Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 64 : [Blossom] : Chrysanthemum

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 470
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    7 ต.ค. 61



[Blossom]

Chapter 2 : Chrysanthemum








                ฟินน์ เพื่อนที่เช่าบ้านอยู่กับเบน นอนหลับไปแล้ว ในมือยังกำป๊อปคอร์นค้างไว้ ส่วนมิทากะ รายนั้นสวมหูฟัง นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ทำงานโดยไม่สนใจใคร ทางด้านเบน ดวงตาทั้งสองของเขามองไปยังโทรทัศน์ ดูภาพยนตร์ที่นำแสดงโดยเรย์ เคโนบีเป็นรอบที่สิบห้า ไม่ใช่ภาพยนตร์ที่เธอได้ออสการ์ เรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติกหวานซึ้ง เบนชอบเรื่องนี้มากที่สุด เพราะได้เห็นเธอทั้งยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ ครบรส เมื่อเธอยิ้ม เขาก็อยากจะยิ้มไปด้วย เมื่อเธอหัวเราะ เขาก็อยากกรอภาพกลับไป ฟังเธอหัวเราะอีกหลายๆครั้ง เมื่อเธอร้องไห้ หยาดน้ำตาของเธอใสแวววาวเหมือนน้ำฝนแรกฤดูที่ตกบนภูเขาไกลเมือง บริสุทธิ์ผุดผ่อง เบนอยากทะลุเข้าไปในจอแล้วปาดน้ำตาออกจากแก้มของเธอด้วยตัวเอง เขาผ่อนลมหายใจออกเบาๆ หนังดำเนินมาถึงช่วงใกล้จบ พระเอกของเรื่องกำลังจะขอนางเอกแต่งงานในร้านกาแฟ สถานที่แรกที่พวกเขาได้พบกัน


                คุณไม่มีอะไรจะพูดกับฉันหรือคะ  เรย์ในจอโทรทัศน์เอ่ยถาม


                มีสิ ผมมี  นักแสดงชายที่ชื่อโพ ดาเมร่อนตอบ สาวเท้าเข้าใกล้เธออีกก้าว เรย์สูดลมหายใจเข้าลึก เบนเม้มริมฝีปาก อิจฉาพระเอกที่สุดในสามโลก


                ผมมาที่นี่ เพื่อถามว่า คุณจะใช้ชีวิตที่เหลือกับผมได้ไหม แต่งงานกับผมนะ


            เบนชอบสีหน้าของเรย์ตอนนี้ที่สุด จากที่สิ้นหวัง และคิดว่าต้องเดินกลับบ้านไปด้วยความเจ็บปวด เริ่มจากประกายในแววตาของเธอ สว่างใส เหมือนดาวศุกร์ช่วงหัวค่ำ แล้วริมฝีปากก็คลี่ยิ้มทีละนิด ช้าๆ เหมือนดอกไม้กำลังบานรับแสงตะวัน ยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ยิ้มทั้งปากทั้งตา ออกมาจากใจจริงๆ เพราะรอยยิ้มแบบนี้เอง เบนถึงไม่อาจละสายตาได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้ชมภาพยนตร์ของเธอ


                “ไม่อยากเชื่อเลยเนอะ” อยู่ๆ มิทากะก็พูดขึ้น ไม่รู้ว่าหันมามองโทรทัศน์ตั้งแต่ตอนไหน “ในโลกใบนี้จะมีคนได้จูบเธอด้วย นั่นเป็นยิ้มที่สวยที่สุดตั้งแต่ที่ฉันเคยเห็นมาเลย”


                “ใช่” เบนพยักหน้า ความคิดล่องลอย ไม่อยากเชื่อเช่นกันว่าเขาเพิ่งได้พบเธอ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เอง ตอนที่เธอยื่นกระดาษกลับคืนมา สัมผัสแผ่วชั่วครู่จากผิวหนังของเธอยังทิ้งความอุ่นวาบไว้ในใจของเบน


แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ส่งรูปภาพให้ทางอีเมล อยู่ๆความตื่นเต้นก็กลับเข้ามาอีกครั้ง เขามีอีเมลส่วนตัวของเรย์ เคโนบี! เขากำลังจะส่งอีเมลหาเธอ บอกใคร ใครจะไปเชื่อ ใบหน้าของเบนร้อนผ่าว เขาไม่อาจทนดูภาพยนตร์จนขึ้นเครดิตได้ ชายหนุ่มรีบปิดเครื่องเล่นดีวีดีและโทรทัศน์ เอาผ้าห่มคลุมร่างฟินน์ บอกราตรีสวัสดิ์แก่มิทากะ และผลุบเข้าห้องตัวเอง รีบเปิดโทรศัพท์ออกดู หยิบกระดาษที่เหน็บไว้ในสมุดจดโน้ตออกมาด้วย มือของเขาสั่นขณะพิมพ์ตัวอักษร ต้องสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆยาวๆเป็นระยะ ไม่อย่างนั้น อาจหัวใจวายได้ตรงนี้ เขาแนบรูปภาพและกดส่ง รอจนตัวเองหายใจเป็นปกติ จึงล้มตัวลงนอน ดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงคาง จ้องหน้าจอโทรศัพท์อย่างรอคอย เธอจะตอบอะไรกลับมาไหมนะ เบนทำแก้มป่อง พ่นลมออกทางริมฝีปาก เธออาจจะยุ่งอยู่ก็ได้ คงยังไม่เห็นอีเมลเข้า หรือบางที เธอคงไม่สนใจสักนิด ที่บอกให้ส่งรูปไปให้ พูดตามมารยาทหรือเปล่านะ


เบนพลิกตัวนอนตะแคง กดเข้า Tumblr  เขามักจะเข้าไปในเว็บไซต์นี้ เพื่อดูบรรดาแฟนคลับโพสรูปเรย์ เธอไม่ค่อยใช้โซเชียลมีเดีย เรย์มีทวิตเตอร์ แต่นานครั้งๆจะทวิตข้อความ เธอมีอินสตาแกรม แต่ก็ไม่ค่อยได้โพสรูปอีกนั่นแหละ พวกแฟนคลับได้แต่รอเวลาที่เธอถ่ายแบบให้แบรนด์เสื้อผ้า เป็นพรีเซนเตอร์สินค้าแบรนด์เนม ขึ้นปกนิตยสาร หรือมีภาพยนตร์เรื่องใหม่ ถึงจะมีรูปภาพของเธอออกมาให้ชาวโลกได้เชิญชม เบนเลื่อนดูแท็กเรย์ เคโนบีไปเรื่อยๆ มีแฟนคลับที่เห็นเธอในสนามบินและถ่ายรูปมาลง แต่ภาพไม่ชัด และเห็นเธอจากที่ไกลๆ เบนกำลังคิดว่าเขาจะลงรูปที่เซลฟี่กับเรย์ดีไหม แต่คิดไปคิดมา เขาอยากเก็บรูปนี้ไว้คนเดียว แค่เขากับเรย์ ก็พอ


โทรศัพท์สั่นเล็กน้อย พร้อมกับแถบแจ้งเตือนด้านบนบอกว่า มีอีเมลเข้าใหม่ เบนรีบกดดูอย่างไม่รอช้า เขาลุกพรวดขึ้นนั่ง ดวงตาเบิกกว้าง อีเมลจากเรย์จริงๆด้วย


ขอบคุณค่ะ รูปน่ารักดี

เบน ฉันขอเรียกว่า เบน เลยแล้วกันนะคะ พรุ่งนี้ช่วงบ่ายสามโมง คุณว่างไหมคะ โรงแรมที่ฉันพักอยู่ติดไฮด์ปาร์ค ฉันมาลอนดอนกี่ครั้ง ก็พักโรงแรมแกรนด์รอยัลลอนดอนไฮด์ปาร์คนี้ตลอด แต่ยังไม่เคยเดินในไฮด์ปาร์คจนถึงเซอร์เพนทีนเลยค่ะ หยุดอยู่แค่แถวสวนเคนซิงตัน ฉันอยากลองถีบเรือในเซอร์เพนทีนดูสักครั้ง จะชวนโรส (เพื่อนและผู้จัดการของฉัน) ไปด้วย แต่เธอว่ายน้ำไม่เป็น และกลัวน้ำ ไม่รู้จะไปกับใครแล้วจริงๆ อีกอย่าง ฉันอยากใช้เวลากับชาวลอนดอนเนอร์ตัวจริง คุณเจียดเวลาให้ฉันสักชั่วโมงได้ไหมคะ


เบนกลืนน้ำลายลงคอ เรย์ชวนเขาไปเดินเล่นและถีบเรือในไฮด์ปาร์คตอนบ่ายสามโมง เดี๋ยวนะ นี่เรย์ เคโนบีตัวจริงใช่ไหม เขาเลื่อนสายตาอ่านอีเมลอีกสี่รอบถ้วน ใครจะไม่อยาก เจียดเวลา ให้เรย์ล่ะ มีผู้ชายคนไหนจะไม่อยากใช้เวลาสักชั่วโมงกับเธอ ไอ้หมอนั่นมันโง่แล้ว


เบนรีบพิมพ์อีเมลตอบกลับ


จริงๆแล้ว ตอนบ่ายสามโมง ร้านดอกไม้ยังไม่ปิด แต่ผมฝากให้ลูกจ้างดูแลร้านได้ครับ คุณเคโนบีจะให้ผมเจอที่ไหนดีครับ


เบนอ่านทวนอีกสามรอบ ก่อนกดส่ง ตอนนี้ทั้งมือทั้งเท้าอยู่ไม่สุข ตื่นเต้นจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว เขารอไม่ถึงห้านาที เรย์ก็ส่งอีเมลตอบกลับ


เรียกฉันว่าเรย์ก็ได้ค่ะ เบน ไม่ต้องเรียกเต็มยศเป็นทางการแบบนั้น ตกลงว่าไปเดินเล่นกับฉันนะคะ เจอกันหน้าโรงแรมตอนบ่ายสามได้ไหมคะ


เบนตอบกลับไปว่าตกลง พร้อมกับอิโมติค่อนหน้ายิ้ม เธอเขียนตอบกลับว่าขอบคุณ พร้อมรูปหน้ายิ้มเช่นกัน เบนทิ้งศีรษะลงบนหมอนอีกครั้ง กระพริบตามองเพดานห้อง ยกมือกุมหน้าอกด้านซ้าย ได้ยินเสียงหัวใจเต้นตุบๆ เต้นแรง เต้นไม่เป็นระบบ ใบหน้าของชายหนุ่มร้อนผ่าว จนเขาต้องพลิกตัว อัดใบหน้าใส่หมอน อยากจะกรีดร้องให้ดังลั่นบ้าน ให้ดังจนเพื่อนบ้านตะโกนด่า แต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอด เขาเก็บความดีใจทั้งหมดไว้ในอก ให้มันพองฟู เติบโต เหมือนดอกไม้กล็อกซิเนียในกระถางที่ระเบียง


วันต่อมา เบนอารมณ์ดี จนฟินน์และมิทากะ เพื่อนร่วมบ้านแปลกใจ ทุกทีเขาจะโวยวายที่เพื่อนทั้งสองคนทิ้งจานไว้ในอ่าง แต่เช้านี้ ทุกอย่างสดใส จนเขาไม่อาจอารมณ์เสียได้ เบนล้างจานให้เพื่อนทั้งสองคน และแทบจะกระโดดโลดเต้นออกไปทำงาน


“ทำไมวันนี้ดูมีความสุขพิลึก” เจส พาวา ลูกจ้างของเขาถามอย่างตรงไปตรงมา


“เรื่องของฉันน่า” เบนตอบปัด


เจสหรี่ตาลง “มีนัดสาวหรอ?” เธอพุ่งเข้าประเด็น ขณะใช้ป๊อกกี้ฉีดน้ำใส่ดอกไม้ให้ดูชุ่มฉ่ำ “ร้อยวันพันปีไม่เคยเลี้ยงกาแฟลูกจ้าง วันนี้เลี้ยงกาแฟแต่เช้า แถมฝากปิดร้านช่วงเย็น นัดสาวชัวร์ ใช่ไหมล่ะ” เธอหันมา ยักคิ้วให้อย่างกวนประสาทและรู้ทัน


“ฉีดน้ำไปเถอะ” เบนโบกมือไล่ ไม่ยอมตอบคำถาม


เจสยักไหล่ ฉีกยิ้มกว้างล้อเลียน จนเบนต้องทำตาดุ เธอถึงหยุดและหันไปตั้งใจทำงาน เจสเป็นรุ่นน้องที่เขารู้จักมาหลายปีแล้ว เคยเรียนที่เดียวกัน เจสรู้จักกับเพื่อนของเขาทุกคน และรู้จักคนในครอบครัวของเขาด้วย พ่อกับแม่เคยเชียร์ให้เขาลองจีบเจส แต่ไม่ว่ายังไง เขาก็ยังเห็นเธอเป็นแค่รุ่นน้องเท่านั้น


เวลาบ่ายสองโมงสี่สิบ หลังจากกำชับเจสให้ดูแลร้านอย่างดีแล้ว เบนก็ออกมาข้างนอก แอบหยิบดอกเบญจมาศสีขาวติดมือมาด้วยโดยหลีกเลี่ยงสายตาของเจส เดินกึ่งวิ่งไปยังสถานีรถไฟฮอลแลนด์ปาร์ค นั่งรถไฟประมาณสิบห้านาทีก็ถึงสถานีควีนส์เวย์ เบนวิ่งขึ้นบันไดอย่างรวดเร็วออกไปยังถนน เมื่อพ้นจากสถานี เขาเลี้ยวซ้ายตรงไปยังโรงแรมก่อน สวนอยู่ทางด้านขวา โรงแรมอยู่บนถนนสายเล็กทางซ้าย เบนมองนาฬิกาดิจิตอลบนข้อมือ เขามาถึงทันเวลาพอดิบพอดี เบนรีบเข้าไปที่ล็อบบี สิ่งแรกที่เขาเห็นคือเธอลงมาจากลิฟต์ สวมกางเกงยีนกับเสื้อสีเขียว สะพายกระเป๋าสีดำใบเล็ก ปล่อยผมสีน้ำตาลสยายไว้ด้านหลัง แต่งหน้าเพียงอ่อนๆ เธอยิ้มกว้างเมื่อเห็นเขา ขณะที่เบนยืนตะลึงไปแล้ว ยิ้มของจริง ดีกว่ายิ้มในจอโทรทัศน์หลายเท่าตัว ยังไงเขาก็ไม่มีทางชินกับยิ้มของเธอ


“มาถึงนานหรือยังคะ” เรย์เอ่ยถาม เดินตรงมาหา พลางหยิบแว่นกันแดดและหมวกขึ้นสวม


“เพิ่งมาครับ” เบนตอบเสียงแหบ


“จะให้ฉันหรือเปล่าคะ” เธอชี้มือมาที่ดอกไม้ ยิ้มเล็กๆประดับบนใบหน้า     


“อ้อ เอ่อ ใช่ครับ ให้คุณ” เบนยื่นดอกเบญจมาศทั้งก้านออกไป เพิ่งคิดได้ว่าควรจัดช่อให้สวยหรือเปล่านะ เป็นเจ้าของร้านดอกไม้แท้ๆ ดันมีดอกไม้มาให้เธอแค่ดอกเดียว เขาหน้าร้อนผ่าว อับอาย นึกถึงบรรดาดอกไม้ที่เธอน่าจะได้รับในแต่ละวัน เทียบกันแล้ว ดอกเบญจมาศของเขาดูกระจอก


“ขอบคุณค่ะ” เรย์ยิ้ม ดวงหน้าแจ่มใส จนเบนรู้สึกเหมือนจะตาพร่า “ดอกเบญจมาศ ไม่เหมือนใครดี ฉันชอบค่ะ ถ้ามาจากร้านของคุณ แสดงว่าจะต้องมีความหมาย แล้วดอกนี้หมายความว่าอะไรคะ?”


“ถ้าเป็นยุควิกตอเรียน ดอกเบญจมาศหมายถึงมิตรภาพครับ ถ้าเป็นยุคนี้ เบญจมาศสีขาวหมายถึงความจริงใจ ซื่อตรง” พูดออกไปแล้ว เขายิ่งหน้าแดงกว่าเดิม คิดว่าตอนนี้ใบหูทั้งสองข้างต้องแดงแล้วแน่ๆ เรย์มองเขานิ่ง ลูกแก้วสีน้ำตาลใสในแววตาแสดงความอ่อนโยน


“ขอบคุณนะคะ” เธอพูดอีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล


“ครับ” เบนพยักหน้า แล้วมองสบตาเธอ


“คุณจะว่าอะไรไหม ถ้าฉันฝากดอกไม้ไว้ที่เคาน์เตอร์ก่อน ถือออกไปด้วย อาจไม่สะดวก” เรย์ถามอย่างสุภาพ เมื่อเบนตอบว่าเขาโอเค เธอจึงเดินไปที่เคาน์เตอร์ของโรงแรม ฝากไว้กับพนักงาน


ทั้งคู่เดินออกจากโรงแรม ตรงไปบนถนน ข้ามฝั่งที่ทางเข้าสวนเคนซิงตันที่ทั้งเล็กและแคบ เบนให้เรย์เดินผ่านเข้าไปก่อน เขาเดินตามมาด้านหลัง ครู่ใหญ่ทีเดียวที่ไม่คุยอะไรกันเลย เขามองเธอที่สูดลมหายใจเข้าปอดอย่างผ่อนคลาย แก้มเนียนสดใส ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นกันแดดน่าจะพึงพอใจและมีความสุข ภายในสวนเงียบสงบทีเดียว สองข้างทางมีแต่ต้นไม้สูง ทางเดินกว้างพอให้แค่เดินได้สองถึงสามคน เรย์แกว่งแขนไปมา แล้วก็หันมายิ้มให้


“คุณมาที่นี่บ่อยไหมคะ” เรย์ถาม


“สองอาทิตย์จะมาสักครั้งครับ บางทีก็ไม่ได้มาเป็นเดือนเลย” เบนตอบ ส่วนใหญ่แล้ว หลังปิดร้าน เขาก็ตรงกลับบ้านไปทำอาหารเย็นกิน


“คุณเปิดร้านดอกไม้มานานหรือยังคะ” เรย์ถามอีก


“นานแล้วครับ ร้านนั้นเคยเป็นของคุณยายมาก่อน ผมรับช่วงต่อ” เบนตอบ เอามือไพล่หลัง


“แล้วพวกแผ่นเสียงนั่นล่ะคะ ขายมาตั้งแต่สมัยคุณยายหรือเปล่า” เรย์ถาม เอียงศีรษะ มองใบหน้าด้านข้างของเขาตลอดเวลา


เบนหัวเราะออกมาเล็กน้อย “แผ่นเสียงเป็นธุรกิจของคุณตาครับ คุณตาเคยเปิดร้านขายแผ่นเสียงกับเพื่อน แต่ตอนหลัง ตกลงเรื่องผลประโยชน์ไม่ลงตัว คุณตาก็เลยหอบเอาแผ่นเสียงที่เขาสั่งซื้อมาไว้ที่ร้านคุณยาย กลายเป็นว่า ร้านบลอสซัมจะต้องขายดอกไม้และแผ่นเสียงคู่กันไป ผมก็อยากจะให้เป็นอย่างนั้นต่อไปเรื่อยๆครับ บางที ก็มีลูกค้าคนเก่าคนแก่ที่รู้จักกับคุณตาแวะเวียนมา อ้อ มีคนแนะนำร้านของผมในเว็บไซต์คนชอบของเก่าเพียบเลยนะ”


“ฟังดูแล้ว ครอบครัวของคุณน่ารักดีนะคะ” เรย์กล่าวชม


“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ” เบนยกมือขึ้นเกาหลังคอแก้เขิน เขาตอบคำถามเยอะเกินไปไหมนะ เขาควรถามอะไรเธอกลับบ้าง แต่จะถามอะไรดี หัวสมองตื้อ คิดไม่ออกเลย เขานี่ทึ่มจริงๆ เขาเดินเคียงข้างเธอต่อไป จนถึงบริเวณที่วางรูปปั้นคนขี่ม้า มองเสยขึ้นไปด้านบน


“รูปปั้นนี้...” เรย์เงยหน้ามอง “ที่ชื่อ Physical Energy ใช่ไหมคะ”  


“ครับ” เบนพยักหน้า “ผลงานของจอร์จ เฟรดเดอริก วัตส์ บอกให้มนุษย์มองไปที่เส้นขอบฟ้าเสมอ เพื่อมองไปที่อนาคต” เขาบอก ขณะที่เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้


เบนคิดว่าน่าจะชอบถ่ายรูป เรย์หยุดเดินเพื่อถ่ายภาพสองสามครั้ง ในที่สุด เขาก็ได้เรื่องชวนคุย “ชอบถ่ายรูปหรือครับ” เขาถาม เมื่อทั้งสองเดินมาถึงถนนใหญ่ซึ่งตัดผ่านแม่น้ำลองไปยังห้องแสดงงานศิลปะ พวกเขาเดินข้ามถนนกันไปก่อน เรย์จึงได้โอกาสตอบ


“ชอบมากค่ะ ถ้าไม่ได้เป็นนักแสดง ฉันคงเป็นช่างภาพไปแล้ว แต่ข้อดีของการเป็นนักแสดงก็คือ ฉันได้เดินทางไปหลายประเทศ โดยมีข้ออ้างที่ดีมากๆ ก็คือไปถ่ายหนัง หรือโปรโมทหนัง” เรย์บอก


“แต่ผมเห็นคุณไม่ค่อยโพสรูปลงไอจี” เบนพูดอย่างแปลกใจ


“ทั้งไอจีและทวิตเตอร์ของฉัน คนดูแลคือโรสค่ะ เธอไม่ค่อยโพสอะไรลงไปหรอก เพราะต้องการให้ดูเหมือนว่าเป็นของฉันจริงๆ แล้วก็ทำให้ฉันดูลึกลับนิดหน่อย รักความเป็นส่วนตัวสุดๆ แบบที่พวกนักแสดงหรือนักร้องชื่อดังมักจะเป็นกัน” เรย์ตอบ “ไอจีจริงๆของฉัน ไม่ได้ใช้ชื่อว่าเรย์ แต่ใช้ชื่อว่าเดซี่ อันนี้ค่ะ” เธอกดๆบนหน้าจอโทรศัพท์ครู่หนึ่งแล้วยื่นให้ดู “แล้วเบนมีไอจีไหมคะ”


เบนเลื่อนสายจากอินสตาแกรมบนหน้าจอ ขึ้นมองเธอ “มีครับ”


“ขอชื่อแอคเคาท์ได้ไหมคะ” เรย์ถาม


เบนยืนนิ่งกลางทาง ใจเต้นตึกตักกระแทกซี่โครง เรย์ เคโนบีกำลังเอ่ยปากขอไอจีของเขา โอ้ พระเจ้า! เขาทำบุญด้วยอะไรในชาติก่อน เธอยื่นโทรศัพท์มาให้เขา เบนก้มลงมองไอโฟนของเธอ เขา เบน โซโล ผู้นี้ กำลังจะได้จับไอโฟนของเรย์ เคโนบี! ความรู้สึกตอนนี้ยิ่งกว่ามีคนจุดพลุในเทศกาลดอกไม้ไฟเดือนพฤศจิกายน เบนรับโทรศัพท์ของเธอมาถือไว้ พิมพ์ชื่อแอคเคาท์ของตนในช่องค้นหา และส่งกลับไป แก้มทั้งสองข้างของชายหนุ่มเป็นสีชมพู


“กดติดตามแล้วนะคะ ฉันจะได้มีรูปดอกไม้สวยๆไว้ดู” เธอยิ้มกับไอโฟนแล้วเงยหน้าขึ้นแจกยิ้มให้เขาอีก


พวกเขาเดินต่อไปจนถึงเซอร์เพนทีน เบนจัดการติดต่อเช่าเรือถีบ ให้เรย์ตัดสินใจว่าจะเช่าแบบหนึ่งชั่วโมงหรือแค่ครึ่งชั่วโมง แต่เมื่อเธอเห็นราคาว่าต่างกันแค่สองปอนด์ เธอจึงให้เขาเช่ามาหนึ่งชั่วโมงไปเลย เรย์ไม่ยอมให้เขาออกค่าเช่าเรือทั้งหมดเอง พวกเขาจึงหารกันคนละครึ่ง เบนเดินอยู่ด้านหลัง ยกมือคอยรับ เผื่อว่าเธอสะดุดระหว่างลงไปในเรือ แต่หญิงสาวท่าทางคล่องแคล่ว ไม่มีติดขัด เบนค่อยๆตามลงไป เขาเคยมาถีบเรือครั้งเดียว ตอนยังเด็ก อายุแค่สิบเอ็ดขวบ พ่อเป็นคนพามา ตอนนั้นขาของเขาเหยียบถึง ไม่มีปัญหา ทว่า ตอนนี้ อายุสามสิบ สูงหกฟุตสองนิ้ว ขายาวเกินไป หัวเข่าจึงชนกับขอบด้านหน้าของเรือ แน่นอนว่าถีบไม่สะดวก


เรย์หัวเราะอย่างขำขัน เมื่อเบนโอดครวญ ขยับขาได้อย่างทุลักทุเล เขาไม่ได้รู้สึกอับอาย เพราะมันเป็นเหตุสุดวิสัย เขาตัวสูงเอง ส่วนเรือก็อาจจะไม่ได้สร้างมาเพื่อเขา เสียงหัวเราะของเรย์กังวานใสน่าฟัง แต่เมื่อเธอหัวเราะมากเข้า เขาก็เริ่มหน้างอ


“เป็นอะไรคะ” เรย์ถาม เสียงกลั้วหัวเราะ “แก้มป่องแล้ว โกรธฉันหรอ” เธอพูดอย่างเอ็นดู ยกมือขึ้น และใช้นิ้วชี้จิ้มแก้มของเขาจนบุ๋มลงไป เบนตัวแข็งทื่อ ขาหยุดขยับ หันไปมองเธอช้าๆ “ไม่หัวเราะแล้วค่ะ” เรย์ลดมือกลับไป พลางยิ้มยิงฟัน ให้เขาเห็นฟันหน้าครบทั้งแผง ขนาดแค่ ฟัน ยังดูน่ารักเลย ให้ตายเถอะ! ไม่ไหวแล้วเว้ย! น่ารักอยากได้กลับบ้าน เธอจิ้มแก้มเขาด้วย จิ้มแก้มเชียวนะ จิ้มแก้ม!


“ที่นี่เป็นสถานที่เดทขึ้นชื่อของลอนดอนหรือเปล่าคะ” เรย์หันมาถาม


“คงงั้นครับ” เบนพยักหน้า


“นอกจากที่นี่ มีที่อื่นอีกไหมคะ” เรย์ถามต่อ


“ไม่แน่ใจครับ แต่ถ้าสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆของลอนดอน ก็คงมีลอนดอนอาย พระราชวัง พิพิธภัณฑ์ก็มีหลายแห่ง สวนพริมโรสฮิลล์ก็สวยนะครับ ได้เห็นขอบฟ้าของลอนดอนด้วย” เบนแนะนำไปเท่าที่เขารู้


“แล้วเบนอยากไปที่ไหนคะ” เรย์ถามอีก


“เอ่อ ไม่รู้สิครับ” เบนตอบอย่างงุนงง


“ฉันเคยขึ้นลอนดอนอายกับโรสค่ะ” เรย์บอกเหมือนเล่าให้ฟังเรื่อยเปื่อย แล้วก็หยุดพูดไปเฉยๆ ขาทั้งสองข้างขยับถีบเรือไปข้างหน้า แสงอาทิตย์ส่องกระทบระลอกน้ำจนกลายเป็นสีทอง เรย์แอบชำเลืองมองคนข้างตัว เบนมองออกไปด้านนอกอย่างเผลอไผล ไม่รู้ตัวว่าเธอแอบถ่ายรูปของเขาเก็บไว้ เธอผ่อนลมหายใจเบาๆ อุตส่าห์บอกใบ้ขนาดนี้ ยังไม่เอ่ยปากชวนอีก คนอะไร ซื่อจังเลย หรือว่าเขาจะไม่ได้สนใจเธอเป็นพิเศษ ตอนแรก เรย์ก็กังวลว่าเธอทำถูกไหมที่เข้ามาตีสนิทกับเขา แต่หลังจากลองปล่อยผ่านไปหนึ่งคืน เธอค้นทั้งในทัมเบลอร์ อินสตาแกรมและทวิตเตอร์ หารูปตัวเองกับแฟนคลับ เบนไม่ยอมโพสรูปเซลฟี่อวดใครเลย เขาไม่ใช่พวกแฟนคลับทั่วไป เขาสุภาพมากกว่านั้น ไม่รู้ทำไม เรย์ถึงรู้สึกเชื่อใจเขา ทั้งที่เพิ่งเจอกัน


มีบางอย่างในตัวเขา ดึงดูดเธอเข้าหา เป็นเสน่ห์ที่เจ้าตัวเองก็คงไม่รู้ด้วยซ้ำ


เรย์รู้สึกสงบ ท่ามกลางสายน้ำ แสงแดด ความเงียบ ไม่วุ่นวาย ไม่มีแสงแฟลช ไม่มีเสียงกรี๊ดของแฟนคลับ ไม่มีคนจ้องมองเธอ ตรงนี้ มีแค่เบน โซโล กับท่าทางถีบเรือทุลักทุเลของเขา เรย์ไม่อยากให้หนึ่งชั่วโมงนี้ต้องจบลงเลย


เมื่อพวกเขาขึ้นจากเรือ ก็ต่างซื้อน้ำมาดื่มแก้กระหาย และเดินกลับโรงแรม เรย์ไม่เคยอยากประวิงเวลาให้ยาวนานเท่านี้มาก่อน แต่ทางเดินจากร้านเช่าเรือถีบถึงโรงแรม ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงนิดๆ ขากลับ มักจะรวดเร็วกว่าขาไป พริบตาเดียว เรย์ก็มาถึงหน้าโรงแรมเสียแล้ว เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ยังคงลุ้นให้เขาเอ่ยชวน แต่เบนก็เขินอายและกระอักกระอ่วนเกินกว่าจะพูด เรย์จึงได้แต่ยิ้มบางๆ


“ขอบคุณนะคะที่ไปเป็นเพื่อน สนุกมากค่ะ” เรย์บอก


“ครับ” เบนรับคำ


“ฉันไปก่อนนะคะ” เรย์เอ่ยลา


“โอเคครับ” เบนพยักหน้า


เรย์ยังรีรอ แล้วก็ถอดใจ หมุนตัว หันหลังเดินขึ้นบันไดหน้าโรงแรม เธอได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาเดินถอยกลับไป หญิงสาวถอนหายใจ เดินก้มหน้ามองเท้าของตัวเอง


“เรย์” เสียงเรียกทำให้เรย์หันขวับทันที เบนวิ่งกลับมาหา และหยุดที่ด้านล่างของบันได “คือว่า... เราจะเจอกันอีกได้ไหมครับ คุณจะอยู่ที่นี่อีกกี่วัน จะมีเวลา... จะรังเกียจไหม ถ้าผมชวนไปกินข้าว หรือเอ่อ... ไปลอนดอนอาย เดินเล่นในพิพิธภัณฑ์ หรือ...”


“ยินดีค่ะ” เรย์ตอบ ก่อนที่เขาจะตื่นเต้นจนหยุดหายใจไปเสียก่อน ทั้งขี้อาย ทั้งซื่อ น่ารักเกินไปแล้ว


           “ผมจะอีเมลไปหานะครับ” เบนบอก


           “ฉันจะรอค่ะ” เรย์ยิ้มตอบ

       








TALK

คนหนึ่งก็ขี้อาย อีกคนก็ไม่กล้าจะรุกเยอะ ต้องสงวนท่าทีไว้บ้าง 

ทุกอย่างค่อนข้างจะ Awkward  ตอนเริ่มความสัมพันธ์ ก็เป็นแบบนี้แหละเนอะ

ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป อย่างช้าๆ 

ค่อยละลายไปทีละนิด 

วร๊ายยยย เขียนเอง เขินเอง ก็ได้อ่ะ คิดดู๊ !!  



  

                 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #837 Vandemort (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:57

    อร๊ายยย น่ารักเกินไปล้าวววว ????????

    #837
    0
  2. #817 Linadora (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 19:07
    น่ารักกกก บรรยากาศละมุนมากค่ะ
    #817
    0
  3. #779 Barea (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 20:02
    คุณเบนรีบรุกเข้านะคะ ใจร้อนกว่าเรย์ก็ดิฉันนี่ล่ะค่ะ
    #779
    0
  4. #763 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 10:05

    โอ้ยยยยยย ตาเบนนะตาเบนนนน! โชคดีกว่าชาวบ้านหลายขุมเกินไปแล้ว ชาติที่แล้วน่าจะทำบุญด้วยการสร้างอุโบสถสามสิบแห่งเป็นอย่างต่ำนะคะ ถ้าจะมีบุญได้อีเมลคุยกับดาราแสนสวยแถมยังชวนไปออกเดทอีก ลัคกี้เกินไปละ! แต่ก็เอ็นดูความไม่ประสาของพ่อ แบบ...มือใหม่หัดรัก นักจีบสมัครเล่นงี้ คือ...ค่าประสบการ์คือต๊อกต๋อยมาก เอ็นดูที่น้องเรย์ต้องเป็นฝ่ายโยนหินถามทางให้ก่อน บอกใบ้จนแทบจะเป็นฝ่ายชวนอิพี่เองอยู่แล้ว ดีนะที่อิพี่มีลูกฮึดสู้ขึ้นมา ไม่ได้จากไปแบบเด๋อๆ อ่านแล้วเราอมยิ้มเลยค่ะ เบนน่ารักมากจริงๆ ถ้าเป็นคุณเคโนบีเราก็คงจะหวั่นไหว ละลายไปกับความเจนเทิลแมนและอบอุ่นของเบนเหมือนกัน รอบหน้าจะลอนดอนอาย พิพิธภัณฑ์ หรือที่ไหนๆ ความสัมพันธ์จะก้าวกระโดดไปแค่ไหนนะ :)

    #763
    0
  5. #762 erney007 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 21:57
    น่ารักๆๆๆๆๆ โอ๊ยน่ารักสุดๆเลยค่ะ
    #762
    0
  6. #761 Nezerus Zernep (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 18:43
    หยุดยิ้มไม่ด้ายยยย น่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารักน่ารัก
    #761
    0
  7. #760 +Choc Milk+ (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 12:01
    หยุดยิ้มมั่ยลั่ยยยยยยยยยยย
    ปวดแก้มไปหมดแล้ว​ ฮอลลลล
    #760
    0
  8. #759 Bope (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 07:39
    ฮรื่อน่ารักมากเลยค่ะะะะ🙈 ตอนบอกว่าน่ารักอยากได้กลับบ้านนี่หวีดแรงมาก
    #759
    0
  9. #758 milliin (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 03:55
    ออยากซื้อคำว่าน่ารักทุกคำบนโลกมาใส่ตอนนี้ให้หมดเลยค่ะ น่ารัก มากกกกกกกก
    #758
    0
  10. #756 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 01:05
    เป็นติ่งที่โชคดีและประสบความสำเร็จมากๆเลยค่ะ เบนทำบุญด้วยอะไรนิ มีไอจีของจริงของดาราระดับโลกด้วย
    //นึกถึงคำว่า ผู้ชายดอกไม้ ของจริงอยู่ในฟิคนี้แล้ว
    #756
    0
  11. #755 Ahappipy (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 23:47
    โถววววววพรี่เบนนน เอ็นดู๊วววววว
    #755
    0
  12. #754 Puryartist (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 23:10
    ชอบฉากที่เบนดูหนังของเรย์ บรรยายสวยมากกกก นึกภาพพี่เบนค่อยๆ ยิ้มแล้วรู้สึกเขินแทน
    #754
    0
  13. #753 CartoonFreak (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 23:03
    โอ๊ยยย อ่านไปเขินไปค่ะ ทำไมสองคนนี้ต้องสวีตมุ้งมิ้งกันขนาดนี้ ยิ้มแล้วยิ้มอีก ยิ้มไม่หยุด
    #753
    0
  14. #752 PennyWolf (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 22:45

    เขินหนักมากค่าาาาา ชอบทุกอย่างในเรื่องนี้ ฮรืออออ ใจบางไปหมดแล้ว หวีดจนเหนื่อยยย ยิ้มจนเมื่อยหน้า555
    #752
    0
  15. #751 จุ๊จัง (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 22:36
    ว้ายเขิน รุกเข้าไปคุณพี่ รุกกกกก
    #751
    1
    • #751-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 64)
      7 ตุลาคม 2561 / 22:37
      คุณพี่ไม่กล้ารุก มีแต่คุณน้องนั่นแหละค่ะ
      #751-1
  16. #750 janyanis (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 22:34
    โอ้ยยย อิจฉาคนเดินไฮด์ปาร์คแบบมีคู่ นี่ไปเดินคนเดียว หน้าหนาวอีกตะหาก เปลี่ยวใจเปลี่ยวกายสุดๆ
    #750
    1
    • #750-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 64)
      7 ตุลาคม 2561 / 22:37
      นี่ไปเดินในกูเกิลเอิร์ธมาค่ะ 555555 แลดูเป็นสถานที่ ที่ไม่ควรหน้าหนาวคนเดียวจริงๆนะ ฮ่าฮ่า แลดูเหงาๆอ่ะ
      #750-1