FIC LOST ON YOU : { MARKBAM }

ตอนที่ 4 : LOST ON YOU : CHAPTER 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 786
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    21 ม.ค. 60

B E R L I N ?
+

Lost on you    

- 4 -

 
 

“พี่ๆ ผมเอาอันนี้ไปวางตรงที่พี่บอกแล้วนะ”

 
 

“อืม”

 


“แล้วพี่จะให้ผมทำอะไรอีกมั้ยอะ...พี่กินน้ำมั้ยเดี๋ยวผมวิ่งไปซื้อมาไว้ให้”

 


“ก็ดี นี่เงิน...ซื้อมาเผื่อตัวนายเองด้วย”

 


“คร้าบบบ”

 


          เสียงถอนหายใจดังขึ้นเมื่อร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มวัยสิบหกปีที่ดูเหมือนว่าจะมีเลือดของชาวพื้นเมืองครึ่งหนึ่งอยู่ในตัววิ่งหายไปยังมินิมาร์ทเล็กๆที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนัก ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่กระตือรือร้นและมีความตั้งใจ แต่มันดูค่อนข้างจะมากเกินไปอยู่หน่อยสำหรับคนที่ชอบทำอะไรด้วยตัวเองคนเดียวเงียบๆอย่างมาร์ค สองมือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนตัวเก่งของตัวเองพลางกวาดสายตามองดูสถานที่โดยรอบในวันนี้ซึ่งเป็นโบสถ์เก่าสีมอซอแต่ให้ความรู้สึกน่าพิศวงไปกับกระจกฉลุลายตามความเชื่อหลากสีรอบกำแพง 

 


ไอ้เด็กนั่นก็ทำงานใช้ได้นี่หน่า...


 

“แบม...” คนตัวเล็กที่นั่งกินข้าวกล่องอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบข้างกันกับรถยนต์สีน้ำเงินเข้มของเขาเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียกแม้ว่ายังส่งอาหารไทยเข้าปากตุ้ยๆ เรียกให้รอยยิ้มของมาร์คปรากฏขึ้นมาได้ไม่ยากเย็น

 
 

“อิ่มไหม?” มาร์คเดินเข้าไปใกล้พลางทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ว่างข้างๆกัน แบมแบมเองเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าหงึกหงักพลางพับฝากล่องข้าวในมือเข้าหากันเป็นเชิงบอกว่าตัวเองอิ่มแล้วจริงๆ มือเรียวคว้าน้ำเปล่าที่เหลืออยู่ไม่มากบนโต๊ะพับเล็กข้างๆตัวขึ้นมาดูดลงคออึกๆ


 

“เรียบร้อยแล้วครับ ขอโทษที่ทำให้ต้องรอนะครับ” สิ่งหนึ่งที่มาร์คได้เรียนรู้จากเมื่อวานนี้ที่ใช้เวลาอยู่กับคนตัวเล็กตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงหัวค่ำ มาร์คได้เรียนรู้ว่าแบมแบมนั้นเป็นคนที่ชอบกล่าวขอโทษคนอื่นในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่เสมอ มันดูนอบน้อมน่ารักแต่ก็น่าตีไปในเวลาเดียวกัน


 

เพราะว่าเขาเองก็ยังไม่ได้ดุอะไรเจ้าตัวสักหน่อย...


 

“เมื่อวานบอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าไม่ให้คุณพูดขอโทษผมเกินวันละสองครั้ง ตั้งแต่เช้ามานี่ผมนับได้เป็นครั้งที่ร้อยกว่าๆแล้วนะ” มาร์คแกล้งเอ่ยเสียงเข้ม เอื้อมมือไปซับคราบน้ำที่เลอะมุมปากอีกฝ่ายออกให้อย่างลืมตัวจนทำให้มีอันต้องชะงักไปทั้งสองฝ่าย แบมแบมก้มหน้างุดส่วนมาร์คเองก็ชักมือกลับแล้วเบนหน้าไปทางอื่นอย่างเขินๆ

 
 

“ขอ- โอ๊ะ” ก่อนที่เสียงเล็กจะพึมพำ แต่ก็ต้องสะดุดไปเมื่อรู้สึกตัวว่ากำลังจะพูดขอโทษออกมาอีกแล้ว

 


“ฮ่ะๆ อิ่มแล้วงั้นไปเริ่มถ่ายกันเลยดีกว่า...ตอนเย็นคุณต้องไปเข้ากะที่ร้านใช่ไหม?” มาร์คว่าพลางยันเข่าตัวเองแล้วลุกขึ้นยืน หยุดรออีกฝ่ายให้ลุกขึ้นมาพร้อมกัน


 

“ครับ ตั้งแต่หกโมงเย็นถึงสามทุ่มครึ่ง” ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันมาจนถึงส่วนที่ถูกจัดเซ็ทแสงเอาไว้สำหรับถ่ายภาพ มาร์คเองก็พยักหน้ารับแกนๆพลางจับไหล่อีกฝ่ายให้หันหน้าเข้าหากัน ใช้ฝ่ามือตัวเองขยับจัดเสื้อผ้าหน้าผมของอีกฝ่ายให้ได้ลุคอย่างที่ตัวเองต้องการด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจจนแบมแบมได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ ใช้สายตาตัวเองไล่มองใบหน้าหล่อเหลาราวกับภาพวาดของอีกฝ่ายอย่างเผลอไผล


 

“...แล้ว”

 


“เลิกงานคืนนี้น้องชายคุณมารับกลับหรือเปล่า หืม?” ถามจบก็ยกยิ้มตบท้ายคล้ายต้องการจะแซวคำโกหกของอีกฝ่ายที่ได้บอกเขาไว้ในตอนแรกกับสถานะของผู้ชายคนนั้นจนแบมแบมต้องครางฮือเสียงแผ่วในลำคอ

 


“คุณมาร์ค...ผมขอโทษไปแล้วไง อย่าแกล้งกันสิครับ”

 


“...”

 


“พี่มาร์ค น้ำเย็นๆมาแล้วครับ!” น้ำเสียงทุ้มถูกขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงแหบห้าวที่ตะโกนมาแต่ไกล เสียงหอบหายใจของเด็กหนุ่มดังขึ้นอยู่ด้านข้างกายทำให้มาร์คต้องหันไปมองแล้วรับถุงพลาสติกมาไว้ในมือ อดขำไม่ได้กับท่าทางเหนื่อยหอบของเด็กตัวโย่งข้างกาย

 


“จะเป็นลมไหมเนี่ยยู”

 


“โอ้ย...แค่นี้สบายมากพี่แบม” คิม ยูคยอม เด็กหนุ่มร่างสูงลูกครึ่งเกาหลีใต้ที่มาเกิดและโตในเมืองกรีนทาวน์ยกมือขึ้นโบกไปมาให้รุ่นพี่ตัวเล็กหายห่วงแม้ว่าเหงื่อเม็ดโตจะยังแย่งกันผุดออกมาจากใบหน้าของตัวเองไม่หยุด เรียกเสียงหัวเราะและแววตาเอ็นดูจากแบมแบม มาร์คมองภาพตรงหน้าแล้วก็นึกดีใจที่ตัวเองเลือกรับเด็กหนุ่มคนนี้มาช่วยงานเวลาออกมาถ่ายภาพตามคำแนะนำของแบมแบมเมื่อวานนี้


 

ไอ้เด็กตัวโตนี่ดูดีใจและเต็มใจยิ่งกว่าอะไรตอนที่เขาและแบมแบมตัดสินใจขับรถไปหาที่บ้านพักเล็กๆไม่ห่างจากร้านอาหารที่แบมแบมทำงานอยู่สักเท่าไหร่ ทันทีที่เขากล่าวข้อเสนอออกไปเจ้าเด็กยักษ์นี่ก็เล่นกระโดดกอดแบมแบมเป็นลูกหมาแถมยังก้มโค้งขอบคุณเขาเสียจนหัวแทบทิ่มพื้นเลยล่ะ...

 


“เอาล่ะ แบมพร้อมนะ...งั้นมาเริ่มถ่ายกันเลย”







.


.








          การถ่ายภาพดำเนินไปด้วยดี แบมแบมยังคงทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม เขามองเห็นข้อดีของการมีคนมาช่วยเพิ่มขึ้นอย่างเช่นในตอนที่แบมแบมรู้สึกร้อนไอ้เด็กตัวโตนี่ก็จะรีบกุลีกุจอไปพัดให้ หิวน้ำก็ยกไปให้ และอีกหลายต่อหลายสิ่งเล็กๆน้อยๆที่มาร์คไม่ต้องเสียเวลาไปทำเอง...และถ้าหากแบมแบมไม่แนะนำเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะไปหาจ้างผู้ช่วยมาได้

 


“โอเค พักกันก่อนเถอะ” และเมื่อได้รับคำสั่งจากผู้มีอำนาจสูงสุดก็เป็นคิมยูคยอมที่แทบจะพุ่งเข้าหากล่องอาหารที่วางไว้บนโต๊ะเล็กข้างๆกับรถยนต์เป็นคนแรก มาร์คส่ายหัวน้อยๆกับภาพนั้นแต่ก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร ลากเก้าอี้ผ้าใบเดินเข้าไปนั่งใกล้กันกับยูคยอมและแบมแบม


 

“แบมไม่หิวเหรอ?”

 


“เพิ่งกินไปเมื่อสองชั่วโมงก่อนเองครับ อ่า...แป๊บนะครับ” เสียงใสตอบกลับได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องละใบหน้าไปให้ความสนใจกับเสียงร้องของโทรศัพท์มือถือ ดวงตากลมเพ่งไปยังหน้าจออยู่ชั่วครู่ ทำสีหน้าคล้ายกับว่ากำลังชั่งใจก่อนสุดท้ายจะกดรับสายแล้วลุกเดินออกไปคุยเป็นการส่วนตัว

 


“...”

 


“...มองอะไร กินไปสิ” หากแต่เมื่อคล้อยหลังแบมแบมไปไอ้เด็กร่างสูงที่ทำท่าตั้งอกตั้งใจกินข้าวในตอนแรกกลับหยุดการกระทำทั้งหมดแล้วหันมองตามคนที่เดินหายไปอีกฝั่งรถอยู่อย่างนั้น มันชวนให้มาร์คสงสัยขึ้นมา

 


“พี่แบมเค้าน่าสงสาร พี่มาร์ครู้แล้วใช่มั้ยอะ” แม้การที่อมข้าวเอาไว้ข้างแก้มจนตุ่ยแล้วขยับปากพูดนั้นไม่ใช่เรื่องที่ควรทำต่อหน้าสาธารณชนนักแต่เรื่องที่ยูคยอมพูดนั้นดูน่าสนใจมากกว่ามาร์คจึงทำเพียงขมวดคิ้วและจ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายนิ่งๆ

 


“ก็พอรู้ว่าเขาต้องทำงานเอง...มีแฟนที่ดูท่าแล้วไม่ค่อยจะไหวนัก แค่นั้น”

 


“เฮ้อ...” ฟังจบไอ้เด็กตัวโตก็ส่ายหน้าช้าๆก่อนจะเบือนสายตากลับไปสนใจกับข้าวต่อ ปล่อยให้มาร์ครู้สึกหัวเสียนิดๆกับการที่อีกฝ่ายเปิดประเด็นแบบนี้แต่กลับไม่ช่วยพูดอะไรให้กระจ่างชัดไปมากกว่าเดิม

 


ทั้งที่ปกติไม่ใช่คนใส่ใจเรื่องคนอื่นเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นแบมแบมแล้วเขากลับอยากรู้ให้มากที่สุด...

 
 

“มีอะไรที่ฉันต้องรู้หรือเปล่า” แม้อยากจะออกปากให้อีกฝ่ายเล่าทุกเรื่องที่รู้เกี่ยวกับแบมแบมแต่กลัวว่าการทำแบบนั้นจะทำให้ยูคยอมมองเขาเป็นพวกยุ่งเรื่องชาวบ้านไป ดังนั้นคำถามอ้อมๆจึงถูกยกมาใช้ถามอีกฝ่าย

 


“อืม...ผมคิดว่ามีนะฮะ แต่ไม่แน่ใจว่าพี่แบมเขาอยากให้ผมพูดหรือเปล่าน่ะสิ” ไอ้เด็กตัวใหญ่ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างครุ่นคิด มาร์คเองก็เริ่มชะเง้อชะแง้เมื่อเห็นว่าแบมแบมน่าจะคุยโทรศัพท์เสร็จแล้ว และก็เป็นจริงอย่างที่คิดเมื่อเห็นว่าร่างบางๆภายใต้เสื้อโค้ทสูทสีส้มอิฐกำลังเดินกลับมาทางนี้

 


“ชู่ว!

 


“มาแล้วครับ...ข้าวอร่อยมั้ยยู กินไม่เงยหน้าเลยนะ” กลับมาถึงก็มาพร้อมรอยยิ้มที่ทำเอามาร์คอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามไปด้วยแม้อีกฝ่ายจะกำลังพูดคุยอยู่กับยูคยอม ฝ่ามือบางขยี้กลุ่มผมสีทองอ่อนของเด็กน้อยเสียจนยุ่งเหยิงสะท้อนกับแสงอาทิตย์ ดูเป็นภาพที่สวยงามเสียจนมาร์คอยากเดินไปหยิบกล้องมาถ่ายเก็บเอาไว้เลยทีเดียว...

 


นั่งพักมาได้ครึ่งชั่วโมงยูคยอมก็เริ่มออกนิสัยเด็กๆขึ้นมาด้วยการขออนุญาตเขาไปซื้อไอศกรีมและขนมหวานที่ร้านมินิมาร์ทเจ้าเดิม แม้จะรู้สึกขำแต่เขาก็ให้เงินอีกฝ่ายซื้อกลับมาเผื่อนายแบบตัวเล็กของเขาด้วย และนั่นก็ทำเอาเด็กหนุ่มรีบวิ่งแจ้นไปอย่างไวจนห่วงว่าจะล้มหน้าคะมำพื้นเข้าสักครั้ง

 


“เอ่อ คุณมาร์คครับ” หลังจากต่างคนต่างเงียบอยู่สักครู่เสียงหวานก็เอ่ยเรียกให้มาร์คละสายตาจากการเช็คภาพผ่านกล้องคู่ใจขึ้นมาได้ คิ้วหนาเลิกขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงถาม

 


“คือ...” เสียงเล็กเอ่ออ่ายิ่งทำให้มาร์คสนใจ มือหนาวางกล้องลงแล้วขยับนั่งหลังตรงมองอีกฝ่ายอย่างรอคอย

 


“ว่ายังไง แบมมีอะไรหรือเปล่า”

 


“ผมอยากจะขอเบิกเงินสำหรับการถ่ายครั้งหน้าน่ะครับ...รู้ว่ามันเร็วเกินไปเพราะครั้งนี้ก็ยังถ่ายไม่เสร็จ ต แต่ว่าแม่ผมไม่ค่อยสบายน่ะครับ ผมต้องใช้เงินจริงๆ” เพราะว่ามาร์คไม่ได้จ่ายให้ทีเดียวเป็นเงินก้อน แต่ทยอยจ่ายให้ในแต่ละครั้งที่มาถ่ายภาพ หนึ่งเซ็ทระหว่างเขาและแบมแบมตกลงกันเอาไว้ที่ 4 โลเคชั่น และตอนนี้เราถ่ายไปแล้ว 2 โลเคชั่น เหลืออีกแค่สองสถานที่ภาพเซ็ทแรกของเขาก็จะเสร็จสมบูรณ์


 

“แล้วเงินจากสองครั้งก่อนไม่เหลือแล้วเหรอครับ?” มาร์คเองก็ไม่ได้อยากจะถามก้าวก่ายให้อีกคนรู้สึกแย่ แต่เพราะเงินที่จ่ายให้อีกฝ่ายไปก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆเสียเมื่อไหร่ หากแต่เมื่อแบมแบมเริ่มเงียบและเม้มปากคล้ายกับว่ากำลังจะยอมแพ้มาร์คเองก็รีบเอ่ยปากขึ้นมาอีกครั้ง


 

“โอเคครับ ผมให้เบิกของครั้งหน้าได้...แต่ครึ่งเดียวก่อนโอเคไหม? แล้วผมจะจ่ายของครั้งนี้ให้วันนี้ด้วยเลย” มาร์คยื่นข้อเสนอด้วยรอยยิ้มจางๆ อยากจะเอื้อมมือไปจับแก้มใสและริมฝีปากสีระเรื่อของคนตรงหน้าที่มันช่างเด่นชัดในสายตานี้เหลือเกิน และยิ่งเวลาที่มันยกยิ้มกว้างเต็มใบหน้าแบบนั้นมาร์คก็ยิ่งรู้สึกเหมือนหัวใจของตัวเองถูกสูบลมเสียจนพองโต


 

“ขอบคุณมากนะครับคุณมาร์ค”

 


ทั้งที่รู้จักกันได้ไม่ถึงสัปดาห์ดีด้วยซ้ำ...


 

แบมแบมน่ะชักจะมีอิทธิพลกับเขาเกินไปหรือเปล่า





 

.

.






 

“เฮ้...แน่ใจเหรอว่านายเข้าได้”

 
 

“แน่ใจสิครับ”


 

“อย่าโกหก”

 


“ผมเปล่า!

 


เป็นเวลาเกือบสิบนาทีแล้วที่รถยนต์สีน้ำเงินเคลื่อนเข้ามาจอดในส่วนจอดรถสำหรับลูกค้าที่ต้องการเข้ามาหาความสุขความบันเทิงยามค่ำคืนในสถานที่ที่เต็มไปด้วยแสงสีเสียงหลังจากที่แวะไปส่งนายแบบตัวเล็กของเขาที่ร้านอาหารเสร็จ และถึงแม้จะนั่งอยู่ในรถด้านนอกสองหูของมาร์คยังได้ยินเสียงกระหึ่มของดนตรีจากด้านในได้อย่างชัดเจน แถมป้ายก็ติดหราเอาไว้ว่าห้ามบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าไปใช้บริการ ไอ้เด็กนี่หาเรื่องให้เขาต้องซวยไปด้วยอยู่ชัดๆ


 

“ไหนพี่บอกผมว่าอยากรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพี่แบมไง ผมงงแล้วนะเนี่ย” ไอ้เด็กยักษ์ยกมือเกาหัวแกรกๆพลางหันมามองหน้าเขาด้วยอย่างไม่เข้าใจ


 

เขาสิไม่เข้าใจยิ่งกว่ามันเสียอีก


 

“แล้วนายจะพาฉันมาที่นี่ทำไม แบมมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับที่นี่งั้นเหรอ” มาร์คขมวดคิ้ว เพียงแค่คิดว่าอีกฝ่ายต้องมามีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานอโคจรแบบนี้มาร์คก็แทบทนไม่ได้แล้ว ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงๆเขาจะทำยังไง

 
 

“เถอะน่าพี่ ผมเข้าได้...การ์ดที่เฝ้าหน้าประตูน่ะลุงผมเอง”

 


“เฮ้อ...เอาก็เอา”

 


 

          บรรยากาศภายในผับเล็กๆแห่งนี้จัดว่าดีเลยทีเดียวสำหรับเมืองเล็กๆอย่างกรีนทาวน์ แอบแปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่ไม่เคยก้าวเท้าเข้ามาเหยียบสถานบันเทิงแห่งนี้เลยสักครั้งทั้งที่มันตั้งอยู่ไม่ได้ห่างจากโซนที่เขาพักอาศัยอยู่ แสงไฟและเสียงเพลงด้านในชวนให้รู้สึกคึกคัก มีผู้คนนั่งอยู่จนแทบเต็มทุกโต๊ะแม้ตอนนี้จะเป็นเวลาเพียงทุ่มครึ่ง ไม่ยักรู้แฮะว่าชาวเมืองนี้ก็นิยมเที่ยวกันด้วย...


 

“ที่นี่เขาเที่ยวกันแต่หัววันอย่างนี้เลยเหรอ” ด้วยความแปลกใจเสียงทุ้มเลยเอ่ยถามคนข้างๆที่เป็นชาวเมืองพื้นที่ แต่ยูคยอมเองกลับยักไหล่น้อยๆ ทำสีหน้าประมาณว่า ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

 


“ขอโทษครับคนสวย” มาร์คลอบส่ายหัวเมื่อไอ้เด็กตรงหน้าหยอดคำหวานใส่บริกรสาวในชุดวาบหวิวที่เดินถือถาดเข้ามากระแทกกับเอวตัวเอง หญิงสาวส่งยิ้มหยาดเยิ้มให้อย่างไม่ปิดบังก่อนจะเดินจากไปเพื่อทำหน้าที่ของตัวเอง

 


“พี่เห็นนั่นมั้ย”

 


นิ้วยาวๆของเด็กที่เดินนำหน้าเขาเข้ามาชี้ไปยังบาร์ยกสูงที่มีเสาเหล็กแข็งแรงตั้งตระหง่านอยู่บนนั้น ร่างกายอรชรของหญิงสาวสามคนกำลังเยื้องย่างอยู่ใกล้ๆกับเสาด้วยลีลายั่วยวนในชุดแสนเซ็กซี่ แขกกระเป๋าหนักที่นั่งดริ้งค์อยู่ข้างบาร์ก็พากันโปรยเงินราวกับว่ามันเป็นเพียงเศษกระดาษที่ตัดมาใช้ได้ใหม่เรื่อยๆถ้ามันหมดไป

 


“เป็นเด็กเป็นเล็ก” มาร์คแกล้งติงเสียงดุ แม้จะยังไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของอีกฝ่าย

 


“ไม่ใช่สิครับ! พี่เห็นคนผมดำที่หน้าเอเชียๆคนนั้นมั้ย เสากลางน่ะ” แต่เมื่อถูกยูคยอมคะยั้นคะยอเข้ามาร์คก็ต้องชะโงกคอมองอย่างเพ่งพินิจ เพราะว่าแสงไฟสลัวทำให้เห็นได้ไม่ชัดร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็เห็นได้ว่าเธอดูมีอายุนิดหน่อยแต่ยังคงเสน่ห์แบบคนมีประสบการณ์ มีเส้นผมสีดำขลับและใบหน้าเย้ายวนรับกับริมฝีปากอวบอิ่ม

 


“อืม ทำไม”

 


“คนนั้นน่ะ...แม่ของพี่แบมครับ”

 


“...”


 

โอเค มาร์คเชื่อแล้ว...


 

เชื่อไอ้เด็กตัวโตนี่แล้วว่าเรื่องนี้น่ะมันเกี่ยวข้องกับแบมแบมอย่างจังเลยล่ะ





TALK
แวะมาลงให้ เปิดเทอมได้อาทิตย์เดียวงานเยอะมาก เห็นลางมาเลยว่าคงต้องมีการดองเกิดขึ้น
อ่านแล้วชอบก็ติชมกันได้น้า วิวเยอะแต่ฟีดแบ็คแทบไม่มีก็ทำเอาแป้กหัวใจเหมือนกัน หงึ

เจอกันตอนหน้านะ ♥

#FICLOYMB

@SINCE9397

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

127 ความคิดเห็น

  1. #84 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 00:14
    ชีวิตแบมช่างน่าสงสาร เฮ้ออออ
    #84
    0
  2. #57 sryko1a (@sryko1a) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 21:11
    อื้อหือ เรื่องดูมีลับลมคมใน ปมหลายอย่างเลย
    #57
    0
  3. #56 Bmb♡ (@i-ince) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 21:54
    น้องดูไม่อยากคบกับแฟนตัวเองนะเราว่า เราว่าต้องมีเหตุผลหรือความจำเป็นอะไรซักอย่างแน่เลย ที่น้องต้องมาขอเบิกเงินล่วงหน้ากับพี่มาร์คต้องเกี่ยวกับคนนี้แน่เลย อยากให้พี่มาร์คช่วยให้น้องเลิกกับคนนี้เร็วๆอะ น้องมีปัญหาเรื่องครอบครัวด้วยมั้ย ที่แม่น้องมาทำงานเเนวนี้น่าจะมีเหตุผลจำเป็นแน่เลย ปล.น้องตะยอมน่าย้ากกกก ชอบยยย
    #56
    0
  4. #55 TK_CNN (@TK_CNN) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 18:39
    ชีวิตแบมดูรันทด อยากให้พี่มาร์คช่วยน้องออกมาจากวังวนแย่ๆ ให้ได้นะคะ T.T
    #55
    0
  5. #54 mmmbb (@bbenz-02bt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 01:11
    โอ้ยยย แบบช่างน่าสงสาร
    #54
    0
  6. #53 Mai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 09:58
    อ้าว..

    รอค่ะ
    #53
    0
  7. #52 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 04:45
    แบมต้องการคนทาดูแลอย่างจริงจัง


    ถ้ามีคนคอยมาให้กำลังใจยามท้อๆคงจะดีเนอะ
    #52
    0
  8. #51 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 04:44
    แบมต้องการคนทาดูแลอย่างจริงจัง


    ถ้ามีคนคอยมาให้กำลังใจยามท้อๆคงจะดีเนอะ
    #51
    0
  9. #50 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 04:44
    แบมต้องการคนทาดูแลอย่างจริงจัง


    ถ้ามีคนคอยมาให้กำลังใจยามท้อๆคงจะดีเนอะ
    #50
    0
  10. #49 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 03:11
    งะ แฟนแบมต้องการตังหรือปล่าว แต่แบมโกหกไปหาแม่เลย แง้งงง
    #49
    0
  11. #48 Lekkun (@lek323) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 02:07
    ชีวิตแบมนี่มีอะไรที่น่าสงสารมากกว่านี้อีกไหม หนูต้องหาเงินเลี้ยงทุกคนที่มาเกี่ยวข้องในชีวิตหมดเลย ไหนที่เพิ่มประเด็นเรื่องแม่มาอีก แบมดูมีเบื้องลึกเบื้องหลังเยอะจัง ผู้ชายตัวแค่นี้แต่สู้ขีวิตสุดๆ ฮือออ ขนาดน้องลำบากแบบนี้ก็ยังเป็นคนที่น่ารักและสดใสได้ พี่มาร์คแกถึงตกหลุมหนูเต็มเปา
    #48
    0
  12. #47 Popeyechancha (@conankung4u) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 21:55
    อยากรู้เรื่องแล้วววววว
    #47
    0
  13. #46 chalisax_ (@chalisax_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 21:44
    อย่าดราม่ามากนะไรท์ เง้ออออ
    #46
    0
  14. #45 mymindmiew (@Neutrino_Miewz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 21:09
    หืมมม ยังไงอะ ยังไง ทำไมแม่ของน้องมาอยู่ที่แบบนั้นอะ// ละยัยน้องโกหกพี่มาร์คทำไมลูก หนูจะเอาเงินไปทำอะไร // ชอบคยอมเวอร์ชั่นแบบนี้อะ ใสๆคิ้วท์ๆ น่ารักก
    #45
    0