Psychopath + Rebel [Bellamy Blake] The 100 FIC

ตอนที่ 4 : HATE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    16 ต.ค. 60




Psychopath and Rebel




Chapter 4 : HATE



           

            พวกเขาช่วยกันแบกศพอะตอมกลับค่าย  เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เขาต้องจบชีวิตลงเพราะหมอกพิษนั่น กว่าหมอกจะจาง ก็เป็นเวลามืดแล้ว พวกเขาพบอะตอมนอนอย่างทรมานอยู่ไม่ห่างจากถ้ำที่เบลลามี ทริสเทน และชาร์ล็อตซ่อนอยู่ คลาร์กเดินมาพบพวกเขา และช่วยให้อะตอมไปอย่างสงบและไม่ทรมาน ทริสเทนยอมรับเลยว่าคลาร์กช่างเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง เธอสามารถใช้มีดสั้นของเบลลามีจบชีวิตของคนๆหนึ่งด้วยมือของเธอเอง เพื่อให้คนนั้นพ้นจากความทรมาน

 

 

            ออกเทเวียวิ่งออกมาจากซากยาน เพื่อดูศพคนตาย เบลลามีพยายามจะหยุดไว้ เพราะรู้ว่าออกเทเวียกับอะตอมมีใจให้กันอยู่ และสิ่งสุดท้ายที่เขาอยากให้น้องสาวเห็นบนโลกบนนี้ก็คือศพของอะตอมนี่แหละ

 

 

            “ออกเทเวีย” เบลลามีจะวางมือลงบนไหล่ของน้องสาว เมื่อเธอเปิดผ้าออกดูใบหน้าของศพ ไหล่นั่นสั่นน้อยๆ แต่เธอก็สะบัดออกจากเบลลามีเหมือนไม่ต้องการใครปลอบใจทั้งนั้น

 

 

            “อย่า” เธอลุกขึ้นยืน จ้องเขม็งอย่างต้องการคำอธิบาย

 

 

            “ไม่มีอะไรที่ฉันทำได้” เบลลามีบอก

 

 

            “หรอ?” ออกเทเวียพูดอย่างไม่เชื่อ เบลลามีทำท่าจะเดินเข้าไปหา แต่เธอหันขวับ เร่งฝีเท้าเดินออกไป ทริสเทนสังเกตเห็นเขาถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะหันไปหาเมอร์ฟี่

 

 

            “ที่นี่เรียบร้อยดีไหม?” เขาถาม และเมอร์ฟี่พยักหน้า “แจสเปอร์ล่ะ?”

 

 

            “ยังครวญครางอยู่ ฉันพยายามฆ่ามัน แต่ยัยประสาทน้องสาวนายไม่ยอมให้ทำ”

 

 

            สิ่งที่เกิดขึ้นหลังเมอร์ฟี่พูดจบประโยค ทำเอาคนรอบข้าง รวมถึงทริสเทนงงเป็นไก่ตาแตก เบลลามีคว้าคอเสื้อของเมอร์ฟี่ ทำท่าเหมือนจะต่อยหน้าอยู่แล้ว

 

 

            “แกว่าไงนะ?” เบลลามีกัดฟัน

 

 

            เมอร์ฟี่นิ่งอึ้งไป แล้วรีบแก้คำพูดใหม่ “น้อง สาว นาย”

 

 

            “เออ! มีคำอะไรที่อยากจะเรียกเธออีกไหม?” เบลลามีผลักอกเมอร์ฟี่ออกห่าง

 

 

            “ไม่มี” เมอร์ฟี่เหมือนจะหน้าถอดสีไปเลยทีเดียว เบลลามีเดินผ่านเขาไป ทริสเทนยังยืนจ้องเมอร์ฟี่อยู่อย่างลืมตัวไปเลย จนเขาสังเกตเห็น “มองหาอะไร อีโรคจิต” เขาเขวี้ยงมีดสั้นเข้ามา และมันผ่านแก้มเธอไปอย่างเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะปักอยู่บนต้นไม้ข้างหลัง “ขืนมาเสือกจ้องฉันอีก คราวหน้าจะไม่พลาด”

 

 

            ทริสเทนรีบหันหลัง เดินออกไปอย่างเร็วที่สุด โทสะของเบลลามีที่เรียกว่าเลวร้าย อาจเทียบไม่ได้กับเมอร์ฟี่ หญิงสาวแวะไปหาชาร์ล็อตเพื่อดูว่าสบายดีหรือเปล่า เด็กหญิงค่อนข้างหิว แต่โดยรวมแล้ว สภาพจิตใจของเธอดีขึ้น ดวงตามีแววมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยดี ทริสเทนก็อยากเข้าไปในซากยานเต็มแก่ เธออยากให้คลาร์กช่วยดูแผลให้หน่อย เธอรู้สึกเจ็บๆยังไงไม่รู้

 

 

            หญิงสาวกำลังเดินลัดผ่านต้นไม้ใหญ่มืดๆ เพื่อย่นระยะทางกลับไปยังซากยาน ตอนแรกเธอเห็นแค่เมอร์ฟี่เดินตรงเข้ามาด้านหน้า ทริสเทนจึงก้มหน้าลง พยายามเลี่ยงสายตา แต่แล้วเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของหลัง แก็งค์เมอร์ฟี่ล้อมเธอไว้เสียแล้ว เธอหันซ้าย หันขวา พวกเขาต่างกันทางเธอไว้ ไม่ให้เดินออกไปจากมุมมืดนี่ได้ ทริสเทนเริ่มกลัว พวกเขาขยับเข้าใกล้มากขึ้น พยายามแตะต้องตัวเธอ

 

 

            “กลัวอะไรเล่า?” เมอร์ฟี่ถาม “เธอกระสันอยากได้ผู้ชายนักไม่ใช่หรอ? ฉันกำลังจะสนองเธอนี่ไง จะได้สมหวังก่อนตายไง ดีไหมล่ะ”

 

 

            “อย่า...” ทริสเทนพูดได้แค่นั้น เธอพยายามจะวิ่งหนี แต่ใครคนหนึ่งล็อคตัวเธอไว้ จับแขนเธอไพล่ไว้ด้านหลังอย่างแน่นหน้า “นายทำแบบนี้ทำไม?” เธอไม่เข้าใจเลย เธอไปทำอะไรให้เมอร์ฟี่ ทำไมเขาต้องคอยจ้องทำร้ายเธออยู่เรื่อย

 

 

            “ก็แค่หมั่นไส้” เมอร์ฟี่ยักไหล่ “และอยากหาเรื่องสนุกๆ อีกอย่าง เธอก็สวยดี” สายตาของเขาโลมเลียไปทั่วร่างเธอ ทำให้ทริสเทนรู้สึกคลื่นไส้ เธอไม่เคย... ไม่เคยทำเรื่องอย่างนั้นมาก่อน และตอนนี้เธอกำลังกลัว กลัวสุดขีดเลย เธอรู้ว่าเมอร์ฟี่เป็นพวกโรคจิต ไร้ความปรานี เธอต้องทำอะไรสักอย่าง แต่อะไรล่ะ? หญิงสาวคิดไม่ออก ความกลัวครอบงำเธอ

 

 

            เมอร์ฟี่เดินเข้ามาจนประชิดตัว ทริสเทนกัดริมฝีปาก เธอไม่กรีดร้อง ไม่เคยร้อง เขายื่นมือมาวางแถวเอว เลิกเสื้อเธอขึ้น และหญิงสาวก็คิดได้ตอนนั้นเอง ทริสเทนกระทืบเท้าคนที่จับตัวเธอไว้เต็มแรง อารามตกใจและความเจ็บอย่างกะทันหัน ทำให้เขามือ เธอใช้จังหวะนั้นเงื้อหมัดชกหน้าเมอร์ฟี่ ผู้ชายอีกสองคนที่ตั้งหลักได้รีบเข้ามาจับเธอไว้ ทริสเทนดิ้น ทั้งสะบัด ทั้งเตะขาไปข้างหน้า แล้วเมอร์ฟี่ก็ใช้ไม้เด็ด เขาจิกมือลงบนแผลที่ไหล่ของเธออย่างแรง คราวนี้ทริสเทนร้องด้วยความเจ็บปวด เธอหยุดดิ้นแทบจะทันที

 

 

            “กดไว้” เมอร์ฟี่หันไปบอกกับคนที่จับเธอไว้ ผู้ชายอีกคนยื่นมือมากดไหล่เธอแทนเมอร์ฟี่ และจับตัวเธอนอนลง ทริสเทนพยายามดิ้นต่อ ขาเธอยังเป็นอิสระ พอจะถีบเขาได้ เมอร์ฟี่ตบหน้าเธอฉาดใหญ่ จนหญิงสาวรู้สึกว่าแก้มจะต้องบวมเป่ง เขาต่อยท้องน้อยเธอ ทำให้จุกจนขยับไม่ได้ ทริสเทนรู้สึกถึงความร้อนผ่าวแถวดวงตา เธอกัดริมฝีปาก ไม่ยอมร้องไห้ จะไม่ยอมร้องเด็ดขาดเลย จะไม่ให้พวกมันได้ใจ และยินดีเพราะเห็นน้ำตาของเธอ ไม่เป็นไร... หลังจบเรื่องนี้ เธอจะไปหาหน้าผา และกระโดดลงไป ไม่ต้องจดจำเรื่องนี้อีก เธอยอมตายดีกว่า จะต้องจำเรื่องน่าอัปยศนี้ไปตลอดชีวิต

 

 

            ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยเธอก็ใส่เสื้อของเบลลามีอยู่ เธอยังได้กลิ่นอ่อนๆลอยมาจากเสื้อ อย่างน้อยก่อนที่เธอจะตาย เธอก็ยังมีโอกาสได้เห็นเขาตั้งมากมาย ดีกว่าต้องตายเพราะถูกประหารบนดิอาร์คที่เธอไม่มีโอกาสได้เจอเขาเลย เธอได้ยินเสียงขาดดังแควก เมื่อก้มลงมอง ก็เห็นว่าเมอร์ฟี่เอามีดของใครไม่รู้มาฉีกเสื้อยืดของเบลลามีออกจากตัวเธอ เสื้อขาดเป็นสองส่วน เปิดเผยบราสีดำที่เธอใส่อยู่

 

 

            ภาพเสื้อยืดของเบลลามีขาด มันยิ่งกว่าภาพที่เธอเห็นตอนยานตกเสียอีก ทริสเทนกรีดร้องด้วยความโกรธ เธอเริ่มดื้นอีกครั้งเหมือนคนบ้า ดิ้นอย่างสุดชีวิต

 

 

            “ฉันจะจับมันไม่อยู่แล้ว” ใครคนหนึ่งพูดขึ้น

 

 

            “อีบ้านี่แรงเยอะโคตรเลยหวะ โอ๊ย” ทริสเทนเพิ่งจะถีบคนหนึ่งเข้าไปเต็มๆ เธอดิ้นราวกับบ้าไปแล้ว กรีดร้องเหมือนคนบ้า ไม่สนว่ามือจะไปแปะป่าย เตะต่อยใครไปบ้าง

 

 

            “เกิดบ้าอะไรกัน!” เสียงคุ้นหู ทำให้ทริสเทนหยุดนิ่ง

 

 

            เบลลามีมองหน้าแต่ละคน เมอร์ฟี่ มิลเลอร์ และเด็กหนุ่มอีกสามคนที่เหมือนก่อนหน้านี้จะพยายามจับตัวทริสเทนเอาไว้ เขาได้ยินเสียงร้องก็เลยวิ่งมาดู อันที่จริงคนเกือบทั้งค่ายก็ได้ยิน แต่เขาบอกให้พวกนั้นอยู่ที่เดิมไว้ ไม่ต้องตามมา เบลลามีรู้สึกคุกรุ่นอยู่ในใจ มันเห็นได้ชัดเจนเลยว่าเมอร์ฟี่ทำอะไรลงไป ทริสเทนผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อยืดขาด และเธอพยายามจับมันไว้ คู้ตัว ไหล่สองข้างสั่นเทา ถึงเขาจะเกลียดเธอแค่ไหน แต่ก็อดที่จะรู้สึกสงสารขึ้นมาไม่ได้ เธอเป็นเป้าการเล่นสนุกแผลงๆของเมอร์ฟี่อีกครั้งแล้ว และครั้งนี้มันเกินไป

 

 

            “ฉันแค่จะสั่งสอนมัน ให้มันเลิกตามนาย” เมอร์ฟี่บอก

 

 

            “ด้วยการจะข่มขืนเธอเนี่ยนะ?” เบลลามีถามเสียงเย็นยะเยือก

 

 

            “ก็ดูเหมือน มันอยากได้ผู้ชายใจจะขาดนี่หว่า”

 

 

            “เธอไม่ใช่ มัน” เบลลามีพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่ากำลังโกรธ “ข้างล่างนี่ พวกเราเป็นอิสระเท่าเทียมกัน ไม่ได้หมายความว่า แกจะย่ำยีใครก็ได้ตามใจ ไสหัวไปซะ อย่าแตะต้องเธออีก อย่าไปยุ่งกับเธอ และถ้าแกยังไม่เข้าใจ ฉันจะเลิกคิดว่าแกเป็นคนที่เท่าเทียมกัน ฉันจะฆ่าแกด้วยมือฉันเอง อยากให้เป็นแบบนั้นไหมล่ะ?”

 

 

            เมอร์ฟี่จ้องหน้าเขาอย่างไม่พอใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ยอมที่จะเดินผ่านออกไป พร้อมกับเพื่อนๆอีกสี่คนเดินตามไปเป็นขบวน เบลลามีรู้สึกว่าน่าจะต่อยหน้าไปซะที แต่เขาก็เลือกที่จะสงบไว้ เขายังต้องการพันธมิตรอย่างเมอร์ฟี่ หรือมิลเลอร์

 

 

            เบลลามีหันไปมองทริสเทน เขาได้ยินเสียงสะอื้นจากตัวเธอ และเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกทำอะไรไม่ถูก เขาถนัดแต่เอ่ยปากไล่ให้เธอไปไกลๆเท่านั้น

 

 

            “เดินไหวไหม?” เขาตัดสินใจถาม

 

 

            “เสื้อนาย...” เธอสะอื้น เงยขึ้นมาหาเขา ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา “เสื้อของนาย” เธอก้มหน้าลงไปเหมือนเดิม จับเสื้อเอาไว้แน่น แล้วก็ร้องไห้หนักขึ้นอีก ราวกับเป็นเด็กที่เพิ่งทำขนมตกพื้น ตกลงว่าที่เธอร้องไห้ ไม่ใช่เพราะกลัวสิ่งที่พวกเมอร์ฟี่ทำ แต่ร้องไห้เพราะว่าเมอร์ฟี่ตัดเสื้อยืดของเขาขาด

 

 

            “จะนั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคืนหรือไง ลุกขึ้น!” เบลลามีสั่งเธอ แต่ทริสก็ยังนั่งอยู่ ร้องไห้ ยกมือขึ้นเช็ดน้ำมูก “ลุก ทริสเทน ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้” เธอไม่ยอมลุก และเหมือนไม่สนใจเสียงเขาด้วยซ้ำ เบลลามีแทบจะถอนหายใจ “ฉันยังมีเสื้ออีกสองตัว ถ้าจะเอา ก็ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้”

 

 

            ได้ผลชะงัด! ตอนแรก เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา มองอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ยอมลุกขึ้นยืน ดึงเสื้อที่ขาดเข้าหากัน บังสายบราจนมิด การกระทำนั้น ทำเอาเบลลามีเกือบจะยิ้ม นี่เธอชอบเขามากเลยจริงๆใช่ไหมเนี่ย?

 

 

            “ไม่เป็นไรใช่ไหม?” เขาถาม เธอส่ายหน้าแทบจะทันที แต่เขาสังเกตเห็นแก้มของเธอที่สีเปลี่ยนไป เธอเป็นคนผิวขาวมาก ดังนั้นรอยแดงนั่นจึงชัดเจนอยู่บนผิวแก้มของเธอ หญิงสาวเช็ดน้ำตาเงียบๆ เขาสงสัยว่าเธอจะพูดอะไรกับเขาบ้างไหม  “ขอดูแผลหน่อย” เขาดึงตัวเธอเข้ามาใกล้ๆ จับเสื้อถลกลงไป เพื่อจะได้เห็นหัวไหล่เธอชัดๆ เบลลามียกไฟฉายที่เขาถือมาด้วยส่องดู เหมือนเลือดจะซึมออกจากแผลอีกแล้ว

 

 

            “ไปหาคลาร์กกันเถอะ”

 

 

            แต่ก่อนจะไปหาคลาร์ก เขาคิดว่าควรแวะไปเอาเสื้อให้เธอใส่ซะก่อน ดังนั้นแทนที่จะตรงไปยังซากยานทันที เบลลามีพาเธอเดินไปที่เต็นท์ของเขา

 

 

            “เอ่อ ซากยานอยู่ทางนู้น” เธอทำมือชี้ๆไปอีกทาง

 

 

            “เธอคิดว่าฉันโง่หรือไง?” เบลลามีถามประชด  “อยากจะไปสภาพนั้น เพื่อตอบคำถามน่าอึดอัดใช่ไหม”

 

 

            “ไม่” เขาเห็นเธอส่ายหน้า เบลลามีแหวกม่านเข้าไปในเต็นท์ ทริสเทนเดินตามเข้ามา แล้วเขาก็รู้สึกได้ว่าเธอชะงักกึก เต็นท์ของเขาไม่ได้ว่างเปล่า นาเดีย ผู้หญิงที่เขาชอบสนุกด้วยตอนกลางคืนกำลังนอนรอท่าอยู่บนฟูก สภาพกึ่งเปลือย ใส่แค่ชั้นใน

 

 

            “เฮ้ กลับมาซะที ฉันรอตั้ง...” นาเดียก็ชะงักคำพูดไปทันทีเมื่อเห็นผู้หญิงอีกคน เธอมองเบลลามี มองทริสเทนอีกครั้ง แล้วก็มองเบลลามีอีกที “เข้าใจล่ะ ฉันไปก็ได้” นาเดียลุกขึ้นยืน ใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว มองทริส เทนอย่างยิ้มๆ “ขอให้สนุกนะ” เธอสะบัดผม แล้วก็เดินออกไปอย่างง่ายๆ

 

 

            ทริสเทนรู้สึกทำหน้าไม่ถูก ขณะที่เบลลามีเดินไปควานหาเสื้อในกองผ้าห่ม เขาหยิบตัวยับยู่ยี่ขึ้นมา เสื้อยืดสีดำ ตัวไม่ใหญ่มาก ถ้าใส่อยู่บนตัวเขาคงจะพอดีเป๊ะ  

 

 

            เบลลามีโยนเสื้อให้เธอ มันเป็นเสื้อที่เขาใส่ตอนลงมาที่นี่ครั้งแรก แต่เขาใส่ชุดการ์ดทับไว้อีกที หลังจากเธอรับเสื้อไปแล้ว เขาก็เห็นแก้มของเธอเริ่มแดง เหมือนไม่รู้จะทำยังไงกับมัน เบลลามีจึงหันหลัง เพื่อให้เวลาเธอเปลี่ยนเสื้อตามสบาย เขาได้ยินเสียงสวบสาบ เหมือนเธอกำลังถอดเสื้อตัวเก่าออก จากนั้นก็ใส่ตัวใหม่เข้าไป เขาหันกลับไปมอง แต่ดันหันไปเร็วเกิน เธอยังมาทันลดเสื้อลงมาปิดตัว เขาจึงเห็นบราของเธอ เนินอกที่ท่าทางจะนุ่มนิ่มอยู่เหนือบรา ผิวขาวเนียนบริเวณหน้าท้อง เห็นแค่แวบเดียว ก่อนเธอจะปิดมันมิดด้วยเสื้อยืดของเขา

 

 

            ทริสเทนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาแอบเห็น

 

 

            “ไปกันเถอะ” เบลลามีบอก เขารู้สึกแปลกๆ เหมือนจะร้อนผ่าวขึ้นมาแถวใบหน้า ขณะที่เดินผ่านเธอไป และเขาไม่เข้าใจเลยว่า เขาเป็นบ้าอะไรเนี่ย?

 

 

            อันที่จริง เขาจะปล่อยให้เธอไปหาคลาร์กคนเดียวก็ได้แท้ๆ แต่เขาไม่อยากเสี่ยงให้เธอต้องเดินไปไหนคนเดียวตอนมืดๆอีก เมอร์ฟี่เป็นพวกไว้ใจไม่ได้ มันอาจกลับมาหาเรื่องเธออีก โดยที่เขาไม่เข้าใจเลยว่ามันมีปัญหาอะไรกับเธอนักหนา ทริสเทนไม่ใช่ผู้หญิงที่ดูอ่อนแอสักหน่อย เธอค่อนข้างน่ากลัวด้วยซ้ำ ถ้าเธอดูอ่อนแอแล้วกลายเป็นเป้าของพวกนั้น ก็ไม่แปลกตรงไหน

 

 

            แจสเปอร์ฟื้นแล้ว นั่นเป็นอย่างแรกที่เบลลามีเห็น เมื่อปืนขึ้นไปห้องด้านบนของยาน คลาร์กยิ้มกว้างให้กับฟินน์ และออกเทเวีย

 

 

            “ดูแผลให้ยัยนี่หน่อย” เบลลามีพูดแทรกท่ามกลางความดีใจของพวกเขา

 

 

            “โอเค ได้สิ” คลาร์กตอบรับทันที

 

 

            เบลลามีนั่งมองคลาร์ก ใช้สาหร่ายแดงโปะที่แผลของทริสเทน “เธอไปโดนอะไรมาอีก ทำไมแผลมันเปิดล่ะ?” คลาร์กถาม เมื่อเห็นว่าเธอไม่ตอบ ก็ชำเลืองมองมาทางเบลลามีแทน

 

 

            “ฉันไม่เกี่ยว” เบลลามีพูดทันที

 

 

            “เขาไม่เกี่ยว” ทริสเทนพูดพร้อมกับเขาพอดี

 

 

            “โอค... เอาเป็นว่า เบลลามีไม่เกี่ยว” คลาร์กพูด ยิ้มน้อยๆบนใบหน้า “แล้ว... นายจะนั่งรอตรงนี้ จนฉันทำแผลเธอเสร็จเลยหรอ?” คลาร์กเลิกคิ้วมองเบลลามี รอยยิ้มเริ่มแฝงความนัย

 

 

            “ฉันจะไปล่ะ” เบลลามีรีบพูด เขาลุกขึ้นยืน ดวงตาสีดำมองทริสเทนเป็นรอบสุดท้าย เธอปลอดภัยดีแล้ว คลาร์กจะดูแลเธอ

 

 

            จะบ้าเว้ย เขาคิดอะไรอยู่วะ เขาไม่ได้ห่วงเธอสักหน่อย ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องห่วงลูกสาวของฆาตกร เขาเกลียดเธอ เกลียด

 

 

            เบลลามีไม่ได้รู้ตัวเลยว่า เสียงทักท้วงในใจนั้น เริ่มแผ่วเบาลงไปทุกที

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #8 LxxVxia (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 23:23

    เย้! พี่เบลคเริ่มหวันไหวกับทริสเทนแล้ววว

    #8
    0
  2. #4 whale52hz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 22:17
    เป็นตอนที่อ่านแล้วรู้สึกเสียวท้องวูบวาบอะไรเช่นนี้ ////
    #4
    0