Psychopath + Rebel [Bellamy Blake] The 100 FIC

ตอนที่ 6 : Feeling

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    26 ต.ค. 60




Psychopath and Rebel

Chapter 6: Feeling

 

            ทริสเทนตัดสินใจแล้ว เธอจะไปจากที่นี่เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเบลลามี เขาไม่ต้องการเธอ ไม่เคยต้องการ เขาเกลียดแม้แต่จะหายใจในที่เดียวกัน ดังนั้นเธอจะไป คราวนี้เธอยอมแพ้แล้ว ยอมแล้วทุกอย่าง หญิงสาวร้องไห้ แม้แต่ตอนยัดถุงโปรตีน กับอุปกรณ์ต่างๆที่เธอหามาได้ และคิดว่าต้องใช้ลงกระเป๋าทั้งหมด เธอร้องไห้ตอนที่ยกเป้สะพายพาดบ่า ร้องไห้ตอนที่เดินย่ำออกไปในป่า เธอจะไม่กลับมาแล้ว เธอให้คำมั่นกับตัวเอง เธอจะไปให้พ้น จะไม่รบกวนเขาอีกแล้ว



            ทริสเทนเริ่มสงบมากขึ้น เมื่อเดินลึกเข้าไปและถูกรายล้อมด้วยต้นไม้ เธอคิดว่าเธอเอาอุปกรณ์มาพร้อมทุกอย่าง น่าจะใช้ชีวิตอยู่ได้ ก็จนกว่าจะตายนั่นแหละ และเธอไม่รู้ว่าตัวเองจะตายเมื่อไหร่ อาจจะพรุ่งนี้ก็ได้ แต่เธอไม่สนอะไรแล้ว เธอไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง ตัวคนเดียว ไม่มีครอบครัว ไม่มีใครมาห่วงใย ไม่เคยมีอยู่แล้วตั้งแต่แรก ความมืดเริ่มโรยตัวลงมาอย่างรวดเร็ว เธอหากิ่งไม้ท่อนใหญ่ จุดไฟที่ปลายไม้ ทำเป็นคบเพลิง เธอต้องหาที่เหมาะๆสำหรับซุกหัวนอนก่อนในคืนนี้ อันที่จริง ถ้ำนั่นก็ไม่เลว แต่... การกลับไปตรงนั้น ทำให้เธอต้องคิดถึงเบลลามีอีก หญิงสาวจึงคิดว่าเลี่ยงดีกว่า



            เสียงสวบสาบดังขึ้นใกล้ตัว ทำให้เธอเหลียวมองขวับ และเจอคนที่ไม่คาดว่าจะเจอ ชาร์ล็อตเด็กหญิงควรจะอยู่กับคลาร์กและฟินน์ไม่ใช่หรือ?



            “มาทำอะไรตรงนี้ ชาร์ล็อต คลาร์กล่ะ?” ทริสเทนถามด้วยความงุนงง



            ชาร์ล็อตไม่ตอบ เธอหันหลังวิ่งหนี และทางที่เธอวิ่งไป เป็นทางกลับค่าย เท่านั้นทริสเทนก็พอจะรู้ว่าชาร์ล็อตจะทำอะไร “เดี๋ยวก่อน ชาร์ล็อต เธอกลับไปตอนนี้ไม่ได้นะ” พวกเมอร์ฟี่กำลังตามล่าเด็กหญิง และคงฆ่าทิ้งทันทีที่เจอ “ชาร์ล็อต อย่าทำอะไรโง่ๆ” แต่ชาร์ล็อตไม่ฟังเสียง เธอวิ่งหนีจากทริสเทนท่าเดียว ทำให้หญิงสาวจำเป็นต้องตามไป ให้มันได้อย่างนี้สิ เธอคิดอย่างอารมณ์เสีย แล้วทันใดเธอก็ได้ยินเสียงชาร์ล็อต ร้องอยู่ข้างหน้านั่น



            “ชาร์ล็อต!!” ทริสเทนตะโกนเรียก รีบวิ่งตามไป เห็นชาร์ล็อตพยายามสะบัดตัวออกจาก... เบลลามี



            “ปล่อยหนู เบลลามี” ชาร์ล็อตร้อง “หนูต้องไป”



            “ไม่ ชาร์ล็อต ฟังนะ” เบลลามีพูด แล้วตอนนั้นเองที่เขาเหลือบเห็นทริสเทนอยู่ด้านหลังชาร์ล็อต “ฉันจะไม่ทิ้งเธอ ชาร์ล็อต อย่าให้พวกเขาเจอเธอเด็ดขาด”



            “เมอร์ฟี่!!!! หนูอยู่ทางนี้” ชาร์ล็อตตะโกนไป



            ไม่ได้การแล้ว ทริสเทนได้ยินเสียงฝีเท้า เห็นแสงคบเพลิง กำลังตรงเข้ามา เธอวิ่งไปคว้าตัวชาร์ล็อตให้วิ่งตาม เธอพยายามสลัดออก แต่ทริสเทนมือเหนียวยิ่งกว่ากาว เธอจับเด็กหญิงไว้แน่น เบลลามีตามมา แต่แล้วพวกเมอร์ฟี่ก็ตามมาทัน พวกเขารุมเบลลามี แล้วแย่งตัวชาร์ล็อตไปจากทริสเทนจนได้



            “ปล่อยเธอนะ!” ทริสเทนวิ่งดาหน้าเข้าไป เงื้อหมัด แต่แล้วเมอร์ฟี่ก็เข้ามาขวาง เขาผลักเธอล้มจ้ำเบ้า



            “พวกนายสู้เราไม่ได้หรอก ส่งตัวเธอมา” เมอร์ฟี่บอก เบลลามีจับตัวชาร์ล็อตไว้ได้ พวกเขาก้าวถอยหลัง และทริสเทนเพิ่งเห็นว่าด้านหลังของพวกเขาเป็นหน้าผาชัน



            “เฮ้!” นั่นเป็นเสียงของคลาร์ก เธอกับฟินน์วิ่งตามมาจนเจอพวกเขาได้ “ใจเย็นก่อน เมอร์ฟี่”



            “ฉันเบื่อจะเย็นแล้ว ส่งนังนั่นมา” เมอร์ฟี่ตวาด และเนื่องจากทริสเทนล้มอยู่ใกล้เขาพอดี ทำให้เขาดึงตัวเธอขึ้น ล็อคคอไว้ และเอามีดจิ้มมาที่คอหอยของเธอ “ส่งนังเด็กนั่นมา หรือจะให้เชือดคออีนี่”



            “ไม่!!!” ชาร์ล็อตกรีดร้อง “อย่าทำร้ายเธอ”



            “ชาร์ล็อต ไม่เป็นไร” ทริสเทนรีบบอก “เธอจะปลอดภัย ฉันไม่เป็นไรหรอก”



            “พูดได้ดี” เมอร์ฟี่แสยะยิ้ม “ตกลงว่าอีนังโรคจิตนี่จะยอมตายแทนหวะ” เขากดมีดลึกเข้ามา



            “ปล่อยเธอ เมอร์ฟี่” ฟินน์บอก ทำท่าเหมือนจะบุกเข้าไปหา เมอร์ฟี่จึงหันตัวไป และบังคับทริสเทนหันตายด้วย เขาขยับมีดเฉือนผิวหนังเธอให้ดูเป็นตัวอย่าง ทริสเทนไม่ได้ร้อง เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามไม่ร้องเพื่อให้เมอร์ฟี่ได้ใจ



            “อย่า! ได้โปรด หยุดเถอะ” ชาร์ล็อตบอก เธอสลัดตัวออกจากเบลลามี และเดินถอยหลังไปริมผา



            “ชาร์ล็อต ไม่ อย่านะ เดินกลับเข้ามา” ทริสเทนเรียก เบลลามีจะก้าวเข้าไปหาชาร์ล็อต แต่เด็กหญิงก้าวขาอีกข้างไปยังความว่างเปล่า



            “เมอร์ฟี่ อย่าทำแบบนี้เลย” คลาร์กขอร้อง



            “หนูปล่อยให้ใครถูกทำร้ายเพราะหนูไม่ได้อีกแล้ว” ชาร์ล็อตพูดทั้งน้ำตา



            “ไม่” ทริสเทนร้อง “ไม่นะ ชาร์ล็อต” เด็กหญิงก้าวขาอีกข้างตามไป ร่างของเธอร่วงหล่นไปต่อหน้าต่อตาหญิงสาว เมอร์ฟี่คลายแขนที่ล็อคเธอไว้ ทำให้เธอสามารถวิ่งไปที่ริมผาได้



            เบลลามีเพิ่งจะเข้าใจตอนนี้ว่าทำไมใครๆเรียกทริสเทน เมอร์เรย์ว่าคนบ้า เสียงกรีดร้องของเธอไม่ธรรมดา เธอกรีดร้อง ขณะมองร่างของชาร์ล็อตร่วงหายไป กรีดร้องเสียงดังที่สุด วังเวงที่สุด กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งเหมือนใจแตกเป็นเสี่ยงไปแล้ว เขาก็ไม่รู้ทำไมทริสเทนเป็นห่วงชาร์ล็อตมากขนาดนั้น ตั้งแต่ตอนอยู่ในถ้ำ ทริสเทนก็เป็นคนปลอบเด็กผู้หญิงคนนั้น เบลลามีทนไม่ไหวอีกแล้ว ไอ้บ้านั่น สมควรตาย เขาหันไปหาเมอร์ฟี่ ปล่อยหมัดซัดเข้าไปเต็มหน้าจนอีกฝ่ายล้มลง เขายังไม่สาแก่ใจ เพราะมัน เพราะมัน เพราะมันคนเดียว เด็กคนนั้นฆ่าตัวตาย และทริสเทน... ความรู้สึกผิดทั้งหมดของเธอเกิดขึ้นก็เพราะมัน



            “เบลลามี อย่า! นายจะฆ่าเขานะ” เขาได้ยินเสียงคลาร์กดังมาจากที่ไกลๆ ขณะที่ฟินน์เข้ามาดึงตัวเขาออกไป เบลลามีจึงเพิ่งเห็นว่าเขาซัดเมอร์ฟี่ไปยับเยินขนาดไหน



            “ปล่อยฉัน มันสมควรแล้ว มันสมควรตาย” เบลลามีตะโกน



            “เราจะไม่ตัดสินว่าใครอยู่หรือตายทั้งนั้น” คลาร์กบอก “นายเห็นหรือยัง เราต้องมีกฎ”



            “ใครจะตั้งกฎล่ะ เธอหรอ?” เบลลามีถาม “แล้วจะเอาไงกับมัน พามันกลับไป แล้วเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอ?”



            “ไม่” คลาร์กส่ายหน้า “เราจะเนรเทศเขาออกไป”



            เบลลามีพยักหน้า เขาเดินไปดึงตัวเมอร์ฟี่ขึ้นมา “ถ้าฉันจับได้ว่าแกแอบเข้าใกล้ค่าย เราจะกลับมาที่นี่ และฉันจะโยนแกลงไปเอง เข้าใจไหม” เขากระชากเมอร์ฟี่ทิ้งลงพื้นที่ตะเกียกตะกายออกไปให้พ้นจากเบลลามีแทบจะทันที “ส่วนพวกนายสี่คน” เขาหันไปมองแก็งค์เมอร์ฟี่ “เลือกเอาเองว่าจะฟังคำสั่งฉัน หรือไปตายกับมัน ก็เชิญ” แก็งค์เมอร์ฟี่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก



            “กลับกันเถอะ” ฟินน์สะกิดคลาร์ก ก่อนเขาก็เข้าไปหาทริสเทส “ทริส เราควรกลับกันได้แล้วนะ เป็นอะไรหรือเปล่า” เบลลามีนึกขึ้นมาได้ทันที เขาหันกลับไปดู หญิงสาวคนนั้นยังนั่งที่เดิม จ้องมองลงไปยังความมืดมิดของผา ร่างของชาร์ล็อตคงจะแหลกเหลวอยู่เบื้องล่างนั่น



            “เบลลามี” คลาร์กเรียกเขา



            “ว่าไง”



            “ฉันว่ามีนายคนเดียวที่น่าจะดูแลทริสได้ตอนนี้นะ” ไม่รู้อะไรทำให้คลาร์กคิดแบบนั้น เธอเดินเข้าไปหาฟินน์ จับมือเขา พยักเพยิดมาทางเบลลามี ฟินน์เข้าใจสิ่งที่คลาร์กจะสื่อทันที แล้วเดินตามหญิงสาวไป เมื่อไม่มีใครอยู่แถวนั้นแล้ว เบลลามีจึงเดินเข้าไปหาทริสเทน เขาเพิ่งสังเกตเห็นกระเป๋าเป้ที่เธอติดตัวมาด้วย เธอถอดมันออกจากไหล่อยู่ไม่ไกลจากตัวนัก เขานั่งยองๆ หยิบกระเป๋าขึ้นมาดู เปิดออก เห็นอุปกรณ์ยังชีพมากมายอยู่ข้างใน และเขาก็เข้าใจทันทีว่าเธอตัดสินใจจะทำอะไร เธอจะออกจากค่าย และไม่กลับมาอีก ทั้งหมดเพราะเขา เพราะเขาพูดจาร้ายกาจกับเธอ และเมื่อชาร์ล็อตตายไปเพราะพยายามปกป้องเธออีก มันมากเกินกว่าเธอจะรับไหว



            ในขณะนั้น เขามองใบหน้าเหม่อลอยสติหลุดของเธอ เห็นแก้มเนียนใสเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เบลลามีจึงคิดขึ้นมาได้เป็นครั้งแรกว่า ทริสเทน เมอร์เรย์ ไม่มีอะไรเหมือนกับพ่อของเธอเลย ทริสเทนไม่มีทางเป็นฆาตกร และเธอไม่มีวันจะเป็น



            “ทริสเทน” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ “กลับกันเถอะ” เธอส่ายหน้า “เธออยู่ข้างนอกคนเดียวไม่ได้หรอกนะ กลับค่ายกันเถอะ เมอร์ฟี่ไปแล้ว มันจะไม่กลับมาอีก เธอปลอดภัยแล้ว”



            “แต่ชาร์ล็อต...” น้ำเสียงของเธอขาดห้วง “ชาร์ล็อต... ชาร์ล็อต ชาร์ล็อต” เธอพูดเหมือนสวดมนต์



            ดูจากสภาพแล้ว ทริสเทนไม่ลุกเดินเองแน่ๆ เบลลามีหยิบเป้ของเธอขึ้นสะพายไหล่ จากนั้นก็สอดมือเข้าไปที่ข้อพับขาของเธอ ออกแรงอุ้มเธอขึ้นจากพื้น เขาแอบเห็นดวงตาเธอเบิกกว้างก่อนมันจะกลับไปเหม่อลอยเหมือนเดิม แต่แล้วเธอก็ยกมือขึ้นขยุ้มเสื้อเขาเป็นก้อน เหมือนกับเด็กน้อย เหมือนกับที่ออกเทเวียเคยทำตอนเด็กเวลากลัวอะไรก็ตาม เบลลามีไม่ได้พูดอะไรไปตลอดทาง เขาไม่ถนัดเรื่องปลอบใจใคร แต่ก็สัมผัสได้ว่าเธอเริ่มชินกับอ้อมแขนของเขา เธอเริ่มซุกเข้ามา พิงศีรษะไว้แนบกับตำแหน่งหัวใจเขา การทำแบบนั้น ทำให้เบลลามีรู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะไป เขาได้กลิ่นเหงื่อจากผมของเธอลอยแตะจมูก กลิ่นเหงื่อก็คือกลิ่นเหงื่อ มันไม่ได้น่าอภิรมย์ แต่เขากลับรู้สึก... จะบ้าตาย เขากำลังชอบกลิ่นเหงื่อของเธอ เขาต้องประสาทแน่ๆ



            เบลลามีอุ้มเธอมาจนถึงค่าย มีสายตาอยากรู้อยากเห็นมองตามกันเป็นพรวน แต่เขาไม่สนใจ เบลลามีเดินตรงไปทางเต็นท์ จากนั้นก็วางเธอลงบนฟูกนอนของเขาเอง ทริสเทนพลิกตัว หันหลัง และนอนคู้ขดเป็นกุ้งตัวงอๆ ไหล่ของเธอสั่น เหมือนกำลังกลั้นสะอื้น นี่อาจเป็นครั้งแรกที่เบลลามีทำอะไรไม่ถูกต่อหน้าผู้หญิง ถ้าพูดอะไรบ้าง มันก็ง่ายที่จะสื่อสาร แต่ทริสเทนไม่ใช่พวกชอบพูด บอกกล่าวความรู้สึกของตน เขาไม่รู้เลยว่าเธอคิดอะไรอยู่



            “ไม่ใช่ความผิดของเธอ” เบลลามีตัดสินใจบอก เธอขยับตัวเล็กน้อยหลังจากเขาพูดจบประโยค แต่ก็ยังไม่ยอมหันมา “ฟังนะ ทริสเทน” เขานั่งลงที่ริมขอบฟูก “เรื่องเมื่อกลางวัน ที่ฉันพูด” เขาหยุดไปครู่ใหญ่ ความเงียบครอบงำพวกเขาไว้หลายอึดใจ



            “เอาเป็นว่า ต่อไปนี้ ฉันจะพยายาม ไม่เอาพ่อเธอ มารวมกับตัวเธอ”



            เธอจะไม่พูดอะไรเลยหรือไงนะ เขาเพิ่งบอกว่า เขาจะไม่เกลียดเธอแท้ๆ ยัยโรคจิตเลิกเป็นโรคจิตแล้วหรือไง เบลลามีเฝ้ารอ แล้วสักพัก ทริสเทนก็ลุกขึ้นนั่ง หันมามองเขา แล้วก็ก้มหลบสายตา เธออ้าปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แล้วก็เงียบตามเดิม



            “อย่าทำตัวน่ารำคาญได้ไหม อยากพูดอะไรก็พูดสิ” เบลลามีว่าเข้าให้



            “คือว่า” เสียงของเธอแผ่วเบา จนเขาแทบไม่ได้ยิน “ฉันไม่อยากเป็นตัวปัญหาแล้ว” เธอระเบิดน้ำตาออกมาอีกรอบจนเบลลามีตกใจ เธอมองหน้าเขา แล้วก็หลับตา เพื่อปล่อยให้น้ำตาไหลลงมา



            “นี่!” เขาตะโกนเสียงดัง เขาจะไม่ปลอบหรอกนะ เขาปลอบใครเป็นที่ไหน “ก็พูดอยู่เนี่ยว่าเธอไม่ผิด คิดว่าเสียใจเรื่องชาร์ล็อตคนเดียวหรือไง ไหนเธอเคยบอกให้ชาร์ล็อตเข้มแข็ง แล้วนี่อะไร? มีปัญญาไปพูดแบบนั้นได้ไง ถ้าเธออ่อนแอขนาดนี้น่ะ”



            ทริสเทนเช็ดน้ำตา เบลลามีมองมือขาวๆสองข้างของเธอที่ยกขึ้นปาดไปบนแก้มแดงๆ จมูกของเธอก็แดง ดวงตาบวมเป่ง ริมฝีปากก็แดง เหมือนกับใบหน้าของเธอเจือระเรื่อด้วยสีแดงเป็นย่อมๆ ทำไมเวลาร้องไห้ นังโรคจิต มันน่ามองนักวะ? เขาไม่เข้าใจตัวเองเลย



            เวรเอ๊ย เวร เบลลามี!!



            เบลลามีดึงตัวเธอเข้ามา ร่างของหญิงสาวถลาเข้าปะทะตัวเขา เบลลามีเห็นแววตาตกใจของเธอ เขาไม่ปล่อยให้เธอได้ทำอะไร หรือขยับไปไหน เขาประคองแก้มเธอไว้ด้วยมือสองข้าง ทำไมแก้มนิ่มขนาดนี้ เนียนใสแล้วยิ่งนิ่มอีก เขาเพิ่งเห็นว่าดวงตาของเธอไม่ใช่สีดำซะทีเดียว มันเหมือนสีน้ำตาลเข้มมากๆต่างหาก เขาไม่คิดอะไรอีกแล้ว ไม่สนแล้วว่าพ่อจะเป็นใคร เคยทำอะไรไว้ ต่อให้ต้องรู้สึกผิดต่อแม่หลังจากนี้ แต่เขาห้ามความต้องการตอนนี้ไม่ได้



            เขาจูบเธอ ไม่ใช่จูบที่แผ่วโยน อ่อนหวานแต่อย่างใด มันไม่ใช่สไตล์เขา เบลลามีบดขยี้ริมฝีปากนั้นอย่างหมั่นเขี้ยว ดึงตัวเธอให้แนบชิด ได้กลิ่นเหงื่ออ่อนๆที่เขาพึงใจ จมูกเขาเบียดอยู่กับจมูกของเธอ ได้ยินเสียงหายใจติดขัด เหมือนเธอไม่ทันตั้งตัว ด้วยความตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เธอหายใจไม่ทัน ในนาทีนั้น สมองของเขาลืมทุกความเกลียดที่เคยรู้สึก ความชิงชัง ความขยะแขยง เขาลืมสิ้น ในหัวเขามีแต่ริมฝีปากของเธอ เบลลามีเกี่ยวกระหวัดลิ้นของเธอ บุกรุกเข้าไปอย่างชำนาญ



            เมื่อเขาถอนริมฝีปากออกเพื่อพักหายใจ ก็ได้ยินเสียงเธอหายใจเฮือกเหมือนขาดอากาศอย่างเพียงพอมานาน ใบหน้าเธอแดงแปร๊ด และกำลังจะขยับหนี แต่เบลลามีดึงเธอไว้ จับใบหน้าเธอในมือทั้งสองข้าง เขาเอนศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะบุกรุกริมฝีปากเธอเป็นรอบที่สอง ที่หยุดเมื่อครู่ เป็นการหยุดเพื่อให้เธอได้พักหายใจก็เท่านั้น ริมฝีปากของเธอนุ่มนิ่ม ให้รสชาติในแบบที่เขาอธิบายไม่ถูก แต่ก็ชอบ



            ทริสเทนรู้สึกหัวสมองว่างโล่ง แทบไม่เหลืออะไรเลยนอกจากซากอากาศ นี่เป็นจูบแรกในชีวิตเธอ และคนจูบก็คือเบลลามี ถ้าเมื่อสามวันก่อน มีคนมาบอกว่าเบลลามีจะจูบเธอล่ะก็ เธอต้องหาว่าคนนั้นอยากล้อเลียนเธอเล่นแน่ๆ แต่เธอไม่เข้าใจเลย



            เมื่อกลางวัน เขาเพิ่งพูดจาร้ายกาจกับเธอไปหยกๆ แต่มาตอนนี้ ทริสเทนหัวหมุน รู้สึกเบลอไปหมด เหมือนมีดาวนับล้านดวงระเบิดภายในร่างเธอ



            “นอนซะ” เขาสั่งง่ายๆ เมื่อปล่อยเธอเป็นอิสระแล้ว “ฉันจะออกไปดูความเรียบร้อยหน่อย”



            “อืม” เธอรู้สึกลำคอแห้งผาก เกินกว่าจะส่งเสียงอะไรได้ด้วยซ้ำ ดวงตาของเธอยังจ้องไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอย



            “นอนซะ ทริสเทน” เขาผลักศีรษะเธอเบาๆ แล้วก็ลุกออกไปอย่างรวดเร็ว



            หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย เธอล้มตัวลงนอน ซุกอยู่กับผ้าห่ม และเริ่มได้กลิ่นคุ้นๆโชยมาจากหมอนและผ้าห่ม กลิ่นกายของเบลลามี อ้อ ฉันอยู่ในเต็นท์ของเบลลามี เธอเพิ่งรู้สึกตัว ทริสเทนพลิกตัว สูดกลิ่นจากหมอนของเขา เธอรู้สึกผ่อนคลาย กล้ามเนื้อที่เกร็งเริ่มคลายลง เธอคงเข้าสู่ห้วงนิทราได้ไม่ยากแล้ว



            บางที เขาอาจจูบเธอ เพื่อให้เธอลืมเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นวันนี้ก็ได้







            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #13 . martis™ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 01:24

    ฮื่อออออออ เขาจูบกันแล้วค่ะแม่
    #13
    0
  2. #10 G.mm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 23:48

    อยากจะหวีดดังๆเลยค่ะ ทำไมพี่เบลคอ่อนโยนขนาดเน้!!!!!!

    #10
    0
  3. #2 alexandrite1 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 09:28
    แหมมมม เบลลามี่ ชอบทริสก็บอกมาเถอะ ฮือออ เขินอะ เขินแทนทริส///-///
    #2
    2
    • #2-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 6)
      26 ตุลาคม 2560 / 09:32
      เบลจะค่อยๆ โป๊ะแตก ออกมามากขึ้นเรื่อยๆ
      #2-1