FIC BOY IN A JAR : { MARKBAM }

ตอนที่ 22 : BOY IN A JAR :: SEASON II :: Disappointed

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,804
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    21 ธ.ค. 58

+


BOY  IN  A  JAR

:: SEASON 2 ::

#FICJARMB


CHAPTER 5

( Disappointed )

 

 

                นาฬิกาปลุกข้างเตียงบอกเวลาเก้าโมงยี่สิบแต่ตอนนี้คนที่ควรจะนอนอยู่ข้างๆกันกับเขากลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้คนที่เพิ่งลืมตาตื่นมาได้แต่ขยี้ตาตัวเองอ้าปากหาวหวอดพลางอุ่นเครื่องความคิดของตัวเองด้วยท่าทีงุนงง เสื้อเชิ้ตสีขาวไหล่ตกถูกดึงขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทางก่อนที่เจ้าของร่างเล็กๆจะหันมองไปรอบตัวเพื่อหาคนที่หายไป

 
 

เงียบสนิท...

 
 

หรือจะอยู่ข้างล่าง?

 
 

อันที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรนักหรอกที่จะตื่นมาแล้วพบว่ามาร์คไม่ได้อยู่ในห้องด้วยกัน เพราะว่าเขาเองก็มักจะตื่นทีหลังอยู่บ่อยๆ แล้วพอเดินลงไปด้านล่างก็จะเห็นแผ่นหลังกว้างที่คุ้นเคยกำลังทำอาหารเตรียมไว้รอเขาอยู่จนชินตา

 
 

“...”

 
 

แบมแบมไม่รีบร้อนนัก ขาเล็กแตะลงบนพื้นห้องสะบัดหัวไล่ความงุนงงชั่วครู่ก่อนจะลุกเดินหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟันเตรียมตัวลงไปข้างล่างเพื่อรับประทานอาหารเช้าพร้อมกันกับคนตัวโตอย่างที่เป็นมาในทุกๆวัน

 
 

ไม่นานนักใบหน้าที่ง่วงงุนเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้าก็ดูสดใสขึ้นมาบ้าง ผ้าขนหนูเช็ดหน้าผืนเล็กถูกห้อยแขวนเอาไว้ที่เดิมเมื่อใช้เสร็จ ดวงตากลมมองสำรวจความเรียบร้อยชั่วครู่ก่อนจะหันหลังเดินออกไป ก็เห็นแหละนะว่าผ้าห่มกับเตียงยังไม่ได้พับเก็บให้เรียบร้อย

 
 

เอาไว้ขึ้นมาแล้วจะจัดการทีหลังแล้วกัน เพราะตอนนี้แบมแบมอยากลงไปหามาร์คแล้ว!


 

“...”

 
 

กลิ่นหอมกลุ่นที่โชยขึ้นมาตั้งแต่ก้าวออกมานอกประตูห้องนั้นทำให้ใบหน้าหวานยกยิ้มกว้างอย่างไม่ปิดบัง ในใจก็คาดเดาไปต่างๆนานาว่าอาหารที่มาร์คทำในเช้าวันนี้จะเป็นเมนูโปรดของตัวเองหรือเปล่า แล้วมาร์ครอเขานานหรือยังนะ

 
 

จนกระทั่งร่างเล็กๆพาตัวเองลงมาถึงด้านล่าง แบมแบมเองก็ไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปทางประตูห้องครัวที่เปิดอ้าเอาไว้อยู่ แต่ภาพแรกที่เห็นนั้นกลับไม่ใช่แผ่นหลังกว้างของคนรักที่กำลังทำอาหารเช้าอยู่อย่างที่ควร ทว่ากลับเป็นภาพของเตาที่ถูกเปิดทิ้งเอาไว้จนอาหารข้างในกระทะมันจวนเจียนจะไหม้แล้วต่างหาก

 
 

“โอ๊ะๆ อย่ากระเด็นสิเจ็บนะ” แม้จะตกใจแต่ก็ยังไม่วายบ่นงึมงำไปตามประสา มือเล็กเอื้อมไปหมุนบิดเตาให้ดับสนิทได้ทันก่อนที่อาหารข้างในจะไหม้ใบหน้าหวานขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติ

 
 

มาร์คไปไหน...ทำไมไม่ปิดเตาแก๊สก่อนล่ะ


 

ควันเริ่มจางหายไปแล้วแต่ความกังวลของแบมแบมยังอยู่ครบ ใบหน้าหวานเริ่มแสดงอาการไม่สู้ดีออกมา อย่าหาว่าแบมแบมติดมาร์คจนไม่เป็นอันทำอะไรเลย ที่เป็นอยู่นี่ก็เพราะว่าเป็นห่วงมาร์คต่างหาก แบมแบมมีมาร์คแค่คนเดียวนะจะไม่มีทางยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับมาร์คแน่ๆ

 
 

“มาร์ค!” เมื่อคิดได้ดังนั้นเสียงหวานก็ตะโกนขึ้นมาพลางสอดส่องสายตาไปรอบๆ มาร์คอาจจะทำอะไรอยู่แถวๆนี้แล้วลืมไปว่าตัวเองทำอาหารค้างไว้ก็เป็นได้

 
 

สองขาก้าวออกมาจากห้องครัวเดินไปยังห้องน้ำที่ประตูถูกเปิดแง้มเอาไว้เล็กน้อย แบมแบมไม่อยากเสียมารยาทเปิดพรวดพราดเข้าไปเลยลองเรียกดูแต่ว่าในนั้นก็เงียบสนิทไร้วี่แววว่าคนรักตัวโตของคุณภูติจะอยู่ด้านใน

 
 

“มาร์ค แบมแบมเปิดนะ” ฝ่ามือเล็กค่อยๆดันบานประตูให้เปิดกว้างขึ้นแต่ข้างในก็ว่างเปล่า

 
 

หรือจะเป็นห้องทำงาน?

 
 

มาร์คบอกว่าแบมแบมโตแล้วแบมแบมจะต้องไม่โวยวายหรือทำตัวเหมือนเด็กๆ ดังนั้นคนตัวเล็กจึงเลือกที่จะไม่ตีโพยตีพาย ตัดสินใจที่จะเดินหาไปทีละห้องอย่างใจเย็น แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเจอเสียที บ้านทั้งหลังมันเงียบสนิทจนแบมแบมเริ่มใจเสีย

 
 

ถ้าเป็นเมื่อก่อนแบมแบมคงร้องไห้ไปแล้วแน่ๆ...


 

อันที่จริงตอนนี้ก็ใกล้แล้วแหละ


 

“มาร์คอยู่ไหน ได้ยินแบมแบมไหม”  เมื่อดูแล้วคิดได้ว่ามาร์คไม่น่าจะอยู่ในบ้านเลยวิ่งออกไปดูรถตรงลานหน้าบ้านก็เห็นว่ารถยนต์ของมาร์คยังคงจอดสนิทอยู่ที่เดิมแสดงว่าไม่ได้ออกไปไหนไกลๆหรอก แต่แถวนี้ก็ไม่มีอะไรให้ออกไปนี่นา

 
 

“ห...หรือว่า” ปากอิ่มเม้มเข้าหากันเมื่อคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เพราะความระแวง ในใจบอกว่ามันไม่ใช่หรอกอย่าเพิ่งตัดสินใจวู่วามแต่อีกใจหนึ่งก็ฟันธงไปแล้วว่ามันต้องใช่แน่ๆ

 
 

“...”

 
 

คนตัวเล็กในสภาพเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงนอนยางยืดที่ยืนขมวดคิ้วทำหน้าตาท่าทางคิดไม่ตกอยู่กลางบ้านนั้นช่างเป็นภาพที่น่าเอ็นดู แต่ในอารมณ์ของแบมแบมแล้วเจ้าตัวคงจะหงุดหงิดเป็นที่สุดเมื่อความคิดของตัวเองเริ่มบ่งชี้ว่ามาร์คอาจจะอยู่บ้านข้างๆ...บ้านของริน

 
 

ก็ไม่ใช่ว่าแบมแบมไม่ไว้ใจมาร์คหรอกนะ ไม่ได้คิดว่าจะเข้าไปทำอะไรที่มันไม่ดีเพราะว่าที่ผ่านมามาร์คเองก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนใจคนที่ชื่อรินนั่นออกหน้าออกตามากนัก แถมเมื่อสองสามวันที่ผ่านมานี้บรรยากาศรอบตัวของทั้งแบมแบมและมาร์คก็ปราศจากรินโดยสิ้นเชิง

 
 

มาร์คก็ไม่เห็นจะเป็นเดือดเป็นร้อนอะไร...

 
 

“...” ความคิดตีกันยังไม่ทันเสร็จแบมแบมก็พาตัวเองมายืนอยู่หน้ารั้วบ้านของรินเสียแล้ว รั้วสีน้ำเงินสูงขวางอยู่ตรงหน้าแต่เพียงแบมแบมลองเอื้อมมือไปขยับมันก็เลื่อนออกได้อย่างง่ายดายเพราะว่าไม่ได้ล็อค

 
 

แบมแบมขออนุญาตเสียมารยาทนะครับคุณริน...





 

 

 

 

“หลอดไฟมันขาดนั่นแหละ ดีที่ฉันมีสำรอง ก็พอใช้ได้ล่ะนะ” เสียงทุ้มดังขึ้นแม้ว่าจะไม่ได้มองหน้าคู่สนทนาที่ยืนกอดอกเงยหน้ามองเขาอยู่ที่พื้นเพราะว่าชายหนุ่มกำลังใช้สมาธิกับการตรวจดูความเรียบร้อยของไฟหลอดยาวที่ตัวเองลงมือเปลี่ยนไปเมื่อครู่

 
 

“ขอบคุณมากนะครับพี่มาร์ค เดี๋ยวผมจ่ายค่าหลอดไฟให้” รินก้มหน้าลงมามองหากระเป๋าเงินของตัวเองทันทีที่พูดจบ

 
 

“ไม่ต้องหรอก ฉันให้”

 
 

“ว้าว ขอบคุณมากๆครับ” เด็กหนุ่มตาวาวทันทีเมื่ออีกฝ่ายไม่รับเงินของตัวเอง ไม่ใช่ว่าเห็นแก่ของฟรีหรอกนะแต่ก็แค่ประทับใจที่พี่มาร์คใจกว้างแถมยังใจดียอมสละเวลามาดูหลอดไฟให้เขาตั้งนานสองนาน สาเหตุมันก็เกิดมาจากเมื่อคืนนี่แหละที่จู่ๆเจ้าไฟในห้องครัวก็เกิดไม่รักดีขึ้นมา ติดๆดับๆเสียจนเจ้าของบ้านใจหาย

 
 

ก็นึกว่าผีหลอกซะอีก!

 

“พี่มาร์คระวังนะครับ บันไดมันน่าหวาดเสียวมากเลยอะ” แม้จะไม่ได้ออกแรงช่วยอะไรมากมายแต่รินก็คอยดูแลและคอยหยิบทุกอย่างที่มาร์คต้องการให้อย่างรวดเร็ว ในตอนนี้เองก็เช่นกัน ผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนเล็กที่ปักลายดอกไม้เอาไว้มุมหนึ่งถูกดึงออกมาจากกระเป๋าเสื้อเพื่อรอยื่นมันให้กับมาร์คต้วน

 
 

“เช็ดเหงื่อหน่อยครับ เต็มหน้าเลย”

 
 

“ขอบใจ” มาร์คทำท่ายื่นมือมาหมายจะรับความหวังดีจากอีกคนแต่ก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อจู่ๆอีกฝ่ายก็สะบัดผ้าหลบเขาเสียอย่างนั้น

 
 

“มือพี่มาร์คเปื้อนฝุ่นเต็มเลยครับ  เช็ดไปก็สกปรกอยู่ดี...เอางี้ พี่อยู่เฉยๆนะครับเดี๋ยวผมช่วย”

 
 

“ริน...ไม่ต้องก็ได้”

 
 

“ไม่เป็นไรผมไม่ถือน่า”

 
 

รินไม่ฟังคำห้าม ปลายเท้าขาวเขย่งขึ้นนิดหน่อยเพื่อให้ใบหน้าของทั้งสองคนอยู่ในระดับเดียวกัน รินส่งยิ้มหวานจนตาหยีไปให้มาร์คที่ยืนนิ่งไม่แสดงสีหน้าใดๆออกมา และดูเหมือนว่าเขาจะลืมสนิทว่าได้ทำอาหารคั่งค้างไว้ที่บ้านจนไฟเกือบลุกห้องครัว

 
 

ผ้าผืนบางถูกกดลงมาตามไรผมและแนวหน้าผากอย่างบรรจงจากฝีมือของเด็กวัยสิบเก้าที่ยังเอาแต่ส่งยิ้มให้เขาไม่หยุดหย่อน เด็กนี่อาจจะมนุษยสัมพันธ์ดีเกินไปจนมาร์คชักจะรู้สึกอึดอัดขึ้นมาบ้างแล้วสิ...

 
 

“โอเค...เสร็จแล้วครับ”

 
 

“...”

 
 

มาร์ค!

 
 

แกร๊ง!!!!!

 
 

“พี่มาร์คระวังครับ!!

 
 

โครมมมม!!

 
 

ความเงียบเพียงชั่วครู่ถูกทำลายด้วยเสียงดังโครมครามที่จู่ๆก็ดังระงมขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ มาร์คได้ยินเสียงของใครบางคนที่ไม่ใช่รินเรียกชื่อเขาดังมาจากหน้าประตูห้องครัวที่เปิดอ้าอยู่แต่ทว่ายังไม่ทันจะได้หันไปมองเสียงดังโครมครามรวมทั้งเสียงตะโกนเอะอะของรินก็ดังตามมา

 
 

พร้อมกับความเจ็บแปลบๆที่ทำให้มาร์คต้องล้มลงไป...

 
 

“บ...แบมแบม”

 
 

“พี่มาร์ค ลุกไหวไหมครับ” เสียงของรินดังขึ้นข้างหูแต่ภาพที่ปรากฏต่อสายตาของเขากลับเป็นร่างของคนรักอย่างแบมแบมที่ฉายชัดอยู่เบื้องหน้า เจ้าตัวดูเหมือนว่าจะตกใจอยู่ไม่น้อยกับภาพที่มาร์คล้มลง มีจังหวะหนึ่งที่ขาเล็กก้าวเข้ามาเหมือนอยากจะเข้ามาดู แต่สุดท้ายสองขานั่นก็เลือกที่จะถอยกลับไป

 
 

“ห...ไหว ไหว แบมแบม!” มาร์คไม่สนใจรินหรือแม้แต่ความเจ็บของตัวเองจากการถูกบันไดล้มทับเมื่อครู่ เขาไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นบันไดที่ตั้งอยู่เฉยๆถึงได้ล้มลงมาได้ราวกับถูกผลัก เสียงทุ้มกำลังร้องตะโกนเรียกเจ้าของแผ่นหลังที่ดูเหมือนว่ากำลังจะวิ่งหนีไป

 
 

“แบมแบม จะไปไหนน่ะ!” รินเองก็เช่นกัน แต่คำพูดของรินดูเหมือนว่าจะได้ผลกว่ามาร์คนิดหน่อยเมื่อเจ้าของชื่อหยุดเดินแล้วหันกลับมามองพร้อมกับใบหน้าซีดเซียวที่คนมองอย่างมาร์คเห็นแล้วอยากจะวิ่งเข้าไปกอดปลอบแต่ติดอยู่ที่เขารู้สึกเจ็บที่ศีรษะจนมึนงงไปหมด

 

นี่มันเรื่องจริงหรือเป็นแค่ภาพความฝันกันแน่...


 

“ค...คุณรินจะเรียกผมทำไมครับ” แต่เสียงหวานที่เจือไปด้วยความไม่พอใจอย่างที่มาร์คไม่เคยได้ยินนั้นก็เป็นตัวพิสูจน์ว่าทุกอย่างที่ดำเนินอยู่ล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น

 
 

“คือริน...”

 
 

ก็วันนั้นคุณรินบอกเองไม่ใช่หรือไงว่าไม่ได้ชอบมาร์ค ล...แล้วยังจะยุ่งกับมาร์คอยู่อีกทำไม!

 
 

“...”

 

“ฮ...ฮึก ผม...ผมถามว่าคุณยุ่งกับมาร์คทำไม!

 
 

“แบมแบม...”  มาร์คครางเสียงแผ่วเมื่อความจริงที่ได้ยินมันทำให้เขารู้สึกมึนมากกว่าเดิม สองมือใหญ่ดันตัวเองให้ลุกขึ้นมายืนแต่ว่ายังคงโงนเงนด้วยความเจ็บจนรินต้องเข้ามาช่วยพยุง กลิ่นคาวเลือดที่อยู่ใกล้ๆทำให้รู้แน่ชัดแล้วว่าอาจจะเป็นเพราะหน้าผากแตกจากแรงกระแทกของบันได

 
 

“...” แบมแบมถอยหลังหลายก้าวเมื่อเห็นว่ามาร์คมีเลือดออกจนน่ากลัว แบมแบมสับสน...ทั้งกลัวและรู้สึกผิด คนตัวเล็กไม่ฟังเสียงเรียกของใครทั้งนั้นหลังจากที่ได้รับแต่ความเงียบกลับมาจากริน สองขาเล็กตัดสินใจวิ่งออกจากสถานที่แห่งนั้นกลับไปยังบ้านของตัวเองโดยมีมาร์คตามหลังไปอย่างทุลักทุเล

 
 

มาร์คแบมแบมขอโทษ...

 
 

.

.


ปัง ปัง ปัง!

 
 

“แบมแบมเปิดประตู!

 
 

“ฮ...ฮึก” เป็นเวลาเกือบชั่วโมงแล้วที่เสียงเคาะจากด้านนอกพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกของมาร์คดังขึ้นไม่หยุดเช่นเดียวกันกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของคนตัวเล็กซึ่งกำลังนั่งกอดขาเอาหน้าซบเข่าตัวเองสะอึกสะอื้นจนตัวงอ

 
 

อันที่จริงแบมแบมไม่ได้โกรธเรื่องที่มาร์คไปบ้านรินโดยไม่บอกหรอก...ประเด็นนั้นมันก็น่าโมโหแต่แบมแบมก็มีสติมากพอที่จะรู้ว่าภาพที่เห็นอาจจะไม่ใช่อย่างที่คิดเสมอไป มาร์ครักเขา มาร์คไม่มีทางทำแบบนั้นอย่างแน่นอน

 
 

แล้วแบมแบมเสียใจเพราะอะไรกันล่ะ?


 

“แบมแบม...นายเป็นอะไร เป็นบ้าอะไร...ฮึก” เสียงเล็กต่อว่าต่อขานตัวเองพลางยกฝ่ามือนั้นตีลงไปบนแขนขาวของตัวเองราวกับว่าอยากเรียกสติแต่นั่นมันก็สายไปแบมแบมเผลอทำร้ายมาร์คไปด้วยอารมณ์โมโหของตัวเองเสียแล้ว

 
 

“แบมแบม ให้มาร์คเข้าไปเถอะเข้าไปคุยกันดีๆไง” เสียงของมาร์คเองก็ดูอ่อนโรยอย่างเห็นได้ชัด อาจจะเพราะความเจ็บหนึบจากแผลบนศีรษะที่แบมแบมคิดว่ามาร์คคงยังไม่ได้จัดการมันแน่ๆ เพราะว่าตั้งแต่กลับมาถึงมาร์คที่ตามมาติดๆก็เอาแต่เรียกให้เขาเปิดประตูอยู่แบบนั้น

 
 

“...”



ฝ่ามือเล็กเช็ดซับน้ำตาที่แก้มออกอย่างลวกๆ ความกลัวว่าถ้าหากเปิดประตูออกไปตัวเองจะเผลอทำให้สถานการณ์แย่เพียงเพราะไม่สามารถคุมอารมณ์ได้นั้นเกาะกินไปทั้งหัวใจ สอดส่องสายตามองหาโทรศัพท์มือถือโดยทำเป็นไม่ได้ยินเสียงของมาร์คที่ดังขึ้นอยู่เรื่อยๆ

 
 

แบมแบมคงต้องยอมรับแล้วล่ะ ว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเขาจริงๆ


50
%

 

 

“ใจเย็นๆนะแบมแบม ยองแจไม่เซ้าซี้หรอก...”

 
 

“แต่ถ้าจะให้ดีก็เล่ามาพอคร่าวๆก่อนก็ได้”

 
 

เพี๊ยะ!

 
 

“โอ๊ย! แจ็คแจ็คเป็นบ้าหรือไงเนี่ย ตีมาได้เนื้อคนนะ” เสียงแหบตวาดลั่นจนแบมแบมที่นั่งก้มหน้ายังต้องแอบเงยขึ้นมามองสถานการณ์ตรงหน้า ยองแจเอามือลูบต้นแขนตัวเองป้อยๆพลางส่งสายตาน่ากลัวไปทางแจ็คสันที่ตีหน้านิ่งอยู่ข้างๆกัน

 
 

สองคนนี้นี่อยู่ด้วยกันในบรรยากาศแบบนี้ตลอดเวลาเลยเหรอ...


 

“ปล่อยให้แบมแบมพักผ่อนไปก่อนเถอะ อย่าเพิ่งเซ้าซี้” แจ็คสันตอบกลับด้วยเหตุผล ก็รู้หรอกว่าไอ้แสบน่ะห่วงเพื่อน เพราะว่าหลังจากยองแจได้รับสายที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นของแบมแบมแล้วเจ้าตัวก็แทบนั่งไม่ติด ลงทุนลางานครึ่งวันมาลากเขาออกไปหาแบมแบมที่บ้านไอ้มาร์คด้วยกัน

 
 

“ก็คนมันเป็นห่วงนี่”

 
 

“แบมไม่เป็นอะไรหรอกยองแจ” แบมแบมพูดขึ้นก่อนที่สถานการณ์จะวุ่นวายมากไปกว่านี้ สองคนที่เอาแต่เถียงกันหันขวับมามองยังคนตัวเล็กแทบจะในทันที

 
 

“ไม่เป็นไรแล้วจะร้องไห้ทำไมกันเล่า ไม่จริงหรอก แบมแบมต้องทะเลาะกับพี่มาร์คมาแน่ๆเลยใช่มั้ยอะ” ฝ่ามือบางวางแหมะลงไปบนกลุ่มผมสีเข้มของเพื่อนที่หยุดร้องไห้ไปแล้วเหลือเพียงใบหน้าเศร้าๆที่ยังคงปรากฏไม่จางหายไปเท่านั้น

 
 

“...”

 
 

แบมแบมไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ปฏิเสธเพราะว่าสถานการณ์ในตอนนี้ตัวแบมแบมเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเช่นกัน แต่ถ้าจะให้เรียบเรียงออกมานั้นก็คงได้ประมาณว่าเขารู้สึกตกใจที่เห็นว่ามาร์คอยู่ในบ้านของรินด้วยท่าทีชวนให้คิดไม่ซื่อ หลังจากนั้นความโกรธก็พุ่งขึ้นมาเสียจนหัวของแบมแบมมันหมุนเคว้งไปหมด ไม่รู้เลยว่าตัวเองแสดงสีหน้าแบบไหนออกไปในตอนนั้น

 
 

มาร์คและรินยังมองไม่เห็นเขาในตอนนั้นจนกระทั่งเขาส่งเสียงเรียกออกไป และชั่วจังหวะนั้นเองบันไดพับขนาดใหญ่ก็เอนลงมาทับลงไปบนตัวมาร์คต่อหน้าต่อตาแบมแบม...

 
 

“ถ้าอยากให้เป็นเรื่องส่วนตัวยองแจให้แจ็คแจ็คออกไปข้างนอกก่อนได้นะ เอามั้ย” เมื่อเห็นว่าแบมแบมทำท่าอึกอักเพราะว่าเกรงใจเจ้าของห้องยองแจก็เลยจัดการรวบรัดด้วยการหันหน้าไปกระซิบกระซาบให้คนตัวโตอย่างแจ็คสันหวังออกไปเฝ้าตึกที่ด้านล่างเป็นเพื่อนอาป๊าจนกว่าจะอนุญาตให้ขึ้นมาได้

 
 

ก็ดูเอาแล้วกันว่าใครใหญ่


 

เสียงปิดประตูห้องดังขึ้นก่อนที่ทั้งห้องจะตกอยู่ในความเงียบ เสียงถอนหายใจเบาๆของยองแจดังขึ้นมาเป็นอย่างแรกก่อนที่จะขยับตัวเข้าไปหาคนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งทำหน้าอมทุกข์เสียจนยองแจเริ่มจะหดหู่กับท่าทางอย่างนั้นเสียแล้ว

 
 

“ว่าไง เล่ามาให้หมดเลยนะไม่ต้องเกรงใจ” เพราะว่ายองแจเองก็อยากจะรู้น่ะสิ

 
 

“ก็..” แบมแบมเปิดปากพูดเพียงครึ่งเสียงก่อนจะหยุดไป ท่าเหมือนกำลังรวบรวมความคิดเพราะอยากจะพูดออกมาให้มันสั้นและเข้าใจง่ายที่สุด

 
 

“ยองแจ...ช่วงนี้แบมแบมเป็นอะไรก็ไม่รู้ ม ไม่รู้ว่ายองแจเคยเป็นบ้างมั้ย” ดวงตากลมสั่นระริกกับน้ำเสียงสั่นๆนั่นทำให้ยองแจใจอ่อนยวบ ใครนะใครช่างใจร้ายทำให้แบมแบมร้องไห้ได้กัน

 
 

“ยังไงล่ะ”

 
 

“มัน มันเหมือนว่าแบมแบมคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้”

 
 

“โธ่! ยองแจก็เป็น บ่อยด้วย” โดยเฉพาะเวลาอยู่กับแจ็คสันน่ะ ฟิวส์ขาดนับครั้งไม่ถ้วนเลยแหละ

 
 

“เหรอ แล้วยองแจทำอะไรหลังจากนั้นล่ะ” คนถามหันมาขมวดคิ้วด้วยท่าทางสงสัยปนลุ้นในคำตอบของยองแจแบบเต็มที่จนคนถูกมองชักจะทำสีหน้าไม่ถูก

 
 

“ก็...อัดให้เละ ตีบ้างต่อยบ้างสะใจดี”

 
 

“...” อ่าว ทำไมแบมแบมถึงเงียบไปล่ะ

 
 

“ยองแจ...แต่เวลาแบมแบมโกรธน่ะ มันเหมือนกับว่า...เรื่องร้ายๆมันจะเกิดขึ้นมาในตอนที่โกรธเลย แบม แบมแบมกลัว”

 
 

ว...ว่าไงนะ?


 

“ม...หมายความว่ายังไงอะแบมแบม” ยองแจน่ะกำลังรู้สึกงงแต่ดูเหมือนว่าคนเล่าอย่างแบมแบมน่ะบ่อน้ำตากำลังจะแตกอีกรอบเสียแล้ว

 
 

“ไม่รู้ ไม่รู้สิ มันน่ากลัว แบมไม่อยากกลายเป็นอสูรร้ายนะไม่เอา ฮึก...” อสูรร้ายอะไรกัน แบมแบมเพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้ว!

 
 

“ชู่ว เงียบน่า มันอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญก็ได้นะ ลองเล่าให้ยองแจฟังหน่อยสิ” แขนยาวโอบไหล่เพื่อนให้เข้ามาชิดตัวเองเพราะว่าเป็นห่วงไหล่บางๆที่สั่นไหวด้วยแรงสะอื้นนั่น ยองแจไม่ชอบหรอกนะที่ต้องมาเจอสภาพอารมณ์แบบนี้ของแบมแบม และมันก็มักจะเป็นในช่วงเวลาที่ไม่มีมีมาร์คด้วยน่ะสิ

 
 

“ครั้งแรกแบมแบมจำไม่ได้แล้ว ต แต่ครั้งล่าสุดคือครั้งนี้ แบมแบมโกรธมาร์คมากแล้วจู่ๆบันไดพับก็ล้มใส่มาร์คอย่างแรง ม...มาร์ค เลือดออก” เสียงหวานสั่นเครือเมื่อต้องพูดถึงเรื่องราวสะเทือนใจที่เพิ่งผ่านไปเมื่อไม่นาน ยองแจเมื่อได้ฟังก็ถึงกับร้องอ๋อในใจเพราะว่าตอนไปรับแบมแบมที่บ้านก็เห็นเหมือนว่ามีพลาสเตอร์แปะอยู่ที่หน้าผากของพี่มาร์คเหมือนกัน

 
 

“มันอาจจะบังเอิญ...”

 
 

“มันไม่บังเอิญหรอกยองแจ!

 
 

“...”

 
 

คนถูกตวาดสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ริมฝีปากที่กำลังจะอ้าพูดปิดเข้าหากันแบบทันทีทันใดจนห้องทั้งห้องกลับมาตกอยู่ในความเงียบโดยฉับพลัน ก็ไม่รู้ว่ายองแจมโนไปเองหรือเปล่านะแต่ทำไมถึงรู้สึกว่าอุณหภูมิในห้องจู่ๆมันก็เย็นยะเยือกขึ้นมาแบบนี้กัน...

 
 

“เอ่อ...”

 
 

“แบม...แบมขอโทษ”

 
 

“ไม่เป็นไรน่า แต่ยองแจว่เราเลิกคุยเรื่องนี้กันดีกว่าเนอะ ฮ่ะๆ”

 
 

อ่า โอเค ยองแจเริ่มจะเชื่อขึ้นมาแล้วล่ะว่าแบมแบมผิดปกติไปจริงๆ

 



 

 

                หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของแบมแบมแล้วว่าเจ้าตัวรู้สึกแปลกไปอย่างไรเพราะอะไรก็ยังไม่อาจทำให้ยองแจเข้าใจหรือตีความอาการเหล่านั้นขึ้นมาสักนิด บางทีแบมแบมอาจจะเครียดเพราะเรื่องเพื่อนบ้านที่เข้ามาวอแวหรือเปล่าก็เลยทำให้ฟิวส์ขาดง่ายกว่าปกติ

 
 

“อร่อยมั้ยอะ ใช้แจ็คแจ็คไปซื้อเจ้าประจำมาเลยนะ”

 
 

“อื้อ หวาน” แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้คนตัวเล็กจะผ่อนคลายจากเมื่อสองชั่วโมงก่อนเยอะมากเพราะว่ายองแจเลือกที่จะไม่บังคับถามอะไรต่อ เปลี่ยนมาเป็นการสร้างบรรยากาศผ่อนคลายอย่างการนั่งดูทีวีพร้อมขนมที่กองอยู่บนโต๊ะเล็กตรงหน้าไปด้วยกันอย่างที่แบมแบมชอบแทน

 
 

“ยองแจ”

 
 

“หื้อ”

 
 

“แบมแบมรบกวนยองแจหรือเปล่าอะ วันนี้ต้องทำงานใช่ไหม” เสียงหวานอู้อี้เพราะมีขนมอยู่ในปากจนคนฟังอดไม่ได้เอื้อมมือไปบีบแก้มอูมๆนั่นสองสามทีให้หายหมั่นเขี้ยว แบมแบมทำแบบนี้แล้วหน้าเหมือนหนูแฮมสเตอร์ชะมัด

 
 

“ไม่หรอก วันนี้ขี้เกียจอยู่พอดี”

 
 

“ฮ่าๆ เดี๋ยวแบมจะไปบอกเจ้าของร้าน”

 
 

“อย่าใจร้ายให้มากนักสิ” ยองแจแกล้งเบะปากใส่แบมแบมก่อนจะหันหลับไปตั้งใจดูรายการโชว์ตรงหน้าต่อ เสียงหัวเราะของเพื่อนตัวเล็กทั้งที่อายุมากกว่าเขาอย่างแบมแบมดังขึ้นเป็นระยะจนทำให้ยองแจเริ่มเบาใจไปด้วย

 
 

“เอาอะไรกันอีกไหมเดี๋ยวลงไปข้างล่างแป๊บนึง”

 
 

“ไม่อะ” เป็นยองแจที่ตอบแจ็คสันไป แบมแบมเองก็ส่ายหน้าให้เป็นเชิงว่าพอแล้วล่ะ แค่ที่ซื้อมานี่ก็กินกันไม่หวาดไม่ไหวแล้ว

 
 

“เออนี่แบมแบม มีเรื่องอยากจะเล่าให้ฟังอะ สัญญาก่อนนะว่าจะไม่ซีเรียส เครียดหรือหงุดหงิด”

 
 

“อ่า...อะไรล่ะ” ยองแจเล่นพูดดักทางมาแบบนี้แบมแบมก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันแฮะ ขอฟังเรื่องราวคร่าวๆก่อนก็แล้วกัน

 
 

“ก็คืองี้...เมื่อหลายวันก่อนที่ร้านกาแฟน่ะ ยองแจเจอเพื่อนบ้านแบมแบมด้วย คุณรินคุณเรินอะไรนั่นน่ะ” ยองแจพูดไปก็ลอบมองปฏิกิริยาของแบมแบมไปด้วย เมื่อเห็นยังปกติดีจึงพูดประโยคต่อมา

 
 

“แต่ว่าเขาไม่ได้ไปคนเดียวนะ เขาไปกับผู้ชายแหละ”

 
 

“หือ ผู้ชายที่ไหน” แบมแบมเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย

 
 

“ก็ไม่รู้หรอก แต่เห็นแต่งชุดนักศึกษาเหมือนกัน น่าจะเรียนที่เดียวกันนั่นแหละ”

 
 

“อ๋อ” แบมแบมขานรับในลำคอ คิดในใจว่าโลกมันก็กลมดีที่จู่ๆยองแจก็ได้เจอกับรินในร้านกาแฟเสียอย่างนั้น ทั้งๆที่ร้านกาแฟก็มีหลายต่อหลายร้าน

 
 

“แต่ที่เด็ดกว่านั้นก็คือ เขาเดินโอบเอวกันมา! ยองแจเหลือบเห็นพอดีนี่เกือบจะหลุดถามไปแล้วล่ะแต่นึกขึ้นได้ว่าไม่สนิทกันขนาดนั้น เบื่อเลยอะต้องเก๊กมีมารยาท”

 
 

“ฮ่าๆ ทำถูกแล้วนะยองแจ” ถึงแม้จะอยากรู้แต่แบมแบมก็เห็นว่าการที่ถามออกไปมันคงจะเสียมารยาทอยู่ไม่น้อยเพราะยองแจก็ไม่ได้สนิทสนมกับรินมากนัก แต่ก็ต้องยอมรับแหละว่าเรื่องราวที่ได้ยินจากยองแจมันทำให้แบมแบมเริ่มใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย

 
 

อย่างน้อยคุณรินก็มีแฟนแล้ว...


 

หวังว่าเขาจะรักแฟนเขามากจนไม่นอกใจก็แล้วกันนะ


 

“เฮ้อ ว่าแต่แบมแบมเถอะจะกลับบ้านตอนไหน” ยองแจเปลี่ยนท่านั่งเป็นเอนหลังพร้อมเถียงด้วยน้ำเสียงสบายๆ อีกมือหยิบขนมขึ้นมากรอกใส่ปากตัวเองส่วนตาก็จ้องทีวีไป
 

 

“ไล่เหรอ”

 
 

“เปล่าซะหน่อย! เป็นห่วงเฉยๆหรอก ป่านนี้พี่มาร์คลงแดงตายไปแล้วมั้งไม่สงสารเขาหรือไง” ยองแจรีบแก้ตัวเสียงสูง เขาไม่ได้อยากไล่แบมแบมหรอกแต่ปกติเห็นตัวติดกันกับพี่มาร์คนี่ ถึงจะทะเลาะกันแต่ก็นั่นแหละ สองคนนี้เคยงอนกันนานที่ไหน

 
 

“...”

 
 

แต่กับเหตุกาณณ์ครั้งนี้สำหรับคนตัวเล็กนั้นอย่าใช้คำว่าสงสารเลย แบมแบมก็แค่กลัว กลัวว่าถ้าหากกลับไปอยู่ใกล้พี่มาร์คอีกแล้วเกิดควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ขึ้นมาคนรักของเขาอาจจะต้องเจ็บตัวมากกว่านี้ ไม่รู้หรอกว่าสิ่งทีเกิดขึ้นมันคืออะไรเพราะเนียร์ก็ไปทำงานที่ต่างประเทศอีกตั้งหลายวันกว่าจะกลับมา

 
 

ตอนเกิดขึ้นแรกๆแบมแบมก็ไม่รู้ตัวหรอกนะเพราะว่ามันก็ยังไม่มีอะไรมากนอกจากรู้สึกว่าตัวเองหงุดหงิดมากกว่าเดิมจนอยากทำลายข้าวของ แต่พอมาช่วงหลังนี้เขารู้สึกได้เลยว่ามันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลายครั้งที่มาร์คไม่รู้แต่แบมแบมรู้ทุกอย่างว่าอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะอะไร ของหล่นบ้างล่ะ ของพังบ้างล่ะ...

 
 

มันเป็นเหมือนแรงสะท้อนกลับจากความโกรธ...ไม่เข้าใจเหมือนกัน


 

แกร๊ก...

 
 

“ไปไหนมาอะแจ็คแจ็ค” ทันทีที่เสียงเปิดประตูดังยองแจก็ถามขึ้นโดยไม่ต้องหันกลับไปมองเพราะว่ามันเป็นเรื่องปกติของคนที่อยู่กันสองคน

 
 

“แบม...”

 


แต่ทำไมเสียงแจ็คแจ็คมันดูหล่อมีออร่าแบบนี้อะ


 

“อ่าว! พี่มาร์ค!

 
 

“...” แบมแบมหันขวับทันทีที่ชื่อของคนรักหลุดออกมาจากปากเพื่อน หัวใจดวงน้อยสั่นระรัวราวกับคนที่ทำความผิดแล้วถูกจับได้ ใบหน้าหวานชาดิกเมื่อเห็นว่าบนศีรษะของมาร์คแปะไว้ด้วยพลาสเตอร์ธรรมดาๆทั้งๆที่รอยแผลรอบๆมันบวมออกมาจนเห็นได้ชัด

 
 

นี่มาร์คยังไม่ไปหาหมออีกเหรอ...


 

“อ่า...แบมเดี๋ยวยองแจมานะ” สถานการณ์ในห้องเป็นบรรยากาศที่บรรยายออกมาไม่ถูกจริงๆในตอนนี้ พี่มาร์คยืนจ้องมายังเพื่อนตัวเล็กของเขาที่เอาแต่นั่งก้มหน้ากับรายการโชว์ตลกที่ถูกเปิดค้างไว้มันไม่เข้ากันสักนิด และแจ็คสันก็ดูเหมือนจะรู้งานด้วยการกวักมือเรียกให้ยองแจออกมาอยู่ข้างนอกด้วยกัน

 
 

“...”

 
 

“แบมแบม กลับบ้านกันเถอะ” และเมื่อทั้งห้องไม่มีใครมาร์คก็ก้าวเข้าหาคนรักที่นั่งไหล่ห่ออยู่บนโซฟากว้างอย่างนิ่มนวล น้ำเสียงทุ้มที่ดังขึ้นไม่ฉายแววของความไม่พอใจหรือหงุดหงิดแต่อย่างใดจนแบมแบมรู้สึกผิดหนักขึ้นไปอีก

 
 

“ฉันกับรินเราไม่...”

 

“ก กลับบ้านก็ได้” แต่ยังไม่ทันที่มาร์คจะพูดจบแบมแบมก็ชิงพูดตัดบทขึ้นมาเสียก่อน ไม่เอาสิ อย่าพูดแบบนี้เพราะมันเหมือนว่าเขาน่ะงี่เง่าแถมยังเชื่อใจมาร์คไม่มากพออีก

 
 

“ไม่โกรธฉันได้ไหม” แต่มาร์คเองก็เว้าวอนเสียจนแบมแบมอยากจะร้องไห้ ดวงตากลมเงยขึ้นมาสบเข้ากับดวงตาทรงเสน่ห์คู่คมของคนรักก่อนจะยกยิ้มให้อีกฝ่ายได้โล่งใจ

 
 

“อื้อ...เจ็บมากไหม”

 
 

“ไกลหัวใจเยอะ ไม่เจ็บหรอก” มาร์คนั่งยองลงตรงพื้นด้านหน้าพลางดึงคนตัวเล็กให้โน้มเข้ามาในอ้อมกอด สูดดมความหอมจากกลิ่นกายที่หลงใหลจนเต็มปอดด้วยความโล่งใจที่อย่างน้อยแบมแบมก็ไม่ได้โกรธเขามากมายอย่างที่คิด

 
 

“แบมแบมขอโทษจริงๆนะมาร์ค แบมแบมขอโทษ” เสียงเล็กที่อู้อี้อยู่ในอ้อมอกทำให้มาร์คขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจแต่เขาก็ไม่อยากถามอะไรออกไปให้เสียบรรยากาศ เสียงทุ้มครางรับอื้ออึงในลำคอก่อนจะดึงให้แบมแบมลุกขึ้นยืนพร้อมกันกับเขา

 
 

“กลับบ้านเรานะ โอเคไหม” มาร์คเลิกคิ้วถามโดยที่แบมแบมเองก็พยักหน้าแต่โดยดี ที่มาอยู่ห้องยองแจจนครึ่งค่อนวันนั้นไม่ใช่เพราะโกรธหรือไม่พอใจแต่มันเป็นเพราะสับสนปนรู้สึกผิด มาร์คไม่สมควรต้องมาเจ็บตัวเพราะอารมณ์โกรธของแบมแบมสักนิด

 


แย่ที่สุด...


 

“อื้อ”

 
 

“แต่ก่อนเข้าบ้านแวะหาหมอก่อนนะ แผลมาร์คมันบวมมากเลยไม่เจ็บจริงๆน่ะเหรอ” เสียงเล็กแสดงความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัดจนมาร์คพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มบางๆ

 
 

“โอเค”

 
 

มาร์ครู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกที่แบมแบมไม่ได้โกรธเขาหัวฟัดหัวเหวี่ยงจนเข้าหน้ากันไม่ติดอย่างที่คิดไว้ ตลอดเวลาที่แบมแบมออกจากบ้านมาเขาก็เอาแต่พร่ำโทษตัวเองที่ทำอะไรไม่ระวังจนทำให้คนรักของตัวเองต้องเสียใจแบบนั้น มาร์คไม่ชอบน้ำตาของแบมแบมหรอกนะ...

 
 

“...” แบมแบมยิ้มรับให้มาร์คสบายใจอีกครั้งก่อนจะเดินตามแผ่นหลังกว้างที่แสนอบอุ่นของคนตรงหน้าออกไปเพื่อบอกลาและขอบคุณยองแจกับแจ็คสันที่เสียเวลามาอยู่เป็นเพื่อนเขาจนสงบสติอารมณ์ได้ในครั้งนี้

 
 

แต่ใครจะรู้ล่ะว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มันทำให้แบมแบมคิดว่าตัวเขาน่ะ...อันตรายเกินไปที่จะอยู่ใกล้มาร์คเสียแล้ว


 

แบมแบมคงจะทำตัวติดกับมาร์คตลอดเวลาแบบเมื่อก่อนไม่ได้แล้วล่ะ...






 

ยังไงดีล่ะ ใครไม่งงลองสรุปอาการน้องแบมซิ5555555555555555

คุณภูติเขามีร่างกายจิตใจเหมือนมนุษย์แต่ก็ยังไม่ใช่อ่ะเน้อความแฟนตาซีเลยบังเกิดได้ตลอดเวลา หิหิ

 
 

<แจ้ง!> ใครสนใจเล่ม Re-print FIC BOY IN A JAR นะคะ รบกวนอ่านรายละเอียดตอนถัดไปด้วยค่ะ

ปล.เราแจกฟิค 1 เล่มนะ ใครสนใจอ่านกติกาการชิงได้ที่ตอนถัดไปเช่นเดียวกันค่ะ มาเล่นกันเยอะๆน้า



แท็กฟิค : #FICJARMB

ติดต่อไรท์เตอร์ TWITTER : @since9397

 

 



เกิดอะไรขึ้นกับคุณภูติ ใครเดาออกมารับรางวัลเป็นหัวใจจากไรท์เตอร์ได้




แท็กฟิค : #FICJARMB

ติดต่อไรท์เตอร์ TWITTER : @since9397

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,155 ความคิดเห็น

  1. #2032 markmuk (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 22:13
    แบมแบบมีพลังพิเศษหรือแบบยังไม่เข้าใจอารมณ์ตัวเองอะ
    #2,032
    0
  2. #2007 gan8824 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 09:42
    น่าจะเป็นเหตุการณ์แฟนตาซี
    #2,007
    0
  3. #1999 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 00:06
    แบมนี่เผลอปล่อยพลังพิเศษไรงี้ป้ะ แบบ คุมสิ่งของงี้
    #1,999
    0
  4. #1938 ojay2 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 14:39
    ยังไงแบบก็ยังเป็นภูติ
    #1,938
    0
  5. #1848 KiHaE*129 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 02:00
    ที่ปิดบังเพราะกลัวตัวเองทำให้มาร์คเจ็บตัวนี้เอง
    แบมๆ อ๊าา
    อยาคิดมากนะบอกมาร์คสิ
    มาร์คเข้าใจแบมๆ และไม่โทษแบมๆ อยู่แล้ว
    บอกเนียร์ก็ได้
    #1,848
    0
  6. #1803 Nuthathai Por (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 15:30
    ใช่เหรอ ทุกอย่างที่เกิดมันเกิดพลังของแบมจริงดิ

    แบบนี้แบมคงกลัวตัวเองมากแน่ ๆ เลย

    ไม่เอานะห้ามอยู่ห่างกับมาร์คนะ
    #1,803
    0
  7. #1754 BAMmiie (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 23:05
    ง่าา ร้องไห้เหลย มาร์ครักแบมมากๆอะเรารู้สึกได้ เจ็บขนาดนั้นยังตามมาหาแบมเลย โฮรววว ไม่เดา เพราะเราก็กลัว อ่าว55555
    #1,754
    0
  8. #1708 MandM (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 19:08
    แบมมีพลังพิเศษหรอ

    แบมอย่าคิดแบบนี้สิ

    อย่าห่างจากมาร์คนะ
    #1,708
    0
  9. #1640 Oni (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 12:47
    แบมคิดมากคิดว่าตัวอยู่ใกลมาร์คแล้วมาร์คจะเกิดเรื่อง

    วายยยยไม่นะอย่าให้แบมต้องห่างมาร์คเลยได้โปรด
    #1,640
    0
  10. #1586 Night sky★ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 มีนาคม 2559 / 20:11
    แบมเพ้อเจ้อ+ซื่อเกินไป เลยทำให้ตัวเองมโนว่ามีพลัง ทั้งที่บังเอิญ แต่ความจริงแค่อารมณ์แปรปรวนเพราะท้องใช่ไหมล่ะ ขอให้ท้องสาธุๆ
    #1,586
    0
  11. #1284 Wonny (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2558 / 01:32
    คุณภูติน้อยของเรามีพลังวิเศษติดตัวสินะ แล้วยังไงล่ะจะต้องทำตัวห่างมาร์คเพราะกลัวมาร์คได้รับอันตราย จะยิ่งไม่คิดถึงมาร์คหรอ
    #1,284
    0
  12. #1283 Chiaki04 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 11:50
    น้องแบมมีพลังพิเศษหรอ
    #1,283
    0
  13. #1282 MarkBam<3 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 11:45
    รอต่อนะ เดาไม่ถูก5555555
    #1,282
    0
  14. #1281 ♡iice93x2 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 22:40
    มีพลังวิเศษหรอ.. หรือรินที่มีพลังและเป็นคนทำ ยังไงไม่รู้ นี่ก็ไม่อยากเห็นน้ำตาของภูติน้อยเลย
    #1,281
    0
  15. #1280 Zniper.m (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 19:46
    ลูกป่ะเนี่ยยยยยย
    #1,280
    0
  16. #1279 Sushi_Tuan1a (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 11:08
    แบมเปนไรรรร
    #1,279
    0
  17. #1278 Kibibiza (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 22:18
    ลืมบอกเราไม่ชอบริน
    #1,278
    0
  18. #1277 Kibibiza (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 22:17
    อยากให้แบมได้มีโอกาสไปเรียน มีเพื่อน มีสังคมบ้างอะ
    สงสารแบมที่ติดมาร์คก็เพราะแบมไม่มีใครนอกจากมาร์ค
    ถ้าแบมได้มีเพื่อน พี่มาร์คจะหึงแบมบ้างมั้ย
    #1,277
    0
  19. #1276 PRATCHBX (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 20:14
    คิดว่าอาจจะเป็นพลังบางอย่างที่แบมเพิ่งจะมีก็ได้
    แล้วไม่ใช่ว่าจะไม่ยอมเข้าใกล้มาร์คหรอก...ใช่ไหม...
    #1,276
    0
  20. #1275 leen's world (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 19:19
    ต้องมีลูกสืบสกุลแน่นอน นี่มั่นใจมาก!55555
    ไม่ใช่ๆ ล้อเล่น555555 เราว่าแบมต้องได้รับอะไรบางอย่างเพิ่มอ่ะ อะไรไม่รู้เหมือนกัน /อ่าว/ มาแค่นี้แหล่ะเดาไม่ถูกแล้ว55555
    #1,275
    0
  21. #1274 yadara (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 12:42
    แบมแบมมีพลังจิตอะไรงี้ป่าว ไม่รู้จ้าาาา 5555 เดาไม่ถูกทางเลย ทีแรกคิดว่าท้องแต่ว่าตอนนี้คิดว่าไม่ท้องละเอนไปทางว่ามีความสามารถพิเศษอะไรซักอย่างงี้มากกว่า
    #1,274
    0
  22. #1273 karina (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 11:23
    น่าจะเป็นพลังของภูติลูกครึ่งที่อยู่ในท้องแบบอ่ะป่าวคะ

    แบบว่าเลยส่งผลมาที่แบมเวลามีอารมฉุนเฉียว

    บวกกับอายุที่ครบ 18 ปีด้วย

    โอ้ยลุ้นอ่าคะ

    เค้าถ่ายถูกไหม 5555
    #1,273
    0
  23. #1272 Nuk (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 10:22
    น้องแบมท้องอารมณ์เลยแปรปรวน และมีพลังป่ะค่ะเดาล้วนๆ😁😁😅😅
    #1,272
    0
  24. #1271 zhomao (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 09:59
    แบมแบมท้องป่าว อารมณ์เลยแปรป่วน
    #1,271
    0
  25. #1270 dada0627 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 01:00
    ใครจะช่วยแนะนำแบมได้หล่ะเนี่ย...แบมอย่าคิดจะห่างจากมาร์คเลยนะ T_T
    #1,270
    0