FIC BOY IN A JAR : { MARKBAM }

ตอนที่ 24 : {OS} SAME | MARKBAM

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,983
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    25 ธ.ค. 58

+


{OS} SAME

- MARK x BAMBAM - 


.
.


 

          บรรยากาศรอบกายในค่ำคืนนี้ยังคงครึกครื้นแม้ว่าเข็มสั้นบนนาฬิกาสไตล์ยุโรปเรือนใหญ่บนผนังสีอิฐชี้ไปยังเลขหนึ่งแล้วก็ตาม ร้านกาแฟขนาดกลางๆที่ตกแต่งด้วยสไตล์อบอุ่นคราคร่ำไปด้วยผู้คนมากเสียยิ่งกว่าช่วงกลางวัน บวกกับแสงไฟด้านนอกที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามเข้ากับบรรยากาศของหน้าหนาวยิ่งทำให้คืนนี้ดูโรแมนติกที่สุดในรอบปี

 

 

แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วร้านอาหารจะปิดให้บริการกันเพราะว่าเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวตามประเพณีแต่ดูเหมือนว่าในเมืองเล็กๆแห่งนี้ยังมีร้านกาแฟที่รวบรวมคนเหงาให้มานั่งเป็นเพื่อนเฉลิมฉลองค่ำคืนพิเศษนี้ไปพร้อมๆกัน

 

 

ฝ่ามือเล็กสองข้างกุมแก้วมัคใบใหญ่เอาไว้ในมือรับไออุ่นที่ระเหยผ่านเนื้อเซรามิคมากระทบฝ่ามือด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย เสียงผู้คนพูดคุยยังคงดังอยู่รอบตัวเช่นเดียวกันกับเสียงจากทีวีจอใหญ่ที่ฉายบรรยากาศรอบๆเมืองให้คนที่ไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านอย่างแบมแบมได้พอรู้สึกอิจฉาขึ้นมา

 

 

“ขอโทษครับ”

 

 

ดวงตากลมเบนไปมองตามต้นเสียงที่ดังอยู่ด้านข้าง เห็นว่าเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่รีบร้อนเดินจนเผลอชนเข้ากับโต๊ะที่เขานั่งอยู่ โชคดีที่โกโก้ร้อนๆ       ภายในแก้วไม่ได้กระเด็นออกมาเปรอะเปื้อนมือหรือโต๊ะแต่อย่างใด

 

 

“...” ชายคนนั้นเดินผ่านไปหลังจากที่คนตัวเล็กผงกหัวรับพร้อมรอยยิ้ม บรรยากาศดีๆแบบนี้มันไม่สมควรเลยจริงๆที่จะโกรธหรือไม่พอใจในเรื่องเล็กๆน้อยๆ แบมแบมถอนหายใจพลางยกช้อนเล็กคนให้มาร์ชเมลโล่จมลงไปในแก้วอีกครั้งก่อนยกขึ้นดื่ม

 

 

อันที่จริงเขาควรจะกลับห้องพักได้แล้ว...

 
 

“...” แม้จะบอกกับตัวเองแบบนั้นเพราะรู้ดีว่าถ้าหากดึกกว่านี้การเดินทางกลับคงยากลำบาก แต่กระนั้นเจ้าตัวกลับยังคงนั่งแช่อยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่กวาดสายตาซึมซับบรรยากาศรอบๆตัวด้วยความรู้สึกที่คล้ายว่าจะผ่อนคลาย...แต่ก็ไม่แน่ใจนักว่ามันใช่หรือเปล่า

 

 

เขาเป็นคนไทยที่ย้ายมาเรียนในลาสเวกัสตั้งแต่สิบหก แรกๆก็มีพี่เลี้ยงที่ครอบครัวจ้างไว้คอยดูแลเรื่องการปรับตัว ครอบครัวของแบมแบมน่ะไม่ได้หวงลูกหรอก พ่อกับแม่เขาไม่ว่าสักนิดตอนที่บอกว่าอยากย้ายมาเรียนต่างประเทศ...จนตอนนี้เขาเรียนจบจนได้งานทำไปแล้ว เขายังไม่เคยกลับไปเมืองไทยสักครั้งเลย

 

 

“รถฉันเสียน่ะค่ะก็เลยต้องเดินฝ่าหิมะมา อา ฝ่ามือของฉันแทบจะไม่มีความรู้สึกแล้ว”

 

 

“โอ้ ฟังดูแย่จริงๆเลย...รอสักครู่นะคะ” เสียงพูดคุยระหว่างเจ้าของร้านวัยกลางคนกับหญิงสาวในชุดโค้ทภูมิฐานที่นั่งงอตัวใบหน้าซีดเผือดทำให้แบมแบมอดไม่ได้ที่จะเสียมารยาทหันไปมองเธอ ถือว่าน่าสงสารอยู่ล่ะนะที่ต้องเดินฝ่าหิมะมาค่ำๆมืดๆคนเดียวแบบนี้

 

 

เสียงดนตรีประจำเทศกาลคริสต์มาสถูกเล่นวนเป็นรอบที่เท่าไหร่แบมแบมเองก็จำไม่ได้เหมือนกัน ผู้คนในร้านเปลี่ยนเข้าเปลี่ยนออกอยู่เนืองๆ มีบ้างบางโต๊ะที่นั่งแช่อยู่แบบเขา...

 

 

ถ้าจะให้สารภาพอะไรอย่างนึง แบมแบมก็อยากจะขอสารภาพว่า

 

 

เขาน่ะ...ไม่ชอบเทศกาลคริสต์มาสเอาเสียเลย

 

 

“...” มันทั้งน่าเบื่อและก็ชวนเหงา เคยลองถามตัวเองเหมือนกันว่าถ้าไม่ชอบเทศกาลนี้แล้วทำไมไม่นอนอยู่ห้องพักให้มันหมดๆวันไปล่ะ...และคำตอบที่ได้มันก็แสนขมุกขมัวจนเจ้าตัวเลือกที่จะกองมันทิ้งเอาไว้ในตระกอนความคิดต่อไปดังเดิม

 

 

Beep...~

 
 

เสียงเตือนจากเครื่องมือสื่อสารใต้เสื้อคลุมทำให้ดวงตากลมเหม่อลอยหันกลับมาให้ความสนใจกับเครื่องมือสื่อสารแทน ฝ่ามือขาวซีดล้วงเอาโทรศัพท์มือถือรุ่นที่เคยฮิตเมื่อสองสามปีที่แล้วออกมาปลดล็อคหน้าจอเพื่อดูว่าใครกันที่เป็นคนส่งข้อความเข้ามาหาเขา

 

 

- You have 2 unread messages -

 

 

“หืม” แบมแบมเลิกคิ้วเมื่อเบอร์ที่แสดงอยู่บนหน้าจอมีถึงสองเบอร์ด้วยกัน เบอร์แรกเป็นของบอสผู้น่ารักเจ้านายเขาที่มักจะส่งข้อความมาอวยพรในโอกาสพิเศษต่างๆให้แบมแบมพอรู้ตัวว่าอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก และมันก็มักจะเป็นเบอร์ประจำเพียงเบอร์เดียวที่คนตัวเล็กชินตา

 

 

แต่กับเบอร์แปลกอีกเบอร์นึงนี่สิ...แบมแบมไม่คุ้นเอาเสียเลย

 

 

“...”

 

 

ข้อความภาษาอังกฤษที่ไม่ยาวไม่สั้นจนเกินไปปรากฏต่อหน้าเจ้าของเครื่องอย่างชัดเจน แบมแบมมีสติมากพอที่จะอ่านมันโดยไม่ผิดเพี้ยนและสามารถจับใจความจากข้อความเหล่านั้นได้ ซึ่งมันก็มีเนื้อหาไปในทางอวยพรวันคริสต์มาสทั่วไป...

 

 

แต่กับชื่อที่ลงท้ายไว้ใต้ข้อความเหล่านั้นน่ะสิที่ทำให้ก้อนในอกที่มีชื่อเรียกว่า หัวใจนั้นมันเกิดอาการเสียวแปลบไปชั่ววูบก่อนที่มันจะเปลี่ยนมาเป็นเต้นระรัวอย่างฉับพลันเสียจนเจ้าของร่างเองยังตกใจ

 

 

ครืด...

 

 

ไม่รอให้อาการใจเต้นแบบผิดจังหวะนั้นหายไปคนตัวเล็กรีบพาตัวเองลุกขึ้นยืนเต็มความสูงคว้าเอาโค้ทสีแดงของตัวเองมาสวมพร้อมกระเป๋าสะพาย ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปไหน...รู้แต่ว่าแบมแบมต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่านั้น

 

 

“คุณคะ รับของขวัญเล็กๆน้อยๆจากทางร้านด้วยค่ะ” แต่ยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะได้ผลักบานประตูใสออกไปอย่างที่ใจคิดเสียงของคุณเจ้าของร้านก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง โบกมือเรียกให้เขาเดินเข้าไปเอาคุ้กกี้ในถุงสีสวยที่วางอยู่หน้าเคาน์เตอร์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

 

“...” ปากอิ่มเม้มเข้าหากันเพราะไม่อยากปฏิเสธให้เสียน้ำใจ แบมแบมก้าวยาวๆเข้าไปหยิบเจ้าถุงนั่นมาไว้ในมือพลางกล่าวขอบคุณเจ้าของร้านใจดีที่เปิดร้านกาแฟยี่สิบสี่ชั่วโมงให้คนไร้ที่ไปอย่างเขาได้มานั่งฆ่าเวลาในช่วงที่คนส่วนใหญ่กลับไปมีความสุขกับครอบครัวแบบนี้

 

 

“โอกาสหน้าเชิญใหม่นะจ๊ะ”

 

 

“ครั...”

 

 

“ขออเมริกาโน่ร้อนแก้วนึงครับ”

 

 

“ระวังนะคะคุณ!

 

 

“โอ๊ะ! ขอโทษครับ” มือเล็กยกขึ้นถูจมูกตัวเองป้อยๆพลางเอ่ยขอโทษในจังหวะที่หันตัวกลับไปแล้วใบหน้าของเขาดันไปกระแทกเข้ากับคางของคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเข้าโดยไม่ทันระวัง อา...เจ็บใช่เล่นเลยแฮะ

 

 

“เฮ้...คุณดูเหมือนเลือดออกนะ! เงยหน้าหน่อยสิ เอาผ้าเช็ดหน้าผมซับไว้ก่อน” เลือดออกงั้นเหรอ...ให้ตายเถอะ แบมแบมนี่มันดวงซวยชะมัดเลย

 

 

“ค ครับ...” แต่กระนั้นเสียงเล็กก็ครางรับก่อนจะค่อยๆยกศีรษะตัวเองขึ้นสูงตามที่ชายหนุ่มที่สูงกว่าเขาบอก มันคงจะเป็นภาพที่ตลกอยู่ไม่น้อยกับการที่ผู้ชายสองคนมายืนซับเลือดกันอยู่หน้าเคาน์เตอร์สั่งเครื่องดื่มภายในร้านกาแฟแบบนี้น่ะ

 

 

“...”

 

 

“...”

 

 

แต่ดูเหมือนว่าการที่แบมแบมเลือดตกยางออกในค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองนั้นมันจะยังไม่สาแก่ใจพระเจ้ามากพอล่ะมั้ง ท่านถึงได้ทำให้หัวใจดวงเล็กที่เพิ่งจะลดอัตราการเต้นที่ถี่เกินเหตุลงไปได้ไม่ถึงสามนาทีนั้นกลับมามีอาการชาวาบราวกับถูกสาดน้ำแข็งใส่อีกครั้งในช่วงตอนที่ดวงตากลมเผลอสบประสานเข้ากับชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้าโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

 

ได้โปรด...

 

 

 

พี่...

 

 

พี่! พี่แบม”  

 

 

“ข...ขอตัว” แน่ชัดยิ่งกว่าสิ่งใดว่านี่ไม่ใช่ภาพความฝัน กลิ่นคาวเลือดยังคงคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูกแต่เขาก็ยังทำตัวอวดดีวิ่งออกมาด้านนอกอย่างไม่คิดชีวิตเพียงแค่ได้ยินเสียงนั่น ลมหนาวตีกระทบเข้ากับใบหน้าเสียจนมันชาดิก แบมแบมออกแรงวิ่งมาได้สักระยะจนแน่ใจว่าด้านหลังตัวเองไม่มีใครตามมาจึงค่อยเปลี่ยนเป็นก้มหน้าก้มตาเดินให้เร็วที่สุดเท่าที่สองขาเล็กๆจะทำได้แทน

 

 

เหมือนกับว่าความโชคร้ายในค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกลเมื่อหิมะเริ่มลงหนา บวกกับความหนาวเย็นที่เพิ่มมากขึ้นกว่าตอนที่ออกมาจากห้องทำให้โค้ทสีแดงสดที่สวมใส่มาไม่ต่างจากผ้าบางๆผืนหนึ่งเท่านั้น สองแขนเล็กยกขึ้นกอดอกจนรับรู้ได้ถึงแรงเต้นของก้อนเนื้อด้านในที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ลดอัตราการเต้นลงไปเลยแม้แต่น้อย

 

 

ขอให้ภาพที่เขาเห็นเมื่อครู่นี้เป็นเพียงภาพหลอนเถอะนะ

 

 

กับแววตาแบบนั้น น้ำเสียงแบบนั้น...

 

 

“...”

 

 

อีกไม่กี่แยกก็จะถึงห้องพักของแบมแบมแล้ว จากเดินเร็วเปลี่ยนมาเป็นเดินเอื่อยๆแม้ว่าสองขาจะเริ่มแข็งด้วยความหนาวเหน็บจากด้านนอก ความคิดในหัวของแบมแบมตีกันราวกับคนบ้าและเมื่อเหลือบสายตาลงมองฝ่ามือตัวเองที่เผลอกำผ้าเช็ดหน้าผืนบางของใครบางคนเอาไว้แน่นก็ยิ่งหงุดหงิดเพราะมันเหมือนเป็นเครื่องเตือนให้รู้ว่าภาพก่อนหน้านั้นเป็นความจริงทั้งหมด

 

 

ทิศทางการเดินกลับเปลี่ยนไปจากตอนแรกที่ตั้งใจไว้ สองขาพาตัวเองเดินไปอีกทางซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ทางกลับบ้าน สองข้างทางที่เดินผ่านประดับไปด้วยแสงไฟและถนนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะหนาโล่งราวกับว่าไม่เคยมีคนอยู่ มันช่วยทำให้จิตใจที่ฟุ้งซ่านสงบลงไปได้บ้าง

 

 

“อา...” ก่อนที่เจ้าตัวจะหย่อนก้นนั่งลงบนพื้นฟุตบาทเย็นชืดอย่างคนไร้ทางไป สภาพแบมแบมตอนนี้นั้นดูไม่จืด ตั้งแต่จมูกลงมาเต็มไปด้วยคราบเลือดที่เช็ดออกแบบลวกๆไปครั้งสองครั้งจนมันเกรอะกรัง หมดสภาพที่สุดในรอบปีเลย

 

 

สวบ... สวบ...

 

 

เสียงฝีเท้าที่ดังจากด้านหลังทำให้ร่างเล็กต้องพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ทั้งที่ตั้งใจว่าจะนั่งพักขาก่อนสักพักก็ต้องเลิกล้มความคิดไป สองแขนดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย เลือกที่จะซ่อนอาการตื่นตระหนกไว้ภายใน

 

 

“พี่...รอผมด้วย”

 

 

“...”

 


“แบม” ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันจนเกือบห้อเลือดทั้งที่สองขายังไม่หยุดเดิน กระบอกตามันพาลร้อนขึ้นมาเอาเสียดื้อๆทั้งที่อากาศภายนอกมันหนาวเย็นเสียจนเกือบติดลบ คืนนี้มันควรเป็นคืนเงียบๆที่ผ่านไปด้วยการใช้ชีวิตแบบเอื่อยๆเหมือนเมื่อปีก่อนๆไม่ใช่หรือไง

 

 

“แบมแบม คุยกันหน่อยสิ”

 

 

“...” สองขาหยุดกึกเมื่อชื่อเล่นของตัวเองถูกเรียกแบบเต็มๆด้วยน้ำเสียงทีทำให้ความรู้สึกปวดหน่วงในจิตใจก่อตัวขึ้น แบมแบมหอบหายใจทั้งที่ในหัวยังคงตีกันมั่วไปหมด...

 

 

“เห็นข้อความแล้วล่ะ ขอบใจมาก...พี่สบายดี” เสียงใสพยายามตอบกลับไปในโทนเดียวที่ฟังดูเข้มแข็ง ไหล่บางๆยิ่งดูบางกว่าเดิมเมื่อมันกำลังสั่น อาจจะเพราะด้วยความหนาวหรือบางทีอาจจะเพราะความรู้สึกบางอย่างที่กำลังกดทับจนเจ้าตัวแทบล้มทั้งยืน

 

 

“ไม่หนาวเหรอ” แต่ผู้ชายดื้อด้านอย่าง มาร์ค ต้วนน่ะ ไม่ได้สนใจในสิ่งที่คนตัวเล็กพูดเลยสักนิด เสียงทุ้มถามคล้ายกับว่าเป็นห่วงเสียเต็มประดา ซึ่งนั่นมันก็ทำให้แบมแบมเริ่มที่จะหัวเสียขึ้นมาหน่อยๆ

 

 

“บอกแล้วไงว่าสบายดี”

 

 

“ถ้าสบายดี งั้นไปเดินเล่นด้วยกันได้ใช่ไหม”

 

 

“ไม่ได้” แบมแบมตอบกลับเสียงแข็งแต่มาร์คกลับทำเพียงแค่หัวเราะเบาๆให้กับท่าทางของคนอายุมากกว่า สองขายาวค่อยๆรุกคืบเข้าไปใกล้จนแผ่นหลังบางที่อยู่ไกลเมื่อก่อนหน้ากลายเป็นใกล้เพียงแค่เอื้อมมือ มาร์คลอบมองเสี้ยวหน้าหวานด้วยรอยยิ้ม

 

 

“ยังไม่เลิกใจร้ายอีกเหรอ”

 

 

“...” ลมเย็นวูบหนึ่งที่พัดมาทำให้คนตัวเล็กต้องกระชับอ้อมกอดตัวเองพลางหลุบตาลงต่ำ ใจของเขามันกำลังต่อต้านการกระทำของสมองอย่างหนัก ไม่ใช่ว่ารังเกียจแต่อย่างใดที่ไม่ยอมหันหน้ากลับไป แต่มันเป็นเพราะว่าเขา...กลัว ต่างหาก

 

 

“เถอะน่า คิดซะว่าเพิ่งเจอกันครั้งแรกก็ได้”

 

 

ไอ้เด็กบ้านี่...

 

 

“สวัสดีครับ ผมชื่อมาร์ค...พี่ชื่ออะไรเหรอ” น้ำเสียงกวนๆที่ดังขึ้นข้างหูทำให้คนถูกกวนต้องเบี่ยงหน้าหลบถอนหายใจยาวอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆคนที่ถูกกลบฝังเอาไว้ในความทรงจำอย่างมาร์คต้วนจู่ๆถึงโผล่มาตามเขาอยู่อย่างนี้ได้

 

 

“กลับบ้านเถอะ พี่จะกลับบ้านแล้ว” แบมแบมตัดสินใจตัดบท แม้จะตกใจมากแต่เขาก็เหนื่อยเหลือเกินกับหัวใจของตัวเองที่ควบคุมไม่ได้แบบนี้

 

 

“ผมไปส่ง”

 

 

“ไม่ต้อง”

 

 

“ถ้างั้นไปเดินเล่นกัน” ดูเหมือนว่ามาร์คจะหมดอารมณ์ต่อล้อต่อเถียงแล้วเหมือนกัน คิดว่าเขากลัวหรือไงกับร่างเล็กๆที่ยืนหอบเวลาพูดแบบนี้น่ะ น้ำเสียงดุดันไม่ได้ทำให้เขานึกกลัวคนๆนี้ขึ้นมาได้หรอก...ไม่มีทาง

 

 

“มาร์ค!

 

 

“...” แบมแบมเผลอร้องสุดเสียงเมื่อฝ่ามือเย็นชืดของตัวเองถูกดึงไปกอบกุมด้วยฝ่ามือใหญ่ใต้ถุงมืออุ่น ก่อนที่เจ้าของฝ่ามือนั้นจะถือวิสาสะดึงให้เขาเดินตามอย่างทุลักทุเล

 

 

ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่าตอนนี้แบมแบมไม่ได้ฝันไป...

 

 

 

 

 

 

          ตลอดทางที่ทอดยาวคนตัวเล็กถูกดึงให้เดินตามด้วยสีหน้าที่แสดงออกชัดว่าไม่พอใจ ดวงตากลมลอบมองแผ่นหลังของคนที่เดินก้าวนำอยู่ข้างหน้าอยู่บ่อยครั้ง ถ้าหากมาร์คต้วนลองหันกลับมามองก็อาจจะอ่านอะไรบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ใต้ใบหน้าบึ้งๆนั้นก็เป็นได้

 

 

“ตอนนี้พี่อยู่กับใคร” จู่ๆอีกฝ่ายก็เปิดคำถามขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยทั้งที่ไม่หันหน้ากลับมามอง แต่เพราะความเงียบรอบกายทำให้แบมแบมได้ยินคำถามนั้นอย่างชัดเจน

 

 

“คนเดียว” แบมแบมตอบไปตามจริง แต่ไม่รู้หรอกว่าคำตอบนั้นมันส่งผลอะไรออกไปบ้าง

 

 

“อืม...” มาร์คครางรับก่อนจะเงียบไป แบมแบมเม้มปากอีกครั้ง ในหัวเริ่มคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาทั้งที่ยังถูกดึงให้เดินตามอยู่อย่างนั้น แบมแบมก็แค่คิดว่า เพราะอะไรกันนะ...เขากับเด็กคนนี้ถึงได้มีความสัมพันธ์ที่น่ากระอักกระอ่วนแบบนี้ต่อกันได้

 

 

“พี่ยังไม่มีแฟนเหรอ”

 

 

“...” แต่คำถามถัดมาดูเหมือนว่ามาร์คจะไม่ได้คำตอบเพราะว่าคนตัวเล็กเลือกที่จะเงียบไม่ตอบอะไรกลับมาสักคำ

 

 

“มาร์ค ปล่อย” และก็ดูเหมือนว่าคำพูดนั้นจะไปสะกิดให้แบมแบมคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แขนเล็กพยายามขัดขืนออกจากการกอบกุมด้วยการสะบัดจนมาร์คต้องยอมหยุดเดินแล้วเอี้ยวตัวกลับมามองใบหน้าของคนอายุมากกว่าให้เต็มตา

 

 

“อยู่เฉยๆ...”

 

 

“...” ใบหน้าหวานขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ เผลอจ้องหน้าอีกคนกลับไปตรงๆด้วยความรู้สึกที่หลากหลายก่อนจะรู้สึกถึงความอุ่นบนแก้มซ้ายและขวาจากฝ่ามือหนาที่เลื่อนขึ้นมากอบกุมโดยไม่ทันตั้งตัว คราบเลือดที่เกาะติดแก้มใสถูกนิ้วของอีกฝ่ายไล่เกลี่ยออกแม้แบมแบมจะเดาว่ามันคงแห้งติดกับผิวเขาไปเกือบหมดแล้ว

 

 

“ขอโทษนะ...เจอกันครั้งแรกก็ทำให้เจ็บอีกแล้ว”

 

 

“...” แบมแบมก้มหน้านิ่งหลังจากได้ยินประโยคที่ทำให้ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นขึ้นมาในอก ประโยคกำกวมแบบนั้นมาร์คต้องการจะสื่อถึงอะไรกันแน่...

 

 

“ทำอะไร” แบมแบมถดตัวหนีเมื่อฝ่ามือที่เป็นอิสระได้ไม่นานถูกมาร์คดึงไปกอบกุมไว้อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่การกุมมือแต่เป็นมาร์คที่ถอดถุงมือของตัวเองมาใส่ให้ฝ่ามือเย็นชืดขาวซีดของเขาเอาไว้ทั้งสองข้าง

 

 

“ใส่ไว้ มือเย็นขนาดนี้อย่าโกหกว่าไม่หนาว”

 

 

“ไม่...”

 

 

“ชู่ว...ไม่ต้องเดินเล่นแล้วล่ะ กลับบ้านกันดีกว่า”

 

 

.
.
.

 

 

          ประตูบานใหญ่สีน้ำตาลเข้มถูกปิดลงเสียงดังในกลางดึกของคืน โชคดีที่วันนี้คนที่อาศัยอยู่ชั้นเดียวกันกับเขามีไม่มากเพราะว่าส่วนใหญ่กลับบ้านกันหมด เสียงหอบหายใจรุนแรงของคนตัวเล็กดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและยิ่งหนักขึ้นเมื่อแผ่นหลังของตนถูกผลักให้แนบลงไปกับบานประตูจนได้ยินเสียงดังกึกกัก

 

 

“ม...มาร์ค”

 

 

“ผมคิดถึงพี่” คำพูดเอาแต่ใจถูกส่งมาให้คนฟังน้ำตาคลอ แบมแบมเงยหน้าพลางหลับตาปล่อยให้คนตัวโตกว่าพูดจาและกระทำการเอาแต่ใจโดยไม่ขัดขืน ความเย็นเมื่อก่อนหน้าจางหายไปหมดแล้ว ที่หลงเหลืออยู่ก็มีเพียงแค่ความรู้สึกชาวาบที่วนเวียนอยู่ในอกเท่านั้น

 

 

เสื้อโค้ทสีแดงไหลลงมากองบนพื้นหลังจากนั้นไม่กี่วินาที ตามด้วยเสื้อคอกลมด้านในที่ถูกเลิกขึ้นจนชิดปลายคาง แผ่นหลังบางของเจ้าของห้องผู้ถูกกระทำแอ่นโค้งขึ้นนิดหน่อยเมื่อความรู้สึกเปียกชื้นผ่านเนื้อผ้าชวนให้ใจสั่นกำลังเกิดขึ้นบนแผ่นอกของตัวเอง

 

 

อะไรกันแบมแบม...เมื่อกี้นายยังผลักไสคนๆนี้อยู่เลยไม่ใช่หรือไง

 

 

CUT

 @since9397

 

 

 

          นาฬิกาเรือนเก่าบนผนังบอกเวลาตีสามครึ่ง แต่สองร่างที่นอนหายใจผะแผ่วตะกรองกอดกันอยู่บนเตียงเล็กที่ผ้าปูที่นอนสีขาวยับย่นเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดหยดเล็กๆจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อก่อนหน้ายังคงลืมตาแม้ว่าคนที่ตัวเล็กกว่าดูเหมือนว่าจะง่วงและอ่อนเพลียจนเต็มที่แล้วก็ตาม

 

 

“กลับบ้านเถอะ ป่านนี้พ่อแม่นายคงตามหากันใหญ่แล้ว...ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอก คิดซะว่าเป็นวันไนท์ธรรมดาๆก็แล้วกัน” เสียงหวานพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เรียบเฉยจนมาร์คอดไม่ได้ที่จะขยับจมูกโด่งกดลงไปบนกลุ่มผมนุ่ม

 

 

“ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ”

 

 

“เหรอ” มาร์คยิ้มบางๆให้กับท่าทางที่ดูนิ่งเฉยแบบนั้น เขาเดาไม่ออกหรอกว่าแบมแบมกำลังคิดอะไรอยู่ เขาไม่เคยเดาความคิดของคนๆนี้ออก แต่ก็นี่แหละ...มันเป็นส่วนหนึ่งของคนที่เขา รัก

 

 

ใช่ ไม่ใช่เด็กที่จะมานั่งร้องไห้ตอนพี่บอกเลิกอีกแล้ว

 

 

“มาร์ค...” แบมแบมครางเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่ว ดวงตากลมที่ถือดีเมื่อครู่หลุบลงต่ำเหมือนเด็กน้อยที่กำลังสำนึกผิด มันทั้งน่ารักและน่าสงสารไปในเวลาเดียวกันจนท่อนแขนแกร่งต้องโอบกระชับอีกฝ่ายเข้าหาตัว

 
 

“ผมรู้นะว่าพี่ไม่ได้อยากทำแบบนั้น ใช่ไหม” มาร์คยังรุกคืบต่อด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ทั้งที่ในความจริงเขาเองก็กลัวคำตอบของคนตรงหน้าอยู่ไม่น้อย แบมแบมเป็นคนที่อ่านยาก เดาความคิดไม่ได้หรอก

 

 

แต่ก็มีสิ่งหนึ่งเหมือนกันที่มาร์คมั่นใจว่า...แบมแบมน่ะ รักเขา

 

 

“...” แบมแบมไม่ตอบแต่กำลังกลั้นน้ำตาที่ทำท่าจะไหลลงมาเอาเสียดื้อๆเมื่อความคิดมันดันหวนนึกย้อนกลับไปเมื่อหกปีก่อน เขาและเด็กหนุ่มวัยสิบแปดในความทรงจำ...

 

 

มาร์คน่ะเป็นลูกของตระกูลที่ใหญ่โต มีชื่อเสียงในสังคมพอสมควรแถมยังเป็นพี่ชายคนโตของบ้าน...พูดง่ายๆก็คือความหวังของครอบครัว ส่วนตัวเขาในตอนนั้นก็เป็นแค่เด็กจบใหม่ในตำแหน่งพนักงานบริษัทธรรมดาๆคนหนึ่ง แล้วโชคชะตาก็ทำให้เขากับมาร์คได้เจอกัน

 

 

ในร้านกาแฟดีไซน์สวยให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นที่ที่แบมแบมใช้ชีวิตอยู่มากที่สุดรองจากห้องพักและที่ทำงาน โดยเฉพาะในวันคริสต์มาส...มันกลายเป็นบ้านหลังที่สองของเขาเหมือนในหลายๆปีก่อนหน้าที่ผ่านมา โกโก้ร้อนถูกเสิร์ฟที่โต๊ะโดยที่ตัวเขาก็มองบรรยากาศรอบๆไปเรื่อยเป็นการฆ่าเวลา

 

 

จนกระทั่ง...

 

 

“ขอนั่งด้วยนะครับ พอดีโต๊ะมันเต็มทั้งร้านเลย”

 

 

เด็กหนุ่มในชุดโค้ทสีเทาเข้มที่เดินมาขอนั่งด้วยกับเขาได้มาทำให้คริสต์มาสที่แสนน่าเบื่อของคนไร้เพื่อนฝูงอย่างแบมแบมได้เปลี่ยนไป มันเป็นคืนแรกที่เราได้เจอกัน และมันก็เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์แบบคนรักในเวลาต่อมา

 

 

เขาไม่คิดว่ามาร์คจะจริงจังกับเขาจนกระทั่งเด็กคนนี้ได้พิสูจน์ให้เขาเห็นในระยะเวลาสามปีที่คบกัน มาร์คดูแลเขาทุกอย่าง แต่เขาเป็นคนไม่ค่อยแสดงออกหรอก เขาไม่ค่อยพูดอะไรออกไปมากนัก จะเป็นมาร์คเสียมากกว่าที่คอยพูดและคอยแสดงอาการต่างๆออกมา

 

 

แต่เขา...รักมาร์คมากจริงๆ

 

 

รัก...จนต้องยอมฝืนใจตัวเองในคืนที่แสนทรมานที่สุดในชีวิต ด้วยการบอกเลิกเด็กคนนี้ตามที่ครอบครัวของมาร์คได้มาขอเขาไว้ บอกเขาว่ามาร์คไม่ยอมไปเรียนต่อต่างประเทศตามที่ครอบครัวต้องการก็เพราะว่าเขา และอีกอย่างก็คืออายุที่ห่างกันมากจนมันทำให้มาร์คดูไม่ดีที่จะคบกันกับแบมแบม...

 

 

“...” เขาโง่และยอมปล่อยมาร์คไปเมื่อสามปีก่อน สามปีที่มันหลอกหลอนและทรมานเขาอยู่ทุกวี่วัน เขาพยายามทำตัวใจร้าย ไม่ติดต่อไปรวมทั้งไม่ตอบรับเวลาที่อีกฝ่ายพยายามติดต่อมาหา...

 

 

เขาก็แค่อยากให้มาร์คมีอนาคตที่ดี ไม่ต้องมาติดอยู่ที่เขา

 

 

แต่ใครจะรู้ว่าทุกวันที่เขาต้องทำตัวเฉยเมย ทำเมินเวลามาร์คติดต่อมานั้นน่ะ...มันเจ็บแทบตายเลยจริงๆ

 

 

“ผมเรียนจบในสามปีแบบที่แม่ต้องการ ตอนนี้รับผิดชอบงานส่วนหนึ่งของบริษัทได้แล้ว...ผมทำตามข้อตกลงของครอบครัวหมดแล้ว” เมื่อเห็นว่าแบมแบมเงียบไปนานแถมยังปล่อยให้หยดน้ำใสไหลออกมาไม่หยุดมาร์คเองก็เริ่มที่จะใจคอไม่ดี เสียงทุ้มกระซิบบอกอีกฝ่ายให้คลายจากความกังวลอย่างใจเย็น

 

 

“คืนนี้ที่เราเจอกันมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอก ผมเพิ่งลงจากเครื่องเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเอง...มีคนบอกผมว่าพี่อยู่ที่ร้านเดิมก็เลยรีบมา”

 

 

“ต่อจากนี้ก็เป็นพวกเขาบ้างที่ต้องยอมรับการตัดสินใจของผม อย่าใจร้ายกับผมอีกได้ไหมคนดี...” ปลายเสียงของมาร์คสั่นไหวพลางซบหน้าลงไปบนไหล่เล็กที่โชยกลิ่นหอมคุ้นเคย มาร์คเองก็ไม่ใช่คนเข้มแข็งนัก เขาอ่อนไหวเหลือเกินในเรื่องของแบมแบม

 

 

“ฮึก...มาร์ค”

 

 

อย่า...อย่าไปไหนอีกนะ แบม ฮ ฮึก ไม่อยากอยู่คนเดียวแล้ว

 

 

สุดท้ายแล้วกำแพงในใจที่พยายามสร้างขึ้นมามันก็ถูกทำลายลงอย่างง่ายดายเพียงแค่คำพูดของคนที่หัวใจเฝ้ารอ แบมแบมโถมกายเข้าหามาร์คสะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารโดยมีฝ่ามือใหญ่คอยลูบหลังลูบไหล่เปลือยๆผอมบางเป็นการปลอบประโลม

 

 

เขากำลังรู้สึกเหมือนว่าชิ้นส่วนที่หายไปของเขามันได้กลับคืนมาสู่ที่เดิมอีกครั้งหนึ่ง...

 

 

“อืม จะไม่ยอมให้เราห่างกันอีกแล้ว”

 

 

 

 

 

 

          1 ปี ผ่านไป...

 

 

“ไม่ใช่ว่ามันไหม้หมดแล้วเหรอมาร์ค!

 

 

“หือ ยังหรอก...ทำตามสูตรเป๊ะๆเลยนะจะไหม้ได้ยังไง”

 

 

“แต่กลิ่นมันแปลกๆ”

 

 

เสียงพูดคุยดังขึ้นในช่วงเย็นของฤดูหนาวที่วนกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่ในปีนี้ทุกอย่างดำเนินแปลกไปจากปีก่อนๆที่เคยเป็น แบมแบมในชุดเสื้อยืดสีแดงกับกางเกงผ้าขายาวที่สาละวนอยู่บนเตาทำซุปส่งเสียงแง้วๆอยู่ตลอดจนมาร์คอดไม่ได้ที่จะแกล้งดึงแก้มย้วยๆนั้นสักทีสองที

 

 

“เหม็นตัวเองหรือเปล่า”

 

 

“ปากร้าย ว่าแบมเหรอ” คนโดนแกล้งบุ้ยปากด้วยความไม่พอใจ ก็รู้หรอกว่าวันนี้เขาเอาแต่นอนหมกดูหนังอยู่ในห้อง แต่มาร์คเองก็นอนอยู่ข้างๆกันกับเขาไม่ใช่หรือไงกัน....ถ้าเหม็นก็ต้องเหม็นทั้งคู่สิ

 

 

 

“ล้อเล่นครับพี่” แต่มาร์คก็ยังไม่วายพูดจากวนประสาทให้แบมแบมต้องหันกลับไปส่งค้อนวงใหญ่ให้อีกครั้งจนได้ยินเสียงโอดโอยจากคนขี้แกล้งประมาณว่าแค่พูดเล่นนะ อย่างอนสิ

 

 

ไม่นานนักไก่งวงตัวใหญ่ก็ถูกนำออกจากเตาอบด้วยสีและกลิ่นที่น่าพึงพอใจ แบมแบมถึงกับยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าสูตรที่ตัวเองหามาจากอินเทอร์เน็ตเมื่อสองสามวันก่อนนั้นได้ผลดีจนเกินคาดและอีกอย่างก็คือแอบภาคภูมิใจในตัวคนรักของตัวเองที่สามารถทำมันออกมาได้อย่างดีเยี่ยม

 

 

“มาร์ค แบมยกไปวางที่โต๊ะเลยนะ” แบมแบมเป็นคนยกไก่ออกมาจากเตาอบด้วยตัวเองเพราะว่ามาร์คขอตัวไปเข้าห้องน้ำ และแบมแบมก็ยกถาดไก่ตัวใหญ่ด้วยตัวเองออกมาวางไว้บนโต๊ะรับประทานอาหารตัวยาวด้านนอกได้โดยไม่เกิดอุบัติเหตุใดๆ

 

 

อ่า...ลืมบอกไปว่าหลังจากที่เขากับมาร์คปรับตัวและปรับความเข้าใจกันได้สักพักมาร์คก็ชวนให้เขาย้ายออกมาอยู่ด้วยกันที่คอนโดของมาร์คเอง ซึ่งมันใหญ่โตโอ่อ่ากว่าห้องพักที่เขาอาศัยอยู่หลายเท่าตัวเลยทีเดียว แถมยังมีอุปกรณ์ทำอาหารครบมือแบบที่แบมแบมชอบอีกด้วย

 

 

“...”

 

 

แบมแบมจัดการยกอาหารอื่นๆออกมาจัดวางไว้บนโต๊ะระหว่างรอให้มาร์คออกมาจากห้องน้ำที่อยู่ด้านในห้องนอน ใบหน้าหวานยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลาต่างจากหลายปีที่ผ่านมาที่คริสต์มาสของแบมแบมมันช่างเงียบเหงาและน่าเบื่อ

 

 

“มาร์ค จัดโต๊ะไว้แล้วนะ!” แบมแบมตะโกนเสียงดังอีกครั้งพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้รอให้อีกคนออกมา ดวงตากลมมองไปรอบๆตัวก่อนจะหลุดรอยยิ้มออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าในปีนี้มันต่างออกไปจริงๆ ไม่ใช่ร้านกาแฟกับโกโก้ร้อน ไม่ใช่การนั่งมองคนอื่นแต่เป็นการนั่งรอคอยใครบางคนที่แสนพิเศษ

 

 

แบมแบมอยากจะขอกลับคำพูดที่เคยบอกว่าไม่ชอบเทศกาลคริสต์มาสเหลือเกิน...

 

 

แกร๊ก...

 

 

“มาแล้ว” เสียงประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงของชายหนุ่มอายุน้อยกว่าที่ปรากฏตัวในชุดแปลกตาเสียจนคนมองอย่างแบมแบมต้องหลุดขำออกมาปนกับอาการอึ้งๆบนใบหน้าหวาน สองขาเล็กยันกายยืนขึ้นเพื่อมองร่างสูงของคนรักให้เต็มตา

 

 

“คุณซานต้าเหรอ ฮ่าๆ” ก็เพราะว่ามาร์คในชุดสีแดงแบบซานตาคลอสในเวอร์ชั่นที่ไม่มีพุงป่องๆแบบนี้ไงล่ะที่ทำให้แบมแบมถึงกับยืนตกตะลึงแบบนี้

 

 

ไม่มีความคิดเลยนะว่ามาร์คจะทำอะไรแบบนี้น่ะ

 

 

“อืม...” มาร์คยิ้มเขินพลางเดินเข้ามาหาคนรักตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย รอยยิ้มหวานบนใบหน้าแบมแบมที่มาร์คมองเห็นมันช่างสดใสเสียจนเขาตาพร่าไปหมดแล้วในตอนนี้

 

 

“ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้ล่ะ อยากเอาใจพี่แบมเหรอครับ” คนตัวเล็กแกล้งถามพลางเลิกคิ้วทั้งที่สองแก้มสุกปลั่ง

 

 

“เปล่า แต่คุณซานต้ามีของขวัญมาให้เด็กดี” เสียงทุ้มพูดช้าๆพลางจับมือทั้งสองข้างของคนอายุมากกว่ามากุมไว้พลางจ้องลึกเข้าไปในแววตาสวย

 

 

“หืม...”

 

 

“หลับตาก่อนสิ” แบมแบมเม้มปากก่อนจะพยักหน้ารับ ดวงตาคู่สวยปิดลงจนสนิทอย่างว่าง่าย

 

 

“เอาล่ะนะ”

 

 

“...”

 

 

“มาร์ค...” เสียงเล็กครางแผ่วเบาเมื่อรู้สึกถึงอะไรบางอย่างบนปลายนิ้วของตัวเอง แบมแบมยังไม่กล้าลืมตาเพราะมาร์คยังไม่อนุญาต แต่เขาก็พอจะเดาได้แล้วล่ะว่าของขวัญของมาร์คที่ให้เขานั้นมันคืออะไร กับวัตถุเนื้อเกลี้ยงที่สอดรูดเข้ามาบนนิ้วนางข้างซ้ายแบบนั้น

 

 

“ลืมตาสิ”

 

 

เปลือกตาบางกระพริบสองสามครั้งก่อนจะก้มลงมองฝ่ามือตัวเอง พลันน้ำตาหยดแรกก็ไหลลงมากระทบแก้มนิ่มด้วยความเต็มตื้นในอกกับภาพที่เห็นคือแหวนทองคำขาวเนื้อเรียบบนนิ้วนางข้างซ้ายของตน แบมแบมไม่อาจสรรหาคำพูดใดมาพูดขอบคุณมาร์คได้เลย มันมีค่ามากจริงๆ

 

 

“เป็นของมาร์คนะครับ”

 

 

“มาร์ค...ขอบคุณนะ ขอบคุณมาก” แบมแบมทรุดกายลงนั่งตรงหน้ามาร์คที่นั่งชันเข่าอยู่ก่อนแล้วก่อนจะโถมตัวเข้ากอดอย่างสุดรัก กดจมูกของตัวเองลงบนแก้มของอีกฝ่ายแทนคำขอบคุณสำหรับของขวัญวันคริสต์มาสที่พิเศษที่สุดในชีวิต

 

 

“ฮ่าๆ ครับ Merry Christmas นะที่รัก”

 

 

Merry Christmas เหมือนกันนะ”

 

 

คริสต์มาสที่เคยเจ็บปวด เงียบเหงาและโดดเดี่ยวของแบมแบมกำลังจะเปลี่ยนไปด้วยความรักและความเข้าใจที่ขาดหายไปนานถึงสามปีเต็ม ความทุกข์ที่คนตัวเล็กเก็บเอาไว้ในใจถูกปลดเปลื้องไปหมดสิ้น ขอบคุณตัวเขาที่ยังคงมั่นคง และขอบคุณมาร์คเช่นกันที่ยังรักเขาไม่เปลี่ยนแปลง

 

 

ขอให้เราทั้งคู่อยู่เป็นความสุขของกันและกันแบบนี้ในทุกๆคริสต์มาสที่จะมาเยือน

 

 

ขอให้ความรักที่ได้กลับคืนมานี้คงอยู่กับเราตลอดไป...

 

 

Merry Christmas J

 

 

{ END }





-
- - - - - TALK - - - - - -

สวัสดีวันคริสต์สะมาดดตั้งใจพิมพ์มากเลยนะกับนัง OS คริสต์มาสเรื่องนี้

เป็นยังไงบ้างอะขอผลตอบรับหน่อย เขินจังได้เขียนฉากคัทด้วย มาได้ไงวะ555555555555

แต่ฉากคัทเราไม่ถึงลูกถึงคนเท่าไหร่หรอก เอาแค่พอสลัวๆ

 

นี่ชอบคาแร็กเตอร์พี่แบมกับมาร์คอะ ไม่เคยแต่งลุคนี้มาก่อนเลย

ตอนแรกว่าจะขยักลง 50-50 แต่แบบ เออ ลงไปเหอะ OS ฉลองคริสต์มาสก็ต้องลงวันคริสต์มาสสิเนอะ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านนะคะ

 

ปล. มีแท็กฟิคให้เล่นด้วยนะ #FIC25MB แล้วก็ติดต่อไรท์เตอร์ได้ที่ทวิตเตอร์ @since9397 นาจา

 

 

         

 

THEME BY SQUEEZ THEME

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,155 ความคิดเห็น

  1. #2149 onea (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 22:29
    น่ารักกกกกกกก >\\\<
    #2,149
    0
  2. #2110 Spices_smile (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 11:15
    น่ารักกกก
    #2,110
    0
  3. #1945 ojay2 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 00:40
    ขอบคุณมาร์คที่กลับมาาาา อบอุ่น
    #1,945
    0
  4. #1811 Quiqoang (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 10:11
    หนีมาตั้งนานสุดท้ายก็แพ้ใจตัวเอง โอ๊ย ตื้อจนได้ แบมแบมนี่ก็ใจแข็งมากนะ 3 ปีเชียว อยากให้คนรักได้ดีจนต้องยอมบอกเลิก แต่พอกลับมาคบกันใหม่ ทำไมมันหวานจนมดขึ้น555555 หวานจนหมั่นไส้ ไปรักกันไกลๆ เลย
    #1,811
    0
  5. #1804 Nuthathai Por (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 16:06
    น้องมาร์คนี่เก่งใช่ย่อยนะ พยายามพิสูจน์ตัวเองเพื่อแบมขนาดนี้พี่แบมไม่รักก็แย่ละเนอะ
    #1,804
    0
  6. #1709 MandM (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 19:22
    พี่แบมแบมกับน้องมาร์ค

    อร๊ายยยยน่ารักจัง
    #1,709
    0
  7. #1641 Oni (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 13:46
    เป็นคริสมาสที่เต็มไปด้วยความสุขและสมหวังกับการรอคอย

    ที่ได้เจอกันของมาร์คแบม ดีใจนะที่ทั้งคู่ยังรักและมั่นคงต่อกันถึงแม้นวันเวลาจะเปลี่ยนไป

    #1,641
    0
  8. #1444 fairyairie (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มกราคม 2559 / 01:49
    พี่แบมคนเก็บความรู้สึก ชอบนะคะ ใหม่ดี ปกติต้องเป็นมาร์ค 555
    ชอบความรักที่มั่นคงและมีเหตุผลแบบนี้ 
    #1,444
    0
  9. #1354 bbaby. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 15:20
    อินนนนน ชอบคาแรคเตอร์นี้เหมือนกันค่ะ น่ารักมากๆ TvT
    #1,354
    0
  10. #1326 Wonny (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 23:19
    สนุกมากเลยค่ะไรท์ชอบจังอ่านจบแล้วยังอินอยู่เลยรู้สึกน้ำตาคลอๆตามไปด้วย ถ้าเป็นเรื่องยาวยิ่งต้องสนุกกว่านี้แน่นอนเพราะมันได้ซึมซับช่วงอารมณ์หวานแหววตอนเป็นแฟนกัน ช่วงดราม่าหน่วงตอนเลิกกัน และช่วงหวานละมุนซาบซึ้งตอนกับมาหากันด้วยความโหยหาโอยยยยขอมโนต่อยอดแพร็บ
    #1,326
    0
  11. #1321 Chiaki04 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 09:33
    พี่แบมกับน้องมาร์ค
    #1,321
    0
  12. #1319 MickyMousenaruk (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 09:56
    ชอบบบบยย
    #1,319
    0
  13. #1318 nim (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 13:00
    ฮรือ มันดีมากๆค่ะ เราร้องไห้กับแบมเลย TT

    แล้วยังมีบทสรุปของความรัก คริสมาสต์ที่จะไม่เหงาอีกต่อไปแล้ว

    เราชอบฉาก cut นะคะ มันหวานละมุนละไม เหมือนความรักของคนทั้งคู่เลย
    #1,318
    0
  14. #1316 Natnicha Namtan Phuhoi (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 18:22
    น่ารักมากๆเลย ./////.
    #1,316
    0
  15. #1315 xstcphpp (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 15:32
    เป็นฟิคที่เราชอบมากจริงๆอ่ะ ต่างคนต่างรอทั้งๆที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเหมือนเดิมรึเปล่าแต่เราก็เลิกรักไม่ได้จนกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้งอ่ะ;/////;
    #1,315
    0
  16. #1313 MarkBam<3 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 14:39
    น่ารักมากกกก ชอบบ~
    #1,313
    0
  17. #1311 aom_mypal (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 10:45
    Cuteeeeee
    #1,311
    0
  18. #1310 wonder drean (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 10:07
    ชอบนะ น่ารักมาก ภาษาสวยตามสไตล์ไรท์ มันอ่านแล้วแบบ... สบายใจ ^^ // ขอบคุณนะคะ^^
    #1,310
    0
  19. #1309 ดาด้า (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 10:05
    ชอบมากเลยค่ะ อ่านแล้วละมุนดีจัง ^^
    #1,309
    0
  20. #1308 Itim Lampard (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 09:25
    น่ารักมากๆพี่แบมแบม น้องมาร์ค ดีมากจริงๆ ชอบ
    #1,308
    0
  21. #1306 VVTNW (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 08:38
    ดีมากกกก มันดีงามพระรามสี่ ฮือชอบ ชอบแบบเน้ ;___; เอาอีก! เอาอีก! เอาอีก! 5555555555555 แต่ชอบแบบจริงจังมาก อ่านแล้วอยากอ่านต่อไปเรื่อยๆ ไม่อยากให้จบเลย งื้อ
    #1,306
    0
  22. #1304 Kam Winterlove (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 07:48
    ชอบภาษาการดำเนินเรื่องมาก ละมุนมากค่ะ นานๆจะเจอฟิคแบบนี้ น้ำตาจะไหล T^T
    #1,304
    0
  23. #1303 pimpimpim1a (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 06:56
    อารมณ์เหงา ที่แปลงเป็นเร้าร้อน และมีความสุขในตอนจบ ^^
    #1,303
    0
  24. #1302 XLOOKNAMX (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 06:08
    ละมุนนนน โอ้ยยยยย
    #1,302
    0
  25. #1301 มัคมัคแบมแบม (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 05:31
    ดีมากดีกับใจมากเลย
    #1,301
    0