FIC BOY IN A JAR : { MARKBAM }

ตอนที่ 13 : BOY IN A JAR :: In fact, I love you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    22 ส.ค. 58

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
+



BOY  IN  A  JAR

MARK x BAMBAM

#FICJARMB

                                                                                         
 

                             CHAPTER                             

- 12 -

( In fact, I love you )

 

 

ก้อนกลมในชุดนอนแขนยาวขายาวสีเหลืองสดกำลังนั่งท้าวคางทำท่าเหมือนคนคิดไม่ตกอยู่บนเบาะนุ่มของตัวเองที่จินยองเป็นคนเอามาประเคนให้เหมือนกับเสื้อผ้าและอาหารจุกจิกมากมายในช่วงสัปดาห์ที่ตัวเขามาอยู่ที่นี่

 
 

นึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนที่ทำเอาแบมแบมถึงกับหน้าชาไปต่อไม่ถูก...หลังจากที่ได้ฟังความจริง

 
 

“...” พอนึกวนกลับไปถึงเหตุผลที่คนร่างบางบอกว่าการที่มาร์คกลายมาเป็นคนใจร้ายน่ะมันมีเหตุผลนะไม่ใช่เพราะว่ามาร์คเบื่อแบมแบมอย่างที่เผลอคิดไปในบางที...ก็ไม่อยากจะเชื่อสักเท่าไหร่หรอก

 
 

เพราะมันจะดูเป็นการเข้าข้างตัวเองไปนิดนึง

 
 

ชักจะไม่แน่ใจแล้วสิ...

 


.

.

 

 
 

{ ย้อนกลับไปในบทสนทนาเมื่อคืน }



 

“หันมานี่ตัวเล็ก...”

 
 

“แล้วเนียร์จะเล่าความจริงทุกอย่างให้ฟัง”

 
 

น้ำเสียงนิ่งๆของจินยองทำให้แบมแบมที่เริ่มทำตัวไร้เหตุผลต้องกลืนความต้องการของตัวเองลงคอแล้วใช้ดวงตาคู่กลมใสแจ๋วจ้องไปยังใบหน้าอีกฝ่ายที่ปกติแล้วมักจะมีแต่รอยยิ้มส่งมาให้ทว่าตอนนี้กลับดูจริงจังเสียจนคนตัวเล็กไม่กล้าที่จะขัดขืนดื้อดึง

 
 

“ค...ความจริงอะไร”

 
 

“ตัวเล็กน่ะ...รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเองบ้างหรือเปล่า” จินยองไม่ตอบแต่กลับถามต่อ อิมแจบอมที่เห็นว่าสถานการณ์เริ่มที่จะเข้าใกล้ความจริงเข้าไปทุกทีก็ลอบกลืนน้ำลายดังอึกพลางเหลือบมองเสี้ยวหน้าของคนรักอยู่เป็นระยะ เป็นอันรู้กันว่าถ้าเกิดจินยองคิดจะทำอะไรแล้วอย่าไปห้ามซะให้ยากเลย ทางเลือกที่ดีที่สุดก็มีแค่คอยฟังและคอยดูว่าเรื่องราวมันจะหันไปทางไหนก็เท่านั้น

 
 

“ยังไงล่ะ” แบมแบมขมวดคิ้มมุ่นไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อสาร ริมฝีปากอิ่มถูกฟันซี่เล็กด้านบนขบเบาๆด้วยความที่เจ้าตัวกำลังคิดไม่ตก

 
 

“เอางี้ดีกว่า...เนียร์ขอถาม”

 
 

เอาอีกแล้ว...พอเนียร์พูดแบบนี้ทีไรทำไมแบมแบมถึงรู้สึกว่ามันจะต้องกำลังมีอะไรที่น่าอึดอัดใจเกิดขึ้นกับตัวเขาทุกทีเลยนะ

 
 

“แบมแบมเคยคิดอยากตัวโตกว่านี้ไหม โตแบบเนียร์แบบแจบอม แบบมนุษย์ทั่วไป” คำถามที่เดาทางไม่ออกถูกส่งมาให้คนตัวเล็กกระพริบตาปริบๆอีกรอบ แน่นอนว่ามันไม่ใช่คำถามที่ยาก ก็แค่ตอบไปตามที่ใจคิด แต่แบมแบมไม่รู้นี่นาว่าถ้าตอบออกไปแล้วมันจะส่งผลอะไรหรือทำให้เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า

 
 

“...”

 
 

“ก็...ก็อยาก”



แต่สุดท้ายคนตัวเล็กก็เลือกที่จะตอบออกไปตามที่คิด บอกกับตัวเองในใจว่าถ้าหากถูกถามเจาะลึกลงไปกว่านี้ อาทิเช่นคำถามที่ว่า
ทำไมถึงอยากโตล่ะ หรืออะไรเทือกนี้ แบมแบมจะต้องเก็บเอาไว้กับตัวเองนะว่าเหตุผลที่ทำให้รู้สึกอยากมีร่างกายเหมือนกับมนุษย์นั้นมาจากอะไร

 

 

มันน่าขายหน้าชะมัด...



 

“จะบอกให้ก็ได้ว่าเนียร์น่ะค้นพบข้อมูลมาว่าเผ่าพันธุ์ของแบมแบมมีอัตราการเจริญเติบโตแบบมนุษย์ทั่วไปแทบจะเป็นศูนย์...”

 
 

อ่า...บอกตรงๆเลยว่าคำพูดของเนียร์น่ะเข้าใจยากเป็นบ้าเลย เขาต้องตั้งใจฟังแถมเอามาทบทวนซ้ำๆตั้งสามรอบในใจกว่าจะเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะบอก

 
 

และเขาก็ตีความหมายออกมาได้ความเหมือนกับเนียร์กำลังจะบอกว่า...ให้แบมแบมลืมเรื่องการเจริญเติบโตของร่างกายที่มากกว่านี้ไปซะเถอะ เพราะโอกาสมันน้อยมากไงล่ะ

 

 

ก็คิดไว้แล้วล่ะว่าต้องเป็นแบบนี้น่ะ...

 

 

“เฮ้...อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ” ไม่รู้เหมือนกันว่าคนตัวเล็กเผลอทำสีหน้าแบบไหนออกไปคนใจร้ายอย่างอิมแจบอมที่เอาแต่นั่งเงียบมานานถึงได้ยื่นนิ้วมาตรงหน้าเขาแล้วพูดจาเสียงดังขึ้นมาจนแบมแบมที่เผลอก้มหน้าลงไปถึงกับสะดุ้งเฮือกขึ้นมานั่งหลังตรงอีกหน

 
 

 “เพราะอะไรรู้ไหม”

 
 

จินยองไม่สนใจ เอื้อมมือไปจับแบมแบมให้กลับมาตั้งใจฟัง เสียงหวานค่อยๆพูดทีละประโยคอย่างช้าๆพยายามให้ความผิดพลาดในการสื่อสารมีน้อยที่สุด เขารู้ว่าแบมแบมอาจจะฟังพวกประโยคที่เป็นทางการไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก ดังนั้นต่อจากนี้ไปคนตัวเล็กจะต้องฟังทุกประโยคอย่างมีสติ

 
 

“เพราะเผ่าพันธุ์ของตัวเล็กน่ะประหลาดมากๆ”

 
 

“เนียร์!” คนตั้งใจฟังถึงกับขมวดคิ้วฉับ ปากเล็กร้องท้วงออกมาเสียงดังเมื่อได้ยินประโยคเชิงดูถูกในเผ่าพันธุ์ของตัวเอง ถึงแบมแบมจะตัวเล็กกว่าและเข้าใจอะไรน้อยกว่าแต่เนียร์ก็ไม่มีสิทธิมาพูดแบบนี้ซะหน่อยนี่!

 
 

“ขอโทษ ฟังก่อนสิ”

 
 

“...” ยอมฟังต่อถึงแม้ว่าท่าทางฮึดฮัดจะยังไม่หายไป คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนกอดอกจ้องหน้าปาร์คจินยองอย่างเอาเรื่องจนแจบอมที่มองอยู่จากด้านหลังของคนรักยังแอบคิดไม่ได้ว่าท่าทางแบบนั้นมันดูน่ารักมากกว่าน่ากลัวเป็นไหนๆ สมควรแล้วล่ะที่ไอ้มาร์คเพื่อนรักจะหลงเสียจนหัวทิ่มขนาดนั้น

 
 

“ตัวเล็กเคยเจอเพื่อนในป่าที่อาศัยอยู่บ้างไหม หมายถึงภูติตัวเล็กๆแบบนี้น่ะ” ปลายนิ้วชี้ของจินยองจิ้มจึกเข้าที่อกน้อยๆของแบมแบมเสียจนเจ้าตัวต้องถอยหลังหนีสองสามก้าวเพราะความตกใจ

 
 

“ม...ไม่เคย”

 
 

นึกดูแล้วก็จริงที่ว่าแบมแบมไม่เคยเจอภูติแบบเดียวกันกับเขาเลยทั้งที่อยู่ในป่าใหญ่มาตั้งหลายปี ส่วนใหญ่แล้วเพื่อนของเขาก็จะเป็นต้นไม้ใบหญ้าหรืออะไรประมาณนี้เสียมากกว่า ก็เหงาอยู่เหมือนกันนะ ดังนั้นตอนที่แจ็คสันมาบอกเขาว่ามีภูติอีกตัวอยู่นั้นจึงทำให้ตื่นเต้นมากๆจนกล้าที่จะออกจากห้องไปทั้งที่มาร์คเองก็ย้ำนักย้ำหนาในตอนนั้น

 
 

“นั่นล่ะ...เพราะบางที ในป่านั้นน่ะอาจจะมีภูติทั้งหมดอยู่เพียงตนเดียวก็ได้นะ”

 
 

“...”   ประโยคที่จินยองพูดออกมาทำเอาแบมแบมตาโตชะงักค้างไปชั่วครู่ เขาไม่เคยคิดแบบนั้นมาก่อนเลย

 
 

“เผ่าพันธุ์ภูติมนุษย์น่ะถือกำเนิดมานานมากหลายชั่วอายุคนแล้ว...จนมาช่วงหลังความเจริญได้ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและกินพื้นที่ของพวกภูติเหล่านั้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งแทบไม่มีเหลือ” น้ำเสียงนุ่มคล้ายกับว่ากำลังเล่านิทานทำให้แบมแบมตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ กลับกันที่เรื่องนี้มันไม่ใช่นิทานแต่เป็นเรื่องจริงในตำนานที่ถูกเล่าขานต่อมาก็เท่านั้น

 
 

“ภูติมนุษย์รุ่นหลังจึงกระจัดกระจายไม่อยู่กันเป็นกลุ่มก้อนเหมือนแต่ก่อน และนั่นมันก็ง่ายต่อการที่ภูติเหล่านั้นจะถูกฆ่า...หลือลักพาตัว” แววตาใสไหววูบในคำท้าย เขาเองก็เป็นหนึ่งในภูติที่ถูกลักพาตัวสินะ...

 
 

“และเพราะด้วยความเป็นของหายากและแปลกประหลาด เมื่อไม่มีใครหาเจอนานเข้าพวกนี้ก็เลยถูกทำให้กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าในนิทาน ไม่มีใครคิดจะค้นหาอีกต่อไป...”

 
 

“...เว้นก็แต่คนจำพวกแจบอมล่ะนะ” คนเล่าปรายตาไปมองคนรักที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลังนิดหน่อย ส่วนคนโดนมองเองก็ได้แต่ยิ้มแหย

 
 

“...”

 
 

“ที่เล่ามาทั้งหมดเนียร์ก็แค่อยากจะบอกว่า การแยกกันอยู่บวกกับสัญชาติญาณการเอาชีวิตรอดที่มีไม่สูงเลยของภูติอย่างตัวเล็กน่ะ มันก็เลยทำให้อัตราการเจริญเติบโตของร่างกายที่ในความจริงแล้วมีเปอร์เซ็นต์ที่เป็นไปได้ต้องกลายเป็นศูนย์อย่างน่าเสียดาย”

 
 

“หมายความว่ายังไงกัน...” เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่ทั้งหมด คนตัวเล็กยกฝ่ามือคู่น้อยขึ้นมากุมผมของตัวเองเอาไว้แล้วออกแรงทึ้งเบาๆจนอิมแจบอมต้องยื่นมือมาอีกหนเพื่อดึงอีกคนให้เลิกทำท่าทางขัดหูขัดตาแบบนั้นแล้วนั่งลงดีๆ

 
 

“หมายความว่า...ภูติในวัยเจริญพันธุ์ คือช่วงอายุสิบสองถึงสิบห้าปีน่ะ ถ้าหากว่ายังไม่มีคู่เพื่อที่จะทำการสร้างเบบี๋ภูติน้อยล่ะก็ โอกาสในการเจริญเติบโตก็จะเท่ากับศูนย์โดยทันที”

 
 

ใช่...ตามข้อมูลที่จินยองได้ค้นพบมันก็น่าตกใจอยู่ไม่น้อย กับวิธีที่ทำให้ร่างกายของภูติเหล่านี้เติบโตขึ้นมันดูเหมือนกับง่ายมากเพียงแค่ผสมพันธุ์ให้ทันในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ร่างของภูติที่แข็งแรงไม่มีความบกพร่องก็จะสามารถเจริญเติบโตราวกับมีปาฏิหาริย์ เพียงแต่ว่า...ในความเป็นจริงนั้นทุกอย่างมันไม่ง่ายเอาเสียเลย

 

 

ภูติมนุษย์เหลือน้อยเต็มที



 

“โดยปกติแล้วภูติในวัยนี้จะเริ่มมีกลิ่นกายคล้ายกลิ่นดอกไม้ป่าเพื่อเรียกคู่ แต่เจ้าตัวจะไม่ได้กลิ่นของตัวเองหรอกนะ ตอนอยู่ในป่าตัวเล็กเคยได้กลิ่นคล้ายดอกไม้ที่ไม่คุ้นมาจากที่ไหนใกล้ตัวบ้างไหม...” จินยองลองถามและคำตอบก็ตรงกับที่คิดคือการที่ใบหน้าเล็กนั้นส่ายไปมาเป็นเชิงปฏิเสธ  

 
 

“แล้วไม่รู้ว่ามาร์คบอกตัวเล็กหรือยังนะว่าตัวเล็กน่ะ...อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ช่วงสุดท้ายแบบพอดิบพอดี คืออายุสิบห้า” ประโยคสุดท้ายจบลงพร้อมกับใบหน้าของคนตัวเล็กที่เริ่มถอดสี ยอมรับว่าดีใจตอนที่จินยองบอกว่ายังมีโอกาสแต่จู่ๆก็เหมือนกับว่าทุกอย่างพังครืนลงเพียงเพราะเงื่อนไขบ้าๆแบบนั้น ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันทีละน้อยอย่างสะกดกลั้น

 

 

คงต้องยอมรับความจริงแล้วล่ะแบมแบม...



 

“น...เนียร์” นิ่งไปนานก่อนจะเปล่งเสียงสั่นๆออกมาให้คนฟังใจหายวูบ ไม่ใช่ว่าจินยองไม่ลำบากใจ แต่มันคือความจริงที่มาร์คไม่กล้าบอกแบมแบมด้วยตัวเอง ดังนั้นก่อนที่แบมแบมจะกลับไปอย่างที่ตัวเองพูดออกมาอย่างน้อยคนตัวเล็กก็สมควรที่จะได้รู้ความจริงเสียก่อน

 
 

เพราะถ้ามัวแต่เก็บเงียบเอาไว้มันก็ดูไม่ยุติธรรมทั้งกับมาร์คและแบมแบม


 

“ตัวเล็ก...ฟังนะ ที่มาร์คทำไปทั้งหมดตัวเล็กอาจจะไม่เข้าใจ แต่เป็นเพราะมาร์ครู้ความจริงตรงนี้เมื่อไม่นานมานี้เหมือนกันเลยทำให้ต้องรีบหาทางออกที่ดีที่สุดที่ไม่ใช่การส่งตัวเล็กกลับป่าเพื่อไปหาคู่ซึ่งไม่รู้ว่ามีอยู่หรือเปล่า”

 
 

“...”

 
 

“ตัวเล็กเคยถามมาร์คใช่ไหมว่าถ้าตัวเองโตจะเป็นยังไง...นั่นน่ะ เหตุผลสำคัญที่ทำให้มาร์คแทบคลั่งตอนรู้ว่าตัวเล็กสามารถโตได้แต่หนทางที่จะทำให้เป็นแบบนั้นมันริบหรี่สุดๆ...”

 
 

“พอจะเข้าใจบ้างหรือยังว่าทำไมมาร์คถึงพยายามพาแบมแบมไปทิ้งไว้กับภูติอีกตัวทั้งที่ตัวมาร์คเองก็ไม่ค่อยชอบเจ้าของห้องน่ะ” จินยองพูดจบก็เงียบปล่อยให้อีกคนทบทวนคำพูดทั้งหมดของตัวเองอย่างใจเย็น

 
 

เหมือนกับว่าคนตัวเล็กที่นั่งฟังอยู่จะเข้าใจอะไรขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคู่สวยเริ่มเหม่อและคิดย้อนกลับไปในการกระทำที่เขาเองไม่เข้าใจในตอนก่อนหน้านั้น ตอนที่มาร์คพยายามผลักไสแบมแบมเสียตัวเขาน้อยใจจนต้องแอบไปร้องไห้งอแงกับยองแจอยู่เป็นประจำนั่นน่ะ

 

 

ยองแจ...


 

นี่มาร์คคิดจะให้เขากับยองแจสร้างเบบี๋ภูติน้อยด้วยกัน...น่ะเหรอ?


 

บ้าไปแล้ว!

 

 

“...” พอเริ่มเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพยายาทำก่อนหน้านี้ดวงตากลมโตก็เบิกโพลงขึ้นมาเสียจนคนมองอย่างจินยองและแจบอมตกใจทำท่าจะถลาเข้าไปเสียแทบจะพร้อมกัน

 
 

“เป็นอะไรไอ้ตัวเล็ก!” เป็นอิมแจบอมเหมือนจะตกใจมากกว่า ถึงกับยกมือขึ้นมาลูบอกตัวเองป้อยๆเมื่อเห็นว่าแบมแบมไม่ได้ช็อคไปอย่างที่คิด

 
 

“ป..เปล่า” ปากเล็กปฏิเสธเป็นพัลวัน แต่สีหน้าของอิมแจบอมก็ยังดูไม่ไว้วางใจเสียทีเดียว

 
 

“นึกว่าช็อคตาย ทำหน้าให้มันดีๆหน่อยได้มั้ยเนี่ย!” เพราะความตกใจอิมแจบอมเลยแหกปากลั่นกว่าเดิม แต่แบมแบมก็ไม่หือไม่อืออะไรอาจจะเป็นเพราะว่าค่อนข้างชินกับท่าทางแบบนี้ของคนตาตี่เสียแล้ว

 
 

“ตัวเล็กก็ลองคิดดูนะ ทบทวนดีๆว่ายังอยากกลับไปอย่างที่ขออยู่หรือเปล่า”

 
 

จินยองค่อยๆวางฝ่ามือลงบนกลุ่มผมนุ่ม ลูบเบาๆเพื่อให้อีกฝ่ายผ่อนคลายลง แบมแบมก็คงจะผิดหวังอยู่ที่รู้ว่าตัวเองไม่มีโอกาสเติบโตอย่างที่ใจหวังได้ แต่จินยองก็เชื่อว่าถ้าหากแบมแบมไตร่ตรองดูดีๆแล้ว คำตอบที่ได้ก็อาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่คิด

 
 

“ไม่ต้องคิดถึงเนียร์ ไม่ต้องคิดถึงแจบอม...คิดถึงแค่ตัวเองกับอีกคนที่อยู่ในใจก็พอ

 
 

.

.

 
 

{ กลับมา ณ ปัจจุบัน }

 

 

 

-“เห้อ...” บทสนทนาในห้วงความคิดของคนตัวเล็กสิ้นสุดลงพร้อมกับลมหายใจอุ่นที่พรูออกมาจากจมูกรั้นน่าหยิก เมื่อสิ่งที่จินยองบอกให้แบมแบมทำอย่างการทบทวนว่าอยากกลับไปจริงๆอย่างที่ปากพล่อยพูดออกไปเมื่อวานหรือเปล่านั่นมันทำการรบกวนจิตใจของคนตัวเล็กเป็นอย่างมาก

 
 

เพราะพอยิ่งคิด...คำตอบมันก็ยิ่งชัดเจนและดูเหมือนว่าจะชัดเจนจนไม่สามารถแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นได้อีกต่อไป

 
 

“แบมแบมแย่แล้ว...”

 





 

 

 

 

 

 

“...” เสียงถอนหายใจหนักจากชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีขาวสวมทับด้วยแจ็คเกตยีนส์บวกกับกางเกงเข้ารูปสีดำและทรงผมที่ถูกเซ็ตแบบลวกๆนั้นยิ่งขับใบหน้าที่ดูเรียบเฉยคล้ายกับไร้ซึ่งความรู้สึกนั่นดูหม่นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

 
 

แต่หากสังเกตให้ดีก็จะพบว่าปลายนิ้วเกือบทั้งสิบของมาร์คต้วนยังคงเปื้อนไปด้วยคราบสีที่ล้างออกไม่ทันหมดจด บ่งบอกว่าเขารีบมากแค่ไหนหลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากอิมแจบอมในช่วงเย็นของวันว่าให้รีบเข้ามาที่บ้านของมันด่วนเพราะมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับแบมแบม

 
 

ภาพวาดถูกทิ้งให้ค้างอยู่อย่างนั้นโดยไม่ไยดีเมื่อปลายสายถูกตัดไป เสื้อยืดตัวเดิมถูกเพิ่มเติมแจ็คเกตเข้าไปให้ดูพร้อมเดินทางก่อนจะรีบโบกแท็กซี่จนกระทั่งในที่สุดเขาก็มาถึงหน้าบ้านของเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวอย่างอิมแจบอมได้ในเวลาไม่ถึงสามสิบนาที

 

 

ก็ไม่ค่อยมีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตสักเท่าไหร่หรอก...


 

แต่เชื่อสิว่าถ้าไม่ใช่เพราะชื่อของใครบางคน บางทีมาร์คอาจจะโผล่มาในอีกสองสามวันถัดไปนู่นแหละ



 

“เข้ามาเลยมาร์ค” เขากดกริ่งไปเมื่อครู่และตอนนี้ปาร์คจินยองก็ทำหน้าที่เดินออกมาเปิดประตูต้อนรับเขาอีกครั้ง สังเกตดูใบหน้าของอีกฝ่ายปรากฏรอยยิ้มอ่อนๆที่ทำให้มาร์คคลายความกังวลใจไปได้นิดหน่อยว่าจะเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงขึ้นกับแบมแบม

 
 

“เกิดอะไรขึ้น”

 
 

ขณะที่เดินตามหลังเจ้าของบ้านเข้าไปด้านในก็อดไม่ได้ที่จะใจร้อนรีบถามออกมา จินยองหยุดเดินก่อนจะหันตัวกลับไปมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเต็มตา เขาเงียบไปพักหนึ่งก่อนคิดได้ว่าเขาเองก็ควรจะบอกให้มาร์ครู้ไว้ก่อนเหมือนกัน

 
 

“มาร์ค แบมแบมรู้ความจริงทั้งหมดแล้วนะ”

 
 

“...”

 
 

คนตัวโตยืนนิ่งเหมือนถูกหมัดฮุคชกกระแทกหน้าแบบไม่ทันตั้งตัวเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากปากของปาร์คจินยอง ไม่ได้โกรธหรืออะไร เพียงแต่ว่ามันรู้สึกแปลกๆก็เท่านั้น

 
 

“แล้วแบมแบม...”

 
 

“ไม่รู้สิ” เหมือนจินยองเองจะรู้ใจมาร์คว่าต้องการจะถามอะไร แต่เสียใจด้วยเพราะตัวจินยองเองก็ยังไม่รู้เพราะตั้งแต่เมื่อคืนที่บอกให้เจ้าตัวเล็กไปลองคิดทบทวนดูว่าอยากอยู่ที่นี่กับมาร์คเหมือนเดิม หรือจะกลับไปสู่ป่าตามธรรมชาติอย่างที่เจ้าตัวร้องขอออกมาด้วยความน้อยใจหรืออะไรก็ตาม จินยองก็ยังไม่ได้ไปเซ้าซี้เอาคำตอบจากแบมแบมเลยแม้แต่น้อย

 
 

“ที่เรียกมาร์คมาก็เพราะว่าเนียร์อยากให้มาร์คฟังคำตอบนั้นด้วยตัวเอง...”

 
 

“เลิกกลัวได้แล้ว มันดูไม่ใช่มาร์คที่เนียร์กับเดฟรู้จักเลย” จินยองพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนๆบนใบหน้า มือบางเอื้อมไปตบไหล่คนตัวสูงกว่าเล็กน้อยเบาๆเป็นเชิงให้กำลังใจ เห็นว่ามาร์คก้มหน้าแถมยังกัดริมฝีปากตัวเองแน่นแบบนั้นจินยองก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมา

 
 

เพราะเมื่อคืนตอนที่เจ้าตัวเล็กถูกเขาไล่ต้อนถามจนคิดไม่ตก เจ้าตัวก็เผลอทำท่าทางแบบนี้ออกมา...เหมือนกันเปี๊ยบเลย


 

“อืม...ก็ได้”

 
 

สุดท้ายแล้วมาร์คก็รับคำพร้อมสูดลมหายใจยาวๆเข้าปอด ใช่ว่ามาร์คต้วนเป็นคนขี้ขลาดเป็นทุนเดิมเสียเมื่อไหร่ แต่เพราะว่านี่เป็นเรื่องของความรู้สึก พิเศษที่มาร์คไม่ค่อยได้พบเจอหรือมอบมันให้กับใครบ่อยๆนี่ต่างหากเป็นตัวที่ทำให้ความกล้าในตัวเหือดหายไปเสียจนแทบไม่เหลือเมื่อคิดว่าจะต้องปล่อยอีกฝ่ายไป

 
 

เดินมาด้วยกันแบบไม่รีบร้อนจนในที่สุดมาร์คก็มาหยุดอยู่หน้าห้องรับแขก เขารู้สึกเย็นตามปลายนิ้ววูบวาบไปหมดเมื่อสมองพลันคิดไปว่าคนในห้วงความคิดที่เฝ้าคิดถึงมาเกือบสองอาทิตย์เต็มๆอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ผนังกั้นเท่านั้น

 
 

ยอมรับเลยว่ามาร์คต้วนคนนี้น่ะ...กำลังตื่นเต้นไม่ใช่น้อย

 
 

“เดี๋ยวมาร์คเลี้ยวเข้าไปในห้องนั่งเล่นได้เลยนะแบมแบมอยู่ในนั้นล่ะ...เนียร์จะขึ้นไปอยู่ข้างบนกับเดฟแล้วกัน” มาร์คพยักหน้ารับกลายๆ เอ่ยปากขอบคุณจินยองไปก่อนที่ตัวเขาจะหันหน้าเข้าหาบานประตูที่ปิดสนิทตรงหน้าเพื่อรวบรวมความกล้าทั้งหมด

 
 

“...”

 
 

“แต่ถ้ามีอะไรฉุกเฉินก็ตะโกนได้เลยนะ จะรีบลงมาอย่างไว”  แต่ก็ใช่ว่าจินยองจะมั่นใจทั้งหมดเสียเมื่อไหร่ว่าเหตุการณ์จะราบรื่นอย่างที่คิด เอาเป็นว่าถ้ามีอะไรผิดแผนเขาจะคอยฟังเสียงเรียกจากมาร์คก็แล้วกันนะ

 
 

“โอเค” เสียงทุ้มตอบรับก่อนจินยองจะเดินหายขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้าน ตอนนี้เหลือเพียงมาร์คคนเดียวกับปราการด่านสุดท้ายอย่างประตูห้องสีไม้โอ๊คตรงหน้า มือหนาเอื้อมไปจับลูกบิดช้าๆ เปลือกตาบางปิดลงก่อนจะออกแรงผลักมันเข้าไปทีละน้อย

 
 

แกรก...

 
 

“...”

 
 

ความรู้สึกแรกคือความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำกว่าห้องพักของมาร์คต้วนหลายเท่า แอบนึกเป็นห่วงคนตัวเล็กว่าตลอดเวลาที่ต้องอยู่ที่นี่จะหนาวเกินไปจนเจ็บป่วยขึ้นมาแล้วดื้อด้านไม่ยอมบอกจินยองกับแจบอมบ้างหรือเปล่า

 
 

ฝีเท้าเงียบเชียบเดินไปตามพื้นพรมสีครีมช้าๆพลางกวาดสายตามองหาร่างเล็กๆของคนที่น่าจะอยู่ในนี้ ในที่สุดสายตาคมก็พบเข้ากับแผ่นหลังกลมๆที่นอนขดตัวอยู่บนหมอนอิงขนสัตว์ใบใหญ่ที่วางอยู่บนโซฟาอีกที เสื้อผ้าที่สวมใส่เปลี่ยนไปไม่ใช่ชุดเดิม อาจจะเป็นจินยองที่จัดการให้

 
 

“...” ในตอนแรกเขาคิดว่าแบมแบมอาจจะหลับและคิดว่าจะนั่งรอจนกว่าเจ้าตัวจะตื่นขึ้นมา แต่พอก้าวเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ด้านหลังของโซฟาตัวใหญ่ แบมแบมกลับเด้งตัวขึ้นมานั่งกอดเข่าแล้วฟุบหน้าลงไปเสียจนมาร์คชะงักมอง

 
 

ในใจเริ่มคิดไม่ตกว่าควรจะเข้าไปให้อีกฝ่ายเห็นตอนนี้หรือไม่ แต่สุดท้ายความรู้สึกที่บอกว่าไม่อยากให้คาราคาซังแบบนี้ต่อไปก็ชนะ มาร์คเดินอ้อมโซฟาตัวยาวไปจนกระทั่งไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของคนตัวเล็กที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่รับรู้ถึงการมาของใครบางคนเพราะเอาแต่ฟุบหน้าอยู่อย่างนั้น

 
 

มาร์คยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นได้สักพัก ไม่ต้องการที่จะเรียกอีกฝ่ายให้ผวาขึ้นมาแต่เขาเลือกที่จะยืนรอจนกว่าเจ้าตัวจะเงยหน้าขึ้นมาเอง

 
 

และการรอคอยของมาร์คก็สิ้นสุด เมื่อกลุ่มผมสีดำนั้นทำท่าขยุกขยิกเหมือนกำลังจะผงกเงยขึ้นมา...

 
 

“...”

 
 

“...”

 


 

ม...มาร์ค!

 



 

แน่นอนว่าท่ามกลางความเงียบ เสียงตะโกนเล็กๆก็กลายเป็นสิ่งเดียวที่ดังอยู่ในนั้น...ดวงตาคู่กลมเลิ่กลั่กมองซ้ายทีขวาทีด้วยความที่ทำตัวไม่ถูก แบมแบมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าคนตรงหน้ามีตัวตนจริงๆหรือเป็นเพราะว่าสติของแบมแบมมันเกิดปัญหาเพราะคิดคำตอบที่จะให้จินยองไม่ได้เสียจนสร้างภาพหลอนขึ้นมาเองกันแน่

 
 

“อืม ฉันเอง”

 
 

“...” เหมือนกับว่าในหัวเล็กๆมันตื้อไปหมด แอบโกรธตัวเองจนอยากลงโทษด้วยการตีให้เจ็บๆไปเลยเมื่อรู้สึกตัวว่าพอตั้งสติได้นิดหน่อยก้อนเนื้อด้านในหน้าอกมันก็เริ่มที่จะเต้นรัวเร็วเสียคนตัวเล็กกลัวว่ามาร์คจะได้ยินเสียงมันภายในห้องเงียบเชียบนี้

 
 

“...” และความเงียบก็กลืนบทสนทนาทั้งหมดไป เหลือเพียงมาร์คที่ยืนมองด้วยแบมแบมด้วยสายตาที่อ่านออกอย่างง่ายดายว่าคิดคำนึงถึงคนตัวเล็กมากแค่ไหน และแน่นอนว่าแบมแบมเองสู้ไม่ได้หรอกกับสายตาแบบนั้นของอีกฝ่าย สุดท้ายดวงตากลมก็ต้องเสหลบลงมามองเบาะนุ่มๆที่ตัวเองนั่งอยู่แทน

 
 

“รู้ความจริงแล้วใช่ไหม”

 
 

 เสียงทุ้มส่งมาไม่ดังมากก่อนที่หางตาของแบมแบมจะจับได้ถึงการเคลื่อนไหวของคนตรงหน้า มาร์คนั่งลงกับพื้นแล้วเอาศอกยันเท้าคางไว้กับโซฟาตรงหน้าเขาอย่างพอดิบพอดี เล่นเอาแบมแบมต้องก้มหน้างุดเสียยิ่งกว่าเดิม

 
 

“หืม...”

 
 

“อือ” เมื่อถูกถามย้ำคนตัวเล็กก็เลือกที่จะครางรับในลำคอ นิ้วชี้น้อยๆลากไปมาบนเบาะขนสัตว์เนื้อนุ่มเหมือนกับพยายามไม่ใส่ใจคนตรงหน้า แต่เปล่าเลย...แบมแบมกำลังระบายความประหม่าที่ก่อตัวอย่างรวดเร็วเสียจนแทบล้นอกให้ออกไปต่างหาก

 
 

แบมแบม...ฉันขอโทษ

 
 

ไม่น่าเชื่อเลย...เพียงแค่ประโยคเดียวที่ออกมาจากปากของมาร์คต้วน คนที่ทำให้แบมแบมโดดเดี่ยวและเหงามาเป็นอาทิตย์ๆ คนที่ผลักไสแบมแบมโดยไม่มีเหตุผล และคนที่ทำให้แบมแบมอิจฉาผู้หญิงคนหนึ่งเสียจนแทบบ้านั้น

 
 

จะทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าความรู้สึกขุ่นมัวที่มีมาทั้งหมดมันเจือจางไปเหมือนกับฝุ่นผงที่ถูกลมหอบใหญ่พัดให้กระจัดกระจายหายไปในอากาศได้รวดเร็วแบบนี้...

 
 

“...”

 
 

“ขอโทษที่ทำอะไรโดยไม่บอกและถามความเห็นของนายก่อน” เขาได้ยินเสียงลมหายใจแรงๆของมาร์คหนึ่งครั้งก่อนที่จะเริ่มพูดประโยคนี้ออกมา มันทำให้แบมแบมรู้ว่ามาร์คเองก็คงลำบากใจอยู่เหมือนกัน

 
 

“เป็นเพราะตอนนั้นทางเลือกเดียวที่มีคือการส่งนายกลับไปที่เดิม...ที่นายจากมา” คนตัวเล็กลองเหลือบตามองอีกฝ่ายทีละน้อย จดจ้องใบหน้าคมที่ก้มลงต่ำกว่าปกติลอบมองสันจมูกโด่งและผมยุ่งๆที่เขาคิดถึง...มันนานราวกับว่าเป็นแรมปีที่ไม่ได้เจอกัน

 

 

ยิ่งเห็นแบบนี้ก็ยิ่งปฏิเสธความรู้สึกตัวเองไม่ได้เลย...



 

“...และฉันคิดว่ามันอาจจะมีทางอื่น ฉันรู้ว่ามันออกจะประหลาดไปนิดที่เลือกยองแจให้มาเป็นคู่ของนาย”

 
 

“แต่นั่นมันเป็นเพราะว่าไม่มีทางเลือก”

 
 

“มัน...ไม่ใช่ว่าฉันไม่ฝืนใจหรอกนะ” คนตัวเล็กเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นเมื่อได้ยินเรื่องราวจากมุมมองของมาร์คบ้าง อันที่จริงถ้าหากมาร์คบอกกันมาตรงๆในตอนนั้นเรื่องราวมันอาจจะไม่กลายเป็นแบบนี้ก็ได้...ทำไมมาร์คถึงคิดว่าแบมแบมต้องการที่จะเติบโตขนาดนั้นกัน

 
 

“...”

 
 

“แต่ตอนนี้ฉันพร้อมแล้ว...” มาร์คหยุดพูดเพื่อกลืนน้ำลายลงคอก่อนที่ใบหน้าคมจะกลับมาตั้งตรงจ้องประสานสายตาไปยังอีกคนที่มองมาที่เขาอยู่เหมือนกัน

 
 

“ไม่ว่าคำตอบของนายเป็นยังไง จะยอมรับทุกอย่าง”

 
 

“...” คนตัวเล็กสายตาวูบไหวทันทีที่ได้ยินคำพูดสุดท้ายก่อนที่มาร์คจะนิ่งเงียบไป ทำเพียงแค่จ้องมาที่เขานิ่งๆเป็นการยืนยันในคำพูดว่ารอคำตอบจากเขาอยู่...ไม่ว่าจะเป็นยังไง

 

 

มาร์คก็จะยอมรับได้...จริงๆน่ะเหรอ ?



 

เหมือนกับเวลาหยุดเดิน เนิ่นนานราวกับข้ามปี เสียงลมหายใจของคนทั้งสองดังสลับกันเป็นเสียงเดียวท่ามกลางห้องที่เงียบกริบ แบมแบมมีคำตอบอยู่แล้ว...คำตอบมันชัดเจนเสียตั้งแต่จินยองตั้งคำถาม เพียงแต่เจ้าตัวเลือกที่จะไม่ยอมรับและหลีกเลี่ยงมัน พยายามหาคำตอบอื่นแต่มันก็ไม่ตรงกับใจจนน่าหงุดหงิด

 
 

“แบมแบมอยากโต”

 
 

เสียงเล็กสั่นหน่อยๆเหมือนไม่มั่นใจนัก แต่คำตอบที่ได้ฟังก็ทำให้มาร์คแค่นยิ้มออกมา...แน่นอนว่าถ้าหากคำตอบเป็นแบบนี้ทางเลือกเดียวที่มีก็คือสิ่งที่มาร์ควางมันไว้ลำดับสุดท้ายของการตัดสินใจไงล่ะ

 

 

ส่งแบมแบมกลับบ้าน

 


 

“ต..แต่ แล้วไงล่ะ”

 
 

มาร์คที่กำลังก้มหน้าต้องหยุดฟังเมื่อได้ยินคล้ายกับว่าแบมแบมกำลังจะพูดอะไรต่อ ใบหน้าคมเงยขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนกระทั่งได้เห็นว่าคนตัวเล็กตรงหน้ากำลังประสานฝ่ามือเข้าหาพลางบีบกันแน่น ดวงตาคู่สวยเสมองไปทางอื่นทั้งแก้มขึ้นสีระเรื่อ

 
 

ก..ก็ ถ้าเกิดในป่า...ไม่มีมาร์คอยู่ด้วย

 
 

แบมแบมจะกลับไปทำไมกัน

 
 

คล้ายกับว่าลูกโป่งแห้งเหี่ยวถูกเติมลมให้กลับมาเต็มอีกครั้งเมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่คาดฝันมาก่อนจากร่างเล็กตรงหน้าที่หลังจากพูดออกมาจบก็ไม่ยอมหันหน้ากลับมามองกันเลย เอาแต่มองนู่นนี่ไปเรื่อยยกเว้นอย่างเดียวคือใบหน้าหล่อคมของมาร์คที่จ่ออยู่ข้างหน้าตัวเอง

 
 

“...”

 
 

“พูดจริงเหรอ” ไม่รู้เหมือนกันว่ามาร์คดีใจมากแค่ไหน ไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกโล่งใจในตอนนี้มันมีมากมายเสียเท่าไหร่ รู้เพียงแต่ว่าขอบตาของมาร์คมันเริ่มที่จะอุ่นขึ้นหน่อยๆเหมือนกับว่า...น้ำตาจะไหลออกมายังไงก็ไม่รู้สิ

 
 

“..อือ” ยิ่งเสียงเล็กที่ครางรับเบาหวิวยิ่งทำให้ใจชื้น อยากดึงร่างตรงหน้ามาฟัดให้หายคิดถึงแต่ชายหนุ่มก็ยังต้องเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ก่อน

 
 

“แต่...ถ้านายเลือกอยู่ที่นี่ จะไม่มีทางโตอย่างที่หวังไว้นะ” ถึงแม้จะดีใจ แต่เรื่องนี้ก็สำคัญ...มันเหมือนกับว่าเขาตัดโอกาสของแบมแบมไป

 
 

“ช่างเถอะ...”

 
 

“แบมแบมไม่โตก็ได้ ถ...ถ้า ถ้ามาร์คบอกมาว่า...จะชอบแบมแบมมากกว่าคนอื่น

 
 

เขาพูดมันออกไปแล้ว แบมแบมพูดมันออกไปได้ยังไง...ทั้งที่คิดเอาไว้แล้วว่าจะเก็บเอาไว้ แต่พอเผลอนึกไปถึงอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เขาน้อยใจไม่แพ้ไปจากการที่ถูกปล่อยให้อยู่คนเดียว นั่นก็คือการที่มาร์คต้องคอยไปเอาใจผู้หญิงอีกคนที่สวยและตัวโตกว่าไงล่ะ...

 
 

แบมแบมยอมรับก็ได้ว่าชอบมาร์คน่ะ...แล้วก็อยากให้มาร์คชอบแบมแบมเหมือนกันด้วย!

 
 

คนถูกเค้นอย่างมาร์คนิ่งอึ้งไปเหมือนกับโดนหมัดที่มองไม่เห็นชกเข้ากลางหน้าเสียจนสมองเบลอชั่วขณะ ยิ่งเห็นว่าดวงตากลมคู่นั้นทำใจกล้าช้อนมองขึ้นมาเหมือนว่าต้องการคำตอบที่ถูกใจด้วยแล้วยิ่งทำให้ลิ้นของชายหนุ่มนั้นแข็งเสียจนแทบขยับไม่ออกเลยทีเดียว

 
 

“...”

 
 

ยิ่งมาร์คเงียบไปนานเท่าไหร่ คนรอคำตอบก็ยิ่งใจเสียมากเท่านั้น...เริ่มคิดโทษตัวเองไปแล้วว่าอาการแบบนี้ของมาร์คคงเป็นเพราะว่าลำบากใจในคำขอแบบนั้นแน่ๆ คิดแล้วก็อยากจะเอาหน้าซุกลงไปในหมอนด้วยความขายหน้าขึ้นมาซะเดี๋ยวนี้เลย

 

 

ทำอะไรลงไปเนี่ย! แย่ที่สุดเลยแบมแบม!



 

“เฮ้...” แต่ยังไม่ทันที่ใบหน้าน่ารักจะกดลงกับหมอนนุ่มก็ถูกปลายนิ้วยาวเชยคางให้แหงนขึ้นมาเสียก่อน เห็นว่าในดวงตากลมเริ่มมีน้ำใสเอ่อคลออยู่เล็กน้อย แววตาที่ทำให้มาร์คหลงใหลแบบไม่รู้ตัว...อาจจะตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกันกำลังแสดงออกถึงความสับอย่างปิดไม่มิด

 
 

“ขอโทษที่ทำให้รอ” แบมแบมเม้มปากอีกหนเมื่อเห็นรอยยิ้มจางๆบนใบหน้าของมาร์คต้วน

 
 

“...”

 
 

“ไม่ต้องห่วง ฉันชอบนายมากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว...” แน่นอนว่ามาร์คให้สิ่งนั้นกับแบมแบมได้โดยที่เจ้าตัวไม่ต้องเอ่ยปากขอด้วยซ้ำไป ช่วงเวลาที่ห่างกันไปมันเหมือนเป็นการเว้นช่องว่างให้มาร์คทบทวนความรู้สึกตัวเองที่มันซ้อนทับไปมาเสียจนกระจ่างแจ้ง

 

 

ไม่รู้หรอกว่าชอบตอนไหน เพราะตอนที่รู้ตัวก็ถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว...


 

แสบนักนะ

 
 

“จริงเหรอ!” เมื่อได้คำตอบที่ถูกใจแววตาใสก็ทอประกายเสียจนคนมองอดยิ้มไม่ได้ ท่าทางแบบนี้ของคนๆนี้ล่ะที่เขาคิดถึงเสียเหลือเกิน

 
 

“ละ แล้ว มากกว่าใครบ้าง...”

 
 

“...” เหมือนกับว่าจะยังไม่มั่นใจพอ จะว่าแบมแบมได้คืบแล้วอยากจะเอาศอกต่อก็ได้เมื่อเสียงเล็กเลียบเคียงถามอีกฝ่ายพลางหลบสายตาทำเป็นไปดึงผ้าห่มขนนุ่มที่กองอยู่ข้างตัวให้ขึ้นมาอยู่บนตักเล็กๆของเจ้าตัวแทน มาร์คส่ายหัวน้อยๆให้กับท่าทางแบบนั้น ความโล่งอกมันทำให้มาร์คต้วนแทบจะหุบยิ้มไม่อยู่

 
 

นึกขอบคุณทุกอย่างที่ดลใจให้แบมแบมไม่เลือกจากเขาไป


 

“มากกว่าจินยองกับแจบอม” ใบหน้าของมาร์คลองก้มลงไปใกล้อีกฝ่ายมากกว่าเดิมและเมื่อเห็นว่าแบมแบมไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้านอะไรคนตัวโตก็ค่อยๆพูดออกมาเสียงนุ่มให้อีกฝ่ายรับฟังอยู่ในก้อนผ้าห่ม

 
 

หากแต่ชื่อของสองคนแรกที่ถูกยกมานั้นทำให้คนตัวเล็กที่รับฟังเกิดแอบแย้งในใจอยู่น้อยๆว่าถ้าหากสองคนนั้นมาได้ยินในสิ่งที่มาร์คพูดเข้าคงได้ร้องไห้ด้วยความน้อยใจกันแน่ๆที่มาร์คชอบแบมแบมมากกว่า

 
 

แบมแบมขอโทษนะเนียร์ แจบอม...

 
 

“...”

 
 

“มากกว่ากระดานวาดภาพของฉัน”

 
 

“...” มาร์คพูดไปเรื่อยๆและดูเหมือนว่าแบมแบมเองก็ตั้งใจฟังจนยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับมาร์คแบบไม่หลบหลีกเหมือนอย่างเคย ดวงตากลมใสซื่อที่มาร์คเพิ่งรู้ว่ามันน่ามองขนาดนี้อยู่ตรงหน้าแล้ว และมาร์คเองเกือบจะเสียมันไปด้วยความขี้ขลาดของตัวเอง

 
 

ปลายนิ้วของมาร์คแตะลงบนปลายจมูกแดงๆของคนตัวเล็กแผ่วเบา เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เปลือกตาบางค่อยๆบรรจงพริ้มหลับลงรับสัมผัสนั้นด้วยความโหยหา

 
 

“มากกว่าแทมมี่กับเบ็ธตี้ด้วยก็ได้เอ้า”

 
 

“ไม่เอาสิ!” แต่แบมแบมกลับส่ายหน้าทั้งที่เปลือกตาบางยังปิดสนิท ริมฝีปากอิ่มงึมงำออกมาจับใจความได้ประมาณว่า แบมแบมยอมให้มาร์คชอบสองคนนี้มากกว่าได้

 
 

แล้วมาร์คเองจะทำยังไงได้ ก็ได้แต่ส่ายหน้าให้กับความน่าเอ็นดูนั้นไงล่ะ... ปลายนิ้วชี้ของเขาลากผ่านปลายจมูกออกมากที่พวงแก้มข้างขวาอย่างบรรจง สังเกตเห็นริ้วชมพูจางๆเริ่มปรากฏขึ้นมายิ่งขับให้ใบหน้าของอีกฝ่ายน่ารักน่าแกล้งมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

 
 

“อืม...”

 
 

“แล้วอีกคนล่ะมาร์ค...คนที่เป็นผู้หญิง” ในที่สุดคนตัวเล็กก็เปิดปากถามถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาน้อยใจออกมา ไม่กล้าบอกตรงๆแต่ตอนนี้เป็นโอกาสที่จะทำให้เขาได้รู้ว่ามาร์คจะชอบใครมากกว่ากันกันแน่...

 
 

“จีอาน่ะเหรอ”

 
 

“ไม่รู้หรอกว่าชื่ออะไร” พูดจบก็ยู่ปากใส่เสียจนคนมองได้แต่หัวเราะหึในลำคอ พอจะรู้ได้บ้างว่าอีกเรื่องนึงที่ทำให้คนตัวเล็กเป็นกังวลและน้อยใจจนขอให้เขาพามาอยู่กับจินยองคืออะไร...

 

 

คิมจีอาสินะ



 

“ชอบมากกว่าคิมจีอาด้วย” มาร์คพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนที่สุด แอบเห็นว่าริมฝีปากอิ่มยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะเปลี่ยนเป็นเม้มเข้าหากันแน่นแทนเพื่อซ่อนความดีใจที่ดูเหมือนว่าจะช้าไปหน่อยเพราะมาร์คเห็นมันเต็มสองตาเลยทีเดียว

 
 

“...”

 
 

“อ่า...จะนอนแล้ว”



ดูสิคนเรา...พอได้คำตอบที่พอใจแล้วก็ไล่ส่ง แบมแบมมุดตัวเข้าใต้ผ้าห่มแถมยังดึงขึ้นมาคลุมผมตัวเองซะมิด ส่วนมาร์คน่ะเหรอ...คิดว่าคืนนี้เขาจะนอนเฝ้าคนตัวเล็กเอาไว้ตรงนี้นี่ล่ะ

 

“ฝันดีแบมแบม”

 

 

พรุ่งนี้จะได้พากลับบ้านพร้อมกันเสียที

 

 

แบมแบมบอกว่าจะนอนแล้วก็นอนจริงๆ อาจเพราะว่าหลายวันที่ผ่านมาคนตัวเล็กเสียพลังงานไปมากกับการขบคิดเรื่องราวต่างๆที่ดูเหมือนว่าจะแก้ไม่ออก แต่เพราะว่าในคืนนี้มาร์คได้มาทำให้ทุกอย่างมันกระจ่าง รวมไปถึงจินยองที่ช่วยทำให้เรื่องมันง่ายขึ้นคนตัวเล็กก็เลยสามารถที่จะนอนหลับแบบเต็มตาได้เสียที

 
 

ส่วนมาร์คเองก็นั่งเฝ้าอีกฝ่ายอยู่ที่เดิม หลังจากที่ชัดเจนในความรู้สึกแล้วก็เหมือนกับว่าเขาไม่อยากเสียเวลาไปกับการละเลยแบมแบมอีก ชายหนุ่มเปลี่ยนจากการใช้ศอกยันโซฟามาเป็นเอาใบหน้าแนบลงไปบนเบาะโซฟาใกล้กับอีกคนที่นอนมุดอยู่ในผ้าห่มแทน กลิ่นหอมละมุนจากตัวอีกฝ่ายยังคงลอยมาเตะจมูกเป็นพักๆ

 
 

“...” จะว่ามาร์คเป็นพวกฉวยโอกาสก็ได้ เมื่อกลิ่นนั้นมันเย้ายวนเสียจนเขาต้องผงกหัวขึ้นมาจ้องอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะหลับสนิทเอาเสียมากๆ ได้ยินเสียงฟี้ดังออกมาจากริมฝีปากอิ่มยิ่งน่าทะนุถนอม รู้ตัวอีกทีปลายจมูกโด่งของมาร์คก็กดลงไปเสียจมแก้มยุ้ยๆของอีกฝ่ายเสียแล้ว

 
 

ฟอด...~

 
 

“เฮ้ย! ลักหลับเหรอวะ!” แต่ใบหน้าคมก็มีอันต้องชะงักและถอนปลายจมูกออกมามองเจ้าของเสียงที่ยืนจังก้าอยู่ด้านหลังเขา อิมแอจบอมกับปาร์คจินยองนั่นเอง...

 
 

“คุยกันรู้เรื่องแล้วเหรอ...แบมแบมว่ายังไงล่ะมาร์ค” เป็นจินยองที่ดึงแจบอมให้นั่งลงบนโซฟาส่วนตัวจินยองเองลงไปนั่งที่พื้นข้างๆมาร์คเพื่อถามไถ่ความเป็นไป

 
 

“ก็โอเคแล้ว”

 
 

“แบมแบมยอมอยู่ที่นี่” มาร์คตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่แน่นอนว่าความดีใจที่ฉายชัดในแววตานั้นเขาไม่สามารถปิดบังมันจากจินยองที่กำลังส่งยิ้มกว้างมาให้ได้เลย

 
 

“ เห็นไหม...ถ้าถามแบมแบมตั้งแต่แรกก็คงไม่ต้องทะเลาะกันใหญ่โตแบบนี้เลย” จินยองพูดติดตลก แต่เขาเองก็รู้ดีว่าถ้าหากสถานการณ์เป็นแบบนี้แล้ว คนเราทุกคนก็ย่อมเกิดความกลัวและขลาดเขลาขึ้นในจิตใจทั้งนั้น อยากให้ของที่เรารักอยู่กับเราให้นานที่สุดน่ะ...ใครกันที่ไม่เป็น

 
 

“แล้วคืนนี้มึงนอนนี่เลยใช่ไหม” อิมแจบอมเองก็เอื้อมมือมาตบไหล่มาร์คปุๆเป็นเชิงให้กำลังใจ ดีใจอยู่ลึกๆที่ได้เห็นว่ามาร์คมีสีหน้าดีขึ้นไม่ซังกะตายเหมือนกับก่อนหน้านี้

 
 

“เออ”

 
 

“คราวนี้เฝ้าอย่าให้คลาดสายตาเลยนะมึง กูบอกแล้วว่าของดี” ยังไม่วายทิ้งนิสัยกวนประสาท มาร์คถอนหายใจก่อนจะส่งสายตาด่าแม่ไปให้อิมแจบอมที่นั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟา อะไรก็ดีหมดเกลียดอยู่อย่างเดียวคือความกวนประสาทของมันนี่ล่ะ

 
 

“หุบปาก กูจะนอนแล้ว”



ต้องมีความกล้าแค่ไหนถึงจะออกปากไล่เจ้าของบ้านได้ตามใจชอบ อิมแจบอมกระแนะกระแหนอีกสองสามประโยคจนพอใจ สุดท้ายก็เดินหายไปข้างบนพร้อมกับหอบหมอนผ้าห่มลงมาให้เพื่อนรักอีกชุด บอกลากันนิดหน่อยพอเป็นพิธีทั้งห้องก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

 
 

หมอนกับผ้าห่มถูกมาร์คจัดวางบนพื้นอย่างเหมาะเจาะ ทำท่าเหมือนจะลงไปนอนแต่แล้วก็เด้งตัวขึ้นมาอีกหน โน้มตัวเข้าไปหาอีกคนที่หลับไม่รู้เรื่องไปก่อนหน้าแล้วด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนที่เสียงทุ้มจะพูดอะไรบางอย่างออกมาคล้ายต้องการจะส่งเข้าไปในห้วงความฝันให้อีกฝ่ายรับรู้...

 




 

ขอบคุณมากนะ...แบมแบม”   

 

 





 

ในที่สุด...มันก็คลี่คลาย (ง่ายๆแบบนี้เลยหรอวะ) อืม ก็แบบนี้แหละ5555555555 บอกแล้วไงว่าไม่ถนัดดราม่า
แต่ก็รู้น่าว่ารีดเดอร์อยากให้เขาดีกัน ตอนนี้ก็ค่อนข้างยากในการเข็นออกมา /ปาดเหงื่อ/ เอามาให้แบบครบร้อยเลย

 
ไม่อยากสปอยตอนหน้าเลยอะ...สยิวกิ้ว 

 

เอ่อ แล้วก็หนังสือยังเปิดจองอยู่นะคะ สองมือล้วงกระเป๋า (คนอื่น) สองเท้าก้าวเข้ามาเลยค่ะ...

 

ปล.ช่วงนี้แท็กฟิคค่อนข้างเงียบเหงามากเลย อย่าทิ้งกันนะ ฮ่าๆ


แท็กฟิค : #FICJARMB

ติดต่อไรท์เตอร์ TWITTER : @since9397

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,155 ความคิดเห็น

  1. #2143 onea (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 07:32
    เฮ้ออออ ค่อยโล่งใจหน่อย
    #2,143
    0
  2. #2125 uromtbb (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 04:29
    ไม่โตหรอ
    #2,125
    0
  3. #2108 Ppchat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 13:22
    หยักให้น้องโตตต
    #2,108
    0
  4. #2072 VivoV5 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 19:15
    น้องต้องโตได้สิ
    #2,072
    0
  5. #2058 Bporsche (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 03:13
    เราอยากให้น้องโตอ่ะ
    #2,058
    0
  6. #2050 MB-krD (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 10:51
    เห้ออออ อึดอัดกลั้นใจอ่านตั้งนาน55555 แงงง ม๊าคลักหลับน้องงงงงง
    #2,050
    0
  7. #1992 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 01:11
    เข้าใจกันสักที
    #1,992
    0
  8. #1978 ATENNILE (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 23:39
    แล้วก็กลับมาน่ารักเหมือเดิม
    #1,978
    0
  9. #1959 wan62063 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 21:11
    คุยกันแต่แรกก็จบ
    #1,959
    0
  10. #1929 ojay2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 01:10
    คุยกันแล้ววว มันต้องมีทางอื่นให้แบมโตสิ
    #1,929
    0
  11. #1902 FANTACHII (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 09:49
    ต้องขอบคุณเนียร์นะเนี่ยย

    แอบหอมน้องทำไมพี่มาร์ค555555



    #1,902
    0
  12. #1892 fafofafu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 06:01
    ไม่ถนัด แต่นี่น้ำตาไหลเลย
    เข้าใจกันแล้ว ค่อยโล่ง
    #1,892
    0
  13. #1886 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 00:58
    เค้าเข้าใจกันแล้ว คนอ่านน้ำตาจิไหลลลล
    #1,886
    0
  14. #1867 M.m1nt (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 11:16
    สยิวกิ้วคือไรอ่าาา><
    #1,867
    0
  15. #1839 KiHaE*129 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 03:33
    เย้คุณภูติน้อยที่สดใสกลับมาแล้วววว
    #1,839
    0
  16. #1824 BamG97_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 22:43
    งุ้ยยยย > <หอมน้องงชอบอ่ะชอบๆ ต่อๆ
    #1,824
    0
  17. #1788 MBisme (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 11:13
    เฮ้อดีกันละ ดูแลน้องดีๆละ
    #1,788
    0
  18. #1782 Iris_bella (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 20:35
    แน่ใจใช่มั๊ยว่าไรท์ไม่ถนัดดราม่า 5555
    ชอบอ่า ง่ายๆอย่างนี้แหละ น่าร๊ากกกก
    #1,782
    0
  19. #1745 bammiie (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 02:55
    อร้ายยยยย5555 ไรท์แต่งสนุกจังเลยอะ จริงๆเราไม่ถนัดแฟนตาซีแต่อินจนไม่น่าเชื่อ ฮืออ เขินอะค่ะ เวลาเขินตัวเล็กน่ารักมากเลยยย แอร๊ย
    #1,745
    0
  20. #1720 Dearii (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 10:21
    สยิวกิ้วด้วยเหวยยย 555555555 ตอนนี้ละมุนมากกก เขินบิด-///-
    #1,720
    0
  21. #1700 MandM (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 18:15
    คืนดีกันแล้วๆๆๆๆๆเย้ๆๆๆๆๆ
    #1,700
    0
  22. #1682 zmgebob (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 02:17
    เขาคืนดีกันแล้วววววว เย้ เรื่องนี้ตลกอิมแจบอมมาก ถ้านี่เป็นพี่มาร์คก็อยากด่าว่ากวนไปเหมือนกัน55555555555555 
    #1,682
    0
  23. #1668 bbunnymm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 10:24
    มาร์คชอบแบมแบมมากกว่าจินยองกับแจบอม มากกว่าแทมมี่กับเบธตี้ มากกว่าคิมจีอา 
    โอ้ยยยยยย คือดีงาม คือละมุนนน คือชอบบบ 
    #1,668
    0
  24. #1631 Oni (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 02:16
    โอ้ยดีจังเข้าใจกันแว้วววววว

    ไม่ได้เนียร์คงจะเเย่เนอะ

    พี่บียังคงเหมือนเดิมเมื่อพายุสงบลงความกวนของเพื่อนกลับมาทันที
    #1,631
    0
  25. #1511 あなた (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:12
    ในที่สุดทุกอย่างก็คลี่คลาย ทุกอย่างโอเค มาร์คแบมโอเค ทุกคนโอเค เราก็เช่นกัน โอเคมาก ดีกับใจ ฮื่อ แบมแบมน่าเอ็นดูมาก อยากจับมาบีบๆๆ ฮื้อออ
    #1,511
    0