Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 7 : Forget the princess; find the wolf because she can eat you better. [Red Riding Hood AU]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,044
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    17 ม.ค. 60



Red Riding Hood AU

Inspiration : Little Red Riding Hood - Brother Grimes

                    An American Werewolf in Paris (1997)

                    Out of the wood MV - Taylor Swift 

Warning : Explicit contents, sexual tension, dirty talk, slice of BDSM, Stockholmes Syndrome, If you're a good girl and under 18, please don't read this.

Chapter : 3 / IDK









Forget the princess; find the wolf because she can eat you better. [Red Riding Hood AU]



            เบนไม่เคยคิดว่าเขาจะเจอใครหรือตัวอะไรที่เขาจะเกลียดได้มากเท่านี้ เขาอาจเคยเกลียดอาร์มิเทจ แต่นั่นมันก่อนที่จะเห็นน้ำตาแสดงความเสียใจ กับการไม่ยอมห่างจากเจสที่นอนซม ทำให้เขารู้สึกดีกับผู้ชายคนนั้นขึ้นมาหน่อย แต่กับผู้หญิงคนนี้ หมาป่าตัวนี้ หรือจะอะไรก็ช่าง เขาไม่รู้ว่าเธอมันตัวบ้าบออะไรกันแน่ เขาเกลียด รังเกียจ ขยะแขยง เกลียดคำพูดคำจาของเธอที่ไม่มีความสำรวม เกลียดการกระทำของเธอที่เข้าหาผู้ชายอย่างโจ่งแจ้ง และที่เกลียดที่สุดก็คือ ตัวเขาเอง ร่างกายของเขาเองที่ไม่ยอมเชื่อฟังสมอง ไม่มีสติ ทุกครั้งที่เธอสัมผัส ไม่ว่าจะแบบหยอกล้อ เย้าแหย่ จริงจัง หรือรุนแรง เขาต้านทานไม่ได้ ร่างกายจะตอบสนองเธอโดยอัตโนมัติ อยู่นอกเหนือการควบคุม



            เบนคิดถึงเจส เป็นห่วงเธอ เขาพยายามขอร้อง อ้อนวอน และยอมกระทั่งบอกกับหมาป่าว่า เขาจะยอมให้กินโดยดี ไม่ขัดขืนอีก ขอแค่ให้เขาได้กลับไป วันเดียวก็ได้ ให้เขานำสมุนไพรกลับไปให้มาซต้มยา หมาป่าหัวเราะน้อยๆเหมือนเป็นเรื่องตลกขบขัน หัวเราะอย่างน่าหมั่นไส้และน่าโมโหที่สุด



            “นายไม่มีสิทธิ์ขัดขืนฉันได้อยู่แล้ว ทำไมฉันจะต้องปล่อยให้นายกลับไปหาเจ้าหญิงของนายด้วยล่ะ” เธอยิ้มมุมปาก ในมือถือมีดพกหมุนเล่นไปมา ก่อนจะกดปลายมีดลงที่คอหอยของเขาอย่างข่มขู่ “ลืมเจ้าหญิงของนายซะ” เธอบอก โน้มตัวลงเข้าใกล้ เขาสัมผัสถึงลมหายใจที่รดอยู่แถวใบหู “เธอไม่มีวันทำให้นายครางได้เสียงดังเท่าที่ฉันทำหรอก”



          “ทุกคนจะตามหาฉัน ทุกคน แล้วแกจะถูกฆ่าตาย” เบนได้แต่กัดฟันอย่างเจ็บแค้น



          “ไม่มีใครทำอะไรฉันได้” เธอพูดอย่างมั่นใจ ยิ้มเยาะ “นายอยากจะฆ่าฉันมากสินะ”



          “ใครถูกหมาป่าโรคจิตจับขังไว้ ก็ต้องคิดแบบนี้ทั้งนั้น” เขาเบือนหน้าหนี เมื่อเธอพยายามจะกัดริมฝีปากของเขาอย่างหมั่นเขี้ยว



          “จริงหรอ” เธอเล่นหูเล่นตา ดวงตาเป็นประกายพราวระยับราวกับรู้ไปซะทุกอย่าง มองทะลุปรุโปร่งไปถึงความจริงในใจของเบน “งั้นวันนี้เราจะเล่นอะไรกันดี บอกซิ เด็กน้อย อยากให้นายหญิงทำอะไร เอ...นายหงุดหงิดหรือเปล่า ที่ฉันเอาแต่หยอกเล่น ไม่ทำอะไรนายจริงๆซะที”



          เบนหลับตาแน่น ปัดความทรงจำน่าละอายที่เกิดขึ้นให้พ้นจากสมอง เพราะหลังจากนั้น เธอก็ทำจริงๆ ไม่ได้ถึงขั้นมีความสัมพันธ์แบบที่สามีภรรยาทำกันในคืนแรกของการแต่งงาน เขาเดาว่าเธอพยายามให้เขาคงความบริสุทธิ์ไว้ อาจเป็นเรื่องของรสชาติหรืออะไรประมาณนั้น เธออยากให้เขาอร่อยที่สุดเมื่อถึงเวลาที่จะต้องกิน แต่สิ่งที่เธอทำกับเขาวันนั้น ทำให้ประสบการณ์ของเขาในช่วงวัยรุ่นที่ผ่านมา กลายเป็นเรื่องของเด็กอมมือไปเลย



            ของเล่น นั่นล่ะคือสิ่งที่เขาเป็น แค่ของเล่นยามเบื่อ เอาไว้ปลดปล่อยอารมณ์ของเธอ หมาป่าไม่ชอบให้เขาเรียกเธอว่า หมาป่า แต่บังคับให้เรียกว่า นายหญิง ซึ่งมันกระดากปาก เขินอาย กระอักกระอ่วน ถ้าเขาไม่ทำตาม เธอจะบอกว่าเขาเป็น เด็กไม่ดี และลงโทษ เขาไม่รู้ว่าเธอไปหาแส้ตีม้า เทียนไข และมีดพกมาจากไหน ทุกครั้ง มันเจ็บ แต่เธอก็จะหาวิธีทดแทนด้วยการทำให้เขาต้องส่งเสียงครางอย่างหยุดตัวเองไม่ได้ทุกที



            เธอยังลามโซ่เขาไว้กับเตียง เขาเดินก้าวไปไม่ไกลเกินสิบก้าว โซ่ก็จะรั้งขา เขาพยายามหาอะไรมางัดแล้ว แต่ไม่สำเร็จ และเมื่อเธอจับได้ว่าเขาพยายามจะงัดมันด้วยอุปกรณ์ต่างๆ เธอก็ลงโทษเขาอีก บอกว่าความพยายามของเขามันเปล่าประโยชน์ โซ่ไม่มีวันหลุดได้ จนกว่าเธอจะต้องการให้มันหลุด เบนจึงเข้าใจตอนนั้นว่าทำไมไม่เห็นรูกุญแจ เธอใช้เวทมนตร์ขังเขาเอาไว้นี่เอง



            ช่วงเวลาที่เบนอายที่สุดคือตอนเธอพาไปอาบน้ำ เธอบอกว่าจะพาเขาไปที่ลำธารวันเว้นวัน ครั้งแรกนั้นเบนรู้สึกดีที่ได้ออกไปข้างนอกบ้าง ทว่าทันทีที่ไปถึงลำธาร เธอสั่งให้เขาอาบน้ำ ขณะที่เธอนั่งมองอยู่บนโขดหิน ยิ้มกริ่ม เยาะเย้ย ราวกับเขาเป็น... เป็นโสเภณี เป็นทาส ที่เธอจะสั่งอะไรก็ได้ และถ้าขัดขืน เธอจะลงโทษ เบนทั้งอับอาย ทั้งโกรธ ยืนจ้องหน้าเธออย่างเคียดแค้น ไม่มีอะไรจะหยามศักดิ์ศรีไปมากกว่านี้แล้ว เธอยิ้มอีก ก่อนจะเอื้อนเอ่ย



               “จะอายทำไม ฉันเห็นนายหมดทั้งตัวแล้ว



                นั่นควรจะเป็นคำพูดของผู้หญิงหรอ เธอมันไม่ใช่ผู้หญิง ไม่ใช่มนุษย์ที่เจริญแล้ว แต่เป็นสัตว์ ปีศาจ ตัวประหลาด เบนถอดเสื้อก่อน ตามด้วยกางเกง เขาตัวสั่นเมื่อเหลือบเห็นสายตาของหมาป่า หิวกระหายชัดเจน เหมือนอยากจะกระโจนเข้าใส่ ฉีกเขาเป็นชิ้น และกลืนกินเขาทั้งตัว เบนรีบลงน้ำ  เขากำลังพยายามผ่อนคลาย ปล่อยให้น้ำในลำธารชำระล้างความรู้สึกแย่ๆตลอดสัปดาห์นรกที่ทนอยู่กับหมาป่า มืออุ่นแตะบนบ่า หมุนตัวเขาให้หันหลังกลับ เบนกำลังมองเข้าไปในดวงตาของเธอ หมาป่าแช่อยู่ในน้ำทั้งตัว ผิวขาวเนียนมีน้ำเกาะพราว เธอไม่ได้สวมอะไรเลยแม้แต่ชิ้นเดียว เบนไม่เคยเห็นผู้หญิงเปลือย ไม่เคยเห็นเธอโดยไร้เสื้อผ้า ที่ผ่านมา มีแต่เธอถอดเสื้อผ้าเขา เขาไม่เคยมีสิทธิ์จะยกมือแตะเธอ เบนกลั้นหายใจ เธอเบียดร่างเข้าแนบชิด เนินอกพ้นเหนือน้ำ เบนไม่รู้จะเอาตาตัวเองไปมองตรงไหน เขาหน้าแดง ร้อนจัด ทำอะไรไม่ถูก



                  เธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์อย่างมาก เขายอมรับกับตัวเอง ถ้าเธอไม่ใช่นางมารร้าย ไม่ใช่ปีศาจหมาป่าที่อยากจะจับเขากิน เขาอาจจะแอบชอบเธอ อาจจะแอบฝันกลางวันถึงเธอ เบนเริ่มสงสัยว่าจะเป็นยังไง ถ้าเธอเป็นแค่เด็กสาวธรรมดา น่ารัก เรียบร้อย ได้รับการอบรมอย่างดี  เขาก้มลงมองเธอ หญิงสาวตัวสั่นน้อยๆ คงเพราะหนาว เวลาที่เธอตัวสั่น ไม่ได้ส่งสายตายั่วยวน ไม่ได้ยิ้มเยาะ เธอดูธรรมดา และออกจะหน้าตาใสซื่อด้วยซ้ำ ดวงตาใสแจ๋ว สีน้ำตาลสุกใส หน้าผากกว้าง เส้นผมสีน้ำตาลเปียกลู่ ปอยผมอยู่ข้างแก้ม เขาเพิ่งสังเกตชัดว่าทั้งจมูกและริมฝีปากของเธอ ทั้งเล็ก น่ารัก เป็นสีชมพูระเรื่อ เบนเขิน เขินโดยไร้เหตุผล เป็นครั้งแรกที่เขาอยากแตะเธอโดยไม่รู้สึกรังเกียจ



                “ฉันหนาวริมฝีปากเธอสั่น อาจเพราะเธอคือหมาป่า ถึงได้ไม่ค่อยชอบน้ำ เธอยกมือสองข้างขึ้นกอดตัวเธอเอง เบนหายใจติดขัด เมื่อเห็นเนินอกของเธอถูกดันขึ้นมา



                “นายไม่หนาวบ้างเลยหรอเธอถาม เสียงหวานใสเหมือนจะแปลกใจ และทึ่งนิดๆ เอียงศีรษะน้อยๆ ให้ตาย บทจะน่ารัก ก็น่ารักจนเขาใจสั่น ไม่ได้ นี่คือหมาป่า เธอกำลังเล่นละคร เธอ... เบนเผลอกลืนน้ำลาย เขาชอบเวลาที่เธอทำตัวน่ารักแบบนี้ ชอบที่เธอมีดวงตาใสซื่อ ชอบที่เธอแค่ยืนอยู่เฉยๆ ไม่ทำท่าจะรุกราน ในนาทีนั้น เขารู้สึกเป็นครั้งแรกว่าเธอคือหญิงสาวตัวเล็กคนหนึ่ง ห่อตัวลีบเพราะไม่ชอบน้ำและอากาศเย็น เบนเอื้อมมือแตะไหล่เธอ ผิวหนังเย็น ต่างจากอุณหภูมิของเขา เบนพยายามนึกถึงสิ่งเลวร้ายที่เธอทำ ความโหดร้าย น่ารังเกียจพวกนั้น พยายามนึกขึ้นมาในหัว และบอกตัวเองว่าเขาเกลียดเธอมาก เกลียดจนอยากฆ่าให้ตาย



            “เบน” เธอกระซิบ เรียกชื่อเบาๆ ช้อนตาขึ้นมอง กระพริบตาช้าๆ ขนตางอนยาวเป็นแพอยู่เหนือนัยน์ตาใส หัวใจของชายหนุ่มเต้นแรง พยายามฉุดตัวเองกลับมายังไง ก็ทำไม่สำเร็จ ต้านทานไม่ได้ ไม่ว่าเธอจะมาในรูปแบบไหน ต่อให้เขารู้ว่าเป็นหลุมพราง เขาก็เดินตกหลุมอยู่ดี จะบ้าตาย เขาเกลียดเธอจริงๆ เบนเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เขากระแทกริมฝีปากบดเบียดขยี้ริมฝีปากเธอ ได้ยินเสียงเธอครางเล็ดลอดออกจากลำคออย่างแผ่วเบา เขาสอดลิ้นเข้าไป กลืนกินรสชาติหวานจากโพรงปากของเธอ เมื่อเขาถอนริมฝีปาก เธอก็มีสีหน้าอาลัยอาวรณ์เหมือนจะวิงวอนทางสายตาไม่ให้เขาหยุด เบนขยับไปที่ลำคอระหง ประทับรอยจูบ เลีย ขบกัด เขาขยับมือกอดร่างเธอให้แนบเข้าหา ขณะที่ไล่ริมฝีปากต่ำลงไปเรื่อยๆ ผ่านไหปลาร้า ผ่านจุดที่มีชีพจรเต้นตุบๆ จนถึงเนินอก บริเวณที่เขาแอบมองมาสักพักแล้ว ทั้งใช้มือบีบ ทั้งกัด ดูดเคล้นคลึง ทิ้งรอยเป็นจ้ำเอาไว้ เขาได้ยินเสียงหัวใจของเธอเต้นแรง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ หมาป่ามีหัวใจเหมือนกัน



            หมาป่าหัวเราะ ส่งเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ ขบขัน ทำให้เบนหยุดการกระทำทุกอย่างลงเพียงแค่นั้น เห็นสายตาเจ้าเล่ห์แบบหมาป่าวูบผ่านแววตาของเธอ “ซุกซนใช้ได้นะ เบน โซโล” เธอยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ “นายชอบผู้หญิงขี้อาย น่ารัก ช่างอ้อนแบบนี้เองหรอ ฉัน...”



            ด้วยความโมโหและหงุดหงิด เบนสะบัดหันหลัง เดินลุยขึ้นจากลำธาร ทิ้งเธอให้ยืนค้างเติ่งอยู่อย่างนั้น เธอจะไม่พอใจแน่ และอาจจะลงโทษอย่างหนักเมื่อกลับถึงกระท่อม แต่ขากลับ เธอเงียบผิดปกติ ไม่พูดไม่จา ไม่ได้ยิ้มเยาะเย้ย หรือทำอะไรทั้งนั้น แค่ดึงให้เขาเดินตาม จากที่เบนคิดว่าจะถูกลงโทษ ก็กลับไม่โดนอะไรเลย เธอนั่งอยู่หน้าเตาผิง เอามือและเท้าอังให้อุ่น เขาตามเธอไม่ทัน ไม่รู้ว่าอารมณ์ไหน เขาไม่ได้ชวนเธอคุย ไม่ยื่นบทสนทนา ในเมื่อเธอเงียบ เขาก็เงียบ คืนนั้นกลายเป็นคืนที่น่าอึดอัด ทุกทีเธอจะมานอนเบียดกับเขาบนเตียง วันนี้เธอเลือกที่จะนั่งจ้องเข้าไปในเปลวไฟ เบนมองเธออย่างไม่เข้าใจ จนในที่สุดก็ต้านทานความง่วงไม่ไหว หลับไปโดยยังมีภาพของเธอวนเวียนอยู่ในความคิด



            เช้าวันต่อมา หมาป่าไม่อยู่ เขาเจอแต่จานใส่เนื้อที่ย่างไว้แล้ว ลูกเบอร์รี่ และกระบอกน้ำที่มีน้ำอยู่เต็ม เธอวางอาหารไว้ให้ แต่ตัวหายไปไหนไม่รู้ เบนกินอาหารเช้าของเขา กินไม่หมดก็เลยตั้งใจจะเก็บไว้กินตอนเที่ยงด้วย ซึ่งป่านนั้น เธอก็คงจะกลับมาแล้ว เบนใช้เวลาช่วงเช้าหมดไปกับการฟังเสียงนกร้องเพลง เขาใช้มีดพกของหมาป่าแกะสลักท่อนฟืนเล่น แกะไปแกะมา กลายเป็นตุ๊กตาไม้รูปหมาป่า จะว่าไป นอกจากครั้งแรกที่เจอกัน เธอก็ไม่เคยแปลงร่างเป็นหมาป่าให้เขาเห็นอีกเลย ทั้งที่เธอน่าจะใช้ร่างนั้นข่มขู่เขาได้ง่ายกว่าร่างมนุษย์ของเธอเสียอีก เขาไม่เข้าใจเธอเลย การพยายามจะเข้าใจความคิดเธอ เหมือนความพยายามจะเข้าใจจักรวาล เธอน่าจะกินเขาได้แล้ว จำเป็นอะไรที่จะต้องเก็บเหยื่อไว้นานขนาดนี้



            เที่ยงแล้ว เธอยังไม่กลับ ข้างนอกฝนตก ฟ้าครึ้ม และเบนได้ยินเสียงฟ้าผ่า เธออาจจะติดฝนอยู่ตรงไหนสักแห่ง เธอไม่ชอบน้ำ ไม่ชอบอากาศเย็น คงจะแค่ไม่อยากเดินตากฝน เบนลุกจากเตียง เดินเล่น ลากโซ่ที่ข้อเท้าไปมา แล้วก็กินอาหารกลางวัน ลูกเบอร์รี่ป่าสีแดงสด อร่อยมาก เธอเก่งเรื่องพวกนี้ เก่งเรื่องล่าสัตว์ หาผลไม้ แม้ว่าเธอจะไม่กินผลไม้เลยก็ตาม แต่ผลไม้ที่เธอหามาจะอร่อย หวานฉ่ำ สุกกำลังดี ถึงเธอจะทำตัวร้ายกาจ แต่เบนมองว่า บางจุด เธอก็ใส่ใจเขาดีเหมือนกัน



            เขามองสำรวจกระท่อม เคยถามเธออยู่ครั้งหนึ่งอย่างสงสัยว่าเธอสร้างกระท่อมนี้ขึ้นเองหรือเปล่า และได้คำตอบว่า นี่เป็นกระท่อมของหมาป่าตนก่อน ไม่ใช่ของเธอ พวกเขาแวะเวียนเปลี่ยนสถานที่การออกล่าไปเรื่อยๆ ทิ้งที่ซ่อนของตัวเองไว้ให้หมาป่าตนอื่นมาใช้ต่อ เขาถามเธออีกว่าก่อนหน้านี้เธออยู่ที่ไหน เธอเล่าว่า เธออยู่ในป่าทางเหนือ ไกลจากที่นี่มาก แต่มันหนาวไป เธอไม่ชอบ ก็ย้ายลงใต้ พอดีกับที่นี่ไม่มีหมาป่ามาเพ่นพ่านนานแล้ว จึงเหมาะกับเธอ เบนก็ยังสงสัยไม่เลิก ถามต่อไปอีก อยากรู้ว่าเธอเลือกเหยื่อยังไง แล้วทำไมต้องเป็นเขาด้วย เขาต่างจากมนุษย์คนอื่นยังไงกัน



            “นายจะล้วงความลับของหมาป่าหรอ?” เธอถาม ดวงตาเป็นประกายอย่างที่เขารู้ดีว่าอะไรจะตามมา “จะจ่ายฉันยังไง เด็กน้อย อยากให้บอกความลับ ก็ต้องจ่ายแพงนะ เอาอะไรดี? นอนเปลือยให้ฉันกอด หรือว่าจะยอมให้ฉันอม...”



          “ฉันไม่อยากรู้แล้ว!” เบนพูดเสียงดังลั่นกระท่อม หน้าร้อนผ่าวเหมือนกระทะที่พร้อมทอดไข่ดาว



          พอมาคิดไตร่ตรองดูอีกที หมาป่าไม่เคยบอกเหตุผลที่แท้จริง เขาถามทีไร ก็หาเรื่องเฉไฉตลอด ยิ่งทำแบบนั้น มันก็ยิ่งน่าสงสัย ง้างปากของหมาป่า ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเสียอีก ถ้าเธอแค่จะกิน ทำไมไม่ทำให้สิ้นเรื่องสิ้นราว เขาไม่ได้อยากถูกกิน เขาแค่สงสัย ทำไมต้อง ทำเรื่องน่าอายพวกนั้น



            บ่ายคล้อย ไปสู่ยามเย็น ยังไม่มีวี่แววของเธอ เบนรู้สึกแปลกๆ เธอไม่เคยทิ้งกระท่อมไปนานเท่านี้ เขาชักกังวลอย่างบอกไม่ถูก ร่างสูงเดินกลับไปกลับมา กอดอก เริ่มกระวนกระวาย ถ้าเธอไม่กลับมาล่ะ? ก็อาจจะดีแล้วนี่ หรือว่าเธอจะถูกชาวบ้านจับตัวได้ ไม่มีทาง เธอเก่งออกขนาดนั้น แต่ถ้าเป็นจริงก็ดี พ่อกับแม่คงตามหาเขาอยู่ บางทีพวกเขาอาจเจอหมาป่าแล้วก็ได้ เบนกัดริมฝีปาก ถ้าพวกเขาฆ่าเธอล่ะ? ใช่ เธอร้ายกาจ แต่ว่า ไม่รู้สิ มีบางครั้งที่เธอเหมือนจะเป็นมนุษย์ แค่มนุษย์



            เคร้ง



            เบนรู้สึกถึงน้ำหนักที่ข้อเท้าหายไป เขาก้มลงมอง ดวงตาเบิกค้าง นิ่งอึ้งไปเลย โซ่ไม่มีวันหลุดได้ จนกว่าเธอจะต้องการให้มันหลุด แต่ตอนนี้มันนอนกองอยู่ที่พื้น ข้อเท้าของเขาเปล่าเปลือยเป็นอิสระ เบนกระพริบตาอย่างแปลกใจ หมาป่าจะปล่อยเขาหรือ? เป็นได้ยังไง เบนทำอะไรไม่ถูก รีๆรอๆ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทำให้เขาตัดสินใจพุ่งไปที่ประตู กระชากเปิดออก



            หมาป่าตัวใหญ่สีน้ำตาลสลับขาวและดำนอนขดตัวห่างจากประตูไปเกือบสิบก้าว บนพื้นที่ชื้นแฉะเพราะน้ำฝน มีสีแดงปนอยู่ เลือดไหลนองเจือจางไปกับน้ำขัง ลูกธนูสีเขียวดอกใหญ่ปักอยู่บนหลังของหมาป่า เบนวิ่งถลาเข้าไปถึงตัวเธอทันที ได้ยินเสียงครางงืดอย่างเจ็บปวด โอกาส นี่คือโอกาสไม่ใช่หรือ? เขาเป็นอิสระแล้ว แค่วิ่งออกไป เท่านี้ก็ไม่ต้องเป็นทาสของเธออีก เบนก้มลงมอง ร่างหมาป่าค่อยๆเลือนหายไป แทนที่ด้วยร่างของหญิงสาว เธอหายใจรวยริน เขาเห็นบาดแผลบนสะบักหลังชัดเจน เลือดยังไหลซึมจากบริเวณที่ธนูปักอยู่ และรอบๆแผลก็เริ่มมีลายสีเขียวขึ้นเป็นทาง ยาพิษ เบนสรุปได้ทันที เธอกำลังทรมาน ถ้าเขาวิ่งหนีไปเสีย เธอไม่มีทางตามได้ แต่เธอจะต้องตาย กำลังจะตาย



            “เบน...” เสียงเรียก เหมือนเป็นแค่เสียงหายใจที่ฟังไม่ชัด เธอเอื้อมมือมามา แตะที่เท้าของเขา มือของเธอเย็นเฉียบจนน่ากลัว “เบน” เธอเงยหน้าจากพื้นขึ้นมอง ดวงตารื้นน้ำตาอย่างเว้าวอนด้วยความกลัว ริมฝีปากไร้สีเลือด ร่างของเธอขาวซีด



            หนีสิ วิ่งไปสิ วิ่งเดี๋ยวนี้ เสียงในใจของเขาออกคำสั่ง เวรเอ๊ย เวร ไอ้โง่ ไอ้บ้า ไอ้... เบนก้มลง ออกแรงหักลูกธนูให้สั้นลง ก่อนจะอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน พาเธอกลับเข้ากระท่อมที่อุ่นสบาย เขาบรรจงวางร่างเธอลงกับเตียง ให้เธอนอนคว่ำหน้า คลี่ผ้าห่มคลุมร่างเปลือยเปล่าของเธอจนถึงเอว เขาเคยทำแผลให้พ่อบ่อย แต่แผลขนาดนี้ ไม่เคยทำมาก่อน จากสภาพผิวหนังโดยรอบที่กลายเป็นสีเขียว เขาคุกเข่าลงนั่งยองๆ แตะใบหน้าเธออย่างแผ่วเบา เรียกไม่ให้เธอหลับ



            “หมาป่า นี่ๆ” เบนส่งเสียงเรียก “อย่าหลับนะ ห้ามหลับเด็ดขาด เธอรู้สมุนไพรที่จะใช้แก้พิษไหม?”



            เธอลืมตามองเขา “นาย... นายจะช่วย?”



            “ใช่” เบนยืนยัน “บอกฉันสิ เร็วๆเข้า” เธอเปล่งเสียงอย่างยากลำบาก บอกชื่อสมุนไพรทั้งเจ็ดชนิดแก่เขา ทั้งหมดเป็นพืชที่เขารู้จักดีอยู่แล้ว และหาไม่ยาก “ฟังนะ ฉันจะรีบไปรีบมา ระหว่างนี้ อย่าหลับ เข้าใจไหม หมาป่า”



            “เรย์” เธอพูดเสียงแหบ เรย์? ไม่มีพืชชนิดไหนชื่อนี้นี่น่า “ชื่อฉัน... เด็กโง่”



            “อดทนนะ เรย์



            เรย์ เรย์ เรย์ ชื่อนั้นส่งเสียงก้องซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในโสตประสาท ระหว่างที่เขาบุกตะลุยเข้าไปในป่า ฝนตกหนักกว่าเดิม จนเรียกได้ว่าเป็นพายุลูกย่อมๆ เขาไม่มีเวลามาสงสัยว่าใครทำร้ายหมาป่าทรงพลังอย่างเธอ เขาจำได้ว่าลูกธนูที่เขาพยายามจะยิงใส่ จะตกก่อนถึงตัวเธอเสมอ บางทีเธออาจถูกจู่โจมโดยไม่ระวังตัว เบนไม่แน่ใจว่าวันนี้เธอออกไปไกลขนาดไหน หรือว่าเธอเข้าไปใกล้หมู่บ้าน ทุกคนกำลังตามหาเขาอยู่หรือเปล่า เบนยังรู้สึกโง่เง่าอยู่ดีที่ช่วยชีวิตหมาป่า พ่อกับแม่จะว่ายังไงถ้ามาเห็นเขาตอนนี้ หมาป่าฆ่าเด็กผู้หญิง ทำร้ายเจสปางตาย เป็นอย่างไรบ้าง เขายังไม่รู้ เบนไม่เข้าใจว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แต่เขาแค่ไม่อาจปล่อยเธอไว้อย่างนั้น ทั้งที่เธอร้ายกาจ โหดเหี้ยม เป็นหมาป่าน่าขยะแขยง เขาแค่ทำไม่ได้ ทิ้งเธอไม่ได้  



            เขาเสียเวลาไปมากโขกับการหาสมุนไพรให้ครบตามที่เธอบอก เมื่อกลับมาถึงกระท่อม เรย์ก็หมดสติไปเสียแล้ว ยังหายใจอยู่ แต่ก็โรยรินเต็มที เบนเร่งมือ บดสมุนไพร เป็นทั้งยาทาสมานแผล และต้มเป็นยาดื่ม เขาจัดการกับแผลของเธอระหว่างที่รอให้ยาเดือด ลูกธนูปักลึก และเมื่อดึงออก เลือดก็ไหลออกมาอีก เขาซับเลือด ใช้เหล็กร้อนจี้ปิดแผล อาจจะดีแล้วที่เธอสลบไป ไม่อย่างนั้นความเจ็บคงจะทำให้เธอทรมาน เบนโรยยาสมุนไพรรอบๆแผล ตัวเธอเย็นจัด เหงื่อออกเยอะ แสดงว่ากำลังเป็นไข้ ยาในหม้อเดือดแล้ว เขาเอาลงจากเตาผิงอย่างระมัดระวัง ตักใส่แก้วและค่อยๆกรอกลงคอเธอ



            จังหวะการหายใจของเธอดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อย แต่ตัวยังเย็นจัดจนเหมือนน้ำแข็ง เบนเติมฟืนลงในเตาผิงให้กระท่อมสว่างและอบอุ่น แต่ก็เหมือนจะช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย ผ้าห่มก็มีแค่ผืนเดียว เขากัดริมฝีปากอย่างครุ่นคิด นึกถึงคืนที่ผ่านๆมา เธอชอบขดตัวนอนเบียดและถือวิสาสะกอดเขาทุกที เขาเคยคิดว่าเธอแค่อยากกวนประสาท ทำตัวเป็นเจ้าของ และทำให้เขาหงุดหงิดเล่น พอมาคิดอีกที เหตุผลคงจะง่ายกว่าที่เขาคาดไว้ เธอแค่ขี้หนาวเท่านั้นเอง



            เบนขยับตัวเธออย่างเบามือ ให้ชิดเข้าไปด้านใน เขาล้มตัวลงนอน มองใบหน้าของเธอ ริมฝีปากยังซีดเซียว เหงื่อเป็นเม็ดอยู่บนหน้าผาก เขายกมือเช็ดออกให้



            “แม่” ริมฝีปากเธอขยับเพียงนิดเดียว เสียงแผ่วลอดออกมา เบนขยับตัวอีกครั้ง เข้าใกล้มากขึ้น เขาคิดว่าตัวเองหูฝาด นางมารร้ายจะมีมุมที่ละเมอหาแม่ด้วยหรือ? มือใหญ่ของเขาลูบศีรษะของเธอ เสยเข้าไปในเส้นผมเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ เวลานี้เธอไม่เหลือคราบหมาป่าอยู่อีกเลย



            “อย่า... อย่าทิ้งหนู”



            มือของเบนชะงักค้างอยู่บนศีรษะเธอ นิ้วยังพันอยู่ในเส้นผม เขาเห็นหยดน้ำใสร่วงผล็อยจากดวงตาที่ปิดสนิท เบนผ่อนลมหายใจ เงยหน้ามองเพดาน เขาไม่เคยถามเลยว่าเรย์อายุเท่าไหร่ ถ้าให้เดาจากรูปลักษณ์ เธอคงอยู่ในช่วงวัยของเขาพอดี อาจจะอายุน้อยกว่าเขาเสียอีก แต่การพูดจา เหมือนกับผ่านโลกมาหลายปีดีดัก เรื่องเล่าในหมู่บ้าน บอกว่าพวกหมาป่ามีชีวิตยืนยาว ย้ายที่ไปเรื่อย ไม่มีหลักแหล่ง แต่ก็ไม่เคยมีใครรู้พวกมันถือกำเนิดมาได้ยังไง พ่อบอกว่าพวกมันเคยเป็นมนุษย์ แต่ใช้เวทมนตร์ด้านมืดจนกลายเป็นสัตว์ประหลาด เขาก้มลงมองเรย์อีกครั้ง เธอเป็นแบบไหนกันนะ? อายุเท่าไหร่แล้ว อยู่อย่างโดดเดี่ยวลำพังมากี่ปี พ่อกับแม่ของเธอไปอยู่เสียที่ไหน เธอเกิดมาเป็นแบบนี้เลย หรือว่าเพราะอะไร?



            ขณะนั้น เบนมองเธอต่างไปจากที่เขาเคยมองมาตลอด ไม่ได้มองว่าเป็นแค่ผู้หญิงจอมยั่วยวนที่ต้องการให้เขาอยู่ใต้อำนาจ ไม่ได้เห็นว่าเธอเป็นหมาป่าที่ทรงพลังหรือเป็นนางมารร้ายไร้หัวใจ เขาเห็นเธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่ตัวเล็กกระจิดริดเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขา



            เบนจูบหว่างคิ้วของเธอ เพื่อให้คลายการขมวดคิ้ว เธอหายใจแรง ริมฝีปากขบกัด เธอกำลังฝันร้าย เบนกอดเธอแน่นขึ้นอีก ระวังไม่ให้แขนขยับไปโดนแผลที่สะบักหลัง เขาประทับจูบเบาๆที่ริมฝีปากของเธอ ส่งเสียงบอกให้เธอสงบลง บอกว่าเขาอยู่ตรงนี้ การหายใจเริ่มเป็นปกติ เธอซุกหาไออุ่นโดยสัญชาตญาณ ใบหน้ามุดอยู่ตรงซอกคอของเขา เบนมองเธอ กอดเธอไว้ ลูบศีรษะเธอไปด้วย



            จากหมาป่าตัวใหญ่ เก่งกล้านักหนา กลายเป็นกระต่ายน้อยไปเสียแล้ว            










Writer's talk

ถ้าอ่านๆไปแล้ว อาจรู้สึกว่า "เรย์" ยั่วเกินมนุษย์มนาไปหรือเปล่า หรือ "มียางอายบ้างไหม" ฉันวางคาแรกเตอร์ให้เป็น "หมาป่า" เพราะฉะนั้น ก็ต้องเป็นสัตว์จริงๆ และพวกสัตว์ไม่ได้มาคิดมากมายเหมือนมนุษย์ เรย์จึงเป็นอย่างที่เห็น และถ้าใครได้ดู Teen Wolf ช่วงประมาณซีซั่นสี่ (มั้งนะ ถ้าจำไม่ผิด) มีตัวละครหนึ่งค่ะ คือ Malia Tate นางเป็นหมาป่าโคโยตี อยู่ในร่างนั้นหลายปี จนไม่ชินกับการเป็นมนุษย์แล้ว พฤติกรรมก็เลยนะ... 

สำหรับตอนนี้ ฉันแอบหย่อนความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเรย์ไว้เยอะหน่อย โดยเฉพาะช่วงท้ายที่อยู่ๆก็ไม่ยอมพูด ไม่ยิ้ม ไม่ทำสายตาเจ้าเล่ห์ .... และตอนหลังสุดยอมบอกชื่ออีกต่างหาก ถือว่า ความรู้สึกพัฒนาแล้วกันนะ อีกอย่างก็คือ ตอนแรกๆเลย ในกระท่อมไม่มีจาน ไม่มีช้อน ไม่มีหม้อ แต่ตอนนี้ก็มีแล้วนะ ใครหนอไปหามาไว้ให้เบนใช้


พรุ่งนี้ ขออนุญาต งดอัพนะคะ คาดว่าจะกลับบ้านค่ำ คงเขียนไม่ทันแน่นอน 

อ่านแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง ร้องเพลงบอกกันสักนิด จะสั้นจะยาว ก็ขอบคุณมากค่ะ           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #815 Cherry Wanlada (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 16:36
    ครึ่งแรกกับครึ่งหลังเปลี่ยนอารมอย่างแรงค่ะไรท์ ครึ่งแรกร้อนแรงมวาก แต่ช่วงครึ่งหลังถือว่าพัฒนาความสัมพันธ์ไปได้เยอะเลยค่ะไรท์
    #815
    0
  2. #496 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:59
    แม่หมาป่าจอมเจ้าเล่ห์ แท้จริงก็มีมุมน่ารักเหมือนกระต่ายซ่อนอยู่ เราชอบตอนนี้นะคะ มันทำให้เห็นพัฒนาการความรู้สึกของตัวละคร ทำให้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งของแม่หมาป่าจอมเจ้าเล่ห์ที่ถือไพ่เหนือกว่า ใช้อำนาจข่มเหงตาเบนตลอด แท้จริงก็แค่เด็กสาวคนนึงที่มีอารมณ์อ่อนไหวซ่อนอยู่ภายใน จริงๆ เรย์ก็แสดงความอ่อนไหวออกมาผ่านการใส่ใจรายละเอียดของเบนตลอดนะ หาอาหารมาให้ ตัวเองไม่กินผลไม้ก็ยังเลือกผลไม้ดีๆ มาให้เบน คิดดูสิ...น่ารักมากๆ เลยนะ ตอนนี้อ่านแล้วเอ็้นดูทั้งคู่ ต่างฝ่ายต่างก็เปิดใจให้กัน ฮือออ มันดีต่อใจเหลือเกินค่ะ ดีมากๆ อยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของแม่หมาป่ามากกว่านี้ซะแล้วสิ



    ปล.เรื่องการแสดงออกของตัวละคร เราเข้าใจผู้เขียนนะคะ เราเห็นด้วยว่าน้องเป็นหมาป่า น้องไม่มีอารมณ์ความรู้สึกซับซ้อนเหมือนอย่างมนุษย์ และผู้เขียนก็พยายามชี้นำให้เห็นผ่านทางบทสนทนาระหว่างน้องกับตาเบนตลอดๆ อยู่แล้ว เราเลยไม่ได้คิดจุกจิกกับเรื่องนี้เลย อันนี้เราขอชื่นชมผู้เขียนเลยนะคะที่ใส่ใจรายละเอียดตัวละคร สุดยอดไปเลยค่ะ ยกนิ้วโป้งให้หมดเลยค่ะ!
    #496
    0
  3. #297 Audaidaj (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 18:10
    โถถถ เรย์ก้อคงผ่านโลกมามากอ่ะแหล่ะ ถึงได้โซ่แส้กุญแจมือ ซาดิสต์เบอร์นี้หมาป่าอ่ะเนอะไม่ใช่คนจะมามียางอายอะไร สัญชาติญาณมากกว่าไ
    #297
    0
  4. #44 Dandelions (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 04:51
    ดีงามสิจ้ะไรท์ แต่อ่านไปมีแต่ตัวซีดเป็นระยะ เพราะเลือดกำเดาพุ่งตลอดๆ >///<

    ชอบเรื่องสั้นแล้วน่ะ คลายปมเร็วไม่ต้องรอลุ้นนาน ดี๊ดี ว่าแต่ว่าแนวนี้เขียนสั้นๆได้เหรอ ป้าว่าปมมันเยอะนะ.

    เพิ่มตอนมั้ยคะ ^___^
    #44
    1
    • #44-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 7)
      18 มกราคม 2560 / 06:01
      นั่นสิป้า มันจะสั้นได้ไหมเนี่ย แต่ได้แหละ วางแผนไว้แค่ 5 ตอนเอง
      #44-1
  5. #43 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 23:02
    ชอบเรย์แบบนี้สุดๆค่ะ 555 เป็นสัญชาตญาณสัตว์จริงๆ ทั้งยั่ว แกล้ง หยอก มีขุมหลุมให้เดินมาตกเอง มีทำเป็นสาวน้อยน่ารัก เราเกือบหลงว่านั้นคืออีกมุมนึงของนางจริงๆ ตอนลงไปอาบน้ำน่ะ แต่ก็ไม่ใช่ เรย์ให้เบนเรียกว่า นายหญิง แถมมีแส้ม้า หรือของเล่นต่างๆ ลงโทษด้วยวิธีที่แบบ.. โห นี่มันขั้นสุดของเคะควีนแล้ววว แต่มุมน่าสงสาร หรืออ่อนแอก็มี แล้วเราก็ชอบดูผญประเภทนี้ร้องไห้ซะด้วย
    อ่านเรื่องนี้แล่ว ซิธเรย์เป็นเด็กอนุบาลไปเลยค่ะ (หรือความจริงมันก็ไม่ได้โหดตั้งแต่แรกอ่านะ)
    //ชื่อตอนนี้นี่มัน เคยเห็นคนพูด พอมาเป็นเวอร์ชั่นหญิงแล้วมันฮอตดีจริงๆ
    #43
    1
    • #43-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 7)
      18 มกราคม 2560 / 06:00
      ประโยคชื่อตอนสินะคะ ฉันก็ว่ามันฮอตดีจริงๆค่ะ
      เวลา ผญ ร้ายๆ ร้องไห้นี่น่าสงสารนะคะ หนูเบนมีหรือจะทนได้ หนุ่มน้อยยิ่งจิตใจบอบบาง
      #43-1
  6. #42 `PS.AriA†´ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 22:55
    โอ้ย ขำตอนนางถามว่าจะเปลือยให้กอดหรือให้อม เร๊ย์ เป็นสาวเป็นนางงงงงพูดจาไม่มียางอายกับผู้ชายได้ยังไงง ทำเลยสิ อย่ามัวพูด #เดี๋ยวหยุด

    หวายย ตอนนี้ละมุนม๊าก ที่สุดแล้วเบนน้อยก็แพ้ใจตัวเอง ฮื๊อ

    ชอบที่เรย์ให้เรียกนายหญิง โอยย55555 ควีนอะไรเบอร์นี้ เบนน้อยเหมือนน้องหมามากกว่าตัวเรย์ที่เป็นหมาป่าซะอี๊ก

    ฟิคไรท์แทบทุกเรื่องทำให้เรากลับมาหวีดคู่ชายหญิงอีกครั้งได้น่าอัศจรรย์เป็นที่สุด ฮือ หลังออกทะเลขึ้นเรือคู่วายไปซะนานนม
    #42
    1
    • #42-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 7)
      18 มกราคม 2560 / 05:58
      ประโยคนั้น ตอนเขียนนี่คิดหนักเหมือนกัน จะใส่ดีไหม 5555 สรุปก็ใส่
      #42-1
  7. #41 ชื่อช้อยค่ะ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 22:18
    เจอแบบนี้เข้าไปเป็นเบนโซโลก็ก็เบนโซโลเถอะ อดช่วยไม่ได้หรอก คน(???)กำลังจะตายอะเนอะ ส่วนตัวมองว่าเรย์ไม่ใช่คนที่ร้ายกาจหรอก แต่เพราะอดีตคงฝังใจน่าดู แถมยังอยู่คนเดียวอีก ด้วยสภาพแว้ดล้อมแบบนั้นไม่แปลกที่เรย์จะทำตามใจตัวเองโดยไม่สนเรื่องมารยาทพวกนั้น แต่เรย์ก็เป็นคนที่เอาใจใส่พอดูเลยนะ ถึงแม้ว่าคำพูดจะกวนประสาทก็เถอะ55555
    #41
    1
    • #41-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 7)
      18 มกราคม 2560 / 05:58
      ไม่มีนางมารร้ายที่แท้จริงค่ะ
      #41-1
  8. #40 Apirujeeners (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 22:15
    เรย์ต้องมีอะไรซ่อนไว้แน่ๆเลยค่ะ แอบเก็บความลับไว้ ละก็ต้องรอไรท์มาต่อ >_< 55555555 อ่านเรื่องนี้ละนึกถึงโรค stockholm syndrome เลยค่ะ
    #40
    1
    • #40-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 7)
      18 มกราคม 2560 / 05:57
      หนูเบนกำลังเป็นโรคนั้นแหละค่ะ
      #40-1
  9. #38 Skye1907 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 21:55
    เดาว่าเรย์คงมีอดีตอะไรสักอย่าง....
    #38
    1
    • #38-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 7)
      18 มกราคม 2560 / 05:57
      อะไรน๊าาาา
      #38-1