Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 65 : [Venom AU] : Stranger thing

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 483
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    15 ต.ค. 61



[Venom  AU]


Chapter 1 : Stranger thing










                มีมือข้างหนึ่งปรากฏออกจากเงามืด และมือข้างนั้นกำมีดแหลมคมไว้แน่น ด้ามจับเป็นกระดูกปลาวาฬสีขาวเรียบเนียนไม่สลักลวดลายใดๆ มีดคมมากเสียจน หากเฉือนเข้าเนื้อ เหยื่ออาจไม่รู้สึกทันที มันผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชนแล้วในคืนนี้ คราบเลือดสีแดงยังติดอยู่ที่ด้านคม ร่างสูงผอมเก้งก้างเป็นเงาทาบทับผ่านหน้าต่างที่มีเพียงแสงจันทร์ลอดผ่าน เขาเคลื่อนตัวอย่างไม่เร่งร้อน เหลือเหยื่ออีกเพียงรายเดียวที่ยังหลบซ่อน ภายในบ้านนั้นค่อนข้างมืด แต่ไม่เป็นไรหรอก สำหรับเขาแล้ว แค่แสงจันทร์ก็มากเพียงพอ



                เรื่องสกปรกแบบนี้ เขาไม่ควรมาลงมือทำเอง เขาจะใช้ลูกน้องคนไหนก็ได้ ว่าจ้างและให้ปิดปากเงียบก็ย่อมได้ แต่เขากระหาย หิวโหย เกินกว่าจะปล่อยผ่านโอกาสไปเฉยๆ ครอบครัวนี้มีลูกชายสองคน ลูกสาวอีกสองคน หนึ่งในนั้นเป็นเพียงทารกแบเบาะ เลือดและเนื้อหนังของเด็กแรกเกิด หอมหวาน อร่อย กรุบกริบ เข็ดฟัน เพิ่มพลังให้เขาอย่างมาก เขาก้าวขึ้นบันไดอย่างเงียบเชียบ ตรงไปยังห้องใต้หลังคา เด็กคนที่ห้าอยู่ที่นั่น บุตรสาวบุญธรรมอายุเพียงสี่ขวบ เขาจะปล่อยให้มันรอดไปไม่ได้แม้แต่คนเดียว เขาเอื้อมมือจับลูกบิดหมุน ผลักประตูเข้าไป ห้องขนาดกะทัดรัดนั้นประกอบด้วยเตียงนอนขนาดเล็ก ผ้าม่านลูกไม้สะบัดตามแรงลมที่หน้าต่าง ตุ๊กตารูปสัตว์มากมายวางเรียง เตียงว่างเปล่า ไม่ปรากฏร่างของเด็กผู้หญิง



                มันจะไปไหนได้ เขาค้นแล้วทั่วทั้งบ้าน เหลือแค่ที่นี่เท่านั้น!



                ในขณะเดียวกัน ร่างเล็กผอมของเด็กหญิงคนหนึ่งวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปบนถนน ตรงเข้าไปยังสุสานที่อยู่ห่างจากบ้านเพียงไม่กี่เมตร เธอสามารถลอดใต้รั้วเข้าไปอย่างง่ายดาย เพราะตัวเล็กและผอมมากหากเทียบกับเด็กวัยเดียวกัน บนแก้มใสมีน้ำตาเปรอะเปื้อน ดวงตาตื่นตระหนกด้วยความกลัว เธอคุดคู้อยู่ใต้พุ่มฮอลลี่ที่กำลังออกดอกและมีเมล็ดสีแดงสะพรั่งเต็มต้น เธอชันเข่าขึ้น ดวงตาเบิกกว้าง คอยมองออกไปข้างนอกตลอดเวลา



                เด็กหญิงไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นด้วยตาเป็นความจริงมากน้อยแค่ไหน เธอเห็นผู้ชายคนนั้นกลายเป็นสัตว์ประหลาด กินน้องสาวของเธอเข้าไปทั้งตัว เขากัดหัวพ่อกับแม่บุญธรรมของเธอขาด ภาพเหล่านั้นยังติดอยู่ในทรงจำ กลิ่นเลือดคลุ้งเต็มจมูก น้ำตาไหลลงมาอีกด้วยความกลัว เธอไม่กล้าขยับ ไม่กล้ายกมือขึ้นเช็ด ไม่กล้าส่งเสียงออกจากปาก กลัวว่าสัตว์ประหลาดจะตามเสียงของเธอจนเจอ เธอไม่อยากถูกกิน กลัว กลัวที่สุดเลย เธอกอดตัวเองไว้แน่น นั่งนิ่งอยู่เช่นนั้น เหงื่อไหลย้อยออกจากไรผมเหนือหน้าผาก ไหลจนเกือบจะเข้าตา หัวใจของเด็กหญิงเต้นรัวเหมือนตีกลอง เธอนั่ง เธอกอดตนเอง ปล่อยเวลาผ่านไป ปล่อยน้ำตาไหล ปล่อยให้ความทรงจำเลวร้ายโจมตี



                เวลาผ่านไปเท่าใดไม่รู้ สำหรับเธอ มันยาวนานเกือบเท่าชีวิต




 

..................................................





                “คุณเคโนบี ถึงเวลากินยาก่อนนอนแล้วค่ะ”



                คำสั่งของนางพยาบาล เรียกให้หญิงสาวเงยหน้าจากปริศนาอักษรไขว้ในหนังสือ ริมฝีปากคลี่ยิ้มเล็กน้อย ยื่นมือหยิบถ้วยใส่ยาเม็ดและแก้วน้ำมาอย่างว่าง่าย หลังจากโหมงานหนัก ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ต้องนอนโรงพยาบาลมาสองวัน เรย์เพิ่งจะรู้สึกดีขึ้นจริงๆก็ตอนนี้ เธอสดชื่นมากเป็นพิเศษ เมื่อได้ยินว่าหมอกำลังจะปล่อยให้เธอกลับบ้านได้ เรย์ไม่ชอบอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลานาน ความทรงจำแย่ๆสมัยเด็กมักจะกลับมาเล่นงาน ถึงจะเป็นโรงพยาบาลคนละแบบกับตอนนั้น แต่เธอก็ไม่ชอบอยู่ดี



                “แอบทำงานอีกแล้วหรอคะ” นางพยาบาลมองไปทางแอปเปิ้ลแมคที่เรย์วางไว้บนโต๊ะข้างเตียง



                “แค่เช็คอะไรนิดหน่อยเอง ฉันต้องติดตามข่าวสารตลอดนะคะ” เรย์บอก แล้วยิ้มยิงฟัน “แต่วันนี้ ฉันรู้สึกดีขึ้นมากแล้วจริงๆค่ะ ออกจากโรงพยาบาลวันนี้เลยยังได้”



                “คุณหมอคิมให้ออกจากโรงพยาบาลได้พรุ่งนี้เช้าค่ะ ต้องรอให้น้ำเกลือขวดนี้หมดก่อน” นางพยาบาลชี้มือไปที่ขวดน้ำเกลือ เรย์ได้แต่ทำหน้ายู่ตอบ “คุณหมอจะเข้ามาดูอาการอีกทีพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้น พักผ่อนเยอะๆนะคะ”



                “โอเคค่ะ” เรย์ยิ้มอีกครั้ง รู้สึกว่านางพยาบาลเอาใจใส่ดีจัง ราวกับเธอเป็นเด็กน้อยเลย เรย์รอจนนางพยาบาลปิดไฟ เดินออกจากห้อง ไปให้พ้นเขตเสียก่อน เธอจึงวางหนังสืออักษรไขว้ลง และหยิบแอปเปิ้ลแมคมาเปิดแทน เข้าเว็บไซต์ยูทูป ไปที่ช่องของตน เช็คจำนวนผู้ชม และอ่านคอมเมนต์ใหม่ๆ ก่อนจะเปิดบทความเกี่ยวกับบริษัทเอ็มไพร์ขึ้นอ่านต่อ แต่ผ่านไปได้พักหนึ่ง เธอก็เริ่มปวดตา สู้แสงจากหน้าจอในความมืดสนิทไม่ไหว เรย์ต้องยอมแพ้ พับจอลง วางทุกอย่างไว้บนโต๊ะตามเดิม แล้วล้มตัวลงนอน



                ภายในความมืดของห้องพักเดี่ยว ไม่มีอะไรให้ดูมากนัก หน้าต่างมองออกไปเห็นถนนกับเสาไฟ ตึกสูงอยู่ไกลลิบ เรย์ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เธอไม่ชินกับการนอนนิ่ง อยู่เฉยๆเป็นเวลานาน สองวันนี้ รู้สึกเหมือนอยู่ในกรงขังอย่างไรชอบกล เธอพลิกตัวไปมา พยายามข่มตา นึกมโนภาพแกะในทุ่งหญ้ากระโดดข้ามรั้ว นับไปทีละตัว เมื่อยาที่นางพยาบาลให้กินเริ่มออกฤทธิ์ เธอก็ชักจะเคลิ้ม พร้อมพาจิตตัวเองจมลงไปสู่การหลับใหล แต่เหมือนฟ้าจะแกล้งกันเล่น ทันทีที่เธอรู้สึกสบายตัว สบายใจ โทรศัพท์มือถือก็กรีดเสียงแหลม ริงโทนเพลงโป๊กเกอร์เฟซของเลดี้กาก้าที่เพื่อนร่วมงานตั้งไว้ให้ดังลั่นห้อง เรย์ส่งเสียงคำรามออกจากลำคอ ผุดลุกขึ้นนั่ง และควานหาโทรศัพท์จากบนโต๊ะข้างเตียง



                “เวรเถอะ ฟินน์ ขอให้เป็นเรื่องด่วนจริงๆนะ” เรย์พูดด้วยน้ำเสียงขู่กระชาก



                “แบซีน เนทัลอยู่ที่โรงพยาบาลคอร์เรเลีย” ฟินน์พูด



                “ห๊ะ?” เรย์ตื่นเต็มตาทันที “เดี๋ยวๆ ขี้หูฉันเต้นแทงโก้แล้วเนี่ย ได้ข่าวจากไหน”



                “ข่าวจากโทรทัศน์เนี่ยแหละ ยัยน้ำมูกยืด!” ฟินน์พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น



                “เกิดอะไรขึ้นกับเนทัล” เรย์ถามทันที ห้อยขาลงจากเตียง ใช้เท้าควานหารองเท้าแตะโรงพยาบาลอย่างกระเสือกกระสน ไม่รู้ว่าเธอแตะไปตรงไหนแล้ว



                “อุบัติเหตุรถคว่ำ” ฟินน์ตอบ



                “เฮ้ย” เรย์ส่งเสียงดัง แล้วรีบลดเสียงลง “นี่นายจะบอกว่า...”



                “เออ ของจริงเลยแหละ” ฟินน์บอก “ฉันว่าเราตามถูกคนแล้วเรย์ เนทัลต้องรู้ข้อมูลเรื่องโปรเจกต์ใหม่นี้มากพอ และเธอก็เหยียบโดนตอเข้าจังๆเลยด้วย อาจขัดกันเรื่องผลประโยชน์ภายใน หรืออะไรไม่รู้แหละ แต่ตอนนี้ เนทัลอยู่ที่โรงพยาบาลนั่น และเธอก็... ให้ตาย ฉันเกลียดเวลาเธอเป็นหวัดนะ แต่ตอนนี้โคตรรักเลย!



                “ขอบใจ” เรย์กลอกตา “นี่ แต่ถึงฉันจะอยู่ที่นี่ แต่ก็ใช่ว่าจะโผล่ไปหาเนทัลได้ง่ายๆนะ”



                “เออ ก็จริง” ฟินน์พูดเสียงอ่อยลง “แต่เธอคือเรย์ เคโนบีนะเว้ย”



                “เป็นเรย์ เคโนบีที่กำลังนอนให้น้ำเกลือ เป็นไข้หวัดใหญ่ จำได้ไหมวะ?” เรย์ประชดประชัน



                “ฉันรู้ว่าไม่มีอะไรหยุดเธอได้” ฟินน์พูดอย่างรู้จักเพื่อนร่วมงานดี “พรุ่งนี้ ฉันจะตามไปสมทบ คืนนี้ต้องตามข่าวอื่นก่อน แต่มันล่ะงานนี้ เราจะขุด ขุด ขุด เอ็มไพร์ให้แดงแจ๋ไปเลย คอยดู”



                ฟินน์วางสายไปแล้ว เรย์เรียกไว้ไม่ทัน “เยี่ยม” เธอพูดกับตัวเอง ใส่โทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าเสื้อคนไข้ วางเท้าลงไปบนพื้น ยืนยืดตัวเต็มที่ และหยิบถุงน้ำเกลือของตนลงมา โอเค เธอกำลังป่วย แต่งานนี้สำคัญกว่าสุขภาพ ทีมของเรย์ตามข่าวนี้มาเกือบสองเดือนแล้ว และวันนี้มีโอกาส เธอจะไม่ปล่อยให้ผ่านไปง่ายๆ เธออาจเป็นสำนักข่าวเจ้าแรกที่จะได้เข้าถึงตัวด็อกเตอร์เบซีน เนทัล หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ทีมวิจัยของเอ็มไพร์



พวกเธอคงไม่ตามไล่ล่าข่าวมากขนาดนี้ หากเมื่อสองเดือนก่อน ไม่มีคนไร้บ้านคนหนึ่งเดินตุปัดตุเป๋ร้องโวยวายว่าลูกสาวถูกลักพาตัวไป ตอนนั้นทีมข่าวอีกทีมในสำนักงานกำลังทำข่าวเกี่ยวกับสวัสดิภาพของบุคคลไร้บ้าน และตามติดเรื่องลูกสาวที่หายไปคนนี้ ผลปรากฏว่าตามอะไรไม่ได้เลย นอกจากนี้ คนไร้บ้านที่เคยให้สัมภาษณ์อยู่ๆก็หายตัวไปถึงสามคน ไม่มีใครติดตามได้อีก ชายที่โวยวายกับตำรวจเรื่องลูกสาวก็หายตัวไปเช่นกัน สิ่งเดียวที่เหลือเป็นเบาะแสคือ ก่อนหน้านั้น เรย์ได้คุยกับเขา และเขาบอกว่าครั้งสุดท้ายเห็นลูกสาวคุยกับผู้ชายสองคนในชุดสูท มีเข็มกลัดสีเงินติดไว้ที่หน้าอก เมื่อเรย์ขอให้เขาวาดรูปออกมา สัญลักษณ์ที่ได้ เหมือนกับสัญลักษณ์ของเอ็มไพร์ที่เป็นกงจักรห้ากลีบบนพื้นขาว เพียงแต่สิ่งที่ชายคนนั้นวาดออกมา เป็นกงจักรหกกลีบบนพื้นแดง คล้ายกันมาก จนไม่อาจปล่อยผ่านได้



หลังจากนั้นหนึ่งเดือน เกิดอุบัติเหตุกับจรวดของเอ็มไพร์ จรวดที่ถูกส่งออกไปสำรวจดาวอังคาร(ตามที่โฆษกของบริษัทกล่าวอ้าง) เพื่อศึกษาและเก็บตัวอย่างแร่ เกิดระเบิดก่อนจะลงจอดบนพื้นโลก เอ็มไพร์รายงานว่าไม่มีคนเสียชีวิต มีแต่ผู้บาดเจ็บ และถัดไปอีกแค่สัปดาห์เดียว ทีมวิจัยของเอ็มไพร์ประกาศว่ากำลังมีโปรเจกต์ทดลองเกี่ยวกับวิธีการต้านมะเร็ง ไม่ใช่แค่รักษา แต่ต้านไม่ให้คนเป็นโรคมะเร็ง พวกเขาบอกว่าคงต้องใช้เวลานานและทุนวิจัยอีกมหาศาล แต่เรย์ชอบจับหนึ่งมาบวกหนึ่งและบวกหนึ่งอีกที เธอสัมผัสได้ว่าเหตุทุกอย่างเชื่อมถึงกัน



แล้วทำไมเรย์ถึงสนใจด็อกเตอร์แบซีน เนทัลมากเป็นพิเศษอย่างนั้นหรือ คำตอบนี้ง่ายมาก เพราะเจ้าตัวดันมาสะกดรอยตามเรย์ ระหว่างเธอไปซื้อขนมในร้านขายของชำของคุณนายเฉิน เมื่อเรย์พูดเป็นนัยในอากาศว่าเธอรู้ว่ามีกำลังคนเดินตาม เนทัลก็หน้าซีด สีหน้าสับสน ชั่งใจ ไตร่ตรอง แล้วเปลี่ยนใจรีบออกจากร้านไปดื้อๆ เรย์วิ่งตามไป แต่แบซีนเรียกแท็กซี่ หายไปเลย



เธอกับฟินน์จึงหาข้อมูลของด็อกเตอร์คนนี้ทุกอย่างเท่าที่จะหาได้ แบซีน เนทัล ทำงานให้เอ็มไพร์ตั้งแต่เรียนจบหมาดๆ ใช้เวลาเพียงห้าปี ก็ได้เป็นรองหัวหน้าทีมวิจัยทางชีวภาพ เคยได้รางวัลจากผลงานวิจัยด้วย ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา แล้วอะไรกันหนอที่ผลักดันให้หล่อนสะกดรอยตามเรย์ ท่าทางอึดอัด เหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ดันเปลี่ยนใจเพราะความกลัว และหนีไปเสียอย่างนั้น



                เรย์จะต้องรู้เรื่องนี้ให้ได้



                คืนนี้อาจเข้าไม่ถึงตัวแบซีน เนทัล และไม่แน่ด้วยว่าเธอคนนั้นจะรอดหรือไม่ แต่ได้เห็นหน้าห้องผ่าตัดก็ยังดี เรย์เจอรองเท้าของเธอแล้ว มันกระเด็นไปอยู่ใต้เตียง เธอต้องก้มลงใช้มือเขี่ยออกมา เรย์เดินอย่างแผ่วเบาไปที่ประตู ค่อยๆเปิดอย่างระวัง ให้เกิดเสียงน้อยที่สุด เธอแง้มหน้าออกไปดูทางเดิน ไม่มีนางพยาบาลเดินเวร พวกเธอน่าจะนั่งที่เคาน์เตอร์กันแล้ว เรย์เดินออกจากห้อง ปล่อยประตูปิดอย่างเงียบกริบ เธอเดินไปทางบันไดหนีไฟที่อยู่สุดตึก แทนที่จะเดินไปยังกึ่งกลางเพื่อใช้ลิฟต์ เรย์ใช้ลิฟต์ไม่ได้ ถ้าจะใช้ ก็ต้องเดินผ่านเคาน์เตอร์ของพวกพยาบาลที่ดูแลชั้นนี้ พวกหล่อนจะเห็นเรย์และสั่งให้กลับเข้าห้องพักทันที



                แผนกฉุกเฉินอยู่ชั้นล่างสุด แบซีน เนทัลน่าจะอยู่ที่นั่น เธอพอจะอ้างว่าเป็นเพื่อนของแบซีนได้อยู่ เพราะอายุรุ่นเดียวกัน ถ้าข่าวออกโทรทัศน์แล้ว ก็หมายความว่า เธอหลอกเจ้าหน้าที่ได้ว่าเธอเห็นข่าวว่าเพื่อนของตนประสบอุบัติเหตุเข้าโรงพยาบาล เธอที่บังเอิญอยู่โรงพยาบาลพอดีจึงลงมาดูอาการ ข้ออ้างแนบเนียนใช้ได้   


  

                เธอลงไปถึงแผนกฉุกเฉิน ปรับสีหน้าของตัวเองให้ดูเหมือนกังวล รีบร้อนนิดๆ ห่วงใยหน่อยๆ ตรงเข้าไปถามที่เคาน์เตอร์ บอกชื่อของตัวเองไปด้วย และอ้างว่าเป็นเพื่อนของแบซีน เธอจึงได้ข้อมูลมาว่ากำลังอยู่ในระหว่างผ่าตัดมาได้เกือบชั่วโมงแล้ว ไม่มีอะไรที่เรย์ทำได้ตอนนี้ นอกจากรอคอย เนื่องจากแบซีนไม่มีญาติที่ติดต่อได้เลย และเรย์ก็โผล่มาอ้างว่าเป็นเพื่อนพอดี นางพยาบาลจึงให้เรย์เป็นคนกรอกข้อมูลเบื้องต้นของแบซีน เรย์กรอกไปเท่าที่รู้ ซึ่งก็รู้เยอะพอควร ราวกับเป็นสตลอกเกอร์



                ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงครึ่ง การผ่าตัดเสร็จสมบูรณ์ แบซีนพ้นขีดอันตราย แต่ยังต้องอยู่ในห้องไอซียู เรย์ยังไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ นี่ตกลงว่าเธอลงมาทำบ้าบออะไรวะเนี่ย เรย์เดินห่างออกจากห้องไอซียู ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ และหยิบโทรศัพท์ออกมากดหาฟินน์ เล่าให้เขาฟังว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง



                “เธอสมอ้างว่าเป็นเพื่อน แล้วกรอกเอกสารแทนญาติ เจ๋งโคตร เรย์” ฟินน์บอก



                “เจ๋งตรงไหนวะ ไม่เห็นจะได้อะไรเลย” เรย์กระซิบเสียงเครียด



                “ฟังนะ เพื่อน” ฟินน์พูดต่อ “ไหนๆก็สมอ้างว่าเป็นเพื่อนแล้ว ก็ทำไปเรื่อยๆจนกว่าแบซีนจะฟื้นสิ เพราะความเป็นเพื่อน และเป็นคนเดียวที่ใกล้เคียงญาติที่สุด ถ้าแบซีนฟื้น เธอคิดว่าใครจะได้เยี่ยมคนแรก ก็เธอไง ใช่ไหมเล่า”



                เรย์ครุ่นคิดพักหนึ่ง ให้สมองทำงาน “เออ จริงด้วย”



                “ใช่ไหมล่ะ” ฟินน์พูดอย่างตื่นเต้น “ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว ก็หมายความว่า อีกไม่นานก็คงฟื้นแหละ หมอไม่ได้บอกว่าสมองกระทบกระเทียนมากใช่ไหม”



                “ไม่” เรย์ส่ายหน้า “ก็ซี่โครงหัก เกือบทิ่มปอด แล้วก็มีเลือดคั่งด้านใน ขาหัก แขนหัก ม้ามได้รับความกระทบกระเทือนมากหน่อย เออ หมอบอกอีกนะว่า แบซีนเหมือนจะมีอาการขั้นต้นของโรคตับด้วยล่ะ เลยต้องรอดูอาการอีกที ว่าจะเป็นอะไรไหม”



                “น่ากลัวชะมัด” ฟินน์พูด “แล้วนี่เธอจะนั่งรอ หรือกลับไปที่ห้อง”



                “ก็ต้องกลับห้องสิ ฉัน...” เรย์กำลังจะบอกว่าเธอง่วง แต่ดวงตาสะดุดเข้ากับนางพยาบาลคนหนึ่งที่กำลังเข็นรถไปทางห้องไอซียู “ฟินน์ ฉันต้องวางก่อนนะ” เธอกระซิบบอกเร็วๆ กดวางสาย และยัดโทรศัพท์กลับเข้ากระเป๋าอย่างเดิม



                เรย์มองรองเท้าส้นสูงของพยาบาลอย่างแปลกใจ นางพยาบาลไม่ค่อยใส่ส้นสูงกันหรอก ไม่ใช่ส้นแหลมแบบนั้นแน่นอน งานของพวกเธอต้องลุก เดิน ขยับตัวตลอดเวลา ส่วนใหญ่จะใส่คัทชูสีขาวหรือรองเท้าหุ้มส้นที่สบายที่สุด เรย์นอนโรงพยาบาลมาสองวัน เธออาจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนางพยาบาล แต่ถ้าเธอมีอาชีพพยาบาล เธอไม่มีวันใส่ส้นสูง เดินลำบาก ปวดเท้า ปวดน่อง เวลาเดินมีเสียงกระทบพื้นรบกวนคนไข้ช่วงกะกลางคืน ไม่ทำแน่นอน เรย์ลุกขึ้นยืน คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย อีกฝ่ายเดินเข้าห้องไอซียูไปแล้ว เรย์มองซ้ายมองขวา ยังไม่มีวี่แววว่าใครจะเดินผ่าน เธอจึงรีบวิ่งแผล็วตามเข้าไปข้างใน



                เรย์ผลักประตูเปิด พร้อมเอ่ยทักอย่างเนียนๆ “สวัสดีค่ะ ฉันสงสัยว่าจะเยี่ยมได้...”



                ผู้หญิงในชุดพยาบาลหันขวับมาพร้อมกับปืนเก็บเสียงชี้ตรงมาทางเรย์ ฉิบหายแล้วไง! เรย์ยกมือขึ้นโดยอัตโนมัติ ดวงตาเบิกโต ตกใจ และกลัวด้วย นางพยาบาลเหนี่ยวไกโดยไม่พูดอะไรสักคำ เรย์ก้มตัวหลบคู้อยู่กับพื้น ถุงน้ำเกลือหล่น เธอทั้งคลาน ทั้งกระโดด สุดท้ายพุ่งเข้าใส่ พยายามแย่งปืนจากอีกคน แต่หล่อนมีแรงเยอะกว่าเรย์ เธอถูกโยนลงบนเตียง ทับลงไปบนขาข้างหนึ่งของแบซีนพอดี ปากกระบอกปืนชี้อยู่กลางหน้าผาก ขยับหนีไม่ได้แล้ว



                เรย์เบิกตากว้าง เหงื่อไหลย้อย หัวใจเต้นกระแทกทรวงอก หัวสมองขาวโพลน ได้ยินเสียงลั่นไกเบาๆ เธอหันหน้าหลบ ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางหนีจากกระสุนนั้นได้ แต่แล้วทุกอย่างกลับเงียบสนิท เธอยังหายใจต่อได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย เรย์ลืมตา หันกลับไปมอง



                แทนที่เธอจะเห็นปืนของนางพยาบาล เธอกลับเห็นวัตถุสีดำหนืดๆ ขยุกขยุย กระชากปืนออกจากมือผู้หญิงคนนั้น และดึงกลับมา เรย์เลื่อนสายตาขึ้นมาที่แขนของตนเอง จึงเพิ่งรู้ว่าวัตถุสีดำงอกออกมาจากมือของเธอ เรย์ร้องโวยวายเสียงดัง เมื่อแขนอีกข้างขยับโดยที่เธอไม่ตั้งใจจะขยับ กลายเป็นกำปั้นขนาดใหญ่ ชกเข้าที่ดั้งจมูกของอีกคนจนกระเด็น อะไรวะ อะไรวะเนี่ย เรย์กระโดดลงจากเตียงพยาบาล แต่ไม่กล้ายืนอึ้งนาน เธอรีบวิ่งหนีออกจากห้อง



                โลวี่ลุกขึ้นยืน ปัดเส้นผมหยิกเป็นขอดออกจากใบหน้า พร้อมกับหยิบเครื่องมือสื่อสารออกจากกระเป๋าเสื้อพยาบาล เลือดยังไหลออกจากจมูกที่หัก



“มันเข้าร่างคนอื่นไปแล้ว”








Talk


venom เป็นหนังที่ฉันรอให้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2012 แล้วค่ะ ตั้งแต่ได้ดู Amazing Spider-man ก็คลั่งไคล้สไปดี้มาก คิดมาตลอดว่า น่าเอาตัวละครเวน่อมมาทำใหม่ (ได้อ่านคอมมิคของ Venom แล้วชอบเขาไปเลย Carnage ก็ชอบ)  ตลอดเวลาหลายปี ก็ได้ยินข่าวลือบ้างไรบ้างว่าจะทำๆ แล้วก็เงียบหายไป ระหว่างนั้นก็แอบคลั่งๆ Tom Hardy อยู่หน่อยๆ ก็คิดเล่นๆ แบบไม่จริงจังอะไรเลย (คิดจริงๆนะ ไม่ได้โม้นะ) คิดว่า ถ้า Tom Hardy ที่รับบทตัวร้ายในแบทแมนมาแล้วเนี่ย มาเป็น Venom ก็ดีนะ แล้วก็ได้ดูหนังเรื่อง Warrior ของทอม ก็ยิ่งคิด ยิ่งจิ้น สักพักต่อมา ได้ดู Mad Max (ฉันเคยต้องทนดู Mad Max เวอร์ชั่นเก่ากับแม่ เพราะแม่ชอบเมล กิ๊บสัน และฉันก็คิดว่า เออ เรื่องนี้สนุกดีนะ ถ้าทำใหม่ก็อยากดู) พอได้ดู Mad Max ที่ทอมเป็นคนแสดงเป็นแม็กซ์ บอกตรงๆว่าคลั่ง ว่าชอบ แล้วก็คิดอีกนั่นแหละ โปรเจกต์ Venom จะเกิดไหมหว่า? อยากได้พี่ทอม ฮาร์ดี้มาเล่นจัง (ตอนนั้นก็คิดด้วยว่าอยากให้ทอม ฮาร์ดี้ หรือทอม ฮิดเดิลสตัน เล่นเป็น 007 แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจไปแล้วนะ อยากได้ ไมเคิล บี จอร์แดน เป็น 007 อยากให้สายลับคนนี้เป็นคนผิวสีบ้างอ่ะ!!!!) 

เพราะฉะนั้น ตอนที่ได้ข่าวว่า Tom Hardy รับบทจริงๆ มันแบบ.... แบบบ...... My mind exploded. 

 

สำหรับตอนนี้ ไปฟังเพลงรอตอนสองกันเน้อ 

Natural - Imagine Dragons 

                 

          คิดอย่างไรกันบ้าง บอกด้วยนะ         

                        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #784 kanit4u (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 09:30

    อยากได้ยินเสียงแหบกระเส่าของเวน่อมเรียกชื่อน้อง ((((((...เรยยยยยยย์....))))))

    อ้ายยยยยย เขิน

    #784
    1
    • #784-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 65)
      17 ตุลาคม 2561 / 11:45
      ว๊ายยยย ลองจินตนาการเป็นเสียงอิพี่แบบเวน่อม ....
      #784-1
  2. #773 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 07:17

    นี่เพิ่งไปดู Venom มาเมื่อวานค่ะ ทีแรกไม่ได้อินหรืออะไรกับใครเลย แม้ว่าในไทม์ไลน์จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสนุก แถมจิ้นเอ็ดดี้กับเวน่อมมากก็เถอะ และถึงจะเป็นพี่ทอม ฮาร์ดี้แสดงด้วยอีก แต่เราก็ยังไม่ได้สนใจที่จะดูค่ะ คือ...ไม่ค่อยอินกับหนังซุปเปอร์ฮีโร่เท่าไหร่ แต่ก็ดูได้ไม่มีปัญหาหรอกนะ แล้วเมื่อวานแกร่วๆ ก็เลยแวะไปดูซะหน่อย กลายเป็นว่าชอบมาก ชอบมากๆๆๆๆๆ เวน่อมคือน่ารักมาก แบดแอสแต่จริงใจสุดๆ (สรุปเม้นนี้คือจะมาระบายความชอบเวน่อมสินะ 555) พอเห็นคุณแต่ง AU เวน่อมคือกรี๊ดตายไปเลย เราชอบมากเลยค่ะ น้องเรย์ในบทเหยี่ยวข่าวสาว กร๊าวใจมาก ห้าวมาก ชอบที่ฟินน์เป็นเพื่อนที่เข้าคู่เป็นลูกยุให้กัน วิธีการผิดถูกช่างมัน ขอให้ได้ข่าวคือซัพพอร์ตเพื่อนสุด ไปให้สุดแล้วหยุดที่ได้ข่าว! แล้วตอนนี้น้องมีซิมไบโอตแทรกซึมเข้าไปในตัวแล้วด้วย รอดูบทบู๊ต่อเลยค่ะ จะต้องปีนต้นไม้หนีแบบในหนังไหมหนอออ~ 5555 #แซว

    #773
    1
    • #773-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 65)
      16 ตุลาคม 2561 / 07:38
      ฉันชอบ venom มากค่ะ ชอบมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่อ่านคอมมิคก็ชอบเขามากกว่าสไปดี้อีก พอดูหนัง แล้วหนังทำน่ารัก ยิ่งชอบใหญ่เลย คือจริงๆแล้ว ในคอมมิค มันเป็นแนวสยองขวัญเลยนะ ฉากเข้าร่างน่ากลัวมาก T^T ในหนังคือเวน่อมที่มุ้งมิ้งสุดๆค่ะ

      แน่นอนว่า อดกาวเป็น reylo ไม่ได้ บรรยากาศน่ากาวมากเลย
      #773-1
  3. #772 มะนาว (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 06:04

    อยากอ่านต่อแล้วค่า

    #772
    0
  4. #771 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 03:13
    ยังไม่ได้ดูหนังเลย แต่จะมาอ่านฟิคก่อน เรารอคุณแต่งมานานมากตั้งแต่เห็นบอกว่าจะแต่งเอยูเวน่อม แล้วก็นับวันรอมาเรื่อยๆจนถึงเดือนตุลา ดีใจที่แต่งนะคะ นึกว่าจะเทซะแล้ว
    //ชอบไมค์บี๋หรอคะ เราก็ชอบ ทั้งไมค์บี๋ทั้งพี่แชดวิกเลยค่ะ
    #771
    1
    • #771-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 65)
      16 ตุลาคม 2561 / 06:43
      เกือบเท ไปเขียนฟิคเวน่อมเต็มๆละค่ะ 5555 จิ้นมาก
      #771-1
  5. #770 Ahappipy (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 22:40
    คิดว่าอยากอ่านตอนต่อไปล้าววววว ตื่นเต้นๆ ระทึกๆ
    #770
    0
  6. #769 Lady Midnight (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 20:36

    เผือกจนได้เรื่องสินะ ถถถถ สงสารเธอจิมๆ (แต่ก็โชคดีในโชคร้ายอะนะ55)
    ละเด็กคนนั้นคือเธอช่ะ?
    ..อิพี่จะโผล่มาเมื่อไหร่น๊า~ เอะ!?หรือโผล่มาแล้ว???//ทำหน้าเจ้าเล่ห์//หุๆๆฮ่าๆๆ มโนไกลมากกกบอกเลย5555
    #769
    0
  7. #768 Barea (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 20:20
    oh my God
    #768
    0
  8. #767 erney007 (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 20:19

    น้องโดนสิงแล้ว ว้ายยยยยยย

    #767
    0
  9. #766 PennyWolf (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 20:06

    รออ่านตอนต่อไปเลยค่าาาาา ชอบมากกกก เลิฟสุด
    #766
    0
  10. #765 CartoonFreak (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 19:46
    อ้าวน่อมมม น่อมขอเขายังน่ะไปสิงร่างเรย์เขา
    #765
    0
  11. #764 YURIPINK19 (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 19:27
    โหยยน้องเรย์จะทำไงต่อไป ตามลุ้น
    #764
    1
    • #764-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 65)
      15 ตุลาคม 2561 / 19:31
      คนเขียนก็ยังไม่รู้เลยค่ะ
      #764-1