FIC LOST ON YOU : { MARKBAM }

ตอนที่ 1 : LOST ON YOU : CHAPTER 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,927
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    9 ม.ค. 60

T
B
+

Lost on you

- 1 -


          แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาเพื่อให้ความสว่างและอบอุ่นแก่โลกใบใหญ่เฉกเช่นทุกวัน ส่องสว่างไสวไม่เว้นแม้แต่ในเมืองเล็กๆที่แทบไม่มีปรากฏอยู่บนแผนที่ประเทศอย่าง กรีนทาวน์ เมืองขนาดย่อมที่ซุกซ่อนอยู่ในตอนใต้ของรัฐขนาดใหญ่ภายในประเทศดินแดนแถบตะวันตก คนท้องถิ่นมีจำนวนไม่มากนักซึ่งก็ไม่ต่างกันกับจำนวนนักท่องเที่ยว เพราะว่าเมืองนี้ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่ออะไร ค่อนไปทางเงียบเหงา แต่กระนั้นสิ่งก่อสร้างโทนสีอิฐก็เฉิดฉายรับแสงตะวันยามเช้าของฤดูใบไม้ผลิอย่างงดงาม

 
 

“...” ผ้าม่านสีขาวผืนบางปลิวไสวเมื่อลมจากด้านนอกตีกระทบเข้ามา ห้องเช่าขนาดกลางที่ไม่เล็กเกินไปและไม่ใหญ่จนวังเวงเป็นสถานที่พักอาศัยชั่วคราวของชายหนุ่มสัญชาติไต้หวันวัยยี่สิบหกปีต้นๆที่มีใบหน้าคมคายและรูปร่างที่สมบูรณ์แบบ ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อยืดตัวบางสีเทายังคงยืนนิ่ง หันหน้าไปยังทิศทางที่เปิดกระจกรับลมพลางเพ่งสายตาลงไปบนวัตถุสีดำในมือ


 

รูปแล้วรูปเล่าบนหน้าจอแสดงผลของกล้องถ่ายรูปราคาแพงสำหรับนักถ่ายภาพมืออาชีพถูกกดเลื่อนผ่านไปอย่างเร็วๆ คิ้วหนาเริ่มขมวดเข้าหากันเรื่อยๆเมื่อเห็นว่าจำนวนรูปที่ถ่ายมานั้นถูกเปิดผ่านไปใกล้จะหมดแล้วหากแต่ยังไม่สามารถพบอันที่ทำให้ถูกใจเลยสักรูปเดียว


 

เวลาของเขาเหลืออยู่ไม่มากแล้วนะ ให้ตายเถอะ...


 

กริ๊ง!

 
 

“ครับผม” เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นเป็นจังหวะเดียวกันกับที่รูปสุดท้ายถูกเปิด มาร์ค ต้วน ตัดสินใจวางกล้องในมือลงกับโต๊ะไม้เล็กสีขาวข้างเตียงขนาดสองคนนอนจากนั้นก็สาวเท้าไปยังประตูไม้ที่ตอนนี้มีใครสักคนกำลังรออยู่เบื้องหลัง

 


“...อา ขอบคุณมากครับเดนิส” หญิงสาวผิวเข้มนัยน์ตาสีเทาที่มีตำแหน่งเป็นแม่บ้านประจำแมนชั่นนี้ส่งยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเกือบครบทุกซี่มาให้มาร์คอีกครั้ง ถาดอาหารในมือถูกมาร์ครับมาด้วยความเกรงใจ เธอเป็นแม่บ้านที่ใส่ใจผู้พักอาศัยอย่างหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในความคิดของมาร์ค


 

“เห็นว่าถาดคนอื่นยกขึ้นมาหมดแล้ว กลัวมันชืดหมดพี่ก็เลยยกขึ้นมาให้ค่ะ” และนั่นก็คือเหตุผลที่เธอมักจะบอกกับเขาอยู่บ่อยครั้งเวลาที่มาร์คลงไปทานมื้อเช้าผิดเวลา แมนชั่นขนาดสามชั้นนี้มีห้องพักทั้งหมดหกห้อง ค่าเช่าห้องที่จ่ายไปเมื่อตอนแรกนั้นบวกรวมกับค่ามื้อเช้าซึ่งตอนแรกมาร์คก็ไม่เข้าใจนัก หากแต่เมื่อได้ลองมาอยู่ได้เกือบสองสัปดาห์จึงได้รู้ว่าที่นี่มีครัวรวมที่จะทำมื้อเช้าให้กับผู้พักอาศัยทุกวัน


 

มาร์คว่ามันก็อบอุ่นดี ให้ความรู้สึกเหมือนมีครอบครัวใหญ่...ที่ไม่รู้จักกัน


 

หลังจากรับถาดอาหารที่ด้านในมีแซนด์วิชและไข่ดาวเบคอนหน้าตาน่ารับประทานแล้วยังแถมมาด้วยกาแฟดำร้อนๆตามที่มาร์คเคยระบุเอาไว้ในใบสั่งอาหารเช้าช่วงแรกๆที่ย้ายเข้ามา สองขายาวจึงก้าวมายังโต๊ะไม้สีขาวที่วางชิดกับหน้าต่างอีกฝั่งของห้อง ทิ้งตัวลงนั่งพร้อมกับถาดอาหารในมือ...เตรียมเริ่มมื้อเช้าเล็กๆของตัวเองเฉกเช่นทุกวัน


 

“...” หากแต่เพียงใส่แซนวิชเข้าปากไปได้คำเดียวร่างสูงก็ลุกผุนผลันออกจากเก้าอี้เมื่อนึกอะไรขึ้นได้ เดินไปยังโต๊ะเล็กๆข้างเตียงที่วางกล้องเอาไว้ ดึงลิ้นชักแรกออกมาจากนั้นจึงหยิบแผ่นกระดาษขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เดินกลับมายังโต๊ะอาหาร

 


Photo Contest คือพาดหัวตัวใหญ่บนแผ่นกระดาษนั้น รายละเอียดยิบย่อยที่ถูกระบุไว้ภายในแผ่นเดียวกันถูกดวงตาคมไล่อ่านอีกครั้งเป็นรอบที่นับไม่ถ้วน ตั้งแต่ที่ได้รับกระดาษแผ่นนี้มามาร์คก็กลายเป็นคนที่มีความคิดหลากหลายอย่างตีกันอยู่ในหัว เขาอยากจะทำมันให้สำเร็จหากแต่ระดับความยากของมันก็ทำให้อดหวั่นลึกๆในจิตใจไม่ได้ แถมระยะเวลาในการส่งภาพเข้าประกวดก็เหลืออยู่เพียงไม่ถึงห้าเดือน...


 

ซึ่งนั่นก็ทำให้มาร์คหวังเหลือเกินว่าการเดินทางมาที่เมืองเล็กๆแห่งนี้ของเขาจะไม่กลายเป็นการสูญเปล่า

 


“...พ่อให้เวลาแกอีกแค่หนึ่งเดือนนะมาร์ค เลิกเถลไถลแล้วกลับมารับงานต่อได้แล้ว” เสียงของชายชราแต่ทรงอำนาจอย่าง ริชาร์ด ต้วน วนขึ้นอีกครั้งในห้วงความคิดของมาร์ค กับบทสนทนาเมื่อสามวันก่อน

 


“พ่อครับ...ผมมีข้อเสนอ” เขารู้ว่าพ่อคงเบื่อหน่ายกับเขาเต็มทน แม้ว่าพ่อจะไม่ใช่คนดุแต่ก็เป็นคนเด็ดขาด พูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น...แต่กระนั้นมาร์คก็ยังมีความหวัง ความหวังเล็กๆที่จะทำให้เขาได้เดินตามความฝันตัวเอง

 


“ข้อเสนออะไรของแกอีก”

 


“ผมกำลังจะเข้าร่วมแคมเปญประกวดภาพถ่ายระดับประเทศ ผมขอเวลาอีกห้าเดือนครับ...ถ้าหากว่างานนี้ผมได้รางวัลที่ถือว่าเป็นการพิสูจน์ความสามารถ ผมขออนุญาตที่จะไม่กลับไปรับช่วงงานที่บริษัท...” มาร์คพูดสิ่งที่เขาคิดออกมาด้วยน้ำเสียงแน่วแน่แม้รู้ว่ามันขัดใจคนฟังที่อยากให้เขากลับไปช่วยบริหารธุรกิจมากกว่าแบกกล้องตะลอนไปวันๆ แต่เขาก็รู้อีกว่าพ่อเองก็เหนื่อยที่จะคอยบังคับเขาแบบนี้เหมือนกัน


 

“แต่...ถ้าผมไม่ได้รางวัล ถ้าห้าเดือนนี้เป็นเวลาที่เสียเปล่า ผมก็ยินดีที่จะกลับไปรับช่วงต่อที่บริษัทครับ”

 


ก็อยากวัดกันให้รู้ไปเลย...เพราะมาร์คเองก็เหนื่อยกับการที่ต้องอยู่กึ่งกลางระหว่างผู้ช่วยซีอีโอกับช่างภาพอิสระแบบนี้เต็มที


 

“หึ...ห้าเดือนก็ห้าเดือน ถือเสียว่าฉันให้เวลาแกเตรียมแพ็คของกลับไต้หวันก็แล้วกัน”

 
 

และนั่นก็คือประโยคสุดท้าย...ที่พ่อได้กล่าวให้กำลังใจเขาไว้เสียจนเต็มเปี่ยม






.


.




          กรีนทาวน์ในช่วงบ่ายโมงกว่าๆ แม้จะมีแสงแดดมากกว่าช่วงเช้าแต่ก็ยังไม่ถือว่าร้อนแต่อย่างใด ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มเอเชียที่วันนี้เลือกสะพายกล้องแบบโพลาลอยด์คล้องคอเดินซอกแซกไปตามตรอกซอกซอยร้านอาหารเล็กๆคล้ายกับนักท่องเที่ยวทั่วไปไม่ได้ชวนให้เป็นที่สะดุดสายตามากนัก เมื่อเจอมุมและแสงที่น่าสนใจก็ยกกล้องขึ้นมาถ่าย ทำแบบนี้ซ้ำๆเหมือนอย่างช่วงเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

 
 

Excuse me! ขอโทษนะคะพี่ช่างภาพ...หนูอยากถ่ายรูปกับแม่ พี่ช่างภาพคิดเงินเท่าไหร่คะ” หลังจากลดกล้องลงได้ไม่ถึงสิบวินาทีร่างเล็กๆในชุดกระโปรงสีสุภาพก็วิ่งตรงมาถามประโยคที่มาร์คไม่คิดว่าจะได้ยินออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง

 


“ฟรีค่ะ” มาร์คมองไปตามปลายนิ้วป้อมที่ชี้ไปยังร่างของหญิงสาววัยกลางคนในชุดกระโปรงยาวแบบคนพื้นเมืองที่กำลังก้มๆเงยๆเลือกซื้อผักผลไม้จากแผงข้างถนน ไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าลูกสาวของเธอวิ่งซนข้ามฝั่งถนนมาหาเขาแบบนี้

 


“ว้าว จริงเหรอคะ! หนูมีเงินติดตัวอยู่แค่สามเหรียญ...แม่บอกว่าบ้านเราเงินน้อยต้องประหยัด แต่หนูอยากมีภาพคู่กับแม่เหมือนเพื่อนในคลาสบ้าง” เด็กน้อยฉายแววดีใจเมื่อพี่ชายรูปหล่อพูดคำว่าฟรีออกมาพร้อมรอยยิ้ม


 

“ราเชล! เผลอตาไม่ได้เลยนะ ขอโทษนะคะ...ยัยหนูรบกวนอะไรคุณหรือเปล่าคะ” หากแต่ยังไม่ทันได้ตกลงอะไรกันมากกว่านั้นเสียงของหญิงสาวที่เคยยืนเลือกผลไม้อยู่เมื่อนาทีก่อนก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของเธอที่รีบวิ่งข้ามถนนมาหาเขาและลูกสาวตัวน้อยด้วยใบหน้าที่แสดงออกชัดเจนว่าตกใจ


 

“เปล่าครับคุณนาย น้องอยากจ้างให้ผมถ่ายรูปให้...แต่ผมเสียใจที่ต้องบอกว่าผมไม่รับเงินค่าจ้าง ผมจะถ่ายให้ฟรี” มาร์คตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม มองใบหน้าสาววัยกลางคนที่กำลังฉายแววสับสนพลางยกกล้องขึ้นมาคล้ายต้องการบีบให้เธอตกลง


 

“นะคะคุณแม่ ราเชลอยากมีรูปคู่กับแม่เหมือนอย่างฟรังโก้และอิสซาเบลบ้าง” เด็กน้อยเองเมื่อเห็นว่าแม่ของเธอยังลังเลก็รีบเข้าไปกอดหน้ากอดหลังออดอ้อนเสียยกใหญ่


 

“โถ่ราเชล!...ถ้าอย่างนั้นฉันกับลูกต้องขอรบกวนคุณด้วยนะคะ”

 


“ไม่รบกวนสักหน่อยครับ...เอาล่ะนะ 1 2 3” ตัวเลขสำเนียงอเมริกันถูกพูดออกมาชัดถ้อยชัดคำก่อนที่แสงแฟลชจะสว่างวาบขึ้นมา จากนั้นไม่นานภาพถ่ายระหว่างแม่ลูกก็ค่อยๆเลื่อนปรากฏขึ้นมาให้เห็นต่อสายตา

 


“นี่รูปของหนูค่ะสาวน้อย...เก็บเอาไว้ให้ดีนะ” มาร์คย่อตัวลงส่งภาพที่ได้จากกล้องให้กับเด็กสาวตัวน้อยที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่ากำลังดีใจยิ่งกว่าได้ของที่มีมูลค่ามากมายเสียอีก

 


ที่มาร์คชอบถ่ายภาพก็เพราะแบบนี้...คุณค่าและราคามันขึ้นอยู่กับจิตใจของผู้ที่ได้รับ


 

“ขอบคุณมากนะคะคุณช่างภาพ”

 
 

“ด้วยความยินดีครับ”


 

และเขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจมันพองโตเหลือเกินยามถูกคนอื่นเรียกว่า ช่างภาพแบบนี้น่ะ





.

.




 

ตระเวนถ่ายภาพไปได้สักพักมาร์คก็พบว่าตอนนี้สองเท้าของตัวเองได้มาหยุดยืนอยู่ ณ สะพานข้ามแม่น้ำสายแคบๆที่ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพรรณ ด้วยความที่เป็นเมืองเล็กจึงทำให้แม่น้ำที่ไหลเอื่อยนั้นสะอาดปราศจากขยะอย่างที่อื่นๆ มันเป็นหนึ่งมุมในเมืองที่มาร์ครู้สึกชื่นชอบมากที่สุด  เขามีรูปของสถานที่แห่งนี้เกือบสามสิบภาพในกล้องโปรตัวเก่ง

 
 

“...” กล้องโพลารอยด์หันไปยังทิศทางที่มาร์คคุ้นชิน แสงแดดที่ไม่จ้าและไม่ซีดจนเกินไปทำให้ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ หากแต่ว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วชี้ยาวจะได้กดลงไปบนปุ่มชัตเตอร์ภาพสวยๆของเขาก็ถูกบดบังโดยร่างของใครบางคนเข้าเสียก่อน และเมื่อพินิจดูผ่านกล้องก็พบว่ามุมยืนของบุคคลนั้นมันไม่ได้รบกวนการถ่ายอะไรมากนัก ก็แค่เปลี่ยนจากการถ่ายวิวล้วนๆเป็นการถ่ายคนโดยมีวิวสวยๆเป็นตัวประกอบ


 

แชะ!

 


“...” เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าของคนที่กำลังยืนเผลอๆอยู่บนสะพานหันขวับกลับมามองตามสัญชาติญาณของคนเมื่อรู้สึกตกใจ มาร์คไม่รู้ตัวว่าเขายกยิ้มกว้างแค่ไหนในวินาทีที่ได้เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ที่หันมาอย่างเหรอหรานั่น ปอยผมสีน้ำตาลอ่อนของอีกฝ่ายพลิ้วไสวราวกับภาพช้า ใบหน้าราวกับเด็กมัธยมต้นในร่างผอมบางที่ดูสมบูรณ์แบบ

 


“ขอโทษนะครับ ผมทำให้ภาพคุณเสียหรือเปล่า” มาร์คเดินเข้าไปใกล้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าเหมือนกับว่าตัวเองเป็นคนผิด มาร์ครีบส่ายหน้ารัวๆให้อีกฝ่ายเป็นการปฏิเสธ ในมือข้างหนึ่งก็กำลังสะบัดแผ่นฟิล์มที่อีกไม่นานจะปรากฏรูปภาพของคนตรงหน้าออกมา


 

“ไม่ครับ คุณเข้ามายืนได้องศามาก มัน...อย่างกับว่าคุณเป็นนายแบบของภาพนี้เลย” มาร์คคิดว่าเขาไม่ได้พูดเกินจริงแม้แต่น้อย แต่คำพูดนั้นก็ทำเอาคนฟังหลุดขำออกมาเล็กๆกับคำพูดที่เขาคิดว่าเกินจริง


 

“ดูสิครับ” ว่าแล้วมาร์คก็ยื่นแผ่นฟิล์มในมือให้อีกฝ่าย มือเรียวของอีกคนหยิบมันไปดูอย่างพินิจก่อนจะยิ้มออกมาทั้งจากใบหน้าและดวงตาที่เมื่อได้เข้ามามองใกล้ๆแล้วทำให้เห็นว่ามันกลมโตและรับกับใบหน้ามากแค่ไหน


 

“สวยจริงๆด้วยครับ...เอ่อ คุณจะว่าอะไรหรือเปล่าถ้าผมอยากจะขอรูปนี้เก็บไว้”

 


“ฮ่ะๆ ได้สิครับ รูปวิวที่สะพานนี้ผมมีเยอะแล้วล่ะ” เว้นเสียก็แต่รูปบนสะพานนี้ที่มีคุณอยู่ด้วยน่ะนะ

 


“เอ๋? หมายความว่าคุณมาถ่ายรูปที่นี่บ่อยเหรอครับ? คุณเป็นช่างภาพเหรอ?” เสียงใสเอ่ยถามพาซื่อจนมาร์คหลุดยิ้มกว้างอีกครั้งทั้งที่ปกติแล้วคนรอบตัวมักจะบอกว่าเขาน่ะเป็นพวกเสือยิ้มยาก แต่ในตอนนี้เขากลับยิ้มกว้างติดต่อกันจนหน้าเริ่มตึงไปหมด


 

“ก็ไม่เชิงครับ...อยู่ในช่วงค้นหาตัวเอง” มาร์คตอบไปเท่านั้นก่อนจะจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่งๆ รอดูว่าอีกคนจะพูดอะไรตอบกลับมาพร้อมกับสายลมเอื่อยๆที่พัดมากระทบร่างกายเราทั้งคู่บนสะพานเงียบสงบแห่งนี้

 


“อ่อ...ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณสำหรับภาพนี้นะครับ เดี๋ยวผมต้องไปทำธุระต่อแล้วล่ะ”

 


“คุณ!” หากแต่เมื่อคนตัวเล็กตรงหน้าทำท่าจะหันหลังเดินจากเขาไปริมฝีปากของเขามันก็เกิดโพล่งเปล่งเสียงเรียกรั้งอีกฝ่ายเอาไว้อย่างเหนือการควบคุม คนที่ปกติมักจะนิ่งขรึมเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่ออีกฝ่ายหันมามองพลางเลิกคิ้วคล้ายกับว่ากำลังรอฟังในสิ่งที่เขาจะพูด


 

แล้วเขาจะพูดอะไรล่ะ...ขนาดตัวเองยังไม่เข้าใจตัวเองเลย


 

“อ่า คือผมเป็นช่างภาพอิสระที่กำลังจะเข้าร่วมแคมเปญประกวดถ่ายภาพ” มาร์คพยายามหายใจเข้าลึกๆ เริ่มไม่เข้าใจตัวเองทีละน้อยว่าเหตุใดเขาจึงต้องมายืนอธิบายตัวเองต่อหน้าคนที่เขาคิดว่าก็คงจะไม่ได้อยากรู้เกี่ยวกับมันสักเท่าไหร่แบบนี้

 
 

“ครับ?” อีกฝ่ายพยักหน้าพลางเลิกคิ้ว


 

“ผมก็เลย...อยากทราบว่าคุณมีความสนใจที่จะแบบว่า คือ เป็นแบบให้ผมถ่ายเพื่อส่งประกวดน่ะครับ” มาร์ครู้สึกเหมือนตัวเองลิ้นพันกันไปหลายตลบเพียงแค่พูดประโยคนี้ออกมา หัวใจเต้นระรัวเมื่ออีกฝ่ายทำตาโตนิ่งอึ้งไป มาร์คเดาไม่ออกว่าภายใต้สีหน้าแบบนั้นอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่


 

อาจจะคิดว่าเขาเป็นพวกมิจฉาชีพ...โรคจิต หรือต้มตุ๋นไปแล้วหรือเปล่า


 

“ผ...ผมน่ะเหรอครับ?” ตั้งสติได้อีกฝ่ายก็ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองพลางถามซ้ำ และแน่นอนว่ามาร์คก็ยืนยันความแน่ใจให้อีกฝ่ายด้วยการพยักหน้ารับ แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาแทบไม่มีความคิดที่จะถ่ายภาพคนส่งประกวดเลยสักนิด

 
 

“ใช่ครับ”


 

“แต่ คือผมไม่เคยเป็นแบบให้ใครถ่ายหรืออะไรทำนองนั้นหรอกครับ” ใบหน้าหวานมุ่ยลงขณะขยับริมฝีปากอวบอิ่มสีสดนั่นบอกเขาว่าตัวเองไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน หากเป็นคนอื่นมาร์คคงยอมถอดใจและไม่ตื๊อต่อไปแล้ว แต่กับคนนี้แล้วนั้น...


 

“ไม่เป็นไรครับ ผมก็ไม่ได้อยากได้แบบที่เป็นมืออาชีพอะไรมากมายหรอก ถ่ายตามโลเคชั่นในเมืองนี้เอง ไม่ได้ไปไหนไกลเพราะผมชอบโทนสีและแสงของกรีนทาวน์”


 

มาร์คคงยอมให้ผ่านเลยไปเฉยๆไม่ได้จริงๆ


 

“ใช้เวลานานหรือเปล่าครับ...เวลาว่างของผมไม่ค่อยแน่นอน” และเมื่ออีกฝ่ายเริ่มแสดงท่าทีลังเลมาร์คก็ยิ่งได้ใจ

 
 

“ผมทำพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดตรงตลาดนิวเวย์น่ะครับ...บางครั้งก็ต้องควบกะทั้งกลางวันกลางคืน” หนุ่มร่างบางตรงหน้าพูดถึงตัวเองออกมาบ้าง หากแต่เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ใบหน้าที่เคยสดใสในคราแรกกลับดูหมองลง ดวงตาหม่นลงไปนิดหน่อยคล้ายกับว่าอีกฝ่ายกำลังขาดความมั่นใจ


 

“ใช่ร้าน Dr.Burger หรือเปล่าครับ ผมเคยไปกินมาครั้งนึง...เบอร์เกอร์เนื้อใช้ได้เลย”


 

“โอ๊ะ! ใช่แล้วครับ ร้านนั้นแหละ” แบมแบมพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มกว้างที่ทำมาร์ครู้สึกเหมือนกับว่ามีแสงสว่างส่องออกมาจนดวงตาพร่าไปหมด ก่อนที่ความเงียบจะเข้าปกคลุมบทสนทนา แบมแบมกำลังตัดสินใจ ส่วนมาร์คเองก็กำลังรอฟังคำตัดสินใจนั้นอย่างมีความหวัง


 

“อ่า...คือผมเองก็อยากเป็นแบบให้คุณจริงๆนะครับ ฟังดูน่าสนุก แต่ว่า...”

 


“เซ็ทละพันดอลล่าร์” และเมื่อกำลังจะได้ยินคำตอบที่ไม่พึงประสงค์เจ้าของเสียงทุ้มเข้มก็กล่าวประโยคที่ทำเอาคนฟังตาโตด้วยความตกใจขึ้นมาอีกครั้ง แบมแบมอ้าปากค้างมองหน้าเขาคล้ายกับว่ากำลังมองหาวี่แววของการล้อเล่น

 


“ผมให้คุณเซ็ทละหนึ่งพันดอล ผมจะขอถ่ายคุณหนึ่งถึงสองเซ็ทหรือมากกว่านั้น...ผมมีสัญญาให้เซ็นแน่นอนครับไม่ใช่สัญญาปากเปล่า” แบล็คการ์ดที่พกติดตัวจะได้ใช้ประโยชน์อย่างจริงจังก็คงคราวนี้


 

“ผม...” คนตัวเล็กกัดริมฝีปากตัวเองพลางเบี่ยงหน้าไปอีกทางคล้ายกับกำลังครุ่นคิด มาร์คมองออกอย่างทะลุปรุโปร่งว่าคนตัวเล็กร่างบางตรงหน้าเขานี้คงไม่ใช่คนจำพวกมีอันจะกินในเมืองนี้หรอก เด็กหนุ่มที่หาเช้ากินค่ำทำงานร้านอาหารแบบนี้คงไม่อยากเอาอนาคตมาเสี่ยงกับการทำงานให้คนแปลกหน้าเป็นแน่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้สึกชอบ...ในความเป็นธรรมชาติของอีกฝ่ายไปแล้ว หากไม่ได้ร่วมงานกันก็คงน่าเสียดาย ดังนั้นเงินจำนวนมากจึงถูกยกมาเป็นเครื่องล่อใจในที่สุด


 

“คุณกลับไปคิดดูก่อนก็ได้ครับ ผมให้เวลาคุณคิดหนึ่งคืน...จะตกลงหรือปฏิเสธก็โทรมาตามเบอร์ในนามบัตรได้เลย มาร์ค ต้วน นะครับ” มาร์คตัดสินใจยื่นไพ่ใบสุดท้ายให้อีกฝ่าย ทั้งง้อและเว้าวอนสุดฤทธิ์ คนตัวเล็กที่ยืนเม้มปากรับไปดูนิดหน่อยก่อนจะเงยขึ้นมาส่งยิ้มบางๆมาให้


 

“ผมจะลองกลับไปคิดดู ยังไงก็ขอบคุณสำหรับรูปถ่ายอีกครั้งนะครับ...”


 

“อ้อ แล้วก็...ผมชื่อแบมแบม ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณมาร์ค”  


 

“...”


 

สำหรับมาร์คแล้วคงต้องบอกว่า ยินดีโคตรๆที่ได้รู้จักเลยล่ะ...




 

 
TALK!

สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ฟิคเรื่องใหม่ /จุดพลุ
เรื่องนี้เป็นพล็อตที่ค้างอยู่ในหัวมานานมากแล้วค่ะ ปิดปีใหม่เลยลองพิมพ์ออกมาแล้วพบว่ามันโอเค
ถ้าชอบก็ฝากติดตามด้วยนะคะ เรื่องนี้ให้โทนคล้ายกับเรื่อง widower ที่เราแต่งไป ใครยังไม่เคยอ่านก็ไปลองกันได้
ความยาวของตอนก็ไม่น่าเกิน 15 ตอนค่ะ ตามสไตล์เราเพราะไม่ถนัดแต่งฟิคยาวมากๆ
ถ้าแต่งยาวตามอารมณ์พล็อตก็จะแตกกระจายไปคนละทิศทาง 555555555555

แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ

Tag : #FICLOYMB (ย่อมาจาก Lost On You) ยังไงก็ช่วยเข้าไปเจิมกันหน่อยนะ ♥

Twitter : @since9397


 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

127 ความคิดเห็น

  1. #108 DOWNee40 (@DOWNee40) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 16:04
    แหมมมมมม
    #108
    0
  2. #100 UNME (@as_st) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 22:41
    โง้ยยยยแต่งสนุกทุกเรื่องเลย//หนีดราม่ามาอ่านที่นี่
    #100
    0
  3. #96 ชองชอง (@MBsneak) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 14:58
    ฮือออออ ชอบบบ
    #96
    0
  4. #41 mymindmiew (@Neutrino_Miewz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 17:43
    สายเปย์ที่แท้จริง 555555555555
    #41
    0
  5. #35 KhunPang Scylo (@khunnie_red) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 00:07
    รุกแรงมากค่ะ
    #35
    0
  6. #19 witchberry (@witchberry) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 21:15
    มีความป๋าตั้งแต่บทแรก:)
    #19
    0
  7. #18 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 21:11
    ตายและ แรกพบก็ปิ๊งปั๊งน้องเลยซิ 555 ดีเเล้วพี่มาร์คไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป สู้ๆพี่มาร์ค
    #18
    0
  8. #17 BloodA93 (@BE-LIDA08) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 21:08
    ชอบน้องละสิ
    #17
    0
  9. #15 MMBB1 (@mmbb1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 20:37
    โอ้โหยยๆๆๆๆ พี่มาร์คคค เขินอ่ะ 5555 ชอบๆๆๆ
    #15
    0
  10. #14 Mai (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 09:59
    ชอบมากเลยค่ะ รอติดตามนะ ^^
    #14
    0
  11. #13 mb.duck (@_mehee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 19:42
    เรื่องใหม่ ~
    #13
    0
  12. #12 Siritip Thonggun (@fon1990) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 23:49
    เราชอบwidowerมาก ย้อนกลับไปอ่านหลายรอบมาก ดีใจที่ไรท์แต่งแนวนี้อีก จะรออ่านน๊าา
    #12
    0
  13. #10 Bmb♡ (@i-ince) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 22:11
    ฮรือออออ น่ารักจัง ให้ความรู้สึกอบอุ่นมาก พี่มาร์คช่างภาพกับน้องแบมคนน่ารัก ชอบบบบ ติดตามนะคะ
    #10
    0
  14. #9 Wu.N (@ning_kris) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 22:10
    รอเลยค่ะ
    #9
    0
  15. #8 fahandfinn (@fahandfinn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 22:02
    ตอนแรกมาก็ชอบเลยค่ะ ทั้งเนื้อเรื่อง ภาษา และสำนวณการเขียน (ทำให้คิดถึงภาษาใน widower จริงๆ ค่ะ ชอบเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ เรื่องอื่นๆ ของไรท์ก็ชอบนะคะ) รอติดตามตอนต่อไปนะคะ ^^
    #8
    0
  16. #7 fahandfinn (@fahandfinn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 22:02
    ตอนแรกมาก็ชอบเลยค่ะ ทั้งเนื้อเรื่อง ภาษา และสำนวณการเขียน (ทำให้คิดถึงภาษาใน widower จริงๆ ค่ะ ชอบเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ เรื่องอื่นๆ ของไรท์ก็ชอบนะคะ) รอติดตามตอนต่อไปนะคะ ^^
    #7
    0
  17. #6 fahandfinn (@fahandfinn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 22:02
    ตอนแรกมาก็ชอบเลยค่ะ ทั้งเนื้อเรื่อง ภาษา และสำนวณการเขียน (ทำให้คิดถึงภาษาใน widower จริงๆ ค่ะ ชอบเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ เรื่องอื่นๆ ของไรท์ก็ชอบนะคะ) รอติดตามตอนต่อไปนะคะ ^^
    #6
    0
  18. #5 smile_girl (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 21:45
    รอติดตามค่ะ
    #5
    0
  19. #4 vandabam (@vandabam) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 21:15
    พล็อตเรื่องดูน่าสนใจมากค่ะ ให้ความรู้สึกละมุนๆ สบายๆตามสไตล์ของไรท์เลย แต่ขออนุญาตแอบสงสัยนิดนึงค่ะว่าทำไมมาร์คถึงเสนอค่าจ้างให้แบมเป็นสกุลเงินบาท ตามความรู้สึกเราเหมือนน่าจะให้เป็นดอลล่าร์อ่ะค่ะ??? ^^"
    #4
    1
    • #4-1 since9397 (@since9397) (จากตอนที่ 1)
      8 มกราคม 2560 / 21:26
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ แก้ไขเรียบร้อย ♥
      #4-1
  20. #2 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 20:51
    น่ารักกกกกก มาในภาพพอดี พี่มาร์คใจป้ำมาก 
    แต่ใจดีด้วยที่ถ่ายรูปให้แม่ลูกฟรี น้องผู้หญฺิงน่ารัก
    #2
    0