Psychopath + Rebel [Bellamy Blake] The 100 FIC

ตอนที่ 7 : Passion

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    3 พ.ย. 60





Psychopath and Rebel


Chapter 7: Passion

 



            ทริสเทนกำลังนอนสบาย อากาศเมื่อคืนไม่ได้หนาวอย่างเลวร้ายอีกต่อไปแล้ว เธอรู้สึกอุ่น จนเกือบจะร้อนไปด้วยซ้ำ ทำให้หลับสบายอย่างที่สุด อันที่จริงมันเป็นครั้งแรกที่เธอหลับสนิทขนาดนี้ ก็จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าบุกตะลุยเข้ามาอย่างร้อนรนนั่นแหละ



            “เบลลามี!” ทริสเทนจำได้ว่าเป็นเสียงของคลาร์ก ทำให้หญิงสาวเลิกผ้าห่มออก หันไปมอง “ทริส?” คลาร์กมองอย่างงุนงง แล้วก็มองไปรอบๆเต็นท์หลังใหญ่นั่น “เบลลามีล่ะ?” ทริสเทนขยับตัวลุกขึ้นนั่ง มองด้านข้าง ยังมีรอยยับอยู่บนที่นอน และเมื่อแตะดู มันยังอุ่นๆอยู่เลย



            “ฉันว่า... เขาเพิ่งลุกไปนะ มีอะไรหรือเปล่า?” ทริสเทนมองคลาร์กสลับกับฟินน์



            “เมื่อคืน เราเห็นยานอวกาศอีกลำตกลงมา แต่เบลลามีบอกให้รอถึงเช้าก่อนแล้วค่อยไปดู” คลาร์กตอบ



            “เขาคงไปเองคนเดียวแน่” ฟินน์บอก “นี่ไม่ค่อยดีเลย คลาร์ก” หญิงสาวผมทองพยักหน้าเห็นด้วยกับเขา ขณะที่ทริสเทนลุกจากที่นอน หยิบรองเท้าผ้าใบออกมาใส่ทีละข้าง



            “เขาเป็นคนเดียวที่ไม่อยากให้เราติดต่อกับดิอาร์คได้มากที่สุด” ทริสเทนพูดขึ้นหลังจากใส่รองเท้าเสร็จ “พวกนายรีบตามไปเถอะ ฉันจะล้างหน้า แล้วตามไปทีหลัง”



            “โอเค” คลาร์กพยักหน้า ฟินน์หมุนตัวออกจากเต็นท์ไปก่อน “เฮ้” คลาร์กเรียก แล้วอยู่ๆรอยยิ้มก็ระบายอยู่บนริมฝีปาก “นอนหลับสบายเลยใช่ไหม?” ทริสเทนหน้าแดงขึ้นทันควัน “รีบจัดการตัวเองแล้วตามไปล่ะ ฉันคิดว่ามีเธอคนเดียวที่น่าจะรับมือเขาได้ ไม่รู้เขาจะทำอะไรอีก” คลาร์กกลับมาเคร่งเครียดเหมือนเดิม ก่อนจะแหวกม่านออกไปนอกเต็นท์ ทริสเทนถอนหายใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืน



            เธอใช้เวลาเพียงครู่เดียว ล้างหน้าและทำความสะอาดฟัน เพื่อให้หมดความงัวเงีย จากนั้นหญิงสาวร่างสูงก็วิ่งเข้าไปในป่า เธอหาพวกเขาเจอได้ไม่ยาก ดูเหมือนคลาร์กกับฟิน จะเจอคนที่ลงมาจากยานอวกาศแล้ว และดูท่าทางมันจะกลายเป็นเรื่องซับซ้อนเสียด้วย หญิงสาวหน้าใหม่คนนั้นเดินตัดติดกับฟิน และคลาร์กก็มีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก ทริสเทนพอจะปะติดปะต่อได้เลย



            “ทริส นี่ราเวน” ฟินน์แนะนำอย่างง่ายๆ “ราเวน นี่ทริส” ราเวนพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย “พอจะเห็นวี่แววเบลลามีไหม?” ทริสเทนส่ายหน้า “เขาอาจจะเป็นคนเอาวิทยุสื่อสารของราเวนไป วิทยุนั่นเป็นอย่างเดียวที่เราจะติดต่อกับดิอาร์คได้ ข้างบนนั่นบ้ากันใหญ่แล้ว พวกเขากำลังจะสละชีวิตคนสามร้อยคน เพื่อให้ออกซิเจนมีปริมาณมากพอต่อคนที่เหลือ”



            พวกเขาจึงตั้งหน้าตั้งตาหาตัวเบลลามี ซึ่งหายไปไหนไม่รู้ เดินกันอยู่นานจนเริ่มเข้าใกล้ค่ายมากขึ้น แล้วคลาร์กก็เป็นคนที่เห็นเบลลามีก่อน หญิงสาววิ่งตรงเข้าไป



            “เบลลามี เฮ้!”คลาร์กร้องเรียก ทำให้ชายหนุ่มหันมามอง “นายรู้ไหม วิทยุอยู่ไหน?”



            “วิทยุอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง” เขาพูดหน้าตาเฉย



            “เบลลามี?” ราเวนพูดขึ้น “เบลลามี เบลคหรอ?” เขามองหน้าหญิงสาวเหมือนจะถามว่า แล้วจะทำไมไม่ทราบ “พวกเขากำลังตามหานายซะทั่ว” คลาร์ก ฟินน์ และทริสเทนต่างมองราเวนพร้อมกัน “เขาเป็นคนยิง สมุหนายกจาฮา”



            “อย่างนี้เอง” ฟินน์พยักหน้าอย่างเข้าใจ “นายถึงพยายามทำลายสายรัดข้อมือ นายต้องการให้พวกเขาคิดว่าเราตายแล้ว จะได้หลบความผิดอยู่ข้างล่าง”



            “นี่ ไอ้มือปืน” ราเวนเดินดุ่มๆเข้าไปตรงหน้าเบลลามี “วิทยุของฉันอยู่ไหน?”



            “ไปให้พ้น” เบลลามีตวาด “ฉันน่าจะฆ่าเธอตอนที่ฉันมีโอกาส”



            “จริงดิ? ฉันก็อยู่นี่แล้วไง” ราเวนทำท่าถือดีท้าทาย “และรู้อะไรไหม นายยิงพลาดแหน่ะ สมุหนายกยังไม่ตายหรอกนะ”



            “เบลลามี” คลาร์กเรียก “นี่แสดงว่านายไม่ใช่ฆาตกรนะ นายแค่ทำทุกอย่างที่ต้องทำเพื่อปกป้องน้องสาวนาย และฉันก็เห็นที่นายมองทริส นายดูแลเธอ และเป็นห่วงเธอด้วยซ้ำ ทั้งที่...” คลาร์กหยุดพูดไปเหมือนไม่อยากพูดส่วนที่อาจไปสะกิดต่อมเข้าให้ อย่างเรื่องที่พ่อของทริสเทน กับแม่ของเขา “เอาเป็นว่า ฉันรู้ว่าจริงๆแล้วนายเป็นยังไง นั่นคือตัวตนที่แท้จริงของนาย และนายจะช่วยคนได้อีกสามร้อยคนบนยานนั่น ถ้าบอกมาว่าวิทยุอยู่ที่ไหน”



            “มันสายไปแล้ว” เบลลามีบอก



            ปรากฏว่าเบลลามีโยนวิทยุลงแม่น้ำไปแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องเกณฑ์คนไปช่วยกันหาแถวแม่น้ำ พวกเขาใช้เวลาเกือบตลอดทั้งเช้าตามหา จนกระทั่งทริสเทนเป็นคนเจอและเอาซากวิทยุไปให้ราเวนดู



            “เธอพอจะซ่อมได้ไหม” ทริสเทนถาม ราเวนทำหน้าเครียดขณะก้มลงตรวจสภาพของวิทยุ



            “ก็บอกว่า มันสายไปแล้ว” เบลลามีไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ตึงเครียดลดน้อยลงเลย



            “นายเคยมีหัวคิดอะไรบ้างไหมเนี่ย เคยใส่ใจอะไรจริงๆจังๆบ้างไหม” ราเวนตวาดเข้าให้ แต่เบลลามียักไหล่อย่างไม่สนใจ



            “เธอบอกให้ช่วย ฉันก็ช่วยแล้ว” เบลลามีพูดอย่างกวนประสาทที่สุด แม้แต่ทริสเทนก็ยังรู้สึกโมโหเล็กๆ



            “วันนี้คนสามร้อยคนจะตาย ก็เพราะนายนะ สันดานเอ๊ย!” ราเวนสบถ



ทริสเทนแอบสังเกตเห็นเบลลามีหน้าถอดสีไปแวบหนึ่งเลยทีเดียว เธอขยับเข้าไปหาเขาทางด้านหลัง ขณะที่คลาร์กกับฟินน์ เดินมาคุยกับราเวน หญิงสาวยกมือขึ้นจับชายเสื้อเขาไว้เบาๆ เบลลามีรู้สึกได้ถึงแรงดึงแสนแผ่วเบานั่น เขาเอี้ยวศีรษะมอง เธอก้มหน้าเหมือนเดิม แต่เขาพอจะเข้าใจ โดยที่เธอไม่ต้องพูดอะไรเลย เบลลามีเลื่อนมือไปจับมือเธอไว้ เขารู้สึกถึงแรงบีบแผ่วๆที่เธอบีบมือเขา สัมผัสเบาอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ เธอกำลังปลอบใจเขา เหมือนกำลังบอกโดยไม่ต้องพูดว่า ไม่ใช่ความผิดของนายนะ



พวกเขาตัดสินใจกันแล้วเรียบร้อยว่าจะยิงจรวดเป็นพลุสัญญาสามดอกใหญ่ๆ โดยหวังว่าดิอาร์คจะมองเห็นได้จากบนอวกาศ พวกเขาทั้งหมดจึงมุ่งตรงกลับค่าย เบลลามีไม่ยอมปล่อยมือทริสเทน และเธอก็ไม่มีท่าทางขัดขืนอะไร ถ้าเขาจะจับมือเธอต่อไป ถ้าทั้งหมดมันไม่ได้ผล เขาจะกลายเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้ชีวิตสามร้อยคนหายวับไปในพริบตา ถึงแม้จะอยู่ห่างกันออกไปเป็นพันไมล์ มันกลับมีผลกระทบกับจิตใจเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย



เบลลามีพยายามช่วยพวกเขาเตรียมพลุสัญญาณ ราเวนยังคงมองเขาเหมือนเป็นตัวเสนียดอะไรสักอย่าง แต่พูดจาเป็นปกติเวลาอยู่กับทริสเทน เขาไม่ว่าอะไรหรอก ถ้าจะพูดไม่ดีกับเขา หรือจะมองเขาเลวร้ายแค่ไหนก็เชิญ แต่อย่าพาลไปหาทริสเทนก็แล้วกัน ยัยนั่นไม่ได้ทำอะไร นอกจากอยู่ใกล้ชิดเขาเฉยๆ จะบ้าเว้ย นี่ฉันคิดไร้สาระอะไรอยู่วะ เขาจะเป็นห่วงยัยโรคจิตนั่นไปทำไม ยัยนั่นเข้ากันได้ดีกับคลาร์ก ฟินน์ แจสเปอร์ มอนตี้ และแม้กระทั่งคนมาใหม่อย่างราเวน เขาไม่มีความจำเป็นจะต้องไปห่วงอะไรทั้งนั้น



เบลลามีไม่รู้ตัวหรอกว่า เขากำลังยอมรับตัวเองว่า เขาเป็นห่วงเธอ



ราเวนจุดพลุขึ้นไปสำเร็จ เบลลามียืนมองมันพุ่งสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนบนดิอาร์คนั่นจะมองเห็นสัญญาณนี้ และรู้เสียทีว่าโลกปลอดภัย แต่ในอีกใจหนึ่ง... เบลลามีรู้สึกรังเกียจตัวเองขึ้นมานิดๆ ถ้าพวกเขารู้ว่าโลกปลอดภัย ก็จะแห่กันลงมาที่นี่ และเมื่อถึงเวลานั้น เบลลามี เบลค ที่ยิงสมุหนายก ไม่มีวันได้รับการให้อภัยเหมือนกับกลุ่มหนึ่งร้อยหรอก พวกนั้นจะได้รับอภัยโทษทั้งหมดต่ออาชญากรรมที่ก่อ พวกเขาจะเป็นอิสระ แต่ไม่ใช่กับเบลลามี



ทริสเทนมองเห็นทุกอย่าง ความสับสนที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของผู้ชายที่เธอหลงรักมาตลอดชีวิต เธอเพิ่งรู้ความจริงในวันนี้เอง เขาเป็นคนยิงสมุหนายก นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่อยากให้พวกที่เหลือตามลงมา เขาหนีความผิดที่เขาก่อขึ้น และทริสเทนรู้ ตอนนี้เขากำลังทรมานกับความคิดสองด้านที่ตีรันฟันแทงกันอยู่ เขาคงอยากให้สามร้อยคนบนนั้นรอดตาย แต่ก็ไม่อยากให้ดิอาร์คลงมาเช่นกัน ทริสเทนเข้าใจความรู้สึกขัดแย้งภายในใจนั่นดี เธอเคยมีมันมาก่อน ตอนที่พ่อจะถูกประหาร ใจหนึ่งเธออยากให้เขาตายไปซะ ให้สาสมกับสิ่งที่ทำ แต่อีกใจ เธอก็รักพ่อจริงๆ และเสียใจอย่างที่สุดที่ต้องเสียเขาไป เสียใจที่เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว



ทริสเทนสอดมือเข้าไปจับมือเขาไว้อีกครั้ง หลังจากครั้งแรกที่เขาไม่มีท่าทางรังเกียจที่เธอไปแตะต้องตัวเขา เธอจึงคิดว่า เธอน่าจะพอทำอะไรแบบนี้ได้ เบลลามีบีบมือเธอแน่น



“อยากออกไปจากตรงนี้ไหม?” เธอเอ่ยถามเขาเบาๆ



“ไปกันเถอะ” เบลลามีดึงเธอให้เดินตาม “ฉันเพิ่งสังเกต...” เขาพูดขึ้นมาเมื่อพวกเขาเดินกันไปได้ครึ่งทาง “เธอเห็นออกเทเวียไหม?”



“ไม่เห็นนะ” ทริสเทนส่ายหน้า “แต่ เบลลามี นั่นออกเทเวีย เธอคงจะเดินเล่นอยู่ไหนสักแห่ง”



“แต่มันนานมากแล้วนะ ที่ฉันไม่เห็นเธอ” เบลลามีบอก



“ให้คลาร์กช่วยหาดีไหม?” ทริสเทนเสนอ เบลลามียังไม่ทันห้าม มือของทริสเทนก็หลุดไปจากมือเขา ชายหนุ่มมองเธอวิ่งย้อนกลับไปอย่างรวดเร็ว อะไรๆก็คลาร์ก เรียกหาแต่คลาร์ก จะเป็นทาสรับใช้เจ้าหญิงไปอีกคนแล้วหรือไง เบลลามีหงุดหงิดขึ้นมา เธอทำราวกับว่าเขาไม่สามารถจัดการอะไรเองได้ นั่นน้องสาวเขา เขาไม่จำเป็นต้องการให้ใครมาช่วย โดยเฉพาะคลาร์ก กับเพื่อนแสนดีของเธอ



เบลลามีก้าวเท้ายาวๆกลับไปที่เต็นท์ เขาจะออกไปตามหาออกเทเวียเอง เขาวางแผนอยู่แล้วว่าจะไปซะให้พ้นจากค่าย ถ้าดิอาร์ควางแผนจะลงมาที่โลก เขาจะพาออกเทเวียไป ไปกันแค่สองคน



ทริสเทน



ชื่อนั้นผุดเข้ามาในหัวเขา และทำให้รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก เบลลามียังมีเป้ของทริสเทนที่เธอจัดเอาไว้แล้วอยู่ในเต็นท์ แต่เขาต้องการของเพิ่ม อย่างพวกอาวุธไว้ใช้ล่าอาหาร เขาปิดกระเป๋า เอาขึ้นสะพายบ่า ทันทีที่เขาเจอออกเทเวีย ก็จะพาน้องออกจากค่ายไปเลย



ทริสเทน



ออกไปจากหัวฉันเว้ย นังโรคจิต เขาตะโกนในใจ หันขวับไปยังทางออกจากเต็นท์ แต่แล้วคนที่ทำให้เขาหงุดหงิดก็แหวกม่านเข้ามาเสียก่อน



“คลาร์กให้คนช่วยกันหาแล้วนะ... นายจะ...” เธอหยุดพูด มองเป้บนหลังเขา “นายจะเป็นไหน” ใบหน้าขาวนวลนั่นถอดซีด ทำให้ดูซีดเข้าไปใหญ่ “นายจะไปไหน” เธอถามอีกที เสียงเริ่มสั่น ยืนนิ่งขวางทางออกเอาไว้ ราวกับเธอ ผู้หญิงคนหนึ่งจะหยุดเขาไว้ได้



“เธอก็ได้ยินแล้ว” เบลลามีบอก “ฉันยิงสมุหนายก เธอคิดว่าฉันจะได้รับการให้อภัยโทษเหมือนกับพวกเธอหรอ ไม่มีทางหรอก ฉันไม่เหมือนเธอ ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว”



“ไม่” ทริสเทนส่ายหน้า



“หลีกไป ทริสเทน” เบลลามีออกคำสั่ง



“ไม่” เธอส่ายหน้า แล้วก้มศีรษะลง ท่าทางดื้อดึง “ถ้านายจะไป” เธอพูดเสียงเบา จากนั้นก็เงยหน้ามองเขา ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว “ฉันจะไปกับนาย”



เป็นอีกครั้งที่หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ ทริสเทนยืนนิ่ง ตัวลีบเล็ก ดวงตามุ่งมั่น และคราวนี้เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หลบสายตาเขา เบลลามีจ้องเธอนาน เขารู้สึกว่ากระเป๋าเป้เลื่อนหลุดจากไหล่ ร่วงลงไปกองกับพื้น เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าไปหาเธอ ใช้แขนข้างหนึ่งรวบเอวเธอเข้าหา ร่างผอมสูงของเธอตกลงสู่อ้อมแขนเขา มืออีกข้างดึงลำคอของเธอให้ขยับเข้ามา เธอเงยหน้า เหมือนจะรอคอยเขาอยู่แล้ว เบลลามีมองเปลือกตาของเธอที่ปิดลงเบาๆ ก่อนจะจูบเธอ



ชายหนุ่มเลื่อนมือขึ้นมาจับกรามของเธอ บังคับให้เปิดปากโดยที่ไม่จำเป็นต้องบังคับ เธอพร้อมที่จะตอบสนองเขาทุกอย่าง ลิ้นของเขาซุกไซ้เข้าไปในโพรงปากอ่อนนุ่ม ระหว่างที่เขากำลังเพลิดเพลินอยู่กับริมฝีปากคู่นั้น มือก็เริ่มไล้ลงไปที่เอว เธอผอมมากเลยจริงๆ ผอมเสียจนเขารู้สึกถึงกระดูกแถวสะโพก เบลลามีล้วงมือเข้าไปใต้เสื้อ ผิวหนังของเธอเย็นเฉียบ เธอสั่นสะท้านเมื่อเขาสัมผัส การหายใจติดขัด เขาถอนริมฝีปากออกครู่หนึ่ง



“พยายามหายใจทางจมูกสิ” เบลลามีสอน ใบหน้าของพวกเขายังชิดใกล้กัน เขาขยับริมฝีปากเข้าไป สัมผัสริมฝีปากเธอ หยอกล้อเธอ ขบกัดเบาๆ เขาได้ยินเสียงหัวใจเธอเต้นแรง เบลลามีล้วงมือสูงขึ้น ลูบไล้ไปตามไขสันหลังของเธอจนถึงสายบรา ผ้าบางๆแค่นั้น เขาออกแรงกระชากนิดเดียวก็ขาดได้แล้ว



ทริสเทนหอบหายใจ เขาหวังว่าเธอคงไม่หัวใจวายไปซะก่อนหรอกนะ เบลลามีขยับเข้าไป จูบอีกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่า เขาไม่รู้ว่าจูบเธอไปกี่ครั้ง เขาเกือบจะถอดเสื้อเธอออกทางศีรษะอยู่แล้ว แต่มือของเธอเลื่อนมาหยุดเขา ทริสเทนก้าวถอยหลัง ใบหน้าแสดงความสับสน



“ขะ ขอโทษ” ทริสเทนพูดขึ้น “แต่ว่า ฉันไม่...” เธอพูดตะกุกตะกัก ทริสเทนไม่เคยทำเรื่องนั้นมาก่อน เธอชอบที่เขาจูบเธอ ชอบมากด้วย มันเหนือความคาดหมายไปไกลโข แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกดีอย่างมากเลย ถ้าจะให้ไปไกลถึงขนาด... ทำอย่างนั้น เธอไม่รู้ว่าควรทำยังไง และก็เกิดความรู้สึกกลัวขึ้นมา เธอเงยหน้ามองเบลลามีแวบหนึ่ง เหมือนเขาจะอารมณ์เสีย เธอจึงรีบก้มหน้างุด



“เธอจะไปกับฉันหรอ?” เบลลามีถาม ซึ่งเธอรีบพยักหน้า “รู้ไหมว่ามันหมายถึงอะไร?” เธอสบตาเขาแวบหนึ่ง แล้วก็ไม่ตอบ “ข้างนอกนั่น มีอะไรบ้างก็ไม่รู้ ฉันไม่สามารถ ฉันอาจจะดูแลเธอไม่ได้ตลอด ทั้งเธอ ทั้งออกเทเวียในเวลาเดียวกัน ถ้าเกิดฉันต้องเลือก ฉันจะเลือกออกเทเวียก่อนเธอ แน่ใจหรอว่าอยากเจออะไรแบบนั้น แต่ที่นี่ อย่างน้อยก็ปลอดภัย คลาร์ก หรือ ฟินน์ จะปกป้องทุกคน รวมทั้งเธอด้วย”



“ฉันจะไป” ทริสเทนบอก “ถ้า...” เธอจ้องเขา “ถ้านายให้ฉันไปด้วย”



ถ้าเพื่อความสะดวก และคล่องตัวในการตามหาออกเทเวีย เบลลามีรู้ว่าเขาควรตอบว่า ไม่แต่เขากลับเอาแต่คิดถึงจูบนั่น จูบหลายต่อหลายครั้งที่เกิดขึ้น คิดถึงร่างอุ่นๆของเธอเมื่อคืน เขานอนกอดผู้หญิงมาก็มาก ตั้งแต่ลงมาโลก ไม่มีคืนไหนที่เขาจะนอนตามลำพัง แต่ผู้หญิงพวกนั้นไม่เหมือนทริสเทน ไม่มีอะไรเหมือนเลย พวกนั้นแค่เข้ามา เพื่อนอนกับเขาก็เท่านั้น



แต่ทริสเทนรักเขา



“ไปกับฉัน”



เบลลามีรู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูด ไม่ใช่คำชวน ไม่ใช่คำสั่ง แต่มันเหมือนคำขอร้องเสียมากกว่า
















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #15 fatee28 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 11:15

    สนุกอะ > <
    #15
    0
  2. #14 . martis™ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 01:32

    เรื่องนี้ไรต์จะอัพต่อไหมคะ รอติดตามอยู่น้าาาาาาา
    #14
    0
  3. #7 the lovely roser (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 01:03
    แงงงชอบมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #7
    0
  4. #3 alexandrite1 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 20:28
    แพ้ใจตัวเองจนได้นะเบลลามี่~ แหมมม ชอบทริสเทนจริงๆก็บอกมาเถอะ~
    #3
    1
    • #3-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 7)
      4 พฤศจิกายน 2560 / 12:37
      น่าจะชอบแล้วมั้ง
      #3-1