FIC BOY IN A JAR : { MARKBAM }

ตอนที่ 12 : BOY IN A JAR :: You're always there, You're everywhere

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    16 ส.ค. 58

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
+




BOY  IN  A  JAR

MARK x BAMBAM

#FICJARMB



CHAPTER

- 11 -

( You’re always there, You’re everywhere )

 

 

ความห่างเหินก่อตัวมาเกินหนึ่งอาทิตย์ ไม่มีอะไรดีขึ้นเลยสักนิดเดียว...แบมแบมเงียบลงไปทุกวันๆจนน่าสงสาร ส่วนมาร์คเองก็ใจแข็งเหลือเกินที่ไม่ยอมโผล่มาที่นี่เลยนับตั้งแต่วันนั้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าโทรศัพท์จากมาร์คที่อิมแจบอมได้รับทุกคืนนั้นมันก็เป็นหลักฐานที่แสดงถึงความใส่ใจของมาร์คอยู่เช่นกัน

 
 

แต่เมื่อคืนนี้ที่คุยกันมันต่างออกไป เพราะจากประโยคที่มาร์คพูดออกมาน่ะ ทำให้คนฟังอย่างอิมแจบอมที่ก่อนหน้านี้เป็นคนเสนอทางเลือกนี้ไปเองยังต้องอึ้งหน่อยๆ ไม่คิดว่ามาร์คจะเอาจริง...กับประโยคที่ว่า

 
 

กูยกให้มึงจัดการเรื่องแบมแบมได้เลย...อะไรที่มึงเห็นว่าสมควรก็ทำเถอะ

 
 

แล้วหลังจากนั้นบทสนทนาระหว่างเขากับมาร์คก็เงียบเสียงลงเรื่อยๆจนกระทั่งสายถูกตัดไป ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่ามาร์คต้องกลั้นใจและทำใจมากแค่ไหนกับการตัดสินใจพูดแบบนี้ออกมาทั้งๆที่ในตอนแรกตัวเองเป็นคนทำทุกทางเพื่อหลีกเลี่ยงวิธีนี้แท้ๆ

 
 

“มาร์คแน่ใจแล้วจริงๆเหรอ” แล้วก็เป็นจินยองที่ถามออกมาเสียงค่อยเมื่อได้ยินเรื่องราวจากปากของคนรักตัวเอง ดวงตาเรียวเหลือบไปมองด้านในห้องรับแขกที่มีคนตัวเล็กนอนอยู่บนเบาะนุ่มนิ่งๆ หายใจเข้าออกสม่ำเสมอแต่ทำไมมันดูเหมือนกับว่าแบมแบมน่ะมีแต่ร่างทว่าไร้ซึ่งจิตวิญญาณเข้าไปทุกที

 
 

“มันก็คงแน่ใจแล้วถึงได้โทรมา” อิมแจบอมถอนหายใจพลางเอนหลังพิงกรอบประตูห้องจินยองเองก็ก้มหน้านิ่ง คิดไม่ตกพอๆกัน

 
 

“ไม่สิ...” แต่จู่ๆคนร่างบางก็พูดประโยคห้วนๆที่ฟังไม่เข้าใจออกมาเล่นเอาคนฟังขมวดคิ้วมุ่น

 
 

“หืม...เนียร์ว่าไงนะ”

 
 

“นี่เราตัดสินใจกันมาเองตลอดเลยนะเดฟ...”

 
 

“เนียร์หมายความว่าไง” แจบอมยันตัวขึ้นยืนตรงกอดอกจ้องคนร่างบางตรงหน้าด้วยแววตาฉงน เขาไม่รู้ว่าจินยองคิดอะไรบรรเจิดขึ้นมาได้อีกหรือไม่ แต่ขอให้สิ่งที่จินยองคิดน่ะเป็นอะไรที่เป็นไปได้ด้วยเถอะเพราะพอเอาเข้าจริงๆแล้ว ถ้าหากต้องแยกมาร์คกับเจ้าตัวเล็กนี่เขาก็ดันเกิดสงสารเพื่อนขึ้นมาจับใจ

 
 

“เนียร์จะบอกว่า...เราควรเลิกตัดสินใจกันเองได้แล้ว เราไปคุยกับตัวเล็กกันเถอะ...บอกเรื่องทั้งหมด” จินยองพูดออกมาทีละคำอย่างช้าๆและชัดๆ แอบเห็นแววตาไม่เห็นด้วยในดวงตาทรงเสน่ห์ของคนรักแต่เขาก็ขอเลือกที่จะมองผ่านมันไป

 
 

“แต่เนียร์ก็รู้...ไอ้มาร์คมันบอกว่าแบมแบมบอกมันหลายครั้งแล้วนะ”

 
 

“ฟังสิเดฟ!” จินยองอ้าปากกำลังจะพูดแต่กลับถูกคนรักขัดเสียจนต้องยกมือฟาดเข้าไปที่ไหล่หนานั่นเต็มแรง

 
 

“อ๋า! เจ็บนะเนียร์”

 
 

“ไม่รู้ล่ะ...ต้องถามตัวเล็กก่อน ถ้าเกิดว่าตัวเล็กยืนยันคำตอบเดียวกันเนียร์ก็จะไม่ขวาง” ไม่รอให้คนรักพูดจาขัดใจอีกปาร์คจินยองก็ผลักอกคนที่ยืนขวางประตูให้หลบทางแล้วก้าวฉับๆเข้าไปด้านในปั้นหน้ายิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นให้กับคนตัวเล็กบนโซฟาที่หันมามองเขาตามเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้น

 
 

“ไงตัวเล็ก หิวยัง” เขาถามไปด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าสดใสที่สุดเพื่อช่วยให้อีกฝ่ายเกิดความรู้สึกกระตือรือร้นขึ้นมาบ้าง ซักนิดก็ยังดี แต่คำตอบที่ได้ก็มีเพียงเสียงแผ่วๆที่ตอบว่า ยังไม่หิวแค่นั้นเอง

 
 

“...”

 
 

“ตัวเล็ก...อย่าเป็นแบบนี้สิ เนียร์ใจคอไม่ดีเลย” สุดท้ายแล้วจินยองก็ต้องพรูลมหายใจออกมาก่อนจะเอ่ยปากขอกันโต้งๆ ส่วนแบมแบมที่เห็นแบบนั้นก็เริ่มแสดงสีหน้าไม่เข้าใจออกมาให้เห็น...เป็นแบบนี้มันคือแบบไหนล่ะ แบมแบมก็ปกตินะ

 
 

“แบมแบมไม่ได้เป็นอะไรนะ” เสียงเล็กตอบกลับเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ เขาไม่ได้เป็นอะไรหรอกนะ...ก็แค่กำลังคิดอะไรอยู่นิดหน่อยเท่านั้นเอง แต่บังเอิญว่าเรื่องที่คิดอยู่ในตอนนี้มันดันเป็นเรื่องเดียวกันกับที่เผลอคิดอยู่ทุกวันเสียด้วยสิ

 
 

“ตัวเล็กคิดถึงมาร์คใช่ไหม” ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่นพลางหลุบสายตาลงต่ำแทบจะในทันทีที่คำถามแทงใจจากจินยองถูกส่งมา มือเล็กๆสอดประสานกันแน่นเหมือนคนกำลังคิดไม่ตกอยู่นานสองนานแต่ทว่าคนรอฟังคำตอบก็เลือกที่จะไม่เร่งเร้า

 
 

ถ้าหากว่าเอาตามความรู้สึกของแบมแบมแล้วล่ะก็...อันที่จริงเขาก็ยังโกรธและไม่เข้าใจมาร์คอยู่เหมือนเดิม แต่ว่าในตอนนี้น่ะ ความรู้สึกเหล่านั้นมันเทียบกับ ความคิดถึงที่ก่อตัวสูงขึ้นทุกวันๆในใจของคนตัวเล็กไม่ได้เลย

 
 

“...” ริมฝีปากเล็กขยับนิดหน่อยเหมือนจะพูดอะไรออกมาแต่ก็เงียบไปอีกหน

 
 

แบมแบมชอบมาร์คนะ ชอบเพราะมาร์คเหมือนจะใจร้ายแต่ก็ใจดี ชอบทุกครั้งที่มาร์คทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าก้อนเนื้อในอกจะหลุดออกมาเพราะเต้นเร็วเกินไป...แต่มาร์คชอบผู้หญิงคนนั้นที่ตัวโตเท่าๆกัน ก็แหงล่ะ...ถึงเขาจะเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง แต่มันก็ได้แค่เหมือน ไม่ใช่ของจริงสักหน่อย

 

 

ไม่มีทางหรอกที่มาร์คจะมาคิดอะไรแบบนั้นกับเขา



 

มาร์คไม่ชอบแบมแบมนั่นแหละ ถูกต้องที่สุดแล้ว...


 

“ป เปล่า...”

 
 

แบมแบมไม่ได้คิดถึง...มาร์ค

 

 

 

 

 
 

มื้ออาหารยามเช้าถูกรังสรรค์โดยเชฟฝีมือดีอย่างอิมแจบอม เมนูง่ายๆสำหรับสามชีวิตส่งกลิ่นหอมโชยออกมาจนทั่วบ้านไปหมด ตอนนี้จินยองและแบมแบมก็ย้ายตัวเองมานั่งอยู่บนโต๊ะรับประทานอาหารเป็นที่เรียบร้อย จินยองนั่งบนเก้าอี้ส่วนคนตัวเล็กอย่างแบมแบมก็นั่งอยู่บนโต๊ะแทน

 
 

“แบมแบมอยากได้เสื้อผ้าใหม่อีกไหม เนียร์มีเยอะเลยนะ” เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มจะเหม่อลอยอีกครั้งก็เป็นปาร์คจินยองที่ทำหน้าที่ดึงสติคนตัวเล็กให้กลับมา

 
 

“หืม...ทำไมเนียร์มีเยอะล่ะ” แววตาสงสัยใคร่รู้ทำให้คนมองรู้สึกใจชื้นขึ้นมาแปลกๆ อย่างน้อยแบมแบมก็ไม่เงียบเฉยแล้วก็มีกระจิตกระใจถามเขาต่อล่ะนะ

 
 

“ก็เมื่อก่อนตอนเนียร์เรียนมหาลัยน่ะสิ...เดฟ เอ่อ แจบอมน่ะเขาชอบซื้อเท็ดดี้แบร์คอลเล็คชั่นแฟมิลี่ให้เพราะเนียร์ชอบ แล้วเท็ดดี้แบร์พวกนี้มันก็ต้องแต่งตัวไง...” เหมือนคนตัวเล็กจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง คิ้วเล็กขมวดมุ่นแต่ก็ยังพยักหน้ารับหงึกหงัก น่ารักแบบไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย...

 
 

“อ๋อ...” เสียงเล็กลากยาวก่อนที่เจ้าตัวจะหลุบสายตาลงมองเสื้อฮู้ดยาวสีชมพูเข้มแถมตรงหมวกยังมีหูกระต่ายโผล่ขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ ตอนที่เนียร์เอามาเปลี่ยนให้แรกๆนั้นน่ะแบมแบมไม่ค่อยได้สนใจสังเกตสักเท่าไหร่

 

 

                                                           คงจะเป็นของคุณเท็ดดี้แบร์ที่เนียร์บอกสินะ...            

 

 

“เดี๋ยวกินมื้อเช้าเสร็จเนียร์จะพาไปเลือก มีเยอะแยะเลย” คำพูดชวนฝันนั้นทำให้ริมฝีปากอิ่มน้อยๆนั่นหลุดยิ้มกว้างออกมาตามด้วยกลุ่มผมดำที่ผงกขึ้นลงเสียจนกระเซอะกระเซิง

 
 

เนียร์ใจดีจัง...

 
 

“มื้อเช้ามาแล้วครับหนุ่มๆ” เพียงครู่เดียวเจ้าของเสียงก็เดินมาหยุดอยู่ที่โต๊ะ จานสามใบที่มีอาหารเช้าอยู่ด้านในถูกวางเสิร์ฟลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง แบมแบมเองก็ก้าวถอยหลังมาสองสามก้าวเพื่อให้ที่ว่างบนโต๊ะสำหรับวางจานใบใหญ่มีมากขึ้น

 
 

“กินเยอะๆนะตัวเล็ก”

 
 

“...” เขายิ้มรับน้อยๆก่อนจะก้มลงสำรวจจานของตัวเอง

 
 

ใบหน้าหวานที่ดูสดชื่นขึ้นมานิดหน่อยหลังจากที่คุยกับจินยองเริ่มฉายแววหม่นลงอีกครั้ง เมื่อดวงตากลมเห็นว่าอาหารในจานตรงหน้าคืออะไร

 

 

ขนมปังปิ้ง...



 

ขาเล็กขยับก้าวเข้าไปยืนบนพื้นที่ว่างในจานก่อนที่มือน้อยๆคู่นั้นจะเอื้อมออกไปบิฉีกขนมปังที่เนื้อของมันแข็งกว่าปกติออกมาเพื่อพิจารณา ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อมันทำให้แบมแบมนึกไปถึงใครคนนั้น คนที่เคยเอาแต่ขนมปังให้เขากินเสียจนต้องเอ่ยปากบอกอย่างเอาแต่ใจว่าต่อจากนี้ห้ามเอาอาหารจำพวกนี้มาให้เขาอีก

 
 

ดวงตากลมจ้องไปยังเนื้อขนมปังในมือ ไม่ยอมลิ้มรสมันเสียทีจนจินยองที่ยกแก้วกาแฟขึ้นซดแล้วเหลือบไปเห็นพอดีต้องแอบสังเกตกริยาที่แปลกไปนั้นอย่างเงียบๆ

 
 

“...”

 

 

เนียร์น่ะใจดีก็จริง...แต่ว่าเนียร์ก็ไม่เหมือนมาร์คอยู่ดี



 

เนียร์...ไม่ใช่มาร์ค

 

 

“เอ้า...แยมก็มีอยู่ในจานนะ กินกับน้ำตามันอร่อยกว่าหรือไง”



ไม่ใช่แค่จินยองที่เห็นถึงความแปลกไป เพราะอิมแจบอมที่นั่งมองอยู่เงียบๆยังต้องชิงพูดออกมาเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังยืนก้มหน้าปล่อยน้ำตาหยดแหมะลงไปกระทบกับพื้นจานนั้น เขารู้สึกว่ามันช่างเป็นภาพที่บั่นทอนความรู้สึกของเขาอยู่ไม่น้อย

 
 

“เฮ้อ...”

 
 

“ตัวเล็ก...เนียร์ถามจริงนะ” พอกันที...เนียร์ไม่อยากเห็นแบมแบมเป็นแบบนี้อีกต่อไปแล้ว

 
 

“อ...อือ” หัวเล็กๆผงกรับส่วนมือทั้งสองก็ยกขึ้นมาปาดน้ำตาทิ้งลวกๆเสียจนแก้มเนียนนั้นขึ้นคราบจนดูเลอะเทอะไปหมด

 
 

“ที่เป็นแบบนี้

 
 

“เพราะว่าตัวเล็กน่ะ...รักมาร์คใช่ไหม”   

 

 





 

 

แพขนตาบางๆกระทบเข้าห้ากันเพื่อปรับสภาพสายตาให้คุ้นชินกับแสงสว่างที่ลอดผ่านเข้ามาในห้องนอน มาร์คขยับกายนิดหน่อยเพื่อผ่อนคลายความปวดเมื่อย รู้ดีว่าตอนนี้มันอาจจะล่วงเลยเวลาเช้ามานานพอสมควรแล้วเพราะถ้าหากให้เดาจากแสงแดดจ้าด้านนอกนั่น

 

 

ตอนนี้อาจจะเป็นเวลาเที่ยงค่อนไปทางบ่าย...



 

ความรู้สึกมึนงงค่อยๆหายไปทีละเล็กละน้อย ดวงตาคมปิดลงอีกครั้งแม้รู้ดีว่าไม่สามารถบังคับตัวเองให้หลับต่อได้แล้วก็ตาม

 
 

“เฮ้อ..” เมื่อฝืนตัวเองไม่ได้เสียงลมหายใจยาวๆก็พรั่งพรูออกมาด้วยความเบื่อหน่าย คนตัวโตขยับตัวพลิกไปทางโต๊ะโคมไฟหัวเตียงเพื่อหยิบเอาเครื่องมือสื่อสารที่ถูกวางแอ้งแม้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนขึ้นมาเปิดเช็คดูอะไรต่างๆนานา...ที่ปกติแล้วมาร์คไม่เคยจะสนใจมันเลยด้วยซ้ำ

 
 

นิ้วยาวเลื่อนหน้าจอไปมาแต่จู่ๆก็ชะงักปลายนิ้วเอาเสียดื้อๆ ดวงตาคู่นั้นปรากฏแววอะไรบางอย่างก่อนที่จะตัดสินใจดีดตัวเองให้ขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงเพื่อจะได้สะดวกต่อการจิ้มปลายนิ้วลงไปบนหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็กๆตรงหน้า

 
 

รายชื่อ...

 
 

ปลายนิ้วยาวกดเข้าไปในเมนูที่บันทึกเบอร์โทรไว้สำหรับติดต่อผู้คน มาร์คจำเบอร์โทรศัพท์ของใครไม่ได้หรอกแม้แต่เบอร์ของไอ้แจบอม... เขาเลื่อนลิสต์รายชื่อลงอย่างใจเย็นเหมือนกับว่าไม่ต้องการจะให้ผิดพลาด จนกระทั่งปลายนิ้วไปแตะเข้ากับชื่อของใครบางคนที่ปรากฏอยู่ในลิสต์

 
 

คิม จีอา

 
 

เมื่อมองจนแน่ใจแล้วว่าเป็นชื่อของบุคคลนี้จริงๆมาร์คก็กดเข้าไปจนมันปรากฏหน้าเมนูตัวเลือกขึ้นมาอีกสองสามอย่าง ในแววตาของชายหนุ่มไม่มีความลังเลปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อยในจังหวะที่เขาเลื่อนปลายนิ้วลงไปบนปุ่มด้านล่างสุดฝั่งซ้ายมือ

 
 

ที่เป็นรูป...ถังขยะ

 


เมนูแจ้งเตือนเล็กๆเด้งขึ้นมาว่าแน่ใจแล้วหรือที่จะลบรายชื่อผู้ติดต่อนี้ และคำตอบก็คือใช่...มาร์คแน่ใจ


 

เบอร์โทรติดต่อของคิมจีอาถูกมาร์คลบทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว ฝ่ามือใหญ่ค่อยๆเอื้อมเอามือถือไปวางไว้ที่เดิมก่อนจะไถลตัวลงนอนดึงผ้านวมขึ้นมาคลุมโปงจนมิดหัวอีกครั้ง

 
 

สาเหตุมันมาจากเมื่อคืนนี้...มันดูเหมือนว่าเขาและคิมจีอาจะรู้จักกันมากขึ้นหลังจากที่แบมแบมไม่อยู่ ยอมรับเลยว่ามาร์ครู้สึกเคว้งคว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นและยังไม่รู้จะทำยังไงกับเหตุการณ์ชวนหัวที่มันไม่เคยเกิดขึ้นกับเขาแบบนี้ และในตอนนั้นมาร์คต้องการที่พึ่ง

 
 

หากถามว่าทำไมไม่เลือกพึ่งยองแจหรือแจบอม ก็อาจจะเป็นเพราะมาร์คน่ะคิดว่าสองคนนั้นเป็นที่พึ่งให้แบมแบมเพียงคนเดียวก็พอแล้ว เขาไม่อยากจะให้เพื่อนหนักใจมากไปกว่านี้...หรืออีกอย่างก็คือ เขาอายเกินกว่าจะยอมรับกับเพื่อนไปตรงๆว่าเพียงเพราะคนตัวเล็กที่ดูไร้พิษสงนั่นจะทำให้มาร์คเสียศูนย์ได้ขนาดนี้

 
 

คิมจีอาเข้ามาเป็นเพื่อนคุยในยามที่มาร์คต้องการ ซึ่งแน่นอนว่ามาร์คไม่เคยแพร่งพรายเรื่องของคนตัวเล็กออกไปสักครั้งเดียว...หวังว่าถ้าหากความรู้สึกของเขามันลดลงไปบ้าง บางทีเขาอาจจะทำใจยอมปล่อยให้แบมแบมกลับไปสู่ธรรมชาติได้อย่างไม่ต้องเจ็บปวด

 
 

ความรู้สึกเห็นแก่ตัวที่อยากจะเก็บแบมแบมเอาไว้อาจจะลดลงไปบ้าง...


 

และคำตอบที่ได้มันก็ช่างชัดเจนว่าไม่เลย คิมจีอาไม่สามารถทำให้เขาพะวงถึงใครอีกคนน้อยลงได้...มาร์คไม่ค่อยรู้วิธีผู้มิตรมากนัก แต่ก็พอดูออกว่าถ้าหากเขายังคงเปิดโอกาสให้ตัวเองและคิมจีอามากไปกว่านี้ สุดท้ายแล้วเรื่องมันอาจจะยุ่งยากกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้

 
 

“...”



เหตุการณ์เมื่อคืนฉายวนเข้ามาในหัวอีกครั้ง เมื่อคืนนี้เขาและหญิงสาวออกไปดื่มที่คลับใจกลางเมืองแห่งหนึ่ง บรรยากาศยามราตรีที่มาร์คสัมผัสไม่บ่อยครั้งทำให้รู้สึกลืมเรื่องหนักใจไปได้ชั่วครู่จากแสงสีเสียงตื่นตา แต่หลังจากนั้นเมื่อได้ลองเคล้านารีความรู้สึกอย่างผู้ชายคนหนึ่งก็เริ่มเข้าครอบงำจิตใจ

 

 

มาร์คก็แค่ผู้ชายคนหนึ่ง ทุกคนรู้อยู่แล้ว...มีความต้องการ มีความดิบที่ซ่อนอยู่ในตัว


 

และแน่นอนว่าผู้หญิงอย่างคิมจีอามองมันออก เธอเสนอว่าให้เรามีความสัมพันธ์แบบเซ็กเฟรนด์ เธอไม่อยากผูกมัดและรู้ดีว่ามาร์คก็คงจะคิดเช่นเดียวกันกับเธอ

 
 

เกือบจะหลงไปในคราแรก แต่สิ่งที่ดึงเขากลับมากลับกลายเป็นสิ่งที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงมันมาตลอดสัปดาห์กว่าๆนี้เอง มันคือภาพใบหน้าของใครบางคนที่ยิ้มหัวเราะให้กับเขาอย่างสดใส...ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นเศร้าหมองเพราะเขา

 
 

สุดท้ายมาร์คก็ตัดสินใจพูดกับจีอาอย่างสุภาพที่สุดว่าขอให้เราจบความสัมพันธ์กันเพียงเท่านี้ และมาร์คก็ขอโทษไปที่ทำให้เธอเสียเวลา... หญิงสาวทำท่าจะไม่ยอมในคราแรกบอกมาร์คมาตามตรงเลยว่าเสียดายในความหล่อ เธอยังอยากควงมาร์คไปไหนมาไหนด้วยกัน...ก็ถือว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้มาร์คอึ้งอยู่ไม่น้อย

 

 

แต่มันก็เท่านั้นในเมื่อมาร์คยืนกรานว่าให้พอตรงนี้ สุดท้ายแล้วเราก็แยกกันด้วยดี


 

ในความคิดของมาร์คน่ะนะ

 



50% 





 

เมื่อจัดการกับความคิดอันยุ่งเหยิงของตัวเองเสร็จเรียบร้อยมาร์คต้วนก็พาตัวเองพร้อมสภาพหัวฟูในชุดนอนเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสามส่วนเดินออกมาจากห้องเพื่อลงไปหาบางอย่างด้านล่างเป็นมื้อเช้าปะทังชีวิต พอไม่มีแบมแบมตู้เย็นของมาร์คก็เหลือแค่น้ำเปล่าไม่กี่ขวด วนลูปกลับไปตอนก่อนหน้าที่จะได้เจอกันอย่างนั้นเลย

 
 

“เฮ้...มาร์ค”



คนถูกเรียกยังมึนงงไม่หาย ขณะเดินผ่านเคาน์เตอร์ด้านหน้าสุดของอพาร์ทเมนต์โดยไม่ได้สังเกตจู่ๆก็มีเสียงแหบห้าวตะโกนเรียกชื่อเขาออกมาเล่นเอามาร์คสะดุ้งหันไปมองด้วยความตกใจ

 
 

“หืม” เป็นแจ็คสันกับแมวสีส้มที่ถูกเลี้ยงเอาไว้เฝ้าตึกด้านล่างนั่นเอง ไอ้อ้วนคริสตัลจ้องมาที่มาร์คตาเขม็งไม่ต่างจากเจ้าของของมันที่เหมือนอยากจะยิ้มให้เขาแต่กลับดูเจื่อนๆแปลกๆยังไงพิกล

 
 

“นาย...โอเคนะ” มาร์คเลิกคิ้ว ไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ

 
 

“...”

 
 

“เรื่องแบมแบม ตั้งแต่คืนนั้นพวกนายก็เล่นเงียบกันไปเป็นอาทิตย์เลย...” มาร์คนึกย้อนกลับไปยังครั้งสุดท้ายที่เจอแจ็คสัน (ไม่นับตอนที่เขาเดินผ่านมันไปมาตอนเข้าออกตึกนะ) เป็นวันที่คนตัวเล็กโกรธเขาจัดจนหนีไปอยู่กับจินยองนั่นไง

 
 

“เขาไปแล้ว” มาร์คตอบไปนิ่งๆแต่ดูเหมือนว่าประโยคสั้นๆนั้นจะทำให้แจ็คสันหวังถึงกับลุกขึ้นยืนถลึงตาโตใส่มาร์คอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เล่นเอาไอ้อ้วนคริสตัลที่นอนหมอบอยู่ใกล้ๆหันขวับไปจ้องเจ้าของมันด้วยความงุนงง

 
 

“หมายความว่าไง! เอาไปปล่อยที่ป่าแล้วหรอ”

 
 

“ยัง...” มาร์คกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอเมื่อถูกถามจี้จุด เขาเบนสายตาออกจากใบหน้าของอีกฝ่ายไปมองกรอบรูปบานใหญ่ด้านหลังของแจ็คสันแทน

 
 

“ไปอยู่บ้านแจบอม”

 
 

“อ๋อ...” แจ็คสันเสียงอ่อนลงเมื่อรู้ว่ามาร์คยังคงไม่ได้ตัดสินใจปล่อยคนตัวเล็กไปจริงๆ

 
 

“แล้วนายกับยองแจ..”

 
 

“จะเอายังไง” ไม่บ่อยครั้งนักที่มาร์คจะถามแจ็คสันกลับแบบเป็นเรื่องเป็นราวโดยไม่ค่อนขอด นับว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้นมากว่าแต่ก่อนหลายล้านเท่าเลยทีเดียว ซึ่งแจ็คสันเองก็สัมผัสได้และอยากที่จะให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ

 
 

“ฉันกับยองแจคุยกันแล้วว่ะ...” พอมาถึงตรงนี้แจ็คสันก็เอ่ยเสียงแผ่ว มองซ้ายขวาเหมือนกลัวว่าใครจะมาได้ยินเข้า

 
 

“ตกลงกันว่าถ้ายองแจไม่อยากกลับก็ไม่ต้องกลับ แล้วเขาก็เลือกอยู่ที่นี่...ส่วนเรื่องความสูง อืม ฉันว่าฉันรับได้ว่ะ” มาร์ครับฟังอยู่นิ่งๆแต่ในหัวกำลังคิดอะไรมากมายหลายอย่าง

 
 

“ยองแจไม่สูงขึ้นกว่านี้ก็ไม่เป็นไร...มันดีกว่าที่ฉันจะปล่อยให้เขากลับไปว่ะ” พูดจบแจ็คสันก็ผละใบหน้าออกไปทำท่ากระแอมไอน้อยๆจนได้ยินเสียงครางหงิงด้วยความเป็นห่วงจากเจ้าก้อนสีส้มบนเคาน์เตอร์

 
 

“...”

 
 

“ก็ดีแล้ว”

 
 

แจ็คสันคลี่คลายเรื่องของตัวเองได้แล้ว ตอนนี้ก็คงเหลือเพียงแต่เขาคนเดียวที่ยังคงแบกเอาความรู้สึกหนักอึ้งนี้ไว้...เขารู้ดีว่าวิธีเปิดอกคุยกันตรงๆอย่างที่แจ็คสันเลือกทำมันก็น่าจะดีกว่าปล่อยให้เรื่องคาราคาซังอยู่แบบนี้ เพียงแต่ว่า...

 
 

ความรู้สึกกลัว กลัวในคำตอบของอีกฝ่ายมันทำให้มาร์คเลือกที่จะเมินเฉยวิธีนี้ไปโดยเลือกใช้ความคิดของตัวเองตัดสินทุกอย่างแทน

 
 

จนสุดท้าย ทุกอย่างก็พังลงแบบนี้

 
 

“นายเองก็รีบไปเคลียร์ซะนะมาร์ค” ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนแจ็คสันคงโดนมาร์คตอกกลับไปด้วยคำพูดประมาณว่า ไม่ต้องมายุ่ง ให้หน้าหงายเล่นไปแล้ว...แต่ในตอนนี้คนตัวสูงก็ได้แต่ยืนนิ่งๆรับฟังเท่านั้น

 
 

“จะพยายาม” แถมยังยอมรับคำไปแม้ว่าภายในหัวจะยังคิดอะไรไม่ออกก็ตาม ช่วงขายาวเดินต่อไปข้างหน้าด้วยท่าทางปกติขัดกับความว้าวุ่นภายในที่แทบจะทะลักอกออกมา ส่วนแจ็คสันเองก็เอาแต่มองตามหลังอีกคนไปเหมือนว่ามีอะไรที่พูดออกไปไม่หมด

 
 

คริสตัลที่มองอยู่ เห็นแล้วก็รู้สึกว่ามันน่ารำคาญชะมัด

 
 

“เมี๊ยววววว~”

 
 

เสียงเจ้าอ้วนปีศาจดังลั่นชั้นล็อบบี้ทำเอามาร์คที่กำลังจะก้าวขาออกจากตัวอาคารไปยังต้องชะงักหันกลับมามอง คิดว่าแจ็คสันอาจจะโดนอุ้งเล็บนั่นตบเสียจนหน้าแหกแต่ก็ผิดคาดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังเอาแต่มองมาที่เขาด้วยท่าทางแปลกๆ...

 
 

“...”

 
 

“มีอะไรหรือเปล่า” คนถูกถามเม้มปากแน่นก่อนจะเอี้ยวตัวออกมาจากกองแฟ้มตรงหน้าแล้วเดินอาดๆเข้ามาหามาร์คแต่ทว่าสีหน้ากลับดูกังวลจนเห็นได้ชัด ฝ่ามือหนาเอื้อมมากระชากไหล่มากให้ใบหน้าทั้งคู่เข้าใกล้กันกว่าเดิม ดวงตาของเขากวาดมองซ้ายขวาอีกหนด้วยความไม่ไว้ใจ

 
 

หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง แม้แต่คริสตัลแจ็คสันยังไม่อยากไว้ใจ...

 
 

“มาร์ค...อันที่จริงฉันมีอีกวิธีนึง คิดว่าได้ผลแน่ แต่มันค่อนข้างที่จะพิลึกไปหน่อย...” มาร์คขมวดคิ้วเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้ออกมาจากปากของแจ็คสันหวัง แต่ก็ยอมที่จะฟังต่อ

 
 

“ยังไง...”

 
 

 เมื่อเห็นว่ามาร์คสนใจอยากที่จะรู้แน่นอนว่าแจ็คสันก็ไม่รอช้า ขยับเข้าไปใกล้ใบหูของอีกฝ่ายแล้วค่อยๆพูดอธิบายหลักทฤษฏีที่ค้นคว้าและขบคิดอย่างถี่ถ้วนโดยตัวของเขาเอง ถึงปากจะบอกว่ายองแจไม่สูงไปกว่านี้ก็ไม่เป็นไร แต่ว่าถ้าปล่อยผ่านไปโดยไม่ลองทำอะไรนอกตำราเลยมันก็ดูจะเสียโอกาสไปเปล่าๆ

 
 

“...”

 
 

แจ็คสันพูดไปเรื่อยๆก็สังเกตได้ว่าจากใบหน้ายุ่งๆของมาร์คต้วนในคราแรกนั้นมันก็เริ่มคลายออกทีละนิดทีละหน่อย จนกระทั่งมันเปลี่ยนไปเป็นนิ่งอึ้งดวงตาเบิกค้างเมื่อเข้าใจจุดประสงค์สำคัญของเรื่องที่เขากำลังฟังอยู่แบบชัดเจนแล้ว

 
 

“...”

 
 

“ก็ประมาณนี้ล่ะ...มาร์ค”

 










 

 

 

แบมแบมแย่แล้ว...

 

แบมแบมต้องแย่แน่ๆ

 

 

“อื้ออออ! มาร์คออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ”

 
 

เสียงเล็กๆแผดดังออกมาจากเจ้าตัวที่นั่งจุมปุ๊กหน้างอง้ำทำท่าตีอกชกลมเอามือน้อยๆคู่นั้นทึ้งเส้นผมอ่อนนุ่มของตัวเองอยู่บนเบาะที่วางซ้อนอยู่บนโซฟาอีกทีด้วยความหงุดหงิด จินยองกับแจบอมที่นั่งดูทีวีอยู่โซฟาตรงข้ามเหลือบไปมองหน่อยๆก่อนจะเบนสายตากลับมาจ้องหน้าจอทีวีตามเดิม

 
 

ถ้าถามว่าจินยองกับอิมแจบอมไม่ตกใจเหรอที่เห็นอาการแบบนี้ของแบมแบมก็ต้องบอกเลยว่าตกใจสิ...แต่ความตกใจมันเปลี่ยนเป็นความชินเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กทำท่าทางแบบนี้ทั้งวันมาไม่น่าต่ำกว่าสิบรอบ นับตั้งแต่จินยองยิงคำถามแทงใจดำเจ้าตัวไปตอนกินอาหารเช้านั่นล่ะ

 
 

จนกระทั่งตอนนี้จะสองทุ่มอยู่แล้วเจ้าตัวเล็กก็ยังไม่เลิกขับไล่มาร์ค (ในความคิด) เสียที

 
 

“แบมแบมเงียบหน่อย จะดูทีวี” เหมือนว่าเสียงเข้มๆของอิมแจบอมจะทำให้คนตัวเล็กที่ทิ้งตัวเอาหน้ากดลงไปกับเบาะได้สติขึ้นมาหน่อยๆ กำปั้นเล็กๆทุบลงไปบนเบาะนุ่มไม่ยั้งจินตนาการว่ามันเป็นใบหน้าหล่อๆของคนที่มาทำให้แบมแบมบ้าคลั่งอย่างมาร์คต้วนก็แล้วกัน

 
 

“แจบอมน่ะเงียบไปเลย!” จินยองตาโตเมื่อได้ยินเสียงอู้อี้ตอบกลับมาอย่างเอาเรื่อง เสียงหัวเราะของคนร่างบางดังขึ้นนิดหน่อยก่อนจะหันไปมองคนรักที่ทำหน้าเซ็งอยู่ข้างๆ

 
 

“เนียร์...”



แต่เสียงแง้วๆที่ดังขึ้นเรียกให้จินยองต้องละสายตาจากอิมแจบอมไปมองยังคนตัวน้อยที่สภาพตอนนี้ดูไม่จืดสักเท่าไหร่ แก้มยุ้ยๆนั่นขึ้นสีด้วยความรู้สึกอะไรของเจ้าตัวก็ไม่รู้เหมือนกัน...เขาเดาอารมณ์แบมแบมไม่ออกแล้วล่ะในตอนนี้ ส่วนผมเผ้าก็ยุ่งเหยิงเสียจนดูตลก

 
 

“ว่าไงตัวเล็ก” อิมแจบอมแอบกรอกตาขึ้นบนเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าพอเจ้าตัวจิ๋วนั่นเรียกปาร์คจินยองก็แปลงร่างเป็นทาสแมวกุลีกุจอคลานเข่าเข้าไปหาอย่างนอบน้อม เหอะ...ยอมรับก็ได้ว่าเขาอิจฉาเจ้าตัวเล็กนี่อยู่เต็มๆ

 
 

“แบมแบมไม่อยากนึกถึงมาร์คแล้ว...” จินยองลอบยิ้มให้กับท่าทางของคนตัวเล็กที่ตีหน้ายุ่งขึ้นมาทันทีเมื่อพูดถึงชื่อใครบางคน

 
 

“ก็ลืมไปซะสิ...อยู่กับเนียร์ตลอดไปเลยก็ได้นะ” ปาร์คจินยองส่งยิ้มเสียจนตาหยีไปให้คนตัวเล็กในชุดเสื้อกล้ามแขนกุดสีฟ้าอ่อนเข้ากันกับกางเกงสีน้ำเงินเข้มของน้องพูมี่ เท็ดดี้แบร์ตัวลูกในคอลเลคชั่นของเขาที่ในตอนนี้กลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ที่มีความสำคัญน้อยกว่าแบมแบมไปเสียแล้ว

 
 

คนซื้อให้ก็ได้แต่น้อยใจไปเถอะ!


 

“เนียร์...”

 
 

แบมอยากกลับไปที่ป่า

 
 

รอยยิ้มที่เคยเต็มใบหน้าของจินยองหายวูบไปแทบจะในทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นออกมาจากริมฝีปากอิ่มเล็กๆตรงหน้านั่น ดวงตาใสซื่อมองมาที่เขาคล้ายจะบอกว่าสิ่งที่เจ้าตัวพูดออกมานั้นผ่านการคิดไตร่ตรองมาอย่างดีแล้วโดยที่เขาไม่ต้องไปถามซ้ำให้เสียเวลา

 
 

“ต...ตัวเล็ก รู้หรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา”

 
 

“รู้สิ” ฝ่ามือคู่น้อยขยับเข้ามาบีบกันแน่นก่อนจะก้มหน้างุดลงไปแทบชิดอก แหมือนว่าเจ้าตัวเล็กกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่างตรงหน้าจินยองและอิมแจบอมที่เดินเข้ามานั่งซ้อนด้านหลังคนรักหลังจากได้ยินประโยคนั้นจากปากของคนตัวน้อย

 
 

“ถ้าแบมแบมกลับไป...ก็จะไม่ต้องเจอมาร์คอีก”

 
 

“คิดถึงได้ แต่ก็ไม่ต้องรอว่ามาร์คจะมาหาหรือเปล่า” แบมแบมพูดออกมาทีละคำอย่างตั้งใจ ก่อนจะลอบกลืนน้ำลายในประโยคสุดท้ายที่เหมือนกับว่ามันบั่นทอนความรู้สึกของคนพูดเองพอสมควร

 
 

“อยู่กับ...คุณนกฮูก ฮึก” จินยองแทบจะใจสลายเมื่อเสียงใสนั่นแกว่งไปเสียจนน่าสงสาร น้ำตาหยดน้อยไหลจากดวงตาไล้ไปตามแก้มกลมจนกระทั่งหยดลงพื้นเบาะนุ่มๆ

 
 

“ก็...ก็ดีอยู่แล้วนี่นา”

 

 

ไม่...พอกันที

 
 

คราวนี้จินยองขอบอกเลยว่าพอกันทีแบบจริงๆจังๆ ไม่มีการประนีประนอมกันอีกต่อไปแล้ว!



 

“แบมแบม ฟังเนียร์” สรรพนามที่เปลี่ยนไปจากคนตัวโตกว่าตรงหน้ายิ่งทำให้แบมแบมใจเสีย เนียร์โกรธเขาอีกคนแล้วใช่ไหมทำไมถึงได้จ้องมาที่แบมแบมด้วยสายตาแบบนั้นกันล่ะ...

 
 

“เนียร์จะขอถามนะ...แบมแบมโกรธมาร์คเรื่องอะไร” ตอนนี้จินยองเองก็เหมือนจะเริ่มมีน้ำโหขึ้นมานิดหน่อย แต่แน่นอนว่าไม่ใช่กับแบมแบมหรอกแต่เป็นกับทุกคนที่รู้เรื่องราวแล้วเอาแต่พากันอมพะนำจนเรื่องมันเลยเถิดมาขนาดนี้ต่างหาก

 
 

“มาร์ค...มาร์คโกหก” เสียงเล็กตอบก่อนจะก้มหน้าหลบสายตาของจินยองและแจบอมที่มองมา

 
 

“เฮ้อ...ไม่ชอบดราม่าเลยให้ตายเถอะ” เมื่อสถานการณ์เริ่มตรึงเครียดเกินไปก็เป็นอิมแจบอมเสียเองที่เริ่มหายใจหายคอไม่ออก คนขี้เล่นที่เล่นไม่ออกในสถานการแบบนี้เลือกที่จะหันหน้าหนีภาพคนตัวเล็กตรงหน้าที่ดูน่าสงสารมองไปทางอื่นแทน

 
 

“แบมแบมคิดว่ามาร์คมีเหตุผลหรือเปล่าที่ทำแบบนั้นน่ะ” จินยองพยายามควบคุมให้น้ำเสียงอยู่ในโทนที่ใช้คุยกับคนตัวเล็กในยามปกติเพื่อลดความกดดัน ปลายนิ้วเล็กๆของจินยองยื่นเข้าไปแตะกับฝ่ามือเล็กๆของอีกฝ่ายให้สนใจคำถาม

 
 

“ไม่...ไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลย” แต่คนตัวเล็กเริ่มที่จะดื้อแพ่ง สะบัดมือออกจากอีกฝ่ายที่พยายามเอื้อมมาแตะ ใบหน้าหวานก้มงุดหลบสายตาเสียจนแทบชิดอกเบี่ยงตัวหนีเหมือนกับว่าไม่อยากคุยกับจินยองต่อไปแล้ว

 
 

แต่วันนี้ทุกอย่างจะต้องกระจ่าง...


 

“หันมานี่ตัวเล็ก...” เมื่อเห็นว่าพยายามต่อไปก็ฝืนใจกันเปล่าๆ คนร่างบางจึงตัดสินใจแล้วว่าจะทำในสิ่งที่มาร์คต้วนพยายามหลีกเลี่ยงมันมาโดยตลอด

 
 

“แล้วเนียร์จะเล่าความจริงทุกอย่างให้ฟัง”

 




ยังงงกันอยู่ใช่ไหม ขอโทษที่ทำให้สงสัยแรงถถถถ

แต่บอกเลยว่าตอนหน้ารู้เรื่อง คลี่คลายแน่นอน แล้วจะพยายามมาแบบเต็มร้อยทีเดียว รอกันนิสสส



ปล. ตอนนี้ก็เปิดจองอยู่นะคะ ใครสนใจก็อย่าลืมนะ สเปเด็ดๆเลยบอกแค่นี้

ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกโหวต ทุกเฟบนะคะ เป็นกลจ.อย่างดีเลย


แท็กฟิค : #FICJARMB

ติดต่อไรท์เตอร์ TWITTER : @since9397


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,155 ความคิดเห็น

  1. #2142 onea (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 22:53
    เจ็บไปหมดแล้วจ้าาาไรท์จ๋าาาา น้ำตาเต็มกระบุง
    #2,142
    0
  2. #2124 uromtbb (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 04:15
    พระเอกโง่
    #2,124
    0
  3. #2113 bunyaps (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 20:34
    ไหนไรท์บอกว่าม่าไม่เก่งไงเค้าน้ำตาไหลเลยเค้าสงสารน้องงงงงแงงงงงงงง
    #2,113
    0
  4. #2096 Kattyแฟนหมี (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:16
    จากป่ามาเจอผช.แบบมาร์คนี่น่าตรอมใจมาก

    เหอะกับจีอานี่แบบ
    #2,096
    0
  5. #2071 VivoV5 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 18:58
    ก็มาร์คไม่ยอมคุยแต่แรก
    #2,071
    0
  6. #2057 Bporsche (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 02:20
    เอ้า JY กับ JB ยังไม่รู้หรอว่ามาร์คทำเรื่องใจร้ายอะไรไว้
    #2,057
    0
  7. #2049 MB-krD (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 15:29
    อ่านถึงตอนนี้หน้าตึงใส่พี่ที่ทำงานสุด55555
    #2,049
    0
  8. #1991 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 06:56
    โง้ยยยยย~
    #1,991
    0
  9. #1977 ATENNILE (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 23:23
    ทำไมมาเจอเรื่องนี้ตอนนี้อยากได้เล่มมาเก็บไว้จังเลย
    #1,977
    0
  10. #1958 wan62063 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 21:05
    พี่มาร์คนี่รอหมาออกลูกเป็นแมวหรอคะ คุยก็จบ โว้ะ
    #1,958
    0
  11. #1928 ojay2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 00:51
    เนียร์จัดการที ไม่ไหวแล้ววว
    #1,928
    0
  12. #1885 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 23:46
    เนียร์เคลียร์ทีเถอะ รออีพี่มาร์คชาตินี้แบมคงเฉาตายก่อนแน่ๆ
    #1,885
    0
  13. #1868 M.m1nt (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 16:20
    ขอให้ได้นะ
    #1,868
    0
  14. #1866 M.m1nt (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 10:46
    จินยองดีมากเล่าให้หมดเลยยยยย
    #1,866
    0
  15. #1838 KiHaE*129 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 03:17
    น้ำตาไหลกับน้องแบมอีกแล้วว
    T_____T
    ถ้าไม่กลับป่าตัวจะไม่โตขึ้นหรอ?
    วิธีที่แจ็คเพิ่งบอกนี่คงไม่ไช่แบบนั้นใช่มั้ย?
    ทำไมมาร์คไม่ถามแบมบ้างก่อนจะทำอะไร
    ทำไมไม่บอก
    ใจนึงก็อยากให้แบมกลับป่า
    หมั่นไส้มาร์คที่ทำแบมเสียใจจ
    #1,838
    0
  16. #1787 MBisme (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 10:50
    โอ้ยจะตาย สงสารแบม  บอกความจริงกันก็บอกสักที่คะหน่วงมากๆ พี่มาร์คก็ลีลาอะ มีไรก็พูดตกลงกันอย่างแจ็คแจ เค้าดิ
    #1,787
    0
  17. #1744 BAMmiie (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 02:18
    ร้องไห้เลย สงสารแบมอ่า T__________T
    #1,744
    0
  18. #1739 cassysanuk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 19:00
    เราก็อยากรู้
    #1,739
    0
  19. #1719 Dearii (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 09:59
    บอกเลย บอกเลย บอกเลย -0-
    #1,719
    0
  20. #1699 MandM (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 18:09
    เดี๋ยวๆๆๆๆๆวิธีของแจ็คคือไรอ่ะ

    อยากรู้อ่าาาาาา

    เนียร์จะเล่าให้แบมฟังแล้ว
    #1,699
    0
  21. #1681 zmgebob (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 01:51
    วิธีของพี่หวังคือะไร อยากรู้มากกกกก ตอนหน้าแบมแบมจะได้รุ้เหตุผลซะทีละ
    #1,681
    0
  22. #1630 Oni (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 23:56
    มาร์คทำให้เเบมอึดอัดจนอยากกลับป่ากันเลยเชียว

    มาร์คไม่แนไม่ลูกผู้ชายสู้เเจ็คก็ไม่ได้ ยืดอกยอมรับด้วยใจตัวเอง

    แบบนี้เป็นใครก็อึดอัด แต่เราดีใจที่มาร์คหยุดความสัมพันธ์กับจีอาสักที
    #1,630
    0
  23. #1510 あなた (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:18
    โอ้ยยย จะบอกกันแล้วใช่มั้ย อึดอัดแทนมาก ไม่มีใครบอกเลยแต่ในที่สุดก็จะบอกกันแล้ว กรี้ดด
    #1,510
    0
  24. #1456 ringgle (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 00:41
    อึดอัดโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยย จะล้องหั้ย
    #1,456
    0
  25. #1436 BB1a_38 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 23:32
    สงสารน้องแบม เห็นม่ะเฮียหวังยังแมนๆคุยกันกับ แจแจ เลย
    #1,436
    0