FIC LOST ON YOU : { MARKBAM }

ตอนที่ 2 : LOST ON YOU : CHAPTER 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    10 ม.ค. 60

T
B
+

Lost on you    

- 2 -

 

          บรรยากาศร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดังในเมืองอย่าง Mr.Burger ช่วงเย็นยังคงวุ่นวายไม่ต่างจากปกติทุกวัน พนักงานสามสี่คนในร้านวิ่งวุ่นทั้งคิดเงินและรับออเดอร์ลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เหน็ดเหนื่อยมาจากการทำงานและกำลังมองหาของกินง่ายๆ สะดวก ประหยัดเวลา แบมแบมเองก็กำลังหัวหมุนไม่ต่างไปจากพนักงานอีกสามชีวิตที่เหลือ หากแต่เมื่อดวงตากลมเงยขึ้นมองนาฬิกาเรือนใหญ่แล้วก็ถึงกับลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะว่าเข็มสั้นที่ชี้เลขหกบอกให้เขารู้ว่าเวลางานในวันนี้ของเขาได้หมดลงแล้ว

 
 

“แบมไปก่อนนะครับพี่จีน่า...พอดีว่ามีธุระอีกที่น่ะครับ”

 


“จ้ะ เดินทางปลอดภัยนะ” หญิงสาวอายุย่างสามสิบที่กำลังขะมักเขม้นกับการรับออเดอร์ลูกค้าหญิงวัยชราอยู่หันมาอวยพรให้เขาอย่างทุกครั้ง เพราะพี่จีน่าเป็นหัวหน้าพนักงานเวลาจะเข้าหรือออกแบมแบมจึงต้องแจ้งเธอก่อนทุกครั้ง และด้วยความที่เธอเป็นคนอัธยาศัยดีเขาจึงสะดวกใจที่จะพูดคุยด้วยและสนิทกันในระดับหนึ่ง


 

“พี่แบม! ไปแล้วเหรอคะ? แปลกแฮะวันนี้ไม่ควบกะดึก” หากแต่ยังไม่ทันได้ก้าวออกจากประตูร้านเสียงของหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าเขาสามปีอย่างเจนนี่ที่กำลังเช็ดเก็บโต๊ะอยู่ก็รั้งให้เขาต้องชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับไปมอง ยกยิ้มให้เธอน้อยๆเป็นการบอกลาแล้วค่อยเดินออกมา ชีวิตในแต่ละวันของแบมแบมก็มีเท่านี้แหละ...งาน งาน แล้วก็เพื่อนร่วมงาน


 

มันคงไม่ผิดเท่าไหร่ถ้าเขาจะเกิดนึกเบื่อและอยากลองอะไรใหม่ๆขึ้นมาบ้าง...อย่างเช่น


 

การไปเป็นแบบให้กับช่างภาพอิสระที่มีเงินจำนวนมากเป็นค่าตอบแทนให้เขาอะไรทำนองนั้น...


 

ปกติแล้วแบมแบมมักจะเลิกงานราวๆสี่ทุ่ม แต่ในวันนี้เขาตัดสินใจทำงานแค่กะเช้าและบ่ายเท่านั้นจึงทำให้ได้มีโอกาสเดินชมบรรยากาศของเมืองกรีนทาวน์ยามเย็น ผู้คนไม่เยอะมากเท่าในเมืองหลวงแต่ก็ยังคงวุ่นวายอยู่ดี รถราที่สวนกันไปมาเคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ หากแต่ถ้าเทียบกับเวลาปกติแล้วก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่การจราจรคับคั่งอยู่ในระดับหนึ่ง

 
 

“...”


 

ขณะที่สองเท้าใต้ผ้าใบสีมอเดินไปตามทางเท้าความคิดต่างๆก็เริ่มผุดขึ้นมา นึกย้อนกลับไปเมื่อคืนนี้...มันเป็นคืนที่เขาใช้เวลาไปกับการนั่งจ้องกระดาษแข็งแผ่นเล็กๆอย่างคนครุ่นคิด ข้อเสนอที่อีกฝ่ายให้มันดูน่าสนใจ ใช่...แบมแบมไม่ใช่คนที่มีเงินกินอยู่อย่างสบาย เขาพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าแคบๆที่ข้างห้องมักจะส่งเสียงดังกลางดึกอย่างไร้ความเกรงใจ ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำจนป่วยอยู่บ่อยๆ แถมยังต้องส่งเงินให้กับแม่บังเกิดเกล้าที่แทบไม่เคยมาดูดำดูดีเขาสักครั้ง


 

เงินหนึ่งพันดอลล่าร์สำหรับใครบางคนมันอาจจะน้อย...แต่สำหรับคนที่หากินวันต่อวันอย่างเขานั้นก็นับว่ามากแล้ว


 

หวังว่าคุณมาร์ค ต้วนคนนั้นจะไม่ทำให้เขาเสียเวลาเปล่าก็แล้วกัน





.

.




 

          ตอนนี้เป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม ฟ้าด้านนอกที่เคยสว่างมืดลงพร้อมกับหมู่ดาวดวงเล็กที่หาดูได้ยากในเมืองใหญ่ที่แข่งกันทอแสงระยิบระยับทำให้รู้สึกราวกับกำลังเดินอยู่ในเมืองต้องมนต์ ในปกติแล้วเวลานี้มาร์คคงจะใช้เวลาไปกับการคัดกรองรูปถ่ายในกล้องลงมาตกแต่งในโปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่างที่ทำมาตลอดเกือบสองอาทิตย์ หากแต่ในวันนี้ทุกอย่างมีอันต้องยกเลิกไปเพราะว่าเขามีนัดเจรจางานบางอย่าง...และมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เขาหงุดหงิดเสียด้วย

 
 

ค่อนไปทาง...ยินดี เสียมากกว่า


 

“...” ผู้คนในร้านอาหารสไตล์อิตาเลี่ยนมีไม่ค่อยมากนัก บรรยากาศในร้านถูกตกแต่งสวยงามให้ความรู้สึกกึ่งหรูหรากึ่งผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ภาพบริกรหญิงชายในชุดฟอร์มสุภาพเดินเสิร์ฟอาหารตามโต๊ะอย่างคล่องแคล่วไม่ทำให้มาร์ครู้สึกเบื่อกับการนั่งรอแม้แต่น้อย เพราะเขามีความมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะต้องมา...

 
 

“ขอโทษที่ให้คุณรอนะครับ”


 

“ไม่หรอก ผมมาก่อนเวลาเอง...เชิญนั่งครับ” และมาร์คก็คิดไม่ผิด เมื่อร่างบางของคนที่กำลังเฝ้ารออยู่ปรากฏขึ้นตรงหน้า มาร์คผายมือให้อีกฝ่ายนั่งลงบนเก้าอี้เบาะนุ่มฝั่งตรงข้าม แบมแบมยิ้มรับนิดหน่อยก่อนจะทำตามโดยไม่ทันได้สังเกตว่ามีสายตาคู่หนึ่งที่ไล่มองเขาตั้งแต่รูปหน้าหวานไปจนถึงปลายเท้าใต้รองเท้าผ้าใบ


 

“รู้สึกแปลกนิดหน่อยนะครับที่ใส่เสื้อฟอร์มพนักงานฟาสต์ฟู้ดเข้ามากินอาหารร้านอื่น” คนตัวเล็กเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อนพลางยกมือเกาแก้มน้อยๆ ท่าทางแบบนั้นยิ่งทำเอามาร์คหุบยิ้มไม่ลงไปกันใหญ่

 


เขาคิดไม่ผิดจริงๆที่ลงทุนตื๊อจนแบมแบมยอมกลับไปคิดถึงข้อเสนอเมื่อวานนี้...


 

“ผมว่าไม่แปลกสักหน่อย...เลือกอาหารกันก่อนครับ มื้อนี้ผมเป็นเจ้ามือเอง” มาร์คว่าพลางเลื่อนเมนูอาหารที่วางซ้อนทับกันอยู่ด้านข้างให้อีกฝ่ายได้เลือก แต่เจ้าของใบหน้าหวานกลับทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออกจนมาร์ครู้สึกแปลกใจ

 
 

“เอ่อ...ผมยังไม่หิวเลย คุณมาร์คสั่งเถอะ ผมรอได้ครับ” คำพูดแบบนั้นทำเอามาร์ครับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายมีนิสัยดื้อรั้นอยู่ในตัวไม่น้อย และวิธีจัดการคนดื้อตามที่มาร์คมีประสบการณ์นั่นก็คือ...


 

“สั่งอาหารด้วยครับ”

 


“คุณลูกค้ารับอะไรบ้างคะ?” เมื่อบริกรหญิงเดินเข้ามาพร้อมเครื่องมือในการจดออเดอร์มาร์คก็ไม่รอช้าที่จะสั่งอาหารออกไปอย่างคล่องแคล่ว

 


“พอร์คช็อปครีมซอสเห็ดสองที่ครับ”

 


“คุณมาร์ค!” มาร์คได้ยินเสียงแง้วๆของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเรียกชื่อเขาด้วยความตกใจเมื่อรู้ว่าเขารวบรัดสั่งอาหารให้อีกคนไปแล้ว และแน่นอนว่ามาร์คก็แสร้งทำเป็นไม่สนใจเสียงเรียกนั้นแล้วสั่งเมนูเครื่องเคียงต่อไปด้วยใบหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว

 


“ทวนออเดอร์อีกครั้งนะคะ พอร์คช็อปครีมซอสเห็ดสองที่ เบคอนสลัดไซส์แอลแล้วก็สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าอย่างละหนึ่งที่...ส่วนเครื่องดื่มเป็นแชมเปญนะคะ”

 


“ครับ” หญิงสาวเดินออกไปแล้วความเงียบจึงเข้าปกคลุมโต๊ะ มาร์คก้มลงจัดการกับผ้ากันเปื้อนที่ทางร้านเตรียมเอาไว้ให้นิดหน่อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนฝั่งตรงข้ามที่ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างกับเขา

 


“คุณมาร์ค...อันที่จริงคุณไม่ต้องเลี้ยงมื้อค่ำผมแบบนี้ก็ได้นะครับ ผมไม่อยากรบกวนเลย” เสียงใสหมองลงเสียจนใจคนฟังกระตุกวูบ แต่มาร์คเองก็มีเหตุผลของเขาเหมือนกัน

 


“ไม่ได้หรอกครับ...ผมว่าคุณดูผอมไปนิดหน่อยจากเมื่อวาน คงเป็นเพราะเมื่อวานคุณใส่เสื้อตัวโคร่งกว่านี้ ผมอยากให้นายแบบของผมออกมาดูดี...ได้โปรดรับความหวังดีของผมไว้ด้วยเถอะนะ”

 


“...”

 


ก็พูดมาซะแบบนี้จะให้แบมแบมเถียงต่อไปยังไงไหวล่ะ จริงมั้ย?

 
 



 

          หลังจากที่เมื่อคืนนี้แบมแบมได้ทำการจรดปลายปากกาเซ็นสัญญาในการเป็นนายแบบให้กับมาร์คแล้ว วันถัดมาคนตัวโตก็นัดถ่ายภาพสำหรับเซ็ทแรกทันทีในเวลาเก้าโมงเช้า แน่นอนว่าแบมแบมต้องโทรไปลางานอย่างฉุกละหุกจนเกือบโดนดุ...ส่วนสถานที่นัดหมายก็ถืออุโมงค์รถไฟเก่าในเมืองที่ร้างการใช้งานมานานนับห้าปี และเพราะว่ามันเป็นสถานที่ที่ไร้ประโยชน์ในปัจจุบันก็เลยไม่มีผู้คนพลุกพล่าน เหมาะแก่การถ่ายภาพตามที่มาร์คคิดเอาไว้


 

“คุณมาร์คจะทำเองทั้งหมดเลยเหรอครับ” แบมแบมที่มาถึงก่อนมาร์คได้สิบนาทีถามขึ้นเมื่อเดินเข้ามายังรถยนต์สำหรับเช่าขับสีน้ำเงินเข้มของอีกฝ่ายแล้วเห็นว่าอุปกรณ์ในการจัดแสงต่างๆถูกยัดอยู่ในกระโปรงด้านหลังโดยไร้วี่แววผู้ช่วยอย่างที่ควรจะเป็น


 

“อ่า...ครับ พอดีว่าผมเดินทางตัวคนเดียวก็เลยไม่มีผู้ช่วยประจำ...”


 

“อีกอย่าง...ปกติผมไม่ค่อยได้ถ่ายภาพคนหรอกครับ มักจะถ่ายวิวถ่ายสิ่งก่อสร้างเสียมากกว่า” มาร์คตอบในขณะที่หอบสัมภาระลงมากองไว้ที่พื้นข้างรถ เมื่อคืนนี้ทั้งคืนเขาเอาแต่นอนจินตนาการภาพว่าควรจะให้คนตัวเล็กโพสต์ท่าไหนกับมุมไหนของสถานที่จนแทบนอนไม่หลับ ไม่บ่อยนักหรอกนะที่เขาจะตื่นเต้นอย่างนี้


 

“มาครับ ผมช่วย” และเมื่อได้ยินแบบนั้นแบมแบมก็อดที่จะยอมรับไม่ได้ว่าแอบภูมิใจในตัวเองอยู่นิดหน่อยที่ทำให้คนที่บอกว่าตัวเองไม่ค่อยถ่ายภาพคนมาขอให้เป็นแบบให้ได้...


 

“พวกแผ่นรีเฟลกนั่นเดี๋ยวผมจัดการเองครับ รบกวนแบมช่วยตั้งขากล้องให้ผมหน่อยนะ” มาร์คเองก็แอบเก้อเขินในใจอยู่ไม่น้อยเมื่อต้องขอไหว้วานให้นายแบบมาช่วยเซ็ทอุปกรณ์แบบนี้ เห็นทีว่าต่อจากนี้เขาคงต้องมองหาผู้ช่วยดีๆสักคนเสียแล้วล่ะ หากแต่ใบหน้าหวานที่แย้มยิ้มตลอดเวลานั่นก็ช่วยให้เขาไม่รู้สึกกดดันใดๆ ยิ่งแอบเห็นว่าวันนี้เด็กหนุ่มทาลิปบาล์มสีอ่อนเคลือบริมฝีปากกับแต่งหน้าอ่อนๆเข้ากันกับชุดโทนสีน้ำตาลครีมตามที่มาร์คขอไว้ด้วยก็ยิ่งรู้สึกดีไปกันใหญ่


 

แบมแบมดูเต็มใจและเต็มที่ที่จะทำงานให้เขา เขาก็ต้องยิ่งมีสมาธิ


 

“โอเค นี่ครับ แบมเล่นกับดอกไม้นี้นะ...” มาร์ควางตำแหน่งมาส์กการยืนให้แบมแบมด้วยการใช้นิ้วกำหนดขอบเขตอย่างไม่จริงจังนัก แบมแบมเองก็เดินไปยืนตรงทางเข้าอุโมงค์รถไฟเก่าตรงที่มาร์คบอกอย่างว่าง่าย ดอกไม้สีเหลืองในมือที่ตัดกันกับสีชุดและสีพื้นหลังถูกแบมแบมยกขึ้นมาพิจารณาเพียงเล็กน้อยก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อแสงแฟลชฉายวาบอาบร่างกายเล็กๆของตน

 
 

แชะ!


 

“...แค่ลองเทสแสงดูน่ะ”

 


“ตกใจหมดเลยครับ” แบมแบมเผลอทำหน้าเหวอๆก่อนจะหลุดขำออกมา และหลังจากนั้นการถ่ายภาพเซ็ทแรกก็ดำเนินขึ้นอย่างจริงจัง แบมแบมเองแม้จะไม่เคยผ่านการเป็นแบบหน้ากล้องมาก่อนแต่เมื่อฟังคำสั่งของมาร์คก็สามารถทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ที่มาร์คชอบมากที่สุดในการแสดงออกของแบมแบมนั้นก็คงจะหนีไม่พ้นสีหน้าและแววตาที่เป็นธรรมชาติ ไม่ได้ฝืนทำให้ตัวเองดูน่ารักหรือหล่อเหลา หากแต่แววตาเดียงสาที่มองมายังกล้องพร้อมกับดอกไม้กลีบบางบนมือเรียวๆนั้นต่างหากที่สะกดสายตาของมาร์คเอาไว้ได้อยู่หมัด


 

ไม่ธรรมดาอย่างที่คิดจริงๆด้วยสิ แบมแบม...


 

          การถ่ายภาพยิงยาวตั้งแต่สิบโมงเช้าจนถึงเที่ยงโดยที่คนเป็นแบบไม่ได้แสดงท่าทีเหนื่อยอ่อนออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย มีแต่คอยถามเขาว่าสิ่งที่แสดงออกไปนั้นดีหรือยัง เปลี่ยนมุมถ่ายไปเรื่อยๆจนพอใจมาร์คก็เลยตัดสินใจว่าเราควรจะพักทานมื้อกลางวันกันเสียหน่อยก่อนที่จะกลับมาถ่ายอีกครั้งช่วงบ่ายในอีกด้านหนึ่งของปลายอุโมงค์

 
 

“ขอบคุณนะครับ” แบมแบมรับแก้วน้ำอัดลมจากมาร์คพร้อมกับคำขอบคุณ หลังจากพักการถ่ายอีกฝ่ายก็พาเขาเก็บของขึ้นรถขับเข้ามายังย่านร้านอาหาร แบมแบมเคยผ่านมาแถวนี้เพียงครั้งเดียวเองเพราะว่านอกจากเสียเงินแล้วแถวย่านนี้ก็แทบไม่มีอะไรให้ทำ...เขาก็แค่รู้สึกว่ามันไม่ใช่ที่ของคนที่หาเช้ากินค่ำอย่างเขา


 

“ทานเยอะๆนะ” มาร์คพูดแค่นั้นก่อนจะลอบมองแก้มตุ่ยๆที่กำลังเคี้ยวเนื้อในจานหงุบหงับแต่ก็ยังพยายามพยักหน้ารับคำพูดของเขาแบบนั้น...น่าลองเอามือไปดึงเล่นดูจริงๆเชียว




“แบม...ขอโทษถ้าเสียมารยาทนะ คุณอายุเท่าไหร่เหรอ” หลังจากนั่งมองอีกฝ่ายอยู่นานมาร์คก็ยอมเปิดปากถามออกไปอย่างที่สงสัย ไม่รู้สิ...มาร์คก็แค่อยากรู้รายละเอียดส่วนตัวของอีกฝ่ายจากปาก

 


“ยี่สิบห้าย่างยี่สิบหกครับ คุณมาร์คล่ะ?” แบมแบมส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่เป็นไรก่อนจะตอบออกมาเสียงใส

 


“ผมยี่สิบหก” อายุไล่ๆกันเลย แค่นี้ก็ดีใจแฮะ...

 


“แล้ว...แบมพักอยู่แถวไหนล่ะ ผมอยู่แมนชั่นบีเควันตรงแยกกรีนไมล์ เผื่อว่าเราใกล้กันคราวหน้าจะได้ไปถ่ายเซ็ทพร้อมกันเลย” และนี่ก็คือสิ่งที่มาร์คคิด เขาอยากจะพูดออกไปตั้งแต่วันที่เซ็นสัญญาแล้วด้วยซ้ำไป

 


“อ๋อ ผมอยู่แยกฟิฟตี้เวย์ครับ...เช่าอพาร์ตเมนต์อยู่”

 


“แล้ว...คุณมาร์คไม่ใช่คนที่นี่ใช่มั้ยครับ แบบว่ามาจากที่อื่น?” คนร่างเล็กวางมีดหั่นเนื้อและส้อมในมือลงก่อนจะยกน้ำขึ้นดูดเมื่อยิงคำถามใส่มาร์คเสร็จแล้ว ดวงตากลมๆไม่หายไปจากใบหน้าหล่อคมของคนตรงหน้าเหมือนเด็กที่รอฟังนิทานก่อนนอนจากคุณแม่ยังไงยังงั้น...

 


“ครับ มาจากไต้หวัน...แล้วแบมล่ะ คงไม่ใช่คนที่นี่หรอกใช่มั้ย” เพราะใบหน้าของอีกฝ่ายค่อนไปทางเอเชียพอๆกันกับเขา สงสัยมาตั้งแต่แรกแล้วหากแต่ยังไม่มีโอกาสเหมาะๆจะได้ถามออกไปสักที ใบหน้าหวานที่มีเค้าความคมชัดแบบนั้นมาร์คชอบมันตั้งแต่ครั้งแรกที่มองจริงๆ


 

“ครับ แบมย้ายมาจากไทยตั้งแต่เด็กๆ หลังจากที่คุณพ่อผมเสียไปได้สองปีแม่ก็แต่งงานใหม่แล้วย้ายมาที่นี่...แล้วตอนนี้เธอก็หย่าแล้ว” แบมแบมเล่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่ปกติเหมือนคุยเรื่องทั่วไป แต่กับคนที่เติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น เห็นแต่ความรักในครอบครัวอย่างมาร์คกำลังคิดว่าเด็กคนนี้คงต้องลำบากทั้งร่างกายและจิตใจเลยทีเดียว


 

“เสียใจด้วยนะแบม...”

 


“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณมาร์ค...ผมว่าผมอิ่มแล้วล่ะ เราไปถ่ายภาพกันต่อเถอะครับ”

 

 





          การถ่ายภาพในช่วงบ่ายดำเนินไปได้ด้วยดีจนกระทั่งถึงเวลาที่ตกลงกันไว้คือบ่ายสองโมงครึ่ง แบมแบมกำลังช่วยมาร์คเก็บของแม้อีกฝ่ายบอกว่าให้เขาเข้าไปนั่งเปิดแอร์เย็นๆรอด้านในรถ แบมแบมจะทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะ เขาไม่ใช่นายแบบระดับห้าดาวที่สามารถหยิ่งผยองกับคนที่ให้เงินตัวเอง และอีกอย่างเขาก็ไม่ใช่คนแบบนั้นด้วย...มาร์คมีน้ำใจและเอ็นดูเขา เรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้แบมแบมไม่เก็บมาคิดมากอยู่แล้วล่ะ

 


“ไม่ให้ผมไปส่งจริงๆเหรอ” และเมื่อเก็บของจนครบมาร์คก็เงยหน้าขึ้นมาถามประโยคเดิมกับเด็กหนุ่มตัวบางที่ยืนอยู่ข้างๆ แบมแบมส่ายหน้าน้อยๆก่อนที่มาร์คจะดึงกระโปรงหลังรถให้ปิดลงจนเกิดเสียงดัง

 


“เดี๋ยวน้องชายผมมารับครับ” มาร์คใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มตัวเองอย่างครุ่นคิด เขาไม่อยากกลับไปก่อนแล้วปล่อยให้แบมแบมรอน้องชายคนเดียวที่นี่

 


“ถ้าอย่างนั้นผมจะอยู่รอน้องชายแบมเป็นเพื่อนเอง”

 


“ไม่ต้องลำบากหรอกครับ ป่านนี้เขาคงใกล้ถึ...”

 


ปิ๊นนน!


 

ยังไม่ทันที่เสียงหวานจะพูดจบประโยคเสียงแตรรถยนต์ก็ดังแผดขึ้นหลายๆครั้งจากด้านหลังของคนทั้งคู่ แบมแบมชะเง้อผ่านตัวมาร์คไปมองด้วยความตกใจ ตามด้วยมาร์คที่ทำเพียงแค่เอี้ยวตัวไปนิดหน่อย เห็นว่าเป็นรถเก่าทรงยุโรปที่ดูผ่านศึกมาไม่น้อย สภาพของมันดูไม่น่าขับไปได้ไกลเกินสองร้อยเมตรด้วยซ้ำ แต่กระนั้นร่างของคนที่เดินลงมาจากรถกลับเป็นสิ่งที่มาร์คให้ความสนใจมากกว่า


 

“จะกลับยัง” ชายหนุ่มรูปร่างผอมมีรอยสักที่ต้นคอเดินเข้ามาพูดคุยกับคนตัวเล็กตรงหน้าเขาด้วยใบหน้าที่ดูไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ส่วนคนตัวเล็กเองก็มีท่าทีอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด ฝ่ามือเล็กขยับจับต้นแขนของผู้ชายคนนั้นเอาไว้จากนั้นจึงหันมาบอกลามาร์คด้วยสีหน้าที่มาร์คมองออกว่ามันเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ไม่น้อยเลย


 

“ลีลาว่ะแบม แม่งเอ้ย!” คนตัวเล็กรีบก้มหน้าต่ำพลางกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเห็นสีหน้าจับผิดจากมาร์ค แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ทำเพียงพยักหน้ารับและมองตามหลังคนทั้งคู่ที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ ภาพที่เห็นก็คือคนตัวเล็กดูตัวเล็กลงไปกว่าเดิมหลายเท่าเมื่อถูกชายร่างสูงคนนั้นใช้ท่อนแขนพาดเอวกึ่งดึงให้เดินไปยังรถยนต์


 

ท่าทีแบบนี้ดูยังไงก็ไม่ใช่น้องชายคนตัวเล็กแน่ๆ


 

แบมแบมโกหกเขาทำไมกัน?





TALK!

อู้ว พบเด็กเลี้ยงแกะ 1 อัตรา

#FICLOYMB

@SINCE9397

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

127 ความคิดเห็น

  1. #82 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 00:02
    แฟนแบมเหรอ !!!
    #82
    0
  2. #42 mymindmiew (@Neutrino_Miewz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 17:56
    ยัยหนู คนนั้นเป็นใครอะะะะะ ดูอารมณ์ร้อนๆยังไงไม่รู้
    #42
    0
  3. #36 KhunPang Scylo (@khunnie_red) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 00:16
    ไม่น่าใช่น้องนะแบบนี้
    #36
    0
  4. #30 JuneJRK (@JuneJRK) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 20:51
    ใครกันนน??? แบมก็โกหกทำไม???
    #30
    0
  5. #29 Lekkun (@lek323) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 12:28
    ทำไมยัยหนูต้องโกหกล่ะะะะะะะ มาร์คดูเหมือนจะแอบปลื้มแบมตั้งแต่แรกเห็นเลย ลำบากแล้วล่ะมาร์คเอ๊ย
    #29
    0
  6. #28 มิรา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 14:38
    แบมแบมสู้ๆนะ
    #28
    0
  7. #27 mmmbb (@bbenz-02bt) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 13:17
    เขาคือใครน่ะ!!! ใช่น้องจริงๆเหรอ
    #27
    0
  8. #26 Bmb♡ (@i-ince) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 23:59
    แฟนยัยหนูจริงหรอออออ แต่โอบเอวอะ ดูอารมณ์ร้อนๆด้วย หึงน้องแบมกับคุณมาร์คหรอ หรืออย่างไร ตะไมน้องแบมถึงบอกว่าเป็นน้องอะ แต่หนูทำงานตลอดเลย ส่งให้คุณแม่ที่น้องบอกว่าไม่ดูดำดูดีน้องด้วย ฮรือออ สงสารยัยหนู อยากรับมาเลี้ยงแทน(?)
    #26
    0
  9. #25 mb.duck (@_mehee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 22:59
    มีแฟนแล้วว
    #25
    0
  10. #24 KrisMark1A (@KrisMark1A) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 22:44
    เราเชียร์ผู้ชายแบบมาร์ค อบอุ่นหัวใจที่สุด!
    ส่วนแบดกายคนนั้นคือใครคะ ใครกล้ามาหยาบคายใส่น้องแบมของเรา
    #24
    0
  11. #23 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 22:36
    หู้ยยยยยย แฟนแบมหรอ ดูจากมือที่โอบเอว แง้ง ดูอารมณ์ร้อนด้วย ดูแบดด้วยงะ 555555

    อารมณ์กับมาร์คละมุน ๆ หายไปทันที
    #23
    0
  12. #22 Fainawapp (@F1a7i) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 22:19
    อ้าวเห้ยไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หน่า...555ค้างง
    #22
    0
  13. #21 witchberry (@witchberry) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 21:16
    แฟนแบมแน่เลย พี่มาร์คไม่ร้องนะ:)
    #21
    0
  14. #20 BloodA93 (@BE-LIDA08) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 21:16
    ใครกันนะ
    #20
    0