FIC BOY IN A JAR : { MARKBAM }

ตอนที่ 15 : BOY IN A JAR :: Miracle

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    12 ก.ย. 58

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
+



BOY  IN  A  JAR

MARK x BAMBAM

#FICJARMB



CHAPTER

- 14 -

( Miracle )

 
 

กว่าเมื่อคืนมาร์คต้วนจะข่มตานอนหลับได้นั้นก็ล่วงเลยเข้าสู่เวลาเกือบเช้า ในหัวของเขามีอะไรมากมายที่วนเวียนไปมาอยู่ในนั้น แน่นอนว่ากว่า 90% เป็นเรื่องของแบมแบม เขายังคงไม่อยากเชื่อในการตัดสินใจของตัวเองที่ได้กระทำลงไปเมื่อคืน และยังคงกังวลว้าวุ่นในผลลัพธ์ที่จะตามมาเสียจนไม่อาจข่มตานอน

 
 

เลยทำให้พอเปลือกตาปิดลง สมองที่สั่งสมแต่ความวิตกกังวลได้ผักผ่อนบ้างก็ทำให้ชายหนุ่มยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงกว้างแม้ว่าเวลาตอนนี้เวลาจะล่วงเลยไปเกือบสิบโมงเช้าแล้วก็ตาม

 
 

ห้องนอนกว้างไม่มีแสงแดดลอดผ่านเข้ามากวนใจให้หงุดหงิด ผ้าม่านสีเทาเข้มยังคงปิดสนิทกันแสงจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาได้อย่างดี ชายหนุ่มเริ่มขยับตัวพลิกไปมาเมื่อรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวจากการนอนท่าเดียวเป็นเวลานาน ท่อนแขนใหญ่สะเปะสะปะไปทั่วไม่สนใจทิศทางจนทำให้หมอนใบเล็กใบน้อยกระจายไปตามแรงพาดของเจ้าตัว

 
 

“...”

 
 

จัดท่าจัดทางได้ไม่นานมาร์คก็เผลอสะดุ้งขึ้นมาเมื่อรู้สึกตัวว่าเขากำลังนอนดิ้นเกินไป ดวงตาคมฉายแววตระหนกออกมาเพราะไม่รู้ว่าแขนหรือขาของตัวเองนั้นเผลอฟาดไปโดนแบมแบมบ้างหรือไม่ เมื่อคิดถึงความจริงข้อนี้ได้มาร์คต้วนก็จัดการยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งพลางกวาดสายตามองหาคนตัวเล็กที่ปกติแล้วจะนอนอยู่บนหมอนใบข้างกันกับเขาที่ตอนนี้มันกระจุยกระจายไม่เป็นที่เป็นทาง

 
 

“แบมแบม”



เสียงทุ้มแหบพร่าหน่อยๆเพราะเพิ่งตื่นนอน แต่กระนั้นสองมือใหญ่ก็รีบหยิบหมอนใบเล็กใบน้อยที่ซ้อนกันขึ้นมาทีละใบเมื่อคิดว่าคนตัวเล็กอาจจะถูกเจ้าพวกนี้ทับอยู่ด้านล่าง คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากันทีละน้อยเมื่อก้อนเนื้อในอกเริ่มเพิ่มจังหวะการเต้นขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ

 
 

ฝ่ามือใหญ่ออกแรงมากขึ้น จากหยิบวางเป็นการคุ้ยหาอย่างบ้าคลั่ง เตียงที่กว้างกว่าห้องของมาร์คถึงสองเท่าทำให้สะดวกสบายตอนหลับนอนไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะกลายมาเป็นอุปสรรคในยามเช้าสำหรับมาร์คที่ต้องมาคุ้ยหาว่าคนตัวเล็กถูกหมกอยู่ตรงส่วนไหนของเตียงใหญ่นี่

 
 

“...” ผ้านวมผืนใหญ่ถูกสลัดออกหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่ปรากฏร่างของคนที่ชายหนุ่มตามหาให้ใจชื้นขึ้นมาแม้แต่น้อย มาร์คไม่รอช้ารีบไถตัวเองลงจากเตียงไปดึงผ้าม่านสีทึบให้แสงสว่างลอดเข้ามาแล้วยืนกวาดสายตาไปรอบๆห้องทันที

 
 

ยอมรับเลยว่าตอนนี้จิตใจของมาร์คมันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วล่ะ


 

“แบมแบม!” เสียงทุ้มตวาดก้อง มองซ้ายขวาแต่ก็ยังไม่เห็นเงาของแบมแบม ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นมาขยี้ผมตัวเองแรงๆก่อนจะก้าวเท้าเดินกลับไปที่เตียงใหญ่อีกหน หมอนใบใหญ่ถูกรื้อออกมาแม้กระทั่งปลอก มือใหญ่จับสะบัดแรงๆสองสามทีก่อนมันจะลงไปกองอยู่ที่พื้นอย่างไร้ค่า

 
 

“แบมแบม นายอยู่ไหน!” เมื่อแน่ใจว่าทุกซอกทุกมุมของเตียงกว้างถูกสำรวจจนหมดแล้วแต่ก็ยังไม่พบคนตัวเล็กที่ตามหาขอบตาของมาร์คมันก็เกิดร้อนขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ เขาเงยหน้าสูงพลางสูดลมหายใจยาว คิดปลอบใจตัวเองไปว่าถ้าหากไม่พบในห้องนี้อาจจะเป็นเพราะว่าแบมแบมกำลังไปเล่นซนที่ไหนสักแห่งในบ้านก็ได้

 

 

ใจเย็นหน่อยสิวะมาร์คต้วน

 

 

เวลาผ่านไปเกือบห้านาที แต่มันกลับเนิ่นนานในความรู้สึกของคนที่กำลังร้อนลน สอดสายตามองใต้เตียงก็แล้ว ลิ้นชักข้างหัวเตียงก็แล้ว แถมโซฟาตัวใหญ่มาร์คก็พยายามออกแรงเคลื่อนมันออกมาเพื่อค้นตามซอกตามมุม จิตใจร้อนรุ่มไปหมดแต่สุดท้ายก็พบเพียงความว่างเปล่าและฝุ่นละอองที่ปลิวกระจายเท่านั้น

 
 

“...”

 
 

เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วใครเล่าจะใจเย็นลง มือหนาคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางนิ่งอยู่หัวเตียงมาไว้กับตัว สองขายาวก้าวออกจากประตูห้องด้วยความรีบร้อนพยายามเตือนตัวเองว่าให้ใจเย็นๆ คิดว่าจะลองเดินหารอบๆบ้านก่อน ถ้าหากไม่เจอจริงๆเขาอาจจะต้องติดต่อจินยองกับแจบอมให้รีบมาที่นี่ก่อนกำหนดเพื่อช่วยกันตามหา

 
 

ส่วนเรื่องแจ้งตำรวจล่ะก็...ลืมไปได้เลย เพราะนอกจากตำรวจจะไม่เชื่อในสิ่งที่มาร์คพูดแล้วดีไม่ดีเขาอาจจะจับมาร์คไปส่งโรงพยาบาลบ้าได้อย่างง่ายๆ

 
 

ออกมาเถอะแบมแบม เล่นแบบนี้ไม่ดีเลยนะ...


 

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่สองขาของเขามันเริ่มล้าจากการวิ่งหาคนตัวเล็กทั่วไปหมดทั้งด้านในและด้านนอกของบ้านไม้สองชั้น ในใจมาร์คเริ่มพะวงไปต่างๆนานา แบมแบมจะเป็นอะไรหรือเปล่า แบมแบมอยู่ที่ไหน

 
 

“แบมแบม...ได้ยินฉันไหม!” โหวกเหวกออกมาเหมือนกับคนบ้าอย่างที่ไม่เคยทำ มาร์คทรุดลงนั่งตรงขั้นบันไดขึ้นชานบ้านด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อน ยกโทรศัพท์มือถือในมือขึ้นมาอีกหนลังเลใจว่าควรกดโทรหาจินยองดีหรือไม่ หรือว่าเขาควรจะหาให้ถี่ถ้วนกว่านี้ก่อนดี

 

 

แบมแบมคงไม่คิดหนีเขาไปไหนหรอกใช่ไหม



 

สุดท้ายมาร์คก็ตัดสินใจกับตัวเองอีกหนว่าจะลองหาคนตัวเล็กด้วยตัวเองใหม่อีกครั้ง เริ่มตั้งแต่ห้องนอนที่เขาอาจจะพลาดจุดไหนไป ยอมรับเลยว่าใจมันไม่ดีแล้วแต่ที่พยายามควบคุมสติให้นิ่งนี่ก็เพราะว่าถึงเขาตีโพยตีพายไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี แน่นอนว่าไม่มีคนปกติที่ไหนเชื่อในสิ่งที่เขาพูดหรอก

 
 

“...” ภาพแรกที่ฉายชัดในระยะสายตาหลังจากเปิดประตูห้องเข้ามาก็คือชุดเครื่องนอนที่กระจุยกระจายเต็มพื้นและบนเตียง เป็นสภาพที่ถ้าหากใครมาเห็นเข้าคงมีการเข้าใจผิดในทางใดทางหนึ่งแน่ๆ

 
 

มาร์คเดินไปทิ้งตัวลงนั่งยองๆข้างเตียงที่หมอนข้างร่วงระเกะระกะอยู่ แต่ยังไม่ทันที่ฝ่ามือใหญ่คู่นั้นจะเอื้อมลงไปสัมผัสอย่างที่ใจคิดก็มีอันต้องชะงักค้าง เมื่อเสียงบางอย่างที่ดังเข้ามากระทบกับประสาทหูนั้นทำให้ก้อนเนื้อในอกของมาร์คเต้นรัวเร็วอย่างบ้าคลั่ง

 
 

เหมือนกับว่ามีคนอยู่ในห้องน้ำ...


 

มาร์คค่อยๆผละมือออกมาก่อนจะค่อยยันตัวลุกขึ้นยืนทั้งที่อาการมึนงงยังไม่หายไป เขาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นเหมือนกำลังคิดหนัก ใช่แล้ว...มาร์คกำลังไม่แน่ใจและไม่ไว้วางใจเอาเสียมากๆ เพราะว่าประตูห้องน้ำในห้องนอนนั้นเป็นแบบบานเลื่อนซึ่งเป็นไปไม่ได้หรอกที่แบมแบมตัวเล็กแค่นั้นจะเปิดเข้าไปเองได้

 
 

“...” เหตุการณ์ตอนที่เขาจับได้ว่าแจ็คสันแอบลอบเข้ามาในห้องของเขากลางดึกคืนนั้นฉายชัดอีกครั้งในหัว บอกตรงๆเลยว่าตอนนั้นที่เห็นว่าเป็นแจ็คสันน่ะเขายังเบาใจกว่าในตอนนี้เสียอีก และมาร์ครู้ดีว่านี่ไม่ใช่แจ็คสัน...ไม่ใช่อย่างแน่นอน

 
 

ครืด...

 


สุดท้ายแล้วมาร์คก็ไม่รีรอให้เสียเวลาเดาเขาตัดสินใจกับตัวเองว่าจะเปิดประตูบานนั้นเข้าไปให้เห็นกันชัดๆ แต่ระหว่างที่เดินมายังหน้าประตูบานเลื่อนอาวุธเล็กๆน้อยๆอย่างเช่นโคมไฟหัวเตียงก็ถูกมาร์คถอดแล้วถือมาด้วยอย่างระแวดระวัง ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นอย่างน้อยเขาก็ไม่มือเปล่าแม้ไม่รู้ว่าเจ้าโคมไฟนี่จะช่วยอะไรเขาได้บ้างก็เถอะ

 
 

ประตูบานเลื่อนที่ปิดสนิทถูกมาร์คกระชากให้เลื่อนสไลด์ไปอย่างเร็ว เสียงเสียดสีของมันดังลั่นห้องที่เงียบเชียบก่อนภาพด้านในจะปรากฏขึ้นแจ่มชัดในสายตาของชายหนุ่มเจ้าของห้อง

 



 

เพล้ง…!!!

 



 

และสิ่งที่ปรากฏชัดอยู่ด้านในดูเหมือนว่าจะเป็นสาเหตุสำคัญในการทำให้อากัปกริยาของมาร์คต้วนนั้นแปลกประหลาดไปภายในเสี้ยววินาทีอย่างเห็นได้ชัด... เสียงโคมไฟในมือหล่นกระทบพื้นอย่างแรงและแน่นอนว่ามันแตกละเอียดกระจายไปคนละทิศละทางทันทีที่สัมผัสกับพื้นห้องส่งเสียงดังกึกก้องเต็มสองหูของชายหนุ่มที่ยืนนิ่งงันคล้ายคนไร้ความรู้สึกไปชั่วขณะในตอนนี้ ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววตระหนกก่อนนิ่งค้างเป็นเวลานาน

                   




                                                                                                       

 

“...”

 




 

เอาเข้าจริง...มาร์คน่ะเคยคิดว่าตัวเองพานพบเหตุการณ์ที่น่าตกใจสุดๆมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน...

 

 

แต่ทว่ามันกลับไม่มีครั้งไหนเลย...ที่จะเทียบเท่า



 

กับความตกใจในครั้งนี้

 





 

น...นาย นายเป็นใคร



 

“...”

 





 

กว่ามาร์คจะเค้นเสียงอันแหบแห้งออกจากลำคอส่งไปถามใครบางคนที่ทำท่าก้มๆเงยๆอยู่ตรงอ่างล้างมือได้ก็กินเวลาไปเกือบนาที ดวงตากลมใสของผู้บุกรุกหันขวับจ้องมายังใบหน้าของชายหนุ่มร่างสูงโดยไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาสักแอะ ทว่าดวงตาคู่นั้นช่างชัดเจนในความรู้สึกเสียจนน่าขนลุก แถมมันยังประหลาดมากที่มาร์คดันรู้สึกเหมือนกับว่าถ้อยคำนับแสนล้านกำลังถูกถ่ายทอดผ่านมาให้เขาเพียงแค่สบสายตาคู่นั้น

 

 

“...”

 

 

ลำคอของมาร์คมันแห้งผากเสียยิ่งกว่าเดิม เขาไม่รู้ว่าเขาเปิดเปลือกตาค้างเอาไว้โดยไม่ยอมกระพริบแบบนี้เป็นเวลานานเท่าไหร่ แต่ที่รู้สึกได้คือความแห้งและแสบแปลบๆด้านในดวงตามันกำลังทำให้หยาดน้ำในนั้นเริ่มก่อตัวขึ้นมาตามธรรมชาติของกลไกร่างกาย

 

 

มาร์ค..

 

 

 มาร์คได้ยินเสียงสะอื้นในอกของตัวเองตอนที่เสียงเล็กๆนั่นเรียกชื่อเขาออกมา  มาร์คต้วนเผลอส่ายหัวไปมาช้าๆราวกับไม่อยากเชื่อว่าภาพตรงหน้าจะเป็นความจริง ชายหนุ่มก้าวขาไม่ออกอย่างที่ใจสั่ง เขาทำได้เพียงแค่ยืนนิ่งๆอยู่ตรงนั้นพร้อมกับภาพตรงหน้าที่เริ่มพร่าเบลอ

 

 

“บ...บอกฉันมา นายเป็นใคร!



ยากเหลือเกิน...กว่าที่มาร์คจะเค้นเสียงในลำคอออกมาอีกหน เขาจับจ้องจังหวะการเดินของอีกฝ่ายที่กำลังเยื้องย่างเข้าหาเขาทีละก้าวด้วยใจที่เต้นระรัวคับอก ยิ่งอีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้เท่าไหร่น้ำตาร้อนๆมันก็ทำท่าจะไหลออกมาจากดวงตาคมมากเท่านั้น

 
 



ได้โปรดเถอะ...



 


 

มาร์ค...แบม ฮึก แบมแบมเอง

 




 

!!!!

 

 




 

 

 

 

คำว่าช็อกยังดูน้อยเกินไปถ้าจะใช้บรรยายความรู้สึกของมาร์คต้วน ณ เวลานี้ ณ ขณะที่เขายืนประจันหน้ากับคนที่บอกว่าตัวเองคือแบมแบม ภูติมนุษย์ตัวเล็กที่มาร์คกำลังตามหาตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมา...



 

ใครก็ได้บอกทีว่าเขาไม่ได้กำลังหลงอยู่ในห้วงของความฝันและจินตนาการ

 

 

“ฮึก..”

 
 

“รู้...ฉันรู้”

 
 

เสียงทุ้มสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็น ดวงตาคมแดงก่ำเพราะน้ำตาจวนเจียนที่จะไหล เด็กน้อยตรงหน้าตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและเสียขวัญ...ทำไมมาร์คต้องร้องไห้ล่ะ เป็นเพราะเขาหรือเปล่าที่ทำให้มาร์คเป็นแบบนี้ ใบหน้าของคนตัวเล็กที่ยืนประจันหน้าบ่งบอกออกมาอย่างไม่ปิดบังว่ากำลังรู้สึกสงสารมาร์คที่ดูสับสนในตอนนี้มากมายแค่ไหนกัน

 


หมับ!

 
 

แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากอิ่มจะได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกไปอย่างที่ใจหวัง แรงกระชากจากด้านหน้าโดยไม่ทันตั้งตัวก็ทำให้เขาปลิวไปตามแรงนั้นอย่างง่ายดาย เกือบจะหลุดเสียงร้องออกมาถ้าหากว่าใบหน้าไม่ได้ไปกระแทกเข้ากับหน้าอกกว้างของมาร์คเสียก่อน

 

 

“แบมแบม..แบมแบม ฉันรู้ ฉันรู้...ตั้งแต่แวบแรกที่เห็น ฉันรู้...ฮึก”

 

 

จะว่ามาร์คเสียสติไปชั่วขณะก็ได้ เขารู้ตัวว่ากำลังพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่ช่างสิ...ในเวลานี้ใครสนกัน คนตัวโตกระชากกอดแบมแบมเสียจนแทบจมหายเข้าไปในอก พร่ำบอกตัวเองราวกับคนเพ้อไข้ว่าเขาไม่ได้ฝันไป...เขากำลังกอดแบมแบม ภูติตัวน้อยที่เล็กกว่าฝ่ามือของเขาที่ในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปในด้านความสูงอย่างสิ้นเชิง  

 
 

หัวใจของมาร์คแทบหยุดเต้นตั้งแต่ตอนที่เปิดประตูเข้าไปแล้วเห็นร่างของเด็กชายผมสีดำคนหนึ่งยืนห่อตัวด้วยชุดคลุมอาบน้ำอยู่หน้ากระจกแล้ว เพียงแค่เสี้ยวหน้าด้านข้างมาร์คก็เดาออกว่าเป็นใคร เพียงแต่ว่ามาร์คไม่อยากจะเชื่อ...ไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเขา

 
 


คำขออ้อนวอนของเขาได้ผล



 

ทฤษฏีที่แจ็คสันแนะนำมามันได้ผล...




 

“ขอบคุณ...ขอบคุณที่นายยังอยู่กับฉันแบมแบม”

 
 

และนี่ก็เป็นสิ่งที่มาร์คอยากจะพูดออกมาให้คนตัวเล็กที่ถึงตอนนี้จะสูงเท่าเอวเขาแล้วก็ตามได้ยินมากที่สุดต่อให้มันจะไม่ได้ผล หรือต่อให้แบมแบมจะตัวเล็กเท่าฝ่ามือของเขาเหมือนเดิมมาร์คก็ยังแน่ใจที่อยากจะพูดคำนี้ออกมาให้อีกฝ่ายได้ยิน



 

มาร์ครู้ดีว่าความรู้สึกของเขามันข้ามผ่านข้อจำกัดทางด้านร่างกายไปนานแล้ว



 

แบมแบมไม่จำเป็นต้องโตเหมือนเด็กทั่วไปมาร์คก็ยังแน่ใจในความรู้สึกที่เกิดขึ้น


 
 

มาร์คอยากจะขอบคุณ...ขอบคุณจริงๆ

 



40%





 

โชคดีที่วันนี้แสงแดดยามบ่ายมันไม่ได้ร้อนจนแผดเผาดั่งวันก่อนๆ สายลมเย็นๆและเสียงนกร้องคลอปะปนเหมือนกับกำลังร่วมแสดงความยินดีให้แก่ปาฏิหาริย์ทีเพิ่งเกิดขึ้นกับผู้ชายคนหนึ่ง คนที่เขาเองก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองน่ะโชคดีเสียยิ่งกว่าอะไร...มาร์ค ต้วน

 
 

“...”

 
 

ความหนักบนไหล่กว้างทำให้รอยยิ้มของมาร์คมันเพิ่มขึ้นจนเต็มแก้มไปหมด ความสุขมันล้นทะลักออกมาตามทุกอณูขุมขนจนเขาแทบจะเสียสติ ทุกแรงกดทับกำลังย้ำถึงความมีตัวตนที่ชัดเจนของใครบางคน และเพียงแค่คิดนั้นมันก็ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถหุบรอยยิ้มลงไปได้เสียที

 
 

ดวงตาตาคมเหลือบมองไหล่ข้างขวาของตัวเองอีกหน กลุ่มผมสีดำปลิวน้อยๆไปตามแรงลม...แบมแบมอยู่ที่นี่ แบมแบมกำลังนั่งอยู่ตรงนี้ๆข้างๆมาร์ค

 
 

ไม่อยากจะเชื่อเลย...


 

ไม่มีคำพูดใดใดหลุดออกมาจากคนทั้งคู่นอกจากฝ่ามือทั้งสองที่สอดประสานเข้าหากันอย่างแนบแน่นและวางมันเอาไว้บนตักของมาร์ค ฝ่ามือขาวคู่น้อยถูกมาร์คกอบกุมเอาไว้ไม่ยอมปล่อยเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงตั้งแต่เราพากันออกมานั่งบนเก้าอี้ไม้บริเวณหน้าบ้านที่บรรยากาศผ่อนคลายและถ่ายเทนี้ เบื้องหน้าของเราทั้งสองเป็นผืนแม่น้ำกว้าง มองออกไปเห็นเพียงความนิ่งสงบสุดลูกหูลูกตา

 
 

“...”

 
 

เวลาผ่านไปสักพักเหมือนแบมแบมจะขยับตัวเล็กน้อยและทำท่าคล้ายกับว่าอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เปลี่ยนใจ เอนหัวลงซบบนไหล่กว้างของมาร์คเหมือนเดิมพร้อมกับปิดเปลือกตาของตัวเองลงอย่างเชื่องช้า

 
 

“แบมแบม” แต่เสียงทุ้มที่ดังเข้ามาก็ทำให้เปลือกตาคู่นั้นต้องกระพริบเปิดขึ้นอีกครั้งเพื่อรับฟัง

 
 

“หื้อ...”

 
 

“มันเกิดขึ้นตอนไหน” มาร์คถามด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่ฝ่ามือที่กอบกุมกันอยู่กระชับแน่นกว่าเดิม สายตาของคนทั้งคู่ยังคงมองตรงออกไปด้านหน้าเหมือนอย่างตอนแรก

 
 

หลังจากเหตุการณ์ในห้องนอนนั้นทุกอย่างก็เหมือนตกอยู่ในภาวะสุญญากาศ มาร์คเงียบและงงไปหมดจนฟังอะไรไม่เข้าใจ กว่าจะจูนตัวเองให้เข้าที่ได้ก็กินเวลาไปพอสมควร และพอตั้งสติแน่วแน่ได้แล้วเขาถึงหาเสื้อผ้าตัวเองให้คนตัวเล็กใส่แทนชุดคุลมแล้วตัดสินใจพาคนตัวเล็กมานั่งตรงนี้ยังไงล่ะ...

 
 

“ไม่รู้สิ...” เสียงเล็กที่ในตอนนี้มันค่อนข้างใหญ่ขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ยังคงความหวานเอาไว้ของแบมแบมตอบออกมาด้วยความไม่แน่ใจนัก คิ้วได้รูปขมวดเข้าหากันหน่อยๆเมื่อพยายามรวบรวมความทรงจำที่เกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อคืน

 
 

“...”

 
 

“ก็หลังจากที่แบมแบมนอนไปแล้ว...” แบมแบมลากเสียงยาวพลางครุ่นคิด มาร์คเหลือบตาลงมองก็เห็นว่าแก้มใสคู่นั้นจู่ๆก็ขึ้นริ้วแดงอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่ถ้าให้มาร์คเดาล่ะก็...คงไม่พ้นเรื่องที่เขาทำให้คนตัวเล็กเมื่อคืนก่อนหน้าที่จะพาเข้านอนนั่นหรอก

 


“สักพัก...มันหนัก เหมือนกับมาร์คละเมอมานอนทับแบบนั้นเลย” เสียงหวานเริ่มเล่าต่อให้มาร์คกลับมาตั้งใจฟัง

 
 

“แล้วแบมแบมก็...ก็หายใจไม่ออก” คนตัวเล็กเสียงสั่นน้อยๆเมื่อนึกไปถึงความทรมานที่เกิดขึ้นกับตัวเอง จู่ๆร่างกายก็เกิดปฏิกิริยาแปลกประหลาดขึ้นมา ในตอนนั้นน่ะแค่แรงขยับปากจะเรียกให้มาร์คตื่นขึ้นมาแบมแบมยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป

 
 

“จนหยุดหายใจไปตั้งนานแน่ะ...ตอนนั้นน่ะนึกว่าแบมแบมจะไม่ได้อยู่กับมาร์คแล้วด้วย” มาร์คใจกระตุกวูบเมื่อรู้ว่าแบมแบมมีอาการหยุดหายใจเกิดขึ้นแต่เขากลับไม่รู้เรื่องและไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลย โชคดีแค่ไหนกันนะที่คนตัวเล็กสามารถผ่านมันมาได้ แบมแบมขยับหัวออกจากไหล่มาร์คกลับไปนั่งหลังตรงเช่นเดียวกับมาร์คที่หันตัวเข้าหาแบมแบมอย่างเพ่งพิจารณา

 
 

“ขอโทษนะ”

 
 

“หืม”

 
 

“ขอโทษที่ฉันช่วยอะไรไม่ได้เลย”  มาร์คขอโทษจากใจจริงและความรู้สึกผิดที่กำลังก่อตัว เห็นว่าใบหน้าหวานเลิ่กลั่กขึ้นมาเมื่อเห็นมาร์คทำท่าทางแบบนั้น มือเล็กยกขึ้นปัดป่ายเป็นพัลวันเมื่อเห็นว่าคนตัวโตกำลังโทษตัวเอง

 
 

“ไม่ใช่ความผิดของมาร์คนี่นา” แถมยังส่งยิ้มเต็มแก้มจนตาหยีให้มาร์คเหมือนอย่างที่ชอบทำเวลาต้องการที่จะอ้อนหรือเอาใจมาร์คอีกต่างหาก

 
 

“...” ฝ่ามือใหญ่ส่งไปขยี้ผมเส้นดำที่ให้ความรู้สึกต่างออกไป จากเดินมาร์คจะใช้เพียงปลายนิ้วชี้จิ้มๆลงไปให้อีกฝ่ายงอแงเล่นเท่านั้น แต่ดูในตอนนี้สิ...ทั้งฝ่ามือของมาร์คเลยนะที่กำลังกอบกุมกลุ่มผมนุ่มนี่อยู่

 


อย่างกับฝันไป...

 
 

“แต่พอแบมแบมลืมตาขึ้นมาได้อีกครั้งนึงนะ...ทุกอย่างมันก็ดูชัดไปหมดเลย ตอนนั้นแบมแบมตกใจจนร้องไห้เลยล่ะ” คนตัวเล็กพูดพลางนึกย้อนกลับไป ตอนที่เขาลืมตาขึ้นมาได้นั่นน่ะรู้ตัวเลยว่าหอบหายใจรุนแรงเสียจนตัวแทบโยน ก่อนที่จะร้องไห้ออกด้วยความดีใจ...ก็แค่นึกว่าจะไม่ได้อยู่กับมาร์คใจคอมันก็ไม่ดี รู้สึกแย่ไปหมดเลย

 
 

“...” คนฟังอยู่แววตาไหววูบ แบมแบมต้องตกใจกลัวมากแค่ไหนกันนะ... ทั้งๆที่เขาก็นอนหลับอยู่ข้างกันแท้ๆ แต่กลับไม่รู้ถึงความเป็นไปของคนตัวเล็กเลยแม้แต่น้อย แย่จริงๆมาร์คต้วน

 
 

“แต่ตอนนั้นมันแปลกมากๆ แบบมากๆเลย...คือ แบมแบมเห็นว่ามาร์คน่ะตัวเท่าแบมแบม” เสียงหวานแผ่วไปในประโยคหลังเหมือนกับกำลังทบทวนอะไรบางอย่างอยู่ในหัว เขาตกใจแทบแย่ตอนที่เห็นว่ามาร์คตัวเท่ากันกับเขาน่ะ พร่ำบอกตัวเองว่าฝันแน่ๆ...แบมแบมต้องละเมออยู่แน่ๆ

 
 

“เหรอ..”  

 
 

“อื้อ...แต่พอสังเกตไปเรื่อยๆ ก็กลายเป็นแบมแบมเองที่โตขึ้น...ไม่ใช่มาร์คตัวเล็กลงอย่างที่คิดซะหน่อย” ปากอิ่มยู่เข้าหากันน้อยๆเมื่อพูดถึงตรงนี้ ยอมรับเลยว่าในตอนนั้นมันตื่นเต้นเสียมากกว่าที่จะปลุกเรียกมาร์คให้ตื่นขึ้นมา ลองเอาเท้าแตะกับพื้นดูในคราแรกก็เกือบจะเซล้มเพราะยังไม่ชินกับความสูงที่เปลี่ยนไป แบมแบมน่ะลองเดินล้มลุกคลุกคลานอยู่ในห้องทั้งน้ำตาจนกระทั่งเช้าเลยก่อนจะเข้าไปลองอาบน้ำด้วยตัวเองดูบ้าง...แล้วมาร์คก็ดันเปิดประตูพรวดเข้ามาอย่างที่เห็นนั่นไงล่ะ

 
 

“ดีใจไหมแบมแบม” มาร์คโน้มใบหน้าตัวเองลงไปใกล้อีกคนพลางกระซิบถามเสียงค่อย ฝ่ามือใหญ่ก็ไม่อยู่เฉย ยกขึ้นไล้กรอบหน้านั่นด้วยความมหัศจรรย์ใจ...หน้าตาแบมแบมไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เพียงแต่ว่าความโตทำให้ทุกอย่างดูชัดเจนขึ้นและความชัดเจนนั้นก็ทำให้ความน่าหลงใหลประจักษ์ต่อสายตาของมาร์คมากกว่าที่เคยเป็น

 
 

“ด...ดีใจสิ ดีใจมากๆ!” เสียงหวานใสตอบกลับชัดถ้อยชัดคำ แววตาตื่นเต้นดีใจที่ปิดไม่มิดฉายชัดออกมาจนได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอของชายหนุ่ม แบมแบมก็ยังเหมือนเดิมทุกอย่างนั่นล่ะ...ไม่เคยเก็บความรู้สึกตัวเอง และนั่นมันก็เป็นอะไรที่น่ารักเอาเสียมากๆ

 
 

แบมแบมมองสบตามาร์คทั้งที่ใบหน้าขยับเข้ามาห่างกันไม่ถึงคืบ ลมหายใจร้อนๆของมาร์ครินรดลงบนแก้มใสจนก้อนเนื้อในอกของคนตัวเล็กเริ่มทำงานเกินตัวอีกครั้ง ดวงตาคมสีเข้มฉายแววลึกซึ้งเสียจนคนมองที่ไม่ประสีประสาใจเริ่มสั่น อยากจะหลบสายตาแต่ก็ดูเหมือนจะช้าเกินไปเสียแล้ว...อ่า แบมแบมจะแย่แล้ว

 
 

“สำหรับฉันคำว่าดีใจยังน้อยเกินไป...แบมแบม”

 
 

สิ้นสุดคำที่ทำให้หัวใจพองโตริมฝีปากนุ่มหยุ่นของคนโตกว่าก็ประทับลงบนตำแหน่งเดียวกันของคนตัวเล็กในวงแขน แบมแบมสะดุ้งสุดตัวแถมยังเบิกตากว้างตอนที่ฝ่ามือของมาร์คเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยตัวเองจากด้านหลัง ยิ่งปลายลิ้นของมาร์คแตะลงไปบนกลีบปากบนและล่างเบาๆนั้นยิ่งทำให้ฝ่ามือเล็กของคนถูกช่วงชิงลมหายใจต้องยกขึ้นมากำเสื้อมาร์คเอาไว้เสียจนยู่ยี่ไปหมด

 
 

มาร์คกำลังจะทำอะไรน่ะ!


 

“อื้อ...”



แบมแบมร้องท้วงในลำคอด้วยความตกใจ นึกสงสัยกับตัวเองว่านี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าการจูบ...
แต่แบมแบมก็ปฏิเสธได้ไม่เต็มปากนักหรอกนะว่าไม่ชอบสิ่งที่มาร์คกำลังทำน่ะ เพราะว่าใบหน้าของเราแนบชิดกันมากกว่าที่เคยเป็น ลมหายใจรินรดกันจนแยกไม่ออกแล้วว่าของใครเป็นของใคร...เลยทำให้ก้อนเนื้อในอกของเขามันสั่นไหวเสียจนเกินควบคุม

 
 

“...” รสจูบละมุนละไมค่อยๆละเลียดชิมความหวานจากริมฝีปากอิ่มเท่านั้น ไม่คิดล่วงล้ำเข้าไปให้อีกฝ่ายตกใจมากกว่านี้ แบมแบมเองก็เริ่มโอนอ่อนปิดเปลือกตาบางของตัวเองลงให้สัญชาติญาณนำพาไป เขาเชื่อใจมาร์คนะว่าสิ่งที่ทำอยู่นี่น่ะจะไม่ทำให้เขาเจ็บตัวจนต้องโกรธหรืองอนมาร์คอย่างแน่นอน!

 
 

ขณะที่กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับปลายลิ้นของมาร์คต้วนแบมแบมกลับดันฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ในเวลาที่ไม่ควรเสียนี่ ภาพบางอย่างไหลวนเข้ามาเสียจนเปลือกตาที่ปิดสนิทถึงกับเบิกกว้าง ฝ่ามือคู่น้อยยันหน้าอกของมาร์คเบาๆเป็นเชิงบอกว่าให้หยุดก่อน...เพราะแบมแบมกำลังหอบแฮ่กเสียจนหน้าแดงไปหมด

 
 

“อ่า...” เหมือนมาร์คเองก็หาคำพูดจากปลายลิ้นของตัวเองไม่เจอเช่นกันเมื่อผละใบหน้าออกมาแล้ว ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นมาเก้าท้ายทอยตัวเองแก้เก้อแต่ก็ยังไม่ยอมละสายตาไปจากใบหน้าหวานชวนมองเสียทีเดียว

 
 

“มาร์ค...แบมแบมนึกอะไรขึ้นมาได้พอดีเลย” แต่ดูเหมือนว่าคนที่กำลังตื่นเต้นอยู่กับความคิดของตัวเองจะลืมความเคอะเขินเมื่อครู่ไปหมดสิ้น ริมฝีปากอิ่มฉ่ำน้ำขยับพูดต่อเจื้อยแจ้วโดยไม่ปรึกษาคนฟังก่อนเลยว่ามีสมาธิมากพอที่จะรับฟังไหมน่ะ

 
 

“หืม...อะไรเหรอ” เมหือนมาร์คใช้เวลาในการคลำหาคำพูดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกไปได้ กระแอมในลำคอสองสามครั้งเพื่อบังคับสติตัวเองให้หยุดจดจ่อกับริมฝีปากแดงๆของเด็กน้อยตรงหน้าเสียที

 
 

“ก็...” มาร์คมองหน้าแบมแบมอย่างไม่หลบสายตา ได้ยินเสียงถอนหายใจดังออกมาจากคนตัวเล็กนิดหน่อยแต่มาร์คก็เลือกที่จะเงียบฟังไม่ถามอะไรออกไป

 
 

“คือ...แบบนี้ เรียกว่าแบมแบม...สร้างเบบี๋กับมาร์คแล้วใช่หรือเปล่า” คำถามซื่อๆที่มาพร้อมกับแววตาใสๆนั่นทำให้มาร์คอยากจะโถมตัวใส่แล้วฟัดเสียให้จมเขี้ยว มาร์คอมยิ้มพลางส่ายหน้าไปมาเล็กน้อยเป็นเชิงปฏิเสธ จึงได้เห็นใบหน้างุนงงของคนตัวเล็กต่อจากนั้นแทบจะในทันที

 
 

“อ้าว...”

 
 

ทำไมล่ะ...ก็เนียร์บอกเองไม่ใช่เหรอว่าถ้าแบมแบมสร้างเบบี๋ภูติน้อยแล้วก็จะสามารถเติบโตได้เหมือนมนุษย์ทั่วไป เขาเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าการสร้างเบบี๋นี่มันต้องทำยังไงกันบ้าง แต่ตอนนี้แบมแบมโตแล้ว...แน่นอนว่าเป็นเพราะมาร์คอยู่แล้ว อาจจะเป็นเพราะเมื่อคืนนี้...อ่า งั้นมั้ง

 
 

แล้วทำไมนี่ถึงไม่ใช่ล่ะ!


 

“อันนี้เขาเรียกว่าวิธีลัดน่ะ ไม่ต้องสร้างภูติอีกตัวให้เสียเวลา” มาร์คพูดจบก็ยักคิ้วใส่อีกฝ่ายที่เอาแต่นั่งทำหน้างุนงงไม่เลิกไม่ราอยู่อย่างนั้น

 
 

“ต้องขอบใจไอ้แจ็คสันนะ...มันเป็นคนแนะนำให้ฉัน” พูดมาถึงตรงนี้มาร์คก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวให้กับความบ้าบอของแจ็คสันหวัง คนที่ดูเหมือนจะพึ่งพาอาศัยอะไรไม่ได้ ความจริงคือมาร์คไม่เคยคิดเลยว่าแจ็คสันจะกลายมาเป็นกุญแจแก้ไขปัญหาใหญ่ๆในชีวิตของเขาน่ะ

 


แต่มันก็เป็นไปแล้ว...

 
 

เชื่อเลยว่าอะไรๆก็เป็นไปได้จริงๆ

 
 

“อ๋า...แจ็คสันเหรอ”

 
 

“อืม...” มาร์คครางรับในลำคอพลางนึกไปถึงวันที่เขาลงมาจากห้องพักด้วยสภาพที่ดูไม่จืด เขาถูกแจ็คสันซักถามสภาพความเป็นอยู่กับแบมแบมนิดหน่อยก่อนที่เขาจะถามแจ็คสันกลับไปบ้างแล้วก็พบว่าเรื่องวุ่นวายใจของแจ็คสันถูกจัดการลงด้วยการทำความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อย

 
 

มันก็ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น...แต่ทว่าก่อนที่มาร์คจะได้ก้าวเท้าออกไปจริงๆ แจ็คสันหวังก็เดินเข้ามากระซิบบอกอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาถึงกับอึ้งกิมกี่ พูดไม่ออกและไม่มีความคิดเห็นสำหรับทฤษฏีที่แจ็คสันหวังแนะนำนอกเสียจากเก็บมันเอาไว้ในใจเป็นตัวเลือกแล้วเดินนิ่งๆจากไป

 
 

มาร์ค...ฉันคิดค้นอะไรบางอย่างได้ นายอาจจะว่าฉันบ้านะ แต่ฉันว่ามันมีโอกาสเป็นไปได้ ประโยคแรกของแจ็คสันย้อนกลับมาในหัวอีกครั้ง ประโยคที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาประชิดแล้วจัดการกระซิบกรอกมันลงไปข้างใบหูของเขา

 
 

ลองคิดดูนะ ถ้าหากภูติได้รับการผสมพันธุ์ในช่วงที่12-15ปีก็จะโตใช่ไหม แล้วการผสมพันธุ์คืออะไร...คือการที่ภูติเพศผู้ได้ปลดปล่อยออกไปและภูติเพศหญิงถูกทำลายเยื่อพรหมจรรย์...ถูกไหม เขาจำได้ว่าตัวเองนิ่วหน้าจนคิ้วแทบจะขมวดซ้อนกันตอนที่แจ็คสันเริ่มพล่ามสิ่งเหล่านี้ออกมา พยายามทำความเข้าใจทุกคำพูดอย่างสุดความสามารถ

 
 

ฉันว่าบางทีมันก็ไม่มีอะไรซับซ้อนนักหรอก...ที่จะบอกก็คือ ถ้านายช่วยให้แบมแบมปลดปล่อยออกมา นั่นก็อาจจะเรียกว่าเป็นการผสมพันธุ์แล้วก็ได้

 
 

และประโยคสุดท้ายของแจ็คสันก็ทำให้มาร์คถึงกับชักสีหน้าเรียบตึงเพื่อกลบความตกใจภายในแทบจะทันที เม้มปากแน่นตอนที่แจ็คสันหวังผละใบหน้าออกแล้วจ้องเขาด้วยสีหน้าและแววตาที่จริงจัง รอยคล้ำจากใต้ตานั่นทำให้มาร์คเชื่อว่าแจ็คสันเองก็คงไม่ได้พูดมั่วๆ ข้อมูลและเหตุผลอ้างอิงหลายๆอย่างอาจจะถูกรวบรวมมามากพอโดยฝีมือของคนร่างหนาแล้ว

 
 

ตอนแรกมาร์คคิดว่ามันเป็นอะไรที่บ้าสิ้นดี...ไม่มีทางหรอกที่เขาจะทำ


 

ก็ต้องขอบคุณแบมแบมเหมือนกันนะ ที่มีส่วนกระตุ้นให้เขามีความกล้าและบ้าพอที่จะทดลองทำมันในค่ำคืนก่อนหน้านี้...


 

“ตกลงแบมแบมจะไม่มีเบบี๋ใช่ไหม” เมื่อเห็นว่ามาร์คนิ่งไปนานแขนเล็กก็กระตุกเสื้อยืดของอีกฝ่ายแรงๆสองสามทีเหมือนอย่างที่ชอบทำตอนที่มาร์ควางเขาไว้บนหน้าตัก เปลี่ยนกันในตอนนี้ที่ไม่ใช่แบมแบมบนหน้าตัก แต่เป็นแบมแบมบนที่นั่งอยู่แนบชิดบนเก้าอี้ตัวเดียวกันแทน

 
 

“ไม่มี” มาร์คตอบก่อนจะเอื้อมมือไปบีบจมูกคนขี้สงสัย (ในเรื่องแปลกๆ) ด้วยความหมั่นเขี้ยวเสียหนึ่งที แบมแบมสะบัดหน้าหนีอย่างไม่ยอมเช่นกัน แอบได้ยินเสียงฮึดฮัดด้วยความขัดใจก็ยิ่งทำให้มาร์คหลุดขำออกมา

 
 

“ทำไม อยากมีหรือไง” มาร์คแกล้งถามเสียงขึ้นจมูก เห็นแบมแบมชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหัวดิกออกมาเสียจนเส้นผมนั่นกระจุยกระจายไปหมด

 
 

“เปล่าซะหน่อยน้า” คนตัวเล็กที่ถึงตอนนี้จะตัวโตแล้วแต่ก็แน่นอนว่าความสูงมีเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของมาร์ค แบมแบมในร่างเด็กสิบห้าที่ตัวเตี้ยกว่ามาตรฐานนิดหน่อยกำลังแกล้งส่งปลายนิ้วตัวเองไปจิ้มแก้มสากของคนข้างๆบ้างเหมือนอย่างที่มาร์คชอบทำกับเขา ก็อยากรู้เหมือนกันนะว่าทำแบบนี้แล้วมันจะรู้สึกยังไงเห็นมาร์คชอบทำกับเขาจังเลยนี่

 
 

“หึ”

 
 

“ไม่น่าเชื่อเลย แบมแบมตัวโตเท่ามาร์คได้แล้ว” พูดจบเจ้าตัวก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับตัวเองเสียจนคนมองอดหมั่นเขี้ยวไม่ได้

 
 

“ไม่จริงซะหน่อย หัวนายยังแค่ไหล่ฉันเอง”

 
 

มาร์ค!” อุตส่าห์เกิดเรื่องราวอัศจรรย์ใจขึ้นมาร์คก็ยังไม่ยอมให้แบมแบมดีใจได้เต็มที่เลยนะ

 
 

ใจร้าย!

 

 

80%

 


 

 

“มาร์ค พามาห้องนี้ทำไมเหรอ”



ใบหน้าหวานชื้นเหงื่อนิดๆหันไปมองคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของตัวเองด้วยแววตาสงสัยใคร่รู้ ก็หลังจากที่นั่งเล่นสงบจิตใจกันหน้าบ้านจนกระทั่งเย็นถึงได้กลับเข้ามาในบ้าน  อันที่จริงๆแบมแบมยังอยากนั่งอยู่ตรงนั้นต่อนะเพราะว่าบรรยากาศรอบตัวมันดีเอาเสียมากๆ แต่เพราะยุงตัวใหญ่ที่บินมาเกาะแก้มของแบมแบมแล้วคนตัวเล็กเกิดไล่คุณยุงออกไปจากแก้มไม่ทันจนมาร์คดันหันมาเห็นเสียก่อนนั่นล่ะ เลยถูกพาเข้ามาในบ้านแทบจะในทันทีเลย

 
 

“มีอะไรให้ดู”

 
 

มาร์คตอบสั้นๆก่อนจะดันหลังให้แบมแบมเดินเข้าไปด้านในเสียที ห้องที่เห็นตรงหน้านี้ก็ไม่ใช่ห้องลึกลับหรือแปลกประหลาดอะไร เพียงแต่มันเป็นห้องใต้ดินที่มาร์คไม่เคยบอกแบมแบมว่าที่บ้านหลังนี้มีอยู่ก็เท่านั้น ประตูไม้อย่างดีถูกเปิดอ้ากว้างแต่แบมแบมก็เอาแต่พะวงหน้าพะวงหลัง จับมือมาร์คแน่นเหมือนกับว่าไม่ไว้ใจกันเสียอย่างนั้น

 
 

“ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกน่า” เสียงทุ้มก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก ใช้นิ้วโป้งของตัวเองเกลี่ยหลังมืออีกฝ่ายเบาๆทำเอาคนถูกกระทำต้องเอียงคอหลบขนลุกซู่...

 
 

“...” สุดท้ายแบมแบมก็ยอมเดินเข้ามาด้านในแต่โดยดี ความมืดรอบตัวทำให้ฝ่ามือเล็กบีบเข้ากับมือใหญ่ของมาร์คแน่นขึ้นกว่าเดิม ก็ที่แบมแบมลังเลที่จะเข้ามาด้านในน่ะไม่ใช่เพราะว่าไม่ไว้ใจมาร์คหรอกนะ แต่เป็นเพราะว่าด้านในที่ปิดไฟมืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไรสักอย่างด้านในนี่ต่างหากที่ทำให้คนตัวเล็กต้องคิดหนัก

 
 

“รออยู่นี่ก่อนนะ”

 
 

“มาร์ค! ไม่เอา!” เมื่อจับใจความได้ว่าสิ่งที่มาร์คพูดออกมาคืออะไรเสียงเล็กก็ร้องออกมาเสียจนน่าสงสาร ได้ยินเสียงมาร์คถอนหายใจเบาๆนออกมาก่อนที่สุดท้ายแล้วมือที่สอดประสานกันตั้งแต่ก่อนเดินเข้ามาในห้องนั้นจะถูกแกะออกโดยคนตัวโตที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง แรงขืนน้อยๆจากแบมแบมไม่สามารถรั้งให้มาร์คอยู่ทีเดิมได้

 
 

“...”

 
 

“มาร์ค...” เสียงเล็กครางเบาหวิว เขาไม่รู้ว่ามาร์คอยู่ตรงไหนของห้องและกำลังจะทำอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆเลยในตอนนี้ก็คือแบมแบมกำลังกลัว กลัวมากเสียด้วย...นี่มาร์คจะแกล้งอะไรเขาหรือเปล่านะ

 
 

ไม่รู้ว่ายืนอยู่ท่ามกลางความมืดและความเงียบนี้นานเท่าไหนแล้ว แต่ขอบตาที่เริ่มร้อนก็เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคนตัวเล็กกำลังจะไม่ไหวเสียแล้ว ริมฝีปากอิ่มเตรียมอ้าจะเรียกชื่อมาร์คอีกหนแต่ทว่าไม่เป็นไปอย่างใจคิดเมื่อจู่ๆห้องที่มืดสนิทอยู่ก่อนหน้านั้นกลับสว่างพรึ่บขึ้นมาพร้อมกันทุกส่วนเสียจนแบมแบมต้องยกมือขึ้นมาป้องดวงตาของตัวเองที่ถูกแสงสว่างสีส้มสาดใส่อย่างกะทันหัน

 
 

“...” เมื่อสายตาปรับโฟกัสกับแสงสีส้มนวลรอบๆตัวได้แล้ว ขาเล็กๆราวกับถูกตรึงให้ยืนนิ่งอยู่กับที่ขณะที่ดวงตาคู่กลมกำลังกวาดมองบรรยากาศรอบๆตัวเหมือนกับว่ากำลังไม่เชื่อสายตาตัวเอง ว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นเรื่องจริง

 
 

ในห้องนี้ผนังของมันถูกดีไซน์ให้ดูคล้ายกับก้อนอิฐสีส้มต่อๆกัน แสงไฟสีส้มนวลให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยต่างจากความมืดที่มองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเองอย่างเมื่อครู่ ตามผนังเกือบทั้งหมดถูกประดับไปด้วยภาพวาดหลายๆภาพที่แขวนไว้ห่างกันพอสวยงาม มีเถาวัลย์ดอกไม้พันอยู่รอบๆกำแพง ดอกไม้สีสวยไม่แพ้กันกับภาพบานใหญ่ที่แขวนอยู่

 
 

“มาร์ค...” เสียงเล็กเอ่ยเรียกคนที่หายไปแต่ไม่ใช่ในโทนที่โกรธงอนหรือหวาดกลัว น้ำเสียงนั้นสั่นเครืออย่างช่วยไม่ได้ก่อนที่แรงโอบรัดจากด้านหลังจะทำให้คนตัวเล็กต้องปิดเปลือกตาลงด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

 
 

ภาพวาด...


 

ภาพวาดที่เป็นตัวเขา... เต็มไปหมดเลย


 

“มองรอบหรือยัง ข้างหลังก็มีนะ” เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างหู ไหนจะแรงกอดรัดจากด้านหลังอย่างที่แบมแบมไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่าวันนึงตัวเองจะได้รับมันจากผู้ชายที่ชื่อมาร์คยิ่งทำให้บ่อน้ำตาที่รื้นเต็มที่ของคนตัวเล็กนั้นกำลังจะกักเก็บเอาไว้ไม่ไหว

 
 

“...” แบมแบมสะอื้นเงียบๆอยู่ในอ้อมกอดที่ให้ความรู้สึกทั้งแสนอบอุ่นและปลอดภัยด้วยความรู้สึกโล่งใจแบบแปลกๆ เขาพยายามเงยหน้าขึ้นมองภาพที่ถูกแขวนไว้รอบๆตัวตามที่มาร์คบอก มันเป็นรูปของแบมแบมตัวน้อยที่ถูกรังสรรค์ด้วยสีน้ำ มีหลากหลายอิริยาบถทั้งตอนที่เผลอ หรือแม้กระทั่งตอนที่หลับ...

 
 

เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามาร์ควาดรูปเขาด้วย...


 

“...”

 
 

ก่อนภาพสุดท้ายที่แบมแบมเห็นนั้นจะเป็นอันที่วางเด่นอยู่ใกล้ๆกับประตูห้อง เป็นภาพที่อยู่บนขาตั้งไม่ใช่บนกำแพงเหมือนอันที่ผ่านๆมา แบมแบมพอจะรู้แล้วล่ะว่ามาร์คแอบวาดเขาเวลาที่อยู่ในห้อง แต่ภาพนี้มันแปลกออกไป...สีบางส่วนมันยังไม่แห้งดีด้วยซ้ำ

 
 

ภาพที่มาร์ควาดโดยมีเขาเป็นแบบเมื่อตอนที่อยู่นอกบ้านเมื่อครู่นี้ไงล่ะ...

 
 

“มาร์ค...ฮึก ขอบคุณนะ แบม...แบมดีใจจังเลย” ฝ่ามือทั้งสองยกขึ้นเช็ดแก้มยุ้ยของตัวเองที่เปื้อนเปียกน้ำตาก่อนจะกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่เต็มตื้น แบมแบมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามาร์คแอบวาดรูปแบมแบมเอาไว้ตั้งแต่ตอนไหน...ทำไมกันนะ เขายังสังเกตมาร์คไม่มากพอแน่ๆ

 
 

“ครับ”

 
 

แก้มใสเริ่มเห่อร้อนเมื่ออีกฝ่ายขานรับแบบแปลกออกไป ถึงจะบอกว่าแปลกแต่ก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าแบมแบมน่ะชอบที่จะให้มาร์คพูดแบบนี้มากแค่ไหน ก็เวลาได้ฟังมันทำให้รู้สึกจั๊กจี้แล้วก็...เขิน ทุกทีเลยไงล่ะ

 
 

“ชอบไหมแบมแบม” เสียงทุ้มเอ่ยชิดใบหูตอนที่อีกคนก้าวเท้าเข้าไปมองรูปวาดตรงหน้าใกล้ๆ ฝ่ามือเล็กบรรจงแตะลงไปบนแผ่นกระดาษราวกับกลัวว่ามันจะบุบสลายถ้าหากออกแรงมากกว่านี้ ภาพที่เขากำลังนั่งเผลออยู่บนเตียงระหว่างรอมาร์คเดินไปปิดไฟรอบห้อง...

 
 

แบมแบมหน้าเอ๋อชะมัด


 

“ชอบมากเลย” แบมแบมตอบไปอย่างที่คิด มาร์คทำให้เขาขนาดนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องถามเลยว่าเขาชอบหรือไม่เพราะคำตอบนั้นมาร์คต้องเดาได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วล่ะ...

 
 

“เหรอ...ถ้าชอบงั้นฉันขออะไรอย่างนึงได้ไหม” แบมแบมขมวดคิ้วก่อนจะพลิกตัวหันกลับไปมองคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ใบหน้าหล่อคมยกยิ้มด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แต่ก็นะ...ไม่ว่ามาร์คจะขออะไรถ้าแบมแบมทำได้ก็จะทำให้ทุกอย่างอยู่แล้ว

 
 

“ได้สิ!

 
 

“ที่ฉันทำเนี่ย...มันเป็นความตั้งใจของฉันตั้งแต่แรกอยู่แล้วนะ ถึงนายจะยังตัวเล็กเท่าฝ่ามือเหมือนเดิมฉันก็ตั้งใจว่าจะพานายเข้ามาที่ห้องนี้ในวันนี้อยู่ดี” แบมแบมมองหน้ามาร์คนิ่งก่อนจะเริ่มขบเม้มริมฝีปากตัวเองนิดหน่อยเมื่อตีความหมายออกมาได้ มาร์คกำลังทำให้แบมแบมใจสั่นขึ้นมาอีกแล้ว...แย่จริงๆ

 
 

“อือ...” เมื่อเห็นว่ามาร์คไม่พูดอะไรต่อแต่คนตัวเล็กกำลังลุ้นในท่าทางของมาร์คก็ส่งเสียงครางรับในลำคอออกมาหน่อยๆ

 
 

“ก็บอกไว้ก่อน เดี๋ยวถ้าขอไปแล้วมาคิดมากทีหลังจะจับตีให้ก้นลาย” พูดคาดโทษด้วยน้ำเสียงสบายๆแต่คนฟังเริ่มจะงงและจับใจความสำคัญไม่ถูกเสียแล้ว แต่ก่อนที่จะได้อ้าปากถามอะไรออกไปฝ่ามือเล็กของตัวเองก็ถูกมาร์คดึงไปกุมเอาไว้หลวมๆเสียก่อน


 

แบมแบมแอบเห็นว่ามาร์คสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอดก่อนจะส่งยิ้มมาให้เขาอีกครั้ง


 

มาร์คจะขออะไรจากแบมแบมนะ...ชักตื่นเต้นขึ้นมาแล้วสิ


 

“แบมแบม”

 
 

“...”

 
 

มาเป็นคนรักของฉันเถอะนะ"

 
 

มาร์คพูดไปแล้ว ถึงแม้ว่าไม่จำเป็นต้องรวบรวมความกล้าอะไรมากมายแต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดี มาร์คสบสายตากับคนตัวเล็กที่กำลังจ้องเขานิ่ง ส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดผ่านทางสายตาเพราะมาร์คไม่ใช่คนที่พูดเก่ง...แบมแบมรู้ดี และมาร์คก็หวังว่าแบมแบมเองก็จะคิดเช่นเดียวกันกับเขา

 
 

“มาร์ค...” เสียงหวานเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆทั้งที่สายตาทั้งสองยังคงไม่ละออกจากกันไปไหน

 
 

“...”

 
 

“ว่าไงหืม”

 
 

ป...เป็นคนรักกันนี่หมายถึงอะไรเหรอ

 


เฮ้อ...


 

แบมแบมก็ยังเป็นแบมแบมอยู่วันยังค่ำแหละนะ

 

 

“เด็กโง่” อดไม่ได้ที่จะแกล้งยกมือเคาะลงไปบนกลุ่มผมนุ่มนั่นด้วยความเอ็นดู ก่อนจะได้รับใบหน้ามุ่ยๆมาเป็นการตอบแทน


 

“เป็นคนรักกันก็หมายถึงการสัญญาว่าจะดูแลกันและรักกัน”

 
 

“...ใส่ใจกัน มีเรื่องอะไรก็ต้องบอกกัน...อืม แล้วก็ไม่ทำให้อีกฝ่ายเสียใจ ประมาณนี้” มาร์คเองก็พูดไม่เก่งนักหรอก ยิ่งให้อธิบายอะไรสักอย่างมันก็มักจะวกไปวนมา...แต่มาร์คก็คิดว่านี่น่าจะเป็นคำพูดที่ค่อนข้างเคลียร์แล้วนะ หวังว่าแบมแบมที่ยืนจมวดคิ้วอยู่ตรงหน้าเขาจะเข้าใจมันง่ายๆด้วยเถอะ

 
 

“อ่า...”

 
 

“แบบแดเนียลกับเบลล่าน่ะเหรอ” แบมแบมฟังคำพูดของมาร์คแล้วก็นึกไปถึงหนังเมื่อคืนที่ดูด้วยกัน เบลล่ากับแดเนียลก็ทำแบบนี้เหมือนกันนะ...แล้วเขาทั้งสองคนก็ดูมีความสุขกันมากๆเลยด้วย แบมแบมก็อยากเป็นแบบนั้นบ้าง!

 
 

“ใช่ แบบนั้นแหละ”

 
 

“เอางี้...ถ้าเกิดว่าฉันหายไปนายจะร้อนใจหรือเปล่า” คำถามจากมาร์คที่ถูกส่งมาให้ทำเอาแบมแบมใจกระตุกวูบ ไม่ชอบใจกับคำถามแบบนี้เลย...มาร์คจะหายไปไหนล่ะ ไม่ยอมหรอกนะ

 
 

“แบมแบมไม่ชอบ...ไม่ชอบเวลามาร์คไม่อยู่” คนถูกถามก็ตอบเสียงแผ่วก่อนจะก้มหน้าลงไปน้อยๆ เวลานึกถึงช่วงเวลาที่ไม่มีมาร์คแล้วมันแย่จริงๆนะ แบมแบมไม่ชอบเอาเสียเลย ยิ่งนึกไปถึงตอนที่ทะเลาะกันนั่นน่ะเหมือนกับว่าถูกดูดพลังชีวิตไปหมดยังไงยังงั้น

 
 

“อืม”

 
 

“แล้วถ้าฉันพาคนอื่นเข้ามาในห้อง สนใจคนอื่นมากกว่านายล่ะ”

 
 

“ไม่นะ!” ปฏิกิริยาตอบกลับชัดเจนเสียจนมาร์คหลุดขำ เขาค่อนข้างมั่นใจนะว่าแบมแบมเองก็คิดไม่ต่างกับเขาสักเท่าไหร่ เพียงแต่คนตัวเล็กไม่รู้ว่าคำจัดกัดความของไอ้ความรู้สึกเหล่านั้นมากกว่าว่ามันคืออะไร ไม่เป็นไร...วันนี้มันจะต้องถูกจำกัดความโดยเขาอย่างแน่นอน

 
 

“ถ้างั้นก็หมายความว่านายคิดกับฉันเหมือนที่เบลล่าคิดกับแดเนียลนั่นแหละ”

 
 

“อ๋า...งั้นเหรอ” ขานรับพลางเสตาไปมองทางอื่นแทนใบหน้ากรุ้มกริ่มของมาร์ค แก้มเริ่มเห่อร้อนขึ้นมาอีกหนอย่างไม่มีสาเหตุ

 
 

“ใช่”

 
 

“ฉันให้เวลาตัดสินใจอีกสามวินะ...”

 
 

“มาร์ค! เดี๋ยวสิ” ขอเวลาให้แบมแบมเขินหน่อยไม่ได้หรือไงกัน!

 
 

“สาม...”

 
 

“สอง...” มาร์คพูดพลางลอบมองใบหน้าหวานที่ก้มงุดหนักกว่าเดิม เขาคิดว่าแบมแบมคงจะเริ่มเข้าใจอะไรๆมากขึ้นแล้วล่ะ

 
 

“แล้วก็...หนึ่ง” คนตัวโตจัดการเชยคางคนที่เอาแต่เบนหน้าหลบให้เงยขึ้นมาสบตากันตรงๆ แรงขัดขืนน้อยๆไม่เป็นอุปสรรคต่อมาร์คเลยสักนิด จนสุดท้ายแล้วคนตัวเล็กก็ถูกเชยคางให้แหงนขึ้นมามองกันเหมือนอย่างในตอนแรกอยู่ดี

 
 

“หมดเวลาแล้ว ขอคำตอบด้วยครับคุณเบลล่า”

 
 

“บ้าหรอ...”

 
 

แน่ะ...เดี๋ยวนี้มีว่าเขาบ้าด้วยนะ


 

“ว่าไง...ฉันรออยู่”

 
 

ก็...ก็ได้” สุดท้ายแล้วแบมแบมก็ต้องขานรับเสียงผะแผ่ว พูดออกไปแล้วก็เม้มปากแน่นพลางเบนหน้าหนีไปทางอื่นทั้งที่ปลายคางยังถูกฝ่ามือใหญ่จับเชยอยู่อย่างนั้น

 
 

ไม่ไหวแล้ว...แบมแบมสู้แววตาแบบนี้ของมาร์คไม่ไหวจริงๆ


 

“ดีใจจัง” มาร์คก้มลงมากระซิบเสียจนปลายจมูกของทั้งคู่เฉียดกันไปมา แบมแบมหลับตาปี๋ตอนที่ลมหายใจร้อนๆพัดผ่านแก้มของตน สองมือขยำเสื้อของชายหนุ่มตรงหน้าแน่นก่อนจะรู้สึกได้ถึงแรงกดบนแก้มของตัวเองตามด้วยเสียงสูดหายใจของมาร์ค

 
 

“พอแล้ว...แบมแบมเขิน” สุดท้ายก็ต้องเอียงคอหลบ รู้สึกว่ามันมากเกินไปแล้วสำหรับวันนี้...ความสุขมันแทบจะล้นทะลักอกแบมแบมออกมาอยู่แล้ว

 
 

“เราเป็นคนรักกันแล้วนะ”

 
 

“อ...อื้อ” แบมแบมพยักหน้ารับก่อนจะโถมตัวเข้าใส่แผงอกกว้างของมาร์ค หลับตาลงเมื่อรู้สึกเหมือนกับว่าน้ำใสๆมันทำท่าจะไหลออกมาอีกครั้งด้วยความดีใจ...วันนี้เป็นวันที่แบมแบมเสียน้ำตามากที่สุด แต่มันเป็นน้ำตาแห่งความดีใจทั้งนั้นเลย...

 


“มาร์ค...” เสียงเล็กอู้อี้เพราะแนบชิดอยู่กับอกดังขึ้นให้คนที่ถูกเรียกอย่างมาร์คขานรับในลำคอเบาๆ

 
 

“ถ้าวันนี้แบมแบมไม่ตัวโตก็จะยังทำแบบนี้อยู่ใช่ไหม” เสียงสั่นๆแบบนั้นมาร์คคิดเอาไว้อยู่แล้วเชียวว่าแบมแบมจะต้องคิดแบบนี้ถึงได้ชิงบอกไปก่อนหน้านี้แล้วไงว่าถึงยังไงมาร์คก็ตั้งใจที่จะทำแบบนี้กับแบมแบมอยู่ดี

 
 

“ก็บอกไปแล้วไม่ใช่หรือไง” มาร์คถามกลับก่อนจะรู้สึกว่าก้อนกลมๆในอ้อมกอดของเขากำลังผงกหัวรับสองสามทีก่อนจะสะอื้นน้อยๆให้มาร์คลูบหลังปลอบประโลม

 
 

“ฉันน่ะมองผ่านข้อจำกัดทางร่างกายของนายไปตั้งนานแล้ว...ตั้งแต่ที่รู้ตัวว่าฉันเผลอหลงใหลไปกับภูติตัวเล็กๆที่เข้ามาป่วนชีวิตของฉันจนมันยุ่งเหยิงไปหมดนั่นล่ะ” มาร์คพูดจบก็หัวเราะในลำคอตบท้าย ก่อนจะต้องสะดุ้งเมื่อรับรู้ถึงแรงงับเบาๆบนหน้าอกของตัวเอง เจ้าตัวคงไม่พอใจที่ไปหาว่าเขามาป่วนชีวิตของมาร์คนั่นน่ะ

 

 

ขอบคุณจริงๆที่มีวันนี้เกิดขึ้นในชีวิตของมาร์คต้วน...



 

แกรก...

 

 

“...” ยังไม่ทันที่จะดันให้แบมแบมออกมาจากอกเสียงเปิดประตูจากด้านหลังก็ทำให้มาร์คกันขวับไปมองเช่นเดียวกันกับแบมแบมที่ผวาออกจากอ้อมอกแข็งแรงแล้วชะโงกหน้าออกไปข้างเอวของมาร์คเช่นกัน

 
 

ใครกันที่ถือวิสาสะเปิดประตูห้องชั้นใต้ดินเข้ามาได้แบบนี้...


 

“มาร์คโว้ย! อยู่ในนี้หรือเปล่า” แต่แล้วเสียงที่คุ้นเคยก็ทำให้มาร์คถอนหายใจคลายความกังวลออกมาว่าไม่ใช่โจรขโมยที่ไหน แต่เป็นเสียงของอิมแจบอมที่ดังมาก่อนร่างของมันจะปรากฏตามเข้ามาทีหลังนั่นเอง

 
 

“...”

 


“มาร์คมึงทำไรอยู่วะ กูโทรหาตั้งหลายสายก็ไม่รับ...”



อิมแจบอมถือวิสาสะเดินจ้ำอ้าวเข้ามาโดยไม่สนใจว่าตอนนี้บรรยากาศภายในห้องเป็นยังไง รู้เพียงแค่ว่าจินยองร้อนใจจนแทบบ้าตอนที่ติดต่อมาร์คไม่ได้แถมตอนมาถึงก็เห็นว่าในบ้านว่างเปล่าไม่มีวี่แววของเพื่อนรักอย่างที่ควรจะเป็น


 

ยิ่งตอนเปิดห้องนอนเข้าไปแล้วเห็นสภาพเหมือนกับว่าเกิดการต่อสู้ขึ้นในนั้นอิมแจบอมเองก็แทบบ้าไม่ต่างกัน


 

“มาร์ค แบมแบม...โอเคใช่ไหม เมื่อกี้เนียร์ขึ้นไปข้างบนมาห้องมาร์คมันเละเหมือนกับว่า...”

 
 

“เนียร์!!” ยังไม่ทันที่ปาร์คจินยองจะสาธยายสิ่งที่ตัวเองพบเจอเสร็จเสียงเล็กๆที่ดังลอดออกมาฟังแล้วก็รู้ได้ทันทีว่ามันไม่ใช่เสียงของมาร์คแน่นอนก็ทำให้จินยองต้องอ้าปากค้างกลางอากาศ สอดส่ายสายตามองไปรอบข้างเพราะคิดว่าตัวเองอาจเกิดอาการประสาทหลอนจากการที่คิดถึงแบมแบมมากเกินไป

 
 

แต่ดูเหมือนว่าอาการประสาทหลอนของจินยองจะเป็นภาพสามมิติเสียด้วย


 

เพราะว่าจินยองน่ะ...กำลังเห็นภาพแบมแบมกำลังก้าวออกมาจากการบดบังของมาร์คได้ยังไงกัน!


 

“เนียร์ แบมเอง!

.

.

.


ผ...ผี ผีหลอก!!!!!!!!!

 

 

 

 

 

 

 100%

 

 

 

นี่ล่ะฉากปึงปังอลังการที่ว่าไว้ มีคนคิดเป็นอื่นใช่ไหมเรารู้นะ!
เขาขอเป็นคนรักกันแล้ว แต่ด้วยความเป็นคนไร้อารมณ์โรแมนติกก็เลยออกมาได้เท่านี้ ไม่โกรธไม่เคืองเค้านะตอนหน้าจะจบแล้วจริงๆ เดี๋ยวเจอกันเนอะ 

- - - 

อีก 20 เปอร์หลังรอหน่อยน้า น่าจะเป็นเสาร์อาทิตย์แหละ รับรองว่าต้องปึงปังอลังการ/ไรวะ

(ตอนหน้าจะจบแล้วขอเล่นตัวหน่อย) 

- - -

กรี๊ดหน่อยเร็ว ในที่สุดเราก็มาถึงจุดนี้จนได้ ;___; 
หลังจากลุ้นกันหน้ามืดมานานสองนาน
น้องแบมโตตามที่ทุกคนต้องการแล้วนะ งือออ มัคต้วนชีวิตคอมพลีทละ
เอามาสี่สิบเปอร์ก่อน เดี๋ยวที่เหลือจะตามมานะ





ฟิคก็ยังเปิดจองอยู่เหมือนเดิมน้า ใครที่อยากรู้ว่าชีวิตตอนโตของมัคกับน้องแบมจะเป็นยังไงก็มีสเปในเล่มด้วยน้า มาเร็วว

ขอบคุณทุกคนค่า



แท็กฟิค : FICJARMB

ติดต่อไรท์เตอร์ TWITTER : @since9397









 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,155 ความคิดเห็น

  1. #2145 onea (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 11:51
    5555555 น่ารักมากกกกกกก ดีใจน้องโตแง้วววววว เย้เย้
    #2,145
    0
  2. #2127 uromtbb (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 05:15
    เย้น้องโตแย้ง. /จำเนียร์
    #2,127
    0
  3. #2097 Kattyแฟนหมี (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:41
    เย้เย้ รอน้องโตให้พ้นคุกก่อนนะ
    #2,097
    0
  4. #2080 NJChokdee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 08:35
    ผีอะไรจะน่ารักขนาดนั้นเนียร์
    #2,080
    0
  5. #2075 VivoV5 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 19:53
    วงวารเนียร์ง่าาา
    #2,075
    0
  6. #2074 VivoV5 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 19:53
    วงวารเนียร์ง่าาา
    #2,074
    0
  7. #1993 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 09:14
    โง้ยยยยย
    #1,993
    0
  8. #1931 ojay2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 11:16
    แบมโตแล้วววว อื้อออ น่ารักกกก มาร์คใส่ใจนะเนี่ยย
    #1,931
    0
  9. #1911 PaulaPum (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 08:23
    พี่มาร์คแอบโรแมนติกนะเนี่ยย
    #1,911
    0
  10. #1903 FANTACHII (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 10:47
    พี่มาร์คแอบไปวาดรูปน้องตอนไหนเนี่ยย

    ทำไมเป็นคนอบอุ่นแบบนี้ น่าร้ากกกกกก

    คิดถึงยองแจเลย จะโตขึ้นเหมือนแบมมั้ยน้ออ
    #1,903
    0
  11. #1888 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 08:43
    ดีใจอ่ะแบมตัวโตแล้ว พี่มาร์คอย่างคิดหื่นใส่น้องนะน้องยังใสๆอยู่(รึป่าวหว่า?) เนียร์มองแบมยังไงเป็นผี ผีอะไรจะน่าขย้ำแบบนี้(พี่มาร์คได้กล่าว5555)
    #1,888
    0
  12. #1869 M.m1nt (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 17:13
    55555ตลกจินยองง
    #1,869
    0
  13. #1841 KiHaE*129 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 04:26
    น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ผีภูติน้อยด้วยนะเนียร์
    ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,841
    0
  14. #1825 BamG97_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 06:18
    โว้ยยดี> < แต่ไงผีหลอกนะเนียร์5555555555555
    #1,825
    0
  15. #1747 BAMmiie (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 04:33
    น้ำตาไหลไม่หยุดเลยฮือออ มาร์คดีมากๆเลยให้ตายเถอะ เราจะร้อง ถึงแบมจะไม่ตัวโตมาร์คก็ยังเหมือนเดิมอะ ฮรือออออออออออออออออ แต่ขำเนียร์อะ โธ่555555555555
    #1,747
    0
  16. #1702 MandM (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 18:35
    เขินนนนนนนนนนนนนนนนนน

    แบมตัวโตแล้วน้าาาดีใจอ่ะ

    ขอบคุณนะหวังแจ็คสันที่คิดวิธีนี้

    เนียร์ตกใจแรงมาก5555555
    #1,702
    0
  17. #1684 zmgebob (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 03:15
    เขินหนักมากกกกกกกกก โอยย และแล้วทั้งคุ่ก็ผ่านมันมาได้ ^^ เนียร์ใจเย็น เนียร์ไม่ได้เห็นภาพหลอน555555555555555555
    #1,684
    0
  18. #1670 bbunnymm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 10:46
    โอ้ย ความน่ารักของสองคนนี้พฮือออ พี่จะไม่ทนนน 
    #1,670
    0
  19. #1633 Oni (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 09:44
    โอ้ยยยยดีใจเราเดาถูกด้วยว่าแบมต้องโตขึ้น555

    แต่กว่ามาร์คจะรู้ก็ทำเอาใจหายใจคว่ำยิ่งใครมาเห็นสภาพห้องและเตียง

    คงจะคิดไม่ต่างกัน มาร์ครักแบมมากมั๊ยดูจากถาพในห้องใต้ดินก็น่าจะรู้ดีที่สุด

    ปแอบวาดมาตอนไหน แบมที่เจอภาพขนาดนี้ยังไม่เท่าการที่มาร์คขอเป็นแฟน

    มันสุดยอดมากไรท์ฯเขียนได้ดีละมุนสุดๆ
    #1,633
    0
  20. #1515 あなた (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:22
    โอ้ยยยจ ดีใจน้ำตาจะไหลอ่ะแบมแบมตัวโตแล้วกรี้ดดดดดดดดดดด ฟ้กากาอ่ำรรกาดรอรพ่หานเนพ คือดีมาก มีแฟนเป็นศิลปินแบบอพม.นี่ก็ดีไปอย่าง โรแมนติกแรงงง
    #1,515
    0
  21. #1507 salmon_mb (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:31
    ผี 5555555555555555
    #1,507
    0
  22. #1459 ringgle (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 16:31
    โรแมนติกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกคุณศิลปิน งืออ
    #1,459
    0
  23. #1458 ringgle (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 16:31
    โรแมนติกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกคุณศิลปิน งืออ
    #1,458
    0
  24. #1402 namemy_jung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 20:39
    555 ผีหลอก
    #1,402
    0
  25. #1075 dada0627 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 / 09:04
    เค้าตกลงเป็นคนรักกันแล้ว กรี๊ดเขิล ...ว่าแต่มาร์คได้บอกแจ็คยังว่าทำสำเร็จ คิคิคิ
    #1,075
    0