Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 59 : [Empress Rey] : Dazzle

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 508
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    16 ก.ย. 61


[Empress Rey] : Dazzle





 

                นกส่งเสียงร้องประสานที่หน้าต่าง ม่านสีขาวบางเบาโบกไหวน้อยๆตามแรงลม ร่างสูงที่นอนทอดตัวหลับตาสนิทบนเตียงเริ่มขยับอย่างเกียจคร้าน ดวงตาปรือ มองไปยังนกน้อยสองตัวที่เกาะอยู่บนขอบหน้าต่าง เบนถอนหายใจเสียงแผ่ว เช้าวันที่เก้าแล้วที่เขาตื่นขึ้นมาบนเตียงนุ่ม ภายในห้องนอนอากาศโปร่งสบาย แตกต่างจากชีวิตข้างถนนหลายปีที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด เบนยังไม่สามารถทำใจให้คุ้นได้เสียที อีกเหตุผลคือ เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ในฐานะแขก แต่อยู่ในฐานะเชลย ทาส ของเล่น ไม่รู้เป็นอย่างไหนกันแน่ เขาหยัดกายลุกนั่ง ผมสีดำยุ่งเหยิง ขี้ตาเกรอะกรังเล็กน้อย และอ้าปากกว้างหาวหวอด สักพัก ประตูห้องนอนเปิดออก มิทากะเดินเข้ามา บอกว่าถึงเวลาอาบน้ำและรับประทานอาหารเช้า



                กิจวัตรของเบนเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หรือควรจะบอกว่า กลับไปเป็นเหมือนอย่างที่เคยเป็น สมัยที่เขายังดำรงยศเจ้าชายในพระราชวังบ้านเกิด ซึ่งมันผ่านมานานเหมือนศตวรรษที่แล้ว เป็นเพียงความทรงจำเบลอๆราวกับฝัน เวลานี้จะมีมิทากะปลุกเขาในตอนเช้า รอเขาอาบน้ำจนเสร็จ พาไปที่ห้องอาหาร แม่ครัวจะเตรียมทุกอย่างไว้บนโต๊ะ อาหารเลิศรสโอชาอย่างที่เขาไม่ได้กินมาหลายปี เบนพยายามไม่นิยมยินดีกับสิ่งที่เขาได้รับ เพราะเขาไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้จะมลายหายไปเมื่อไหร่ เขาอาจจะถูกโยนเข้าคุกใต้ดิน และถูกจับเฆี่ยนตีได้ทุกเมื่อ ใครจะไปรู้พระประสงค์ขององค์จักรพรรดินีว่าต้องการอะไรกันแน่



                หลังมื้อเช้า มีแขกแวะเวียนมาหาเบนวันละคนหรือสองคน แนะนำตัวกับเขาว่าเป็นทหารยศสูงหรือเป็นขุนนางจากฝ่ายต่างๆ จนตอนนี้เบนรู้จักหน้าตาของคนที่ทำงานให้หญิงใจโหดผู้นั้นหลายคนมากแล้ว ส่วนใหญ่จะมาชวนคุย ชวนเล่นหมากกระดาน หรือบางคนนัดประลองดาบก็มี เบนไม่เข้าใจว่าสนใจอะไรในตัวเขานัก เขาเป็นเพียงเชลยไม่ใช่หรือ? เชลยผู้ต่ำต้อย เชลยที่ทั้งเมืองอยากจะฆ่าให้ตายเพราะเป็นศัตรูเก่า เขาลองคิดทบทวนดูอีกที พวกนั้นอาจแวะเวียนมาหา เพื่อแอบแฝงความเยาะเย้ย หรือดูให้เห็นกับตาว่าเขาไร้พิษภัย เป็นเพียงของเล่นขององค์จักรพรรดินีเท่านั้นจริงๆ ยังไงก็ตาม เบนเกลียดฐานะของตนที่เป็นแบบนี้อย่างที่สุด



                ตั้งแต่วันนั้น ภายมาหลายราตรี เขายังไม่มีโอกาสได้พบเธอ จูบนั้น กลางสระน้ำที่มีแดดส่องเจิดจ้าเป็นประกาย ยังติดตรึงตรา ประทับกลางใจไม่รู้ลืม บางครั้งเบนไม่แน่ใจว่าเป็นเพียงฝันกลางวัน เขาจึงเห็นเทพีผู้งดงาม เยื้องย่างกึ่งเปลือยลงมาในน้ำ มอบจุมพิตให้เขาอย่างซาบซ่าน เป็นฝัน หรือเป็นจริง ยากจะบอกได้ ผ่านมาหลายวัน เขาได้ยินเพียงคำว่าองค์จักรพรรดินีผ่านปากของผู้คน แต่ไม่เห็นตัว ราวกับเธอลืมเลือนของเล่นชิ้นนี้ไปแล้ว



                ช่างปะไร! เขาตะโกนบอกตัวเองในใจ ก็ดีแล้วนี่ ไม่ต้องมาวุ่นวายกับเขา ไม่มีอะไรมาปั่นป่วนภายในใจ เขาก็กลับไปเกลียดเธอต่อได้ ทั้งเกลียดชังและแค้นเคือง อยากฆ่าให้ตายคามือ เบนวางแผนไว้หลายรูปแบบทีเดียว หากมีโอกาสอยู่เพียงสองต่อสองอีกครั้ง เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอมีชีวิตรอด หนี้เลือด แค้นล้างราชวงศ์นี้ ต่อให้ต้องตาย ต้องเอาชีวิตเข้าแลก เบนก็ต้องทำให้ได้



                “กำหนดการวันนี้ ท่านต้องไปร่วมชมขบวนตรวจแถวราชองครักษ์” มิทากะรายงาน เมื่อเบนวางช้อนส้อม และดื่มน้ำส้มของเขาจนหมดแก้ว



                “ตรวจแถวราชองครักษ์?” เบนทวนคำอย่างงุนงง เขารู้ว่าการตรวจแถวราชองครักษ์คืออะไร สมัยยังเด็ก เคยรบเร้าขออนุญาตแม่ ให้เขาเข้าไปดูด้วย เขาอยากเห็นแม่ผู้สง่างามของเขาบนหลังม้าร่วมพิธีทุกสามเดือน องค์ราชาหรือราชินีจะออกตรวจแถวด้วยองค์เอง ทหารจะเดินสวนสนามกันอย่างสมบูรณ์ ทั้งขาและแขนขยับพร้อมกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว น่าดูชม แต่งานแบบนี้ ล้วนมีแต่ราชองครักษ์และทหารชั้นผู้ใหญ่เท่านั้นที่เข้าร่วม ตัวเขาที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับทหารของมุสตาฟาร์ จะเสนอหน้าไปได้อย่างไร



                “ทำไมข้าต้องไปด้วย” เบนถาม



                “เป็นพระประสงค์ของฝ่าบาท” มิทากะตอบเพียงแค่นั้น ราวกับว่านั่นคือเหตุผลทั้งหมดและเป็นเหตุผลที่ถูกต้อง ไม่มีข้อสงสัยอื่นอีกแล้ว บางทีเบนก็ไม่เข้าใจ ทำไมพวกข้าราชบริพาร ทหาร ชาวเมือง ล้วนมองเธอผู้นั้นประดุจเทพยดา อยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง แค่ออกปากคำเดียว ทุกคนก็หมอบกรานเข้าหา ทั้งที่เหี้ยมโหดออกปานนั้น ข่าวลือแย่ๆก็มีเพียบ ทำไมจึงยังเป็นที่รักและหวั่นเกรงของผู้คน



                มิทากะให้นางข้าหลวงนำเสื้อผ้ามาให้เบนเปลี่ยน ทุกทีเบนจะสวมแค่เสื้อเนื้อบางกับกางเกงขายาวสำหรับใช้ชีวิตในฮาเร็ม ไม่ต้องแต่งองค์ทรงเครื่องมากนัก แต่วันนี้ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เสื้อแขนกระบอก ปักดิ้นทอง ติดกระดุมทอง คาดด้วยเข็มขัด กางเกงขายาวผ้าเนื้อดีกว่าทุกตัวที่เบนเคยใส่ รองเท้าหนังหุ้มส้นขัดมันวับ หลังแต่งกายเรียบร้อย มิทากะเดินนำเบนออกไปด้านนอก ทหารผู้หนึ่งจูงม้าสีน้ำตาล แผงคอสีอ่อน ลักษณะดี มาให้เบน พร้อมบอกให้เขาขึ้นขี่ เบนไม่มีทางเลือก ไม่มีทางจะขัดขวาง เขาทำทุกอย่างไปตามคำสั่ง ทหารจูงม้าที่เขาขี่ไปตามทางเดินปูด้วยหิน จนถึงลานหน้าพระราชวัง เบนได้ยินเสียงเป่าแตร เสียงกีบเท้าม้าย่ำลงบนพื้น และรองเท้าบูตของทหารนับร้อย พวกเขากำลังแปรรูปขบวน แต่ละคนแต่งกายเต็มยศ เครื่องแบบสีแดง กางเกงสีดำ สวมหมวกเบเรต์สีดำบนศีรษะ แดดยามเช้ายังไม่รุนแรงนัก จึงไม่ทำให้พวกเขาเหงื่อออก



                ม้าของเบนเดินย่างเท้าตามแรงจูง และหยุดอยู่เบื้องหน้ากองทหารกลุ่มหนึ่ง เป็นมุมที่จัดไว้ให้เขาโดยเฉพาะ เบนไม่เข้าใจอย่างยิ่งว่าเขาร่วมงานนี้ด้วยเหตุใด และไม่มีใครคิดจะไขข้อสงสัยนี้แม้แต่คนเดียว



                เสียงแตรและกลองดังขึ้นอีกครั้ง ท่วงทำนองยิ่งใหญ่ฮึกเหิม และเบนก็ได้เห็นเธอ จักรพรรดินีแห่งมุสตาฟาร์นั่งบนหลังม้าสีขาว สวมชุดเกราะสีเงินวาว ผมสีน้ำตาลรวบไว้บนศีรษะเรียบตึง ขับให้โครงหน้าของเธอเด่นชัด ริมฝีปากแต้มสีชมพูเพียงอ่อนๆ ดวงหน้าจึงดูละมุนละไม นัยน์ตามองตรงไปข้างหน้า คมเฉียบดุจนกเหยี่ยว แผ่นหลังของเธอเหยียดตรง สง่าผ่าเผยอย่างที่ไม่มีสตรีใดจะเทียบได้ ดาบเล่มใหญ่แกว่งน้อยๆอยู่ข้างเอว ท่วงท่าที่ม้าของเธอขยับย่างกายช่างองอาจ เธอดูเหมือนนักรบผู้ห้าวหาญ เก่งกาจ แต่ก็มีความอ่อนหวานเฉกเช่นดอกไม้ เพียงแค่มองจากไกลๆตรงนี้ หัวใจของเบนยังสั่นไหว ความทรงจำในวันนั้นย้อนกลับมาอีก ทรวงอกคู่งามที่ซ่อนใต้ผ้าผืนบาง เปียกน้ำ จนแลเห็นยอดถันเด่นชัด ความร้อนผ่าวพุงขึ้นมาที่ใบหน้าของเขา แก้มมีเลือดฝาด เบนหลุบตาลง กลืนน้ำลายลงคอ เบือนหน้าหนีห่างจากภาพอันสมบูรณ์แบบของเธอ



                เบนบังคับใจให้สงบได้อย่างยากยิ่ง ตลอดพิธีการที่กินเวลาเพียงยี่สิบนาที เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกแผดเผาท่ามกลางรัศมีเฉิดฉาย  เธอขี่ม้าผ่านไป ไม่หันมามองเขาสักแวบ เครื่องหน้าเฉยชา เหมือนไม่เห็นความสำคัญของเขาในสายตา ยิ่งทำให้เขาแทบจะคลั่งตาย เมื่อพิธีจบสิ้น เธอขี่ม้าออกไปก่อน ทหารราชองครักษ์จึงแยกย้ายไปพัก เปลี่ยนเครื่องแบบของตน และปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เบนยังนิ่งค้างอยู่เช่นนั้น มือสองข้างจับบังเหียนของม้า กำแน่น จนข้อบนมือแทบจะเป็นสีขาว เห็นเพียงพริบตา และไม่ได้สบตากันแม้แต่น้อย กลับมีอิทธิพลต่อเขาได้ถึงขนาดนี้ เบนไม่เข้าใจว่าเขาเป็นบ้าอะไร เขาต้องการเธออย่างนั้นหรือ? ต้องการฆาตกรคู่แค้นที่เขาควรเกลียด ความสับสนพุ่งพล่านในใจ ทำให้เขารู้สึกอยากควบม้าหนีไปให้ไกล



                “ท่านข้าหลวงมิทากะ ขอคุยด้วยสักครู่”



                เบนหันไปมอง นางกำนัลร่างเล็กผอมบางคนหนึ่ง หน้ากลม ดวงตาเล็กหยี มีรอยยิ้มประดับบนริมฝีปาก เบนสังเกตว่าเธอแต่งตัวไม่เหมือนนางกำนัลทั่วไป ท่าทางจะมีตำแหน่งที่สูงกว่า



                “มิทากะยินดีรับใช้” มิทากะกล่าวอย่างนอบน้อม



                “ฝ่าบาทมีพระประสงค์จะพบเจ้าชายเบนคืนนี้ ขอให้ท่านเตรียมเจ้าชายให้พร้อม”



                หัวใจของเบนเต้นตึกตัก หมายความว่าอะไร เตรียมอะไรให้พร้อม? แต่นางกำนัลไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก ทั้งมิทากะและเธอต่างก้มศีรษะให้กันอย่างนบนอบ แล้วเธอก็เดินไป



                “นั่นใคร?” เบนถาม



                “คุณเพจ ทิโค พระสหาย ผู้เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ ตอนนี้เป็นนางสนองพระโอษฐ์คนสนิท ทั้งข้ารับใช้ และองครักษ์หญิงมือดีที่สุด” มิทากะตอบ “เอาล่ะ เราควรกลับกันเสียที ท่านคงได้ยินที่นางบอก ข้าต้องเตรียมตัวให้ท่านพร้อมสำหรับคืนนี้”



                “เตรียมตัวทำไม” เบนถาม แล้วรู้สึกโง่เง่าที่ถามออกไป หญิงใจโหดคนนั้นก็แสดงออกชัดเจนตั้งแต่วันแรกว่าจะให้เขาอยู่ในฐานะอะไร   



                “ท่านเป็นคนแรกที่ได้อาศัยในฮาเร็มของฝ่าบาท อีกทั้งพระองค์ใช้เวลาหลายปีพลิกแผ่นดินตามหาตัวท่าน บัดนี้ท่านอยู่ใกล้พระองค์เพียงเอื้อมมือ คงไม่ต้องถามข้าแล้วว่าต้องเตรียมตัวท่านเรื่องอะไร ท่านน่าจะรู้คำตอบ ข้าเองยังคิดว่า ฝ่าบาทจะต้องมีรับสั่งให้ท่านเข้าเฝ้าตั้งแต่คืนแรกด้วยซ้ำ ไม่น่าประวิงเวลามานานขนาดนี้” มิทากะพูดแล้วชะงักไปครู่หนึ่ง “แต่ก็ไม่แปลกเท่าไหร่ ฝ่าบาทมีภารกิจงานบ้านงานเมืองมากมาย ไม่เคยได้เข้าบรรทมตรงเวลา แม้แต่การเสวย ข้ายังได้ยินว่า ผิดเวลาเป็นประจำ ช่วงนี้เป็นฤดูแล้ง ชาวบ้านที่ยากจนประสบปัญหาอดอยาก ฝ่าบาทแทบไม่อยู่ติดวัง ทรงวิ่งวุ่นแก้ปัญหา ช่วงนี้เงินใช้สอยหรืออาหารภายในวัง ก็มีรับสั่งไม่ให้สิ้นเปลือง อีกทั้งมีเรื่องร้อยแปดทางชายแดนที่ยังไม่สงบและรุมเร้าอีก หากคืนนี้ ประสงค์จะพักผ่อนหย่อนใจ เสวยสุขบ้าง ก็ถึงเวลาสมควรแล้วจริงๆ”   



                เบนได้แต่นิ่งเงียบ เขาพอจะรู้ว่าการนั่งอยู่จุดสูงสุดบนบัลลังก์ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขาไม่คิดมาก่อนว่าผู้หญิงคนนั้น ที่วางตัวประดุจเทพีแห่งสงคราม เป็นดั่งเหล็กที่ไม่อาจโค่นล้ม จะมีเรื่องราวมากมายให้ต้องขบคิดและแก้ปัญหา เบนนึกถึงอาหารที่เขากินทุกมื้อ น้ำที่เขาใช้อาบ ไม่ได้สำนึกหรือสนใจสักนิดว่าตอนนี้คือฤดูแล้งของมุสตาฟาร์ เขากลับได้กินตรงเวลาทุกวัน อาหารรสชาติดีเลิศ เนื้อฉ่ำ ผลไม้และผักช่างสดเหมือนเพิ่งออกจากสวน เธอให้เขาอยู่ดี สบาย ในขณะที่ประชาชนของตนเองประสบภัยแล้ง แม้แต่ตัวเธอยังกินอาหารไม่เป็นเวลา และยากจะกลืนลง เธอทำแบบนั้นไปทำไมกัน เพราะอะไร



                เมื่อกลับถึงฮาเร็ม มิทากะยกหนังสือมาให้เบนหนึ่งตั้ง เขาได้แต่กระพริบตาปริบๆอย่างไม่เข้าใจ แต่ทันทีที่หยิบมาเปิดดู ใบหน้าก็พลันร้อนไปหมด ร้อนไปทั้งตัวเลยทีเดียว



                “หนังสือบางเล่ม เดิมทีเป็นขององค์สุลต่านที่เคยครองมุสตาฟาร์” มิทากะอธิบาย “เมื่อราชวงศ์ล่มสลาย และองค์จักรพรรดินีสถาปนาแทนที่ ของพวกนี้ก็ไม่มีใครใช้อีกเลย อันที่จริง ในกองนี้มีหนังสือของนางฮาเร็มด้วย สอนวิธีปรนนิบัติผู้ชาย แต่เนื่องจากท่านเป็นชาย...” มิทากะหยุด ถอนหายใจ คงผ่านความยุ่งยากใจมามากทีเดียว “อาจมองว่าหนังสือของนางฮาเร็มไม่มีประโยชน์ แต่อย่างน้อย ถ้าท่านลองศึกษาดู คงไม่ต่างกันมากหรอกมั้ง อย่างไรก็บรรลุเป้าหมายเหมือนกันทุกเล่ม คือให้ความสุขสม...”



                “เอาออกไป ข้าไม่อ่าน” เบนปาหนังสือออกไปหนึ่งเล่ม มันตกลงพื้น สีหน้าของเขาดื้อรั้น แดงก่ำอย่างอับอาย “เจ้ารู้หรือไม่ว่าฝ่าบาทของเจ้าทำอะไรไว้กับครอบครัวและคนของข้าบ้าง! 



                “ข้าย่อมรู้” มิทากะพยักหน้า “ข้าอยู่ในกองทัพที่ยกไปตีนาบูด้วย ข้ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วท่านล่ะ รู้มากน้อยแค่ไหน? เท่าที่ข้าเข้าใจ ลุค สกายวอล์กเกอร์พาท่านหนีผ่านทางลับในปราสาท ท่านไม่ได้เห็นการรบพุ่งในสงครามแม้แต่น้อย หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ท่านก็ไม่รู้ ท่านรู้เพียงแต่ข่าวที่ได้ยิน จากปากชาวบ้าน จากการคาดเดา ท่านแน่ใจหรือว่ารู้เรื่องทั้งหมดจริง”



                “เจ้าจะพูดอะไร อธิบายมาให้หมด” เบนกัดฟัน



                “การอธิบายเรื่องนี้ไม่ใช่ขอบเขตหน้าที่ของข้า” มิทากะส่ายหน้าเบาๆ “เป็นเรื่องที่ท่านและฝ่าบาทจะต้องพูดคุยกันเอง”



                เบนมองอีกฝ่ายนิ่ง อารมณ์คุกรุ่น เขาออกแรง ปัดกองหนังสือล้มระเนระนาด เขวี้ยงถ้วยชาและกาน้ำชาออกไปกระทบผนัง กระเบื้องเคลือบแตกกระจาย น้ำชาร้อนระอุไหลทิ้งอย่างน่าเสียดาย ส่งกลิ่นหอมบางเบาออกมาด้วย มิทากะยังคงนิ่งเงียบ วางตัวอย่างดี ไม่รู้สึกรู้สากับการระบายอารมณ์ของเจ้าชายแม้แต่น้อย เขาเพียงแต่เดินไปเก็บกวาด หยิบหนังสือกลับมาวางตั้งเช่นเดิม คำนับอย่างนอบน้อม และขอตัวออกไป ปล่อยให้เบนอยู่ตามลำพัง



                ดวงตาของเขาเลื่อนมองหนังสือ คำพูดของมิทากะก้องในหัว เขายกมือขึ้นกุมขมับ ความรู้สึกหลายอย่างตีรันฟันแทงในใจ หากสิ่งที่เขารับรู้มาตลอดไม่ใช่ความจริง เขาจะทำอย่างไร? หรือมิทากะโกหก หรือนี่เป็นการล่อลวงให้เขาตกหลุมพราง ให้เขายอมเป็นทาสของเธอ



                เขานึกย้อนถึงเธออีกแล้ว ฉากหน้าที่แสนกระด้าง แต่แฝงความอ่อนหวาน เขานึกถึงตอนที่เธอช้อนตาขึ้นมอง ประกายในแววตาส่งมาหาเขา อย่างที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนเคยทำ เธอเป็นคนแบบใดกันแน่ ตัวตนที่แท้จริงคือตัวตนไหน คือผู้หญิงในสระน้ำวันนั้น หรือผู้หญิงที่นั่งบนหลังม้า หรือผู้หญิงที่ยืนบนเฉลียง เขาจะหาคำตอบได้อย่างไร เขาจะดึงตัวตนของเธอออกมาได้ด้วยวิธีไหน เบนเม้มริมฝีปาก กระพริบตา มองไปทางหนังสืออย่างครุ่นคิด ในที่สุด เขาได้แผนการในหัว ตัดสินใจหยิบมาเปิดอ่าน แม้ทั้งข้อความและรูปภาพประกอบในนั้นจะทำให้ขัดเขินจนหัวแทบระเบิดก็ตาม



                ราตรีเดินทางมาถึงไวนัก เบนถูกจับอาบน้ำอีกครั้ง ทั้งที่เขาขัดขืนแทบตาย รอบนี้เขาไม่ได้อาบน้ำด้วยตนเอง แต่มีนางข้าหลวงถึงสามคนถูกส่งตัวมาโดยเฉพาะ คนหนึ่งอายุเกือบห้าสิบ อีกสองคนอายุเพียงยี่สิบต้นๆ เบนทั้งเขินทั้งอาย ตอนยังเด็ก เคยมีคนอาบน้ำให้ก็จริง แต่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานมากแล้ว อยู่ๆจะให้ปรับตัวชิน คงเป็นไปไม่ได้ เขาต้องยืนเปลือยเปล่าให้ผู้หญิงทั้งสามคนออกแรงขัดขี้ไคล ชโลมสบู่กลิ่นหอม มือของทั้งสามคนชอกชอนเข้าไปทุกที่ ทุกจุด ไม่เคารพความเป็นส่วนตัวกันบ้างเลย หลังล้างน้ำจนสะอาดหมดจดแล้ว ยังบังคับให้นอนแผ่ นวดตัวให้เขาอีก กว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการ เบนก็รู้สึกว่าเขาก้าวจากความเป็นเด็กหนุ่ม กลายเป็นชายหนุ่มโดยสมบูรณ์ ราวกับเสียความบริสุทธิ์ไปหมดแล้ว โดยยังไม่ถึงมือขององค์จักรพรรดินีด้วยซ้ำ



                พวกเธอจับเขาสวมเสื้อตัวยาว ใช้ผ้าแถบผูกเอว ด้านในเปลือยโล่งโจ้ง ไม่มีอะไรเลย ช่างสะดวกกับการถอดเสียเหลือเกิน แค่กระตุกผ้าผูกเอวสองที ก็ล่อนจ้อนได้แล้ว มิทากะเป็นคนเดินนำส่งตัวเช่นเดิม ตอนแรกเบนคิดว่าเธอจะมาหาเขาที่นี่ แต่กลับไม่ใช่อย่างนั้น เขาต้องเป็นฝ่ายไปหาเธอ เขาเดินตามมิทากะเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นในที่สลับซับซ้อน องครักษ์อยู่เฝ้าระวังทุกห้าก้าวเดิน ห้องรโหฐานของเธออยู่ด้านในสุด ผ่านการป้องกันแน่นหนาหลายชั้น ประตูสีเงิน แกะสลักลวดลายงดงาม เพจ ทิโค ยืนรอต้อนรับอยู่ด้านหน้า ริมฝีปากระบายยิ้มอ่อนๆ เธอก้มศีรษะคำนับเขา เบนก้มศีรษะตอบอย่างมีมารยาท แล้วเธอก็เปิดประตูให้เขาเดินเข้าไปตามลำพัง



                ห้องนั้นไม่ได้กว้างขวางโอ่อ่าอย่างที่เบนคิด ขนาดของห้องไม่ต่างจากห้องพักของเขาเลย เตียงนอนวางอยู่มุมหนึ่ง ใกล้หน้าต่างที่เปิดอ้ารับลม โต๊ะเขียนหนังสือวางถัดไป ตรงกลางห้องมีโต๊ะกลมตัวเล็ก ชามองุ่นหนึ่งชามวางอยู่บนนั้น ถัดไปอีก เป็นฉากกั้นสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาเห็นเงาของเธออยู่หลังฉากนั้น เบนหายใจไม่ทั่วท้องนัก ไม่รู้ว่าเธอจะปรากฏกายออกมาแบบไหน สวมเสื้อผ้าอย่างไร



                เขาไม่ต้องฟุ้งซ่านนาน ร่างระหงก้าวออกมา ทำให้เขาเผลอหยุดหายใจไปครู่หนึ่ง ผมสีน้ำตาลปล่อยยาวสยายไปบนบ่าทั้งสองข้าง ดวงหน้าสดใสไร้เครื่องสำอางแต่งแต้ม หน้าผากกว้างมน แก้มเนียนสุกปลั่งเหมือนผิวมะเขือเทศที่เต่งตึง เธอสวมชุดนอนยาวกรอมเท้าสีขาว พลิ้วไหวบางเบา รับกับทรวดทรงของเธออย่างเด่นชัด เขารู้สึกเหมือนเธอกำลังส่องแสงจนเขาตาพร่าเลือน ทำไมสวรรค์ต้องสร้างเธอมาให้มีเสน่ห์กระทบใจเขามากมายขนาดนี้ด้วย ริมฝีปากของเขาแห้งผาก ขณะที่เธอเดินเข้ามาใกล้



                “นั่งและกินองุ่นด้วยกันก่อน” เธอกล่าว ดึงเก้าอี้ออกมารอให้เขาเดินไปนั่ง จะมีสักกี่คนกันหนอที่องค์จักรพรรดินีแห่งมุสตาฟาร์ยอมเลื่อนเก้าอี้ให้ เบนเดินไปหาและทิ้งตัวลงอย่างว่าง่าย เธอวางมือลงบนบ่าของเขา ลูบผ่านหลังคอไปยังบ่าอีกข้าง



                เบนนึกถึงสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากหนังสือ เขากัดริมฝีปาก ตัดสินใจทันด่วน คว้าข้อมือของเธอ ดึงรั้งร่างที่เล็กกว่าให้เซถลา ลงสู่อ้อมกอดของเขา นั่งอยู่บนตัก ดวงตาของเธอสั่นไหววูบหนึ่งด้วยความตกใจระคนแปลกใจ แขนสองข้างโอบรอบลำคอของเขาไว้ ใบหน้าอยู่ใกล้กันมาก ห่างเพียงคืบ เบนโน้มลง เด็ดเม็ดองุ่นออกมาหนึ่งเม็ด ถือไว้ใกล้ริมฝีปากของเธอ เขาเห็นมุมปากอวบอิ่มยกขึ้นเหมือนรอยยิ้มพึงใจ เธออ้าปากน้อยๆจะคว้าองุ่นจากนิ้วมือของเขา แต่เบนกระชากออกอย่างหยอกล้อ เธอเลื่อนสายตาขึ้นมอง เขายื่นองุ่นเข้าไปใกล้อีกครั้ง เธอไล่งับ แต่เขาเร็วกว่า เคลื่อนองุ่นจากมือมาคาบไว้บนริมฝีปากของตนเอง



                “ฮืม” เธอส่งเสียงเบาๆ มององุ่นที่ริมฝีปากของเขาอย่างกระหาย เธอกำลังจะขยับเข้าหา แต่เบนก็ไวกว่าอีกแล้ว เขาจับกรามของเธอ บังคับให้เปิดปาก และเป็นฝ่ายจูบเธอก่อน ส่งองุ่นเม็ดนั้นเข้าไปในปาก เธอกัดองุ่น น้ำฉ่ำหวานแตกออกจากเปลือกหุ้ม ปลายลิ้นของเบนจึงได้รับรสชาตินั้นไปด้วย เขาละเลียดไล่เลียไปทั่ว อ้อยอิ่งอยู่ที่ริมฝีปากล่าง ขบเม้มเย้าหยอก ขณะที่เธอเคี้ยวองุ่นและกลืนลงคอ



                เบนเพิ่งรู้ว่าองุ่นจะหวานล้ำได้เพียงนี้



                เธอลดมือลง เด็ดองุ่นออกมาอีก คาบไว้ด้วยริมฝีปาก เอียงศีรษะมองเขา นัยน์ตาหวานซึ้งยวนใจ เบนขยับเข้าหาอีกครั้ง ครอบครองริมฝีปากและกัดองุ่นให้น้ำหวานพุ่งออกมา ทั้งคู่กินองุ่นด้วยวิธีเดียวนี้คำแล้วคำเล่า บั้นท้ายกลมกลึงที่ทาบทับบนตักกำลังบดเบียดขยับส่าย เสียดสีกับอวัยวะที่ซ่อนอยู่ในเสื้อตัวยาว เบนรั้งร่างเธอเข้าสวมกอดแนบแน่น วางคางไว้บนไหล่ของเธอ



                “ฝ่าบาท” เขาเรียกด้วยเสียงกระเส่า



                “เรย์” เธอพูดเสียงแผ่วที่ข้างหู “เรียกข้าว่า เรย์”



                เรย์คว้าผ้าที่ผูกเอาไว้ กระตุกเพียงสองครั้ง เธอก็สามารถถอดเสื้อผ้าของเขาออกได้ทั้งตัว ฝ่ามือลูบไล้ เธอรู้สึกว่าเขามีเนื้อหนังมากขึ้นกว่าครั้งก่อน แสดงว่ามิทากะดูแลเขาเป็นอย่างดีตามคำสั่งโดยไม่บิดพลิ้ว เธอฝังใบหน้าและจมูกที่ฐานลำคอ ได้กลิ่นหอมอ่อนบาง กลิ่นลาเวนเดอร์แบบที่เธอชอบติดตรึงบนผิวของเขา ช่างสบายอะไรอย่างนี้ ช่างแสนผ่อนคลาย หน้าอกแกร่งนุ่มนิ่มเหมือนหมอน เธอยกแขนโอบรอบคอเขาอีกครั้ง แนบแก้มลงบนบ่า ไล้ปลายจมูกสูดกลิ่นหอมแสนสบาย เขาเคลื่อนมือขึ้นบีบเคล้นทรวงอกของเธอ แหวกผ่านคอเสื้อกว้านลึกลงไป เรย์หลับตาลง ความซาบซ่านแปรเปลี่ยนเป็นความสบายนัก เหมือนมีคนกำลังนวดให้



                องค์จักรพรรดินีเหนื่อยกายเหนื่อยใจมาตลอดหลายวัน ได้นอนบ้างไม่ได้นอนบ้าง ความตึงเครียด ปัญหารุมเร้ามากมาย สางออกแล้วบ้างเป็นบางปม บางปมก็ยังต้องใช้เวลา อย่างปัญหากบฏชายแดน ยากจะจัดการได้ในเร็ววัน ทั้งความกังวล ความรับผิดชอบที่แบกอยู่บนบ่า บัดนี้กลับมีชายผู้หนึ่ง กอดเธอไว้ เคล้าคลึงร่างของเธอ ป้อนองุ่นให้เธอ เป็นชายที่เธอปรารถนามาเป็นแรมปี เธอผ่อนลมหายใจ หลับตาพริ้ม งัวเงีย จะเข้าสู่นิทรา



                “ฝ่าบาท... เรย์” เบนเอ่ยเรียก เธอหยุดขยับสะโพกยั่วยวนเขาเสียเฉยๆ ทั้งที่ส่วนนั้นบนร่างของเขาตื่นตัวขึ้นมาแล้ว เธอซุกอยู่ที่ซอกคอ หายใจแผ่วเบาอย่างผ่อนคลาย



                “ข้าขอหลับสักครู่”



                เรย์กระซิบแผ่ว เสียงงัวเงีย ทิ้งร่างทั้งร่างไว้ในอ้อมกอดของเขา จมสู่ความหลับใหลอย่างเต็มตัว เบนนั่งนิ่ง แข็งทื่อเป็นรูปปั้น ส่วนล่างร่ำร้องโหยหาต้องการปลดปล่อย แต่ผู้ปลุกให้ตื่น ดันหลับไปเสียได้ หลับได้หน้าตาเฉย ทิ้งให้ค้างเติ่งกันดื้อๆ ทั้งที่ปลดเสื้อผ้าของเขาไปครึ่งหนึ่งแล้ว เบนสูดลมหายใจเข้าปอด รู้ว่าคงทำอะไรไม่ได้ จะหักหาญน้ำใจ เรียกปลุกตอนนี้ เขาก็คงใจดำเกินไป ชายหนุ่มถอนหายใจหนักหน่วง ยังเป็นผู้หญิงที่รับมือยากเสมอ รับมือได้ยากมากจริงๆ เขาตวัดแขนโอบอุ้มเธอ แล้วลุกขึ้นยืน พาเดินไปที่เตียง



                หลับสักครู่อะไรกัน ดูท่าคงตั้งใจหลับยันเช้าเลยต่างหาก เขาจัดวางศีรษะของเธอให้อยู่บนหมอน คลี่ผ้าห่มออกคลุมให้ ถอนหายใจเป็นคำรบสอง นั่งลงข้างเตียง สิ่งที่อยากจะถาม ก็ไม่ได้ถาม ที่อยากจะทำ ก็ไม่ได้ทำอีก อุตส่าห์ตามล่าหาตัวเขามาหลายปี พลิกแผ่นดินอย่างที่เธอพูดและใครหลายคนพูด เพื่อครอบครองเขาไม่ใช่หรือ แต่ดันพ่ายแพ้กับความเหนื่อยและความง่วงของตัวเอง ริมฝีปากของเบนคลี่ยิ้มอย่างนึกขำ เขาได้เห็นอีกตัวตนของเธอจนได้ ช่างแตกต่างจากหญิงสูงศักดิ์บนหลังม้าเมื่อเช้า เบนยกมือขึ้นเขี่ยไร่ผมของเธอออกจากหน้าผาก ลูบศีรษะของเธออย่างเบามือ



                เขาเกลียดเธอไม่ลง แค้นเธอไม่ได้ ยิ่งเห็นใบหน้ายามนี้ ไร้พิษสง ไร้อำนาจ เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง มีเลือดเนื้อ มีลมหายใจ มีความเหนื่อย เธอเป็นเพียงมนุษย์เท่านั้น คำพูดของมิทากะย้อนกลับมา ท่านรู้เพียงแต่ข่าวที่ได้ยิน จากปากชาวบ้าน จากการคาดเดา ท่านแน่ใจหรือว่ารู้เรื่องทั้งหมดจริง เบนยอมรับว่าเขาไม่รู้อะไรเลย มิทากะพูดถูก เขาได้ยินจากปากคนอื่นที่เล่าลือกันมา พวกนั้นพูดว่าเธอตัดศีรษะพ่อแม่ของเขา ฆ่าทุกคนในครอบครัวของเขาอย่างเลือดเย็น จับไปเผา แม้แต่ขี้เถ้าก็เอามาเหยียบย่ำ หากทั้งหมดไม่ใช่เรื่องจริงเล่า? ข่าวลือมากมายเกี่ยวกับเธอ ก็ไม่จริงเลยสักข่าว เธอไม่ได้ชอบสังวาสกับเด็กหนุ่ม ฮาเร็มของเธอไม่มีใครอาศัยอยู่นอกจากเบนคนเดียว เธอไม่ได้เป็นแม่มด ไม่มีเวทมนตร์ชั่วร้าย เขาไม่เห็นศพนักโทษถูกเสียบประจานบนกำแพงเมืองเลยสักศพเดียว



                เธอขยับ เอนศีรษะเล็กน้อยหาจุดสบายบนหมอน เบนเอนตัวลงนอนข้างๆ มองแก้มของเธอ เปลือกตาและแพขนตาของเธอ เขาเคลื่อนตัวเข้าใกล้ เงยศีรษะขึ้น ทิ้งจูบไว้กลางหน้าผากเนิ่นนาน เธอส่งเสียงงึมงำจากลำคอ ฟังไม่ได้ศัพท์ แต่มีคำหนึ่งที่ชัดเจนกว่าคำอื่นๆ



                “เบน”






 

 

                วันนั้นฝนตกหนักมาก และเพิ่งซาไปได้ไม่กี่นาที เด็กหญิงวัยสิบสามปีถือกะลาไว้ในมือ ไม่มีแม้แต่เศษเหรียญในกะลาใบน้อยนั้น ร่างกายของเธอผ่ายผอม หิวโซ เธอมองไปยังร้านขายขนมปัง เห็นขนมปังอบใหม่วางหน้าร้าน ใต้เพิงหลังคาสีสด น้ำลายเหนียวหนืดกลืนลงคออย่างยากลำบาก เธอตัดสินใจลุกขึ้นยืน เดินลากร่างที่เปียกฝนจนโชกไปทางร้านค้า แอบหยิบมาสักก้อนแล้ววิ่งหนีไป คงไม่เป็นไร เธอน่าจะวิ่งทัน เธอรอจังหวะที่เจ้าของร้านไม่ได้มอง คว้าขนมปังร้อนมาหนึ่งก้อน


            “ขโมย!” เสียงตะโกนดังมาจากผู้หญิงในร้าน “มีเด็กขโมยขนมปัง”


            แย่แล้ว เรย์ร้องในใจ เธอกำลังจะวิ่งหนี แต่ร่างกายที่ไม่มีอาหารตกถึงท้องมาหลายวัน จะมีเรี่ยวแรงได้อย่างไร เธอถูกผลักจนล้ม ขนมปังกลิ้งหลุดมือ ชายเจ้าของร้านตัวใหญ่คว้าเธอขึ้นจากพื้น ตบหน้าฉาดใหญ่ เรย์ร้องไห้ดังระงม อ้อนวอนขอชีวิต แต่ผู้หญิงอีกคนก็ถือไม้ท่อนใหญ่ออกมา เตรียมจะฟาดเธอให้มือหัก


            “หยุดนะ!” เสียงจากเด็กชายตัวเล็กๆ อายุยังไม่ถึงสี่ขวบดี ดังก้องกังวาน ทรงอำนาจอย่างที่เด็กผู้ชายตัวเล็กแค่นั้นไม่น่าจะทำได้ เขาถือร่มสีเหลืองสดใสไว้ในมือ สวมเสื้อผ้าอย่างดี มีระบายจีบอยู่แถวหน้าอก “ในนามของเจ้าชายแห่งนาบู พวกเจ้าหยุดทำร้ายเธอเดี๋ยวนี้”


            มีผู้หญิงอีกสองคนวิ่งตามมาสมทบกับเด็กคนนั้น คนหนึ่งคว้ามือของเด็กชาย “เบน มีเรื่องอะไรกันหรือลูก”


            “พวกเขาตีเธอ” เบนชี้มือเล็กๆของเขาไปยังเจ้าของร้านขนมปังและหญิงใจร้าย


            คนพวกนั้นปล่อยตัวเรย์ หมอบกับพื้น เมื่อรู้ว่าบุคคลเบื้องหน้าคือพระราชอาคันตุกะของพระราชาแห่งคอรัสซังต์ องค์ราชินีเลอาและเจ้าชายเบนแห่งนาบู เจ้าชายน้อยเดินไปหยิบขนมปังจากตะกร้า และยื่นให้กับเด็กหญิงขอทานแปลกหน้า อีกทั้งยังปลดเข็มกลัดอันเล็กรูปดอกลาเวนเดอร์สีม่วงให้ไปอีกด้วย


            “ท่านแม่บอกว่าเข็มกลัดนี้ราคาแพงมากนะ”


            ราชินีเลอาจ่ายเงินค่าขนมปังแก่เจ้าของร้าน ไม่ได้พูดอะไรมากความ แค่จูงมือลูกชายเดินกลับไปยังทิศตรงข้าม เรย์ก้มลงมองของทั้งสองอย่างในมือ ขนมปังหนึ่งก้อนอุ่นๆที่มีกลิ่นหอมน่ากิน กับเข็มกลัดที่คงจะเอาไปขายได้ราคาดี เธอจะมีเงินไปซื้อขนมปังอีกหลายก้อนทีเดียว เธอมองของทั้งสองสิ่ง ในมือทั้งสองข้าง น้ำตาหยาดริน ทั้งละอายทั้งคับแค้นใจ ชีวิตตกต่ำถึงเพียงนี้ เป็นขอทานยังไม่พอ ยังเป็นขโมย และต้องรับความช่วยเหลือจากคนอื่นอีก เธอเงยหน้าขึ้น มองหาเด็กผู้ชายคนนั้น แต่เขาเดินหายไปพร้อมกับแม่และพี่เลี้ยงของเขาแล้ว


            “เจ้าชาย  เบน  นาบู”


            คำสามคำ สลักลงกลางใจ ไม่มีวันลืม หากภายภาคหน้า มีโอกาสได้พบอีก เธอจะกล่าวขอบคุณอย่างไรดี 












Talk

พยายามใส่ความเป็น TFA เข้าไป อย่างฉากไคโลเกรี้ยวกราดใส่มิทากะ เวอร์ชั่นนี้ ก็จะมุ้งมิ้งขึ้นสิบเท่าตัว เกรี้ยวกราดเพราะเขินจักรพรรดินีแทน  หรือฉากเด็กหญิงเรย์ถูกเจ้าของร้านขนมปังทำร้ายกลางสายฝน ฉันนึกถึงนิมิตของเรย์ใน TFA ที่เรย์ล้มอยู่กับพื้น มีคนในหน้ากากจะทำร้ายเรย์ แล้วไคโลก็เข้ามาหยุด  แค่เปลี่ยนให้มุ้งมิ้งหนักกว่าเก่า เป็นเจ้าชายเบนตัวน้อย ....

กาวเข้าไปสิจ๊ะ 555555555

อีกแล้วค่ะ.... จะมีต่อหรือเปล่า ยังไม่รู้เลย ฮ่าฮ่า  



เบื่อกันแล้วหรือเปล่าเอ่ย?




    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #703 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 17:19

    น่ารักจังเลยค่ะ ที่มาที่ไปที่ทำให้องค์จักรพรรดินีประทับใจในตัวเจ้าชายเบน เราอ่านแล้วยังประทับใจเลยค่ะ องค์ชายตัวน้อยแสนกล้าหาญ อ่อนโยนมากด้วยอีกต่างหาก เรื่องที่ทำให้จักรพรรดินีประทับใจในตัวองค์ชายเบนถึงขั้นพลิกแผ่นดินหาก็คลายปมไปแล้ว แต่นี่อยากรู้เรื่องสงครามตอนนั้นเหมือนกับตาเบนด้วยเหมือนกันค่ะ มิทากะก็ไม่บอก บอกให้มาถามเอาจากปากองค์จักรพรรดินี แต่องค์จักรพรรดินีก็ชิงหลับไปซะก่อน กลายเป็นว่าไม่ได้รู้เรื่องเลยแฮะ แต่จริงๆ ตอนมีโอกาสก็มัวแต่สวีทหวานป้อนองุ่นกันอยู่สองต่อสอง ไม่ทันได้ถาม แต่มันเป็นการกินองุ่นที่แบบ...กรี๊ดมาก จิกหมอนเว่อร์! เขิ้นเขินนนน~ 5555555 ทีแรกคือเจ้าชายเบนตั้งใจศึกษาตำราปรนนิบัติองค์จักรพรรดินีเรย์เพราะอยากจะเอาคืน แต่พอมาเจอจักรพรรดินีอีกมุมแล้วก็ทำไม่ลงเลย คิดว่าเจ้าชายคงจะฉุกคิดได้ในตอนที่รับรู้ว่าจักรพรรดินีสั่งให้ทุกคนประหยัดเพราะเป็นหน้าแล้งของเมือง ตัวเองก็วุ่นวายกินอาหารไม่เป็นเวลา แต่เจ้าชายกลับได้รับการปรนนิบัติอย่างดี เราว่าตรงนี้คงจะมาจากเรื่องราวแต่ก่อนที่ตัวเรย์เองไม่มีกิน แต่องค์ชายน้อยกลับหยิบยื่นของกินและของมีค่ามาให้ ทำให้รู้สึกว่าจะปล่อยให้เบนหิวไม่ได้ จะให้กินของแย่ๆ ก็ไม่เอาด้วย เพราะความใส่ใจนี้บวกกับตัวตนขององค์จักรพรรดินีที่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง ก็เลยทำให้เบนหวั่นไหว แล้วก็รู้สึกประทับใจขึ้นมา แต่ของแบบนี้มีผลิกโผเสมอ คุณชอบทำเราทึ่งกับงานเขียนของคุณ เพราะฉะนั้น...ของแบบนี้ต้องรออ่านกันต่อไป 555555

    #703
    1
    • #703-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 59)
      19 กันยายน 2561 / 06:46
      ระหว่างเขียน อยากกินองุ่นไร้เม็ดมากเลยค่ะ ฮืออออ
      การที่เรย์ดูแลเบนอย่างดี ก็เพื่อตอบแทนนั่นแหละค่ะ อีกอย่างคือ... ทนเห็นเบนอยู่สภาพผ่ายผอมไม่ได้ เดี๋ยวกล้ามหายหมด คริคริ
      #703-1
  2. #695 kanit4u (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 15:20

    ชอบค่ะ รอๆๆๆ

    #695
    0
  3. #693 AKT (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 23:46

    ต่อเถอะน้าคะ เราชอบนิยายที่ไรท์แต่งทุกเรื่องเลย นี้รอตามเลยว่าเมื่อไรเค้าจะคุยกันจริงๆจังๆ

    #693
    1
    • #693-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 59)
      17 กันยายน 2561 / 05:50
      เป็นเรื่องที่พระ-นางไม่ยอมคุยกันค่ะ 55555 ทำอย่างอื่นแทนตลอด
      #693-1
  4. #691 YURIPINK19 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 19:45
    มาต่อเถอะนะคะ พลีสสส เจ้าชายเบนน้อยน่ารักเว่ออออ เค้ามีความหลังกันมาก่อนนี่เอง
    #691
    1
    • #691-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 59)
      17 กันยายน 2561 / 05:49
      นึกสภาพ เจ้าชายตอนสามขวบ ตัวปุ๊กลุกน่ารัก ชี้นิ้วสั่งๆคนอื่น .... น่ารักจริง
      #691-1
  5. #690 JiZhiya (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 16:59

    เรื่องนี้สลับอายุกันใช่มั้ยคะ เรย์อายุมากกว่าเบน 9-10 ปี

    #690
    1
    • #690-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 59)
      17 กันยายน 2561 / 05:48
      ใช่ค่ะ กร๊าวดี เด็กน้อยเบน
      #690-1
  6. #689 DaisySelvin (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 16:30
    ต่อเลยค่ะ ต่อเลย ไม่เบื่อแน่นอน
    #689
    1
    • #689-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 59)
      17 กันยายน 2561 / 05:48
      จะมีตอนสามค่ะ
      #689-1
  7. #688 มะนาว (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 16:26

    ต่อเถอะน๊า please ชอบนิยายของคุณมากๆเลยค่ะ พล๊อตสนุกมาก กาวมากด้วยค่ะ????

    #688
    1
    • #688-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 59)
      17 กันยายน 2561 / 05:47
      ความกาวนี้สั่งสมหลายปีเลยค่ะ 55555
      #688-1
  8. #687 milliin (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 16:26
    /เขินปิดหน้า
    #687
    1
    • #687-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 59)
      17 กันยายน 2561 / 05:46
      เราก็เขินแทนเบน
      #687-1
  9. #686 Kira Ren (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 16:06
    ต่อเถอะค่ะ พลีสสสสส
    #686
    1
    • #686-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 59)
      17 กันยายน 2561 / 05:46
      จะต่ออยู่ค่ะ
      #686-1
  10. #685 erney007 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 15:35

    ในที่สุดก็ได้เป้าหมาย เอ๊ย! เจ้าชายที่หมายปองมาไว้ในมือ อย่าหลับง่ายๆแบบนี้สิคะ!!!!!

    ไปต่อคะไร้ท์ ไปให้สุดแล้วหยุดที่วาร์ป เอ๊ย! หยุดที่เค้าได้กัน เอ๊ย! ไม่ต้องหยุดแล้วค่ะ ไปค่ะพี่สุชาติ!!!!!

    #685
    1
    • #685-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 59)
      17 กันยายน 2561 / 05:45
      หยุดที่วาร์ป 55555 ชอบคำนี้
      #685-1
  11. #684 +Choc Milk+ (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 14:56
    ต้องต่อสิคะ​ จักรพรรดินี​ยังไม่ได้กินเจ้าชายเลย55555
    *เขินบิด*
    #684
    1
    • #684-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 59)
      17 กันยายน 2561 / 05:45
      เราต้องมีฉากกินก่อนเนอะ.... เดี๋ยวๆ
      #684-1
  12. #683 CartoonFreak (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 14:14
    มีความตอบแทนบุญคุณ เบนจะนึกออกบ้างมั้ยคะ5555
    #683
    1
    • #683-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 59)
      17 กันยายน 2561 / 05:44
      เบนยังเด็กเกินกว่าจะนึกออกหรือจำได้ค่ะ อาจจำได้แบบเลือนๆ เพราะสำหรับเบน นี่ไม่ใช่ความทรงจำสำคัญค่ะ
      #683-1
  13. #682 Ahappipy (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 12:55
    มาขนาดนี้แล้วต้องต่อสิค่ะ จักรพรรดินีเรย์จะมาหลับให้เจ้าชายเตรียมตัวเก้อแบบนี้ไม่ได้นะ 555
    #682
    1
    • #682-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 59)
      16 กันยายน 2561 / 12:59
      อุตส่าห์ศึกษาล่วงหน้ามาอย่างดี เตรียมพร้อมสุดๆ ฮ่าฮ่า
      #682-1