผัสปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหน้า มาร์คมีความรู้สึกว่าแบมแบมน่ะกำลังทำตัวแปลกออกไป

 
 

แปลกไปจนเห็นได้ชัดเลยหลังจากวันนั้น...


 

“เฮ้ๆ ทำอะไรน่ะ” มาร์ครีบก้าวเท้าเข้าไปหาคนตัวเล็กที่ดูเหมือนว่าจะทำการกบฏเล็กๆในบ้านด้วยการไม่ยอมนั่งลงทานอาหารบนโต๊ะด้วยกันอย่างเดิม เพราะคนตัวเล็กเลือกหยิบจานของตัวเองมาไว้ในมือแล้วทำท่าเหมือนจะเดินไปกินที่อื่น

 
 

“อ๋อ...แบมแบมจะไปดูทีวี” คนตัวเล็กตอบเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ บางเบาเสียจนแทบไม่รู้ว่านี่แบมแบมกำลังยิ้มให้เขาหรือว่ากำลังกลั้นน้ำตาจนปากเบะอยู่กันแน่

 
 

“ทำไมไม่นั่งกินให้เสร็จก่อน”

 
 

“ก็...รายการที่แบมอยากดูมัน...” คนตัวเล็กตอบเสียงอ้อมแอ้ม ดวงตากลมหลุบมองไปทุกที่ที่ไม่ใช่ใบหน้าหล่อคมของคนรักจนมาร์คต้องจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิดใจ แบมแบมดื้อขึ้นทุกวันแบบนี้มันทำให้มาร์คเริ่มจะหัวเสียขึ้นมาเสียแล้ว

 
 

“เพิ่งจะรู้นะว่านายดูรายการกีฬาด้วยน่ะ” มาร์คท้าวสะเอวมองอีกฝ่ายอย่างคาดคั้น ก็เมื่อกี้เขายืนมองอยู่เห็นว่ารายการทีวีที่เปิดน่ะเป็นรายการกีฬา ส่วนแบมแบมเองก็เอาแต่นั่งฟุบหน้ากับเข่าตัวเองอยู่แบบนั้น นี่น่ะเหรออาการของคนที่สนใจอยากดูทีวีจนต้องยกจานอาหารไปนั่งกินด้วยน่ะ

 
 

“อื้อ ก็ลองดูเมื่อเช้าไง เห็นว่ามันก็สนุกดีเหมือนกัน” แต่ถึงกระนั้นคนตัวเล็กหัวรั้นก็ยังไม่ยอมละความพยายาม มาร์คเม้มปากนิดหน่อยก่อนจะเหลือบตาไปมองจานอาหารบนโต๊ะอีกจานที่เป็นของเขาถูกวางทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง

 
 

“ก็ได้ ฉันไปดูด้วย”

 
 

“...” จะเอางั้นก็ได้ มาร์คเองก็สนใจรายการกีฬาเหมือนกัน งั้นไปดูด้วยกันก็คงไม่เป็นอะไรหรอกใช่ไหมล่ะ

 
 

“อ่า...มาร์คไม่ชอบยกอาหารไปที่อื่นไม่ใช่เหรอ ไม่เป็นไรหรอกนะแบมแบมดูคนเดียวได้ สบายมากเลย” รอยยิ้มสดใสถูกส่งมาให้คนมองที่ดูเหมือนว่าจะหน้าตึงไปแล้วในตอนนี้ มันเป็นอะไรที่เห็นได้ชัดเจนมากว่าแบมแบมจงใจที่จะเลี่ยงเขา เลี่ยงการอยู่ด้วยกันกับเขา

 
 

แต่เพื่ออะไรล่ะ ในบ้านก็มีกันอยู่แค่สองคนไม่ใช่หรือไง...

 


 

                จนสุดท้ายแล้วบรรยากาศช่วงเช้าก็ผ่านไปได้ด้วยความรู้สึกที่เรียกได้ว่า...กระอักกระอ่วน มาร์คไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยเวลาอยู่ใกล้กับคนตัวเล็กเพราะทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ๆได้พูดคุยก็มักจะมีแต่ความรู้สึกที่สดชื่นเหมือนกับว่าชีวิตตัวเองได้ชาร์ตพลัง ทว่าในช่วงสองสามวันมานี้ คนตัวเล็กทำเหมือนกับว่าเขาเป็นตัวเชื้อโรคที่น่ารังเกียจ...

 
 

สาบานเลยว่ามาร์คต้วนไม่ได้คิดไปเอง


 

วันนี้มาร์คไม่มีงานจึงว่างและวางแผนที่จะนอนกกคนตัวเล็กชวนพูดคุยเรื่องราวต่างๆหรือไถ่ถามความต้องการของแบมแบมอย่างที่เคยทำ แต่ดูเหมือนว่าแผนเหล่านั้นจะต้องพังลงไปเมื่อแบมแบมไม่ยอมเข้าใกล้เขาง่ายๆเลยสักนิด ก็ไหนว่าไม่โกรธกันเรื่องวันนั้นไงล่ะ

 
 

“...”

 
 

“แบมแบม ไปเที่ยวกันไหม” และมาร์คเองก็ยังไม่ละซึ่งความพยายาม เขาพยายามเข้าไปวนเวียนใกล้ๆคนรักอยู่ตลอดซึ่งผลตอบรับที่ได้ก็คือถ้าไม่เป็นแบมแบมเอ่ยปากไล่เขาอ้อมๆก็เป็นคนตัวเล็กเองที่ลุกเดินหนีไปด้วยข้ออ้างที่ใช้เหตุผลฟังไม่ขึ้นร้อยแปดพันเก้าเหล่านั้น

 
 

“หือ...ไม่เอาล่ะมาร์ค” เสียงเล็กตอบแผ่วเบาพลางหลับตาลงอีกครั้ง แบมแบมกำลังนอนกลางวันอยู่บนเก้าอี้เอนตัวใหญ่ที่มาร์คซื้อมาวางไว้หน้าบ้านโดยมีมาร์คต้วนนั่งเท้าคางมองอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ

 


อย่างกับหมาที่อ้อนอยากให้เจ้าของเล่นด้วยเลย...

 
 

“...”

 
 

“มาร์คจะทำอะไร!” แบมแบมสะดุ้งเฮือกเผลอตวาดเสียงดังเสียจนมาร์คชะงักการกระทำในทันทีทันใด ดวงตาคู่คมเหลือบขึ้นมองใบหน้าหวานที่ฉายแววตื่นตระหนกด้วยท่าทีนิ่งเฉย เขากำลังไม่เข้าใจ...ไม่เข้าใจความคิดของแบมแบม

 
 

“ทำไมล่ะ แค่นี้ก็ไม่ได้เหรอ” มาร์คถามเสียงเรียบเสียจนคนตัวเล็กต้องเบนหน้าหนีไปทางอื่น ปล่อยให้ฝ่ามือตัวเองถูกชักจูงโดยฝ่ามือใหญ่ให้ไปวางอยู่บนแก้มของคนตัวโต อันที่จริงการกระทำแบบนี้มันเป็นอะไรที่ธรรมดามากๆและมาร์คก็ทำมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว

 
 

แล้วทำไมครั้งนี้แบมแบมจะต้องแสดงท่าทีต่อต้านแบบนี้ด้วย


 

“นี่...เป็นอะไร คิดอะไรอยู่บอกมาร์คบ้างได้ไหม” ลมเอื่อยๆที่พัดมากระทบยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวดูนิ่งสงบเสียยิ่งกว่าเดิม แบมแบมเม้มปากไม่ตอบส่วนมาร์คก็จ้องหน้าคนรักรอให้อีกฝ่ายเปิดปากพูดอะไรออกมาบ้าง

 
 

“แบมแบมก็...ปกตินี่”

 
 

“งั้นเหรอ”

 


ปากแข็งที่หนึ่งเลยเด็กคนนี้...

 
 

“อื้อ”

 
 

“...” โอเค ไม่บอกก็ไม่บอก...

 

 

 
 

 

                วันทั้งวันผ่านไปอย่างเรียบง่ายค่อนไปทางเงียบเหงากว่าที่เคย ช่วงกลางวันที่แสนน่าเบื่อและช่วงเย็นที่น่าเหนื่อยหน่ายผ่านไปในที่สุด ตอนนี้ดวงไฟในห้องนอนกว้างถูกปิดสนิททุกดวง ความมืดและอุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศที่ค่อนไปทางเย็นทำให้ร่างเล็กของคนบนเตียงต้องขยับกระชับผ้าห่มนวมขึ้นมาจนเกือบถึงคอ ในใจเผลอนึกเป็นห่วงคนที่ใส่เพียงเสื้อกล้ามบางๆนอนขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

 
 

“...”

 
 

ดวงตาคู่สวยเปิดขึ้นแผ่วเบา เปลือกตาบางกระพริบสองสามครั้งเพื่อปรับโฟกัสให้กับภาพตรงหน้าที่ถูกความมืดปกคลุม ร่างเล็กขยับเพียงแผ่วเบาเพราะเกรงว่าจะเผลอไปรบกวนให้คนที่ดูเหมือรนว่ากลับสนิทไปแล้วอย่างมาร์คนั้นต้องตื่นขึ้นมา

 
 

ปลายนิ้วชี้ของแบมแบมลอบวางลงบนสันจมูกโด่งของคนหลับที่นอนตะแคงหน้าเข้าหาเขาอย่างระมัดระวัง แผ่วเบาราวกับขนนกที่ปลิวมาตกกระทบ ปากอิ่มเม้มเข้าหากันพร้อมแววตาที่ฉายชัดถึงความสับสนในความคิดและความรู้สึกของตัวเอง

 
 

ใบหน้าที่เคยดูใหญ่โตและร่างกายที่เคยสูงกว่าเขาหลายสิบหลายร้อยเท่ากำลังหลับพริ้มอยู่ตรงหน้าเขา ไร้ซึ่งพิษสงหรือท่าทางที่เคยทำให้เขาหวาดหวั่นในคราแรกที่ได้เจอกัน ทำไมแบมแบมจะจำไม่ได้ล่ะกับความรู้สึกแรกที่ได้เห็นมาร์คน่ะ

 
 

ทั้งตัวใหญ่แถมยังพูดจาน่ากลัว...


 

“มาร์ค...”

 
 

“แบมแบมขอโทษ ขอโทษนะ” น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ ปลายนิ้วเล็กลูบผ่านเบาๆบนรอยแผลเล็กๆบนศีรษะของอีกฝ่ายที่เริ่มแห้งตกสะเก็ด ทั้งที่เมื่อก่อนเขาเป็นฝ่ายกลัวมาร์คและมาร์คก็ทำให้เขาเชื่อใจด้วยการคอยดูแลปกป้องเขามาตลอด แต่ดูตอนนี้สิ...แบมแบมกลับเป็นคนทำให้มาร์คต้องมาเจ็บตัวเสียเอง

 
 

แบมแบมกลายเป็นตัวอันตรายสำหรับมาร์คเสียเองเพียงเพราะว่าชาติกำเนิดเขาไม่ใช่มนุษย์เหมือนกับมาร์คและคนอื่นๆ เขาดูเหมือน เขาดูคล้าย ก็ใช่...ทำไมแบมแบมจะไม่รู้ตัวล่ะว่าให้ตายยังไงเขาก็ไม่มีทางเปลี่ยนชาติพันธุ์ตัวเองได้

 
 

ในตัวเขายังมีอะไรอีกมากที่มันแปลกประหลาด แถมเขาเองก็ไม่มีความสามารถพอที่จะควบคุมมันเอาไว้กับตัว แบมแบมก็แค่กลัว...กลัวว่าทุกอย่างที่ดำเนินมาด้วยดีตลอดนั้นจะต้องมาพังลงในเร็ววันนี้ เขาไม่ยอมหรอก ไม่ยอมแน่ๆ

 
 

“แบม...”

 
 

!!

 
 

ฝ่ามือเล็กชะงักก่อนจะรีบดึงเข้าหาตัวเองเมื่อได้ยินเสียงทุ้มของคนตรงหน้าครางเรียกชื่อเขาออกมา หัวใจดวงเล็กเต้นระส่ำอย่างไม่เคยเป็นราวกับว่าตนเป็นผู้ร้ายที่ถูกจับได้ว่ากระทำความผิด แต่ดูเหมือนว่าการกระทำของแบมแบมจะช้าไปหน่อยเมื่อข้อมือเล็กถูกคว้าหมับเอาไว้ได้ทันท่วงทีจากคนที่แบมแบมหลงคิดว่าหลับไปแล้ว

 
 

“มาร์ค...ย ยังไม่หลับเหรอ” ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะต้องเสียงสั่นไปทำไม เขาไม่ควรแสดงท่าทางแบบนี้ออกมาเวลาที่อยู่กับมาร์ค

 
 

“เมื่อกี้พูดว่าขอโทษเหรอ ขอโทษทำไม” มาร์คไม่สนใจคำถามก็เมื่อคำตอบได้ปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหน้าแล้วว่าเขายังไม่หลับ ที่มาร์คสนใจก็คือคำพูดของแบมแบมที่มันฟังดูแปลกประหลาดอย่างคำขอโทษเมื่อครู่นี้ต่างหากล่ะ

 
 

“หืม...ป เปล่า แบมแบมไม่ได้พูดอะไรเลย” คนตัวเล็กส่ายหน้าเสียจนผมเสียดสีกับหมอนนุ่มจนยุ่งเหยิงไปหมด ดวงตากลมแอบไหววูบเมื่อเห็นว่าดวงตาคมที่มองมานั้นฉายชัดไปด้วยความรู้สึกตัดพ้อเสียจนแบมแบมแทบทนไม่ไหว

 
 

“โกหก” และแบมแบมก็ยิ่งร้อนรนเมื่อมาร์คขยับตัวลุกขึ้นนั่งพลางดึงต้นแขนให้เขาลุกตามขึ้นมาด้วย มือใหญ่เอื้อมไปเปิดโคมไฟหัวเตียงให้สามารถมองเห็นกันและกันได้ชัดยิ่งขึ้น

 
 

“ไม่ได้โกหกนะ”

 
 

“แบมแบม!” สองไหล่เล็กผวาเฮือกเหมือนเด็กน้อยที่ถูกปลุกด้วยฝันร้าย ดวงตากลมที่จ้องใบหน้าคมของคนรักหลุบลงต่ำมองหน้าตักตัวเองอย่างคนทำตัวไม่ถูก สถานการณ์แบบนี้มันคืออะไรกัน ทำไมแบมแบมถึงได้รู้สึกกลัวจนอกแทบจะระเบิดออกมาแบบนี้

 
 

“แบมแบมเปล่า...”

 
 

“ก็เปล่าตลอด แล้วสองสามวันมานี้คืออะไรบอกมาสิ”

 
 

“...” คำพูดของคนตัวเล็กถูกกลืนหายไปเสียจนหาไม่เจอเมื่อถูกถามจี้จุดเข้าแบบนี้ด้วยน้ำเสียงและท่าทางของมาร์คที่ดูเหมือนว่าจะโกรธในสิ่งที่เขากำลังทำจริงๆ มาร์คกำลังโมโห เขากลัว...แบมแบมไม่ชอบ ไม่เคยชอบเลยเวลาที่มาร์คโมโห

 
 

“เงียบทำไม” เสียงสะอื้นแรกดังขึ้นเมื่อมาร์คเค้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ดุดัน แบมแบมก้มหน้าจนคางแทบชิดอก ร่างกายเล็กๆเริ่มสั่นไหวแต่ในตอนนี้พายุอารมณ์ที่กำลังก่อตัวในใจของมาร์คหลังจากที่เก็บสะสมมาหลายวันกำลังทำให้เขามองข้ามความกลัวของแบมแบมไปหมดสิ้น

 
 

“ฮ..ฮึก มาร์ค” แบมแบมหมดคำพูด เขาอยากให้มาร์คใจเย็นแต่ก็บอกเหตุผลที่แท้จริงไปไม่ได้ เขาไม่รู้ว่ามาร์คจะรับได้กับสิ่งที่เขาเป็นหรือเปล่า หรือถ้าบอกไปแล้วมันจะเกิดอะไรตามมาแบมแบมเดาไม่ออกเลยสักนิดเดียว

 
 

“แบมแบมลุกมาคุยกันให้รู้เรื่อง” เด็กน้อยกอดผ้าห่มแน่น กดใบหน้าตัวเองลงไปสะอื้นจนตัวงอ มาร์คไม่เคยดุเขาจนรู้สึกกลัวไปหมดแบบนี้ ไม่เคยเลยสักครั้ง

 
 

“...”

 
 

“แบมแบม! บอกให้ลุกไง!” เสียงตวาดดังลั่นห้องที่เงียบเชียบ แบมแบมใจหายวาบเมื่อต้นแขนถูกดึงกระชากจนหลุดออกจากก้อนผ้าห่มที่ใช้เป็นที่พึ่ง มาร์คเองก็ดูตกใจอยู่ไม่น้อยคล้ายกับเพิ่งรู้สึกตัวว่าเขาเผลอทำรุนแรงใส่คนตัวเล็กไป ฝ่ามือใหญ่รีบปล่อยต้นแขนเล็กให้เป็นอิสระพลางลุกออกไปยืนสูดลมหายใจลึกๆที่ปลายเตียง

 
 

แบมแบมทำให้มาร์คไม่พอใจ...แบมแบมกำลังทำให้มาร์คเกลียดเข้าแล้วใช่ไหม


 

“...” ดวงตากลมได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างของคนรักด้วยภาพที่เริ่มพร่ามัวด้วยม่านน้ำตา เขาอึดอัด มันเหมือนคนน้ำท่วมปาก...เขาไม่อยากบอกมาร์คเพราะกลัวว่ามาร์คจะมองเขาเปลี่ยนไป คนเดียวที่เขาอยากคุยเรื่องนี้ด้วยก็คือจินยอง

 
 

“แบมแบม...” เสียงทุ้มเรียกชื่อของคนรักที่นั่งอยู่บนเตียงก่อนจะเงียบหายไปไม่พูดอะไรต่อคล้ายกับว่าสมองของมาร์คมันกำลังตีกันมั่วจนแทบรวนไม่ต่างไปจากแบมแบม เขาทั้งคู่ไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน เขาทั้งคู่ยังไม่มีภูมิคุมนกันในเรื่องนี้มากพอ

 

“...” คนตัวเล็กเม้มปากแน่น ยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มออกอย่างลวกๆ ในสมองตีกันอย่างหนักไม่แพ้มาร์ค เขาคิดไม่ออกจริงๆว่าสถานการณ์แบบนี้ต้องทำตัวอย่างไรหรือต้องพูดอะไรออกไปให้มาร์คเย็นลง

 
 

“บอกหน่อยสิว่าที่ทำอยู่มันหมายความว่ายังไง” คำถามถูกส่งมาจากมาร์คที่ยังคงยืนหันหลังอยู่ที่เดิม

 
 

“ค คือ...แบมแบม ไม่ได้เป็นอะไร...”

 
 

“จะโกหกทำไม!” สุดท้ายแล้วมาร์คก็ไม่สามารถควบคุมความอึดอัดใจของตัวเองได้อีกต่อไป เขาเผลอพูดกระแทกเสียงออกมาอีกครั้งพลางหันหลังกลับมาก้าวเข้าหาคนบนเตียง มือทั้งสองจับเข้าที่ไหล่เล็กเหมือนกับว่าต้องการจะให้แบมแบมอธิบายเรื่องทั้งหมดออกมา

 
 

มาร์คอาจจะดูเหมือนว่าใกล้คลั่งเต็มที ก็เพราะว่าอาการที่แบมแบมแสดงออกอยู่นั่นน่ะมันเป็นท่าทางของคนที่เขาหมดใจหมดรักต่อกันอย่างที่มาร์คเคยพานพบมาไงล่ะ มันเป็นอาการของคนที่กำลังจะแตกหัก เป็นการกระทำของคู่รักที่กำลังจะแยกทาง

 
 

ใครว่าแบมแบมกลัวเป็นคนเดียวล่ะ...มาร์คเองก็กลัวไม่ต่างกันนั่นแหละ


 

“มาร์ค ฮึก...” แบมแบมพยายามกลั้นเสียงสะอื้นอย่างยากลำบาก ลำบากทั้งการควบคุมร่างกายและจิตใจ เขามองเห็นความโกรธในแววตาของมาร์คอย่างชัดเจน และมันก็ชัดเจนเสียจนความรู้สึกผิดชาแล่นขึ้นมาทั้งหน้าเขาสู้หน้ามาร์คไม่ไหวแล้ว

 
 

“บอกมาสิแบมแบม เป็นอะไร มีเรื่องอะไรไม่สบายใจ” มาร์คสูดหายใจเข้าลึกๆอีกครั้งพลางถามด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าเรียบและเข้าใจง่ายที่สด แต่ทว่าคนตรงตรงหน้าเขาก็ยังไม่ตอบอะไรออกมาให้หายข้องใจแม้แต่คำเดียวนอกเสียจากประโยคโกหกคำโตที่บอกว่าตัวเอง เป็นปกตินั่นน่ะ

 
 

ปึ่ก!!!

 
 

“มาร์ค!...” เสียงหวานหวีดสูงเมื่อจู่ๆร่างสูงของคนตัวโตก็เซถลาถอยหลังไปหลายก้าวจนเสียหลักหลังกระแทกเข้ากับโต๊ะข้างเตียง ดูจากเสียงที่ดังออกมาแล้วมาร์คคงเจ็บอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว...

 
 

เอาอีกแล้ว...มันเป็นแบบนี้อีกแล้ว


 

มันเป็นเพราะแบมแบมมาร์คถึงต้องเจ็บแบบนี้


 

“แบมแบม จะไปไหน!” แต่แทนที่คนตัวเล็กจะเดินเข้ามาดูอาการของคนตัวโตอย่างมาร์คอย่างที่ควรจะเป็น เจ้าตัวกลับวิ่งฝ่าความมืดในห้องออกไปทางประตูแทน ร้อนถึงมาร์คต้วนที่ต้องพยุงตัวเองก่งเดินกึ่งวิ่งตามอีกฝ่ายไปอย่างทุลักทุเล ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแรงกระแทกเมื่อกี้เกิดจากแบมแบมผลักเขาหรือเพราะเขาเสียหลักเอง แต่ว่าขอบโต๊ะที่กระแทกเข้ากลางไขสันหลังมันก็ทำเอาระบมได้ง่ายๆ

 
 

แผ่นหลังเล็กที่คุ้นตาหายผลุบเข้าไปในห้องนอนเล็กที่แทบจะไม่เคยได้ใช้ มาร์คมาถึงช้าเกินไปเพราะว่าลูกบิดประตูนั้นถูกล็อคจากด้านในเป็นที่เรียบร้อยเสียแล้ว

 
 

“แบม...”

 
 

มาร์คครางเรียกชื่อคนตัวเล็กด้านในเสียงแผ่วหลังจากออกแรงเคาะประตูไปหลายต่อหลายครั้งแต่อีกฝ่ายก็เงียบไม่ตอบกลับอะไรออกมา เขาไม่รู้ว่าแบมแบมร้องไห้หรือเปล่า ไม่รู้เลยจริงๆว่าคนตัวเล็กซึ่งเคยสดใสน่ารักขยันคลอเคลียของเขานั้นกำลังเป็นอะไรกันแน่

 
 

“...”

 
 

และเมื่อดูจากท่าทางแล้วแบมแบมคงจะไม่เปิดประตูออกมาเจอเขาอีกในค่ำคืนนี้มาร์คต้วนก็ตัดสินใจทิ้งตัวลงนั่งเอนหลังพิงกับบานประตูพลางปิดเปลือกตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน นึกภาวนาในใจว่าขอให้พรุ่งนี้เช้าเขาและแบมแบมจะสามารถปรับความเข้าใจกันได้ด้วยดี...ก่อนที่เสียงทุ้มจะตะโกนเบาๆพอให้อีกฝ่ายที่อยู่ในห้องได้ยิน

 
 

“ฉันจะนั่งอยู่ตรงนี้นะ ไม่ต้องกลัว...นอนเถอะ”

 
 

เพราะมาร์คจำได้ว่าแบมแบมไม่ชอบนอนคนเดียวไงล่ะ...

 

 50%
 

 

 

 

 

                ค่ำคืนที่แสนบีบหัวใจของคนทั้งคู่ล่วงเลยมาจนกระทั่งพระอาทิตย์หมุนเวียนกลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง ทว่าคนตัวเล็กอย่างแบมแบมนั้นยังไม่ยอมย่างกรายออกมาจากห้องนอนเล็กแม้ว่าตอนนี้เวลาจะล่วงเลยไปจนเกือบสิบโมงเช้า ผิดวิสัยอย่างเห็นได้ชัด

 
 

“แบมแบม ออกมากินข้าวเถอะ” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นหลังจากเคาะบานประตูใหญ่ตรงหน้าทำให้คนที่นั่งเอนหลังพิงบานประตูหลับคอพับอยู่ด้านในห้องเผลอสะดุ้งเฮือกขึ้นมาด้วยความตกใจ แบมแบมเม้มปากแน่นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาและมาร์คเมื่อคืน

 
 

“...” คนตัวเล็กกำลังลังเลอย่างหนักว่าจะตอบอะไรออกไปดีหรือไม่ เขาไม่ได้โกรธอะไรมาร์คเพราะว่าคนตัวโตไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด แต่ว่ามันกระดากอายและรู้สึกผิดเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยประโยคหรือถ้อยคำใดๆออกไปในตอนนี้

 
 

“สายแล้วนะ ยังไม่ตื่นอีกเหรอ” มาร์คถามซ้ำอีกครั้ง เสียงนั้นฟังดูเหนื่อยล้าและขาดความมั่นใจจนดูเหมือนกับว่าไม่ใช่ตัวมาร์คเอาเสียเลย แบมแบมขยับกายเล็กน้อยเพื่อขับไล่ความเมื่อยอกจากร่างกาย เขาจำได้ว่าเมื่อคืนเขาร้องไห้จนเผลอหลับไปตรงนี้

 

ไม่ต่างกันกับมาร์คเลยสักนิดเดียว...


 

“ต ตื่นแล้ว...” สุดท้ายแล้วแบมแบมก็เลือกที่จะขานรับออกไปขณะที่ยันตัวลุกขึ้นมายืนจนเต็มความสูง เสื้อผ้าของแบมแบมอยู่ที่ห้องนอนใหญ่ ยังไงก็ต้องกลับไปที่ห้องนั้นอยู่ดี แบมแบมขังตัวเองไว้ในนี้ตลอดไปไม่ได้หรอกนะ

 
 

“อาหารอยู่บนโต๊ะข้างล่างนะ ฉันกินเสร็จเรียบร้อยแล้ว” แบมแบมไม่รู้ว่าประโยคหลังนั้นมาร์คตั้งใจจะสื่อความหมายว่าอย่างไรกันแน่ แต่แบมแบมเดาว่ามาร์คคงคิดว่าเขาลำบากใจที่จะต้องรับประทานอาหารร่วมกันไปแล้วแน่ๆ

 
 

นี่มัน...แย่ที่สุด


 

แต่แบมแบมก็ยังหาทางออกที่ดีไม่ได้เลย

 

 
 

 

                อาหารเช้าในเวลาเกือบเที่ยงถูกละเลียดเข้าปากอิ่มอย่างเชื่องช้า อาหารฝีมือมาร์คมันอร่อยเหมือนกับทุกวันแต่ที่แปลกไปจากเมื่อก่อนก็อาจจะเป็นการที่แบมแบมต้องนั่งทานอาหารมากมายตรงหน้านี้เพียงคนเดียวอย่างเงียบเหงา ไม่มีเสียงทุ้มของคนรักมาคอยแกล้งคอยกวนเหมือนที่ผ่านๆมา

 
 

“...” น้ำซุปรสชาติกลมกล่อมถูกตักเข้าปากอีกครั้ง แบมแบมทำหน้าราวกับว่าอาหารที่ทานเข้าไปนั้นมันไร้ซึ่งรสชาติ ถ้าหากมีใครมาเห็นคงต้องคิดว่าคนตัวเล็กถูกบังคับให้มานั่งกินอย่างแน่แท้

 
 

ก้มหน้าก้มตาฝืนตักข้าวเข้าปากได้อีกไม่กี่คำคนตัวเล็กก็ฟุบหน้าลงกับขอบโต๊ะอย่างสุดกลั้น ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกัน ทั้งที่แบมแบมเป็นคนต้องการให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้เอง แล้วทำไมล่ะ...ทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังถูกทิ้งเสียเองแบบนี้

 
 

“ตัวเล็ก...”

 
 

“...” หืม?

 
 

“น เนียร์!

 
 

คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาราวกับถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้าแรงสูงเมื่อเสียงหวานที่ดังขึ้น ณ  ขณะที่แบมแบมกำลังจะร้องไห้นั้นมันฟังดูเหมือนกับว่าเป็นคนที่เขาต้องการพึ่งพามากที่สุดในตอนนี้

 
 

“เป็นอะไรน่ะ แค่กินข้าวต้องเศร้าขนาดนั้นเลยหรือไง”  ปาร์คจินยองยิ้มรับ น้ำเสียงนุ่มทุ้มทำให้แบมแบมใจชื้นขึ้นมากว่าก่อน สองขาเล็กขยับออกจากเก้าอี้ลุกเดินเข้าหาคนร่างบางที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม อยากจะร้องไห้ออกมาชะมัดแต่ยังโชคดีที่แบมแบมทำใจแข็งห้ามมันเอาไว้ได้

 
 

แบมแบมต้องไม่อ่อนแอสิ...

 
 

“เนียร์...คิดถึงจัง” แบมแบมพูดเสียงอู้อี้จับใจความแทบไม่ได้แต่กระนั้นปาร์คจินยองก็ได้ยินมันชัดเจนทุกถ้อยคำ โชคดีที่งานเขามันเสร็จก่อนกำหนดจึงเลื่อนวันกลับให้เร็วกว่าเดิมได้ ถือว่าเป็นโชคดีของแบมแบมเหลือเกินที่ไม่ต้องทนจัดการเรื่องต่างๆด้วยตัวเองเพียงลำพังอีกต่อไป

 
 

“เหรอ คิดถึงเนียร์แต่ทำไมหน้าเศร้าจังเลยล่ะตัวเล็ก” แบมแบมเม้มปากแน่นพลางขยับตัวออกจากอกอุ่นของอีกฝ่าย เด็กน้อยก้มหน้านิ่งเหมือนกับคนที่ถูกจับได้ว่ากระทำความผิดโดยไร้ซึ่งข้อแก้ตัวใดๆ เนียร์คงจะรู้เรื่องที่เขาทำตัวห่างเหินกับมาร์คแล้วสินะ...

 
 

“เปล่า...”

 
 

“ให้พูดใหม่”

 
 

“...” ก็เพราะว่าต่อให้โกหกออกไปแบมแบมก็ถูกจับได้อยู่ดีไงล่ะ

 
 

“มีปัญหาอะไรกัน มาร์คเครียดมากเลยนะแบมแบมรู้ไหม เนียร์ไม่เคยเห็นเพื่อนเนียร์เครียดหนักขนาดนี้มาก่อนเลย...นอกจากเหตุการณ์ที่ทะเลาะกันเมื่อหลายปีก่อนนั่นน่ะ” แถมครั้งนี้ดูเหมือนว่าสถานการณ์มันจะตึงเครียดกว่าครั้งก่อนเสียด้วยสิ

 
 

“เนียร์...แบมเป็นอะไรก็ไม่รู้ เป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้! ฮึก” คนตัวเล็กยอมเปิดปากพูดด้วยใบหน้าที่ดูเหมือนว่ากำลังเก็บกลั้นอารมณ์ของตัวเองจนน่าสงสาร น้ำตาพากันมารวมอยู่ปลายกระบอกตา มันกำลังรอเวลาไหลลงมากระทบกับแก้มนิ่มของคนตัวเล็กก็เท่านั้น

 
 

“ชู่ว ไม่ว่าตัวเองสิ ใจเย็นๆ”

 
 

“เนียร์...”

 
 

“แบมว่าแบมมีอะไรบางอย่างผิดปกติ...เวลาแบมแบมโกรธหรือไม่พอใจแบมจะควบคุมตัวเองไม่ได้เลย ม...มาร์คต้องเจ็บตัวเพราะมัน เจ็บตัวเพราะแบมแบมหลายรอบแล้ว” คนตัวเล็กก้มหน้าจับแขนปาร์คจินยองเอาไว้เป็นหลักโดยที่จินยองเองก็ขมวดคิ้วตั้งใจฟังทุกคำพูดของเด็กน้อยอย่างตั้งใจ

 
 

“แบม...แบมก็เลย ทำตัวให้ห่างจากมาร์ค มาร์คจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว”

 
 

“...”

 


โธ่...เด็กน้อย

 
 

“ผิดแล้วรู้ไหม” จินยองพูดเสียงเบา ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาลูบกลุ่มผมนุ่มของแบมแบมคล้ายต้องการจะปลอบประโลม เขาเข้าใจแล้วล่ะว่าการกระทำขาดสติเหล่านี้ที่คนตัวเล็กได้แสดงออกมามันก็เป็นเพราะว่าเจ้าตัวน่ะรักมาร์คนั่นเอง

 
 

“ไม่ผิดหรอกเนียร์! มันเป็นแบบนั้นจริงๆ” แบมแบมเถียงแม้ว่าน้ำตาจะเอ่อคลอจนเสียงสั่นเครือไปหมดแล้วก็ตาม

 
 

“ไม่ใช่...เนียร์รู้ว่าอาการเหล่านั้นมันเป็นเรื่องจริง เนียร์หมายถึงวิธีการที่แบมแบมกำลังทำอยู่น่ะมันผิดแล้ว”

 
 

“...”

 
 

แบมแบมต้องบอกมาร์คนะ...บอกความจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเองทั้งหมดให้มาร์คฟัง

 
 

“ม..ไม่ได้! ไม่ได้นะเนียร์!” แต่ดูเหมือนว่าเด็กน้อยที่เติบโตขึ้นกว่าหลายปีก่อนนั้นจะค้านจนหัวชนฝา ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ปาร์คจินยองพูดออกมาสักนิดเดียว

 
 

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ แบมแบมอยากทะเลาะกับมาร์คหรือไง” ปาร์คจินยองเองก็ยังไม่แสดงท่าทีอะไรออกมามากมายนัก สองแขนเรียวยกขึ้นกอดอกตัวเองเหมือนกับคุณแม่ที่กำลังสั่งสอนลูกชายหัวดื้อให้เชื่อฟัง

 
 

“เปล่า แบมแบมก็แค่อยากรู้ให้แน่ใจก่อนว่าที่แบมแบมเป็นมัน...มันคืออะไรกันแน่” แบมแบมหลุบตาลงต่ำ เขาก็แค่อยากรู้ให้แน่ใจก่อนว่าอาการที่เขาเป็นอยู่มันจะหายได้ไหม เขาต้องการความแน่ใจก่อนที่จะบอกให้มาร์ครับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น

 

แบมแบมไม่อยากเป็นแบบนี้ตลอดไปหรอกนะ

 
 

“เนียร์จะไปค้นหาให้ว่าอาการที่เป็นน่ะคืออะไร ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เนียร์เคยทิ้งตัวเล็กหรือไง” แบมแบมพยายามเกลี้ยกล่อมให้อีกฝ่ายยอมทำตามที่บอก แต่ดูแล้วแบมแบมในตอนนี้นั้นจะอยู่ในช่วงเชื่อมั่นในตัวเองมากกว่าเชื่อคำพูดของคนอื่น ก็แหงล่ะ...ไม่ใช่เด็กแล้วนี่นา

 

“...”

 
 

“หรือถ้าไม่สบายใจแบมไปอยู่กับเนียร์ที่บ้านก่อนก็ได้ พอเรารู้สาเหตุกันเมื่อไหร่ค่อยกลับมาบ้านเอาไหม” มันเป็นทางเลือกที่ไม่ดีนักหรอกแต่ปาร์คจินยองก็ค่อนข้างจนปัญญาแล้ว แบมแบมไม่ฟังที่เขาพูด คนตัวเล็กดูเหมือนว่ากำลังจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองมากกว่า

 
 

“ไม่เอาล่ะ”

 
 

“แบมแบมอยากอยู่กับมาร์ค...แค่ไม่อยากอยู่ใกล้มาร์คในช่วงที่ยังไม่รู้วิธีกำจัดอาการบ้าๆนี่” ซึ่งหมายความว่าแบมแบมจะทำแบบนี้ต่อไปใช่ไหมล่ะ

 
 

มีหวังมาร์คได้อกแตกตายกันพอดี

 
 

“แล้วแบมแบมไม่สงสสารมาร์คหรือไง” ปาร์คจินยองเม้มปาก เขาชักจะเครียดแทนมาร์คขึ้นมาเสียแล้ว

 
 

“สงสารสิ...แบมแบมรักมาร์คนะ แบมแบมเลยอยากขอร้องให้เนียร์ช่วยหาวิธีรักษามันไวๆ ได้ไหมเนียร์...” คนถูกขอไม่รีรอที่จะพยักหน้ารับ เขาต้องช่วยแบมแบมให้ไวที่สุดอยู่แล้วนั่นแหละ

 
 

แม้ดูเหมือนว่าพลังที่มาจากพันธุกรรมนั้นวิธีการรักษามันจะเป็นศูนย์ก็เถอะ...


 

“ระหว่างนี้แบมแบมก็อย่างห่างเหินมาร์คเลยนะ ทำตัวเหมือนเดิมเถอะ” จินยองเอ่ยขอพลางกระชับฝ่ามือของคนตัวเล็กคล้ายเป็นการเตือนสติ

 
 

“...”

 
 

“แต่แบมแบมคิดว่า...”

 
 

“แบมแบมจะไปทำงานที่เดียวกันกับยองแจล่ะเนียร์”

 
 

“ห๊ะ!” แบบนี้มันก็ยิ่งทำให้ห่างเหินกันเข้าไปใหญ่ไม่ใช่หรือยังไง...

 
 

หากว่าสามารถย้อนเวลากลับไปในตอนที่แบมแบมยังตัวเล็กจิ๋วอยู่ได้ล่ะก็ ปาร์คจินยองขอกล่าวเอาไว้ตรงนี้เลยว่าเขาจะไม่พลาดจับคนตัวเล็กมาผ่าดูความคิดในสมองไปให้รู้แล้วรู้รอด

 
 

ถ้ารู้ว่าโตขึ้นแล้วเจ้าตัวจะดื้อแพ่งจนทำให้สถานการณ์ทุกอย่างมันแย่กว่าที่ควรจะเป็นได้ขนาดนี้น่ะ!

 

 



ปาร์คจินยองก็เอาไม่อยู่ แล้วใครจะมาหยุดความหน่วงของคู่นี้ได้

ต้องทนดราม่ากันไปอีกเพราะความดื้อของยัยภูตินะ หิหิ



#FICJARMB
Twitter : @since9397

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,155 ความคิดเห็น

  1. #2001 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 00:32
    ดื้ออ่ะ ทำไมไม่คุยกันดีดีอะคับ ;-;
    #2,001
    0
  2. #1964 wan62063 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 14:07
    ทำไมไม่คุย แล้วเเต่นะ
    #1,964
    0
  3. #1939 ojay2 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 15:02
    น้องต้องฟังเนียร์นะ ทำแบบนี้กับมาร์คต่างคนต่างอึดอัดอ่ะ
    #1,939
    0
  4. #1873 jongim (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 17:17
    ทำไมมีไรไม่คุยกัน
    #1,873
    0
  5. #1849 KiHaE*129 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 02:17
    น้ำตาไหลนะ
    สงสารทั้งมาร์คที่ไม่รู้
    สงสารทั้งแบมที่โทษตัวเอง
    น้องแบมจำบทเรียนครั้งที่แล้วไม่ได้หรอ
    คุยกับมาร์คสิ
    #1,849
    0
  6. #1805 Nuthathai Por (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 18:11
    แบมนี่น๊าบทจะดื้อก็ดื้อซะจริง ไม่สงสารมาร์คเหรอแบม
    #1,805
    0
  7. #1791 Iris_bella (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 01:26
    แบมๆ ไม่สงสารมาร์คหรอ โถ่มาร์ค น่าสงสารจริงๆเชียว อย่าดื้อมากนักสิแบมม ฮือ หน่วง
    #1,791
    0
  8. #1755 BAMmiie (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 00:25
    สงสารมาร์คอะ ทำไมมีเรื่องอะไรไม่พูดกันล่ะตั้งแต่มาร์คคราวก่อนละแบมก็อีกคน ต่างก็คิดในมุมของตัวเองอะ เห้อ
    #1,755
    0
  9. #1710 MandM (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 19:23
    แบมทำหนูดื้อแบบนี้ละคะ

    ไม่สงสารพี่มาร์คหรอ

    พี่มาร์คน่าสงสารอ่ะ
    #1,710
    0
  10. #1642 Oni (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 14:23
    โถถถถแม่คุณน่าสงสารจริงดื้อได้น่ารักมากจนจินยองก็เอาไม่อยู่

    ตายยยยยแบมมีความคิดจะไปทำงานกับแจอีกกกกกก

    มาร์คต้องลงแดงไม่ก็อกแตกตายวันละหลายๆรอบด้วย
    #1,642
    0
  11. #1388 Chiaki04 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 21:38
    เด็กดื้อทำแบบนี้ไม่สงสารพี่มาร์ครึไง
    #1,388
    0
  12. #1387 PRATCHBX (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 23:46
    แบมดื้อมากๆจริง
    ไม่คิดถึงใจมาร์คบ้างเลย

    #1,387
    0
  13. #1386 ran (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 21:36
    แบมอ่า อย่าทำแบบน้ี TT
    #1,386
    0
  14. #1385 Babe Kakk (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 18:23
    หน่วงจังเลยค่ะ TT
    #1,385
    0
  15. #1384 yadara (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 10:09
    แบมแบมดื้อมากเลย ไม่สงสารมาร์คเหรออออ
    #1,384
    0
  16. #1383 ♡iice93x2 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 22:21
    โอยยย รู้สึกหน่วงเบาๆ สงสารทั้งคู่เลย แค่ทำไมรู้สึกสงสารพี่มาร์คมากกว่า ;-; เนียร์รีบหาข้อมูลด่วนๆเลยนะ
    #1,383
    0
  17. #1382 MBY_626 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 19:03
    แบมมม สงสารพี่เขาเถอะนะ จะอกแตกตายแล้วนั้นไม่รู้ว่าแบมเป็นอะไรเนี่ยย
    #1,382
    0
  18. #1381 BaMark (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 12:23
    น้องแบมมมมมม หนูคิดอะไรอยู่ลูกสงสารพี่มาร์คนะ
    #1,381
    0
  19. #1378 MarkBam<3 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 08:30
    สงสารพี่มาร์คสุด
    #1,378
    0
  20. #1377 นมเย็นสีฟ้า (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 06:38
    โอ้ย ตัวดื้อ!!!! บอกพี่เขาไปสิว่าเกิดอะไรขึ้นน่ะ!!!
    #1,377
    0
  21. #1376 xstcphpp (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 06:27
    เครีดยมาก อะไรของยัย นางคิดอะไรอยู่งง 555555555555555 อพมก็อกแตกตายไปสิ555555555/
    #1,376
    0
  22. #1375 bamamkpm (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 01:51
    แบมแบมดื้อมากเลยอ่ะ แบมกำลังแก้ไขปัญหาแบบผิดๆ นะรู้ไหม? สงสารพี่มาร์คนะ จะอกแตกตายก่อนไหมเนี้ย เครียดแทนเลย =_=
    #1,375
    0
  23. #1374 biggertmb (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 01:23
    กว่าจะรู้มาร์คคงอกแตกตายก่อน 55555555
    #1,374
    0
  24. #1373 Panisara Thantalechol (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 00:58
    เฮ้อออ เพลียกะแบมจริงๆ ดื้อมากๆเลย =_=
    #1,373
    0
  25. #1372 Zniper.m (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 00:43
    ดื้อจริงๆเลย มาร์คจะอกแตกตายอยู่แล้วเนี่ย
    #1,372
    0