[ลงแบบ E-BOOK ที่ MEB] FIC WIDOWER : { MARKBAM }

ตอนที่ 1 : widower :: chapter one

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 140 ครั้ง
    16 ม.ค. 59

? themy butter
+


WIDOWER

#MARKBAM

CHAPTER ONE

 

 

                เสียงปลายนิ้วเคาะแป้นพิมพ์ยาวนานติดต่อกันเป็นเพียงเสียงเดียวที่ทำให้ห้องพักขนาดกว้างโทนขาวสะอาดนั้นไม่เงียบเหงาจนเกินไป อากาศเย็นยะเยือกอันเกิดจากเครื่องปรับอากาศทำให้คนที่แพ้อากาศต้องชะงักปลายนิ้วเพื่อยกมันขึ้นมาปิดจมูกเมื่อจาม คิ้วทรงสวยขมวดเข้าหากันเมื่ออาการภูมิแพ้ที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กมันทำให้สมาธิเขาที่รวมตัวกันอย่างดีเมื่อครู่กระเจิดกกระเจิงไม่เป็นทิศทาง

 
 

“อีกนิดเดียวน่า...” เสียงแหบพึมพำกับตัวเองเมื่อความคิดที่กำลังโลดแล่นเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้ามันปลิวหายไปง่ายดายราวกับฝุ่นละออง เขาพยายามนึกทบทวนหลายต่อหลายครั้งแต่สุดท้ายเจ้าของฝ่ามือเรียวก็ต้องยอมแพ้

 
 

“ให้มันได้อย่างนี้สิ” คนร่างเล็กบนเก้าอี้คอมพิวเตอร์พ่นลมหายใจออกมารุนแรงเมื่อเขาเกิดอาการหลุดจากสมาธิแบบนี้ขึ้นมาอีกแล้ว และเมื่ออารมณ์ไม่ได้อยู่ในโหมดที่สมควรจะทำงานเขาก็รู้วิธีรับมือกับมันด้วยการหมุนเก้าอี้กลับมาทางด้านหลังเพื่อมองบรรยากาศภายนอกผ่านกระจกห้อง

 
 

อย่างน้อยมันก็ช่วยทำให้ความหงุดหงิดในใจของ แบมแบม ลดลงได้ไม่น้อยเลยทีเดียว


 

“...” โครงหน้าได้รูปเหม่อมองออกไปด้านนอกบานกระจกใสที่เขาจงใจตั้งโต๊ะทำงานเอาไว้ฝั่งตรงข้ามกับมัน ปากอิ่มเม้มเข้าหากันหน่อยๆเหมือนคนกำลังใช้ความคิด สองแขนเล็กยกยขึ้นมาขมวดไขว้กันไว้ที่หน้าอก มันเป็นท่าประจำของแบมแบมเลยล่ะเวลาที่ต้องการเรียกสมาธิกลับคืนมา

 
 

แบมแบมเป็นหนุ่มโสดที่อายุอานามก็ปาไปเกือบยี่สิบหกปีแล้ว เขาไม่มีแม้แต่คนที่คุยด้วยหรือดูใจเพราะว่าชีวิตทั้งหมดหลังจากจบมหาวิทยาลัยเขาทุ่มเทมันไปกับการทำงานเก็บเงิน แม้ว่าจะจบมาได้ไม่กี่ปีแต่เขาก็ได้ทดลองทำงานในสาขาอาชีพต่างๆมากมาย...ก่อนที่เขาจะค้นพบตัวเองว่าเป็นพวกที่ทำงานร่วมกับคนหมู่มากได้ไม่ค่อยดีนัก

 
 

จะเรียกว่าพวกโลกส่วนตัวสูงก็ได้นะ...คงไม่ถือว่าเป็นการนิยามเกินจริงสักเท่าไหร่หรอก


 

และเนื่องด้วยความที่โลกส่วนตัวสูงปรี๊ด สุดท้ายเขาก็เลยมาจบที่อาชีพนักเขียนนิยาย ซึ่งอันที่จริงตัวเขาเองก็มีนิสัยชอบขีดเขียนมานานแล้วแต่ไม่ยักรู้มาก่อนว่าพอลองมาเอาดีด้านนี้แล้วมันจะขึ้นกว่างานอื่นๆที่ผ่านมา แบมแบมเป็นนักเขียนให้สำนักพิมพ์เล็กๆแห่งหนึ่งมาจะสองปีแล้วล่ะ อ่า...แต่ก็ไม่ได้เขียนเรื่องรักหวานแหววอะไรหรอกนะ ส่วนมากแล้วแบมแบมจะถนัดเขียนพวกนิยายลึกลับสยองขวัญอะไรเทือกๆนี้มากกว่า

 
 

“โอเค” เสียงหวานแหบพึมพำกับตัวเองพลางค่อยๆหันเก้าอี้กลับเข้ามาหาหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดค้างเอาไว้อีกครั้ง ปลายนิ้วจรดลงไปบนแป้นพิมพ์อย่างตั้งใจเมื่อเขาสามารถดึงเอาความคิดของตัวเองกลับมาได้แล้ว ที่เหลือก็แค่พิมพ์มันลงไปบนหน้าจอโปรแกรมเท่านั้น

 
 

“...”

 
 

ใบหน้าเรียวค่อนไปทางหวานฉายชัดถึงความมุ่งมั่นในแววตา ความน่ากลัวที่เขารังสรรค์เอาไว้ด้วยบทพูดและบทบรรยายกำลังถูกถ่ายทอดผ่านตัวอักษรอย่างคล่องแคล่ว เรื่องราวกำลังดำเนินมาถึงตอนท้ายที่ทุกอย่างเริ่มกระจ่างและคลี่คลาย ไม่ใช่เพียงแค่คนอ่านจะลุ้นอย่างเดียว คนพิมพ์อย่างเขาเองก็ลุ้นเหมือนกัน ขอให้สติไม่หลุดก่อนที่จะพิมพ์จบด้วยเถอะ...

 
 

“ก่อนที่คารินจะพูดกับลลิตาว่า...”

 
 

แง! แงงง แง๊...!!

 
 

“...”

 
 

พอ...ไม่พงไม่พิมพ์มันแล้วโว้ย!

 




 

 

                เมื่อวานเป็นวันที่ผ่านไปอย่างน่าหงุดหงิด แบมแบมเกือบจะพิมพ์นิยายที่กำหนดส่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆนั่นเสร็จแล้ว แต่ว่ามันก็มีเหตุหลายอย่างเหลือเกินที่ทำให้เส้นอารมณ์ของคนวอกแวกอย่างเขาขาดผึง เพราะหลังจากเสียงเด็กร้องจากห้องข้างๆซึ่งเป็นห้องของคุณนายโคดี้ผู้ซึ่งชอบทำลาซานญ่ามาให้เขาอยู่บ่อยๆนั้นดังขึ้นแบมแบมก็ตัดสินใจปิดคอมพิวเตอร์แล้วออกไปหาอะไรทำข้างนอกมาทั้งวัน

 
 

                                         จนกระทั่งวันนี้มาถึง เขาก็ยังไม่ได้ทำให้งานกระเตื้องจากเดิมเลย...            

 
 

“...”

 

แถมตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบสิบโมงเช้าที่แบมแบมยังคงนั่งหัวฟูหน้ายุ่งอยู่บนเตียง แสงสว่างลอดเข้ามาเต็มห้องเพราะว่าเมื่อคืนนี้เขาเผลอหลับไปโดยไม่ปิดม่าน อาจจะเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้เป็นเช่นนั้น ด้วยนิสัยของเขาเป็นคนชอบดื่ม ดังนั้นหากว่าเขาเครียดหรืออารมณ์ไม่ดีสถานที่ประจำที่เขาจะไปก็คือบาร์หรือร้านเหล้า...แน่นอนว่าไม่ใช่ผับ เพราะว่าคนมันเยอะเสียจนน่ารำคาญ

 
 

คนตัวเล็กขยี้ตาตัวเองอย่างไม่กลัวว่ามันจะบอบช้ำแต่อย่างใด เขารู้สึกหนักอึ้งไปทั้งหัวลามมาจนถึงขมับทั้งสองข้าง อาจจะเป็นเพราะว่าเมื่อคืนเขาดื่มไปค่อนข้างหนักอยู่พอสมควร...แต่ไม่ว่าจะยังไง วันนี้แบมแบมตั้งปณิธานกับตัวเองเอาไว้แล้วว่างานเขาจะต้องเสร็จ

 
 

“โอย...ปวดหัวชิบ” อยู่คนเดียวก็พูดคนเดียว แบมแบมบ่นงึมงำก่อนจะพาตัวเองลงจากเตียงเพื่อเข้าห้องน้ำ เขาอยู่คนเดียวก็จริงแต่เขาก็ไม่ซกมกพอที่จะหมกตัวเองอยู่ในชุดนอนข้ามวันข้ามคืนหรอกนะ

 
 

ใช้เวลาไม่นานหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแบมแบมก็เข้าประจำแท่นซึ่งก็คือหน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมกับแซนด์วิชที่ใช้ความร้อนจากไมโครเวฟทำให้สุก นมจืดหนึ่งแก้ววางอยู่ข้างโต๊ะคอมเป็นอันเริ่มมื้อเช้าที่แสนเรียบง่ายไปพร้อมกับการทำงาน

 
 

วันนี้ต่อให้เอาเรือรบมาขวางก็จะไม่ยอมหยุดเด็ดขาดเลย


 

“โอเค..ต่อจากฉากที่คารินพูดกับลลิตา คารินจะบอกว่าคนที่ฆ่าธนัชคือเขาเอง...”

 
 

แบมแบมขมวดคิ้วพลางพูดไล่พล็อตเรื่องที่วางไว้กับตัวเอง ความยากของการทำงานแบบนี้มันอยู่ตรงที่บทและพล็อตซึ่งคนเขียนอย่างเขาต้องพยายามแหวกและหักมุมให้มันแตกต่างออกไป ถือว่าโชคดีหน่อยที่เขาพอมีสวรรค์ในเรื่องนี้อยู่บ้าง สำนักพิมพ์ก็เลยไม่ทิ้งๆขว้างๆเขาสักเท่าไหร่

 
 

“แล้วไงต่อล่ะ...” เทคนิคของการขจัดความเครียดอย่างหนึ่งของคนตัวเล็กก็คือการพูดกับตัวเองเมื่อรู้สึกว่างานที่ทำมันเริ่มกดดัน อาจจะช่วยหาทางออกไม่ได้แต่อย่างน้อยก็พอรู้สึกว่าได้ระบายความอึดอัดออกไปบ้าง

 
 

“...”

 
 

และดูเหมือนว่าเมื่อแบมแบมตั้งสติได้สมาธิก็เกิดต่อจากนั้น เขาสามารถพิมพ์งานต่อจากเดิมได้มากตามอย่างที่คาดคิดไว้ ใบหน้าหวานเผยยิ้มออกมาหน่อยๆเมื่อเห็นว่าตัวเองเดินเข้าใกล้ความสำเร็จเต็มที ปลายนิ้วชี้กดปุ่ม ENTER เพื่อเริ่มบรรทัดใหม่ สมองของเขากำลังแล่นอย่างเต็มที่

 


จนกระทั่ง...


 

ง...แงงงง! แง!!!

 
 

“...” เปลือกตาบางปิดเข้าหากันแน่นเมื่อเสียงเดิมเสียงเดียวกันเมื่อวานที่ทำให้สติเขาขาดผึงดังขึ้นมาราวกับว่าต้องการจะแกล้งกัน แต่กระนั้นเขาก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆเหมือนเมื่อวาน ลมหายใจถูกพรูออกมาก่อนที่ปลายนิ้วจะขยับพิมพ์อีกครั้ง

 
 

“...”

 

“เด็กที่ไหนวะ” แม้ว่าเนื้อที่ในสมองตอนนี้ครึ่งหนึ่งกำลังเกิดความสงสัยถึงเสียงร้องคล้ายกับเสียงของเด็กทารกที่ดังมาจากห้องข้างๆตั้งแต่เมื่อวานซึ่งเป็นของคุณนายโคดี้ อายุอานามของเธอก็เกือบจะเจ็ดสิบปีอยู่แล้วนะ...ลูกเอาหลานมาฝากให้เลี้ยงหรือยังไงกัน

 
 

แบมแบมหยุดพิมพ์ แม้จะหงุดหงิดแต่ความสงสัยเริ่มมีมากกว่า เขาย่นหน้าผากขณะที่ใช้ความคิด...ไม่เข้าใจและสงสัยว่าคุณนายโคดี้แสนใจดีแถมยังเป็นเพื่อนคนเดียวในตึกนี้ที่เขาคุยด้วยได้อย่างสนิทใจนั้นจะกำลังเผชิญกับปัญหาการดูแลเด็กอยู่หรือเปล่า

 
 

สุดท้ายเขาก็ต้องพักการพิมพ์ไว้เพียงเท่านั้น หญิงชราอาจจะต้องการความช่วยเหลือหรือถ้าไม่เขาก็ควรไปดูเพื่อตอบสนองความอยากรู้ของตัวเอง เพราะว่าเสียงร้องไห้จ้าที่ดังตั้งแต่เมื่อวานนั้นมันรบกวนการทำงานของเขาไม่น้อย บางทีถ้าหากว่าเขาสามารถทำให้เสียงนั่นสงบลงได้การทำงานของเขาก็จะราบรื่นตามไปด้วย

 
 

รู้ตัวอีกทีแบมแบมก็มาโผล่อยู่หน้าประตูห้องของคุณนายโคดี้เพื่อนข้างห้องผู้แสนน่ารักของเขาเสียแล้ว แบมแบมเลียริมฝีปากพลางขยับกรอบแว่นสายตาให้เข้าที่ก่อนที่ฝ่ามือเล็กจะตัดสินใจกดลงไปบนปุ่มเล็กๆข้างบานประตู

 
 

“...”

 
 

แบมแบมยืนเม้มปากรออยู่ชั่วครู่เพราะรู้ดีว่าคุณนายโคดี้นั้นแก่แล้ว จะเดินเหินแต่ละทีก็ต้องใช้เวลานานดังนั้นเขาจึงใจเย็นพอที่จะไม่กดปุ่มเล็กๆตรงหน้าซ้ำอีกครั้ง...

 
 

แกร๊ก!

 
 

“คุณ...มีอะไรหรือเปล่าครับ”

 
 

“...”

 

เอ...เดี๋ยวนะ แบมแบมว่านี่ต้องมีอะไรผิดพลาด!


 

คนตัวเล็กเผลอก้าวถอยหลังไปเกือบครึ่งก้าวเมื่อเห็นว่าหลังบานประตูนั้นไม่ใช่หญิงร่างท้วมในชุดเดรสลายดอกไม่ซ้ำกันของคุณนายโคดี้อย่างที่ควรจะเป็น ทว่ากลับปรากฏร่างของชายหนุ่มร่างกายสมส่วนในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นสบายๆเจ้าของเรือนผมสีอ่อนที่แบมแบมไม่คุ้นหน้าเลยสักนิดแทน

 
 

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” และเมื่อถูกถามซ้ำอีกครั้งแบมแบมก็ทำการเรียกสติตัวเองกลับมาด้วยการกระพริบตาถี่ๆ ดวงตากลมกระทำการเสียมารยาทด้วยการสอดส่องผ่านช่วงไหล่ของอีกฝ่ายเข้าไปด้านในเพื่อมองหาคนรู้จัก แต่มันก็ว่างเปล่า...ได้ยินเพียงเสียงร้องไห้จ้าที่ดังมาจากด้านใน

 
 

“คือ...ผมมาหาคุณนายโคดี้น่ะครับ เธออยู่หรือเปล่า”

 
 

“อ๋อ คุณโคดี้ฮวังน่ะเหรอ เธอย้ายไปได้สามวันแล้วล่ะ...”

 
 

“ผมเพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อวานตอนเช้ามืด” ชายหนุ่มตรงหน้าตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มบางๆ แบมแบมเหวอไปชั่วขณะเมื่อได้รู้ว่าเพื่อนเพียงคนเดียวของเขาแอบย้ายหนีไปโดยไม่บอกลาสักคำเดียว...ใจร้ายที่สุดเลย

 
 

“อ้าว! ย้ายแล้วอย่างงั้นเหรอครับ คือ...ผมอยู่ข้างห้องนี้เอง พอดีว่าไม่ทราบก็เลยคิดว่าเป็นคุณนายโคดี้...”

 
 

“นี่ผมทำเสียงดังรบกวนคุณหรือเปล่า” เหมือนว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างเมื่อแบมแบมพูดเหมือนกับว่ารู้จักเจ้าของห้องคนเก่า สีหน้าสบายๆเมื่อครู่ถอดเป็นสีหน้าและแววตาที่แสดงออกถึงท่าทีเกรงใจเสียจนแบมแบมต้องใช้ความคิดก่อนที่จะตอบอะไรออกไป

 
 

“ก็...นิดหน่อยนะครับ พอดีผมทำงานอยู่ในห้อง แล้วโชคร้ายตรงที่ว่าผมเป็นคนสมาธิไม่นิ่งเท่าไหร่พอได้ยินเสียงดังก็เลยแบบ...ฮ่ะๆ” และทางออกที่ดีก็น่าจะเป็นการพูดพร้อมส่งยิ้ม มันอาจจะทำให้สถานการณ์ไม่ตึงเครียดจนเกินไป...ในความคิดของแบมแบมน่ะนะ

 
 

“งั้น...ขอโทษด้วยนะครับ พอดีว่ายัยตัวเล็กฤทธิ์เยอะชะมัด” ชายหนุ่มร่างสูงกว่าตรงหน้าเบี่ยงตัวเล็กน้อยพลางชี้ให้อีกฝ่ายมองเข้าไปด้านในเพื่อแบมแบมจะได้เห็นถึงตัวปัญหาที่กำลังกระทำการโวยวายด้วยการนอนคว่ำหน้าส่งเสียงร้องไห้เสียจนหน้าแดงไปหมด

 
 

“คือผม...”

 
 

“คุณ! นั่นลูกคุณร้องไห้จนตัวงอแล้วนะ” ดวงตากลมเบิกขึ้นเมื่อเห็นชัดว่าเด็กน้อยที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนพรมกลางห้องนั้นร้องไห้หนักเสียจนน่ากลัว แบมแบมเสียมารยาทเพราะความตกใจเผลอขึ้นเสียงดังใส่เพื่อนข้างห้องทั้งที่ยังไม่รู้จัก

 
 

“ครับ...อ่า คงจะหิวนม” เหมือนว่าคนตัวสูงเองจะได้สติเพราะคำพูดของแบมแบมเช่นกัน เขารีบหันหลังเดินกลับไปอุ้มเด็กน้อยในชุดคลุมปลายเท้าสีฟ้าสดใสขึ้นมาแนบอก ปล่อยทิ้งให้ผู้มาเยือนอย่างแบมแบมขยับกายเข้าไปเกาะขอบประตูห้องมองสำรวจด้านใน

 
 

“...”

 
 

ดูจากข้าวของหลายอย่างที่ยังอยู่ในถุงแพ็คแบบนั้นก็เชื่อแล้วล่ะว่าเพิ่งย้ายมาจริงๆ ส่วนตัวของผู้ชายคนนั้นก็ดูเก้ๆกังๆ อุ้มลูกเหมือนจะหล่นแหล่ไม่หล่นแหล่แบบนั้นมันดูแล้วหวาดเสียวแทนชะมัด...แม่ของเด็กปล่อยให้เด็กอยู่กับพ่อที่เลี้ยงลูกไม่เป็นแบบนี้ได้ยังไงกันนะ

 
 

“ชู่ว...เงียบนะครับเด็กดี ไม่งั้นเราจะไม่มีที่อยู่นะ...” แบมแบมยิ่งขมวดคิ้วเข้าไปใหญ่เมื่อได้ยินบทกล่อมลูกของคุณพ่อ คนตัวเล็กถอนหายใจออกมายาวพรืดเมื่อเห็นว่านอกจากการอุ้มเขย่าอยู่กับที่แบบนั้นมันจะไม่ช่วยอะไรแล้วเด็กน้อยยังส่งเสียงร้องหนักกว่าเดิมด้วย

 
 

“ค...คุณครับ ผมขอเข้าไปได้ไหม”

 
 

“เชิญครับ” แบมแบมอยากจะเข้าไปช่วยแต่ก็ไม่อยากผลีผลามเข้าไป เสียงหวานเอ่ยขออนุญาตเจ้าของและเมื่อได้รับอนุญาตเขาก็ไม่รอช้าที่จะก้าวเท้าไปรับต่อเด็กน้อยผู้น่าสงสารมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนตัวเองทันที

 
 

แบมแบมเคยเลี้ยงน้องช่วยแม่มาตั้งสองคน เด็กก็น่าจะเหมือนๆกันนั่นล่ะ

 
 

“ชู่ว...” แบมแบมก้มลงเป่าลมออกมาเป็นเสียงเบาๆที่ข้างใบหูเล็ก ใบหน้าของเด็กน้อยขึ้นสีแดงจัดเพราะว่าร้องไห้มานานเกินไป แบมแบมยกร่างเล็กขึ้นพาดบ่าตัวเองก่อนจะพาเดินช้าๆไปรอบๆห้องพลางใช้ฝ่ามือตัวเองตบก้นเล็กๆคล้ายเป็นการปลอบประโลม

 
 

“...”

 
 

ที่ทำนี่ไม่ใช่เพราะว่าสงสารเด็กอย่างเดียวหรอกนะ แบมแบมทำเพราะสงสารตัวเองด้วย


 

“...” เด็กน้อยในอ้อมกอดคลายอาการเกร็งและส่งเสียงร้องไห้ลงไปได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ ใบหน้าเล็กๆซบลงบนไหล่ของแบมแบมก่อนที่เปลือกตาจะปรือลงทว่าแผ่นหลังยังคงกระตุกด้วยแรงสะอื้นจนคนตัวเล็กต้องยกฝ่ามือขึ้นลูบแผ่นหลังนั้นเบาๆเป็นระยะ

 
 

“เขาน่าจะง่วงนะคุณ...เอาลงเปลแล้วเอานมให้เขาดูดเถอะ” แบมแบมหันไปแนะนำให้คนเป็นพ่อที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังตัวเอง คนตัวสูงที่ดูจากใบหน้าแล้วน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขาพยักหน้ารับก่อนจะเดินหายไปตรงโซนห้องครัว ปล่อยให้แบมแบมลอบถอนหายใจอยู่กลางห้องกับเด็กน้อยในอ้อมอก...

 
 

แค่นี้ก็สิ้นเรื่องไหมล่ะ!

 

 




                เหตุการณ์ไม่สงบในช่วงสายได้ผ่านพ้นไป ตอนนี้แบมแบมอยู่ในห้องและเป็นเวลาตอนบ่ายแก่ๆของวันแล้ว คนตัวเล็กกำลังนั่งซดชาร้อนในมือพลางเหม่อสายตาออกไปทางบานกระจกใสที่ดูเหมือนว่าแสงแดดจากข้างนอกดูร้อนกว่าปกติ...โชคดีเหลือเกินที่ไม่มีอะไรดลใจให้เขาอยากออกไปข้างนอกในวันนี้

 
 

“...”

 
 

เผลอนึกไปถึงคนข้างห้องซึ่งเขาได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ผู้ชายคนนั้นบอกว่าตัวเองชื่อ มาร์คแถมยังบอกอีกว่ายินดีที่ได้รู้จักเขา ถ้าไม่ถือสาอะไรอยากให้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ก็แหงล่ะ...เพราะเขาช่วยทำให้สงครามน้ำตาและเสียงร้องไห้ที่น่าปวดหัวของลูกสาวตัวเล็กของมาร์คนั้นสงบลงได้น่ะสิ

 
 

แบมแบมไม่ได้ถามอะไรต่อมากนักหลังจากที่มาร์คเอาขวดนมมาให้เขาเอาใส่ปากสาวน้อยตัวเล็กขณะวางลงเปลตั้ง แต่เขาก็ดันเผลอหลุดพูดไปว่าถ้าหากมาร์คเลี้ยงไม่เป็นแล้วทำไมไม่ให้แม่เขาช่วยเลี้ยง ซึ่งคำตอบที่ได้มันก็ทำให้แบมแบมรู้ว่ามาร์คได้เลิกกับภรรยาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 
 

“ก็น่าสงสารนะ” แต่มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับแบมแบมอยู่ดี เขาน่ะหวังแค่ว่าอย่าให้เด็กน้อยส่งเสียงจนทำให้สมาธิเขากระเจิดกระเจิงบ่อยๆ เพราะมันส่งผลต่อหน้าที่การงานของเขาแบบตรงๆก็แค่นั้น

 
 

 
 

“แต่นายมาร์คคนนั้นก็ประหลาด...เลี้ยงลูกไม่เป็นยังจะริมาเช่าห้องอยู่เองอีก”

 
 

“เฮ้อ...”

 
 

เวรกกรมของเขาจริงๆเลย!

 

 

                                   
 




TALK!

สวัสดีค่า เปิดเรื่องใหม่เนื้อเรื่องมุ้งมิ้ง...ฮ่าๆ
หนีความมุ้งมิ้งไม่พ้นจริงๆค่ะ ยอมรับแมนๆเลย
เรื่องนี้ก็จะอ่านสบายๆเนอะ ไม่ดราม่าและไม่พิศดารล้านแปดใดๆ
ความยาวในตอนอาจไม่ยาวเท่าเรื่องเดิมแต่ว่าเราจะมาเต็มๆแบบนี้ทุกตอนเลย
ใครชอบก็ฝากโหวตหรือคอมเมนท์ให้กำลังใจได้น้า แล้วเจอกันค่ะ

ปล.เปิดโดเนทแพมเพิสขวดนมนะคะ





#ficwdwmb

twitter : @since9397

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 140 ครั้ง

1,337 ความคิดเห็น

  1. #1322 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 06:38
    ไปช่วยเขาเลี้ยงค่ะะะ
    #1322
    0
  2. #1321 Bigapplenyc1982 (@Bigapplenyc1982) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 10:25
    หนูต้องไปช่วยพี่เค้าเลี้ยงลูกนะคะ :)
    #1321
    0
  3. #1318 Facebook12345 (@Facebook12345) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 20:33

    น่ารักมีแต่ความน่ารัก

    #1318
    0
  4. #1298 VivoV5 (@VivoV5) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 20:37
    ทำไมเห็นถึงความน่ารักแล้วนะ
    #1298
    0
  5. #1277 pimpimpim1a (@pimpimpim1a) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 15:15
    แหนะ ไปช่วยเป็นคุณแม่เลยนะ
    #1277
    0
  6. #1270 alltimeismark (@alltimeismark) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 18:57
    โถ่ คุณพ่อมือใหม่ก็งี้แหละค่ะ แบมต้องคอยสอนเค้าน้าาา
    #1270
    0
  7. #1246 sangster97 (@sangster97) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 18:16
    แงวงวารทั้งคุณพ่อลูกอ่อนทั้งคุณนักเขียนแบมเลย
    #1246
    0
  8. #1241 TuanBam (@TuanBam) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 12:21
    คุณพ่อลูกอ่อนรับสมัครคนดูแลมั้ย5555
    #1241
    0
  9. #1223 Melinnnnnnn (@aboutMyWings) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 14:01
    คุณพ่อลูกอ่อน ควรสงสารเด็กหรือสงสารคุณนักเขียนดี ฮ่ะๆ
    #1223
    0
  10. #1211 i_am_a_weirdo (@i_am_a_weirdo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 00:50
    น่าสนุกแฮะ
    #1211
    0
  11. #1203 babyB_ig7 (@babyB_ig7) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 09:35
    คุณนักเขียนกับคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวข้างห้อง


    แบมต้องปวดหัวกับเพื่อนบ้านคนนี้แน่ๆ
    #1203
    0
  12. #1198 nichamon_ncm (@nichamon_ncm) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 10:38
    พี่มาร์คมีลูกแล้วหรอ
    แต่ขาดแม่ของลูกใช่ป้ะ5555555
    #1198
    0
  13. #1187 ✖ bAzzA✖ (@bazza) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 09:10
    แบมก็ต้องไปช่วยเลี้ยงบ่อยๆนะ
    #1187
    0
  14. #1174 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 15:06
    แบมก็ไปเป็นแม่ให้หนูน้อยสิจ้ะ~
    #1174
    0
  15. #1146 wslloogpa (@wslloogpa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 22:57
    งื้ออออ ตามมาจากทวิต อ่านตอนแรกก็น่าติดตามแล้ว ยิ่งเค้าเป็นสายมุ้งมิ้งโนดราม่า เจอเรื่องนี้ยิ่งช้อบชอบบบบบ ว่าตัวเล็กชื่ออะไรอ่าาา
    #1146
    0
  16. #1139 FRVN (@FRVN) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 06:08
    ไรท์ภาษาดีมากเลยค่ะ นี่ขนาดเราอ่านไปตอนเดียวนะเนี่ย ยังดีขนาดนี้
    #1139
    0
  17. #1135 Monqter (@Monqter) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 16:57
    แงงงชอบ
    #1135
    0
  18. #1123 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 23:18
    ลูกติดค่าาา
    #1123
    0
  19. #1114 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 01:31
    โอ๊ะ พี่มาร์คมีลูกแล้ว?
    #1114
    0
  20. #1098 마크뱀뱀 (@fonbang) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:02
    จ้าาาา มีลูกมาด้วยยย
    #1098
    0
  21. #1082 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:52
    โอ้ยยยย เอาลูกมาเลี้ยงเองง มุ้งมิ้งไปอีกกกก
    #1082
    0
  22. #1060 Sky Dreams (@deedeelnw) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 08:39
    ฟิคเรื่องนี้ภาษาละมุนอ่าา ชอบๆๆ ><
    #1060
    0
  23. #1052 wonnybum (@wonnybum) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 20:03
    ก่อนจะพาไปมุ้งมิ้งก็ต้องเจอหนูน้อยป่วนให้หัวหมุนก่อน ทำไมแม่ของหนูน้อยใจร้ายทิ้งลูกได้ลงคอนะ ยังไงแม่ก็ย่อมดูแลลูกได้ดีกว่าพ่ออยู่แล้ว แต่ไม่รู้พ่อมาร์คจะเป็นยังไงต้องเอาใจช่วยแล้วล่ะยังไงก็ทำให้เขาเกิดมาแล้วนี่
    #1052
    0
  24. #1051 junpor (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 23:05
    พี่มาร์ครับคนเลี้ยงลูกอีกซักคนมั้ยคะ55555555555555555555

    #1051
    0
  25. #1033 KiHaE*129 (@princezzaofz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 03:27
    ได้แม่ใหม่แล้วละงานนี้
    อิอิ
    #1033
    0