FIC BOY IN A JAR : { MARKBAM }

ตอนที่ 1 : BOY IN A JAR :: When we first met

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,831
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 150 ครั้ง
    1 ก.ค. 58

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
+





BOY  IN  A  JAR

MARK x BAMBAM

#FICJARMB



CHAPTER

-1-

( When we first met ) 


 

          เสียงปลายพู่กันกระทบกับแผ่นกระดาษเนื้อดีเป็นเสียงเดียวที่ดังอยู่ภายในห้องเช่าขนาดกลางของชายหนุ่มผู้รักสันโดษอย่างมาร์ค ต้วน ดวงตาคู่คมไม่ฉายแววใดๆจับจ้องไปที่ปลายพู่กันอย่างมีสมาธิ จานสีขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนตักมีบางส่วนที่กระฉอกเลอะเทอะไปเปื้อนกางเกงเนื้อยีนส์ราคาแพงที่เจ้าตัวสวมใส่ และแน่นอนว่าเขาไม่สนใจมัน...

 
 

          มือขวาที่จับพู่กันของชายหนุ่มหยุดชะงักเพียงครู่เพื่อพิจารณาความคืบหน้าของผลงาน งานในครั้งนี้ของเขามันมีแรงบันดาลใจมาจากความทรงจำในวัยเด็ก บรรยากาศและความสวยงามของท้องฟ้ายามเย็นของวันหนึ่งในช่วงเวลาตอนเด็กที่เขาเคยได้พานพบ ศิลปินก็แบบนี้ล่ะ...ทุกเหตุการณ์ในชีวิตก็ถือว่าเป็นแรงบันดาลใจได้ทั้งหมด

 
 

          “...”

 
 

          แสงสีส้มของพระอาทิตย์ในภาพที่ถูกถ่ายทอดออกมามันดูเหมือนจริงเสียจนไม่น่าเชื่อ แต่กลับไม่มีแววของความตื่นเต้นใดๆบนใบหน้าของผู้วาด นอกจากคิ้วหนาที่เลิกขึ้นเป็นเชิงพินิจผลงานของตนเมื่อลองเกลี่ยสีให้เข้าที่เข้าทาง

 
 

และสุดท้ายเสียงพรูลมหายใจยาวๆก็ดังออกมาจากร่างของมาร์คที่เอนพิงกำแพงอย่างเหนื่อยอ่อน


 

          เอนหลังได้ไม่นานความรู้สึกหิวก็เล่นงานซะจนต้องนิ่วหน้า เขาจำไม่ได้ว่านั่งอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนแล้วโดยที่ไม่มีอาหารใดๆตกถึงท้องนอกจากน้ำเปล่าสองขวดลิตร อาจจะหนึ่งวันหรือสองวัน... เขาเป็นพวกหมกมุ่น ถ้าหากได้ลงมือทำแล้วถ้าหากว่ามันไม่ลุล่วงก็จะไม่ยอมรามือง่ายๆ

 
 

          ฝ่ามือใหญ่เปื้อนคราบสียกขึ้นขยี้เส้นผมสีบลอนด์หม่นของตัวเองลวกๆเหมือนเป็นการเรียกสติ แน่นอนว่าการอดหลับอดนอนนั้นมันทำให้เขาเบลอจนมึนหัว แต่ด้วยความเคยชินมันก็ทำให้เขายังสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้สบายๆ

 
 

           จ๊อก...~

 
 

          เสียงน้ำร้อนจากอุปกรณ์ช่วยชีวิตชายหนุ่มตัวคนเดียวอย่างกาต้มน้ำไฟฟ้าดังขึ้นกระทบกับก้อนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแข็งๆในถ้วยกระเบื้อง คงจะจริงกับวลีที่ว่า ศิลปินไส้แห้งแต่ไม่ได้หมายความว่ามาร์คต้วนน่ะอับจนจนหิวโซอะไรหรอกนะ ก็แค่ด้วยความขี้เกียจที่มีมากเกินกว่าจะลงไปหาซื้อของด้านล่างอพาร์ทเมนต์ก็เท่านั้นเอง

 

 

 
 

          ออดดด...

 
 

          ให้ตายเถอะ...ใบหน้าเรียบเฉยของมาร์คต้วนฉายแววไม่พอใจออกมาเล็กน้อยในตอนที่เส้นมาม่ากำลังจะเข้าปากแต่ทว่าเขาต้องวางมันกลับลงไปบนชามอีกครั้งเพราะเสียงออดเจ้ากรรมที่ดังได้จังหวะราวกับจงใจจะแกล้งกัน

 
 

สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องทิ้งจากอาหารมื้อแรกในช่วงเวลาสองวันตรงหน้าเพื่อไปเปิดประตูต้อนรับแขกผู้มาเยือนที่นานๆทีจะมีหลงมา

 
 

ถ้าไม่เป็นแฟนคลับผลงานของเขาที่คลั่งไคล้มากๆก็อาจจะเป็นใครสักคนที่รู้จักเขาดีล่ะนะ...


 

          แกรก...





 

          “ฮ่ะๆ”

 

          แล้วก็ไม่ผิดไปจากที่คาดสักเท่าไหร่เมื่อมาร์คเปิดประตูออกมาก็พบกับร่างของเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมาตั้งแต่เด็กอย่างอิมแจบอม ชายหนุ่มผู้หลงใหลในการออกเดินทางและผจญภัยไปตามสถานที่ต่างๆ ดูเพี้ยนๆไปบ้างแต่ก็นับเป็นเพื่อนที่ดี

 
 

          “ดีใจที่มึงยังไม่ตายว่ะเพื่อน” และก็เป็นมาร์คที่ทักอีกฝ่ายก่อนด้วยน้ำเสียงกวนๆแสนจะตัดกันกับใบหน้าเรียบเฉย มีเพียงคิ้วเข้มที่กระตุกขึ้นน้อยๆเท่านั้น


 

          “เออ กูก็ดีใจเหมือนกัน” และแน่นอนว่าคนเป็นเพื่อนกันนั้นย่อมมีอะไรเหมือนกัน ก็อาทิเช่นความกวนประสาทเงียบๆของสองคนนี้ไงที่ดูท่าว่าจะกินกันไม่ลงสักเท่าไหร่ มาร์คไหวไหล่ให้อีกคนก่อนจะเอียงตัวหลบเป็นเชิงบอกว่าให้เข้ามาข้างในได้ตามสะดวก


 

          “โอ้โห...ห้องมึงหรือรังอะไรเนี่ย ทำไมรูปกระดาษห่าอะไรมันกองระเกะระกะขนาดนี้วะ งูฉกตายพอดี” อิมแจบอมที่เห็นสภาพความเป็นอยู่ของเพื่อนก็อดบ่นไม่ได้เมื่อเห็นว่าอพาร์ทเมนต์ที่ดูน่าอยู่ในตอนแรกที่เช่านั้นมันรกดูไม่สบายตาเอาเสียเลย


 

          “กูพยายามเร่งให้ทันวันส่ง” มาร์คตอบสั้นๆพลางเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟารับแขกที่แน่นอนว่าครึ่งหนึ่งของโซฟาก็มีแผ่นภาพบางส่วนกองอยู่บนนั้น


 

           “อ่อ...ครับๆ พ่อนักวาดรูปใหญ่ รวยจะตายห่าอยู่ละชอบสะเหร่อทำตัวผ้าขี้ริ้วห่อทอง” อิมแจบอมไม่วายแขวะเพื่อนน้อยๆก่อนจะทิ้งตัวนั่งบนโซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้าม กระเป๋าเป้ที่ตุงจนเกินความจำเป็นถูกยกมาวางไว้บนโต๊ะกาแฟเตี้ยตรงหน้าแทนก่อนที่เจ้าตัวจะเอนพิงพนักอย่างสบายใจ


 

          “มึงมาขัดเวลากินข้าวกู มีอะไรสำคัญก็ว่ามา”


 

          มาร์คกอดอกไขว่ห้างมองอีกฝ่ายด้วยสายตากวนๆ ถ้าให้ทายก็คงไม่พ้นเรื่องเดินป่าฝ่าภูเขาหรืออะไรเทือกๆนี้หรอก หรือไม่ก็อาจจะเอาหินนำโชคของลัทธิแปลกประหลาดอะไรมาให้เขาดู ซึ่งอาจจะนับเป็นความสบายใจอย่างหนึ่งของอิมแจบอมก็เป็นได้ที่ได้ทำแบบนี้


 

          “เหอะ...สำคัญน่ะสำคัญแน่ไอ้มาร์คต้วน” แจบอมตอบพลางพยายามยกยิ้มอย่างเหนือกว่าให้มาร์คแปลกใจเล่น


 

          “อย่าบอกว่ามึงไปแอบขโมยลูกใครใส่กระเป๋ามา”


 

          “หืม” อิมแจบอมเลิกคิ้วคล้ายกับได้ยินคำพูดถูกใจ


 

          “ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงว่ะ ฮ่าๆ” แจบอมยิ้มระรื่นพลางเอื้อมมือไปรูดซิปกระเป๋าเป้สีเขียวขี้ม้าสุดแสนสมบุกสมบันของตนอย่างทะนุถนอม ต่างจากทุกครั้งที่แทบจะทึ้งกระเป๋าออกจากกันเมื่อมีอะไรมาอวดให้มาร์คดู


 

          อิมแจบอมน่ะเป็นพวกหลงใหลในพวกเรื่องราวแปลกๆ หรืออย่างของหายากที่ใครเขาไม่อยากพบเจอกัน ไอ้เพื่อนเขาคนนี้ก็ไปตามเสาะหามาจนเจออยู่บ่อยๆ...ก็นับว่าเป็นความสามารถเฉพาะตัวของอิมแจบอมก็แล้วกันที่มันไปเสี่ยงตายมาหลายที่แต่ก็ยังกลับมาโม้ให้เขาฟังแบบครบ 32 ทุกครั้งไป


 


 

          กึก...

 


 

           “...” มาร์คจ้องวัตถุในมือของอีกฝ่ายนิ่งๆ เพราะถึงแม้จะเห็นรูปร่างแต่ก็ยังไม่สามารถรู้ได้อยู่ดีว่ามันคืออะไร รูปร่างเป็นทรงกระบอกแต่มีผ้ากำมะหยี่สีแดงอย่างดีพันทับอยู่รอบๆจนไม่สมารถมองเห็นด้านใน

 
 

          “จะขอบคุณกูก่อนเปิดดูก็ได้นะมาร์ค เพราะชิ้นนี้กูตั้งใจเอามาให้มึงเลย” ยิ่งคำพูดแปลกๆจากอิมแจบอมมันทำให้คิ้วของมาร์คขมวดเข้าหากันทุกที ดวงตาคมเพ่งไปยังวัตถุที่ตั้งแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะกาแฟตรงหน้า ไม่ยอมเอื้อมมือไปแตะแม้อิมแจบอมจะผายมือเป็นเชิงอนุญาติแล้วก็ตาม

 
 

          “ห่าอะไรมึง” มาร์คเอาแต่จ้องอยู่แบบนั้น เขารู้สึกไม่ไหวใจไอ้แจบอมในตอนนี้ยังไงก็ไม่รู้


 

          “อยากรู้มึงก็เปิดดู แค่นั้น” พูดด้วยน้ำเสียงสบายๆก่อนจะเอนตัวลงไปพิงกับพนักโซฟาฮึมฮัมเพลงในลำคออย่างสบายอกสบายใจ


 

          “...”


 

          ในที่สุดมาร์คก็ตัดสินใจเอื้อมมือออกไปจับไอ้วัตถุบนโต๊ะขึ้นมา จ้องหน้าอิมแจบอมอย่างหมั่นไส้ในความขี้เก๊ก...พนันไว้เลยว่าคราวนี้อาจจะเป็นของดีแบบหายากสุดๆ ไม่หินนำโชคจากภูเขาสูงเสียดฟ้าก็คงเป็นดอกไม้หน้าตาประหลาดๆจากป่าที่อยู่ลึกที่สุดในแถบเอเชียอะไรเทือกๆนั้นแน่นอน


 





 

          “...อ ไอ้...อิมแจบอม!


 






 

          ไม่บ่อยครั้งนักหรอกที่ได้จะเห็นมาร์คต้วนในลุคตาโตเท่าไข่ห่านแถมยังแหกปากลั่นอย่างกับคนเจอผีหลอก อิมแจบอมที่นั่งมองอากัปกริยาเพื่อนอยู่ฝั่งตรงข้ามหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นกับท่าทีจี้เส้นของมาร์ค ก็เขาบอกแล้วไงว่านี่มันสเปเชียลสุดๆ

 
 

          “ไอ้แจบอม!! ไอ้เหี้ย! น...นี่มัน” มาร์คลุกยืนขึ้นเต็มความสูงในตอนที่ขานชื่อแจบอมเป็นครั้งที่สอง ยกมือขวาของตัวเองที่กำขวดโหลแก้วใสขึ้นมาระดับสายตาอีกครั้งอย่างไม่อยากจะเชื่อในสายตาของตัวเอง เลื่อนหน้าเข้าไปเพ่งมองเสียจนหน้าแทบจะแนบไปกับขวดโหล

 
 

           “มาร์ค...กูเห็นว่ามึงไม่สนใจใครเลยทั้งๆที่มึงก็เรียนจบมาหลายปีแล้ว กูก็เลยคิดว่าถ้ากูหาเพื่อนมาให้มึงอาจจะมีสีสันในชีวิตกับเขาบ้าง...ฮ่าๆ”


 

           “อิมแจบอม มึงบอกกูมา...”


 

          “นี่มันตัวเหี้ยอะไร...”


 

          เหมือนมาร์คจะเริ่มระงับการแสดงออกทางสีหน้าได้แล้วแม้ว่าภายในใจจะยังช็อคไม่หาย คราวนี้เขายอมรับว่าอิมแจบอมมันทำเขาอึ้ง อึ้งจริงๆกับความบ้าดีเดือดของมันในการหาของฝากมาให้เขา ของฝาก...ที่คงไม่มีใครในโลกเหมือน


 

          “อ่า...กูจะบอกคร่าวๆแล้วกันนะ เพราะตัวนี้จินยองกำลังหาข้อมูลเพิ่มอยู่” คนถูกถามกระแอมไอสองสามครั้งเป็นเชิงเหนือกว่าก่อนจะเริ่มร่ายอธิบายรายละเอียดของวัตถุในมือเพื่อนรัก


 

          “ตัวนี้ยังไม่มีชื่อเรียกที่เป็นทางการเพราะคนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่ามีอยู่จริง แต่ศัพท์ในวงการที่ใช้เรียกไอ้ตัวนี้คือคำว่า ภูติมนุษย์ หน้าตารูปร่างเหมือนคนเด๊ะๆ มันก็คนนี่ล่ะ...แต่ยังไงดีวะ อืม เหมือนเป็นคนขนาดย่อส่วนอ่ะ ต้องการอาหาร อากาศ น้ำ เหมือนคนทุกอย่าง...”


 

          “...” มาร์ครับฟังทุกถ้อยคำแต่ยังไม่อาจะละสายตาจากขวดใสในมือที่ปรากฏร่างเล็กจิ๋วที่คล้ายกับว่ากำลังนอนหลับอยู่ที่ก้นขวดโหล สิ่งที่ใช้คลุมร่างกายก็เหมือนจะมีเพียงกองใบไม้สีเขียวที่ทับอยู่บนตัวเท่านั้น...ถ้าให้เทียบจริงๆขนาดของไอ้ตัวในขวดนี้   


 

สูงเท่านิ้วชี้เขาเองมั้งเนี่ย...


 

          “แต่เจ้าพวกนี้จะมีถิ่นกำเนิดอยู่ในป่าลึก...หายากมากๆ ไม่ค่อยอยู่เป็นฝูงชอบแฝงตัวอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ๆ แต่ก็นับเป็นโชคดีของกูที่จับตัวนี้ได้เพราะเหมือนว่าขาจะเจ็บเลยหนีไม่ทัน เห็นเขาว่ากันว่ากลิ่นของเจ้าพวกนี้จะเป็นกลิ่นดอกไม้ด้วยว่ะ...เป็นลักษณะพิเศษอย่างนึง แต่ตอนจับมากูก็ไม่เห็นจะได้กลิ่น ยังไงก็รอผลจากจินยองอีกทีกูจะมารายงานให้ทราบ”

 
 

           ดวงตาชั้นเดียวยิ่งหยีเข้าไปใหญ่เมื่อเจ้าตัวยกยิ้มกว้างหลังอธิบายจบ ตอนที่จับได้เขาก็ชั่งใจอยู่นานว่าจะเอาเข้าแล็ปไปกรีดท้องผ่าไส้ศึกษาดูหรือว่าจะปล่อยทิ้งไป ถ้าเขาจะทำอย่างแรกก็ดูโหดร้ายเกินไปหน่อย เพราะเขาแค่รักการผจญภัยไม่เหมือนกันจินยองที่รายนั้นน่ะชอบที่จะทำวิจัยเก็บข้อมูลอะไรเทือกๆนั้น และถ้าจะให้ปล่อยทิ้งมันก็เสียดาย เลยตัดสินใจเอามาเป็นของขวัญให้เพื่อนรักแสนสันโดษของเขาแล้วกัน...


 

พอเห็นหน้าเจ้าตัวนี้แล้วก็คิดว่าต้องเป็นไอ้มาร์คเท่านั้น ประหลาดอยู่เหมือนกัน


 

          “มีพิษหรือเปล่า” มาร์คที่เหมือนจะเริ่มสงบลงทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอีกครั้งพลางเอาโหลแก้วใสนั่นวางลงบนโต๊ะดังเดิมอย่างเบามือ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเจ้าตัวในโหลนี้มันก็ดูน่ารักอยู่เหมือนกันกับขนาดเล็กๆแบบนี้ แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นอะไรแบบนี้ด้วยตาของตัวเอง


 

ประหลาดชะมัด...



 

 

          “มึงก็ลองถามมันดู”

 
 

          อิมแจบอมพูดจบก็แกล้งเอาดินสอไม้ที่วางอยู่แถวนั้นเคาะกับขวดโหลจนเกิดเสียงดัง แน่นอนว่ามันเป็นการกระทำที่ทำให้เจ้าตัวน้อยในขวดโหลสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาแทบจะทันทีทันใด


 

          “ตายห่าพอดี” มาร์คสบถเบาๆพลางตวัดสายตาไม่พอใจไปทางแจบอมที่เอาแต่ยิ้มหน้าระรื่น


 

           “นี่ไงลุกแล้ว” แจบอมกระซิบมาร์คที่เอาแต่ตวัดสายตาไม่พอใจมาทางตนให้กลับมาสนใจเจ้าสิ่งแปลกประหลาดตรงหน้าที่กำลังยันตัวลุกขึ้นมายืนเต็มความสูงอยู่ในขวดโหลแทน มาร์คเองก็เริ่มที่จะให้ความสนใจโน้มใบหน้าลงมาเพื่อที่จะมองเจ้าตัวเล็กในขวดโหลตรงหน้าให้ชัดๆ


 

ไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยให้ตายเถอะ...


 

          แปะ! แปะ!

 
 

            “...” ดวงตาคมจ้องนิ่งไปยังร่างเล็กๆที่ใช้ฝ่ามือน้อยทั้งคู่ของตัวเองประทุษร้ายโหลแก้วจากด้านในจนเกิดเสียงดัง บนใบหน้าเล็กๆนั่นสิ่งที่เด่นชัดเลยก็คือดวงตากลมโตทอแววตื่นตระหนกจนทำให้มาร์ครู้สึกประหลาดขึ้นมาชั่ววูบ ปากเล็กๆพยายามเปล่งเสียงแต่แน่นอนว่าเขาไม่ได้ยินมัน


 

           “ทำไมมึงไม่เอาไว้เลี้ยงเอง เดี๋ยวกูทำมันตาย” มาร์คพึมพำออกมาทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากสิ่งประหลาดตรงหน้า


 

          “มันเหมาะกับมึง กูมีจินยองแล้วส่วนมึงมีแต่เศษกระดาษเป็นเพื่อน กูเลยคิดว่าเอามาให้มึงนี่แหละ...ยังไงก็ยังใกล้หูใกล้ตากูเวลาจะสังเกตการณ์อะไรเกี่ยวกับไอ้ตัวนี้” ใจจริงแล้วมาร์คไม่ได้อยากได้ไอ้เจ้าตัวนี้มาไว้ในครอบครองเลยสักนิด ที่มีอยู่ก็เพียงแค่ความประหลาดใจที่ได้เห็นอะไรที่เคยได้ยินแต่ในนิทาน...อันที่จริงเขาอยากจะตบกระโหลกอิมแจบอมให้คว่ำด้วยซ้ำที่จับเจ้าตัวเล็กนี่ออกมาจากป่าที่เปรียบเป็นบ้านของเจ้าพวกนี้


 

คงจะระแวงน่าดู...


 

 

 

 

 

 



 

           เวลาผ่านจากช่วงบ่ายไปจนถึงตอนเย็น แน่นอนว่าอิมแจบอมกลับไปแล้วแถมยังกำชับให้เขาดูแลไอ้ตัวในโหลนี่ให้ดีๆจนต้องยอมเออออรับคำมันไปด้วยความรำคาญและบอกไปว่าครั้งหน้าถ้าจะมาหาไม่ต้องบ้าหาของฝากมาให้เขาอีกไม่ว่าจะเป็นตัวอะไรก็ตาม

 
 

          “ไอ้ห่าเอ้ย” มาร์คที่เดินกลับมายังห้องครัวด้วยสภาพท่อนบนเปลือยท่อนล่างพันผ้าเช็ดตัวหลังจากอาบน้ำเสร็จสบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อเห็นว่าถ้วยมาม่าของตนนั้นมันขึ้นอืดเสียน่ากลัวจนมาร์คต้องตัดใจเททิ้งขยะไปทั้งหมด ลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้กำลังหิวจนท้องกิ่วขนาดไหน


 

เพราะไอ้ห่าแจบอมคนเดียว


 

          มาร์คตัดสินใจว่าหลังจากแต่งตัวเสร็จแล้วจะลงไปหาอะไรกินข้างล่าง เพราะในห้องตอนนี้ไม่เหลืออะไรให้เขาประทังชีวิตแล้วจริงๆนอกจากน้ำเปล่าในตู้เย็นสองสามขวด ร่างสูงของชายหนุ่มเดินผ่านโซนห้องนั่งเล่นอีกครั้งเพื่อจะกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง

 
 

          “...”

 


          มาร์คหยุดมองวัตถุบนโต๊ะกาแฟรับแขกเพียงชั่วครู่ก่อนจะเห็นว่าเจ้าตัวเล็กในนั้นก็กำลังเอามือทาบโหลแล้วมองมาทางเขาอยู่เช่นกัน

 

                                .

                                .


                                .

 

 

          “ป้าครับ โจ๊กหมูไม่ใส่เครื่องในถุงนึง” ร้านโจ๊กใต้อพาร์ทเมนต์เป็นตัวเลือกของมาร์คในตอนนี้ ร่างสูงของชายหนุ่มทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินขณะรอให้ป้าตักโจ๊กใส่ถุง ในหัวมาร์คน่ะวุ่นวายขัดกับภาพลักษณ์ในตอนนี้แบบสุดๆ ฮู้ดสีดำถูกยกขึ้นมาสวมด้วยฝีมือของเจ้าตัวเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังแสดงอาการบางอย่างออกมาทางสีหน้าเมื่อนึกถึงอะไรบางอย่าง...ที่ไอ้แจบอมมันเอามาฝากเมื่อช่วงบ่าย


 

          จะว่าน่าสงสารก็น่าสงสารอยู่หรอก แต่จะทำไงได้...มันก็ไม่ใช่ความผิดของเขานี่

 


          “โจ๊กได้แล้วจ้ะ” มาร์คลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปจ่ายเงิน ขายาวก้าวออกมาบนริมฟุตบาท...ยังไม่ได้คิดจะกลับขึ้นไปบนห้องตอนนี้ มาร์คเลือกที่จะเดินข้ามถนนไปยังอีกฝั่งของอพาร์ทเมนต์ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก


 

          “...”



          ยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่ม มาร์คเดินมาเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงจุดหมายปลายทางอย่างไม่รีบร้อน ฝ่ามือใหญ่ผลักบานประตูใสตรงหน้าเข้าไปพร้อมกับลมเย็นๆที่ประทะเข้ากับผิวหน้า


 

          “สวัสดีค่ะ Kมินิมาร์ทยินดีต้อนรับค่ะ”


 

          เสียงใสแจ๋วของพนักงานหน้าเคาน์เตอร์เอ่ยทักทายแทบจะในทันที ใช่แล้ว...จุดหมายของมาร์คก็คือร้านสะดวกซื้อนั่นเอง ช่วงขายาวก้าวเลี้ยวเข้าไปตรงโซนของขนมปัง ลังเลอยู่นานว่าควรจะหยิบแบบไหนรสไหนไปบ้างเพราะปกติมาร์คเองก็ไม่ใช่พวกนิยมอาหารประเภทนี้อยู่แล้ว


 

และครั้งนี้ก็ไม่ใช่การเลือกซื้อเพื่อเอาไปกินเองอย่างแน่นอน


 

          “ห่าเอ้ย” สบถออกมาเมื่อคิดว่ามันไม่น่ากลายมาเป็นเรื่องยากให้เขาปวดหัว มือใหญ่หยิบขนมปังแบบสุ่มๆมาสองสามอันเป็นการจบปัญหาแล้วเดินไปหยิบกาแฟรสเข้มมาอีกหนึ่งกระป๋องเป็นอันจบพิธี


 

          “ทั้งหมด 70 บาทค่ะ”

 

 

 


 


         ภาพที่เห็นได้ไม่บ่อยนักของมาร์คต้วนอีกอย่างนึงก็คือภาพที่มาร์คกำลังหิ้วของกินสองสามถุงขึ้นมาบนตึกในเวลาเกือบสามทุ่มนี่ล่ะ...เพราะปกติแล้วต่อให้ไม่มีอะไรกินมาร์คก็ไม่ชอบลงมาหาของกินตอนดึกๆ ขนาดต้องนอนเอาน้ำลูบท้องก็เคยทำมาแล้ว


 

          เข้ามาในห้องได้ก็เปิดไฟแล้วปรี่เดินไปยังโซนรับแขกที่มีเพื่อนร่วมห้องคนใหม่ตั้งอยู่บนโต๊ะ มาร์คปรายตามองปราดหนึ่งพอจะเห็นว่าเจ้าตัวในโหลกำลังนั่งกอดเข่าเอาใบไม้คลุมตัว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไฟที่ปิดมืดเมื่อครู่ถูกเปิดจนสว่างแล้ว


 

          แกรก...


 

มาสะดุ้งสุดตัวก็ตอนที่มาร์คจัดการยกโหลขึ้นมาเพื่อเปิดฝาเกลียวด้านบนออกนั่นล่ะ


 

          “อ๊ะ...” เสียงเล็กๆเล็ดลอดออกมาตอนที่ฝาปิดด้านบนที่ถูกเจาะรูเล็กๆไว้ให้อากาศเข้าถูกยกออกไปจนหมดนั่นทำให้มาร์คถึงกับใจกระตุกเต้นผิดจังหวะไปในช่วงหนึ่ง กลิ่นใบไม้โชยออกมาเตะจมูกของชายหนุ่มเป็นตัวเรียกสติให้กลับมาสนใจคนตัวเล็กที่ยืนเงยหน้าขึ้นมามองเขาตาไม่กระพริบอยู่ด้านใน

 
 

         “มองอะไร”

 
 

          แล้วก็เป็นมาร์คที่ส่งเสียทุ้มๆเข้าไปในโหลจนอีกฝ่ายเผลอสะดุ้งก้าวเท้าถอยหลัง มือซ้ายของเจ้าตัวจับแน่นอยู่บนใบไม้ที่ถือเอาไว้ปิดบังร่างกาย

 
 

          “...”

 
 

          “ออกมากินอาหาร” ด้วยความที่ยังวางตัวไม่ถูกมาร์คก็ได้แต่พูดห้วนๆกับอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนคนตัวเล็กจะไม่ไว้ใจมาร์คต้วนเอาเสียเลยเพราะตอนนี้เจ้าตัวตัดสินใจฝังตัวเองลงไปในกองใบไม้โผล่ออกมาแค่เพียงดวงตากลม

 
 

          “อื้อออ!” มาร์คเองไม่สนใจอาการพยศนั่น จัดการขยับโหลวางเป็นแนวนอนเพื่อจะให้อีกฝ่ายออกมาให้ได้ เสียงเล็กร้องประท้วงพลางยึดเกาะกลุ่มใบไม้เอาไว้แน่นไม่ยอมไหลออกไปตามแรงเทของคนน่ากลัวตัวโตด้านนอก

 
 

          “...” มาร์คจ้องภาพตรงหน้านิ่งก่อนจะเอี้ยวตัวไปทางด้านหลังเพียงเล็กน้อยเพื่อเอื้อมหยิบกระป๋องพู่กันที่วางอยู่หลังกองภาพบนโซฟาออกมาเพื่อเป็นตัวช่วย

 
 

          “ไม่หิวรึไง”


 

          เหมือนเป็นการพึมพำกับตัวเองเสียมากกว่าเพราะอีกฝ่ายจมหายเข้าไปในกองใบไม้นั่นเสียแล้ว อันที่จริงมาร์คจะเอื้อมมือไปจับอีกคนออกมาจากโหลก็ทำได้แต่มาร์คเองก็ยังไม่ไว้ใจสักเท่าไหร่ คุณศิลปินไส้แห้งจึงตัดสินใจใช้ปลายด้ามพู่กันเบอร์กลางสอดเข้าไปด้านในโหลแทนมือของตัวเอง

 
 

          “จ...เจ็บ เจ็บนะ!



          ได้ยินเสียงเล็กแผดดังอยู่ในโหลแก้ว แต่มาร์คก็ไม่ยอมคนพยศง่ายๆ จัดการเอาปลายพู่กันเขี่ยอีกฝ่ายให้หลุดออกมาจากกองใบไม้ได้สำเร็จ แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนอนคว่ำเปลือยอยู่ด้วยท่าทีทุลักทุเล มือเล็กๆเอื้อมไปหยิบใบไม้ติดออกมาด้วยจนกระทั่งปลายพู่กันของมาร์คสามารถต้อนให้อีกฝ่ายออกมาจากโหลได้เป็นอันเรียบร้อย

 
 

          ปล่อยให้อีกคนจัดการตัวเองอยู่บนพื้นกระจกใสของโต๊ะกาแฟรับแขกในขณะที่ตัวเองเอื้อมมือไปหยิบโหลที่นอนคว่ำให้ตั้งขึ้นเพื่อปิดทางไม่ให้อีกฝ่ายหลบกลับเข้าไปได้อีก ความมหัศจรรย์ที่เพิ่งเคยพานพบกำลังยันตัวเองลุกขึ้นอยู่ตรงหน้ามาร์คต้วนที่เอาแต่จ้องจนตาแทบไม่กระพริบ มองอีกฝ่ายพยายามเอาใบไม้ปิดตัวก็อดสงสารไม่ได้

 
 

          “กิน”

 
 

          มาร์คจัดการยื่นขนมปังรสเนยที่ฉีกเป็นชิ้นเล็กให้อีกฝ่ายด้วยท่าทีที่ประหม่าอยู่หน่อยๆ จะบอกว่าไม่ตื่นเต้นเลยมันก็จะดูเป็นการโกหกที่น่าเกลียดเกินไป มาร์คยอมรับว่าเขาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่

 
 

          “...” แต่อีกฝ่ายกลับเอาแต่จ้องมาที่ขนมปังเนื้อสีเหลืองตรงหน้านิ่ง ปากเล็กเม้มเข้าหากันสนิท

 
 

          “...หรือจะกินอาหารเม็ดแบบแมว”

 
 

          ไม่ใช่ว่ามาร์คแกล้งพูดแต่อย่างใด เพราะว่าอิมแจบอมไม่ได้บอกไว้ว่าเจ้าตัวนี้ต้องกินอะไร บอกแค่ว่าเหมือนมนุษย์ทุกอย่าง...แต่ทำไมเจ้าตัวนี้ถึงไม่ยอมเข้ามากินขนมปังล่ะ มาร์คก็แค่พูดกับตัวเองเท่านั้นแต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายที่ได้ยินจะตกใจกับคำพูดนั้นแบบสุดๆ

 
 

          “ไม่...ไม่!” สิ้นเสียงเล็กๆเจ้าตัวก็ทำใจกล้าเดินเข้ามางับขนมปังที่ถึงมาร์คจะฉีกออกเป็นชิ้นแล้วแต่มันกลับใหญ่เกินปากเล็กๆจะงับได้ทั้งหมด ใบหน้าซีกซ้ายเปื้อนน้ำตาลสีเหลืองเป็นแถบแถมแก้มเล็กๆนั่นก็ขยับหงุบหงับ หลับหูหลับตาเคี้ยวเสียจนมาร์ครู้สึกว่า...

 

 

มันน่าเอ็นดูเกินไปหรือเปล่า

 

 .
.
.







                                สวัสดีค่า...เรื่องนี้ก็แนวแฟนตาซีนิดๆเนอะ แล้วก็ข้อมูลจากท่านพี่อิมแจก็เป็นเรื่องที่เราแต่งขึ้นเองทั้งหมดนะ #จินตนาการเพียวๆไม่มีเรียลผสม ไม่รู้ว่ามีใครชอบแนวนี้แบบเราบ้างไหม แต่ก็นะ...ถ้าใครชอบก็เม้นติชม โหวตหรือแชร์เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ

 

                ปล. ขอขอบคุณภาพแฟนอาร์ตจาก @eunallrise สปอนเซอร์อย่างเป็นทางการของฟิคเรื่องนี้ ^^

                 แล้วก็ถ้าใครวาดแฟนอาร์ตเรื่องนี้ก็ส่งมาให้เราดูได้นะคะ จะเอาขึ้นหน้าหลักนิยายให้นะ

 

ขอบคุณค่า

 

แท็กฟิค #FICJARMB

ติดต่อไรท์เตอร์ TWITTER : @since9397

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 150 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,155 ความคิดเห็น

  1. #2153 grapeberryz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 00:55
    น้อนนน แล้วจะตัวโตได้มั้ย
    #2,153
    0
  2. #2152 TonliuJayB (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 12:39
    น่ารักกกกกก อยากเลี้ยงน้องบ้าง 55555
    #2,152
    0
  3. #2132 onea (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 00:53
    น่ารักกกกกกก
    #2,132
    0
  4. #2114 uromtbb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:41
    งือน่ารักกกก
    #2,114
    0
  5. #2103 Ppchat (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 23:44
    น่ารักก
    #2,103
    0
  6. #2099 PEpiBaM (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 12:23

    รู้สึก...หลงรักน้อง

    #2,099
    0
  7. #2087 Kattyแฟนหมี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:14
    อยากได้แบบนี้บ้าง
    #2,087
    0
  8. #2082 Facebook12345 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 20:59

    น่ารักอะ

    #2,082
    0
  9. #2078 NJChokdee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 06:33
    ภูตตัวจิ๋ว งื้อออออ
    #2,078
    0
  10. #2061 VivoV5 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 22:38
    น้องน่ารักมากกกกชอบจังเลยยย
    #2,061
    0
  11. #2060 VivoV5 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 22:38
    น้องน่ารักมากกกกชอบจังเลยยย
    #2,060
    0
  12. #2051 Bporsche (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 19:11
    ฮือออ เพิ่งได้อ่าน แค่ตอนแรกก็ชอบมากแล้ว น่ารักมากๆๆๆๆ
    #2,051
    0
  13. #2038 MB-krD (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 12:04
    โอ้ยย น้องน่ารักกก
    #2,038
    0
  14. #2037 loveficgot7mbjjp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 16:37
    กรี้ดดดดน่าอ่านมากหายากมากเลยนะฟิคแนวนี้ ขอบคุณน๊าา
    #2,037
    0
  15. #2036 my-mark (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 17:52
    น่ารัก
    #2,036
    0
  16. #2034 solong9 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 23:02

    น้องน่าเอ็นดูอ่ะ

    #2,034
    0
  17. #2028 alltimeismark (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 04:30
    งื้อออ. น้องค้าบบ ทำยังไงให้เค้าจับมาได้ลูกก
    #2,028
    0
  18. #2027 Fanwaan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 13:10
    ฮือออเอ็นดูน้องงงงง
    #2,027
    0
  19. #2026 donnayagr (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 01:24
    น่ารักจังงงง 😳
    #2,026
    0
  20. #2024 Prh2003 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 07:52
    น่าเอ็นดูววววววววว   
    #2,024
    0
  21. #2023 tkwikcp9397 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 19:12
    น้องงงงงงงงงงงงง ทำไมน่ารักจังลู้กกกกกกกด
    #2,023
    0
  22. #2017 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 00:03
    พอกลับมาอ่านอีกรอบก็แบบบ.... น่ารักๆๆๆๆๆๆ ฮื้ออ
    #2,017
    0
  23. #2014 - Chompaey (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:30
    โง้ยยยยยยยย น่ารักกกกก
    #2,014
    0
  24. #2011 nam_ioz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 10:24
    น่ารักกกกก
    #2,011
    0
  25. #2010 Venus20 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 21:32
    ทำไมน่ารัก น่าเอ็นดูขนาดนี้อ่า แง้ น้องงงง
    #2,010
    0