FIC LOST ON YOU : { MARKBAM }

ตอนที่ 5 : LOST ON YOU : CHAPTER 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 874
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    31 ม.ค. 60

T
B
+

Lost on you    

- 5 -

          หลังจากคืนที่ไอ้เด็กยูคยอมมันพาเขาไปพบกับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น มารดาเป็นผู้ให้กำเนิดคนตัวเล็กอย่างแบมแบม หลังจากคืนนั้นความคิดของเขาก็เอาแต่จับจดวนไปวนมาอยู่กับเรื่องราวเหล่านี้ แม้จะถามตัวเองหลายต่อหลายครั้งว่าแค่เรื่องของตัวเองที่มีมันยังปวดหัวไม่พออีกหรืออย่างไรจึงต้องไปเอาเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองเข้ามาคิดแบบนี้ แต่คำตอบที่ได้มันก็มีแต่คำถามที่ว่า

 
 

แบมแบมโกหกเขาอีกแล้วใช่ไหม?


 

โอเค ถ้ามองแบบกลับกัน ถ้าหากเขาเป็นแบมแบมก็อาจจะเลือกพูดปด แม้อาชีพนักเต้นตามผับตามบาร์นั้นจะไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีที่จะพูดให้คนไม่สนิทสนมฟัง เรื่องนั้นเขาเข้าใจ...แต่กับการที่แบมแบมบอกเขาเมื่อสามวันก่อนที่มีการถ่ายภาพว่ามีความจำเป็นต้องเบิกเงินล่วงหน้า เหตุผลเพราะว่า แม่ไม่สบายนั้นน่ะ คืออะไรกัน

 
 

แถมเท่าที่เขารู้มาจากปากของคิมยูคยอม แม้ว่าจะยังไม่ปักใจเชื่อแบบร้อยเปอร์เซ็นต์แต่มันก็มีเปอร์เซ็นในการเป็นไปได้ค่อนข้างมากเมื่อมองภาพรวมแล้ว เด็กคนนั้นบอกเขาหลังจากที่ชี้ให้เห็นใบหน้าแม่บังเกิดเกล้าของแบมแบมว่าเธอไม่ได้มาดูดำดูดีอะไรคนตัวเล็กมากมายนัก แถมยังบอกชาวเมืองในละแวกนั้นไปทั่วว่าตัดแม่ตัดลูกกับคนตัวเล็กไปแล้วด้วยความไม่พอใจบางอย่างในตัวลูกชาย


 

“...”

 


และสาเหตุที่เขาได้รับฟังมานั่นก็คือ...


 

“...ที่น้าเขาตัดแม่ตัดลูกกับพี่แบมก็เพราะว่าน้าเขาจะให้พี่แบมแต่งงานกับเศรษฐีเจ้าของคฤหาสน์ซันไรส์ อยู่แถวถนนซันไรส์นี่เองครับ...แต่พี่แบมไม่ยอมแต่ง หนีออกจากบ้านก่อนวันแต่งแค่วันเดียวเอง ตอนนั้นคนละแวกนี้สงสารพี่แบมกันหมด ใครๆก็รู้ว่าไอ้เศรษฐีนั่นบ้ากามแถมยังเจ้าชู้มากแค่ไหน...เมียเป็นโกดังได้ล่ะพี่”

 
 

ใช่...เรื่องราวมันค่อนข้างโหดร้ายเกินไปสำหรับผู้ชายตัวเล็กๆคนเดียว


 

แต่มาร์คก็ยังไม่เข้าใจ ว่าทำไมแบมแบมจะต้องโกหกกันในรูปแบบนั้นด้วย...


 

“ทำไมนะแบมแบม...”




 
 

.

.





 

          ครุ่นคิดได้ไม่นานก็ได้รับแจ้งผ่านโทรศัพท์ในห้องว่ามีแขกมารอพบอยู่ด้านล่าง รู้สึกประหลาดใจนิดหน่อยเพราะว่าตัวเขาเองแทบไม่รู้จักใครที่นี่เลยสักคน ชายหนุ่มเก็บอุปกรณ์ถ่ายภาพเข้าที่ เช็คความเรียบร้อยของห้องอีกนิดหน่อยจึงก้าวออกจากประตูห้อง เดินลงบันไดไปยังชั้นล็อบบี้ด้วยท่าทางสบายๆไม่ได้รีบร้อนอะไรนัก ในหัวก็คาดเดาไปต่างๆนานาว่าเป็นใครจากไต้หวันหรือในเมืองหลวงแอบมาเซอร์ไพร์สเขาโดยไม่บอกไม่กล่าวหรือเปล่า


 

“...” ด้วยความที่บันไดเป็นบันไดวนที่ทำจากหินแข็งแรง สายตาของคนที่อยู่ด้านบนจะมองเห็นคนที่อยู่ด้านล่างก่อนเสมอ สองเท้าใต้รองเท้าแตะแบบสบายๆหยุดชะงัก คิ้วขมวดเข้าหากันพลางหรี่ตาลงเพื่อสร้างความแน่ใจให้กับตัวเองในภาพที่เห็น

 


ใช่...ใช่แน่ๆ


 

มาร์คไม่คิดว่าวันหนึ่งสถานการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเขา ดวงตาคมเริ่มมองซ้ายทีขวาทีอย่างคนกำลังคิดเอาตัวรอดหาทางออก ก้าวถอยหลังกลับขึ้นไปยังด้านบนเล็กน้อยเพื่อให้มั่นใจกว่าเดิมว่าคนที่นั่งรออยู่ด้านล่างจะมองไม่เห็นเขาแน่ๆ ถอนหายใจออกมายาวๆไม่พอยังยกมือขยี้กลุ่มผมตัวเองเสียยุ่งเหยิง

 
 

แต่ก็คงยังไม่เท่าความยุ่งเหยิงที่เขาจะได้เจอถ้าหากว่าลงไปประจันหน้ากับเธอคนนั้นตอนนี้แน่ๆ


 

“เอาน่ามาร์คต้วน” ทางออกแรกและทางออกเดียวที่คิดได้ในตอนนี้ทำให้มาร์คต้องเอ่ยปลอบใจตัวเองเสียงเบา กลืนน้ำลายลงคอก่อนที่สุดท้ายเจ้าตัวจะตัดสินใจกึ่งเดินกึ่งวิ่งลงจากบันไดแล้วผลุนผลันออกมาจากประตูแมนชั่นอย่างแนบเนียนในความคิด สองช่วงขาใต้กางเกงผ้าวิ่งตรงไปยังลานจอดรถจักรยานสำหรับผู้พักอาศัย ไม่รีรอให้เสียเวลาขายาวก็ขึ้นคร่อมจักรยานสีขาวคันหนึ่งอย่างรวดเร็ว

 
 

มาร์ค...มาร์คใช่มั้ยคะ!


 

โอเค ซวย...ซวยแล้ว


 

“มาร์คคะรอฉันด้วยค่ะ! มาร์ค!” เสียงแหลมที่แผดดังไล่หลังมาทำให้คนถูกเรียกเสียวสันหลังวาบ ไม่รู้ว่าเธอพูดอะไรออกมาอีกเพราะตอนนี้ร่างของมาร์คกำลังมุ่งไปด้านหน้าพร้อมกับจักรยานคันโตสีขาวที่พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วเต็มกำลัง ไม่สนใจว่าถ้าพุ่งออกไปในถนนใหญ่แล้วจะโดนรถสวนมาชนหรือไม่ ตอนนี้มาร์คแค่อยากเอาตัวเองออกไปจากสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นเท่านั้น

 
 

“...เกือบแล้วมั้ยล่ะ”


 

สบถกับตัวเองเสียงหอบแฮ่กเมื่อคิดว่าตัวเองปั่นออกมาได้ไกลพอสมควรแล้ว ความเร็วจากตอนแรกถูกลดลงจนอยู่ในระดับปกติ และเมื่อได้สติก็เริ่มมองหาว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในส่วนไหนของกรีนทาวน์กันแน่ เขาไม่รู้ตัวว่าปั่นผ่านมากี่ตรอกซอกซอยด้วยซ้ำ แถมป้ายบอกทางแถวนี้ก็ชวนให้สับสนเสียยิ่งกว่าอะไร

 


“...” แม้รู้ว่าตัวเองกำลังหลงทางเข้าแล้วแต่มาร์คก็เลือกที่จะยอมหลงต่อไปเรื่อยๆ คิดเสียว่าออกมาชมเมืองในย่านที่ไม่เคยเห็นก็แล้วกัน เพราะต่อให้กลับไปตอนนี้เขาก็ยังไม่กล้าเข้าไปในแมนชั่นอยู่ดี อ่า...ส่วนเธอคนนั้นที่เป็นสาเหตุทำให้มาร์คต้องมาหลงทางอยู่แบบนี้นั่นก็คือผู้หญิงคนที่เขาเผลอไปมีสัมพันธ์ด้วยในคืนที่เข้าไปเที่ยวกับแจ็คสัน มาร์คคิดว่ามันจะจบแค่วันไนท์แสตน แต่เมื่อเธอตื่นมาแล้วพูดถึงการคืบหน้าของความสัมพันธ์ก็ทำให้มาร์ครู้ว่าตัวเองพลาดเสียแล้ว

 


ทั้งที่วันนั้นก็เคลียร์กันไปแล้ว ไม่นึกว่าเธอยังคิดจะตามตื๊อเขาอยู่จริงๆ


 

แถมยังรู้เสียด้วยว่าเขาอยู่ในกรีนทาวน์...คงจะเกี่ยวกับการที่บัตรต้อนรับเข้าสู่เมืองกรีนทาวน์ในกระเป๋าสตางค์เขาหายไปในวันนั้นแน่ๆ แสบชะมัด


 

กริ๊ง!

 
 

โครม!!!


 

“โอ๊ย!” เพราะมัวเอาแต่เหม่อคิดเรื่องที่เกิดทำให้มาร์คไม่ทันได้ระวังว่าตัวเองกำลังปั่นจักรยานเข้ามาในย่านที่เป็นตรอกซอยสลับซับซ้อน ไม่ทันได้ระวังว่าตรอกเล็กๆที่เขากำลังจะผ่านนั้นมีใครบางคนเดินก้มหน้าก้มตาสวนออกมาพร้อมกับถุงผลไม้สีน้ำตาลใบโตในแขนทั้งสองข้าง


 

“ขอโทษครับคุณ! เจ็บตรงไห...แบม!

 


“ค...คุณมาร์ค!






 

.

.






 

          ไม่รู้ว่าเป็นเพราะทฤษฎีโลกกลมหรือความจริงที่ว่ากรีนทาวน์มันไม่ได้กว้างขวางอะไรมากกันแน่ คนที่มาร์คปั่นจักรยานเฉี่ยวจนล้มลงไปกับพื้นแล้วพาให้มาร์คเบรกสุดแรงจนกระเด็นหล่นลงมาจากจักรยานด้วยนั่นก็คือแบมแบม นายแบบตัวเล็กของมาร์คที่วันนี้ไม่ได้มีนัดถ่ายภาพ และมาร์คก็คิดมาตลอดว่าอีกฝ่ายคงจะกำลังทำงานอยู่ที่ร้านอาหาร แต่กลับกลายเป็นว่าวันนี้คนตัวเล็กลางานเพราะว่ามีอาการปวดหัวไมเกรนในช่วงเช้าจนลุกไม่ขึ้น

 


“ผมนั่งรอข้างล่างก็ได้ครับ เอาแค่แอลกอฮอล์กับพลาสเตอร์ลงมาให้ผมก็พอ” มาร์คใช้สองเท้าลากไปกับพื้นปูนเพื่อคับให้จักรยานของตนที่ตอนนี้มีคนซ้อนตัวเล็กหนึ่งคนนั่งอยู่ด้านหลังนั้นค่อยๆเบรกลง ถุงผลไม้ถูกวางไส่ในตะกร้าด้านหน้า ดูขะมุกขะมอมไปหน่อยแต่แบมแบมก็ยังยืนยันว่าสามารถนำไปล้างได้เพราะมันไม่ได้ร่วงจนเปื้อนหมดทุกลูก


 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เราก็เจ็บด้วยกันทั้งคู่...ไม่ต้องเกรงใจ” มาร์คยิ้มบางๆรับคำอีกฝ่าย ที่ปฏิเสธไปเมื่อครู่นั้นก็คือคำชวนจากแบมแบมที่ชวนให้เขาขึ้นไปทำแผลก่อนที่บนห้องพัก มันรู้สึกดีก็จริงที่อีกฝ่ายใส่ใจกัน แต่ในตอนนี้แบมแบมไม่ได้เป็นหนุ่มโสดอย่างที่มาร์คคิดตอนแรก ถ้าหากใครมาเห็นเข้าจะมองคนตัวเล็กไม่ดีเอาได้

 


“แล้ว...”

 


“เขาไม่สนใจหรอกครับ เดี๋ยวก็ออกไปข้างนอกแล้ว” มาร์คย่นคิ้วให้กับคำตอบที่เหมือนจะรู้ทันคำถามของเขาอย่างไม่ค่อยเข้าใจ แต่กระนั้นก็จัดการช่วยแบมแบมหอบถุงผักอีกหนึ่งถุงจากตะกร้าหน้ารถแล้วเดินตามเข้าไปด้านในอพาร์ตเมนต์ที่ค่อนข้างทรุดโทรมเงียบๆ


 

ขึ้นลิฟท์มาจนถึงชั้นสี่แบมแบมก็พาเขาเดินมายังประตูห้องที่อยู่ริมสุดของชั้น อยู่ติดกับบันไดหนีไฟ...มาร์ครู้สึกว่าบรรยากาศของที่นี่มันดูไม่ค่อยน่าอยู่เอาเสียเลย เงียบเชียบ มีกลิ่นอับคละคลุ้งแถมยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่หละหลวม...ไม่ใช่ว่าเขาเป็นพวกคุณชายอะไรอย่างนั้นหรอก เขาก็แค่เป็นห่วงเจ้าของแผ่นหลังบางๆตรงหน้าที่กำลังก้มเสียบลูกกุญแจไขประตูห้องอยู่ตรงหน้านี้ต่างหาก


 

“เชิญครับคุณมาร์ค”


 

 

          เข้ามาด้านในก็เห็นว่ามีเตียงขนาดสองคนนอนตั้งอยู่มุมห้องตรงข้ามกันกับห้องน้ำที่ถูกปิดสนิทและมีเสียงน้ำเล็ดลอดออกมา...โอเค หนุ่มอารมณ์ร้อนคนนั้นคงกำลังจะอาบน้ำอยู่ด้านในโดยไม่รู้ว่าตอนนี้แบมแบมพาเขาเข้ามาด้านในเป็นที่เรียบร้อย อีกฝั่งถูกจัดเป็นโซนครัวเล็กๆ อีกมุมหนึ่งก็มีทีวีหนึ่งเครื่องพร้อมกับโซฟาสีน้ำตาลหนึ่งตัว โต๊ะยาวๆสำหรับรับประทานอาหารและวางของบางอย่างเอาไว้ระเกะระกะ


 

“รกหน่อยนะครับ ผมไม่ค่อยมีเวลาเก็บห้องสักเท่าไหร่” แบมแบมส่งยิ้มจางๆให้มาร์คก่อนเดินนำถุงไปวางไว้บนโต๊ะตัวยาว เดินไปเปิดตู้ไม้ที่ติดอยู่กับกำแพงห้องเพื่อหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมา ผายมือให้มาร์คนั่งลงบนโซฟาก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปรินน้ำเย็นๆใส่แก้วมาให้คุณช่างภาพ


 

“แบม” แต่ยังไม่ทันได้กล่าวอะไรตอบกลับไปให้คนตัวเล็กประตูห้องน้ำก็ถูกเปิด เผยให้เห็นร่างผอมสูงของชายคนเดิมที่มาร์คเคยเห็นตอนนัดถ่ายงานครั้งแรกในสภาพผ้าขนหนูพันท่อนล่าง เจ้าของรอยสักสีดำที่คอหันมามองมาร์คด้วยสายตาไม่เป็นมิตรอย่างถึงที่สุด น้ำเสียงแหบห้าวเรียกชื่อคนตัวเล็กนิ่งไปเมื่อเห็นภาพที่กำลังเกิดขึ้น


 

“มึงเอาผู้ชายเข้าห้องมาทั้งที่กูยังยืนหัวโด่อยู่เลยนะ มึงเก่งนี่หว่าแบม” ก่อนที่น้ำเสียงกระแนะกระแหนจะดังขึ้น มาร์คลอบถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เป็นไปอย่างที่เขากังวลไม่มีผิด แบมแบมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใช้ฝ่ามือแตะเบาๆที่ต้นแขนของเขาพลางส่งสายตาขอโทษมาให้


 

“จะไปไหนก็ไปสิ นี่คุณมาร์คเขาเป็นเจ้านายเรา”

 


“เออกูไปแน่ เชิญเล่นกับเจ้านายมึงให้สนุกเหอะ...แล้วก่อนกูกลับมาช่วยทำความสะอาดให้หมดด้วยนะ ไม่อยากได้กลิ่นคาวๆของมึงว่ะ” คำพูดเสียดสีจาบจ้วงจนน่ารังเกียจจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น แฟนของแบมแบมกำลังทำให้มาร์ครู้สึกฉุนขึ้นมา นี่มันเป็นการดูถูกแฟนตัวเองมากเกินไปหรือเปล่า คำพูดแบบนี้มันไม่ใช่สิ่งที่แบมแบมสมควรได้รับแม้แต่น้อย...


 

ถ้าเขาเป็นแฟนแบมแบมเขาจะไม่มีวันพูดประโยคร้ายกาจแบบนี้ให้อีกคนต้องเจ็บใจแน่ๆ ไม่มีวัน


 

“ขอโทษนะครับ แต่เราสองคนไม่เคยคิดจะทำอะไรแบบนั้น...ถ้าไม่ให้เกียรติผมยังไงคุณก็ควรให้เกียรติแบมหน่อยนะ ยังไงเขาก็เป็นแฟนคุณ” มาร์คพูดเสียงดังฟังชัด แอบเห็นว่าคนร่างผอมสูงดูชะงักไปนิดหน่อยก่อนจะแค่นหัวเราะและส่ายหัวไปมาคล้ายกับสิ่งที่เขาพูดนั้นมันเป็นเรื่องไร้สาระเต็มทน

 
 

“หึ...แฟนเหรอวะ คนอย่างมันไม่สมควรใช้คำนี้กับใครหรอก” มาร์คพยายามทำเป็นหูทวนลมไม่สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ใช้เพียงสายตานิ่งๆมองอีกคนเดินมารื้อเสื้อผ้าจากตู้ สวมใส่มันอย่างลวกๆจากนั้นก็หยิบเงินฟ่อนใหญ่จากกล่องข้างเตียงยัดใส่กระเป๋าเป้ตัวเอง ตามด้วยเสียงปิดประตูที่ทำเอาคนข้างกายมาร์คเผลอสะดุ้งเฮือก


 

แบมแบมต้องเจออะไรแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ? นั่นคือคำถามแรกหลังจากที่เหตุการณ์ทั้งหมดสงบลงและเหลือเพียงความเงียบภายในห้องพักแห่งนี้


 

“ขอโทษด้วยนะครับคุณมาร์ค ผมไม่คิดว่าเขาจะหยาบคายต่อหน้า...”

 
 

“ชู่ว” มาร์คไม่ต้องการฟังคำขอโทษจากแบมแบมเลยสักนิด สิ่งที่เขาอยากทำก็คือการรั้งคนตัวเล็กที่กำลังเม้มปากกลั้นน้ำตาอยู่ตรงหน้านี้เข้ามาปลอบประโลมต่างหาก คนๆนั้นไม่เหมาะสมกับแบมแบมเลยสักนิด ความอ่อนหวานนิ่มนวลของแบมแบมไม่สามารถเข้าถึงจิตใจต่ำช้าของคนบางจำพวกได้ มาร์คเพิ่งเข้าใจมันก็วันนี้...


 

“มาให้ผมทำแผลที่แขนให้คุณก่อนดีกว่า” มาร์ครั้งคนที่นั่งอยู่ข้างๆให้เข้ามาใกล้ ถือวิสาสะจับแขนเรียวๆมาวางไว้บนหน้าตักตัวเองแล้วจัดการเปิดกล่องปฐมพยาบาลบนโต๊ะออก ใช้ประสบการณ์ในการทายาและพันแผลให้คนตรงหน้าอย่างอ่อนโยนที่สุด แต่กระนั้นน้ำตาของแบมแบมก็ยังเอาแต่ไหลลงมาไม่หยุดเสียที...


 

“ที่ร้องไห้น่ะ...”

 


“เจ็บที่แผล...หรือว่าเจ็บตรงนี้กันแน่” ในที่สุดมาร์คก็ทนนิ่งต่อไปไม่ไหว ประโยคสุดท้ายเขาค่อยๆจรดปลายนิ้วลงบนหน้าอกข้างซ้ายที่มีก้อนเนื้อเต้นตุบๆอยู่ด้านใน เพียงแค่นั้นก็ราวกับคนเจ็บที่ถูกขยี้ลงบนแผลสดแรงๆ แบมแบมถึงกับปล่อยโฮออกมาเสียงดัง ไร้ซึ่งความอายใดๆจนมาร์คต้องรวบคนตัวเล็กที่ร่างกายสั่นเทาเข้ามาไว้ในอ้อมแขนตัวเองในทันที


 

“...ร้องมาเถอะแบมแบม อยู่กับผมไม่จำเป็นทำเป็นต้องเข้มแข็งเลยสักนิด”


 

“ฮ...ฮึก คุณมาร์ค”


 

          หลังจากที่แบมแบมถูกรั้งเข้าไปปลอบในอ้อมอกอบอุ่นจนกระทั่งน้ำตาหยดสุดท้ายเหือดแห้งไปทุกอย่างก็ดูเหมือนว่าจะดีขึ้น แบมแบมกลับมายิ้มได้อีกครั้ง หลังจากที่ทำแผลให้เขาเสร็จก็ลงมือทำอาหารง่ายๆอย่างออมเล็ทพร้อมกับน้ำซุปใส่เห็ดกลิ่นหอมเป็นมื้อบ่ายค่อนไปทางเย็นให้กับมาร์ค แน่นอนว่ามาร์คเองก็กินเสียเรียบ ไม่ทำให้คนทำต้องรู้สึกเสียใจแต่อย่างใด


 

“เดี๋ยวผมล้างเองครับคุณมาร์ค” เสียงเล็กของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามดังขึ้นเมื่อเห็นว่ามาร์คกำลังจะหยิบจานลุกเดินไปยังอ่างล้างจานด้านหลัง มาร์คส่ายหน้าไปมาเล็กน้อยพร้อมกับบอกว่าเขาล้างจานเป็น สะอาดแน่นอนไม่ต้องเป็นห่วง


 

 

“ทานผลไม้ไหมครับคุณมาร์ค ผมล้างอย่างดีแล้ว” เมื่อล้างเสร็จหันกลับมาก็เจอเข้ากับจานใส่ผลไม้อย่างแอปเปิ้ลจ่ออยู่ที่ด้านหลัง ใบหน้าของแบมแบมยิ้มกว้างเสียจนมาร์คไม่อยากจะปฏิเสธให้เสียน้ำใจ หยิบชิ้นแอปเปิ้ลที่ถูกหั่นปอกมาอย่างดีเข้าปากอย่างว่าง่าย


 

“อื้อ...เนื้อกำลังดีเลย”


 

เวลาดำเนินผ่านไปค่อนชั่วโมงเมื่อแบมแบมเชื้อเชิญให้เขามานั่งรับประทานผลไม้ต่อที่โต๊ะเล็กตรงโซฟา เสียงรายการทีวีตลกดังเป็นเสียงเดียวในห้อง แบมแบมที่เอนตัวพิงโซฟาอยู่ข้างกันกับเขากำลังขำคิกคักอย่างชอบใจ แถมยังยกขาตัวเองขึ้นมานั่งกอดเหมือนเด็กๆ และก็น่าแปลก...ทั้งที่ในห้องไม่ได้หนาวเย็นอะไร แต่ไหล่ของมาร์คและไหล่ของคนตัวเล็กกลับแนบชิดติดกันเสียอย่างนั้น


 

“ปกติคุณมาร์คคงไม่ได้มานั่งดูรายการไร้สาระอะไรแบบนี้ใช่ไหมครับ ถ้าเบื่อแล้วก็บอกนะเดี๋ยวผมลงไปส่งข้างล่าง” คนตัวเล็กหันมาพูดกับมาร์คที่เพิ่งกลืนผลไม้ลงคอด้วยใบหน้ายิ้มๆ มาร์คเองก็อยากจะเถียงออกไปว่าถ้ารอให้เขาเบื่อจริงๆ คืนนี้เขาก็คงไม่ได้ลงไปส่งเขาหรอก...กับแบมแบมน่ะ แค่นั่งอยู่เฉยๆก็มีความสุข


 

“อ่า” เพราะนั่งนานเลยอยากจะยืนแขนเสียหน่อย แต่ศอกข้างที่เป็นแผลถลอกของมาร์คกลับไปกระแทกเข้ากับโคมไฟข้างตัวจนเผลออุทานออกมาด้วยความเจ็บ


 

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” และแบมแบมเองก็ไม่รอช้า รีบคว้าแขนเขาไปสำรวจอาการอย่างรวดเร็ว

 


“ตรงนี้ก็มีแผลนี่...ตอนทำแผลทำไมคุณมาร์คไม่บอกผมล่ะครับ” ดวงตากลมมองแผลเล็กๆที่ศอกสลับกันกับใบหน้าหล่อคมที่อยู่ใกล้กันแค่คืบเพราะว่าเขาเอื้อมตัวมาจับแขนของอีกฝ่าย มาร์คเองก็มองสบตาเขานิ่งๆคล้ายกำลังคิดคำตอบ

 


“แค่ถลอกนิดเดียวเอง พรุ่งนี้ก็คงตกสะเก็ดแล้ว”

 


“แต่ทายาไว้สักหน่อยก็ไม่เสียหายนี่ครับ” ริมฝีปากอวบอิ่มสวนกลับทันควันเมื่อได้เหตุผลที่ไม่มากพอ คิ้วคู่สวยขมวดเข้าหากันมุ่นก่อนทำท่าจะลุกขึ้นเดินไปหยิบกล่องยาที่นำไปเก็บ ทว่ายังไม่ทันได้ลุกเต็มความสูงต้นแขนก็ถูกรั้งเอาไว้โดยคนที่นั่งอยู่จนต้องหันไปมองอย่างไม่เข้าใจ


 

คุณมาร์คเองก็ดื้อใช่เล่นเหมือนกันนะเนี่ย...


 

ไม่ได้รักเขาใช่ไหมแบม

 
 

“ค ครับ?” หากแต่คำถามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยจากปากของอีกคนทำเอาแบมแบมต้องเบิกตาโตพลางทิ้งตัวลงนั่งอย่างช้าๆ พยายามตีความหมายจากคำที่อีกฝ่ายโผล่งออกมาพร้อมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มสั่นระรัวอย่างแปลกประหลาด

 


“ผู้ชายคนนั้นน่ะ...”

 


“ถ้าสายตาของคุณไม่ได้โกหก และเซ้นส์ของผมไม่ผิดพลาด คุณ...ไม่ได้รักเขาใช่ไหม

 


“...” ความเงียบกลืนกินบทสนทนาที่เหลือ แบมแบมนิ่งไปจนน่าใจหาย ดวงตาคู่สวยที่ทอประกายมีความสุขอยู่เมื่อครู่กลับเปลี่ยนไปเป็นนิ่งงันเมื่อนึกถึงผู้ชายคนนั้นที่มาร์คพูดออกมา ต่างกันเหลือเกินกับความรู้สึกเวลาที่เขานึกถึงมาร์ค มันเหมือนกับมีแสงสว่างอบอุ่นทุกครั้งที่ได้มองหน้าอีกฝ่าย...แทบไม่ต้องคิดอะไรเลยด้วยซ้ำ


 

“ผม...ไม่เคยมีความรู้สึกใกล้เคียงกับคำๆนั้นเลยสักครั้ง


 

“...”


 

“แววตาของคุณมันสวยนะ...แต่ผมไม่ชอบเลย ไม่ชอบเลยจริงๆเวลาที่มันมีความเศร้าหรือความเจ็บปวดปนอยู่ในนั้น...” ถึงแม้จะเป็นเวลาเพียงไม่นานที่เขาได้เจอกับแบมแบมแต่ความรู้สึกแรกที่ได้พบไม่เคยเปลี่ยนไป กลับกัน มันดันทวีคูณเพิ่มขึ้นมากทุกวันๆ รอยช้ำพวกนั้นที่เคยเกิดขึ้นบนใบหน้าหวานทำให้มาร์คเจ็บแทนแต่กลับทำอะไรไม่ได้ เรื่องเงินที่โกหกกันครึ่งหนึ่งก็คงไม่พ้นน้ำมือผู้ชายคนนั้นจากภาพที่มาร์คได้เห็น


 

“คุณมาร์คครับ...” ดวงตาสองคู่สบกันนิ่ง เสียงหวานครางเรียกชื่อมาร์คเมื่อจังหวะหัวใจกระตุกผิดไปจากเดิมเพียงแค่ได้ฟังถ้อยคำอ่อนหวาน หัวใจดวงน้อยที่เคยพบแต่ความกระด้างของโลกภายนอกกำลังหลอมละลายอย่างรวดเร็ว แบมแบมเหมือนกับเด็กอ่อนหัดในเรื่องแบบนี้...เขาไม่เคยรู้จักกับความรักที่แท้จริงสักครั้ง

 
 

“อ...อือ”


 

ก่อนที่ความคิดต่างๆจะขาดห้วงไปเมื่อใบหน้าหล่อเหลาของคุณช่างภาพเข้ามาใกล้จนบดบังทุกภาพเบื้องหลังไปหมดสิ้น เปลือกตาของเขาปิดสนิท รับสัมผัสแผ่วเบาราวกับขนนกจากริมฝีปากสีบางของอีกฝ่ายบนอวัยวะแบบเดียวกัน เพียงแค่สัมผัสแผ่วเบาแต่มันกลับทำให้รับรู้ได้ถึงเลือดที่สูบฉีดจนร้อนไปทั่วร่างกายอย่างที่ไม่เคยเป็น ฝ่ามือสั่นเทาจนต้องยกขึ้นจับแขนแข็งแกร่งของอีกฝ่ายไว้...


 

อ่อนหัด...ช่างอ่อนหัดเหลือเกินนะแบมแบม






TALK!

จูบน้องแล้วรับผิดชอบเขาด้วยนะคะคุณม้าก


#FICLOYMB

@Since9397

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

127 ความคิดเห็น

  1. #126 tripleM (@aaumwn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 20:53
    จูบกันแล้วววว~
    #126
    0
  2. #123 De-nee (@De-nee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 08:34
    แฟนเฮงซวยแบบนั้นอยู่กับมันไปทำไมวะ! ไม่เข้าใจแบมๆอะ
    #123
    0
  3. #85 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 00:22
    คุณมาร์คช่วยแบมด้วยนะ ให้แบมได้หลุดพ้นจากชีวิตแบบนี้ซะที ;-;
    #85
    0
  4. #75 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 21:57
    ขอให้หลุดพ้นไวๆนะแบม
    #75
    0
  5. #71 waaxq (@kwangbaby) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:01
    สงสารแบมอ่า ทำไมยังทนอยู่ อยากรู้~
    #71
    0
  6. #70 vandabam (@vandabam) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:24
    ผิดผี พาน้องหนีเลยมาร์ค 555
    #70
    0
  7. #68 Bmb♡ (@i-ince) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:34
    สงสารน้องแบม อยากเข้าไปอุ้มออกมาจากตรงนั้น คูณมาร์คพาน้องออกมาทีนะ;-;
    #68
    0
  8. #67 BloodA93 (@BE-LIDA08) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:23
    มาร์คช่วยน้องด้วยย
    #67
    0
  9. #66 chalisax_ (@chalisax_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:04
    สงสารแบม ฮือออออ
    #66
    0
  10. #65 PairLyU (@pairly_igseven) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 22:13
    ชอบก็ให้แม่มาขอนะมาร์คต้วน !! ส่วนน้องชายของแบมแบมนี้ แหม่ เอาเงินคนอื่นไปใช้หน้าด้านๆเลยนะจ้ะ น่ามคาญ
    #65
    0
  11. #64 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 22:08
    ไม่ได้รัก แล้วทำไมอยู่ด้วยอะ เงินแบมก็หามาเอง เขาเหมือนตัวถ่วงแบมด้วยซ้ำอะ พี่มาร์คจีบน้องแล้วก็แย่งมาเลยยย
    #64
    0
  12. #63 Mampbah (@mampbah) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 21:58
    ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมแบมแบมถึงไม่ถอยออกมา มีเงื่อนไขอะไรกับผู้ชายคนนั้นอยู่เหรอ? เงินที่อุตส่าห์ทำงานมาด้วยความยากลำบาก ก็ถูกเขาหยิบเอาไปใช้ง่ายๆเหมือนพิมพ์แบงค์ขึ้นมาได้เอง.... ถอยออกมาไม่ได้เหรอคะ? ในเมื่อไม่ได้รัก แถมยังทำร้ายร่างกายแบมแบมอีก เราเสียใจนะ คนที่อยู่ห้องเดียวกัน เขาทำกันแบบนี้เหรอ? ในเมื่อไม่รักกัน มีเหตุผลอะไรที่ต้องอดทนคะ? ลองเอ่ยปากสิ เรารู้ว่าแบมแบมขี้เกรงใจ แต่นาทีนี้ คนที่ไว้ใจได้มากที่สุดแล้วคือคุณมาร์คนะแบมแบม ลองเถอะ... ถ้ามีปัญหามากๆให้คุณมาร์คช่วยจัดการเลย
    #63
    0
  13. #62 M's (@punpunkuku) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 21:30
    หนูแบมมมมมม ฮือออออ สงสาร อยากรู้ว่าทำไมน้องไม่เลิกกับเขา ฮืออออ
    #62
    0
  14. #61 sryko1a (@sryko1a) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 21:29
    จูบน้องแล้ว พาน้องไปอยู่ด้วยเลยมาร์คต้วน อิอิ
    #61
    0
  15. #60 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 21:10
    สงสารชีวิตแบม ฮือ แต่ ดู คนนั้นจะปล่อยแบมไปง่ายหรอ คงยากอะ
    #60
    0
  16. #59 mymindmiew (@Neutrino_Miewz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 20:43
    อื้อหืออ เขินทิ้งท้าย // สงสารน้องเรื่องแฟนคนนั้นอะ ไม่รักแล้วมีเหตุผลอะไรน้อที่ทำให้ยัยน้องต้องเป็นแฟนกับคนนั้น เลิกลูก เลิก พูดจาก็ไม่น่ารักแถมทำร้ายร่างกายหนูอีก ฮือๆ
    #59
    0
  17. #58 Popeyechancha (@conankung4u) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 20:41
    พี่มาร์ค ใจเย็นนนนนน
    #58
    0