Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 58 : [Empress Rey] : Glitter

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 657
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    13 ก.ย. 61



[Empress Rey] : Glitter

Song : River - Bishop Briggs








 

                อากาศร้อนอบอ้าว แดดจ้าแผดเผา ดวงอาทิตย์ลอยเด่นกลางเวหา วงกลมรัศมีร้อนแรงแผ่กระจาย ไร้เมฆบดบัง ลมพัดหอบทรายปลิวว่อน กระทบคณะเดินทางแต่งกายมิดชิดกันแดดลม มุ่งหน้าไปยังประตูเหล็กสูงใหญ่ ขบวนมีความหลากหลาย ยาวเกือบไมล์ ประกอบด้วยเกี้ยวพ่อค้า ทหารเป็นร้อยบนหลังอูฐ ทาสผิวดำและผิวขาว เปลือยกายท่อนบน แดดเผาจนผิวแทบไหม้ สตรีคลุมหน้าหลากชนชั้น แต่งกายวิจิตร นั่งหลบอยู่บนเกี้ยว ใช้มือบางแหวกม่านผ้าไหมออกดูความเป็นไปภายนอก แล้วหดศีรษะกลับเข้าไปอีกครั้ง ท้ายขบวน แตกต่างจากด้านหน้าโดยสิ้นเชิง ผู้คุมตัวใหญ่บนหลังอูฐถือแส้ในมือ หน้าตาถมึงทึง หวดแส้ใส่กลุ่มคนที่สวมปลอกคอและล่ามโซ่ที่ข้อมือ พวกเขาแต่ละคนสวมเสื้อผ้าเก่าสกปรก บ้างขาดรุ่งริ่ง บ้างมีเลือดแห้งเกรอะกรัง ผมเผ้ารุงรังเต็มไปด้วยฝุ่นผง นัยน์ตาอับแสง ราวกับความหวังของพวกเขาช่างริบหรี่ และไม่สนใจอีกแล้วว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร



                เด็กหนุ่มวัยสิบเก้าปี ปรือตาแดงก่ำสู้แดดทอระยับบนผืนทราย ริมฝีปากแห้งแตกด้วยความกระหายน้ำ เขาถูกคนข้างหลังดันให้เดินต่อไปข้างหน้า เท้าเปล่าเหยียบบนทรายละเอียด ร้อนฉ่า เหมือนเดินลุยกะทะ ร่างกายของเขาผ่ายผอม จนเห็นโหนกแก้มชัดบนใบหน้า หากไม่มีคราบสกปรกบนตัว เขาจะเป็นหนุ่มรูปงามทีเดียว แต่วันวานนั้นไม่หวนย้อนมาอีกแล้ว ชะตาชีวิตพลิกผัน จากจุดสูงสุด อยู่สุขสบายในวังหลวง กลายเป็นเชลยศึก ชนชั้นต่ำยิ่งกว่าทาส ระหกระเหเร่ร่อน



                เจ้าชายเบน ออร์กาน่า เป็นหลานชายคนเดียวขององค์ราชินีแพดเม่ อมิดาล่า นาเบอร์รี่ แห่งราชวงศ์นาเบอร์รี่ อาณาจักรนาบู ล่มสลายไปแล้วตั้งแต่ตอนเบนอายุสิบขวบ อาณาจักรถูกตีแตกพ่าย  พ่อกับแม่ของเขาถูกสังหารเกลี้ยง เบนรอดออกมาได้เพราะท่านลุงพาหนี แต่ท่านลุงก็สิ้นชีพไปอีกคน เบนถูกจับได้ระหว่างหนีหัวซุกหัวซุนที่อาณาจักรแจคคู และกลายเป็นทาสเชลยมาได้เกือบปีแล้ว ผู้ที่จับตัวเขาได้คือนายพลอาร์มิเทจ ฮักซ์ ผู้นำกองคาราวานนี้เอง นายพลเพิ่งคว้าชัยเหนือแจคคู และนำธงกับข้าทาสทั้งหมดกลับไปหาองค์จักรพรรดินี



                จักรพรรดินีแห่งมุสตาฟาร์ เป็นดั่งเทพีแห่งสงครามและชัยชนะ เธอกร่ำศึกมาตั้งแต่อายุสิบห้า มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับเธอที่ทำให้เบนหวาดหวั่น และเก็บไปฝันร้ายในตอนกลางคืน แม่นมมาซใช้ชื่อของจักรพรรดินีผู้นั้น หลอกให้เบนกลัวและอยู่ในโอวาท ชาวบ้านมักพูดกันว่าเธอมีมนตร์ดำ เป็นลูกหลานของแม่มดโบราณ ขายวิญญาณให้ซาตาน ความเก่งกาจของเธอล้วนเป็นฝีมือของภูตผีทั้งสิ้น ไม่อย่างนั้น จะเป็นไปได้อย่างไรที่เด็กสาวอายุเพียงสิบห้าปี นำทัพทหารห้าหมื่น บุกตะลุย มีชัยเหนืออาณาจักรรอบข้าง เกือบทั้งคาบสมุทรล้วนสยบต่ออำนาจและกองทัพของเธอ แค่คิดก็ขนลุกชันไปทั้งหลังคอ ข่าวลือด้านลบของเธอก็มีอยู่มากเช่นกัน ว่ากันว่า เธอมีจิตใจเหี้ยมโหด ไร้ปรานี หากผู้ใดกระทำผิด จะถูกห้าม้าแยกร่าง หรือเสียบประจานทั้งตัวบนกำแพงเมือง มีกระทั่งข่าวที่ว่าเธอดื่มเลือดเด็กสาวเพื่อคงความงาม ชื่นชอบสังวาสกับเด็กหนุ่มอายุน้อย และสังหารทิ้งเมื่อเธอเบื่อหน่าย



                ประตูเมืองเหล็กปรากฏแก่สายตา เมื่อปลายขบวนเดินพ้นเนินทราย เบนหยีตามอง แค่ประตูเมืองหลวงยังให้ความรู้สึกกระด้างทะมึน เบนไม่อยากนึกเลยว่าชีวิตเขาจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ เชื้อสายคนสุดท้ายของราชวงศ์นาเบอร์รี่ เขาคงถูกประหารสถานเดียว หรืออาจถูกขังคุกจนตาย เบนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เห็นนกเหยี่ยวโฉบบิน ถ้าเป็นนกคงดี เขาจะบินหนีไปให้สุดหล้าทีเดียว สายตาของเขามองเรื่อยไปบนธงประดับสีแดง และเหล่าทหารที่ยืนอยู่บนกำแพงเมือง พวกเขาส่งสัญญาณมือให้กัน ประตูเหล็กขนาดใหญ่เคลื่อนแย้มเปิดกว้าง ทุกคนในขบวนทยอยเดินเข้าไป ใช้เวลานานพอสมควรกว่าทั้งกองจะเดินผ่านไปจนครบ เสียงโห่ร้องต้อนรับเป็นอย่างแรกที่เบนได้ยิน ชาวเมืองสะบัดธงในมือ เขาคิดว่าคงจะมีงานรื่นเริงสักอย่างจัดขึ้นในเมืองเป็นแน่ บรรยากาศคึกคักสนุกสนาน ตามบ้านเรือนประดับประดาด้วยริบบิ้นหลากสี เบนเดินตามคนข้างหน้าไป เมื่อเงยขึ้นมองอีกครั้ง จึงรู้ว่ากำลังเข้าใกล้สนามกีฬาเลื่องชื่อของมุสตาฟาร์



        พวกมุสตาฟาร์ชื่นชอบการประลองฝีมือ เด็กผู้ชายจับดาบก่อนจับดินสอเขียนหนังสือ เด็กผู้หญิงฝึกยิงธนูก่อนจับเข็มเย็บผ้า พวกเขาเคยมีชีวิตที่ยากลำบาก เป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรคอรัสซังต์ ยากจนข้นแค้น จนกระทั่งเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนท่ามกลางกองศพมากมายของทหารคอรัสซังต์ ในมือมีดาบเปื้อนเลือดสีแดงฉานหนึ่งเล่ม ชาวเมืองจึงนับถือเธอเป็นเทพีผู้ปลดแอก ใช่แล้ว เด็กผู้หญิงคนนั้นกลายเป็นจักรพรรดินีองค์ปัจจุบัน เพียงไม่ถึงยี่สิบปี มุสตาฟาร์ก้าวจากอาณาจักรยาจก เป็นมหาอำนาจ คอรัสซังต์เป็นเมืองขึ้น นาบูล่มสลาย แจคคูแตกพ่าย มีข่าวลืออีกว่า เธอกำลังเล็งสายตาไปยังคอร์เรเลีย ถิ่นทุ่งหญ้าเขียวชอุ่มและดินแดนนักรบบนหลังม้า แต่บางทีเธออาจจะครอบครองที่นั่นด้วยการแต่งงาน ไม่ใช่การรบพุ่ง



                เสียงอึงอลเอะอะเซ็งแซ่จากพ่อค้าแม่ค้ารายทาง ผู้คุมทาสเชลยสายตาระวังระไว กระชับแส้ในมืออย่างมั่นคง เตรียมหวดเชลยที่คิดเดินออกนอกเส้นทาง ไม่มีใครกล้าหรอก เบนบอกได้เลย เขาเองก็ไม่กล้า ผู้คุมตัวใหญ่กว่าเขาตั้งเยอะ และเขาไม่ได้กินข้าวมาเกือบห้าวัน แม้แต่แรงจะเดินยังแทบไม่มี จะเอาแรงที่ไหนมาวิ่งหนีหรือต่อกรพวกนั้นได้ เบนเดินถึงปากประตูสนามกีฬา มองเห็นภายในใหญ่โตโอ่อ่า บรรจุคนได้หลายหมื่น สวมเสื้อผ้าหลากสี ธงโบกสะบัด นายพลฮักซ์ลงจากหลังอูฐ ก้าวเท้ายาวเดินตรงไปยังเฉลียงหน้ามุข เบนมองตามไปอย่างอยากรู้อยากเห็น เขาเคยแต่ได้ยินชื่อเสียงเรียงนาม ไม่เคยพบตัวจริงขององค์จักรพรรดินี



                ฝูงชนเงียบกริบ ม่านลายปักดิ้นสีทองสลับแดงเปิดกว้าง สตรีนางหนึ่ง ร่างระหง อาภรณ์บางพลิ้วเน้นให้เห็นสัดส่วน เบนไม่อาจเห็นหน้าเธอได้ชัดๆ หรือเห็นรายละเอียดไปมากกว่านั้น อยู่ไกลและสูงเกินไป นายพลฮักซ์พูดบางอย่าง เขาเห็นองค์จักรพรรดินีพยักหน้าเพียงนิดเดียว ท่าทางนิ่งสงบราวรูปปั้น นายพลหันมาทางขบวน ส่งสัญญาณมือ ผู้คุมทาสลงจากหลังอูฐ ปลดสายโซ่ที่พันเชลยรวมกันไว้หลายคน ก่อนจะดึงเบนออกมาเพียงผู้เดียว ลากเขาให้เดินตาม ฟาดแส้ใส่แผ่นหลังเพราะเขาเดินเร็วไม่ทันใจ เบนเร่งฝีเท้าอย่างเงอะงะ ก้มหน้าก้มตา จนกระทั่งผู้คุมกระตุกโซ่ให้หยุดเดิน เขาจึงหยุด เหงื่อไหลย้อยซึมเข้าไปในเสื้อ รู้สึกถึงสายตาทรงอำนาจคู่หนึ่ง เยียบเย็นเหมือนน้ำแข็ง กำลังมองตรงลงมาที่เขา



                “เบน ออร์กาน่า อดีตเจ้าชายแห่งนาบู เชื้อสายหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ของนาเบอร์รี่” นายพลฮักซ์แนะนำตัวแทนเบนเสร็จสรรพไปแล้ว “ข้าหาตัวเขาจนเจอ และนำมาถวายพระองค์ตามที่ปรารถนา”



                เบนยังคงไม่กล้าเงยหน้า ผู้คุ้มถองเข้าที่หัวเข่าด้านหลังของเขา ทำให้ตัวงอยวบ ล้มลงคุกเข่ากับพื้นทราย ผู้คุมดึงเส้นผมสีดำคลุกฝุ่น บังคับให้เบนเงยศีรษะ นัยน์ตาสบกับสตรีบนเฉลียง เธอกำลังมองเขาอยู่ สำรวจทั่วทั้งตัว มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างยิ้มเยาะและเหนือกว่า



                “สายเลือดสุดท้ายแห่งนาเบอร์รี่อยู่ตรงหน้า ข้าควรจะทำอย่างไรดี” เธอเอ่ย ราวกับเปรยกับตนเอง



                ฝูงชนส่งเสียงขึ้นอีกครั้ง ดังอื้ออึง มีทั้ง ฆ่ามัน เสียบประจานมัน จับมันแขวนคอ เบนบังคับตัวเองไม่ให้ดวงตาสั่นไหว ลูกนัยน์ตาสีน้ำตาลของจักรพรรดินีเปรยขึ้นมองชาวเมืองของเธอ มือบางขยับยกขึ้น แบมือบอกสัญญาณให้เงียบ เสียงตะโกนพลันเงียบลงราวกับปีศาจสั่ง



                “สายเลือดสูงส่งเช่นนี้ ทั้งนาเบอร์รี่ สกายวอล์กเกอร์ และถ้าข้าเข้าใจไม่ผิด แม่ของเจ้าเป็นธิดาบุญธรรมของกษัตริย์แห่งอัลเดอราน เจ้าถึงใช้นามสกุลว่าออร์กาน่า ใช่หรือไม่”



                เบนไม่ตอบ



                “ตอบคำถาม เจ้าคนไร้มารยาท!” ผู้คุมหวดแส้ใส่ เบนกัดริมฝีปาก ตวัดมองด้วยดวงตาแข็งกร้าว มันจึงลงมืออีกครั้ง คราวนี้ผิวหนังแสบ เลือดไหลซิบ



                “พอแล้ว!” เสียงเย็นดุจน้ำแข็งดังขึ้น ผู้คุมหยุดนิ่งอย่างหวาดหวั่น “เจ้ากล้าดียังไงจึงทำให้เลือดล้ำค่าเช่นนั้นตกถึงพื้น แต่เอาเถอะ...” เธอพูดอย่างไม่ถือสา น้ำเสียงเปลี่ยน “ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะให้เขาอยู่ที่ไหน ฮาเร็มของข้าคงมีสีสันขึ้น ถ้าได้เพชรน้ำงามเช่นนี้ไปประดับ ตอนนี้ เอาตัวไปให้พ้นจากสายตาข้าก่อน” เธอสะบัดมือหนึ่งครั้ง ทหารราชองครักษ์สองนายก้าวเท้าเข้ามาหา คว้าโซ่จากมือและลากเบนไปแทน



                เบนเหลือบมองสตรีนางนั้นอีกครั้ง จักรพรรดินีกำลังกล่าวเปิดงานประลองประจำปี ไม่ได้หันมามองหรือสนใจเขาอีก เขาไม่เข้าใจคำว่า ฮาเร็ม ที่เธอพูดถึง เบนไม่ใช่หนุ่มน้อยไร้เดียงสา เขารู้ว่าฮาเร็มคืออะไร รู้ว่าคนที่จะมีฮาเร็มได้คือพวกเจ้านายสูงศักดิ์ ส่วนใหญ่เจ้านายผู้ชายจะเป็นเจ้าของสถานที่แบบนั้น มีไว้สำหรับเก็บบรรดาเมียเล็กเมียน้อย แต่ในกรณีนี้ องค์จักรพรรดินีเป็นเจ้าของ ก็มีความหมายเพียงอย่างเดียว เธอเก็บผู้ชายที่เป็นของเล่นส่วนตัวไว้ในนั้น! เบนนึกขยะแขยงชอบกล เขายอมอยู่ในคุกดีกว่าเป็นของเล่นให้ผู้หญิงที่ฆ่าพ่อกับแม่และคนในตระกูลของเขาทั้งหมด ความรู้สึกเคียดแค้นที่เขาเกือบลืมเลือนไปแล้ว ประเดประดังกลับเข้ามา แผดเผาใจ



                ทหารพาเขาเดินเข้าสู่เขตพระราชวัง เสาหินอ่อนแกะสลักงามเลิศ ประดับด้วยทองคำ โคมคริสตัลระย้า ม่านปักดิ้นเงินดิ้นทอง แซมด้วยสีแดงซึ่งเป็นสีประจำอาณาจักร ทางเดินไร้ผู้คน เบนคิดว่าคงไปรวมตัวกันที่สนามประลองทั้งหมด พวกเขาเดินออกไปยังสวนต้นไม้ มีหลังคาแก้ว และอากาศชุ่มชื้นกว่าภายนอก น้ำพุตรงกลางสวนสร้างจากหินอ่อนทั้งหมด สลักเสลาเป็นรูปเทพี พวกเขาตัดข้ามสวนไปยังเรือนอิฐที่เร้นกายพืชและไม้ดอกนานาพรรณ แข่งกันออกดอกประชันอวดสีและส่งกลิ่นหอมตลบ ประตูกระจกแก้วโค้งสวยงาม เบนมีความรู้สึกว่า ทหารพาเขามาถึงที่หมายแล้ว



                ชายคนหนึ่งออกมาต้อนรับ ตาเล็กหยี ผิวขาว ร่างอรชรอ้อนแอ้น “กำลังรออยู่พอดี ขอบคุณท่านทั้งสอง” ชายคนนั้นกล่าวกับทหาร พวกทหารแค่พยักหน้า ก้มศีรษะเล็กน้อย ยื่นกุญแจสำหรับปลดโซ่ให้ แล้วหันหลังเดินไป ทิ้งเบนไว้คนเดียว “ท่านคงจะเป็นเจ้าชายเบน ออร์กาน่า องค์จักรพรรดินีฝากฝังให้ข้าดูแลท่านที่นี่ ข้าชื่อมิทากะ ยินดีที่ได้รับใช้”



                เบนมองมิทากะอย่างสับสนงุนงง รับใช้ เขาไม่ได้ยินคำนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ ไม่มีคนมายืนยิ้มนอบน้อมแบบนี้มานานมากแล้วด้วย มิทากะช่วยถอดโซ่ออกจากข้อมือ และเดินนำเขาเข้าไปด้านใน สวนด้านนอก ไม่อาจวิจิตรตระการตาเท่ากับสถาปัตยกรรมที่ซ่อนไว้ในเรือน พื้นแวววาวขัดมันวับ จนเบนเห็นเงาของตนเองสะท้อนออกมาได้ เชิงเทียนชุบด้วยทองคำแท้ หน้าต่างเหล็กดัดโค้งสูงจรดเพดาน แค่โถงทางเข้า สวยพอๆกับห้องบัลลังก์ในพระราชวังนาบู แต่ที่นี่เป็นเพียงฮาเร็มเท่านั้น



                “คนอื่นอยู่ไหนกันหมดล่ะ” เบนถาม หรือจะถูกฆ่าไปแล้ว? อย่างในข่าวลือตามท้องถนน เมื่อพระนางเบื่อ ก็จะฆ่าชู้รักของตนทิ้งทันที



                “ไม่มีใครอยู่ที่นี่ตั้งแต่องค์จักรพรรดินีสถาปนาพระองค์เอง” มิทากะบอก สร้างความสับสนให้เบนหนักกว่าเดิม “พระนางไม่มีเวลาว่างหาความสำราญจากเด็กหนุ่มอย่างที่ลือกันไปทั่วหรอกนะ” เบนรู้สึกว่าสองแก้มร้อนขึ้นมา หรือว่าข่าวลือจะมั่วทั้งหมด “ท่านต้องอาบน้ำก่อน เดินทางหลายวันกลางทะเลทราย คงเหนื่อยมาก เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน ข้าเตรียมไว้ให้ด้านในแล้ว หลังจากอาบน้ำ ข้าจะพาไปรับประทานอาหาร”



                มิทากะผายมือไปยังประตูบานหนึ่ง ห้องอาบน้ำอยู่ด้านใน เบนพยักหน้ารับคำ แล้วเปิดประตู มิทากะนั้นยืนรออยู่ด้านนอกอย่างใจเย็น ชายหนุ่มเหวี่ยงแขนไพล่หลัง เดินกลับไปกลับมา ได้ยินเสียงน้ำดังซ่า ก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงจัดการตัวเองได้เรียบร้อยดี มิทากะไม่ได้กังวลว่าเบนจะหนีแม้แต่น้อย ไม่มีใครออกนอกเขตพระราชฐานได้ง่ายๆ ที่นี่ซับซ้อนเหมือนเขาวงกต อีกทั้งทหารเฝ้าระวังทั่วอาณาบริเวณ หากเบนคิดฝ่าฝืนจะหนีออกไป แสดงว่าอยากตายเร็วเท่านั้นเอง มิทากะกำลังเดาะลิ้นในปาก ตอนที่ได้ยินเสียงรองเท้าของอีกบุคคลกระทบพื้น



                ชายหนุ่มยืนหลังตรง สองมือแนบข้างลำตัว กระพริบตาอย่างแปลกใจ องค์จักรพรรดินีมาถึงที่นี่เอง ทั้งที่น่าจะชมการประลองประจำปีมากกว่า ก้าวย่างของพระนางไม่สั้นและไม่ยาวเกินไป กำลังพอดีและสง่างาม ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ ออกจะเฉยชา



                “อยู่ข้างในหรือ” เธอเอ่ยถาม มิทากะก้มศีรษะ ตอบรับอย่างสุภาพ และยิ่งต้องแปลกใจกว่าเดิม เมื่อเธอยกมือผลักประตู สาวเท้าเข้าไปตามลำพัง



                เบนแช่ตัวอยู่ในอ่าง ก่อนตาย ได้อาบน้ำสบายๆอีกสักหน ก็เป็นเรื่องดีทีเดียว อ่างน้ำขนาดใหญ่อยู่ใจกลางห้อง น้ำอุ่นกำลังดี มีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นลาเวนเดอร์อบอวล ชายหนุ่มปิดเปลือกตา จมลงไปในอ่างทั้งตัว ขี้ดินฝุ่นผงที่ติดอยู่บนผมกระจายออกไปในน้ำ เขาสะบัดศีรษะไปมาเหมือนสิงโตสะบัดแผงคอ แล้วก็พุ่งพรวดขึ้นจากน้ำเต็มความสูง เสยผมเปียกไปไว้ด้านหลัง ทว่าทันทีที่ลืมตา กลับพบว่าตนไม่ได้อยู่ตามลำพังในห้องอาบน้ำ



                ดวงเนตรของจักรพรรดินีจับจ้องบนร่างเปลือยเปล่าของเขา เบนกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อได้เห็นในระยะไม่ห่างและระดับสายตาเดียวกัน เขาจึงรู้ว่าเธอช่างมีความงดงามจนน่าตื่นตะลึง แม้จะไม่อาจเทียบได้กับสาวงามวัยแรกแย้ม หรือโฉมงามที่แสนอ่อนหวาน แต่เธอมีรัศมีบางอย่างเปล่งประกายอย่างน่าจับตามอง มีความแข็งกระด้างแบบนักรบห้าวหาญ มีความลึกลับเหมือนพวกแม่มดในนิทาน มีความนุ่มนวลบนริมฝีปากและแววตา มีอำนาจที่ยากจะต่อกรแฝงในดวงหน้านั้น ร่างระหง ทรวดทรงองค์เอวอาจสู้พวกผู้หญิงวัยเดียวกันไม่ได้ หน้าอกเล็ก แต่เขากลับละสายตาจากอกคู่นั้นได้ยากยิ่ง ทั้งที่มันถูกซ่อนไว้ใต้อาภรณ์ เธอไม่จัดว่าสวย แต่กลับโดดเด่น น่าพิศวง



                ระหว่างที่เขาสำรวจเธอ เขาก็ลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองยืนเปลือย ไม่สวมอะไรสักชิ้น และหันหน้าเข้าหาเธอเต็มๆ เธอก็มองเขาอยู่เช่นกัน ประกายในแววตา ระยิบระยับ เหมือนเกล็ดเพชร มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงใจ เมื่อเธอลดสายตาลงต่ำ จดจ้องของสงวนบนร่างชายหนุ่ม



                เบนสำเหนียกได้แล้วว่าเธอกำลังมองอะไร เขารีบผลุบตัวลงน้ำทันที แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรนัก น้ำใสวาวสะท้อนแดดที่ส่องเข้ามาทางช่องหน้าต่าง กลับทำให้เรือนร่างของเขาเด่นชัดขึ้นเสียอีก หยดน้ำเกาะพราวบนท่อนแขน บนแก้ม และบนเส้นผม แสงอาทิตย์ส่องต้อง จนหยดน้ำมีประกายวาววับ สวยงามนักบนร่างของเขา แต่เบนไม่รู้หรอก เขาหน้าแดง หูแดง ลำคอเริ่มกลายเป็นสีแดงไปด้วยแล้ว



                “วันนี้อากาศร้อนนัก ให้ข้าอาบน้ำด้วยได้ไหม?” ถ้อยประโยค เหมือนทีเล่นทีจริง แต่เธอเริ่มแกะเครื่องประดับออกจากเรือนผมสีน้ำตาล เบนตะลึงมอง ขณะที่เส้นผมนุ่มดุจเส้นไหมปล่อยสยายลงมาล้อมกรอบหน้า



                “ปะ... ไปให้พ้น” ทำไมต้องเสียงสั่นด้วยเล่า! เขาก่นด่าตัวเองในใจ



                “เจ้าเป็นแขกของข้า” เธอพูด ยิ้มนิดๆ “อย่าทำตัวหยาบคายสิ”



                “ข้าจะไม่พูดดีกับฆาตกร” เบนพูดเสียงแข็ง ถือทิฐิ ทั้งที่สภาพของตน ต่ำต้อยกว่าโดยสิ้นเชิง



                “อย่างนั้นหรือ?” น้ำเสียงยั่วเย้า ขี้เล่น มีเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ท้ายประโยค เธอปลดตะขอเสื้อ ดึงเชือกที่ผูกไว้ให้หลุดออก เบนเผลอสูดลมหายใจเข้าเสียงดังพรืด “เจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าตามหาตัวเจ้าแทบพลิกแผ่นดิน จริงๆแล้ว ข้าไม่ได้สนใจอะไรในแจคคู ที่นั่นมีแร่เหล็กก็จริง แต่ข้ามีเงินพอจะสั่งซื้อได้ ที่ข้าสั่งบุกที่นั่น เพราะเจ้าไปหลบซ่อน ข้าอยากได้ตัวเจ้า เบน ออร์กาน่า” ชุดกระโปรงชั้นนอกหลุดไปกองอยู่บนพื้น เหลือเพียงชั้นในบางเบาแทบจะโปร่งใส ปิดบังเนื้อหนังไม่ได้ แต่เธอกลับหยุดมือ ไม่ถอดต่อเอาเสียดื้อๆ



                “ข้าอยากได้สายเลือดของเจ้า”



                สิ้นประโยค เธอเดินเยื้องย่างลงอ่างน้ำ ทั้งที่ยังถอดไม่หมด ชุดกระโปรงชั้นสีขาวบางๆนั้นปกปิดอะไรไม่ได้เลย เมื่อเปียกน้ำแนบไปกับเรือนร่างของหญิงสาว เบนกลืนน้ำลายอีกครั้ง มองทรวงอกใต้ผ้าขาวคู่นั้นเปียกน้ำจนชุ่ม ยอดถันสีชมพูลอยเด่น ไม่ถอดให้ดู แต่ก็เหมือนถอด เขาตื่นเต้นหนักยิ่งกว่าเก่า เลือดในกายชายหนุ่มเดือดปุด แม้จะไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูด แต่ตอนนี้สมองขาวโพลน คิดอะไรไม่ออกแล้ว เธอเดินเข้ามาใกล้ จนประชิดตัว เขาจึงเพิ่งรู้ว่าเธอเตี้ยกว่า ส่วนสูงที่ต่างกันกำลังดี พอเหมาะพอเจาะราวกับเทพจับวาง



                ฝ่ามือของเธอลูบบนลอนหน้าท้องของเขา ช่วงปีที่ผ่านมา เขาผอมลงไปเยอะ แต่ก็ยังพอเหลือมัดกล้ามให้ดู มือของเธอไม่ได้นุ่มนวล มันหยาบกระด้างกว่าที่คิด นี่คือมือของหญิงที่จับดาบโดยแท้ เขากลับรู้สึกดีที่เธอแตะต้องเขาด้วยมือทั้งสองข้าง เธอช้อนตาขึ้นมอง แพขนตาขยับกระพริบ พาลให้เขาหายใจไม่ทั่วท้อง ร่างเบียดชิด แนบแน่น อุณหภูมิของน้ำในอ่างลดต่ำลง แต่เขารู้สึกร้อนรุ่ม เธอไล้มือไปจนถึงหลังคอ รวบลงมา ให้ใบหน้าของเขาลดต่ำลง ปลายจมูกเกือบชนกัน เธอเอียงศีรษะ หลับตา แตะริมฝีปากของเขาแผ่วเบา



                เบนไม่เคยจูบผู้หญิง เขาไม่มีโอกาสได้ทำ ชีวิตนี้ หลบหนีหลบซ่อน ห่วงแต่รักษาลมหายใจของตนเอง จนกระทั่งวันนี้ ศัตรูคู่อาฆาต ผู้กวาดล้างทำลายสิ้นทั้งราชวงศ์ เผาผลาญบ้านช่อง สังหารชาวเมือง หญิงใจมืดดำ กำลังจูบเขาอย่างหิวกระหาย หน้าอกนิ่มเบียดกับแผงอกกว้าง ใจของเบนเต้นแรง สับสน สมองสั่งให้เขาผลักเธอออกไป จับกดน้ำให้ตายคามือตรงนี้ แต่อารมณ์ ความรู้สึก หัวใจ ไม่ทำตาม แม้แต่ร่างกายก็ร่ำร้องโหยหาสัมผัสวูบวาบจากอีกฝ่าย เขาเหวี่ยงแขนโอบเธอทั้งตัว ดันแผ่นหลังของเธอให้หน้าอกแนบสนิทมากขึ้น



                ภายในห้องอาบน้ำกว้างใหญ่ แสงอาทิตย์ร้อนจัดลามเลียอ่างน้ำขนาดยาวกึ่งกลางห้อง สองร่างกอดเกี่ยว ริมฝีปากประทับแนบแน่นอย่างเผ็ดร้อน หยดน้ำส่องประกายระยิบระยับบนเรือนร่างของทั้งคู่ ประหนึ่งภาพวาดต้องห้ามเร้าอารมณ์รัญจวน        







TALK

นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย มีหลายเอยูเกิดขึ้นในหัว

แต่แล้ว AU ที่เคยคิดว่าอยากเขียนมากๆ มานานแล้ว ก็เด่นชัดในใจ

จะมีต่อหรือเปล่า อันนี้ยังไม่รู้เลยค่ะ ฮ่าฮ่า (ซะงั้น)         

                     

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #827 Cherry Wanlada (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 16:57
    เผ็ชมวากกกกกกกกกก อยากคาแรคเตอร์เรย์แบบนี้มานานแล้วค่ะไรท์ กรีดร้องงงบงงง
    #827
    0
  2. #694 kanit4u (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 14:54

    จัดให้นางหลายๆคนเลยค่ะ เบน

    #694
    2
    • #694-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 58)
      17 กันยายน 2561 / 17:30
      เดี๋ยวๆ จัดอะไรคะ?
      #694-1
    • #694-2 kanit4u(จากตอนที่ 58)
      18 กันยายน 2561 / 10:35
      นางอยากได้สายเลือดของเจ้าชาย ให้พี่จัดให้ออกมาเป็นเจ้าชายน้อยไปเลย
      #694-2
  3. #681 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 20:51

    โอ๊ยยยยยยยย ชอบอีกแล้ว ความพลิกแผ่นดินหาตัวตาเบน กร๊าวใจเรามากเลยค่ะ น้องดูแบบ...ทรงพลังมาก ออร่าแผ่กระจาย ชอบความศัตรูที่รักแบบนี้เหลือเกิน ท่านจักรพรรดินีผู้ห้าวหาญ ปราถนาในตัวเจ้าชายแสนดี ถึงขั้นพลิกฟ้าล่าแผ่นดินหา มันกร๊าวใจจริงๆ เอ็นดูองค์ชายเบนที่แม่นมเอาเรื่องจักรพรรดินีมาขู่ขวัญตอนเด็กๆ พอมาเจอเป็นไงบ้างคะองค์ชาย? ไม่เห็นจะน่ากลัวเนอะ ออกจะน่าฟัดให้ตาย ถ้าจะแก้แค้นที่จักรพรรดินีสังหารราชวงค์ของตัวเองจนสิ้น ก็สังหารให้จักรพรรดินีตายคาอกตัวเอง น่าจะสะใจมากกว่านะ ฝั่งคนอ่านก็จะสะใจด้วย (ซึ่งแน่นอนว่าฟินไปสิบตลบก่อน 555555) จริงๆ นะองค์ชายเบน ลองคิดดูสิ จะฆ่าแบบง่ายๆ มันเบสิกไป ผู้หญิงใจอำมหิตที่สังหารครอบครัวตัวเองจนสิ้นแบบนี้ต้องเจอการสังหารแบบไม่ธรรมดา แบบทารุณทางอารมณ์ 55555555 (เขิน) เราอยากให้คุณแต่งต่อนะคะ เพราะแบบนั้นมันค้างคาเหลือเกินค่ะ เราอยากเห็นมุมของจักรพรรดินีที่สังหารและทำลายราชวงศ์ของเบน ว่าทำไปเพื่ออะไร มันต้องมีจุดประสงค์ที่ปล่อยให้เบนรอดมาได้สิ นี่คือสิ่งที่เราคิดว่าน่าจะต่อยอดไปได้นะคะ อยากเห็นความอ่อนโยนขององค์ชายเบนที่ค่อยๆ ชโลมจิตใจที่แสนกระด้างของจักรพรรดินีจนแปรเปลี่ยนไป หรือความกระด้างและมุมมองของโลกใบนี้ที่หล่อหลอมจักรพรรดินีจนมันจะทำให้เบนมีมุมมองที่เปลี่ยนไปด้วย เราอยากอ่านพาร์ทต่อของเรื่องนี้มากเลยค่ะ แต่ถ้าคุณจะไม่แต่ง และปล่อยให้มันจบแบบให้คนอ่านเอาไปสานต่อ จินตนาการเอาเอง เราก็เข้าใจเหมือนกันค่ะ เพียงแต่...มันก็น่าเสียดาย และคุณก็มีมุมมองที่ทำให้เราทึ่งเสมอกับงานเขียนของคุณ แน่นอนค่ะว่าถ้าเชียร์ได้ เราก็อยากอ่านเรื่องนี้ต่อนะคะ 5555 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น...เราเคารพการตัดสินใจของคุณค่ะ :-)

    #681
    1
    • #681-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 58)
      16 กันยายน 2561 / 12:47
      อื้อหื้ม ฆ่าง่ายๆเบสิคไป จะให้ฆ่าแบบไหนคะ (คิดดีไม่ได้เลยยย)
      #681-1
  4. #680 YURIPINK19 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 15:08
    กราบไรท์ รอตอนตอไปนะคะ
    #680
    1
    • #680-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 58)
      16 กันยายน 2561 / 12:47
      โอเคจ้า
      #680-1
  5. #679 มะนาว (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 06:47

    มมาต่อเถอะน้าาาา

    #679
    1
    • #679-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 58)
      16 กันยายน 2561 / 12:47
      โอเคค่ะ
      #679-1
  6. #678 erney007 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 22:22

    มาตาอเถอะค่าาาาาาาาา

    #678
    1
    • #678-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 58)
      16 กันยายน 2561 / 12:47
      มาแล้วจ้าาาา
      #678-1
  7. #677 Ahappipy (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 21:56
    บรรยายอารมณ์ไม่ถูกเลย
    #677
    1
    • #677-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 58)
      16 กันยายน 2561 / 12:46
      อ้าวววว ทำไมอ่า
      #677-1
  8. #676 kukuri (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 21:54

    ขอตอนต่อไปค่าาา จักรพรรดินีแซ่บมากกกก เจ้าชายของเราทำอะไรไม่ถูกเลย https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-08.png

    #676
    1
    • #676-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 58)
      16 กันยายน 2561 / 12:46
      สยบแทบเท้าจักรพรรดินีไปแล้ว
      #676-1
  9. #675 Aul_jung (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 21:36
    หงูวววววววว เป็นจักรพรรดินีที่องอาจมากเพคะ
    #675
    1
    • #675-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 58)
      16 กันยายน 2561 / 12:46
      องอาจ สง่างาม ตาเบนสู้ไม่ได้เลย
      #675-1
  10. #674 CartoonFreak (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 21:04
    อือหือ เหมือนได้เจอนายหญิงเรย์อีกรอบเลยค่ะ
    #674
    1
    • #674-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 58)
      16 กันยายน 2561 / 12:46
      อ่ะ แน่นอน เรารู้นะว่าคิดถึงนายหญิง
      #674-1