Psychopath + Rebel [Bellamy Blake] The 100 FIC

ตอนที่ 2 : Shirt

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    14 ต.ค. 60




Psychopath and Rebel



  




Chapter 2: Shirt

 

            เบลลามี เบลคท่าทางจะสนุกสุดเหวี่ยงสำหรับคืนแรกของการอยู่บนโลก เอาละ ทริสเทน ไม่ได้ทำตามที่เขาสั่งหรอก ที่เขาสั่งให้เธอเลิกตามน่ะ เธอทำไม่ได้ แต่เธอจะพยายามทำให้มันแนบเนียนกว่าเก่า อย่างแรก เธอจะรักษาระยะห่างมากขึ้น และจะไม่ทำให้เขารู้ตัวเด็ดขาด และตอนนี้เธอก็ไม่แน่ใจว่าเธอทำถูกหรือเปล่า ตอนนี้พวกเขาทุกคนทำตัวตามอิสระอย่างที่อยากทำกันเต็มที่ หลังจากต้องอยู่ในคุกกันมาหลายปี หรือหลายเดือน หญิงสาวค่อนข้างเข้าใจว่ามันอึดอัดคับข้อง โดยเฉพาะเรื่องเซ็กส์

 

 

            และนั่นเป็นอย่างแรกที่เบลลามีทำในคืนแรกที่มาโลก เธอเห็นเขาคุยกับผู้หญิงที่เธอไม่รู้จักชื่อ แต่เธอคนนั้นฮอตเป็นบ้า ผิวสีแทนนิดๆ ผมยาวสีดำ หุ่นยั่วยวนดี จากนั้นเขาก็พาเธอเข้าไปในซากยาน ทริสเทนจินตนาการต่อเองได้ โดยไม่ต้องตามเข้าไปดูให้เห็นกันจะๆ เธอล่าถอยออกมา รู้สึกเจ็บช้ำในทรวงอกเหมือนอย่างทุกที และเลือกกลับไปที่ต้นไม้ต้นเดิม นั่งพิง มองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว แล้วก็หลับไป

 

 

            เธอตื่นขึ้นมาตอนเช้าเพราะเสียงโหวกเหวก น่าจะสายมากแล้ว เธอไม่เคยได้ตื่นเวลาใดก็ได้ที่อยากตื่นมาก่อน รู้สึกแปลกกับมันนิดหน่อย แต่ก็รู้สึกดี พวกวัยรุ่นนั่นกำลังทำบ้าอะไรไม่รู้เสียงดังชะมัด เธอลุกขึ้นยืน และเห็นเวลส์เดินออกมาจากป่า พร้อมกับเสื้อผ้าและรองเท้าบูทอยู่ในวงแขน เธอไม่คิดว่าเขาจะเดินต่อไปได้อีกนานหรอก และนั่นไง ผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งที่ชื่ออะตอม เดินไปทัก

 

 

            “เฮ้ นายได้เสื้อผ้ามาจากไหน?” อะตอมถาม

 

 

            “จากศพเด็กสองคนที่ตายตอนยานตก” เวลส์ตอบ

 

 

            “เจ๋งนี่ เอามาให้ฉัน!

 

 

            เอากันอย่างนี้เลยแฮะ ทริสเทนคิด ขณะที่เฝ้าดูต่อไป อะตอมพยายามแย่งไปจากมือเวลส์ และแน่นอนล่ะเวลส์ต้องไม่อยากให้

 

 

            “เราจะแบ่งกัน เหมือนตอนอยู่บ้าน” เวลส์ว่า

 

 

            “นายยังไม่เข้าใจเลยนี่ ลูกนายก” เบลลามีเดินออกจากซากยานตก เปลือยท่อนบน ให้ตาย! ทริสเทนรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา แต่ทั้งหมดก็จบลงแทบจะทันที เมื่อผู้หญิงที่เขาสนุกด้วยเมื่อคืนเดินตามออกมา และทำในสิ่งที่ทริสเทนแทบอยากจะตรงเข้าไป กระชากหัวนังนั่น ถลกผมกับหนังหัวออกมันตรงนั้นถ้าทำได้ แต่เธอก็ยืนตรงนี้ และเห็นการจุ๊บปากเล็กๆของเบลลามีกับผู้หญิงคนนั้น

 

 

            “ฉันว่า เบลลามี เพิ่งบอกเธอไปให้เลิกแอบตามเขาใช่ไหม?” เสียงคุ้นๆนั่นทำให้เธอเสียวสันหลังวาบ ทริสเทนหมุนตัวกลับไปมอง เมอร์ฟี่กับแก็งค์ของเขายืนอยู่ด้านหลังเธอ ทริสเทนกำหมัด เธอเตรียมตัวจะต่อกรทันที แต่พวกเขาเข้ารวบตัวเธออย่างรวดเร็ว หญิงสาวไม่ร้อง เธอไม่กรีดร้องเหมือนพวกผู้หญิงคนอื่นๆ เธอดิ้น เตะต่อย ถีบ แต่พวกเขามีกันหลายคน ใครสักคนต่อยหน้าเธอ ทำเอาเบลอ มันเกิดขึ้นเร็วมาก จากนั้นเธอก็ถูกลากออกไปกลางลาน

 

 

            “เธอนี่มันโรคจิตจริงๆใช่ไหม” เมอร์ฟี่กระซิบถามอยู่ข้างหู จับหลังคอเธอไว้อย่างแรง และกำลังกดหน้าของเธอเข้าหากองไฟที่พวกเขาจุดเอาไว้แล้ว “กระสันอยากได้เขาใจจะขาดเลยล่ะสิ แต่บอกให้นะ เขาจะไม่มีวันแตะอีลูกสาวฆาตกรที่ทำแม่เขาตายหรอกเว้ย”

 

 

            เมอร์ฟี่จะทำมันจริงๆ เขาจะทรมานเธอ จะเอาหน้าเธอแนบกองไฟ ให้ถูกไฟเผา ทริสเทนตะโกนบอกให้เขาปล่อย ขณะที่คนอื่นกำลังหัวเราะร่าอย่างสนุกสนานและบ้าคลั่ง

 

 

            “เบลลามี!” เธอได้ยินเสียงเมอร์ฟี่ตะโกนอยู่เหนือหัว “เราอยากให้ดิอาร์คคิดว่า โลกกำลังฆ่าเราใช่ไหม คงเข้าท่า ถ้ามีใครต้องทรมานสักหน่อย”

 

 

            เบลลามีรู้ว่าถ้าจะมีใครโรคจิตยิ่งกว่าทริสเทนล่ะก็ มันจะต้องเป็นเมอร์ฟี่ เขาแทบจะกดหน้าเธอลงกองไฟอยู่แล้ว เธอไม่ร้องสักแอะ ไม่มีน้ำตา เธอแค่พยายามขืนตัวเอาไว้ให้มากที่สุด จ้องเขม็งไปยังเปลวไฟที่จะฆ่าเธอได้ หรืออาจทำให้เสียโฉมในพริบตา ไม่รู้ว่าเธอแค่บ้า หรือเป็น พวกกล้าหาญ กันแน่ นี่มันเกินไป! และเขาต้องหยุดมันซะ เบลลามีกำลังจะก้าวตรงไป เพื่อดึงตัวเมอร์ฟี่ออกมา แต่เวลส์ไปถึงก่อน ผลักเมอร์ฟี่ล้มไปด้านหลัง ทริสเทนก็ล้มหงายไปเช่นกัน และเธอก็ตะเกียกตะกายออกห่างจากแก็งค์ของเมอร์ฟี่ให้มากที่สุด เบลลามีรู้สึกแปลกใจตัวเอง แทนที่เขาจะสนใจสิ่งที่กำลังเกิดกับเวลส์และเมอร์ฟี่ สายตาของเขากลับมองตามเธอไป ทริสเทนหันหลัง เดินห่างไปแทบจะทันที แผ่นหลังตั้งตรง ราวกับเธอไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้นกับเรื่องที่เกิดขึ้น

 

 

            อ้อ จริงสินะ เบลลามีนึกขึ้นได้ เขาสั่งเธอไว้ว่า อย่าให้เขาเห็นหน้าอีก เธอคงกำลังพยายามทำตามนั้น เขาคิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นล่ะนะ

 

 

            ทริสเทนเจ็บแค้น เธอแค้นจนแทบอยากจะทำอะไรก็ได้ เพื่อให้ไอ้เมอร์ฟี่นั่นตายๆไปซะ แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ หญิงสาวเดินห่างออกมา เธอไม่ต้องการให้เบลลามีเห็นหน้าเธอ เขาจะไม่เห็นเธออีก อย่างที่เขาสั่งเธอไว้ เธอเดินออกไปได้ไม่ไกล ก็เห็นพวกคลาร์กกลับเข้ามาในค่าย เธอนับจำนวนพวกเขาทันที มีหายไปหนึ่งคน และออกเทเวียก็บาดเจ็บที่ขา

 

 

            มีเรื่องบ้าอะไรเกิดขึ้นข้างนอกนั่นแน่ๆ

 

 

            ทริสเทนรู้สึกอยากรู้อยากเห็น เธอเดินตามพวกคลาร์กไปเงียบๆ หลบตามต้นไม้ กลับไปยังลานตามเดิม คลาร์กเข้าไปห้ามเวลส์ให้หยุดสู้กับเมอร์ฟี่ แต่มีหรือที่เมอร์ฟี่จะยอม เขาทำท่าจะพุ่งเข้าใส่อีก และเป็นเบลลามีที่ออกมาหยุดเขาไว้

 

 

            “ออกเทเวีย เธอเป็นอะไร?” เบลลามีตรงเข้าไปพยุงออกเทเวียที่ขาเจ็บ “แล้วไอ้แว่นนั่นอยู่ไหน?” เขาคงหมายถึงเด็กหนุ่มที่ชื่อแจสเปอร์

 

 

            “เราไปไม่ถึงเขาเวทเทอร์” คลาร์กตอบคำถาม “เราถูกจู่โจม และแจสเปอร์ถูกเอาตัวไป”

 

 

            “ปรากฏว่าเราไม่ใช่พวกเดียวที่อยู่บนโลก” ฟินน์กล่าวเสริม

 

 

            “แล้วสายรัดข้อมือของนายไปไหน?” คลาร์กเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าข้อมือของเวลส์ว่างเปล่า

 

 

            “ถามเขาสิ” เวลส์พยักเพยิดไปทางเบลลามี ใช่เลย เมื่อคืนนี้ ทริสเทนเห็นทุกอย่าง เธอแอบตามเบลลามีออกไปอย่างเงียบเชียบ เห็นเขากับแก็งค์เมอร์ฟี่บังคับเวลส์ จับตัวเขาไว้ และเอาสายรัดข้อมือออก

 

 

            “บ้าเอ๊ย” คลาร์กพูดอย่างอารมณ์เสีย “ระบบพยุงชีพที่ดิอาร์คกำลังพัง นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาส่งเรามานี่ เขาต้องการรู้ว่าโลกจะสามารถอาศัยอยู่ได้อีกไหม และเราต้องการความช่วยเหลือเพื่อสู้กับใครก็ตามข้างนอกนั่น ถ้านายเอาสายรัดออก นายจะไม่ใช่แค่ฆ่าพวกเขา แต่ฆ่าเราด้วย” สีหน้าของเธอเป็นกังวลจริงจัง และทริสเทนรู้สึกได้ถึงความกลัวจากสีหน้าของใครหลายคนที่ยืนล้อมกันอยู่

 

 

            “พวกนายแข็งแกร่งกว่าที่คิด” เบลลามีพูดขึ้นด้วยเสียงอันทรงพลังยิ่งกว่า “อย่าไปฟังเธอ เธอก็แค่พวกเจ้าหญิงโลกสวย ถ้าพวกเขาลงมา เธอจะไม่ถูกฆ่า พวกนายจะเป็นแบบเธอได้กี่คนกัน เราดูแลตัวเองได้ สายรัดนั่นทำให้พวกเราเป็นอาชญากร เราไม่ใช่อาชญากรอีกต่อไปแล้ว พวกเขาบอกจะละเว้นโทษให้พวกนาย แต่ฉันจะบอกว่าพวกนายไม่ใช่ผู้ร้าย” น้ำเสียงของเขา จังหวะการพูดของเขา ต่อให้ไม่ใช่คนที่หลงใหลเขาอยู่แล้วอย่างทริสเทน ก็ยังต้องต้องคล้อยตาม

 

 

            “พวกนายคือนักสู้ คือผู้อยู่รอด” เขาตะโกนด้วยเสียงอันดัง “คนบนโลกต้องกลัวพวกเราต่างหาก”

 

 

            ทริสเทนรู้ได้ทันทีว่าเขาชนะเจ้าหญิงคลาร์กแล้ว เมื่อฝูงชนตะโกนด้วยเสียงอันดังเห็นด้วยกับเบลลามี คลาร์กหันไปคุยอะไรบางอย่างกับพวกเพื่อนของเธอ ก่อนจะแยกตัวกัน ทริสเทนคิดว่าพวกเขาต้องทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับแจสเปอร์ที่หายไปแน่ คลาร์กเป็นพวกคนดี พวกคนดีน่ะมองออกง่ายเหมือนเวลาเราอ่านหนังสือนั่นแหละ แต่ทริสเทนก็ไม่คิดจะสนใจว่าเจ้าหญิงจะออกไปทำอะไรที่ไหน เธอมีชีวิตอยู่ที่นี่ต่อไปเพื่อเหตุผลเดียวเท่านั้น เบลลามี เบลค

 

 

            ทริสเทนเริ่มรู้สึกหิว เธอต้องหาอะไรใส่ท้องบ้าง ก่อนที่จะเป็นลมไป แต่ประเด็นคือ พวกเขาเก็บอาหารเอาไว้ในซากยาน และมันอยู่ในการดูแล ปกครอง เต็มรูปแบบของเบลลามี กับแก็งค์เมอร์ฟี่ ถ้าจะขออาหาร ก็ต้องไปขอจากพวกเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ และทริสเทนไม่คิดว่าเธอจะเข้าหน้าเมอร์ฟี่ได้ติด ยิ่งเบลลามี ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย หญิงสาวกัดริมฝีปาก บางทีเธออาจตายเพราะขาดอาหารก่อนก็เป็นได้นะเนี่ย

 

 

            เธอเคยอ่านในหนังสือว่าพวกผลไม้ตามต้นไม้น่ะกินได้ แต่ประเด็นคือ เธอไม่เห็นผลไม้ที่รู้จักอยู่แถวนี้เลยนี่สิ และความคิดที่จะออกไปข้างนอกนั่น ก็ทำให้เธอหวาดๆอยู่เล็กน้อย หลังจากได้ยินเรื่องแจสเปอร์ กับพวกกราวเดอร์สที่อยู่บนโลกมาก่อนหน้าพวกเขา

 

 

            ทริสเทนมองไปทางซากยานตก เธอถอนหายใจ เสียงท้องร้องกำลังบอกเธอเป็นนัยๆว่าเธอต้องหาอะไรใส่ลงไปเดี๋ยวนี้เลย ก่อนที่จะหิวตาย หญิงสาวเดินตรงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอเห็นเบลลามีอยู่กับออกเทเวีย บางทีเธออาจจะแค่แอบเข้าไป โดยที่เขาหรือใครๆไม่ทันสังเกต แล้วขโมยออกมา แค่พอประทังมื้อนี้ แค่นั้นก็พอ ทริสเทนเก่งเรื่องย่องอยู่แล้ว เธอมั่นใจที่สุดในเรื่องนี้เลย หญิงสาวกำลังจะย่องเข้าไปอยู่แล้ว แต่เห็นคลาร์กเดินเข้าไปคุยกับเบลลามีเสียก่อน

 

 

            คลาร์ก คุยกับ เบลลามี ? นั่นเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ความสงสัยมีอำนาจเหนือความหิวของเธอเสียอีก ทริสเทนเปลี่ยนทิศทางการเดิน เธอวิ่งอ้อมไปทางต้นไม้ด้านหลังกลุ่มของพวกเขา และเงี่ยหูฟัง

 

 

            “ได้ยินว่านายมีปืน” เธอได้ยินคลาร์กพูด “ดี งั้นตามฉันมา”

 

 

            “แล้วทำไมฉันต้องไป” เบลลามีถาม

 

 

            ทริสเทนไม่ได้ฟังส่วนที่เหลือของการสนทนา ความรู้สึกวิงเวียนเพราะความหิวกำลังโจมตีเธอแล้ว เธอไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวาน และมันกำลังฆ่าเธอทีละนิด หญิงสาวเกาะต้นไม้พยุงตัว และก็เห็นเบลลามีหันไปสั่งอะตอมให้ดูแลออกเทเวีย อย่าให้ออกไปไหน แล้วเขาก็เดินตามคลาร์ก

 

 

            ให้ตาย! พวกเขากำลังออกไปจริงๆใช่ไหมเนี่ย ออกไปตามหาแจสเปอร์ และที่สำคัญ เบลลามีก็ดันจะไปกับพวกเขาด้วย ทริสเทนกัดริมฝีปากอย่างครุ่นคิด และอันที่จริงเธอไม่จำเป็นต้องคิดให้เปลืองเวลา เธอจะไปทุกที่ ที่เบลลามีไป หญิงสาวแอบตามพวกเขาทันที เธอจะลืมเรื่องหิวไปก่อน แค่นี้ ต้องทนได้อยู่แล้ว

 

 

            ทริสเทนรู้ว่ากำลังทำตัวเหมือนพวกสตอกเกอร์โรคจิตน่ากลัวที่ไม่ยอมเลิกรา เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันนั่นละว่าทำไมอยากอยู่ใกล้เขานัก ไม่สิ ไม่ใช่แค่อยู่ใกล้ ความรู้สึกมันมากกว่านั้น... มาก เอาเป็นว่า ถ้าเกิดมีใครคิดจะยิ่งผู้ชายคนนั้นขึ้นมา เธอจะดาหน้าเข้าไปอย่างไม่ลังเล และอาจถึงขั้นยอมรับกระสุนแทนได้ เธอไม่รู้หรอก เดาตัวเองไม่ถูก

 

 

            ทริสเทนตามพวกเขาไปติดๆ แต่ก็ระมัดระวังไม่ให้พวกเขาไหวตัวได้ เธอคิดว่าเธอค้นพบสกิลส่วนตัวเข้าให้แล้ว เธอเคลื่อนไหวได้ว่องไว ประสาทสัมผัสเป็นเลิศ ดวงตาคมกริบ และเธอก็รู้ว่าพวกเขากำลังไปผิดทิศ มีรอยเท้ากลุ่มหนึ่งแยกไปอีกทาง ทั้งสองทางมีเลือดเกาะอยู่บางจุดเหมือนกัน แต่เธอสังเกตเห็นรอยลากไปตามพื้นดินที่ชัดเจนกว่า ทริสเทนไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไรดี ใจหนึ่งเธออยากตะโกนบอกพวกคลาร์ก แต่ถ้าทำอย่างนั้น เบลลามีก็จะรู้ว่าเธอตามมาที่นี่ ซึ่งเธอไม่ได้อยากให้เขารู้

 

 

            หญิงสาวตัดสินใจเดินแยกจากกลุ่มของคลาร์ก ลุยเดี่ยวเข้าไปในพงหญ้า ตามรอยเลือดหยดเล็กๆที่เริ่มมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าแจสเปอร์จะยังรอดหรือไม่ เธอไม่คิดว่าเขาจะอยู่ในสภาพดีนักหรอก ทริสเทนหยุดกึกเมื่อพ้นจากทุ่งหญ้ารกๆมาได้แล้ว เธอเห็นภาพที่น่าสยอง มีต้นไม้อยู่ไม่ไกล ตรงกลางลานโล่ง แจสเปอร์ถูกห้อยติดอยู่ด้านบน ใบหน้าซีดเซียว เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด ทริสเทนรีบวิ่งตรงเข้าไป แล้วก็ชะงักอีก เพราะพวกคลาร์กเดินตัดข้ามมาเจอเธอเข้าพอดี

 

 

            “เธอมาทำบ้าอะไรที่นี่?” เมอร์ฟี่ตะโกนถามทันที ทริสเทนไม่ได้สนใจจะตอบ เธอมองไปทางเบลลามี เขามองเธอแวบเดียว ก่อนจะเบือนไปทางอื่นอย่างไม่สนใจแทบจะทันที

 

 

            “เธอ... ทริสเทนใช่ไหม?” คลาร์กถาม ทำเอาคนถูกถามแปลกใจไปเลยว่าคนอย่างคลาร์กรู้จักเธอด้วยหรือ “เธอมาถึงนี่ได้ยังไง?”

 

 

            “แจสเปอร์น่ะ...” งานนี้คงต้องโกหกกันหน่อย “เป็นเพื่อนของฉันคนหนึ่ง เขาเคยแบ่งอาหารให้ฉันในคุก อาหารนั่นช่วยให้ฉันไม่อดตาย ตอนโดนทำโทษให้อดอาหารสามวัน ฉันก็เลยอยากช่วยเขาบ้าง” เธอก็ไม่ได้โกหกสักทีเดียวหรอก เรื่องที่แจสเปอร์เคยแบ่งอาหารให้ แต่เรื่องที่เป็นเพื่อนน่ะ เธอโกหก เธอแทบไม่เคยคุยกับแจสเปอร์เลย เธอหลบหน้าเขามากกว่า รู้สึกอับอายที่เขาต้องแบ่งอาหารให้เธอ

 

 

            ทริสเทนพูดจบก็เดินเข้าไปหาต้นไม้นั่นก่อนคนแรก เธอรู้สึกได้ว่ามีคนเดินตามมาข้างหลัง ดวงตาของเธอเงยขึ้นมองแจสเปอร์ เขาถูกตรึงอยู่กับต้นไม้ ผิวซีดเซียว มีเลือดเกรอะกรังอยู่บนแผล เป็นภาพที่เห็นแล้วไม่สบายใจเอาซะเลย เธอเดินเข้าไปโดยไม่ทันมอง รู้สึกตัวต่อมาอีกที ร่างก็ร่วงลงไปในหลุม วินาทีหนึ่ง เธอคิดว่าจะหล่นลงไปถูกไม้หลาวเสียบกลางตัวเสียแล้ว แต่ก็มีแรงรั้ง ดึงแขนข้างหนึ่งของเธอไว้ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองผู้ช่วยชีวิตเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด

 

 

            เบลลามี เบลค จับแขนเธอแน่น ดวงตาสีดำสนิทจ้องเธอ เขาเพิ่งช่วยชีวิตเธอไว้สดๆร้อนๆ

 

 

            “เร็ว ช่วยกันดึงเธอขึ้นมา” ทริสเทนไม่รู้ว่าใครพูดประโยคนั้น ฟินน์กับเวลส์ตรงเข้ามาช่วยเบลลามีดึงตัวหญิงสาวขึ้นไป เบลลามียังจับแขนเธอแน่น แม้ว่าตอนนี้เธอจะอยู่บนพื้นดินแล้วก็ตาม แต่หลังจากนั้นเขาก็ดึงมือกลับไปอย่างไม่ไยดีตามเดิม

 

 

            “ขอบคุณ” ทริสเทนก้มหน้า พูดอุบอิบในคอ

 

 

            คลาร์กเริ่มขอให้ฟินน์ปีนขึ้นไปช่วยแจสเปอร์ลงมา และส่งให้เมอร์ฟี่ขึ้นไปด้วย ทริสเทนสังเกตเห็นเมอร์ฟี่มองเบลลามีอย่างขอความเห็น ชายหนุ่มพยักหน้านิดเดียว แค่นิดเดียวจริงๆ แล้วเมอร์ฟี่ก็ยอมปีนต้นไม้ตามฟินน์ขึ้นไป

 

 

            คนแรกที่รู้สึกว่ามีอะไรเคลื่อนไหวในพงหญ้าก็คือเบลลามี ชายหนุ่มก้าวถอยหลัง คลาร์กกับเวลส์ต่างมองเข้าไปในพงหญ้าเป็นตาเดียว อะไรบางอย่างเดินย่องอยู่ ทำเสียงสวบสาบ ทริสเทนจ้องตาแทบถลน เพื่อมองหามัน มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

 

 

            “เบลลามี ปืน!” คลาร์กร้อง เบลลามียกมือขึ้นไปที่ขอบกางเกงของเขาทันที แต่ปืนไม่อยู่ตรงขอบกางเกงแล้ว เขาเบิกตาโต ในพริบตาที่สัตว์ตัวนั้นกระโดดออกจากพงหญ้า ทริสเทนก็ไม่หยุดคิด เธอเอาตัวเข้าบังเบลลามี ทำให้สัตว์ตัวใหญ่เหมือนเสือสีดำนั่นพุ่งเข้าใส่เธอเต็มรัก คมเขี้ยวของมันถากหัวไหล่ ทำเอาเสื้อยืดของเธอขาด ให้ตาย ฉันมีเสื้ออยู่ตัวเดียวด้วยสิ หญิงสาวคิด ขณะถูกสัตว์ประหลาดล้มทับ เธอได้ยินเสียงปืนสี่ หรืออาจจะ ห้านัด เธอไม่แน่ใจ และมันก็นอนตายทับอยู่บนตัวเธอ

 

 

            “เป็นอะไรไหม?” ทริสเทนได้ยินเสียงคลาร์กถามทันที หลังจากเวลส์ และเบลลามีช่วยกันลากสัตว์ตัวนั้นออกไปจากเธอแล้ว “แผลลึกอยู่เหมือนกัน เราควรรีบกลับค่ายแล้วล่ะ เธอเดินไหวไหม?”

 

 

            “คิดว่าไหว” ทริสเทนตอบเสียงแหบ เธอชำเลืองมองไหล่ด้านซ้ายของตัวเอง รอยกรงเล็บสัตว์เป็นทางยาวอยู่ตรงนั้น เลือดไหลอย่างต่อเนื่อง เสื้อยืดของเธอขาดเป็นรอยริ้ว มีความเป็นไปได้ว่าไม่น่าจะใช้การได้อีก นอกซะจาก จะมีใครบังเอิญเอาเข็มกับด้ายติดมือลงมาโลกด้วย ให้ตาย นี่เธอคิดถึงแต่เรื่องเสื้อได้ยังไง ทั้งที่เจ็บจะบ้าตายอยู่นี่ พวกเขาทั้งหมดกลับมาถึงค่ายได้อย่างไรไม่รู้ ทุกอย่างเบลอไปหมดสำหรับทริสเทน แต่ที่รู้ๆ เบลลามีลากซากสัตว์ตัวนั้นกลับมาด้วย เมื่อพวกเขามาถึง เขาก็โยนซากสัตว์ลงไป และบอกว่านี่คืออาหารเย็น ผู้คนทั้งหมดต่างโห่ร้องอย่างยินดีและขอบคุณ

 

 

            “มาทางนี้เถอะ ฉันจะทำแผลให้” คลาร์กดึงตัวทริสเทนเข้าไปในซากยาน เวลส์กับฟินน์ช่วยกันแบกตัวแจสเปอร์เข้าไป เท่าที่เห็น เขาอาการไม่ดีเอาเสียเลยจริงๆ

 

 

            คลาร์กจัดการล้างแผลให้เธอ เนื่องจากพวกเขาไม่มียาชาที่จะช่วยบรรเทาความเจ็บได้ ไม่มียาฆ่าเชื้อ คลาร์กจำเป็นต้องใช้หินร้อนนาบแผลให้กับเธอ เอาละ มันเจ็บมาก เจ็บจนอยากจะดิ้นตายมันตรงนั้นเลย แต่เธอก็กัดริมฝีปากไม่ร้องออกมาสักแอะ

 

 

            “เธอควรนอนพักนะ” คลาร์กบอก ก่อนจะหันไปหาแจสเปอร์ที่นอนรอความช่วยเหลืออยู่

 

 

            ทริสเทนคงไม่นอนหรอก เธอหิว และอยากออกไปหาอะไรกิน อย่างน้อยไอ้ตัวบ้าที่สร้างแผลให้เธอ ก็ขอให้เนื้อมันอร่อยละกัน เธอได้ยินพวกเขาตั้งแคมป์ไฟกันข้างนอก หญิงสาวจึงเดินออกไป

 

 

            “ใครอยากได้อาหาร ต้องเอาสายรัดออกเว้ย” ทริสเทนได้ยินเสียงเมอร์ฟี่ตะโกน และเธอก็เห็นคนมากมายที่ยืนรอต่อแถว ยอมให้เอาสายรัดข้อมือออก เพื่อขออาหารไปประทังชีวิต หญิงสาวถอนหายใจ เธอไม่คิดว่าตัวเองเห็นด้วยกับมาตรการนี้ของเบลลามี ระหว่างที่มองคนเหล่านั้นยอมแลกเพื่ออาหารเพียงหนึ่งมื้อ เธอทรุดตัวลงนั่งบนพื้นเหล็กทางเข้ายาน มองดูเปลวไฟที่ลุกโชติช่วง ดมกลิ่นเนื้อย่างที่ลอยมาตามลม เธอจะมีสิทธิ์ไปขออาหารไหมนะ?

 

 

            “กินซะ” เสียงนั้นทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมอง ชายหนุ่มร่างสูงยืนอยู่ด้านข้าง และยื่นเนื้อย่างชิ้นโตมาให้ ทริสเทนกระพริบตามองเบลลามี เหมือนไม่เคยเห็นเขามาก่อน “จะกินไหม?” เขาถามอย่างรำคาญ

 

 

            “กินๆ” เธอพยักหน้าหงึกหงัก รีบรับชิ้นเนื้อร้อนๆไปไว้ในมือ

 

 

            เบลลามีมองเธอ ทริสเทนกำลังเป่าเนื้อย่างเบาๆ ก่อนจะกัดคำแรก ท่าทางเธอจะหิวมากทีเดียว เพราะเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วก็กัดอีกคำ อีกคำ อีกคำ ไปเรื่อยๆ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นยังติดอยู่ในใจเขา ทริสเทนตั้งใจเอาตัวเองเข้ามาบัง ทั้งที่สัตว์ตัวนั้นกำลังพุ่งเข้ามา เขาไม่เข้าใจเลยว่าเธอทำไปเพื่ออะไร ดวงตาสีดำเลื่อนมองลงไปยังหัวไหล่ที่มีผ้าพันแผลโปะ เสื้อยืดที่ขาดแหว่ง เธอต้องใช้วิธีผูกมันเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้เนื้อหนังเปิดเผย



            ทริสเทนเงยหน้ามองเขาเมื่อเธอกินเนื้อไปได้ครึ่งหนึ่ง นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ขอบคุณเลย หญิงสาวกำลังอ้าปากจะพูด ก็พอดีกับที่เขายกมือขึ้นจับชายเสื้อยืดสีคราม ดึงออกทางศีรษะและยื่นมาให้

 

 

            “เอาไปใส่แทนตัวเก่า” เขาพูดแค่นั้น โยนเสื้อใส่ตักเธอ แล้วก็หันหลัง เดินหายไปในฝูงคนอย่างรวดเร็ว











Let me TALK :

เรื่องนี้เขียนไว้ตั้งแต่ปีก่อน หรืออาจจะสอง-สามปีก่อน ไม่แน่ใจเท่าไหร่เรื่องช่วงเวลา เขียนไว้อ่านคนเดียวค่ะ เพราะฉะนั้น มันอาจจะเต็มไปด้วยคำพูดคำจา ฉาก ที่แบบว่า เอิ่ม แบบ ติดเรท อ่ะ (โดยเฉพาะช่วงหลังๆนู่น)


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #32 m.ppmm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2564 / 00:08
    ทำไมเธอชอบเค้าขนาดนั้นน
    #32
    0
  2. #27 amahcnas (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 01:02
    ฉากถอดเสื้อ รู้สึกฮอตจังเลยค่ะ
    #27
    0
  3. #24 SOOORA (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 01:23
    แหมะ... สุดท้ายก็สนใจน้องอยู่หน่อยๆ ใช่มั้ยล้าาาา #เรื่องคำที่แบบ..เอิ่ม นี่ เราไม่ซีค่ะ ติดจะชื่นชอบด้วยยย >___<
    #24
    0