Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 61 : [Empress Rey] : Twinkle

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    19 ก.ย. 61



[Empress Rey] : Twinkle







                เบนจ้องเพดานอย่างเหม่อลอย มองตามผ้าม่านคลุมเตียงที่ปลิวไสว เขากระพริบตาเชื่องช้า ผ่อนลมหายใจหนักๆสองครั้ง แล้วผ่อนยาว ลูกนัยน์ตาเลื่อนมองไปทางหน้าต่าง เห็นดวงอาทิตย์ลอยเด่นสูงเกือบจะเกินขอบหน้าต่างด้านบนไปแล้ว สายมากทีเดียว แต่มิทากะยังไม่เข้ามาปลุก เบนเดาว่าข้ารับใช้ผู้นั้นคงจะไปส่งกองทัพถึงประตูเมือง องค์จักรพรรดินีคงจะพ้นเขตเมืองเป็นที่เรียบร้อย ไปไกลเป็นร้อยไมล์เพื่อกำราบและเข่นฆ่าฝ่ายกบฏ เบนไม่แน่ใจว่าเขารู้สึกอย่างไร เขาไม่แน่ใจอะไรอีกแล้ว ชายหนุ่มพลิกตัว หลบแสงแดด ซุกแก้มกับหมอนนุ่ม งอตัวเข้าหากันเหมือนกุ้ง มือทั้งสองกำแน่น ริมฝีปากขบกัด



                เขาควรสะใจ สาแก่ใจ เขาย่ำยีศักดิ์ศรีของเธอ ทำลายความสง่างามของเธอหมดสิ้น แต่ทำไมในทรวงอกกลับโหวงเหวง ปวดหนึบ เหมือนมีรูโหว่ขนาดใหญ่กลางใจ เหมือนปากแผลขนาดใหญ่เปิดออกและเลือดไหลเป็นทาง เขากำลังรู้สึกผิด ทั้งที่ไม่จำเป็น ไม่อยากจะรู้สึก เบนเลือกที่จะเดินออกจากห้องของเธอโดยไม่เหลียวหลัง ทิ้งเธอไว้ตามลำพังในความเงียบของค่ำคืน เขาไม่รู้ และคิดว่าตนไม่อยากจะรู้ว่าเธอคิดอย่างไร หรือกำลังรู้สึกอย่างไร แต่เมื่อเดินกลับมาถึงห้องพักในฮาเร็ม ความคิดมากมายวิ่งพุ่งชน ไม่อาจหลับได้ลง กระสับกระส่ายอยู่ค่อนคืน แม้จะผล็อยหลับไปอย่างมึนงง แต่เธอก็ยังติดตามเขาไปในฝัน



                ภาพในวันฝนตกพรำๆ สีสันแจ่มแจ้ง กลิ่นของขนมปังอบอวล ไม่ได้ถูกฝนชะล้างไปด้วยแม้แต่น้อย เขาจดจำเหตุการณ์วันนั้นได้อย่างแม่นยำ แต่ทันทีที่พยายามจะกอบกู้ความทรงจำเกี่ยวกับใบหน้าและลักษณะของเธอ ทุกอย่างกลับพร่าเลือน เหมือนมีควันอ่อนจางปกปิด เขาไม่หลงเหลือความจำว่าเธอหน้าตาอย่างไร ในเวลานั้น เธอไม่ได้มีสำคัญอะไรเลย เขาแค่ก้าวออกไปชี้หน้าคนทำขนมปัง สั่งให้หยุดทุบตีเด็กหญิง เพราะเขาเคยเห็นพ่อทำแบบนั้น ปกป้องผู้ที่อ่อนแอ เขาอยากจะเป็นแบบพ่อ จึงตัดสินใจทำลงไป โดยไม่ได้สนใจไยดีเธออย่างจริงจัง เขาจำได้อีกว่า แม่นำเรื่องนี้ไปเล่าให้พ่อฟัง พ่อยิ้มกว้าง ยกตัวเขาลอยจากพื้น ภาคภูมิใจในความกล้าหาญของเขา กล้าหาญอะไรกัน! ช่วยเหลือคนอ่อนแอกว่าอย่างนั้นหรือ? เมื่อคืน เขาเพิ่งจะกดร่างสตรีหนึ่งลงกับเตียง กระทำการอุกอาจ แก้แค้นด้วยวิธีโสมมและขี้ขลาด เพราะเขาไม่กล้ามากพอจะฆ่าเธอ เขาถึงใช้วิธีนั้น



                เกลียดอะไร ไม่หนักหนาสาหัสเท่าเกลียดตัวเองอีกแล้ว



                ในทางกลับกัน เรย์คงจดจำได้ทุกสิ่งอย่าง เธอจึงตามหาตัวเขา พามาไว้ที่นี่ ให้อยู่กินอย่างสุขสบาย ลองคิดทบทวนดูแล้ว คงเป็นวิธีแทนคุณของเธอ แต่เบนก็ยังไม่เข้าใจ ถ้าเธอจดจำฝังใจขนาดนั้น ทำไมเธอยังฆ่าครอบครัวของเขาได้ลงคอ เธอต้องคิดสิว่าเขาจะโกรธแค้น เบนกัดริมฝีปาก แขนกอดตัวเองแน่น ขมวดคิ้วมุ่นอย่างสับสน มีเรื่องอะไรที่เขาไม่รู้กันแน่ เรื่องอะไรกัน



                เบน ฟังก่อน



            เสียงอ้อนวอนเหมือนจะขาดใจแวบกลับเข้ามา ความวูบไหวปวดแปลบวาบขึ้นในอก ไม่ใช่ว่าเธอกำลังจะอธิบายหรือ? เธอกำลังจะบอกเหตุผล แต่เป็นเขาเองที่ไม่รับฟัง โกรธจนหน้ามืดตามัว ไม่ไตร่ตรองให้ดี ความรู้สึกผิดของเบนยิ่งทับถมเท่าทวีคูณ และตอนนี้เธอเดินทางไกล ออกไปทำศึกด้วยสภาพจิตใจแบบนั้น เขาเห็นน้ำตาของเธอเปื้อนแก้ม หยดลงไปบนหมอน ผู้หญิงที่ไม่เคยมีใครเห็นน้ำตา กลับร้องไห้เพราะเขาคนเดียว



                เสียงเคาะประตูกระชากเบนจากห้วงคิด มิทากะเดินเข้ามาในห้อง ปรายสายตามองเบนบนเตียง ค่อนข้างแปลกใจที่เจ้านายยังไม่ลุก ทั้งที่สายป่านนี้แล้ว



                “มิทากะ” เบนเรียก เหวี่ยงผ้าห่มออกจากตัว “ข้าอยากจะไป...”



                “ท่านสามารถไปได้ทันทีที่เก็บของเสร็จ” มิทากะพูดแทรก “องค์จักรพรรดินีเรียกข้าเข้าเฝ้าตั้งแต่อาทิตย์ยังไม่ขึ้น มีรับสั่งให้ปล่อยท่านเป็นอิสระ ประทานเสื้อผ้าหนึ่งหีบ เงินและทองคำอย่างละสามหีบ ให้ท่านนำไปด้วย ข้าจะจัดเตรียมรถม้าให้ ไม่ว่าท่านต้องการไปไหน สามารถบอกได้ทันที”



                เบนอึ้งไป หยุดนิ่งอยู่กับที่ มือยังถือผ้าห่มค้าง “นี่มันเรื่องอะไรกัน” 



                “หน้าที่ของท่านในฮาเร็มจบสิ้นแล้ว” มิทากะตอบ



                หัวใจของเบนวูบหล่นหายไปใต้เท้า จมหายไปกับพื้นดิน จบสิ้น ทำไม? หมายความว่าอย่างไร? เธอจะปล่อยเขา ไม่ ไม่ใช่ เธอกำลังไล่เขาไปต่างหาก ความร้อนเอ่อขึ้นมาที่ดวงตา ก้อนบางอย่างจุกอยู่ในคอ เขาพูดไม่ออก ได้แต่ตะลึงมองมิทากะที่ยืนอยู่ตรงประตู ใบหน้าของเบนซีดเผือด



                “ข้าไม่...” เบนส่ายศีรษะ “ข้ายังไม่ไปได้ไหม?” ยังไม่ได้พูดคุยกับเธออีกครั้ง ยามพบหน้า ยังไม่เคยพูดกันเกินสิบประโยคเลยด้วยซ้ำ ที่เธอบอกว่า เบน ฟังก่อน เธอจะให้เขาฟังอะไร จะพูดหรืออธิบายอะไร เขายังไม่ได้ฟังเลย



                “ทำไมล่ะ” มิทากะถาม “นี่คือสิ่งที่ท่านต้องการมากที่สุดไม่ใช่หรือ? เป็นอิสระ แล้วทำไมจึงยังไม่อยากไป”



                “เธอ... เธอเป็นคนพูด เป็นคนสั่งให้ข้าไปหรือ?” เบนถามเสียงเบา ราวกับจะแตกสลาย



                “ฝ่าบาทอนุญาตให้ท่านไปได้ เมื่อท่านต้องการจะไป” มิทากะตอบ “แต่ในเมื่อท่านเองก็อยากไปจากที่นี่อยู่แล้ว ก็จัดของเลยน่าจะดี ขอเพียงท่านบอกสถานที่ที่ต้องการ ข้าจะให้คนพาไป จะเดินทางวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ย่อมไม่เป็นปัญหา”



                “ทำไม” เบนถามอีก “ทำไมเธอให้ข้าไป”



                “ฝ่าบาทเข้าใจแล้วว่าไม่อาจกักขังนกที่ไม่รักพระองค์ไว้ได้” มิทากะตอบ น้ำเสียงเรียบ อย่างไม่รู้สึกรู้สา เหมือนภูเขาที่ไม่อาจไหวหวั่นจากการต้องลม แต่คนฟัง รู้สึกในทางตรงกันข้าม



                “ใครบอกว่าข้าไม่...” เสียงท้ายประโยคกลับเลือนหาย ริมฝีปากเม้มแน่น



                “แต่ฝ่าบาททรงไม่ทราบ ทรงรู้ เท่าที่ท่านต้องการให้รู้” มิทากะบอก น้ำเสียงพลันแข็งกระด้างขึ้นมา “ข้าในตอนนี้ ยากที่จะข่มอารมณ์ให้ไม่เคืองขุ่นหรือโกรธท่าน ข้ากับฝ่าบาทเคยเป็นสหายร่วมรบ สหายร่วมอาจารย์ รักกันดั่งพี่น้อง แม้ข้าจะเลือกอีกเส้นทาง ออกห่างจากสนามรบโดยสิ้นเชิง แต่ยังอุทิศกายและใจถวายรับใช้ ข้าจึงทนไม่ได้นักหรอก หากมีใครมาทำร้ายความรู้สึกของฝ่าบาท ถึงข้าจะไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นอย่างไร แต่นับจากเหตุการณ์เมื่อเก้าปีก่อน ข้าไม่ได้เห็นสภาพ... เอาเป็นว่า ท่านเตรียมตัวเถอะ ไปให้พ้นหน้าข้า ก่อนที่ข้าจะจับดาบอีกรอบ หรือก่อนที่กองทัพจะกลับมา เพราะนายพลฮักซ์อาจจัดการท่านด้วยตัวเอง”    



                “เกิดอะไรขึ้นที่นาบู” เบนถาม ดวงตามองตรงไปยังใบหน้าของมิทากะ “ที่เจ้าจะบอกข้าตั้งแต่ครั้งก่อน แต่ไม่ได้บอก เพราะเจ้าคิดว่าเป็นเรื่องที่ข้ากับเรย์ต้องคุยกันเอง”



                “ได้” มิทากะพยักหน้า แววตาของเขามีความสะใจล่วงหน้าไหลผ่าน “เมื่อเก้าปีก่อน ทั้งฝ่าบาท ข้า และนายพลฮักซ์ เป็นสามนายกอง มีพลทหารใต้บังคับบัญชาไม่ถึงห้าพันคน อาจารย์ของพวกเราคือสโนค นักดาบมือหนึ่งไม่เคยพ่ายแพ้ใคร ไม่มีผู้ใดล่วงรู้พื้นเพต้นกำเนิดของเขา รู้แค่ว่าเขานั่งเรือมาจากตะวันตก ท่องเที่ยวไปเรื่อย และคิดการใหญ่ อย่างที่ไม่น่าจะเอื้อมถึง เราทั้งสามคนเป็นศิษย์ของเขา เริ่มจากการกบฏในคอรัสซังต์ สโนคเป็นคนกว้างขวาง ตีสนิทผู้อื่นได้รวดเร็ว จึงหาพรรคพวกมาได้มาก เพียงไม่กี่ปี คอรัสซังต์ก็ตกเป็นของพวกเรา โดยมีฉากหน้าเป็นฝ่าบาท เทพีแห่งสงครามที่ยังอายุน้อย งดงาม น่าเกรงขาม ย่อมทำให้ผู้คนสนใจและนับถือมากกว่าชายวัยกลางคนแบบสโนคอยู่แล้ว แผนของสโนคคือรวบรวมแผ่นดินแถบนี้เป็นปึกแผ่น ตั้งแต่ชายฝั่งจวบจรดดินแดนตะวันออกทั้งหมด เราโจมตีมุสตาฟาร์ ล้มล้างสุลต่าน ได้กองกำลังมาอีกมากมาย แล้วสายตาของสโนคก็เล็งไปยังนาบู แต่ฝ่าบาททรงขอร้องให้ไว้ชีวิตประชาชนและราชวงศ์ เว้นอาณาจักรนาบูไปสักหนึ่งอาณาจักร ขอร้องไม่ให้โจมตีโดยเด็ดขาด สโนครับปากและให้คำสัตย์สัญญา โดยแลกกับการที่ฝ่าบาทต้องโจมตีป้อมยาวินให้แตก แน่นอนว่าทรงทำสำเร็จอย่างง่ายดาย แต่ระหว่างที่ฝ่าบาทเดินทางกลับมุสตาฟาร์ ข้าที่ติดตามสโนคไปในสงคราม เห็นเขาตั้งใจมุ่งหน้าไปยังนาบูแน่แล้ว ข้าและฮักซ์ปรึกษากันว่าจะทำอย่างไร ตอนนั้นทั้งกลัวทั้งเกรงฝีมือของสโนค เราขี้ขลาดเกินกว่าจะต่อกร ทำได้แต่ส่งจดหมายไปหาฝ่าบาทที่มุสตาฟาร์ บอกข่าวว่าสโนคกำลังผิดสัญญา สโนคไม่เพียงแต่โจมตีเพื่อยึดครองเท่านั้น เขาทำลายอาณาจักรนาบูทิ้ง เพราะเป็นจุดอ่อนอย่างเดียวของฝ่าบาท เขาคิดว่าการทำลายจุดอ่อนนี้ทิ้งไป จะทำให้ลูกศิษย์แข็งแกร่งและเชื่อฟัง ทุกอย่างกลับตาลปัตร เมื่อฝ่าบาทเดินทางถึงนาบู เห็นสภาพบ้านเมืองที่ถูกเผาทิ้ง พระราชวังในกองเพลิง ฝ่าบาทพิโรธหนัก ถึงกับชักดาบและฟันสโนคขาดเป็นสองท่อนต่อหน้าข้าและฮักซ์ เราไม่กล้าพูดอะไรทั้งสิ้น หลังจากนั้น ฝ่าบาทดำเนินไปข้างหน้า ถือดาบเปื้อนเลือดไว้ในมือ ตะโกนร้องเรียกแค่ประโยคเดียว ซ้ำๆไปมาราวกับเสียสติ น้ำตานองหน้าอย่างที่พวกเราไม่เคยเห็นมาก่อน ข้าว่าท่านน่าจะเดาได้ว่าฝ่าบาททรงเรียกหาใครอยู่ทั้งคืน คุ้ยเศษซากพระราชวังที่มอดไหม้ พลิกดูหน้าศพเด็ก สั่งให้ทหารออกตามหาเด็กผู้ชายอายุสิบขวบในรัศมีสิบไมล์ นำตัวมาให้ฝ่าบาททุกคน ข่าวลือบ้าๆเรื่องโปรดปรานเด็ก ก็มีที่มาจากตรงนี้”



                เบนนิ่งเป็นรูปปั้นสลักไปแล้ว เขาก้มลงมองมือทั้งสองข้างของตนเอง นึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เขาใช้มือสองข้างนี้จับเธอนอนคว่ำหน้า ทำร้ายเธอ โกรธแค้นเธอ ทั้งที่เธอไม่ใช่ศัตรูของเขา ไม่ใช่คนที่เขาต้องแค้น ทำบ้าอะไรลงไป เขากลายเป็นคนใจคอโหดร้ายแบบนี้ได้อย่างไร มือของเบนสั่นเทา เขาเงยหน้ากลับขึ้นมองมิทากะอีกครั้ง



                “เจ้าบอกว่า ข้าจะไปไหนก็ได้ใช่ไหม” เบนถาม มิทากะแค่ผงกศีรษะครั้งหนึ่งเป็นคำตอบ “ข้าอยากตามเรย์ไป ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน ข้าจะอยู่ที่นั่นด้วย”



.....................................................



                มืดแล้ว ฟ้าพร่างพรายด้วยแสงจันทร์กระทบดวงดาว กระโจมน้อยใหญ่ตั้งเรียงเป็นแถวบนผืนทรายกลางแจ้ง ไม่มีโขดหินหรือภูเขารายล้อม แสงไฟเจิดจรัสจากตะเกียงแขวนตามจุดต่างๆ เพื่อให้ความสว่างมากพอแก่ทหารเฝ้ายาม นอกนั้นต่างนอนหลับซุกตัวใต้ผ่าห่มที่นำติดตัวมา อากาศหนาวเย็นแทรกลงไปถึงกระดูก ร่างระหงยืนโดดเดี่ยวบนเนินทรายลูกหนึ่ง สองมือไพล่หลัง ทหารสวมเกราะสิบนายยืนเฝ้าระวังอยู่ทั้งด้านหน้าด้านหลังไม่ยอมให้ละจากสายตา เธอแหงนหน้ามองกลุ่มดาวเป็นละอองฝ้าบางเบา ทางช้างเผือกเห็นได้ชัดท่ามกลางท้องฟ้าไร้เมฆ ลมหายใจที่ผ่อนผ่านจมูกเป็นไอสีขาวสลายหายไปในความมืด เสื้อคลุมหนังสัตว์ตัวใหญ่ปกปิดและมอบความอบอุ่นให้ทั้งร่าง แต่หัวใจที่ซ่อนในทรวง กลับหนาวเหน็บเหมือนน้ำแข็ง



                เขาจะเดินทางแล้วหรือยัง? เรย์รำพึงในใจ เธอตัดสินใจเรียกมิทากะมาพบก่อนเดินทาง อนุญาตให้ปล่อยเบนเป็นอิสระ เธอไม่ต้องการกักขังเขาไว้อีกแล้ว เรย์ไม่สามารถทำใจมองเห็นสายตาเกลียดชัง ขยะแขยง และโกรธเคือง ยามที่เขามองมาที่เธอ เจ็บปวดเกินไป เรย์ไม่อาจทนรับไหว หากนกน้อยไม่มีความสุข ก็ถึงเวลาที่จะต้องปล่อยไป แม้เรย์จะเจ็บ และทรมานใจ แต่เธอไม่ต้องการให้เขาต้องทนทุกข์เพราะเธอ



                ยิ่งย้อนคิด น้ำตาก็พาลจะไหล แต่เรย์อดใจ พยายามเข้มแข็ง คืนก่อน เธอร้องไห้จนพอแล้ว จนดวงตาบวมช้ำ เพราะไม่ได้ร้องมาหลายปี ดวงตาจึงไม่ชินกับการร้องไห้ กระทั่งเช้าตรู่ ดวงตาก็ยังแดงก่ำเหมือนตากระต่าย เพจจึงไม่ให้นางกำนัลเข้ามาในห้องเลยสักคน รู้ดีว่าองค์จักรพรรดินีไม่ต้องการให้ใครเห็นความอ่อนแอ ก่อนรุ่งสาง จึงมีเพียงเพจอยู่กับเงียบๆ เปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ใหม่ พาไปอาบน้ำ และช่วยแต่งตัว อยู่เป็นเพื่อน จนกว่าดวงตาจะหายแดง



                แผลในใจยังสดใหม่ สะกิดเพียงนิด เลือดก็เหมือนจะไหลได้ง่ายดาย แม้ยามอยู่ไกลเพียงนี้ ใจยังคำนึงอาวรณ์ ทุรนทุราย นอนหลับไม่ลง แต่เรย์ไม่โทษเบนเลย เธอเข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่รับฟัง เรย์ลองคิดในมุมของเขา แล้วก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ ถ้าเธอมีครอบครัว และต้องยืนอยู่ต่อหน้าคนที่ฆ่าล้างตระกูล เธอคงทำใจยอมรับไม่ได้ ถึงจะเป็นการเข้าใจผิด แต่ ณ ขณะนั้น อารมณ์นั้น ไฟคุโหมแรงในอก ไม่ทันไตร่ตรอง ไม่ทนรอฟัง เพราะอาจเป็นคำแก้ตัว เมื่อเรย์มาคิดดีๆ เหตุผลของเธออาจเป็นเพียงคำแก้ตัวก็ได้ สโนคและกองทัพเป็นผู้กระทำ ตอนนี้สโนคตายไปแล้ว เธอเป็นหัวหน้านำทัพแทน ทหารมากมายใต้บัญชาของเธอก็เคยอยู่ที่นาบู ความผิดของลูกน้อง ก็เป็นความผิดของเจ้านาย ถึงแม้เธอจะไม่ใช่ผู้ลงมือ แต่ก็มีส่วนที่ทำให้เรื่องในนาบูต้องจบแบบนั้น ตอนนี้ จะอธิบายให้เบนฟัง ก็ไม่มีประโยชน์อะไร



                เรย์ถอนหายใจเฮือกยาว หมุนตัวหันหลัง ข้างนอกอากาศหนาวเกินไปจนใบหน้าของเธอชาไปหมด กลับเข้าในกระโจมอุ่นๆน่าจะดีกว่า แต่ระหว่างที่หันตัวนั่นเอง สายตาอันคมกริบที่คุ้นชินกับความมืดพลันสะดุดเข้ากับความเคลื่อนไหวบางอย่างที่อยู่ไกลๆ ด้วยสัญชาตญาณนักล่าว่องไวเฉียบคม เธอคว้าคันศรและธนูจากทหารนายหนึ่ง ยกคันศรตั้งฉากกับพื้น ปล่อยลูกธนูออกไปในอากาศ



                มีความเคลื่อนไหวใต้เนินทรายจริงอย่างที่นึกกลัว ทันใด ลูกธนูอีกหนึ่งลอยคว้าง ปักเข้าที่หน้าอกของทหารที่อยู่ห่างจากเรย์แค่สิบก้าว ทหารอีกเก้านายเคลื่อนไหวรวดเร็ว ยกโล่ขึ้นกำบังเรย์ พาวิ่งหนีย้อนกลับไปทางกระโจม เรย์ชักดาบออกจากฝักที่ข้างเอว เตรียมไว้ในมืออย่างแม่นมั่น ทหารตะโกนร้องส่งสัญญาณทางค่ายพัก เรย์เห็นแสงไฟถูกจุดพรึ่บอย่างเตรียมพร้อม ลูกธนูไฟลอยกลางอากาศเหมือนห่าฝน ตกลงใส่กระโจมด้านหน้า ไฟลามเลียได้เร็ว เผาผ้ากระโจม กองทหารราบเป็นกองแรกที่ตั้งแถวได้ก่อน นำโดยฟาสม่า ทหารม้าและกองธนูตามติดด้านหลัง แต่เนื่องจากเป็นการจู่โจมแบบไม่รู้ตัว จึงเกิดความอลหม่านวุ่นวายขึ้นบ้างในกองทหาร บางคนยังแต่งตัวไม่เสร็จด้วยซ้ำ



                ราชองครักษ์วิ่งจูงม้ามาให้เรย์ เธอเหวี่ยงตัวขึ้นขี่อย่างคล่องแคล่ว ตะเบ็งเสียงเรียกขวัญทหารที่แตกตื่นวิ่งสะเปะสะปะ นายพลฮักซ์ แม่ทัพมือดีอีกคนของเธอขี่ม้าไล่พวกทหารให้ตั้งแนวรบ ยังไม่ทันจะเรียบร้อยดี ศัตรูก็ปรากฏตัวเหนือเนินทรายที่เรย์เพิ่งจากมา ทั้งขี่ม้า ทั้งใช้เท้าวิ่ง แต่งกายสีดำสนิท ตะโกนร้องเฮเรียกกำลังใจฝ่ายตน ไม่มีเวลาให้ลังเลหรือตั้งแถวอีกแล้ว เรย์ตบสีข้างของม้าคู่ใจ ชูดาบตั้ง ห้อตะบึงเป็นแนวหน้า ทหารวิ่งตาม ขี่ม้าตามมาเป็นแถว ต่างร้องตะโกนเช่นกัน



                ม้าชนม้า คนชนคน ทรายตลบฟุ้ง ใต้ดวงดารา เลือดพุ่งสาดกระจาย เรย์ยกริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม เมื่อเห็นชัดเจนว่าอีกฝ่ายฝีมือด้อยกว่า กำลังคนก็เทียบไม่ได้ เส้นผมของเธอโบกพัดในสายลม แกว่งไกวดาบในมือ ตวัดฉับเดียว ปลิดชีพทันที แต่ทันใด เธอได้ยินเสียงร้องมาจากด้านหลัง เรย์หันมอง และเพิ่งรู้ว่าศัตรูตีวงอ้อม ไม่ได้มีเพียงด้านหน้าเท่านั้น แต่อ้อมไปโจมตีทหารของเธอทางด้านหลัง เรย์ขบกัดริมฝีปาก ส่งเสียงคำรามจากลำคอ เธอดึงบังเหียน หันตัวม้า ฝ่าวงทหารของตนเอง เข้าฟาดฟันศัตรู



                บุรุษวัยใกล้ชราในชุดคลุมสีเทา บังคับม้าตรงรี่เข้ามา เรย์เห็นปลายดาบของเขาชี้มาทางเธออย่างท้าทายเต็มที่ เธอเหวี่ยงดาบเข้าประสานรับ ม้าผงกศีรษะกระฟัดกระเฟียด อีกฝ่ายแข็งแรง กำยำ ทั้งที่เลยวัยหนุ่มไปแล้ว เรย์ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ สงสัยว่าเขาเป็นใครกันแน่ ท่วงท่าหนักหน่วงเหมือนเหล็กกล้า ทว่าพลิ้วไหวดั่งใบหลิวในสายลม เหงื่อไหลย้อยจากหน้าผากของเรย์ รู้แล้วว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่จะรับมือได้ง่าย เขาตวัดดาบ เฉียดผ่านใบหูของม้า เสือกเข้ามาที่ข้างเอว และเหวี่ยงฉับ เลือดม้ากระเซ็นซ่าน มันขาดสมดุลการยืน เพราะความเจ็บปวด ขาหน้าย่อถลา เรย์ไม่อาจควบคุมให้มันสงบลงได้ ขณะนั้นเอง เขาเงื้อดาบอีกครั้ง ฟาดฉับหนึ่งเข้าที่กลางใบหน้าของเธอพอดี



                เธอกัดริมฝีปาก ไม่ส่งเสียงร้องน่าละอาย เลือดไหลอาบจากบาดแผลจนไม่สามารถเปิดเปลือกตาด้านขวาได้ ม้าล้มลงกับพื้น เช่นเดียวกับเรย์ที่ลงไปคลุกทราย ม้าอีกตัวเยื้องย่างประดุจเงามัจจุราช เรย์ไม่มีโอกาสแม้แต่จะตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน เธอได้แต่ยกดาบปัดป้อง แต่สู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ดี เขาฟาดฟันดาบอีกครั้ง รุนแรง โหมหนัก เฉือนเข้าที่เอว แทบจะทำให้ตัวเธอขาดได้ ถ้าเธอกลิ้งหลบไม่ทัน เขายังตามล่าเธอ ไม่สนใจทหารอื่นๆที่รายล้อม ราวกับเป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น เรย์หอบหายใจ หยัดกายขึ้นยืนได้ ถือดาบไว้ในมือทั้งสองข้าง พร้อมสู้ยิบตา ม้าวิ่งตรงเข้าใส่ ดาบฟาด เรย์ตั้งรับ แต่ดาบพลันหักสะบั้นคามือ



                ดาบที่อยู่ข้างกายมาตลอด บำรุงรักษาอย่างดีด้วยช่างมือหนึ่ง บัดนี้เหลือเพียงครึ่งเล่ม อีกฝ่ายโจมตีหนัก ไม่ให้มีโอกาสได้หยุดพักหายใจ ตวัดเฉือนเสยขึ้นจากเอวสู่ไหล่ เลือดซึมผ่านเสื้อผ้า



                “ปกป้องฝ่าบาท!” เสียงของฮักซ์ตะโกนมาแต่ไกล



                ดาบสุดท้ายปักเข้าที่หน้าขา กรีดยาวลงไปจนเกือบถึงเข่า แล้วอีกฝ่ายก็ถอนดาบ เพราะฮักซ์ขี่ม้าพุ่งเข้ามา ชายในชุดเทากลับไม่อยู่รอสู้ เขาบังคับหันตัวม้าไปในทิศตรงกันข้าม เรย์ที่ตาพร่าเลือนมองเห็นเขายกแตรขึ้นเป่าส่งสัญญาณดังก้องไปทั่ว ทัพศัตรูกำลังจะล่าถอย



                เรย์ทิ้งร่างลงกับพื้นทราย เลือดไหลนองออกจากบาดแผลทุกจุด ทรวงอกขยับเร็ว หายใจถี่กระชั้น เสียเลือดมากเกินไป โลกหมุนคว้าง เธอมองเห็นเพียงทางช้างเผือกด้วยดวงตาข้างซ้าย ส่องแสงระยิบระยับพราว งดงาม แต่ในวินาทีนั้น เรย์กลับคิดว่า ไม่มีสิ่งใดสู้ประกายในแววตาของเบนได้เลย ต่อให้รวบรวมดวงดาวทั้งเวิ้งฟ้า ประกบจันทร์เดือนหงาย เบนยังคงสวยงามที่สุด เรย์หายใจช้าลง นึกถึงเจ้าชายของเธอ นึกถึงครั้งแรกที่พบ นึกถึงครั้งที่อยู่กับเขาในอ่างอาบน้ำ นึกถึงยามกินองุ่นด้วยกัน แล้วเรย์ก็คิด ตัดสินใจได้ว่า ชีวิตนี้ไม่มีอะไรต้องเสียดายแล้ว   
















Talk
จริงๆ ตัดจบเลยก็ได้เนอะ เป็น star-crossed lover ไป 
เป็น Bad End ที่สมบูรณ์แบบ

แต่....
สิ่งที่ฉันอยากเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันยังไม่หมดน่ะสิ โอ๊ย! 










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #720 kanit4u (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 16:35

    ม่ายนะ อย่าทำร้ายกันแบบนี้ T_T

    #720
    1
    • #720-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 61)
      20 กันยายน 2561 / 20:57
      ทำลงไปแล้ววว
      #720-1
  2. #719 dandelion (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 14:15

    เป็น bad end ที่งดงามมากจ้า ขมขื่น มืดมน แต่ก็งดงาม

    จบแบบนี้ก็ไหวนะ หัวใจลูกเรือพอรับไหวแล้ว แต่ๆ สงสารเรย์อ่ะบอบช้ำทั้งกายและใจ ไม่สิ!! เรียกว่าเละเลยดีกว่า

    อันนี้ไม่ไหวจริง ไรท์ใจร้ายกับเรย์ ป้าปวดใจ. แต่เจ้าตัวคงจะคิดว่าสมควรแล้วที่เป็นแบบนี้. ต้องลงโทษตัวเองอยู่เป็นแน่

    แต่ไรท์ต้องกลับมาขยี้เจ้าชายน้อยหัวร้อน ผู้หุนหันพลันแล่นอีกตอนจะดีกว่านะคะ อยากเห็นเจ้าชายเสียน้ำตา

    ให้ปวดร้าวกับความรู้สึกผิด ให้ความรู้สึกผิดกัดกินชีวิตและหัวใจไปตลอด. จะได้เข้าว่าเรย์รู้สึกเช่นไรมาตลอด

    แหมมมมม. ว่าแล้วขึ้นอ่ะ. เคืองแทนเรย์ ป้างี้ตะบันหมากเสียแหลกคามือเลย ฮึ้ยย!!!!

    #719
    1
    • #719-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 61)
      20 กันยายน 2561 / 20:56
      โธ่ ป้า สมัยนี้ ใครกินหมากกันบ้าง
      เดี๋ยวจะซื้อหมากฝรั่งมาให้นะ อินเทรนด์ๆ 5555555 (คิดถึงป้า)
      #719-1
  3. #717 +Choc Milk+ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 08:10
    ด้วยความหมั่นไส้รุนแรง​ระดับสิบ... ถ้าจบแบบนี้ก็โอเค๊(เสียงสูงถึงซีชาร์ป)​ อยากหยิกอีพี่แรงๆ! ฮึ่ยยยยยย
    #717
    1
    • #717-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 61)
      20 กันยายน 2561 / 20:56
      หยิกเลยค่ะ อนุญาต
      #717-1
  4. #716 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 21:17

    ช็อคค่ะ กำลังสตั้น ทำอะไรไม่ถูก หน่วงตั้งแต่เริ่มตอนเลยค่ะ ไงล่ะพ่อเจ้าชาย! โกรธหูดับไฟไหม้ไม่รับฟังอะไรเขาทั้งนั้น พอเขาคืนอิสรภาพให้เท่านั้นแหละ หัวใจไม่อยู่กับตัวขึ้นมา เพิ่งจะมาระลึกความรู้สึกคืนสติได้ก็ตอนนี้ แม้ว่าจะเข้าใจเบน แต่ก็นั่นแหละ...เราสงสารเรย์มากกว่าค่ะ สิ่งที่เบนทำกับเรย์ก็อย่างที่คุณตอบคอมเมนท์ก่อนหน้าของเราเลยค่ะ มันคือการ rape และมันน่าเศร้าจริงๆ มันหดหู่ ฮือออออ เบนใจร้ายเกินไป ไม่แปลกที่มิทากะยังอดที่จะโกรธ ไม่พอใจในตัวเบน เขาอยู่กับเรย์มาตั้งนาน รับรู้หมดว่าเรย์รู้สึกยังไง แล้วพอเห็นเรย์ใจสลายอย่างนั้น จะไม่โกรธเบนก็เป็นไปไม่ได้หรอก แต่เอาจริงๆ เราโทษมิทากะด้วยนะ ถ้าบอกแต่แรกมันจะเกิดเรื่องแบบนี้ไหมล่ะหา!! ขี้ขลาดตั้งแต่เรื่องตอนที่สโนคทำลายนาบูก็ทีหนึ่งแล้ว มาเรื่องนี้อีก แม้ว่าจะบอกว่าไม่ใช่ธุระของตัวก็เถอะ แต่ถ้ามิทากะเล่าก่อน มันจะไม่เป็นแบบนี้ยังไงเล่า งอแง~ ตอนที่เรย์ต่อสู้กับศัตรู ชายใกล้วัยชราในชุดคลุมสีเทา ขอเหมาว่าเป็นลุงลุคแน่เลย ใช่ไหมนะ อาจจะซ่องสุมกำลังพลมาเพื่อกำราบเรย์แล้วชิงตัวเบนกลับมาก็ได้ เราว่าที่เรย์ได้ใจที่ฝั่งศัตรูด้อยกว่าทีแรก เป็นเพียงแผนการส่วนหนึ่งของลุคที่อยากจะทำให้เรย์เริ่มสู้จนล้าลง แล้วตัวเองก็พุ่งเข้าใส่แบบนั้น แล้วที่เรย์เพลี่ยงพล้ำทั้งหมด...เราคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะหัวใจที่แหลกสลายจากเบนด้วย คิดดูสิ ผู้หญิงที่รบมาเป็นสิบเป็นร้อยสนามจะพลาดท่าง่ายๆ แบบนี้ได้ไง ทั้งหมดก็เพราะเบน โทษเบนให้หมด ฮืออออ แต่ถึงมันจะเศร้ามาก สิ่งที่เรย์เจอคือแทบจะปลิดลมหายใจอยู่ร่อมร่อ แต่บรรยายพารากราฟสุดท้ายคืองดงามมากค่ะ อย่างที่คุณบอก...มันสามารถเป็นตอนจบได้เลย มันจะเป็น bad end ที่สวยงาม สวยงามในที่นี้ไม่ใช่ว่าจบสวยแบบนั้นนะคะ แต่เราชอบความนึกคิดของเรย์ มันสวยงามมากที่เรย์เปรียบเทียบเบน แต่เราก็ดีใจนะคะที่คุณจะไม่ทำให้มันจบแบบนี้...ใช่ไหมคะ?

    #716
    1
    • #716-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 61)
      20 กันยายน 2561 / 07:13
      พอได้รับอิสรภาพ ก็ไปไม่เป็นเลยค่ะ เพิ่งจะรู้ตัวว่าจริงๆแล้วรู้สึกยังไงกะเรย์ มันมีความเกลียด ความแค้น ความรักปะปนกันมั่วไปหมด และเบนก็รู้ดีว่าเขาควรจะรับฟัง ตั้งแต่ตอนที่เรย์พูดว่า "เบน ฟังก่อน" ประกอบกับสิ่งที่มิทากะพูด เบนรู้ว่ามีบางอย่าง เขาอาจจะเข้าใจเรย์ผิด แต่ตอนนั้นก็ดันหัวร้อนไม่รับฟัง .... ดังนั้น พอได้ยินว่าเรย์จะปล่อยตน จึงทำอะไรไม่ถูกเลย

      ส่วนมิทากะ ก็ขี้ขลาดจริง ด้วยเหตุนี้ เขาจึงคิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับสนามรบอีกแล้ว อีกอย่าง สิ่งที่เกิดในนาบู ภาพที่เรย์ตะโกนร้องหาเจ้าชายน้อยของเธอ ยังติดตามิทากะอยู่ เขาเองก็คิดว่าเป็นความผิดของเขาด้วยเช่นกัน ถ้าเขากล้าที่จะต่อกรสโนค โดยไม่ห่วงชีวิตตน เรย์อาจไม่ต้องเจ็บปวดแบบนั้นรึเปล่า หลังจบสงครามนาบู มิทากะจึงหันหลังให้กองทัพตลอดกาล รับหน้าที่เป็นข้าหลวงเท่านั้น ส่วนเรื่องระหว่างเบนกับเรย์ สาเหตุที่เขาไม่พูด (ก็เหมือนที่เพจก็ไม่บอกเบน) เพราะคิดจริงๆว่า ทั้งสองคนควรได้คุยกันเอง ปรับความเข้าใจกันเอง เขาแค่หยอดเบนไว้ ให้เบนอยากรู้และเอ่ยถาม เผื่อว่าเรย์จะไม่กล้าเปิดประเด็น มิทากะแค่คิดไม่ถึงจริงๆว่าเรื่องทั้งหมดจะกลายเป็นอย่างนี้
      #716-1
  5. #715 CartoonFreak (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 20:51
    มันต้องมีต่ออีกตอนสิคะ ฮือออออ
    #715
    1
    • #715-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 61)
      20 กันยายน 2561 / 07:05
      อันนี้ต้องรอดูอารมณ์คนเขียนค่ะ 😂
      #715-1
  6. #714 milliin (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 20:40
    ไม่เอาแบบนี้ได้มั้ยคะะะ ฮืออ
    #714
    1
    • #714-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 61)
      20 กันยายน 2561 / 07:05
      แงงงงงงงง
      #714-1
  7. #713 YURIPINK19 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 20:37
    โน้ววววว น้องเรย์ต้องรอดนะ TT
    #713
    1
    • #713-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 61)
      20 กันยายน 2561 / 07:05
      ฮือออออ ไม่รู้สิ เสียเลือดเยอะขนาดนั้น แผลเหวอะหวะเต็มเลย
      #713-1
  8. #712 SEIIES (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 20:24

    ไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าเรย์จะเป็นยังไงต่อไป แต่ก็ยังอยากรู้มุมมองความรู้สึกเบนตอนที่มาพบเรย์ครั้งนี้เลยค่ะ

    #712
    1
    • #712-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 61)
      20 กันยายน 2561 / 07:04
      เบนต้องเสียใจอย่างที่สุดแน่ๆ
      #712-1
  9. #711 Ahappipy (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 20:14
    ถ้าจะโดนขนาดนี้......
    #711
    1
    • #711-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 61)
      20 กันยายน 2561 / 07:04
      โดนเละ น่าสงสารรร
      #711-1
  10. #710 Aul_jung (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 20:12
    อ๊ากกกกกกก ชุดเทา อย่าบอกนะว่าเป็นลุงลุคคคคคคคค นั่นหลานสะใภ้ไง้ยยยยยย
    #710
    1
    • #710-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 61)
      20 กันยายน 2561 / 07:04
      แต่ลุงยังไม่รู้อ่ะว่านั่นว่าที่หลานสะใภ้
      #710-1
  11. #709 Twinkleproud (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 19:58
    จบ แค่นี้ไม่ได้!!!!!!!!
    #709
    1
    • #709-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 61)
      20 กันยายน 2561 / 07:03
      แงงงงงง อย่าเกรี้ยวกราดใส้เราาา
      #709-1
  12. #708 erney007 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 19:52
    ไม่น้าาาาาาา อย่าตัดจบแบบนี้!!!!!!!!
    #708
    1
    • #708-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 61)
      20 กันยายน 2561 / 07:03
      จะมีต่อรึเปล่า... ต้องรอดูอารมณ์ค่ะ เหอๆ
      #708-1