Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 56 : [Demon AU] : Flicker

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 578
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    9 ก.ย. 61



[Demon AU] : Flicker





When is a monster not a monster?

Oh, when you love it.



                แสงอรุณแรกพาดผ่านเข้าทางช่องหน้าต่าง เปลือกตาขยับอย่างเกียจคร้าน เสียงระฆังเหง่งหง่างจากหอสูงของโบสถ์บอกว่าได้เวลาที่จะต้องทำภารกิจวันใหม่ หญิงสาววัยสิบแปดปีร่างเล็กเลิกผ้าห่มออกจากตัว พับอย่างเรียบร้อย ลุกขึ้นยืน ถอดชุดนอนตัวยาวสีขาวออกทางศีรษะ จนเหลือเพียงชั้นในตัวบาง เธอวักน้ำจากอ่างพรมไปทั่วผิวหน้า แปรงฟันอย่างรวดเร็ว บ้วนปาก เดินไปทางตู้ไม้ หยิบชุดสีขาวออกมาสวม ทับด้วยชุดกระโปรงสีฟ้าครามยาวคลุมเข่า หมวกผ้าสีขาวปิดบังผมสีน้ำตาลทุกเส้นจนมิด หญิงสาวสำรวจตนเองหน้ากระจกอย่างถี่ถ้วน เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยดีแล้ว เธอก็เตรียมตัวจะออกจากห้อง แล้วพลันนึกขึ้นได้ว่ายังขาดของอีกหนึ่งชิ้น เธอกลับไปหยิบสร้อยรูปกางเขนอันเล็กจิ๋วในลิ้นชัก สวมทางศีรษะ ปล่อยให้จี้ห้อยลงมายังกึ่งกลาง นิ้วมือกำและลูบอย่างแผ่วเบา



                เธอเดินออกจากห้อง ไปตามทางเดินที่เงียบสงบของเช้าตรู่ คอนแวนต์เป็นสถานที่ห่างไกลจากความวุ่นวายของตัวเมือง หลบเร้นอยู่ในแมกไม้ของเทือกเขา รายล้อมด้วยผืนป่าชอุ่มเขียวขจีในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ที่นี่จะน่าอยู่มากในช่วงนี้ อากาศอุ่นสบาย ไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไป เหมาะแก่การศึกษาเล่าเรียนของเหล่าผู้สมัครและแม่ชีฝึกหัด แต่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง กิ่งก้านผอมบางของต้นไม้เหมือนดั่งเงื้อมือของภูตผี ใบไม้แห้งกรอบร่วงโรยบนพื้นอิฐ เหมือนชีวาวางวาย บรรยากาศอึมครึม พายุฝนเท หน้าต่างไม้และพื้นกระดานลั่นเอี๊ยดอ๊าด ราวกับเป็นฝีมือของวิญญาณสิงสู่ ไม่ต้องพูดถึงฤดูหนาว ทั่วทั้งคอนแวนต์ตกอยู่ในสภาพเงียบเชียบ เหล่าแม่ชีถือปฏิญาณสงบวาจา นั่งอยู่ในความเงียบ สวดภาวนาในใจต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้า เครื่องแต่งกายสีดำล้วนทั้งตัวยิ่งทำให้สถานที่เก่าดูขลัง เคร่งขรึม พายุหิมะโปรยลงมาบนหลังคา ปกคลุมทุกพื้นที่ หนาเป็นนิ้ว ทุกคนไม่อาจออกไปยังแห่งใดได้ จะต้องอยู่ภายในคอนแวนต์จนกว่าช่วงเหมันต์จะผ่านพ้น



                เรย์ อยู่ที่คอนแวนต์แห่งนี้ได้เพียงหนึ่งเดือน เธอไม่ใช่ทั้งแม่ชีหรือแม่ชีฝึกหัด ระดับของเธอเรียกว่าผู้สมัครหรือผู้ร้องขอ เป็นเพียงนักศึกษาระดับต้นที่วาดหวังจะเข้าปฏิญาณตน อุทิศชีวิตให้แก่พระเจ้าตลอดไป เธอจะต้องดำรงตำแหน่งผู้สมัครและสวมชุดสีฟ้าครามเช่นนี้ไปประมาณเก้าเดือนถึงหนึ่งปี เมื่อคุณแม่อธิการเห็นพร้อม และเธอคิดว่าตนเองพร้อม จึงจะกล่าวคำปฏิญาณชั่วคราว เพื่อเป็นแม่ชีฝึกหัด อาจใช้เวลาสองปี หรือสามปี เพื่อกล่าวปฏิญาณในชั้นต่อไป เพื่อเป็นแม่ชีเต็มตัว ขั้นตอนยุ่งยาก ใช้ระยะเวลายาวนาน ก็เพื่อให้ผู้สมัครเตรียมพร้อม ไตร่ตรองให้หนัก เพราะหากกล่าวคำปฏิญาณแล้ว ไม่อาจก้าวถอยหลังได้อีก



                การจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้สมัคร ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน เธอต้องได้รับการรับรองจากทางโบสถ์ มีจดหมายแนะนำตัวจากบาทหลวงหรือแม่ชี มีจดหมายแนะนำจากอาจารย์ในโรงเรียน ชาวเมืองลงเสียงเห็นชอบ เรย์ไม่คาดคิดว่าตนจะได้มาถึงจุดนี้ จากอดีตอันห่างไกลที่เธอไม่อยากนึกถึง ชีวิตระเห็จระเหเร่ร่อน บาปหนักที่เคยกระทำและปกปิดเอาไว้เป็นความลับของตนเพียงผู้เดียว เรย์ไม่รู้เหมือนกัน หากวันใดบาปนั้นถูกเปิดเผย เธอจะยังเป็นที่ชื่นชอบของชาวเมือง เป็นเด็กสาวที่ดูบริสุทธิ์ผุดผ่องในสายตาของแม่ชีที่นี่หรือไม่



                หญิงสาวผ่อนลมหายใจอย่างหนักหน่วง ไล่ความคิดด้านลบออกไป เธออยู่ที่นี่แล้ว กำลังเดินไปตามทางที่ควรจะเป็น ค้นพบเส้นทางแห่งความสงบ ไกลจากบาปและสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง



                เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจสุดขีด ดังลั่นก้องสะท้อนบนทางเดิน แทรกผ่านความเงียบงันของรุ่งอรุณ ทำให้ขนบนหลังคอของผู้ได้ยินเสียงลุกชูชันอย่างหวาดหวั่น ตามมาด้วยเสียงฝีเท้านับสิบเคลื่อนกายไปยังทิศเดียวกัน เรย์ที่อยากรู้อยากเห็นไม่ต่างจากคนอื่น เร่งเท้าตามไป เธอพบเพื่อนผู้สมัครที่อยู่ที่นี่มาก่อนห้าเดือน ก็รีบเดินตรงเข้าไปหา สอดแขนควงอย่างสนิทชิดเชื้อ



                “มีเรื่องอะไรหรอ?”    



                โรสหันมาหา สีหน้าไม่สู้ดี “เรื่องประจำปีของที่นี่” เธอกระซิบบอก “ยังไม่เคยมีใครบอกเธอหรือ”



                เรย์ไม่ทันจะได้ตอบอะไร โรสเองก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เหล่าแม่ชีไล่ต้อนทุกคนออกจากทางเดินแห่งนั้น ไม่ให้ใครเดินผ่านไปยังห้องพักของแม่ชีฝึกหัด เรย์จึงไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ ไม่มีใครพูดคุยสักคำ ในห้องอาหารเงียบกริบ ทิ้งความสงสัยที่น่าหงุดหงิดไว้ในใจเธออย่างยิ่ง หลังจบมื้อเช้า ทุกคนเดินเข้าไปในห้องสวดมนต์ เรย์รู้ได้ว่ามีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นแน่นอน แม่ชีสูงวัยบางคนหายไป คงจะไปจัดการเรื่องยุ่งยากบางอย่าง พวกแม่ชีฝึกหัดหน้าซีด นั่งก้มหน้าอยู่กับสร้อยกางเขนและลูกประคำของตน เรย์พยายามสบตากับโรส ส่งสัญญาณ แต่รายนั้นหลับตาปี๋ ปากพึมพำบทสวดขมุบขมิบ พวงแก้มขาวซีดอย่างหวาดกลัว



                ชั้นเรียนสำหรับผู้สมัครถูกยกเลิกในวันนี้ แต่พวกเธอก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินเพ่นพ่านออกไปนอกพื้นที่ หญิงสาวในชุดสีครามรวมตัวกันในห้องหนังสือ พยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ เรย์หยิบหนังสือออกมาเล่มหนึ่ง เปิดกางไว้บนตัก มองดูเพื่อนร่วมชั้นของตนที่นั่งตามมุมต่างๆ ไม่พูดคุยกัน เมื่อประตูเปิด และโรสเดินเข้ามาสมทบ เรย์ลุกจากเก้าอี้และเดินไปหาทันที



                “เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม” เรย์กระซิบถาม คิดว่าคงมีเธอเพียงคนเดียวที่ไม่รู้อะไรเลย



                “มาทางนี้” โรสกระซิบตอบ จับมือของเรย์ ดึงให้เดินตามเข้าไปยังด้านในสุดของห้องหนังสือ ติดกับชั้นวางและหน้าต่างรูปกลม “เธอไม่เคยได้ยินเรื่องเล่าในหมู่บ้านบ้างเลยหรือ?”



                “ฉันไม่ได้เกิดและโตที่นี่ ฉันมาจากที่อื่น” เรย์ตอบ มองหน้าผากมนที่เปียกเหงื่อของโรส ท่าทางของเธอหวาดกลัวและไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้เลย “ขอร้องล่ะ โรส ถ้ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นที่นี่ เธอไม่คิดหรือว่าฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้เท่ากับเธอและคนอื่นๆ ฉันจะได้ระวังตัวไงล่ะ”



                “ก็จริงของเธอ” โรสพยักหน้า ถอนหายใจ “ฉันไม่อยากเป็นคนที่ต้องบอกเธอหรอกนะ ทุกคอนแวนต์เก่าแก่ย่อมมีเรื่องเล่า ที่นี่... เรื่องเล่าของที่นี่เป็นมากกว่าเรื่องสยองขวัญประจำปราสาทหรือคฤหาสน์เก่า ทุกปี จะต้องมีแม่ชีฝึกหัดที่หลงทาง จิตใจออกห่างพระผู้เป็นเจ้าและความบริสุทธิ์ เธอถูกล่อลวงโดยบางอย่างที่ปรากฏกายเฉพาะในยามกลางคืน หากเธอต่อสู้มันได้ ดึงจิตของตัวเองกลับมา เธอจะปลอดภัย แต่หากเธออ่อนแอ ปล่อยให้มันเข้าไปข้างใน ก็จะเกิดเรื่องอย่างเช้าวันนี้แหละ”



                “เรื่องอะไร?” เรย์ถามอย่างร้อนใจ



                “ซิสเตอร์โลวี่เสียชีวิตแล้ว น่าจะตั้งแต่เมื่อคืน ซิสเตอร์เนทัลพบศพเธอบนเตียง ร่างแข็งทื่อ เปลือยเปล่า ดวงตาและริมฝีปากมีรอยยิ้ม น่ากลัวมากเลย” โรสตอบ ยกแขนทั้งสองข้างกอดตนเองไว้



                “อะไรกัน” เรย์พูดเสียงแหบ ยกมือปิดปากอย่างตระหนก เธอจับมือสองข้างของตนอย่างแน่นหนา พูดละล่ำละลัก “ซิสเตอร์มีโรคประจำตัวหรือเปล่า เธออาจจะชัก หรือ... เป็นโรคหยุดหายใจระหว่างนอนหลับ”



                “ไม่ใช่หรอก” โรสส่ายหน้า ดวงตารื้นน้ำเพราะความกลัว “ซิสเตอร์โลวี่ร่างกายแข็งแรง เธออายุแค่ยี่สิบห้าปีเท่านั้น สิ่งที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ ไม่ใช่พวกที่อยู่ฝั่งพระเจ้าแน่ เธอกลายเป็นเครื่องสังเวยของมันไปเสียแล้ว และเราก็ไม่รู้ว่าเพียงพอสำหรับมันหรือยัง มันอาจจะกลับมาอีกก็ได้”



                “ไม่มีใครทำอะไรได้เลยหรอ? คุณแม่อธิการ บาทหลวงทางโบสถ์ หรือวาติกัน?” เรย์ถาม โดยปกติแล้ว หากสถานที่ใดปนเปื้อนสิ่งชั่วร้าย ไม่อาจหลุดพ้นสายตาจากวาติกันไปได้ พวกเขาย่อมต้องส่งบาทหลวงมาตรวจสอบ ดำเนินการ ขับไล่ ปัดเป่าสิ่งรังควาญ ทำให้สถานที่แห่งนั้นบริสุทธิ์อีกครั้ง ยิ่งเป็นคอนแวนต์เช่นนี้ ยิ่งต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษไม่ใช่หรือ



                “เคยมีบาทหลวงไล่ผีปีศาจมาที่นี่ตามคำสั่งของวาติกันเมื่อปีก่อน เขาถูกหลอกจนหัวโกร๋น ต้องหนีกลับไป จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีใครมาอีก ยังไม่มีข่าวอะไรทั้งนั้น ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป คอนแวนต์อาจถูกปิดก็ได้ แต่กว่าจะถึงตอนนั้น ไม่รู้ว่าพวกเราจะต้องตายไปอีกกี่คนน่ะสิ” โรสบอก



                “แล้วเราจะทำอะไรได้บ้าง” เรย์ถาม กลัดกลุ้มใจ



                “คุณแม่อธิการบอกว่าเราทำอะไรไม่ได้หรอก” โรสส่ายหน้า “เราไม่มีอำนาจมากพอจะขับไล่ปีศาจตนนี้ไป สิ่งที่เราทำได้คือมีสติ ยึดมั่นในพระองค์ สวดมนต์ ไม่วอกแวก ไม่ลังเล ไม่ปล่อยให้สิ่งชั่วร้ายครอบงำเราโดยง่าย ถ้าเรามีศรัทธาแรงกล้ามากพอ เราจะปลอดภัย”



                คำพูดและแววตาของโรสบ่งบอกว่าเธอกลัวแต่พร้อมสู้ ขณะที่เรย์ยังไม่แน่ใจว่าควรคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ราวกับเธอหนีจากปีศาจในชีวิตจริงตนหนึ่ง เพื่อมาพบกับปีศาจในจินตนาการของผู้คน ท่ามกลางบรรยากาศเงียบเหงาวังเวง มวลหมู่หญิงสาวในเครื่องแต่งกายเรียบร้อยเคร่งครัด สัญลักษณ์ของพระเจ้าประดับอยู่ทุกที่ ความบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์อบอวลในอากาศ ใครเลยจะเชื่อว่า สิ่งมืดดำเร้นลับ แฝงกายตามซอกหลืบหินบนกำแพง เล็ดลอด ไหลเลื้อยเข้ามาครอบงำจิตใจของผู้คนที่อ่อนแอ เรย์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเข็มแข็งมากพอหรือไม่ ศรัทธาของเธอแรงกล้าเพียงไหน เธอแค่พยายามเข้าสู่ศาสนา เพื่อลบล้างบาปมหันต์ของตน ล้างชื่อเก่า ล้างตัวตนเก่า ล้างมลทิน แต่ประหนึ่งว่าความมืดติดตามตัวเธอเป็นเงาดำ ไม่ว่าจะย่างเท้าไปที่ใด เธอจะถูกดึงดูดเข้าหาสิ่งชั่วได้เสมอ



                เรย์ก้มลงมองมือของตนเอง แวบหนึ่งที่แสงอาทิตย์สาดส่องผ่านหน้าต่างกลม เธอเห็นมือของตนสะท้อนแสงสีแดงของโลหิต แค่แวบเดียวเท่านั้น ก่อนเธอจะหลับตา ลืมขึ้นใหม่ ภาพเลือดอาบบนมือก็จางหายไปดุจควัน



                ยามเย็น หลังอาหารค่ำ ทุกคนรวมตัวในโบสถ์อีกครั้ง สวดมนต์บทยาวภายใต้การนำสวดของคุณแม่อธิการ เรย์ไขว้มือของเธอไว้ระดับอก กำจี้ไม้กางเขนไว้ในมือ หลับตา ริมฝีปากขยับไปตามคำพูดที่เปล่งออกมา จิตใจของเธอว้าวุ่น ไม่อาจสงบลงได้อย่างที่แสดงออกไปภายนอก แม้สีหน้าจะไม่เปลี่ยน ไม่มีร่องรอยของความกังวล แต่หากเธอลืมตา คนที่รู้จักเธอดีคงจะบอกได้ว่ามีกังวลซุกซ่อนอยู่ในดวงตาสีน้ำตาล ความสงสัย ไม่มั่นใจ ไม่เชื่อใจ หากพระเจ้าศักดิ์สิทธิ์จริงแท้ เหตุใดจึงปล่อยให้แม่ชีฝึกหัดที่พร้อมจะอุทิศตน ต้องตายก่อนวัยอันควร เหตุใดจึงไม่ปกป้องเธอผู้นั้นจากภยันตรายที่น่ากลัว หากพระองค์รักมนุษย์ทุกผู้จริงตามที่กล่าวไว้ในพระคัมภีร์ พระองค์ไม่รักซิสเตอร์โลวี่หรือ? พระองค์รับวิญญาณของเธอไว้หรือไม่? หรือปล่อยให้เธอตกนรกหมกไหม้เพราะเธอถูกล่อลวงโดยปีศาจ



                ยิ่งคิด เรย์ก็ยิ่งไม่เข้าใจ สับสนหนักขึ้น จนต้องยอมปล่อยความคิดทิ้งไป เมื่อบทสวดจบลง ทุกคนต่างแยกย้ายไปยังห้องพัก เรย์ปิดหน้าต่างเหนือโต๊ะเขียนหนังสือ และจุดเทียน ไฟฟ้ายังเข้ามาไม่ถึงคอนแวนต์แห่งนี้ อีกอย่าง คุณแม่อธิการบอกว่าไฟฟ้าเป็นสิ่งสิ้นเปลือง หากชาวบ้านยังไม่จำเป็นต้องใช้ทุกครัวเรือน คอนแวนต์ก็ไม่จำเป็นเช่นกัน เรย์ถอดชุดกระโปรงสองชั้นของเธอออก และสวมชุดนอนลงไปแทน ฉับพลันนั้นแสงเทียนไหววูบ ประหนึ่งมีลมสายหนึ่งพัดผ่าน เธอหันขวับไปมอง สายตาเลื่อนผ่านกระจกแวบหนึ่ง เธอแทบสาบานได้ว่าเห็นวัตถุบางอย่างผ่านกระจกไป แต่เมื่อกระพริบตาดูอีกครั้ง เปลวเทียนยังคงตั้งตรง ภายในห้อง ไม่มีผู้ใดอื่น นอกจากเธอ



                ตาฝาดกระมัง เธอคิดในใจ ยกมือขึ้นลูบท้ายทอยของตน ให้ความอุ่นจากฝ่ามือแผ่ลงไป เธอควรเข้านอนเสียที การนอนหลับจะช่วยให้เลิกคิดฟุ้งซ่าน หญิงสาวเดินข้ามห้องไปที่โต๊ะ ใช้ลมปากเป่าเทียนจนดับ ทั้งห้องตกอยู่ในความมืด เรย์ใช้เวลาครู่หนึ่ง ให้สายตาปรับชิน แล้วจึงเดินไปทางเตียงนอน เธอตัดสินใจไม่ถอดไม้กางเขนออกจากคอ หญิงสาวคุกเข่าลงข้างเตียง ประสานมือ ยกศอกตั้งวาง สวดภาวนาก่อนนอนอีกครั้ง ขอบคุณสำหรับอาหาร ลมหายใจ ที่อยู่อาศัย และมิตรสหายที่พระเจ้ามอบให้เธอ จากนั้น เรย์ยกผ้าห่มออกคลี่ ทิ้งตัวลงนอน ศีรษะหนุนหมอน พลิกกายสองสามครั้ง ผ่อนลมหายใจอย่างสงบ จมดิ่งสู่การหลับใหล



                กลางดึกสงัด ลมพัดผ่านกระทบหน้าต่าง ส่งเสียงก๊อกแก๊กแผ่วเบา ไม่ถึงกับน่ารำคาญใจ ร่างหญิงสาวกระสับกระส่ายบนเตียงนุ่ม คิ้วขมวดมุ่น ภาพจากความทรงจำเลวร้ายในอดีตคลานเข้ารบกวนการหลับฝัน มือเต็มไปด้วยโลหิตสีแดง กลิ่นคาวคละคลุ้ง เนื้อฉีกขาด ขวานจามลงบนศีรษะ เธอกรีดร้องสุดเสียง ทว่ากลับไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดผ่านริมฝีปาก ยิ่งเธอพยายามร้อง ความเงียบยิ่งแผ่กระจาย แล้วพลันภาพน่ากลัวก็สูญสลาย กลายเป็นความว่างเปล่า หลุมมืดมิดสีดำใจกลางทุกสรรพสิ่ง หลุมนั้นร้องเรียกชื่อเธออย่างแผ่วเบา อ่อนหวาน ดุจเสียงดนตรีเปลี่ยวในยาวราตรี ท่วงทำนองน่าฟัง น่าหลงใหล ร่างของเธอค่อยๆร่วงหล่นลงไปด้านล่าง








 ไปต่อ ที่นี่   

ไปหลายต่อหน่อยนะ ซับซ้อนหน่อยนะ ขอโทษที 









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #669 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 20:52

    ใบหน้าเห่อร้อนของดิฉัน ต้องดับด้วยน้ำหรือด้วยสิ่งมีชีวิตนิรนามนั้นกันคะคุณ 55555555555

    เวลาที่เราอ่านฟิคของคุณเนี่ย เราจะชอบจินตนาการภาพตามแล้วมันจะมีสีประกอบ ตอนต้นเรื่องเนี่ย...ดูลึกลับและเย็นยะเยือกน่าพิศวง เรารู้สึกถึงสีน้ำเงินหม่น แล้วก็หม่นลงไปเรื่อย จนตอนที่น้องถูกตรึงกับเตียงนอนโดยสิ่งมีชีวิตที่ระบุไม่ได้ว่าเป็นคน วิญญาณ หรือซาตาน ตอนนั้นคือสีแดงลุกพรึ่บเจิดจ้ามากค่ะ (บ่งบอกความบาปในหัวมาก 555555)


    แต่ตอนที่เราอ่านเนี่ย คุณดำเนินเรื่องดีมากเลยนะคะ ทำให้เราสงสัยไปพร้อมๆ กับน้องเรย์เลย เกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมทุกคนดูไม่กล้าที่จะแพร่งพรายเรื่องที่เกิด เหมือนอีกฝ่ายที่ต่อกรอยู่ด้วยก็คือลอร์ดวอร์เดอโมลเลยนะคะ รู้กันแต่ห้ามเอ่ยนาม บอกได้แค่ว่าคนที่คุณก็รู้ว่าใคร 55555


    แต่การที่น้องถูกตรึงบนเตียงแล้วมีบางอย่าง (?) มาหยอกเล่นกับน้องเนี่ย เป็นเพราะน้องมีเรื่องที่ซ่อนไว้ ซึ่งเป็นเรื่องผิดบาป หรือเป็นเพราะน้องคือผู้ที่ถูกเลือกกันคะ สงสัยค่ะ สงสัยเรื่องที่น้องพยายามปิดบังด้วยค่ะ


    เป็นกำลังใจให้นะคะ <3

    #669
    1
    • #669-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 56)
      11 กันยายน 2561 / 21:58
      ถูกตรึงบนเตียง มีบางอย่างมาหยอกเล่น .... ทำไมพอบรรยายแบบนี้ มันกร๊าวจังคะ ??? ฮ่าฮ่า
      #669-1
  2. #661 +Choc Milk+ (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 08:33
    เพิ่งจะดู​ the nun มา
    โลเคชั่น​ บรรยากาศแว้บเข้ามาในหัวเลย
    .
    ตัดหน้านังผีแม่ชีออกไป อยากบอกวาลัคว่ามาร่างที่แท้ทรูทีเถอะ​ 555555
    #661
    1
    • #661-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 56)
      11 กันยายน 2561 / 21:54
      เราก็ได้มาจาก เดอะนันนี่เอง ฮ่าฮ่า
      ความกาวระหว่างดูคือ จิ้น ผีกับซิสเตอร์
      #661-1
  3. #659 ~~Sarara-CHANG~~ (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 09:34

    อ๊ายย กร๊าวววใจเฟ่อร์ เอยูนี้แซ่บได้ใจมากก มาต่อไวๆนะคะ
    #659
    1
    • #659-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 56)
      11 กันยายน 2561 / 21:53
      ตอนสามลงไปแล้วนะ แต่ลงเด็กดีไม่ได้จริมๆ
      #659-1
  4. #658 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 22:52
    ในที่สุดมันก็มาแล้ว เอยูที่แซ่บที่สุด เหมาะที่สุดกับเรย์โล 555 ปีศาจกับสาวน้อยโดนล่อลวง อยากอ่านต่อแล้วๆๆ ปล.เพลงเข้ากับฟิคมากค่ะ
    #658
    1
    • #658-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 56)
      10 กันยายน 2561 / 07:01
      ปีศาจ กะ สาวน้อย ทำไมมันกร๊าวใจแบบเน้
      #658-1
  5. #657 PennyWolf (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 20:27

    โอ้วววมาายยยก๊อดดดด ชอบมากค่ะ อยากอ่านต่อจังเลยค่าาาา
    #657
    1
    • #657-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 56)
      10 กันยายน 2561 / 07:00
      รอหน่อยนะ
      #657-1
  6. #656 YURIPINK19 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 17:34
    ไปตำมาแล้ว ฮือออ มันแซ่บมาก กร๊าวใจมากกก
    #656
    1
    • #656-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 56)
      10 กันยายน 2561 / 07:00
      โขกพริกไปสิบเม็ด กับความกาวนิดหน่อย จึงได้สิ่งนี้ออกมา
      #656-1
  7. #655 Ahappipy (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 17:19
    ยังไม่ได้ฟังเพลงนะคะ แต่ฟิคสมชื่อเพลงมากกกกก เหมาะสุดๆ กร๊าวมากกกก ลุ้นตอนต่อไปเลยค่ะ
    #655
    1
    • #655-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 56)
      10 กันยายน 2561 / 07:00
      ลุ้นๆ เสียง lana del rey จะหลอนๆนิดนึง
      #655-1
  8. #654 DaisySelvin (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 16:29
    ชอบเพลงนี้มากกกกก สวรรค์แบบดาร์กๆ และมีความ The Nun มากค่ะ 55

    รออย่างใจจดใจจ่อเลยยยย
    #654
    1
    • #654-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 56)
      10 กันยายน 2561 / 06:59
      ดู the nun แล้วจิ้นผีกะแม่ชีเบาๆ
      #654-1
  9. #653 CartoonFreak (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 16:02
    ไปอ่านมาแล้วนี่สัมผัสถึงความแซ่บได้เลยค่ะ มาต่อไวๆ นะคะ
    #653
    1
    • #653-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 56)
      10 กันยายน 2561 / 06:59
      ได้จ้า จะรีบมาต่อ
      #653-1
  10. #652 erney007 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 15:27

    หุๆๆๆๆๆ สัมผัสได้ถึงความกร๊าวแบบดาร์คๆเลยค่ะ

    #652
    1
    • #652-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 56)
      10 กันยายน 2561 / 06:59
      ทั้งกร๊าวใจ และมืดหม่นไปพร้อมกัน
      #652-1
  11. #651 this2ndsinxx. (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 14:55
    งื้อออ ชอบพล็อตเรื่องแนวนี้จังคะ 555556 มาต่อไวๆนะคะ
    #651
    1
    • #651-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 56)
      9 กันยายน 2561 / 14:58
      จะพยายาม... 55555555
      #651-1