FIC BOY IN A JAR : { MARKBAM }

ตอนที่ 16 : BOY IN A JAR :: Always {END}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,672
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    20 ก.ย. 58

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
+

BOY  IN  A  JAR

MARK x BAMBAM

#FICJARMB


CHAPTER

- 15 -

( Always )


 

“สงสัยตรงไหนไหม ถามอาจารย์ได้เลยนะครับ”

 
 

 เสียงทุ้มเข้มของอาจารย์สอนพิเศษวิชาคณิตศาสตร์เอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบส่งไปยังลูกศิษย์ของตนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาขีดเขียนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่กับสมุดแบบฝึกหัดตรงหน้านานสองนาน น่าจะหลังจากที่เขาอธิบายหลักการวิธีคิดและยกตัวอย่างไปหลายสิบข้อในช่วงเวลาชั่วโมงกว่าๆที่ผ่านมา

 
 

“...”

 
 

ไม่มีสัญญาณตอบรับจากคนที่กำลังตกอยู่ห้วงความคิด ตัวเลขเป็นสิบเป็นร้อยคงกำลังวนเวียนหมุนไปมาอยู่ภายในหัวเล็กๆนั่นอยู่อย่างแน่นอนและนั่นมันก็ทำให้อาจารย์โจว คยูฮยอนหลุดขำออกมาในที่สุด

 

“ครับ?” เด็กหนอเด็ก...ตอนเรียกไม่รู้ตัวแต่พอเขาแอบขำดันเงยขึ้นมาทำหน้าทำตาเหรอหราซะงั้น

 

“อาจารย์ถามว่าเราไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามอาจารย์ได้เลยนะ”

 
 

“อ๋อ...ครับ!” เมื่อรับฟังเป็นที่เรียบร้อยเด็กดีก็ยิ้มกว้างผงกหัวรับอย่างจริงจังก่อนจะก้มลงไปแก้โจทย์ในหนังสือตรงหน้าต่อ โจว คยูฮยอนเองก็เหลือเวลาที่จะสอนเด็กตรงหน้าอีกไม่ถึงห้านาทีแล้วจึงเลือกที่จะปล่อยให้แบมแบมคิดเลขไปเงียบๆจนกว่าจะหมดเวลา

 
 

มองไปแล้วก็แอบสงสารอยู่เหมือนกันนะ เด็กตรงหน้าเขาทั้งผิวพรรณและหน้าตาก็จัดว่าดีเลยทีเดียวแต่ทว่ากลับโชคร้าย ประสบอุบัติเหตุเสียจนความจำเสื่อมส่งผลให้แบมแบมต้องออกจากโรงเรียนมาเริ่มต้นเรียนใหม่ทั้งหมดที่บ้านด้วยตัวเองแทนทั้งที่อายุสิบห้าแล้วแท้ๆ น่าเสียดาย

 
 

คุณมาร์คที่เป็นผู้ปกครองของแบมแบมบอกเขาเอง..

 
 

น่าสงสารจริงๆเลย

 
 

“แบมแบมครับ อาจารย์ไปแล้วนะ” เผลอคิดอะไรไปเพลินๆมองนาฬิกาอีกทีก็พบว่าหมดเวลาเรียนแล้วจึงเป็นคยูฮยอนเองที่ต้องบอกให้เด็กที่กำลังจริงจังกับการเรียนให้รู้สึกตัว และนั่นก็ทำให้ใบหน้าอ่อนวัยของนักเรียนตัวน้อยตรงหน้าเงยขึ้นมาแทบจะในทันทีก่อนที่ใบหน้าหวานจะฉีกยิ้มกว้างอย่างที่ชอบทำ

 
 

“ขอบคุณนะครับอาจารย์ วันนี้เรียนสนุกมากเลย!

 
 

“ครับ” แบมแบมน่ะก็น่ารักแบบนี้ทุกทีล่ะ...

 
 

นักเรียนคนเก่งลุกขึ้นยืนโค้งให้อาจารย์อย่างนอบน้อมในตอนที่โจวคยูฮยอนเก็บกระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืน มารยาทต่างๆที่ร่ำเรียนมาไม่เสียเปล่าเลยสักนิดเมื่อเป็นแบมแบม คนตัวเล็กเรียนรู้เร็วมากในแทบทุกด้าน แต่ด้านที่แบมแบมหัวช้าที่สุดน่ะหรอ...ก็คณิตศาสตร์นี่ไงล่ะ

 
 

“เฮ้อ...”

 
 

เมื่อเห็นว่าอาจารย์โจวคยูฮยอนเดินออกไปจนกระทั่งได้ยินเสียงปิดประตูดังตามมาแล้วแบมแบมก็ทิ้งร่างตัวเองลงไปบนเบาะรองนั่งที่พื้นเสียเต็มแรง ทำเอากลุ่มผมสีดำของเจ้าตัวกระจายไม่เป็นทิศเป็นทาง และแน่นอนว่าเจ้าตัวก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับมันแต่อย่างใด แขนเล็กยืดออกมาเพื่อขับไล่ความเมื่อยเกร็งออกไปก่อนจะฟุบแก้มยุ้ยของตัวเองลงบนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเตี้ยตรงหน้าเพื่อผ่อนคลาย

 
 

เดี๋ยวนี้นะแบมแบมเหนื่อยมากๆทุกวันเลย


 

แบมแบมรู้สึกว่าหลังจากวันที่เขาตัวโตขึ้นมา ซึ่งก็ผ่านมาเป็นเดือนแล้วนั่นน่ะ อะไรๆมันก็เปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็วไปจนปรับตัวรับแทบไม่ทันไปเสียหมด เอาง่ายๆเลยก็คือเรื่องที่พัก ตอนนี้แบมแบมไม่ได้อยู่ในห้องแคบๆในอพาร์ทเมนต์มาร์คเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าแบมแบมต้องแยกกับมาร์คหรอกนะ (ซึ่งแน่นอนว่าแบมแบมไม่ยอมแน่ๆ!) แต่เพราะว่ามาร์คน่ะพาแบมแบมย้ายมาอยู่ในที่ที่เขาเรียกกันว่า บ้านต่างหาก

 
 

“แบมแบม”

 
 

มาร์คบอกว่าไม่ได้ซื้อใหม่ แต่บ้านหลังนี้คุณแทมมี่ซื้อไว้ให้มาร์คตั้งนานแล้วแต่ว่ามาร์คน่ะไม่อยากเข้ามาอยู่ โดยให้เหตุผลกับแบมแบมเอาไว้ว่าบ้านมันใหญ่เกินไปสำหรับการอยู่คนเดียว ก็จริงนะ...ใครๆก็ไม่ชอบอยู่คนเดียวกันทั้งนั้นแหละ

 
 

“แบมแบม” เสียงทุ้มกระซิบแนบชิดใบหูด้านหลังคนที่กำลังฟุบหลับหลังจากที่เรียกไปแล้วครั้งหนึ่งตอนที่เปิดประตูห้องเข้ามาแต่ทว่าไร้สัญญาณตอบรับจากเจ้าตัวแสบที่ดูเหมือนกำลังฟุบหลับอยู่กับโต๊ะเตี้ยด้านใน กองหนังสือยังระเกะระกะไปหมด

 
 

“หือ...มาร์ค” แน่นอนว่าคนตัวเล็กสะดุ้งเพราะตกใจแต่พอเห็นว่าเป็นใครสองแขนเล็กก็ดันตัวเองลุกขึ้นขยี้ตางัวเงียก่อนจะอ้าปากหาวหวอดอย่างไม่สนใจว่าภาพตัวเองมันตลกมากแค่ไหนในสายตามาร์ค

 
 

“ง่วงหรือไง” ปลายนิ้วยาวจิ้มลงบนปลายจมูกรั้นที่แดงหน่อยๆเพราะการหาวเมื่อครู่ น้ำตาใสรื้นขอบตาเล็กหน่อยๆพอให้คนมองได้ใจสั่น แบมแบมส่ายหัวให้กับคำถามก่อนที่มาร์คจะหมดคำพูดไปเสียดื้อๆ

 
 

สิ่งหนึ่งที่ยังไม่เปลี่ยนก็คือความพูดน้อยของมาร์คนะ แบมแบมลืมบอกไป...


 

“ขอขนมกินหน่อยสิมาร์ค” เสียงหวานอ้อนให้คนฟังใจคอไม่ดียิ่งขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะวาดแขนขาวของตัวเองไปกอดรอบคอคนตัวโตตรงหน้าแล้วโถมเข้าใส่แบบไม่ออมแรงทำเอามาร์คหงายไปด้านหลังหน่อยๆก่อนที่ฝ่ามือใหญ่จะโอบเอวคอดเอาไว้เป็นการรองรับ

 
 

“เดี๋ยวก็แก้มระเบิดพอดี” มาร์คแกล้งเย้าให้คนตัวเล็กครางฮือในลำคอ ก็มาร์คน่ะสิไปหลอกแบมแบมว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่กินขนมมากเกินไปแก้มอูมๆของเจ้าตัวก็จะยิ่งบานออกเรื่อยๆก่อนที่จุดจบของมันคือการระเบิดจะมาถึงในที่สุด เล่นเอาคนตัวเล็กหลงเชื่อหวาดกลัวขนมไปเสียหลายวัน

 
 

“ไม่จริง มาร์คโกหก”

 
 

แต่ตอนนี้มาร์คหลอกแบมแบมไม่ได้แล้วล่ะ!

 
 

“ฮ่ะๆ” คนขี้แกล้งกดปลายจมูกลงบนกลุ่มผมนุ่มแรงๆไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นเขี้ยว ส่วนคนถูกลวนลามเองก็แกล้งงับเบาๆเข้าที่อกแกร่งของคุณศิลปินไปทีหนึ่งเหมือนกันเพื่อระบายความเขินที่เริ่มก่อตัว

 


“อยากกินขนมใช่ไหม”

 
 

“ใช่!” เสียงใสตอบรับแม้ว่าหน้าตัวเองจะยังซุกอยู่ที่อกแกร่งก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด

 
 

งั้นจูบก่อน

 
 

“มาร์ค!

 
 

เดี๋ยวนี้นะมาร์คทำแบบนี้ตลอดเลย...ขอให้ทำอะไรนิดหน่อยก็ต้องมีของแลกเปลี่ยนด้วย


 

เจ้าเล่ห์ชะมัด!

 


“เป็นกำลังใจไง มาร์คต้องวาดรูปหนักเลยนะเพื่อหาเงินมาซื้อขนมให้แบมเนี่ย” สรรพนามที่แบมแบมชอบฟังถูกมาร์คยกมาใช้เป็นการอ้อน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่กันที่มาร์คกลายมาเป็นพวกนิยมชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อหลอกล่อเด็กสิบห้าให้ทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่หน้าตาที่ดูเหมือนว่ากำลังจะคล้อยตามของแบมแบมนั้นน่ะ...มันทำให้มาร์คอดไม่ได้จริงๆ

 

“งั้น...ก็ได้” ทำปากยื่นปากยาวก่อนจะปิดเปลือกตาลงอย่างรู้งาน ท่าทางแบบนั้นน่ะมันทำให้มาร์คอยากฟัดให้จมเขี้ยวชะมัดยาด

 
 

“...” มาร์คอมยิ้มกับตัวเองก่อนจะค่อยๆยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ จงใจให้ลมหายใจของตัวเองรินรดลงไปบนแก้มเนียนของอีกฝ่ายอย่างจงใจ แอบเห็นว่าแบมแบมกัดริมฝีปากตัวเองเสียแล้วด้วยความประหม่า มาร์คเองก็ไม่อยากให้แบมแบมต้องคอยนานเขาเอื้อมมือไปจับไหล่เล็กๆเอาไว้ก่อนที่ริมฝีปากนุ่มหยุ่นจะกดทับลงไปบนริมฝีปากอิ่มตรงหน้าอย่างแผ่วเบา

 
 

แบมแบมเพิ่งสิบห้ามาร์ครู้ดี...แต่ในกรณีนี้แบมแบมสมยอมนะ ใช่ว่าเขาขืนใจเสียเมื่อไหร่


 

ก็แค่บอกใจตัวเองเอาไว้...


 

“อือ...” เสียงครางน้อยๆจากลำคอไม่ทำให้อารมณ์สะดุด มาร์คช่วงชิงลมหายใจคนตัวเล็กซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับว่าตัวเองเป็นแก้วก้นทะลุ ไม่ว่าจะเติมลงไปเท่าไหร่มันก็ไม่เต็มความต้องการเสียที แบมแบมเองก็ทำตัวเป็นเด็กดีไม่มีการผลักไสให้มาร์คออกไปเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังเอียงคอรับทุกสัมผัสอย่างเต็มใจไม่แพ้กัน

 
 

“...” แต่มาร์คเองก็รู้ดีว่าขีดจำกัดของคนตัวเล็กมีแค่ไหน ริมฝีปากของชายหนุ่มค่อยๆละออกมาอย่างแผ่วเบา ลอบมองเสี้ยวหน้าหวานด้วยแววตาสุดหวงแหนซึ่งน่าเสียดายแทนแบมแบมเสียเหลือเกินที่ไม่ทันได้เห็นเพราะยังมัวแต่หลับตาพริ้มอยู่แบบนั้น

 
 

“ไปกินขนมกันเถอะ” เสียงทุ้มกระซิบเบาๆทำให้คนตัวเล็กเบิกตาโพลงแล้วเด้งตัวลุกขึ้นยืนอย่างไว ผิดกับท่าทางอ่อนระโหยโรยแรงที่มีเมื่อก่อนหน้าราวกับเทปคนละม้วน

 
 

“กินขนม!

 

 
 

 

 

ตอนนี้เป็นเวลาค่อนไปทางบ่ายหน่อยๆ ตอนแรกมาร์คว่าจะเอาขนมให้แบมแบมกินตามที่เจ้าตัวขอแต่พอดูเวลาแล้วเลยเปลี่ยนเป็นมื้อเที่ยงที่หนักท้องกว่าขนมให้ดีกว่า ซึ่งเจ้าตัวเองก็ไม่คัดค้านแถมยังจัดการมื้อเที่ยงฝีมือมาร์คเสียจนหมดไม่มีเหลือให้คนทำต้องเสียน้ำใจแต่อย่างใด

 
 

“อิ่มจังเลย...” เสียงหวานพึมพำก่อนจะฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะกินข้าวเนื้อไม้ คงจะจริงอย่างที่ใครเขาว่าไว้ว่าพอหนังท้องตึงหนังตาก็จะเริ่มหย่อน แถมยังเป็นช่วงเวลาบ่ายๆแบบนี้ด้วยแล้ว

 
 

“ห้ามนอน ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลย” แต่มาร์คเองก็ไวกว่า ไม่ปล่อยให้แบมแบมได้ปิดเปลือกตาอย่างที่เจ้าตัวต้องการสองขายาวก็ก้าวเข้ามายืนด้านหลังเด็กชายตัวน้อยแล้วใช้นิ้วยาวๆของตัวเองเกี่ยวคอเสื้อยืดของอีกฝ่ายเป็นการบังคับกลายๆให้เงยหน้าขึ้นมา

 
 

“งือ มาร์ค...ใจร้าย”

 
 

“แล้วไง” มาร์คแกล้งทำเบะปากใส่อีกคนเหมือนกับว่าไม่แคร์ในสิ่งที่พูด ใจร้ายแล้วไงแบมแบมรักก็แล้วกัน

 
 

“ก็...”

 
 

ออดด..~

 
 

ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้เถียงอะไรออกมาเพิ่มเติมเสียงออดก็ดังขึ้นเสียจนทั้งสองคนต้องหยุดบทสนทนาอย่างกะทันหัน แบมแบมเปลี่ยนจากการต่อล้อต่อเถียงกับมาร์คมาเป็นชะเง้อชะแง้มองออกไปว่าเป็นใครกันที่มากดออดแต่แน่นอนว่ามันยากที่จะมองเห็นถ้านั่งอยู่ในมุมนี้

 
 

“เดี๋ยวฉันไปดูเอง” มาร์ควางมือลงบนกลุ่มผมดำออกแรงขยี้เบาๆก่อนที่จะเดินผละออกไปเพื่อดูว่าเป็นใครกันที่มากดออดในเวลานี้ ไม่ใช่อาจารย์สอนพิเศษของแบมแบมแน่นอนเพราะว่าวันนี้วิชาสุดท้ายที่คนตัวเล็กต้องเรียนก็คือวิชาคณิตศาสตร์ มาร์คจำได้หมดนั่นแหละเพราะว่าเป็นคนวางตารางเรียนทุกอย่างเองกับมือ

 
 

ก็ไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่หรอก...


 

แต่บางทีก็รู้สึกเหมือนกับว่าเราเป็นพ่อลูกกันยังไงยังงั้น...ก็แหงล่ะ แบมแบมอายุแค่สิบห้า ส่วนมาร์คน่ะเหรอ เล่นไปยี่สิบห้าแล้วล่ะ ถ้าพลาดพลั้งอะไรไปล่ะก็เข้าคุกข้อหาพรากผู้เยาว์ได้สบายๆเลย

 
 

“...” มาร์คเดินมาถึงประตูรั้วหน้าบ้านในที่สุด สีหน้าของเจ้าของบ้านดูไม่แปลกใจหรือตื่นตระหนกเท่าไหร่นักเมื่อเห็นหน้าของแขกที่มาเยือนในบ่ายวันนี้

 


“ไงมาร์ค ฉันกับยองแจมาเยี่ยม” เพราะว่าสองคนตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นแจ็คสันกับยองแจนั่นเอง จะแปลกหน่อยก็ตรงที่ยองแจในตอนนี้ไม่ได้ตัวเล็กเท่าฝ่ามือเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วเช่นเดียวกันกับแบมแบม แต่ก็ไม่สูงถึงกับแจ็คสันหรอก รุ่นราวคราวเดียวกันกับแบมแบมล่ะนะ

 
 

“เข้ามาสิ” มือใหญ่ขยับปลดกลอนออกแล้วเปิดต้อนรับแขกสองคนที่ดูเหมือนว่าวันนี้จะเปลี่ยนสไตล์การเดินทางจากรถยนต์ส่วนตัวของแจ็คสันมาเป็นมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่ดูจากท่าทางแล้วคงนั่งเบียดกันมาตลอดทางนี่แทน 

 
 

มาร์คหลบทางให้แจ็คสันขับรถเข้ามาจอดตรงลานว่างด้านในก่อนจะเดินกลับไปล็อคประตูตามเดิมเพื่อความปลอดภัย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เหมือนกันที่มาร์คกลายเป็นคนที่คำนึงถึงความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรกๆแบบนี้ อาจไม่ใช่เพราะตัวเขาเองแต่เป็นเพราะอีกคนที่อยู่ด้วยกัน

 
 

“มาร์ค แบมแบมอยู่ข้างในใช่ไหม” ยังไม่ทันจะได้เดินเข้าบ้านก็เป็นยองแจที่วิ่งเข้ามาเกาะแขนมาร์คแล้วถามด้วยท่าทางหน้าตาที่ทำให้มาร์คหวนนึกไปถึงวันเก่าๆที่เขาต้องจำใจพาแบมแบมไปทิ้งไว้ให้อยู่กับเจ้าเด็กคนนี้แทนแล้วก็รู้สึกหมั่นเขี้ยวจนอยากจะจับเขย่าแรงๆขึ้นมา

 
 

ไม่ใช่เกลียดขี้หน้าหรืออะไรหรอก...มาร์คหวงแบมแบม ก็แค่นั้น


 

“อยู่ในห้องครัวล่ะมั้ง เข้าไปหาสิ” พอมาร์คบอกพิกัดยองแจก็ไม่รอช้าวิ่งหายเข้าไปในบ้านมาร์คทันที เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สองคนนี้มาเยี่ยมมาร์คและแบมแบมที่บ้านจึงไม่ต้องนำทางไปให้ยุ่งยาก ทุกอย่างในบ้านมาร์คยองแจจำได้เกือบทุกระเบียดนิ้วเลยล่ะ

 
 

“เป็นไง สบายดี?” พอยองแจเดินหายเข้าไปด้านในแล้วก็เป็นแจ็คสันที่วางหมวกกันน็อคไว้บนเบาะรถก่อนจะหันมาถามมาร์คด้วยท่าทางสบายๆ นับเป็นเรื่องดีๆอีกหนึ่งเรื่องที่มาร์คเปลี่ยนจากการเกลียดขี้หน้าแจ็คสันมาเป็นการนับเพื่อนด้วยอย่างที่ไม่เคยคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นในชีวิตนี้

 
 

“ก็ดี”

 
 

“เออ ดีใจด้วยว่ะ” แจ็คสันพูดออกมาจากใจจริงแม้หน้าตาจะดูกวนไปบ้างเวลาพูดอะไรแต่ละอย่าง เพราะสภาพมาร์คตอนนี้ก็ดูดีขึ้นกว่าช่วงนั้นที่มีปัญหากันมากๆ ตอนนั้นทั้งโทรมทั้งนิ่ง ไร้วิญญาณเสียยิ่งกว่าคนตาย

 
 

“เข้าบ้านก่อนดิ” และมาร์คก็ทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีเชิญให้แขกเดินตามเข้ามาด้านในแม้จะรู้สึกเหมือนกับว่าแจ็คสันหวังกำลังมีอะไรบางอย่างที่อยากคุยกับมาร์คตอนนี้ก็เถอะ...อ่านออกไม่ยากหรอกไอ้แววตาสับสนที่ฉายชัดแบบนั้นน่ะ

 
 

“แจ็คสัน!

 
 

เสียงเล็กแหวออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นว่าอีกคนที่เดินเข้ามาพร้อมกันกับมาร์คไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นแจ็คสันหวังนั่นเอง แบมแบมดีใจนะที่ในที่สุดมาร์คก็ยอมญาติดีกับแจ็คสันน่ะ บอกแล้วไงว่าแจ็คสันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรอย่างที่มาร์คว่าซะหน่อย

 
 

“ว่าไงตัวเล็ก มากอดที”

 
 

พอได้ยินแบบนั้นแบมแบมก็ไม่รอช้าถลาเข้าหาคนร่างหนาที่ยืนอ้าแขนรอในทันที ได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มๆจากลำคอมาร์คต้วนก่อนที่คุณเจ้าของบ้านจะเดินหายเข้าไปในห้องครัวปล่อยให้แบมแบมอยู่เล่นกับแจ็คสันและยองแจไปก่อน

 
 

“เป็นไง ได้ข่าวว่าไอ้มาร์คให้เรียนหนักเลยเหรอ” แจ็คสันแกล้งถามเย้าตอนแบมแบมผละออกจากอก ใบหน้าหวานเบะลงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับ

 
 

“แต่ไม่เป็นไรหรอก แบมแบมเรียนจะได้เก่งๆมาร์คบอก” แต่สุดท้ายเด็กดีก็ยังเป็นเด็กดี ไม่ว่าอะไรก็ตามที่มาร์คบอกว่ามันดีสำหรับแบมแบมและอยากให้คนตัวเล็กทำเขาก็ยอมทำทุกอย่างนั่นแหละ แบมแบมแคร์มาร์คมากๆเลยนะ ไม่อยากให้มาร์คต้องผิดหวังด้วย

 
 

“เด็กดีจริงๆ ยองแจหัดดูไว้เป็นตัวอย่างบ้างนะ!” ประโยคท้ายเหมือนจะหันไปพูดกับยองแจที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงหน้าแทน แบมแบมเองก็หันไปมองคนที่ถูกพาดพิงด้วยรอยยิ้มเต็มแก้ม...ยองแจโตแล้วดันสูงกว่าแบมแบมซะงั้นแหละ ได้ยังไงกัน

 
 

“เงียบไปเลยน่าแจ็คแจ็ค!

 
 

“บอกว่าถ้าอยู่นอกบ้านห้ามตะคอกกันไง เงียบไปเลยนะนายน่ะ” แจ็คสันถลึงหน้าถลึงตายกใหญ่เมื่อยองแจทำท่าทางกวนประสาทกลับมา เหมาะสมกันอยู่นะคู่นี้น่ะในความคิดของแบมแบม

 
 

“แบมแบมมาเล่นกับยองแจดีกว่า อยู่กับแจ็คแจ็คมากๆเดี๋ยวก็ประสาทตายพอดี”

 
 

ว่าจบก็ไม่รอช้า ลุกขึ้นมาฉุดแขนแบมแบมให้เซถลาลงไปนั่งบนโซฟาข้างๆตน ไม่วายส่งค้อนวงโตไปให้แจ็คสันอีกต่างหาก ส่วนคนโดนงอนเองก็ได้แต่ยืนเกาหัวแกรกด้วยความงุนงง

 
 

“เออนี่แบมแบม! แจ็คแจ็คซื้อมือถือให้ยองแจด้วยล่ะ นี่ไง”

 
 

“หือ...”

 
 

แจ็คสันเองสังเกตว่าภูติทั้งสองหลุดเข้าสู่โลกส่วนตัวกันไปแล้ว ไม่มีใครสนใจเขาที่ยืนอยู่ตรงนี้อีกต่อไป ส่วนมาร์คเองก็คงเข้าไปเตรียมของว่างมาให้ยองแจแบมแบมและเขาอยู่ในครัว เมื่อคิดได้อย่างนั้นสองขาก็เริ่มที่จะก้าวตรงไปทางห้องครัวแทน

 
 

“...”

 
 

และก็จริงอย่างที่คิดเมื่อเห็นว่ามาร์คกำลังก้มๆเงยๆหยิบจานวางขนมใส่ลงไปอยู่อย่างไม่เร่งรีบนัก ไม่รู้ว่ามาร์ครู้ตัวหรือไม่ที่เขาเดินเข้ามาใกล้จนเกือบจะชิดหลังอีกฝ่ายแบบนี้ แต่มีดในมือของชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังใช้หั่นแอปเปิ้ลอยู่นั้นก็ชวนให้หวาดเสียวอยู่ไม่น้อย

 
 

“มีอะไรก็ว่ามา”

 
 

“...”

 
 

นั่นไง...มาร์ครู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วจริงๆว่าเขามีเรื่องอยากจะคุยด้วย


 

“ตลอดเลยว่ะ...ช่วยแกล้งโง่ให้ฉันดูฉลาดสักทีจะได้มั้ย”

 
 

“เรื่องดีหรือเรื่องไม่ดีล่ะ” มาร์ควางมีดก่อนจะหันกลับมามองหน้าแจ็คสัน สีหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงอาการนั้นทำให้เดาไม่ออกว่าคนตรงหน้ากำลังรู้สึกอย่างไร ถึงแม้ว่าจะญาติดีกันแล้วแต่แจ็คสันก็ยังอ่านมาร์คไม่ออกทั้งหมดหรอกนะ

 
 

“จะว่าไงดีล่ะ...ก็ ค่อนไปในทางที่...ไม่ดีล่ะมั้ง” มาร์คถอนหายใจออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้นแต่ก็ยังไม่พูดแทรกอะไร

 
 

“เมื่อสองสามวันก่อนนี้ไง ฉันเฝ้าตึกอยู่...แล้วจู่ๆก็มีผู้หญิงคนนึงแต่งตัวดีมากเดินเข้ามายื่นกระดาษใบนึงให้ฉัน...” แจ็คสันเว้นวรรคไประหว่างลอบมองสีหน้าของมาร์คที่เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

 
 

“ตอนแรกฉันนึกว่าเขาจะมาติดต่อเรื่องเช่าห้อง อีกใจก็คิดว่าเขาอาจจะมาขอเบอร์ฉันหรือเปล่า”


 

“แต่ก็เปล่าว่ะ” แจ็คสันเบ้ปากหน่อยๆเมื่อคิดไปถึงเหตุการณ์ตอนนั้น สาวสวยคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับกระดาษและปากกาในมือ ก็ขอนึกหลงตัวเองไปหน่อยแล้วกัน


 

“แล้วเขามาทำไม” มาร์คเริ่มขมวดคิ้วมุ่น ในใจเริ่มสร้างเค้าโครงของคนๆหนึ่งขึ้นมาแล้วล่ะแต่ว่ายังไม่แน่ใจก็เท่านั้น


 

“เขาเอากระดาษนี่ มาฝากไว้ที่ฉัน” แจ็คสันตอบชัดถ้อยชัดคำก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนของตัวเองเพื่อล้วงเจ้ากระดาษที่ว่านี่ขึ้นมา


 

“เขาบอกฉันว่าเขาชื่อ คิมจีอา เป็นแฟนของมาร์คต้วน แต่ช่วงหลังมาเธอติดต่อมาร์คต้วนไม่ได้เลยเอามาฝากไว้ที่ฉัน ถ้าเจอมาร์คต้วนเมื่อไหร่ให้รีบเอากระดาษใบนี้ให้ทันที” แจ็คสันพูดไปตามที่หญิงสาวบอกโดยไม่มีเสริมเติมแต่ง เธอบอกเอาไว้แบบนี้จริงๆก่อนจะเดินออกไป ทำเอาแจ็คสันงงเป็นไก่ถูกดีดจนตาแตกอยู่นานสองนานว่ามาร์คมันแอบไปมีแฟนตอนไหน


 

“เขาไม่ใช่แฟนฉัน” มาร์คปฏิเสธเสียงแข็งเป็นอันดับแรกหลังจากที่ฟังจบ นึกไปถึงวันที่ตกลงกันคิมจีอาก็ดูเหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่มาร์คพูดแล้วไม่ใช่หรือไงกัน

 


“...”


 

ทว่าจู่ๆชายหนุ่มสองคนที่กำลังยืนหน้าเคร่งอยู่ในห้องครัวก็มีอันต้องหันขวับไปมองทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียงโดยอัตโนมัติ มันฟังเหมือนเป็นเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังออกแรงวิ่งไปจนเกิดเสียงสวบสาบขึ้นมาท่ามกลางห้องที่เงียบเชียบ ก่อนคนที่ยืนอยู่ในตำแหน่งที่เห็นชัดกว่ามาร์คอย่างแจ็คสันจะออกอาการตาลีตาเหลือกเมื่อเห็นด้านหลังคนที่วิ่งออกไปว่าเป็นใคร


 

“มาร์คชิบหายแล้วว่ะ... แบมแบมได้ยินที่เราคุยกัน!


 

“แม่งเอ้ย!” เสียงทุ้มสบถออกมาเมื่อสิ่งที่คิดไว้มันกลับเป็นความจริง มาร์คไม่รอช้ารีบออกแรงวิ่งตามอีกฝ่ายออกไปหลังจากที่แจ็คสันพูดจบ เห็นแผ่นหลังไวไวว่าขึ้นไปทางชั้นสองของบ้านมาร์คก็ยิ่งเป็นห่วง


 

แบมแบมอย่าวิ่งขึ้นบันไดแบบนั้นสิ...ให้ตายเถอะ!


 

“มะ...อ้าว” ยองแจที่เพิ่งเดินตามเข้ามากำลังจะเอ่ยปากเรียกมาร์คเพื่อถามหาแบมแบมที่บอกว่าจะมาตามมาร์คให้เอาขนมออกไปข้างนอกได้แล้ว แต่ว่าพอแบมแบมกลับหายไปตั้งนานสองนาน เหลือยองแจนั่งเหงาอยู่คนเดียวก็เลยตัดสินใจเดินมาตามอีกคน

 
 

แต่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ตอนนี้มันดูโกลาหลแปลกๆยังไงก็ไม่รู้สิ...


 

“มาร์คไปไหนอะแจ็คแจ็ค” คนตัวเล็กหันกลับไปถามแจ็คสันที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องครัวแทนเมื่อเห็นว่ามาร์ควิ่งขึ้นไปชั้นสองเสียแล้วโดยไม่สนใจเสียงเรียกของเขาก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย


 

“ก็...งานมันเข้านิดหน่อยน่ะ”


 

บ้านก็ไม่ใหญ่มากแต่พอได้ลองวิ่งแล้วกลับเหนื่อยเสียจนมาร์คต้องหอบหายใจเข้าลึกๆขณะที่วิ่งมาหยุดอยู่บริเวณหน้าประตูห้องนอนของเขาที่ใช้รวมกันกับแบมแบม มาร์คไม่ห่วงเรื่องล็อคประตูเพราะเชื่อว่าแบมแบมจะมีเหตุผลพอที่จะเลือกไม่ทำแบบนั้น มาร์คไม่ชอบให้แบมแบมล็อคห้องข้อนั้นเคยสอนกันมาแล้ว


 

แกรก...


 

แต่ที่มาร์คไม่วางใจก็คงเป็นอารมณ์ของแบมแบมในตอนนี้ต่างหาก แน่นอนว่าความไม่พอใจคงมีอยู่มาก แต่ความรู้สึกเล็กๆน้อยๆที่มากไปกว่านั้นมันช่างเปราะบาง และมาร์คก็กลัวเหลือเนว่าเขาจะเผลอไปทำลายหรือบั่นทอนมันเข้าโดยไม่ได้เจตนา


 

“...”

 


แผ่นหลังเล็กนั่งหันหลังให้เขาอยู่บนเตียง ภาพที่เห็นทำให้มาร์คหน้าชาวูบขาที่เตรียมจะเก้าเข้าไปชะงักกึกเมื่อภาพซ้อนทับบังเอิญเกิดขึ้นในหัว ภาพในคืนนั้นที่แบมแบมกลับมาห้องแล้วพบว่าเขาอยู่กับคิมจีอา...แบมแบมเสียใจ และนั่งหันหลังให้เขาอยู่บนเตียงกว้างแบบเดียวกันกับตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน


 

แต่ครั้งนี้มันจะไม่มีทางแย่แบบนั้นแน่นอน


 

“แบมแบมครับ”

 
 

 เขารู้ว่าเขาอาจจะดูเป็นคนเห็นแก่ตัวที่เลือกใช้คำหวานในตอนที่ต้องการจะทำดีกับคนตัวเล็ก ไม่ใช่ว่าฝืนใจแต่มันก็เป็นเพราะความเคยชิน มาร์คไม่เคยทำอะไรแบบนี้หรอกดังนั้นเวลาคิดจะทำในยามปกติมันก็รู้สึกขัดเขินในความรู้สึกของตัวเองแปลกๆ


 

“ห...หืม” มาร์คถอนหายใจ อย่างน้อยแบมแบมก็ยังตอบรับเขา ไม่นิ่งเงียบไปเหมือนกับวันนั้น

 


มาร์คเลือกที่จะไม่พูดอะไรแต่ค่อยๆสาวเท้าเข้าไปใกล้คนที่นั่งอยู่บนเตียง แผ่นหลังที่ดูยาวขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเพราะอาหารที่ช่วยบำรุงจากมาร์คปรากฏอยู่ในระยะสายตา แรงยวบจากด้านข้างทำให้คนตัวเล็กรู้ว่ามาร์คกำลังนั่งลงอยู่ข้างเขาแต่ใบหน้าหวานก็ยังไม่หันกลับไปมอง ความรู้สึกบอกไม่ถูกแบบนี้แบมแบมรู้สึกว่ามัน...น่าอายเหลือเกินที่จะบอกมาร์คไปตรงๆ


 

“แบมแบม ได้ยินหมดแล้วใช่ไหม” มาร์คเลือกถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แบมแบมนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่กลุ่มผมสีดำจะผงกรับขึ้นลงช้าๆ

 


“แล้วรู้ไหมว่ามันไม่ใช่ความจริง”

 


คราวนี้แบมแบมเป็นฝ่ายนิ่งไป ทบทวนกับตัวเองแล้วก็รู้ว่าตัวเองน่ะรู้ดีว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แฟนมาร์ค...แฟนมาร์คก็แบมแบมนี่ไง ยังไงก็ไม่ยอมให้ใช้ร่วมกันกับคนอื่นหรอก แต่ที่ไม่พอใจน่ะเหรอ...นั่นสิ


 

เป็นเพราะอะไรกัน?


 

“แบมแบมรู้...”

 
 

เสียงเล็กตอบออกมาเบาแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน มาร์คก็พอจะเดาอารมณ์แบมแบมออกบ้างแล้ววงแขนใหญ่จึงกล้าที่จะโอบรวบเอาคนที่นั่งหันหลังเข้ามาในอ้อมกอดตามด้วยการเอาคางของตัวเองวางลงไปบนกลุ่มผมนั่นอย่างที่ชอบทำ


 

“แต่มันก็...โกรธ” แบมแบมขมวดคิ้วกับตัวเองตอนที่พูดประโยคนี้ ไม่เข้าใจจริงๆนะว่าทำไมเขาถึงโกรธมาร์คมากๆเลยตอนที่ได้ยินแบบนั้น...ทั้งที่ความจริงแล้วมาร์คก็ไม่ได้ผิดอะไรนี่นา


 

“ผู้หญิงคนนั้นไม่มีความหมายสำหรับฉันเท่านายหรอกนะ ฉันอยู่กับนายตลอดเวลาแบบนี้ยังไม่เชื่อใจกันอีกหรือไง” นับเป็นประโยคที่ยาวมากสำหรับมาร์คประโยคหนึ่งเลยก็ว่าได้ คนตัวเล็กในอ้อมกอดเองก็รับฟังด้วยความรู้สึกที่ค่อยๆเต็มตื้น เม้มปากแน่นซ่อนรอยยิ้มที่จะหลุดออกมาเอาไว้เสียจนเต็มแก้ม


 

เชื่อใจกันหรือเปล่า...ที่รัก


 

สุดท้ายแล้วมาร์คต้วนก็งัดเอาไม้ตายออกมาใช้เสียจนแบมแบมแทบจะละลายไปในอ้อมอกอุ่นๆนั่นเสียให้ได้ คำกระซิบหวานหูแกมหยอกล้อทำให้คนตัวเล็กต้องหลุดขำออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ไม่บ่อยเลยนะที่มาร์คจะยอมทำอะไรแบบนี้...แบบที่แบมแบมชอบน่ะ มาร์คเคยบอกว่ามันดูไม่เหมาะกับตัวเองยังไงก็ไม่รู้ก็เลยหลีกเลี่ยงที่จะพูดมันตลอด


 

แต่แบมแบมคิดว่าแบบนี้น่ะ...มันทำให้มาร์คน่ารักขึ้นล้านเท่าเลยล่ะ!


 

“อื้อ...เชื่อสิ”





 

ก๊อก! ก๊อก!

 



แต่ทว่าคู่รักข้าวใหม่ปลามันยังไม่ทันจะได้หยอดคำหวานให้เลี่ยนกันไปมากกว่านี้เสียงเคาะประตูจากด้านนอกก็ดังขึ้นเสียจนคนตัวเล็กในอ้อมกอดของมาร์คสะดุ้งเฮือก เอี้ยวตัวหันกลับไปมองทางบานประตูที่ปิดสนิทแล้วก็ถอนหายใจออกมา นึกขอบคุณที่มาร์คล็อคประตู ไม่อย่างนั้นถ้าเป็นแจ็คสันหรือยองแจเปิดเข้ามาแล้วเห็นแบบนี้เข้าแบมแบมคงโดนล้อไปอีกหลายวันแน่ๆเลย

 
 

“เฮ้ย! ไอ้สองคนข้างในน่ะออกมาได้แล้วมั้ง ง้อกันอีท่าไหนอยู่เนี่ย”


 

“น้องยังเด็กโว้ยน้องยังเด็ก ไอ้มาร์คได้ยินกูไหม!

 


เชี่ย...


 

มาร์คสบถในใจรวมไปถึงแอบตกใจอยู่หน่อยๆที่เสียงนั้นมันคล้ายกับเสียงอิมแจบอมเสียเหลือเกิน อ่า อย่าเรียกว่าคล้ายเลย...ให้เรียกว่าใช่ชัวร์ๆร้อยเปอร์เซ็นต์เลยจะถูกต้องกว่า


 

“มาร์ค แจบอมมาเหรอ”

 


“คงงั้น” ดวงตากลมเงยขึ้นมองมาร์คอย่างใสซื่อ แล้วมาร์คจะห้ามใจตัวเองได้นานแค่ไหนกัน จมูกโด่งกดลงไปบนแก้มนิ่มดังฟอดก่อนจะผละออกไปยืนข้างเตียงจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่เข้าทาง แบมแบมเองก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ เจ้าตัวเล็กคลานลงมาจากเตียงก่อนจะใช้มือตัวเองสางผมลวกๆก่อนจะเดินออกไปเปิดประตูให้อิมแจบอมที่คาดว่าน่าจะยืนอยู่หน้าประตูนั่นล่ะ


 


 

“ไงไอ้ตัวเล็ก”


 

“...” แจบอมก็ยังเป็นแจบอมคนเดิม ถึงแม้ว่าแบมแบมจะโตและสูงขึ้นกว่าเดิมมากแล้วแต่สรรพนามที่อิมแจบอมใช้เรียกแบมแบมก็ยังไม่ผิดเพี้ยนไปแม้แต่น้อย และเช่นกันว่าความไม่ชอบใจอิมแจบอมของแบมแบมก็ยังมีอยู่เต็มเปี่ยมเหมือนกัน


 

“ไม่เห็นโทรบอกว่าจะมา” เป็นเสียงมาร์คที่เดินตามมาด้านหลังแบมแบมตอบกลับไปแทน


 

“อ๋อ...ตอนแรกกูก็ว่าจะไม่มาหรอก แต่พอดีว่าเกิดเหตุกะทันหัน...” อิมแจบอมพูดด้วยสีหน้าท่าทางที่ทำให้มาร์คเริ่มไม่ไว้ใจขึ้นมา แต่ยังไม่ทันถามอะไรต่อเสียงแบมแบมตะโกนเรียกชื่อคนรักของอิมแจบอมก็ดังลั่นขึ้นเสียจนทุกคนต้องหันไปมองเป็นทางเดียวกัน

 


“เนียร์! คิดถึง!

 

มันน่าน้อยใจไหมล่ะ...ทีอิมแจบอมนี่นิ่งเป็นเห็นธาตุอากาศเชียว


 

“มาหาแล้วนี่ไง คิดถึงจังเลยตัวเล็กกก”


แล้วสองแม่ลูกเขาก็โผเข้าหากันเหมือนกับว่าไม่ได้เจอกันมาแรมปี อิมแจบอมที่มองอยู่เห็นว่าสบโอกาสแล้วก็รีบลากมาร์คให้เดินห่างออกมาจากคนทั้งคู่ หันกลับไปมองจนแน่ใจแล้วว่าเนียร์คงจะดึงความสนใจแบมแบมจากมาร์คไปได้สักพักอิมแจบอมก็เริ่มกระซิบกระซาบทันที

 

 

มาร์ค กูว่ามึงงานเข้า




50%



 

“อะไร” มาร์คขมวดคิ้วมุ่นตอนที่ไอ้เพื่อนรักของเขามันยื่นหน้าเข้ามาเสียใกล้แล้วกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างให้ฟัง

 
 

“เมื่อกี้มีผู้หญิงคนนึงมาหากูกับเนียร์ที่บ้านเลย เขาบอกว่าเขารู้ว่ากูเป็นเพื่อนมึง” เพียงแค่นี้มาร์คก็อยากจะร้องอ๋อออกมาเสียงดังๆ ทำไมกันนะ...ต้องการอะไรจากเขากันแน่

 
 

“คิมจีอาใช่ไหม” มาร์คถามออกไปเสียงนิ่งและคำตอบที่ได้รับก็คือใบหน้าเข้มๆของอิมแจบอมที่ผงกรับ

 
 

“ตอนนี้เขาอยู่ตรงสวนหน้าบ้านมึง ออกไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องเถอะกูว่า”

 
 

“...” มาร์คนิ่งไปเมื่อรู้ว่าตอนนี้คิมจีอาอยู่ในบ้านของเขาด้วย นี่มันวันอะไรกันทำไมเหมือนทุกคนต้องมามะรุมมะตุ้มกันที่บ้านเขาด้วย เรื่องน่าปวดหัวก็เยอะขึ้นตามจำนวนคนที่มาจริงๆ

 


นี่ไงล่ะเหตุผลที่มาร์คเกลียดการเข้าสังคมเอาเสียมากๆ


 

“เดี๋ยวกูจัดการเอง” มาร์ครับคำก่อนจะผละออกจากอิมแจบอมไปหาคนรักที่ยังคุยจ้ออยู่กับปาร์คจินยองโดยไม่รู้เรื่องรู้ราว เพิ่งจะเคลียร์กันเข้าใจไปเมื่อไม่กี่นาที ถ้าต้องมาผิดใจกันอีกมันก็คงบั่นทอนความเชื่อใจของเราไปบ้างไม่มากก็น้อย...ซึ่งมาร์คจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น

 
 

“แบมแบม มานี่หน่อย” มาร์คเอื้อมไปจับกุมมือคนรักเอาไว้แน่นก่อนจะพาเดินลงบันไดไปยังชั้นล่างของบ้านโดยมีสายตาของปาร์คจินยองและอิมแจบอมมองตามไปอย่างเป็นห่วงปนกับความไม่เข้าใจ จินยองเองพอมองคนทั้งคู่จนลับสายตาไปแล้วก็หันกลับไปมองคนรักของตัวเองบ้างเหมือนต้องการคำตอบแต่มันก็ว่างเปล่าเมื่อแจบอมก็ทำเพียงแค่ยกไหล่ให้เท่านั้น

 
 

ขออย่าให้ทะเลาะกันใหญ่โตอีกแล้วกัน

 

 

แบมแบมกำลังเดินตามมาร์ค ไม่รู้เหมือนกันว่ามาร์คจะพาไปไหนหรือทำอะไร เดินผ่านห้องนั่งเล่นที่มีแจ็คสันกับยองแจนั่งล้วงป๊อปคอร์นในถ้วยใหญ่ดูหนังกันอย่างสบายอารมณ์ ยองแจพอเห็นเขาเดินผ่านไปก็ทำท่าเหมือนจะเรียกแต่ก็ถูกแจ็คสันเอามือปิดหน้าไปเสียก่อน


 

“มาร์ค...จะทำอะไรเหรอ” เมื่อไม่เข้าใจก็หันไปถามคนตัวโตที่เอาแต่เดินเงียบไม่พูดไม่จา แบมแบมไม่ชอบเลยนะเวลาที่เหมือนทุกคนรู้อะไรแต่แบมแบมกลับไม่รู้อยู่คนเดียวแบบนี้น่ะ


 

“กำลังจะทำให้เรื่องทุกอย่างจบ นายจะได้ไม่ต้องเสียใจเพราะมันอีก”


 

อ่า...แบมแบมบอกได้คำเดียวว่า ไม่เข้าใจอย่างแรง


 

จนสุดท้ายแล้วก็ออกมาถึงบริเวณสวนหย่อมเล็กๆก่อนถึงรั้วหน้าบ้าน บนชิงช้าไม้ตัวใหญ่ปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่นิ่งๆ สายตาของเธอมองเหม่ออกไปจนกระทั่งมาร์คพาแบมแบมเดินเข้าไปใกล้เธอคนนั้นเรื่อยๆจึงเห็นได้ชัดว่านั่นคือ

 
 

“คิมจีอา”


 

“...”


 

“มาร์ค!” หญิงสาวหันขวับแทบจะในทันทีที่ได้ยินเสียงมาร์ค เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะส่งรอยยิ้มไปให้ทั้งแบมแบมและมาร์คต้วน


 

“มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ...ถ้าเรื่องภาพช่วงนี้ผมคงต้องขอโทษด้วยนะ เพราะว่าช่วงนี้ผมพักงานอยู่” มาร์คตอบไปตามตรง เขาอยากพักงานวาดไปสักพักเพราะอยากมีเวลาดูแลแบมแบมได้เต็มที มือใหญ่ค่อยๆเอื้อมเข้าไปสอดประสานกับมือเล็กที่เย็นเชียบอย่างแผ่วเบา


 

“อ๋อ...ไม่ใช่เรื่องงานหรอกค่ะ”


 

“จีอาอยากคุยเรื่องส่วนตัวกับมาร์คนิดหน่อย” เธอยังคงพูดจาดี สุภาพและดูสง่า แบมแบมทำได้แค่ลอบมองแต่ไม่กล้าที่จะจ้องตรงๆเลยสักที แบมแบมเกลียด...เกลียดที่ตัวเองกำลังคิดว่าคิมจีอาสวยและก็ดูเหมาะสมกับมาร์คไปเสียทุกด้าน...


 

“ผมคิดว่าผมบอกไปชัดเจนแล้ว” แต่แน่นอนว่ามาร์คจะไม่มีทางปล่อยให้เธอมาทำลายความสัมพันธ์ของมาร์คกับเจ้าตัวเล็กนี่หรอก เขาสัมผัสได้ว่าคนข้างกายเขากำลังขาดความมั่นใจ แบมแบมกำลังก้มหน้าแถมมือเล็กๆนี่ก็ยังเย็นเฉียบราวกับกำลังยืนอยู่ในที่หนาวเหน็บ


 

“มาร์คคะ...จีอาขอคุยกับมาร์คแค่สองคนได้ไหม”

 


“ม...มาร์คไปคุยกับเขาเถอะ เดี๋ยวแบ...”

 


“ชู่ว” เสียงเล็กสั่นไหวกำลังบอกให้มาร์คไปคุยกับคิมจีอา มันเป็นอะไรที่ฝืนใจตัวเองมากที่สุดและแน่นอนว่ามาร์ครู้ดี ปลายนิ้วยาวยื่นไปแตะปากอิ่มให้หยุดพูดในสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกของตัวเองเสียที


 

“คุณจีอา ผมคงคุยส่วนตัวกับคุณไม่ได้...ผมมีคนรักแล้ว” มาร์คพูดออกไปนิ่งๆ แต่ก็เห็นว่าคิมจีอาดูเหมือนจะตกใจอยู่ไม่น้อยกับสิ่งที่ได้ยิน

 


“คะ?”

 


“เด็กคนนี้เป็นคนรักผม และเขาก็กำลังเสียใจที่คุณกำลังทำแบบนี้” แบมแบมเหลือบมองมาร์ค รู้สึกเหมือนว่าตัวเองได้เห็นมาร์คในมุมใหม่ หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นระรัวแถมริมฝีปากก็แห้งผากไปหมด

 


มาร์คกล้าบอกคนอื่นอย่างเต็มปาก...ว่าเป็นแฟนแบมแบม


 

“พอเถอะนะครับ” สุภาพแต่เด็ดขาด มาร์คพูดไปโดยปราศจากความตะขิดตะขวงใจใดๆ เขาเพียงต้องการชัดเจนและทำให้แบมแบมสบายใจมากที่สุด

 
 

“เห!...มาร์ค จริงเหรอคะ” จังหวะนี้เองที่แบมแบมเหลือบขึ้นมองคิมจีอา เห็นว่าเธอยกมือขึ้นปิดปากแล้วหลุดยิ้มออกมาแต่ทว่าดวงตาของเธอก็ฉายแววปิดหวังออกมาไม่มิดนักหรอก


 

“โอ้...จีอานึกว่าเขาเป็นน้องชายคุณ ฮ่าๆ ขอโทษนะคะ” ถึงแม้ว่าประโยคแรกๆจะไม่ค่อยเข้าหูคนฟังอย่างแบมแบมสักเท่าไหร่ และประโยคหลังที่เหมือนกับว่าคิมจีอาพูดกับแบมแบมโดยเฉพาะก็ทำให้คนตัวเล็กหลบสายตาแทบจะในทันทีก่อนจะพยักหน้ารับเร็วๆไปสองสามที


 

“...”

 


“ขอโทษนะคะมาร์คที่ไม่ถามก่อน ฉันนึกว่าคุณยัง อ่า...ให้ตายเถอะ รู้สึกเสียหน้าจัง” เธอก้าวถอยหลังไปนิดหน่อย พยัก
หน้ารับเข้าใจในสิ่งที่มาร์คบอก


 

 เธอคิดว่ามาร์คยังไม่มีใครก็เลยคิดว่าจะลองขอเชื่อมความสัมพันธ์อีกครั้งก็เท่านั้น ผู้ชายคนอื่นไม่มีใครสุภาพและให้ความรู้สึกสบายใจได้เท่ากับตอนที่เธออยู่กับมาร์คเลยสักคนเดียว คิมจีอาก็เลยรู้สึกอยากกลับมาเริ่มคุยใหม่อีกครั้งเพราะครั้งก่อนเป็นเธอเองที่ยื่นข้อเสนอบ้าๆไป และมันก็ผิดคาดที่ชายหนุ่มคนนี้ปฏิเสธ

 
 

และตอนนี้มันก็สายเกินไป


 

แต่ถ้าเอาตามจริงคิมจีอาไม่ได้สายเกินไปหรอก...เพราะในเวลาของมาร์คน่ะไม่ได้มีเธอมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว


 

“ถ้าอย่างนั้นจีอาขอตัวก่อนนะคะมาร์ค...แล้วก็แฟนมาร์คด้วย” คิมจีอายกยิ้มที่ดูเศร้าอยู่ในทีก่อนที่เธอจะเตรียมตัวหันหลังกลับไป กระเป๋าถือสีเรียบบนชิงช้าไม้ที่เธอนั่งก่อนหน้าถูกเจ้าของหยิบขึ้นมาไว้ในมือก่อนที่เรียวขาสวยจะก้าวฉับออกไปอย่างรวดเร็ว

 
 

“มาร์ค...ดูใจร้ายจังเลย” แบมแบมที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดที่ดูรวดเร็วเสียเหลือเกิน เพราะรู้สึกตัวอีกทีพื้นที่ตรงนี้ก็เหลือแค่เขากับมาร์คเพียงแค่สองคนเสียแล้ว แถมยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารคิมจีอาขึ้นมา เธอดูเป็นคนเข้าใจเหตุผลอยู่นะ แต่ก็คงเสียใจอยู่ไม่น้อยเลย


 

“เขาจะได้ไม่มาทำให้เราผิดใจกันอีก” คนตัวโตตอบไปตามที่คิดก่อนจะจูงมือเด็กน้อยที่ก้มหน้าหนีแทบจะในทันทีที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่จากปากมาร์คให้เดินตามกลับเข้ามาในบ้านที่ตอนนี้คับคั่งไปด้วยแขกกิตติมศักดิ์ที่พากันมารวมตัวโดยไม่ได้นัดหมายอย่างแจ็คสัน ยองแจ แจบอมและจินยอง


 

“เข้าบ้านเรากันเถอะแบมแบม”  

 

 

 

 

 

 

 

คงจะจริงอย่างที่หลายคนบอกเอาไว้ ว่าเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ ก่อนหน้านี้ประมาณสองชั่วโมงพวกเราเกือบทุกคนช่วยกันทำอาหารที่มีทั้งเมนูแปลกบ้าง ปกติบ้าง รื้อครัวมาร์คจนเละเสียจนคิดว่าคงต้องเก็บกวาดใหม่พรุ่งนี้ เสียงเฮฮาพูดคุยกันบนโต๊ะอาหารเป็นภาพที่แบมแบมเพิ่งจะได้เห็นเป็นครั้งแรกในชีวิตกำลังจะผ่านพ้นไปเมื่อเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงดึก

 


เพราะ ในป่าไม่มีการรับประทานอาหารร่วมกัน ในป่าไม่มีเสียงหัวเราะ มีเพียงความเงียบสงบและท้องฟ้ากว้างใหญ่เป็นเพดาน แบมแบมเคยชินกับสิ่งเหล่านั้นก่อนหน้าที่จะมาที่นี่...และก็บอกได้เต็มปากเลยว่าถ้าหากให้แบมแบมกลับไปตอนนี้ แบมแบมก็คงจะทนกับสภาพแวดล้อมเก่าๆไม่ไหวอย่างแน่นอน


 

“เป็นอะไรแบมแบม เหม่อเชียว” เหมือนเป็นยองแจที่จับสังเกตแบมแบมที่จู่ๆก็ดูเหมือนว่าเงียบไปเสียถนัดตาได้เป็นคนแรก ทำเอาคนอื่นๆที่ช่วยกันเก็บจานอาหารที่หมดให้มารวมกันต้องชะงักมือแล้วหันไปมองเป็นตาเดียว

 


“ไม่สนุกเหรอตัวเล็ก” แบมแบมนี่ช่างเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อปาร์คจินยองเสียจริงๆ สีหน้าท่าทางเป็นห่วงเป็นใยที่ปิดไม่มิดนั่นทำให้อิมแจบอมต้องเหลือบมองบนด้วยความอิจฉาในอกอยู่เพียงลำพัง

 


“หืม...เปล่านี่ แบมแบมมีความสุข” เจ้าตัวเล็กตอบเสียงค่อยก่อนจะฉีกยิ้มแจกจ่ายให้ทุกคนที่มองตัวเองได้สบายใจ


 

“มีความสุขแล้วนั่งเหม่อนี่นะ? ประหลาด” เสียงเข้มของ ตัวอิจฉาที่ไม่ได้รับความสนใจจากปาร์คจินยองอย่างแจบอมดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะถูกฟาดเสียจนหลังแอ่นจากจินยองที่นั่งอยู่ข้างๆกันนั่นล่ะ

 


นี่ตั้งใจจะอริกับแบมแบมไปตลอดเลยใช่ไหมเนี่ย!


 

“เนียร์...แจบอม” แต่การทะเลาะวิวาทแบบย่อมๆของทั้งคู่ก็ต้องหยุดเมื่อเสียงเล็กที่ดังฝ่าเข้ามานั่นเอง จินยองละฝ่ามือออกจากแผ่นหลังคนรักก่อนจะหันกลับไปฟังในสิ่งที่แบมแบมกำลังจะพูดออกมาอย่างตั้งอกตั้งใจ

 


“ขอบคุณมากๆเลยนะที่ดูแลแบมแบม ทำให้แบมแบมได้มาอยู่กับมาร์ค...กับทุกคนด้วย” ไม่รู้ว่าจู่ๆคนตัวเล็กเกิดนึกอะไรขึ้นมา เสียงหวานเริ่มสั่นเครือเมื่อนึกไปถึงความดีของคนทั้งคู่ ถ้าไม่มีอิมแจบอมแบมแบมก็คงไม่ได้มาเจอมาร์คและทุกๆคน ถ้าไม่มีจินยองแบมแบมก็คงไม่มีคนคอยปลอบคอยดูแล...

 


“เฮ้ ตัวเล็ก...เนียร์กับแจบอมเต็มใจนะ ยินดีมากๆเลยด้วย”  เป็นปาร์คจินยองที่ตอบพร้อมรอยยิ้มเต็มใบหน้า

 


“ไม่ต้องซีเรียสน่า” อิมแจบอมเองก็กระแอมไอน้อยๆก่อนจะพูดออกไปเสียงค่อย รู้สึกแพ้ทางเวลามีคนมาพูดจาอะไรซึ้งด้วยยังไงก็ไม่รู้สิ...

 


“อื้อ...”

 


“แล้วก็ แจ็คสันกับยองแจด้วย”

 


“อธิบายไม่ถูก แต่ขอบคุณที่ใจดีแล้วก็ยอมเป็นเพื่อนกับแบมแบมนะ” แบมแบมน้ำตารื้นหน่อยๆตอนที่พูดประโยคนี้ออกมาจบศีรษะเล็กก็ถูกรั้งให้เข้าไปซบลงบนไหล่ของคนที่นั่งอยู่ข้างๆแทบจะในทันที...มาร์คก็แบบนี้ถึงจะเงียบๆแต่ก็รู้ตลอดว่าตอนไหนแบมแบมกำลังรู้สึกอะไรหรือต้องการอะไร

 


“ไม่เอาน่า ยองแจก็ต้องขอบใจแบมแบมเหมือนกันนะที่มาเป็นเพื่อนกับยองแจ ถ้าอยู่กับแจ็คแจ็คแค่สองคนยองแจคงป่วยเป็นโรคประสาทตายไปนานแล้วแน่ๆ” คนตัวเล็กกว่าแบมแบมในอดีตกล่าวออกมาทีเล่นทีจริงในประโยคท้าย ทำให้แบมแบมต้องหลุดขำออกมาอย่างเสียไม่ได้...จิกกัดกันตลอดเลยน้า


 

แต่แบมแบมก็รู้หรอกน่าว่าความจริงแล้วยองแจน่ะรักแจ็คสันมากๆเลย

 


“ฉันไม่แย่ขนาดนั้นหรอกน่า...นายนี่มันจริงๆเลย”

 


“แล้วก็...มาร์ค” ทุกเสียงเงียบเพื่อรอฟังประโยคต่อไปจากแบมแบม ใบหน้าน่ารักที่ยังไม่ต่างไปจากเดิมแม้ว่าร่างกายจะเติบโตขึ้น กลับกัน มันกลับดูโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เสียจนมาร์คนึกหวงทุกครั้งที่มีคนไม่รู้จักมาแอบมองหรือจงใจมองให้เห็นกันต่อหน้านั้นค่อยๆเบนไปหาคนที่นั่งเงียบอยู่ข้างตัว เหลือบสายตามองใบหน้าหล่อเหลาที่เหมือนว่าจะจ้องมาที่ตนอยู่ก่อนแล้วก็อดไม่ได้ที่จะนึกเขินขึ้นมา


 

“ว่าไง” มาร์คเองเมื่อเห็นเหมือนว่าอีกฝ่ายต้องการจะพูดอะไรบางอย่างก็ขานรับเพื่อไม่ให้แบมแบมประหม่าจนเกินไป


 

“มาร์ค...”


 

“ขอบคุณ...ล แล้วก็”


 

รักนะ


 

ไม่น่าเชื่อว่าประโยคสั้นๆของคนตัวเล็กจะน็อคเอาท์ทั้งมาร์คต้วนและคนอื่นที่เหลือได้อยู่หมัด ความเงียบเกิดขึ้นเพราะไม่มีใครพูดอะไรออกมา แบมแบมเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะกล้าบอกรักมาร์คต้วนกลางโต๊ะอาหารท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆตั้งหลายคน...


 

อ๋า...แบมแบมพลาดไปแล้ว บ้าจริงๆ!

 


“ฮิ้วววว...”

 


“สำลักความหวานตายทั้งโต๊ะ”

 


“เนี่ยไอ้แสบหัดดูไว้มั่ง คนรักกันเขาต้องทำกันแบบนี้ เข้าใจ๊?”

 

“เงียบเถอะน่าแจ็คแจ็ค!

 


แต่เพียงไม่กี่อึดใจเสียงโห่แซวเคาะช้อนเคาะจานก็ดังขึ้นมาเสียจนแบมแบมต้องก้มหน้างุดด้วยความเขิน บอกเลยว่าเขาไม่
ได้ตั้งใจจะพูดออกไปแบบนั้นนะ ก็แค่อยากจะขอบคุณเฉยๆนั่นแหละ...แต่พอเงยขึ้นไปมองสบกับสายตาของมาร์คแล้วมันก็เหมือนกับโดนมนต์สะกดจนหลุดพูดคำนั้นออกมาเองแบบเต็มปากเต็มคำ


 

“แบมแบมของเนียร์นี่น่ารักจริงๆเลยน้า”


 

“พอน่า ดูดิอายจะตายอยู่แล้ว” แบมแบมอยากจะขอบคุณมาร์คที่ช่วยขัดตาทัพให้เมื่อเห็นว่าแต่ละคนตั้งท่าจะแซวกันเต็มที่ แบมแบมไม่กล้าสู้หน้าใครแล้วล่ะตอนนี้น่ะ!


 

ฮึ้ยย...เขิน!

 

 

 

 

 

เวลาอาหารผ่านพ้นไปแล้ว เวลาในตอนนี้ก็จัดได้ว่าเข้าสู่ช่วงดึกซึ่งเป็นเวลานอนของใครหลายๆคนรวมทั้งมาร์คและแบมแบมด้วยถ้าหากเป็นปกติเฉกเช่นทุกวัน แต่ทว่าคืนนี้เหมือนจะดูพิเศษกว่าทุกคืนที่ผ่านมาเพราะว่าทุกคนตัดสินใจกันว่าจะนอนค้างที่บ้านมาร์คหนึ่งคืนแล้วค่อยแยกย้ายกันกลับในวันพรุ่งนี้ เพราะว่ากว่าดินเนอร์จะเลิกก็ดึกมากแล้ว


 

ห้องนั่งเล่นที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ถูกแบ่งส่วนกันด้วยผ้าห่ม ฟูกพับ และหมอนที่มาร์คขนลงมาจากด้านบนให้เพื่อนทุกคนแบ่งๆกันไป เพราะที่นี่ไม่มีห้องนอนรับแขกเพียงพอที่จะรับรองทั้งหมดได้ ดังนั้นการแชร์ห้องนั่งเล่นกันนั้นก็ดูเป็นทางออกเดียวที่แฟร์ที่สุด รวมทั้งเจ้าบ้านอย่างมาร์คและคนตัวเล็กที่ต้องหอบหมอนผ้าห่มลงมาจับจองที่นอนในห้องนั่งเล่นด้วยเช่นกัน


 

“ฝันดีโว้ยทุกคน!” เมื่อไฟดับลงแจ็คสันก็แหกปากลั่นทั้งที่คนอื่นเขาเริ่มจะพล็อยหลับกันไปบ้างแล้วรวมถึงคนตัวเล็กที่
เหนื่อยมาทั้งวันอย่างแบมแบม เสียงที่รบกวนทำให้คนตัวเล็กที่ทำท่าเหมือนจะกำลังพริ้มตาหลับต้องลืมตาโพลงขึ้นมาด้วยความตกใจ


 

“หุบปากแล้วนอนซะ”


 

เป็นเสียงของมาร์คเองที่สวนกลับมาจากอีกมุมของห้องเมื่อเห็นเต็มสองตาของตัวเองว่าแบมแบมเผลอสะดุ้งตื่นเพราะเสียงของไอ้แจ็คสัน คนตัวเล็กส่ายหน้าให้มาร์คเป็นเชิงห้ามปรามก่อนที่เจ้าตัวจะถูกรวบเข้าไปในอ้อมอกของคนตัวโตกว่าเสียจนปลายจมูกของแบมแบมฝังลงไปบนอกแกร่งโดยไม่ได้ตั้งใจ


 

“นอนซะนะ” มาร์คกระซิบเสียงนุ่ม ลูบกลุ่มผมสีเข้มคล้ายต้องการจะปลอบประโลมให้เด็กน้อยของเขาหลับตาลงอีกครั้งหลังจากเผลอผวาขึ้นมาจากฝันร้าย แบมแบมเองก็ขยับตัวเล็กน้อยใต้ผ้านวมผืนใหญ่เพื่อหามุมที่สบายที่สุด


 

แต่แบมแบมนอนไม่หลับซะแล้วล่ะ...


 

“มาร์ค...” เสียงเล็กกระซิบเรียกชื่อให้คนตัวโตลืมตาขึ้นมองตัวเองอีกหน

 


“หืม”


 

“มาร์คเชื่อไหมว่าแบมแบมรักมาร์ค” เหมือนคนตัวเล็กจะกังวลอยู่ไม่น้อยกับสิ่งที่ตัวเองพูดออกไปบนโต๊ะอาหาร พวกแจ็ค
สันแจบอมแซวเขาจนแทบเสียหลักก็จริง แต่ว่าคนที่ถูกเขาบอกรักอย่างมาร์คกลับไม่แสดงความเห็นอะไรสักนิด


 

มันก็แป้วๆในอกเหมือนกันนะ...


 

“รู้หรือเปล่าว่ารักกับชอบมันไม่เหมือนกัน” มาร์คไม่ตอบแต่ขยับตัวเว้นช่องว่างให้คนในอ้อมอกแล้วยิงคำถามกลับไปด้วยน้ำเสียงสบายๆ

 
 

“รู้สิ อาจารย์ฮีชอลสอนแล้ว” แบมแบมพูดทำให้มาร์คนึกไปถึงอาจารย์ที่เขาได้จ้างให้มาสอนคนตัวเล็กเกี่ยวกับการวางตัวในสังคมเพื่อที่จะได้รู้ทันคน ไม่ถูกใครหลอกไปง่ายๆซึ่งนั่นจะทำให้มาร์คลดความกังวลไปนิดหน่อยถ้าหากว่าในภายภาคหน้าต้องปล่อยให้แบมแบมไปไหนมาไหนเพียงลำพังซึ่งก็คงเป็นไปได้ยากอยู่ล่ะ

 


“เหรอ...ตั้งใจเรียนแบบนี้ทุกวิชาหรือเปล่าหืม” มาร์คกดจมูกลงบนกลุ่มผมนุ่ม จ้องเข้าไปในดวงตากลมโตผ่านความมืดทว่าประกายระยิบระยับในดวงตาคู่นั้นกลับฉายชัดราวกับว่าเป็นดวงดาวสุกใสหนึ่งเดียวในห้วงอวกาศที่มืดมิด

 


“มาร์ค!” แบมแบมแหวเสียงดังเมื่อถูกพูดเย้าหยอก เบะปากใส่คนขี้แกล้งก่อนทำท่าจะพลิกตัวหันหลังให้มาร์ค ขี้แกล้งนัก! แบมแบมไม่คุยด้วยแล้ว!

 


“ไม่เอาน่า...ไปดูดาวกัน”

 


“...”

 


เหมือนว่ามาร์คเองก็รู้ทันคนขี้งอน มือหนารั้งเอวคอดใต้ผ้าห่มเอาไว้ทันก่อนที่เจ้าตัวแสบของมาร์คจะพลิกตัวหันหลังให้เขาอย่างที่ตั้งใจ เกิดนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่ย้ายออกมาอยู่บ้านที่เป็นบ้านของตัวเองก็ยังไม่ได้ลองทำในสิ่งที่อยากทำมากที่สุดเลยสักครั้ง

 


เห็นมาร์คเป็นคนเงียบๆแบบนี้น่ะ...


 

แต่ก็มีความฝันโรแมนติกอย่างหนึ่งที่คิดไว้ว่าอยากทำนะ...นั่นก็คือการนั่งดูดาวตอนกลางคืนกับแบมแบมไง


 

“หือ...ไปดูที่ไหน” คนตัวเล็กก็พาซื่อ ถามกลับมาเสียงใสลืมความงอนเง้าเมื่อก่อนหน้าไปเสียเกือบหมดสิ้น คนตัวโตที่สังเกตท่าทางอยู่พอเห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหลุดยิ้มออกมา


 

“ระเบียงห้องเราชั้นบนไง”

 
 

“ไม่ได้นะ...แบบนั้นก็เท่ากับว่าเราเอาเปรียบทุกคนสิ” แบมแบมยู่ปากแถมยังย่นคิ้วเสียจนแทบขมวดเมื่อคิดว่าถ้าหากเขาแอบขึ้นไปบนห้องกับมาร์คแค่สองคนโดยปล่อยให้ทุกคนที่เหลือนอนอยู่ข้างล่างมันก็จะดูขี้โกงไปหน่อย...ถึงอยากจะไปกับมาร์คมากแค่ไหนแต่แบมแบมก็ไม่อยากเป็นคนไม่ดีนี่นา


 

“ไม่ได้ขึ้นไปนอนซะหน่อย แค่ขึ้นไปนั่งดูดาว” มาร์คเริ่มเท้าแขนดันตัวให้ลุกขึ้นแล้วใช้สายตามองเค้นอีกคนกลายๆ แบมแบมดูคลายความกังวลไปนิดหน่อย ปากอิ่มเม้มแน่นก่อนที่กลุ่มผมนุ่มจะยอมผงกรับในสิ่งที่มาร์คเสนอ


 

น่ารักแบบนี้ตลอดแหละคนเนี้ย

 

 


 

มาร์คต้วนทำหน้าที่ผู้นำเดินจูงมือคนตัวเล็กในชุดนอนสีม่วงแขนยาวขายาวลายอวกาศขึ้นมายังห้องนอนอันคุ้นเคยของเขาทั้งคู่ได้สำเร็จ แอบบอกให้แบมแบมเดินเบาหน่อยตอนที่ผ่านแจบอมและแจ็คสันที่นอนหลับเป็นตายอยู่ด้านล่าง ไม่ใช่กลัวว่ามันจะโกรธหรืออะไร เพียงแต่รำคาญเวลามันปากหมาแซวเขากับแบมแบมก็แค่นั้น


 

“ย้ายมาอยู่นี่ก็สักพักแล้วแบมแบมไม่เคยรู้เลยว่าระเบียงห้องเราดูดาวได้ด้วย” เสียงเล็กดูจะตื่นเต้นไม่น้อยตอนที่ยืนรอให้มาร์ครูดผ้าม่านที่ปิดบังบานประตูใสซึ่งเป็นตัวเชื่อมต่อห้องกับระเบียงที่ยื่นออกไปด้านนอกให้เปิดออก


 

“หยิบผ้าห่มบนเตียงมาด้วยแบมแบม” มาร์คหันไปสั่งก่อนที่ตัวเองจะเดินไปนั่งลงบนมุมหนึ่งของระเบียงแล้วเอนหลังพิงกับกำแพงด้วยท่าทีสบายๆ


 

“มาแล้ว..” ไม่นานนักคนตัวเล็กก็เดินออกมาพร้อมผ้าห่มขนนุ่มที่ไม่หนามากในมือ มาร์คตบตักตัวเองเป็นเชิงบอกว่าให้แบมแบมนั่งลงบนนี้ได้เลยซึ่งคนตัวเล็กก็ไม่อิดออด ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนตักของมาร์คพร้อมกับเอนซบกลุ่มผมลงไปบนอกแข็งๆนั่นอย่างรู้งาน


 

“ห่มผ้าไว้ด้วย” ปากสั่งแต่มือก็ช่วยสลัดขยับจับผ้าให้คลุมห่มคนตัวเล็กบนตักให้มิดชิด โผล่ออกมาเพียงแค่ส่วนหัวเท่านั้น ฝ่ามือใหญ่เลื่อนเข้าไปใต้ผ้าห่มเพื่อสอดประสานเข้ากับฝ่ามือเล็กคล้ายต้องการจะถ่ายทอดความอบอุ่น

 
 

“ดาวแทบไม่มีเลยมาร์ค” แบมแบมพูดไปตามที่คิด เมื่อแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีเข้มด้านบนแล้วกลับพบว่าบนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่กลับปรากฏจุดแสงเล็กๆที่เป็นแสงสว่างของดวงดาวที่อยู่ห่างไกลเป็นร้อยเป็นล้านปีแสงนั้นอยู่ไม่ถึงสิบดวง ดีหน่อยที่ยังพอมีสายลมเอื่อยๆพัดผะแผ่วให้พอชื่นใจ


 

“ในเมืองหลวงแบบนี้หาดาวยากจะตายไป นี่ก็ถือว่าเยอะแล้ว” เสียงทุ้มคลอเคลียอยู่ข้างใบหูทำให้เปลือกตาบางของคนตัวเล็กเริ่มคล้อยปิดลง ริมฝปากอวบอิ่มยกยิ้มคล้ายกับว่ากำลังอิ่มเอมใจ ความไม่สบายใจต่างๆถูกปัดเป่าให้ออกไปไกลเกินกว่าจะกลับมาทำร้ายจิตใจได้อีก

 
 

“แบมแบม...”


 

“หื้อ” เสียงเล็กครางฮือกลับมาเมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายเรียกชื่อตัวเองแผ่วเบา แก้มยุ้ยหันเข้าถูไถกับอกแกร่งเบาๆคล้ายต้องการจะออดอ้อน ถึงแม้ว่าดวงดาวกำลังจะจ้องมองแบมแบมอยู่ตอนนี้ก็ห้ามไม่ได้แล้วล่ะกับท่าทางน่ารักน่าแกล้งที่เจ้า
ตัวชอบแสดงออกมาเวลาอยู่กันสองคนแบบนี้


 

“ตอนเริ่มต้นฉันอาจจะดูแลนายไม่ดีนะ...”


 

“ลืมบ้าง ทิ้งให้อยู่คนเดียวบ้าง...” แบมแบมลืมตาขึ้นมานิ่งๆเมื่อจู่ๆมาร์คก็พูดย้อนกลับไปถึงช่วงแรกๆที่ได้เจอกัน มาร์คน่ะทั้งละเลยแล้วก็ทำให้แบมแบมเสียใจอยู่บ่อยครั้งเลยล่ะ

 


“อาฮะ”


 

ขอโทษนะที่รัก


 

แล้วแบบนี้คิดว่าแบมแบมจะหนีมาร์คไปไหนรอดกันล่ะ...


 

มาร์คน่ะเป็นคนที่รู้จังหวะ รู้ว่าเวลาไหนควรจะใช้คำพูดแบบไหน แบมแบมถึงไม่เคยโกรธมาร์คได้นานๆสักครั้งเลยไงล่ะ คนตัวโตรู้ว่าเขาแพ้ทางเอาเสียมากๆเวลาถูกหยอดคำหวาน...ก็เพราะว่าคนมันไม่เคย พอเจอแบบนี้เข้าก็ดีใจเสียจนแก้มปริเวลาถูกมาร์คเรียกด้วยสรรพนามที่ดูลึกซึ้งแบบนี้

 


“แบมแบมให้อภัยมาร์คได้ไหม” เหมือนยิ่งรู้ว่าคนตัวเล็กกำลังอมยิ้มเสียงทุ้มก็ไล่ต้อนเสียจนได้ยินเสียงครางในลำคอของคนในอ้อมอก แบมแบมขยุกขยิกตัวเบี่ยงคอหนีสัมผัสจักจี๊จากปลายจมูกของมาร์คหน่อยๆก่อนท้ายที่สุดแล้วเจ้าตัวก็ต้องนั่งนิ่งๆให้คนโตกว่าแทะโลมตามอำเภอใจ


 

“อือ มันผ่านไปแล้วเนอะ...แบมแบมไม่คิดมากแล้วล่ะ”


 

“เพราะตอนนี้แบมแบมมีความสุขที่สุด” คนตัวเล็กตอบก่อนจะค่อยๆปิดตาพริ้มปล่อยให้สายลมพัดปะทะใบหน้าตัวเองอยู่อย่างนั้นโดยไม่คิดจะปัดป้องใดๆ


 

“เมื่อตอนหัวค่ำแบมแบมบอกว่ารักมาร์คแล้วก็รู้ความหมายมันแล้วด้วยใช่ไหม” อมยิ้มให้กับคำพูดคำจาของอีกฝ่ายได้ไม่นานนัก ฝ่ามือใหญ่อีกข้างของมาร์คที่ไม่ได้กอบกุมกับมือเล็กถูกยกขึ้นมาเชยปลายคางน้อยๆของแบมแบมให้เอี้ยวมาทางด้านหลังให้พอสบสายตากันได้สะดวก


 

“อื้อ...” และเขาก็สังเกตเห็นริ้วแดงๆที่เริ่มปรากฏบนใบหน้าและแววตาใสที่คล้ายกับว่านิ่งงัน ทว่าไม่สามารถปิดบังความสั่นไหวด้านในนั้นได้มิดชิดมากพอ แบมแบมก็ยังคงเด็กและอ่อนด้อยกว่ามาร์คอยู่วันยังค่ำนั่นล่ะ...


 

“งั้นคราวนี้ถึงตามาร์คบ้างล่ะ” ว่าจบใบหน้าคมก็ก้มลงไปใกล้เสียจนปลายจมูกของทั้งคู่กดทับชนกันแทบไม่มีช่องว่าง ดวงตาสองคู่สบประสานกันเนิ่นนานในระยะที่ใกล้เสียจนมองเห็นแววตาของตัวเองที่สั่นระริกอยู่ในแววตาของอีกฝ่ายได้อย่างไม่ยากเย็น ความมืดไม่เป็นอุปสรรคแต่กลับเป็นตัวสร้างบรรยากาศชั้นดีที่ทำให้อะไรๆมันดำเนินไปตามความรู้สึก


 

“จะบอกรักแบมแบมบ้างเหรอ” คำถามใสซื่อถูกส่งมาพร้อมกับแก้มบวมที่เริ่มขึ้นสีชัดเจนกว่าเดิม มาร์ครู้ว่าตอนนี้แบมแบมก็คงจะตื่นเต้นไม่น้อยอยู่เหมือนกัน ไหนๆก็เดาได้แล้วนี่นา...


 

“ใช่”


 

“งั้นก็บอกมาสิ...แบมแบมอยากฟังตั้งนานแล้ว”


 

หึ ตัวแสบเอ้ย...


 

“แบมแบม...มาร์คต้วนคนนี้อาจจะไม่ใช่คนที่ดีร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนพระเอกในละครที่เราดูด้วยกัน อาจจะพูดไม่เก่งเท่าแจ็คสันหรือแจบอม...บางทีก็น่ารำคาญ”

 
 

“ชู่ว...” มาร์คชะงักคำพูดไปเมื่อจู่ๆปลายนิ้วเล็กของคนที่ตั้งใจฟังก็ยื่นมาทาบทับเขาเอาไว้ในตอนที่กำลังจะกล่าวโทษตัวเองออกมา มันเป็นสิ่งที่แบมแบมไม่อยากได้ยินเลยสักนิด...สำหรับแบมแบมแล้วข้อผิดพลาดของมาร์คน่ะมันเทียบไม่ได้เลยนะกับความสุขที่มาร์คได้มอบให้กับเขาในช่วงเวลาที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้


 

“พูดแต่เรื่องดีๆสิ มาร์คว่าตัวเองแบมแบมไม่ชอบเลย”


 

“อ่า...โอเค” ชายหนุ่มคล้ายจะอึ้งไปหน่อยๆกับสิ่งที่คนตัวเล็กพูด...แคร์เขามากขนาดนี้เชียวหรือไง


 

“ก็แค่จะบอกว่าถึงฉันจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ฉันก็รักนายนะ...เข้าใจไหม” สรรพานามแบบเดิมถูกนำมาใช้เพราะความเคยชินของมาร์ค ถึงมันจะไม่หวานหูมากนักแต่น่าแปลกที่มันกลับมีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้ขอบตาของคนตัวเล็กเกิดอาการร้อนผ่าวแถมน้ำตาเจ้ากรรมก็ทำท่าเหมือนจะร่วงออกมาเหมือนกับสั่งได้เสียอย่างนั้น


 

“มาร์ค”


 

คนที่รอฟังคำนี้มานานอย่างแบมแบมก็ได้แต่ตื้นตันพูดอะไรไม่ออกนอกจากก้มหน้าให้ปลายนิ้วยาวๆของมาร์คคอยเช็ดซับน้ำตาที่ร่วงไหลลงมาจากขอบตาอย่างเบามือเท่านั้น ในใจของคนตัวเล็กตอนนี้มันเต้นเร็วและแรงเสียยิ่งกว่าอะไรดี หากแต่ว่าการดีใจในครั้งนี้กลับมีน้ำตามาร่วมแสดงความดีใจด้วยก็เท่านั้น


 

“...ฮึก” สะอื้นน้อยๆยิ่งทำให้มาร์คต้องรวบร่างของอีกคนเข้าหาตัวเองแน่นกว่าเดิม ไล่สายตามองไปตามใบหน้าหวานราวกับเด็กสาวความรู้สึกก็ยิ่งแน่ชัด...ไมท่ผิดแน่ มาร์คเองก็รักแบมแบมมาตั้งนานแล้ว เพียงแต่ว่าเขาเองก็รอวันที่แบมแบมจะสามารถเข้าใจความหมายทั้งหมดที่เขาจะพูดออกไปก็เท่านั้น


 

“แบมแบม...”

 


“อยู่ด้วยกันแบบนี้ไปนานๆนะ”

 


และนี่ก็คือคำขอที่มาร์คส่งผ่านไปให้แบมแบมและดวงดาวในคืนนี้เป็นพยานและช่วยดลบันดาลให้มันเกิดขึ้นจริงๆ มาร์คอยากอยู่กับแบมแบมไปเรื่อยๆ ไม่ต้องตลอดไป แต่จนกว่ามาร์คจะหยุดหายใจก็เท่านั้นเอง...มาร์คก็หวังว่าแบมแบมเองจะเข้าใจในความหมายที่เขาต้องการจะสื่อล่ะนะ


 

ปลายนิ้วยาวของมาร์คบรรจงไล้ไปตามกรอบหน้าเล็กอย่างถนอมสุดกำลัง ราวกับว่าคนตรงหน้าเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ไม่กล้าแม้แต่จะลงแรงมากกว่านี้เพียงนิด...ความมหัศจรรย์จากป่าลึกที่กลายมาเป็นความมหัศจรรย์ของมาร์คแต่เพียงผู้เดียว อยากเก็บเอาไว้มองเพียงคนเดียว ไม่อยากให้ใครมองใบหน้าใสซื่ออ่อนวัยนี่เลยสักคนเดียว


 

มาร์คกลายมาเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...


 

“ถ้ามาร์คพูดแบบนี้แล้วแบมแบมไม่ปล่อยมาร์คไปไหนแน่ๆ” เสียงอู้อี้จากคนขี้แยทำให้คนตัวโตอดไม่ได้ที่จะขำในลำคอจนโดนฝ่ามือเล็กๆฟาดลงบนแผ่นอกแบบไม่แรงนัก แบมแบมไม่กล้าทำอะไรเขาแรงๆหรอกข้อนี้มาร์ครู้ดี

 

“พูดมาก มาให้จูบหน่อยมา”


 

“อะ...”


 

คนปากเก่งยังไงก็แพ้คนมือไวปากไวอยู่วันยังค่ำ ไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้เถียงอะไรออกมารู้ตัวอีกทีริมฝีปากของตัวเองก็ถูกริมฝีปากอุ่นนุ่มของมาร์คต้วนประกบลงมาอย่างจังเสียแล้ว แล้วคนตัวเล็กอย่างแบมแบมจะทำอะไรได้นอกเสียจากค่อยๆปิดเปลือกตาลงเพื่อรับสัมผัสละมุนจากมาร์คที่กำลังบรรจงละเลียดมอบความหวานให้อย่างตั้งใจ


 

ปลายลิ้นร้อนไล่แตะลงไปบนกลีบปากอิ่มน่าสัมผัสของคนในอ้อมกอดก่อนที่เจ้าตัวจะเผยอปากรับให้อีกฝ่ายส่งปลายลิ้นเข้ามาด้านในโพลงปากของตัวเองอย่างยินยอมและเต็มใจ นับเป็นจูบที่เท่าไหร่แบมแบมเองก็ไม่อาจนับได้ ทว่ามันก็ไม่สำคัญเท่ากับคนที่จูบยังเป็นผู้ชายคนนี้ ผู้ชายคนที่ชื่อมาร์ค...


 

สัมผัสอ่อนโยนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงและรุกล้ำ เสียงหอบหายใจเบาดังสลับกันท่ามกลางความเงียบยามค่ำคืน ฝ่ามือใหญ่ลากไล้ไปตามเนื้อเนียนใต้ร่มผ้าแกล้งให้แบมแบมครางฮือออกมาด้วยความรู้สึกประหลาดที่ระคนไปด้วยความตื่นตัว...ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกลนัก

 


แต่มาร์คสัญญากับตัวเองเอาไว้แล้วล่ะ...ว่าจะไม่รุกล้ำแบมแบมมากกว่านี้เด็ดขาด


 

ซึ่งจะทำได้ไหมนั้นก็คงต้องดูกันอีกทีล่ะนะในเมื่อเด็กมันโตขึ้นทุกวันแบบนี้น่ะ...


 

“อ...อื้อ มาร์ค”

 
 

“ชู่ว...”


 

สองร่างกอดฟัดมอบจูบแก่กันท่ามกลางสายลมยามค่ำคืนที่พัดโชยมาปะทะทั้งสองกายอย่างแผ่วเบา ดวงดาวบนฟ้ายังคงส่องสว่างชัดเจนแม้ว่าจะมีจำนวนไม่มากอย่างที่มาร์คได้ว่าไว้ แต่ดาวทุกดวงก็ค้ลายเปรียบเป็นพยานในคำพูดและคำบอกรักของคนทั้งสองว่าจะมีกันเรื่อยไป ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นหาใช่จุดจบเสียเมื่อไหร่ เมื่อความศรัทธาและความรักเริ่มต้นขึ้น...การเดินทางของมาร์คต้วนและอดีตภูติจิ๋วของเขาอย่างแบมแบมก็ถือว่าเพิ่งเริ่มออกเดินทางด้วยเช่นกัน...




แม้ความต่างของเผ่าพันธุ์ที่มีจะทำให้ดูเหมือนว่าเราทั้งสองไม่สามารถบรรจบกันได้



แต่ทว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้หรือไม่นั้น...ก็ขึ้นอยู่กับ

 

 

'ความรู้สึกของคนสองคน'หาใช่พรวิเศษหรือสิ่งอื่นใดในโลกไม่

 

.


.
 

 

ขอให้ความรักของเขาทั้งคู่เป็นดั่งนิจนิรันดร์

END


เห้ยจบแล้ว...จบแบบจริงๆเลย อย่าลืมคิดถึงฟิคจาร์กับน้องแบมในโหลกันนะ
ใครอยากคุยกับเราก็ตามทวิตด้านล่างเลยนะ (ใครจะอยากคุยกับแก)
เออ แล้วเดี๋ยวเราจะมีผลงานอีกในเร็วๆนี้แหละ ติดตามกันด้วยนะฝากๆ

 

ตอนจบแล้วก็ขอกล่าวอะไรหน่อยแล้วกันเนอะ  
คืออยากขอขอบคุณทุกคอมเมนท์ คำติชม คำแนะนำหรือแม้กระทั่งทุกท่านที่ช่วยโปรโมทฟิคเรื่องนี้ให้เพื่อนๆเข้ามาอ่านกัน เราส่องในทวิตหนักมากนะยอมรับ55555555555 เพราะอยากรู้ว่าใครคิดยังไงกับฟิคเรื่องนี้ไง แล้วมันก็โอเคนะ เราดีใจที่เห็นหลายๆคนชอบและสนใจมัน ดีใจมาก ขอบคุณค่ะ /โค้งคำนับ

 

ส่วนเรื่องคนวาดแฟนอาร์ตที่ช่วงหลังมาเงียบหายเราก็ต้องขอโทษแทนนางด้วยนะ เพราะนางติดภารกิจอันใหญ่หลวงก็เลยทำให้ไม่มีเวลาเลย ไม่ว่างวาด ;_ ; ตรงนี้ก็ขอโทษไปยังคนที่บอกว่าอยากให้มีแฟนอาร์ตทุกตอนด้วย ขัดข้องจริงๆค่ะ

 

ปล. แล้วก็นี่ตอนสุดท้ายแล้วเนอะ ใครที่อยากบอกหรือติชมอะไรก็เต็มที่เลยนะ

ขอบคุณมากค่า   





แท็กฟิค #FICJARMB

ติดต่อไรท์เตอร์ TWITTER : @since9397

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,155 ความคิดเห็น

  1. #2155 มาร์คึ@น้องแบม (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 15:44
    น่ารัก.ละมุนมากคะ..ไม่รู้ว่าท่านไรทยังอยู่ไหม..แต่ขอบคุณมากๆๆ..น่ารักกจริงๆๆ
    #2,155
    0
  2. #2146 onea (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 13:11
    น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกก น่ารักที่สุด สนุกมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะไรท์
    #2,146
    0
  3. #2131 Thanaphorn Dear (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 15:41

    ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีดีนี้ขึ้นมานะคะ
    #2,131
    0
  4. #2128 uromtbb (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:29
    เย้ๆๆๆ น่ารักมากๆๆๆๆๆๆ
    #2,128
    0
  5. #2111 XCII (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 22:38
    น่ารักมากๆเลยค่ะ
    #2,111
    0
  6. #2109 Ppchat (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 20:34
    ฮือน่ารักก
    #2,109
    0
  7. #2098 Kattyแฟนหมี (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:27
    น่ารักมาก
    #2,098
    0
  8. #2081 NJChokdee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 08:56
    อิ่มเอมกับความรัก จีอาก็น่ารักมีเหตุผล
    #2,081
    0
  9. #2076 VivoV5 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 20:09
    รักกันแล้วจริงๆ
    #2,076
    0
  10. #2016 - Chompaey (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:52
    เพิ่งมาอ่าน จบแล้วววชอบมากค่าา
    #2,016
    0
  11. #1994 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:00
    จบสวยมากๆ งื้ออออ เพิ่งมาเจออ่าาา อยากเก็บเล่มจัมม ;-;
    #1,994
    0
  12. #1980 ATENNILE (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 21:20
    อยากกรีดร้องดังๆว่าชอบเรืองนี้มากขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมาให้ได้อ่านนะไรต์แต่เสียดายไม่ได้ซื้อล่มเก็บไว้เพิ่งจะมาเจอเรื่องนี้ จะรอเรื่องอื่นๆอีกนะ
    #1,980
    0
  13. #1932 ojay2 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 11:46
    หื้ออออ จบแล้ววว เป็นฟิคที่ดีมากกก มันทั้งหวาน ละมุน มาร์คดูนิ่งๆแต่โรแมนติกนะ แบมดูน่าทะนุทนอมมาก น้องน่ารักกกก บีเนียร์คอยปลอบแบมตลอด แจโหดใส่แจ็คตลอด 55555 ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่องน่ารักๆให้อ่านนะคะ ^^
    #1,932
    0
  14. #1889 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 13:13
    ละมุนละไม หวานซึ้ง โรแมนติกสุดๆเลยค่ะไรท์ 

    แต่ไรท์ค่ะ คยอมของเค้าหายไปไหนอ่ะ? ถึงเค้าจะชิปมาร์คแบม แต่เค้าก็เมนทุกคนเท่ากันน้าาา

    ขอบคุณฟิคดีๆนะคะแล้วเจอกัน ss2 บายยย
    #1,889
    0
  15. #1870 M.m1nt (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 18:35
    ฮืออออ แฮปปี้เอนดิ้ง สนุกมากกกกก ขอบคุณนะคะไรท์ที่แต่งเรื่องนี้
    #1,870
    0
  16. #1842 KiHaE*129 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 16:54
    กี้กับเจ๊ก็มาาาาาาาาาา

    แจ็คแจนี่ฮาร์ดคอร์กันจริง

    มาร์คแบมก็หวานไปอีก

    ฮืออออออ

    โรแมนสุดๆๆ

    น่ารักจริงๆ
    #1,842
    0
  17. #1784 Iris_bella (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 01:17
    ชอบ !!! สนุกมากๆค่ะ อะไรจะละมุนขนาดนั้นอ่า <3
    #1,784
    0
  18. #1703 MandM (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 18:51
    จบแล้ว สนุกมากเลยค่ะ^^
    #1,703
    0
  19. #1685 zmgebob (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 16:27
    จบแล้วววว เย้ สนุกมากเลยค่า เพราะพี่แจบอมเลยนะเนี่ยสองคนนี้ถึงได้เจอกัน ขอบคุณในความอินดี้ที่ไปสรรหาของป่ามา55555555555555555 ไรท์แต่งได้ดีมากอ่ะ แบบเรานึกภาพตามเลยว่าฉากนี้เป็นอะไรยังไง สนุกมากๆค่ะ 
    #1,685
    0
  20. #1634 Oni (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 10:30
    มันไม่พ้นจากคำว่าน่ารักจากเรา

    จีอาต้องถอยตลอดการหมดหวังตั้งแต่ไม่ได้เริ่มใจมาร์คมีแต่แบม

    ไม่ว่าจะตอนไหนมาร์คก็ให้แบมไปหมดจนไม่เหลือที่ว่างให้ใคร

    ขอบขอบคุณไรท์ฯที่มอบความสุขมาให้ค่ะ
    #1,634
    0
  21. #1516 あなた (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:51
    น่ารักมาก ฮื่อ อยากเลี้ยงบ้างสักตัวเลย รักกันนานๆ นะค้า กรี้ดดด
    #1,516
    0
  22. #1441 bami (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มกราคม 2559 / 16:44
    นี่รอลุ้นจนตอนสุดท้ายก็ไม่มียูคยอม :0
    #1,441
    0
  23. #1403 namemy_jung (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 21:01
    ชอบมากกกก สนุกมากค่ะไรต์
    #1,403
    0
  24. #1340 tears blue (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 11:51
    จบแล้วววววววววว พี่บีคะ หามาให้อย่างนี้สักคนได้ไหม
    อ่านแล้วอยากเลี้ยงบ้าง 555555555
    ลุ้นกับแบมตลอดเลยว่าจะอยู่ได้ไหม? กลัวแทนแบมในทุกๆเรื่อง
    แต่ยังดีที่มีพี่มาร์คคอยอยู่กับแบม แม้ว่าบางครั้งจะทำน้องร้องไห้ (นี่หยิบไม้เตรียมฟาดแล้ว)
    ขอบคุณที่แต่งนิยายน่ารักปนหมันเขี้ยวมาให้อ่านนะคะ ชอบพล็อตแนวนี้มากเลย

    #1,340
    0
  25. #1314 Janja<3 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 15:19
    ว่าอ.คยูสอนคณิตศาสตร์เด็ดแล้ว มาเจออ.ฮีชอลสอนวิชาการวางตัวในสังคม รับรองได้เลยว่าน้องแบมจะรู้ทันโลกอย่างแน่นอนคะ 5555555555555+
    #1,314
    0