Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 55 : [Tentacles] Diamonds - END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    5 ก.ย. 61



[Tentacles] Diamonds









           คนต่างแดน เจ้าจะหวาดกลัวไปไย ข้าเกิดมาเพื่อรอโชคชะตาหมุนเวียน มาพบเจ้า เพื่อรักเจ้า มอบชีวิตไว้ในมือข้าเถิด ข้าจะถนอมเป็นอย่างดี จวบจนวาระสุดท้าย ที่ลมหายใจของเจ้าถูกข้าพรากไป เจ้าจะเป็นของข้าตลอดกาล

               



                ขุนเขาสูง ลำธารไหลเอื่อยเซาะเหลี่ยมหินผา เสียงนกร้องขับขานเป็นคู่ ต้นหญ้าน้อยโบกไหวในสายลม สรรพสำเนียงสอดรับกันเหมือนดนตรีบรรเลง หญิงสาวแต่งกายคล้ายผู้ชายถือไม้เท้าช่วยพยุงตัวขึ้นทางลาดสูงชัน หินระเกะระกะ ปกคลุมด้วยมอสชื้นแฉะ เธอหยุดเท้า พักหายใจ ให้กล้ามเนื้อขาได้ผ่อนคลาย ยกมือปาดเหงื่อเม็ดโตที่ไหลย้อยจากหน้าผาก แล้วไปต่อ เธอดั้นด้นมาไกลจากหมู่บ้านชายฝั่ง ตามหาชายชราที่เคยพบในร้านเหล้า หวังว่าท่านผู้นั้นจะไขข้อข้องใจแก่เธอได้



                ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ เรย์ไม่อาจสลัดความทรงจำในคืนเดือนมืดทิ้งไป รสสัมผัสเป็นดั่งคำสาป ประทับตรา ตรึงจิตใจให้โหยหารัญจวน ยามราตรี ไม่อาจข่มตาหลับ เธอกระสับกระส่าย ไม่เป็นอันกิน ไม่เป็นอันทำงาน ทุกครั้งที่ปิดเปลือกตาลง ภาพของครึ่งบุรุษครึ่งหมึกผู้นั้นแวบเข้ามา ว้าวุ่น วุ่นวาย แก้มสองข้างร้อนผะผ่าว ทั้งที่อากาศเย็นสบาย แต่ภายในรุ่มร้อน เหมือนมีไฟแผดเผา ยามตื่น ยามนอน เธอคิดถึงเพียงเขา แสงประกายเหมือนคริสตัลบนผิวหนัง จุมพิตบนริมฝีปากที่อ่อนหวาน แต่ปรารถนาอย่างลึกล้ำ เขาไม่ได้ทิ้งไว้เพียงแค่สัมผัสพิศวาสเหล่านั้น ที่กึ่งกลางหน้าอกของเรย์ บริเวณที่เขาจูบอย่างหนักหน่วง และเธอรู้สึกเจ็บแปลบในคืนนั้น เรย์เห็นในตอนเช้าว่ามีบางอย่างฝังอยู่ในผิวหนัง



                เกล็ดแวววาวเม็ดเล็ก ส่องประกายคล้ายเพชร ติดแน่นระหว่างทรวงอกทั้งสองข้าง กึ่งกลางพอดิบพอดี เธอลองใช้เล็บเขี่ย หาเข็มมางัด ทำอย่างไร ก็ไม่ยอมหลุดออกไป เรย์คาดเดาเองไว้ ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวล ไม่มีวันหายไป หากเพชรเม็ดนี้ยังติดตรึง ด้วยเหตุนี้ เธอไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร นอกจากชายชราผู้ชักนำให้เธอออกทะเลในคืนไร้จันทร์ ถ้าเธอเข้าใจไม่ผิด เขาคือลุค สกายวอล์กเกอร์ อดีตกัปตันเรือและนักผจญภัยผู้มีชื่อเสียง ไม่มีเขารู้ที่มาของเขา แต่เขาเป็นตำนานที่ยังมีชีวิต



                เรย์ปืนถึงยอดเขา หันไปมองยังเบื้องหลัง หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เห็นหนทางยาวไกลที่ผ่านมา เธอผินใบหน้ากลับ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก้าวเท้าต่อ ลมพัดหวีดหวิว เส้นผมปลิวสะบัด ผ้าคลุมกายสีเทาเข้มของเธอโบกพัดออกสู่หน้าผา หญิงสาวหยุดเท้า มองไปเบื้องหน้า ชายชรายืนหันหลังให้เธอ ใบหน้าหันสู่ทิวเขาไกลลิบ เมฆหมอกบางเบาลอยล่อง แสงอาทิตย์ยามสายแย้มหน้าออกจากกลีบเมฆหนา สลายหมอกอย่างเนิบช้า แสงตกกระทบลงบนเส้นผมสีดอกเลาและชุดคลุมสีเทาอ่อนที่เขาสวม เรย์ยังไม่ทันเอ่ยสิ่งใดจากปาก เขาเคลื่อนกายหมุนมาเผชิญ แววตามองอย่างจดจำได้ว่าเธอเป็นใคร



                “ข้าไม่มีเหล้าหรือเบียร์ มีแต่น้ำชา” ชายชราบอก



                “ข้าไม่ได้มาเพื่อดื่มชา” เรย์ส่ายหน้า อ้าปากจะพูดอย่างร้อนรน แต่เขายกมือห้าม



                “ดื่มชาสักกา แล้วค่อยคุย”



                ชายชราเดินนำไปที่กระท่อมหิน ขนาดไม่เล็กจนเกินไป แต่ไม่เหมาะจะอยู่อาศัยมากกว่าหนึ่งหรือสองคน ภายในอบอุ่นด้วยไฟจากเตาผิง โต๊ะกลมตัวเล็กและเก้าอี้ไม้วางอยู่ใกล้ประตู เตียงนอนติดริมหน้าต่างด้านในสุด ดอกไม้แห้งและพืชผักสวนครัวใส่ชาม วางไว้บนโต๊ะสี่เหลี่ยมอีกตัว กระเทียมและหัวหอมใหญ่ห้อยลงมาจากเพดานที่มุมครัว กระทะสองใบแขวนที่ผนัง เรย์สังเกตเห็นว่ากาน้ำร้อนแขวนอยู่ในเตาผิง เขากำลังต้มน้ำสำหรับชงชาไว้รอท่าแล้ว ราวกับรู้ว่าจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาที่บ้าน



                เขาบอกให้เรย์นั่งรอบนเก้าอี้ ขณะเขาสวมถุงมือกันร้อน หิวกาน้ำออกจากเตาผิง เติมผงชาลงในกาใบเล็กบนโต๊ะ เทน้ำร้อนลงไป รอเพียงครู่ ก็รินใส่ถ้วยสองใบ กลิ่นชาหอมหวน ให้ความรู้สึกสบายและผ่อนคลาย เรย์เอื้อมมือแตะผิวถ้วยดินเผาอย่างระมัดระวัง กลัวจะร้อน แต่กลับไม่ร้อนอย่างที่คิด เธอยกชาขึ้นจิบ รสชาติขมเล็กน้อย แต่ทำให้รู้สึกสดชื่นเมื่อกลืนลงคอ ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางค่อยๆจางหาย



                “เจ้าพบเขาแล้ว” ชายชราพูด



                เรย์พยักหน้า อ้าปากอย่างใจร้อนอีกครั้ง “เขา...”



                “เขาเลือกเจ้าเป็นคู่ครอง” ลุคพูดขัด บอกคำตอบ เรย์นิ่งเงียบ ริมฝีปากอ้าค้าง คิ้วสองข้างขยับชน หัวใจเต้นกระตุก “ถ้าเจ้าไม่ใช่ผู้ถูกเลือก คงไม่ได้มานั่งจิบชากับข้าที่นี่ เจ้าคงถูกลากลงทะเล ตายไปแล้ว” ลุคดื่มชาอย่างใจเย็น “ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้า จะเลือกหนทางไหน ยอมรับโชคชะตา หรือหันหนี”



                “ทำไมถึงเป็นข้าล่ะ” เรย์ถาม มือสั่นจนเธอต้องเก็บซ่อนไว้บนตัก รู้สึกสะพรึงกลัวและหวั่นไหวไปพร้อมกัน



                “ไม่มีใครให้คำตอบนี้ได้ แม้แต่ผู้ที่เลือกเจ้า ก็อาจไม่รู้คำตอบ” ลุคบอก “แต่พวกเขาจะรู้ทันทีเมื่อได้สบตา รู้ว่าคนๆนี้หรือสิ่งมีชีวิตนี้คือคู่ของตน ทิ้งสัญลักษณ์ไว้ ให้เวลาตัดสินใจ จนกว่าจะถึงคืนเดือนมืดครั้งต่อไป เขาจะรอเจ้าอยู่ที่เดิม เวลาเดิม”



                “ถ้าข้าไม่ไป จะเกิดอะไรขึ้น” เรย์ถาม กุมมือตัวเองไว้แน่น



                “เจ้าจะโหยหาเขาจนตาย เจ้าจะรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว รู้สึกไร้ค่า สุดท้ายเจ้าจะจบชีวิตตัวเอง เพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมาน ส่วนเขา จะกลับลงทะเล แหวกว่ายในมหาสมุทรอย่างเดียวดายชั่วกัลป์” น้ำเสียงของลุค เหมือนเสียงดนตรีในคืนฝนตก เปล่าเปลี่ยว วังเวง ห่างไกล เรย์ยกมือข้างหนึ่งขึ้นวางที่กึ่งกลางอก สัมผัสถึงเกล็ดเพชรที่ฝังไว้ ความเจ็บปวดที่หาสาเหตุไม่ได้ พุ่งพล่าน เจ็บจนจุกแน่น รวดร้าวซึมลึก ลุคพูดต่อไป “เจ้าจะเรียกว่าเป็นคำสาป ก็ไม่ผิดนัก พันธะระหว่างเจ้าและเขา ไม่มีผู้ใดหรือสิ่งใดลบล้างได้”



                “ถ้าข้าไปหาเขา จะเกิดอะไรขึ้น” เรย์ถามถึงอีกทางเลือกหนึ่ง



                “เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับปลาหมึกบ้าง?” ลุคถามกลับ



                “อร่อย” เรย์ตอบ “ขายได้ราคาดี โดยเฉพาะตัวใหญ่ น้ำหนักเยอะ เนื้อแน่น”



                “แน่ล่ะ” ลุคพยักหน้า แล้วอธิบายต่อ “การร่วมรักของหมึกไม่เหมือนกับพวกเงือก พวกเงือกเจ้าชู้ มีคู่ไปได้เรื่อยๆ หมึกมีคู่แค่ครั้งเดียว ร่วมรักแค่ครั้งเดียว เพศเมียจะรัดเพศผู้จนตาย ถึงตัวผู้จะรอด อีกไม่กี่วันมันจะค่อยๆตายไปทีละนิด หลังจากวางไข่ไม่นาน เพศเมียก็จะตายตามไป นั่นคือชะตากรรมของพวกเขา”



                “ถ้าข้าไป ข้าจะตายไหม” เรย์ถาม ดวงตาเอ่อล้นด้วยน้ำตาและความกลัว



                “หรือไม่ไป เจ้าก็ตายอยู่ดี” ลุคตอบ       



                เรย์กำมือขยำกางเกงผ้า จนข้อนิ้วกลายเป็นสีขาว “มีหนทางแก้ไขบ้างไหม ข้าไม่อยากตาย”



                “มี” ลุคตอบ น้ำเสียงราบเรียบ เกือบจะเฉยชา “พันธะจะจบสิ้น หากใครคนหนึ่งตายก่อน มีทางเดียว เจ้าต้องสังหารเขา”



                ลูกนัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกโต หยาดน้ำเอ่อล้นที่ขอบตา ใจทั้งดวงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เจ็บเหมือนเข็มหมื่นเล่มทิ่มตำบนเนื้ออ่อน ฆ่า หรือ ถูกฆ่า มีทางเลือกเพียงแค่นี้


  

.............................................................................

 


                รัตติกาลไร้จันทร์เวียนมาบรรจบอีกครา ท้องฟ้าครึ้มเมฆ สายฟ้าแลบแปลบปลาบจากที่ไกลๆ ลมกรีดเสียงโหยหวน คลื่นทะเลม้วนตัวซัดซาดอย่างบ้าระห่ำ เรือเล็กยังมุ่งมั่นฝ่าลมพายุ แสงในตะเกียงดับไปนานแล้ว ทัศนะมืดมัว หญิงสาวเดินเรือโดยสัญชาตญาณ เธอไม่ต้องบังคับทิศทาง เกลียวคลื่นนำไป ประดุจหยั่งรู้ได้เองว่าหัวใจของนักเดินทางอยู่แห่งใด เรย์ห่อตัวใต้ผ้าคลุมสีเทาแก่ผืนหนา ฝนยังไม่ตก แต่หากพายุยังคลั่งเพียงนี้ คงอีกไม่นาน เรย์มองออกไปยังผาหินที่อยู่ไม่ไกล ใจเต้นจนน่าจะกระเด้งออกนอกทรวงอกได้ มือข้างหนึ่งกำรอบด้ามหอก ไม่ยอมให้ห่างตัว



เธอตัดสินใจแล้ว ยังไม่อยากตาย ยังไม่พร้อมจะแลกชีวิตกับความสุขสมเพียงชั่ววูบ เธอสู้อุตส่าห์ฟันฝ่าเอาตัวรอดอย่างยากลำบาก ไม่ใช่เพื่อมาตายแบบนี้ เธอไม่ยอม หญิงสาวคิดแล้วกัดริมฝีปาก หัวสมองเธอสั่งเช่นนั้น แต่หัวใจพูดคนละภาษาอย่างสิ้นเชิง เจ็บปวดเหลือเกิน ความรักเป็นแบบนี้เอง วาบหวาม วาบหวิว รุ่มร้อน สลักลึกบนผิวหนัง สร้างสุขล้ำอย่างประหลาดนัก เรย์ไม่เคยมีความรักรูปแบบนี้ เธอรักพ่อกับแม่ แต่เป็นความรักคนละแบบ เธอไม่รู้จะนิยามความรู้สึกพวกนี้อย่างไร อึดอัด อัดอั้น ตันใจ จนแทบอยากจะระเบิดไปเลย



เรือลำเล็กลอยผ่านแง่งหิน คลื่นซัดจนเรือเอียงกะเท่เร่ แต่ผืนน้ำกลับหนุนนำให้ลอยผ่านไปอย่างง่ายดาย ราวกับทุกอย่างส่งเสริม นำพา ไม่ว่าจะอุปสรรคใด ก็ไม่อาจกรายกล้ำ ลูกอสุนีบาตฟาดผ่าน เสียงดังเปรี้ยง เรย์ไม่ตกใจ ไม่สะดุ้ง ไม่มีอะไรทำให้เธอกลัวได้อีก เธอกำมือรอบด้ามหอกอย่างแน่นหนาอีกครั้ง ลำเรือไหลตามกระแสน้ำเข้าไปถึงเวิ้งผา โขดปะการัง ภายในกลับสงบ แตกต่างจากข้างนอก ไม่มีลม ไม่มีคลื่นเกรี้ยวกราด เรย์หายใจเร็ว ทั้งกลัว ตื่นเต้น ขวัญหนีดีฝ่อ ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน รอคอย สายตามองหาแสงประกายจากผิวน้ำมืดดำ มือข้างหนึ่งจับกาบเรือ ชะโงกหน้าดูทั้งสองฝั่ง สิ่งที่สะท้อนกลับมาจากผืนน้ำ มีเพียงใบหน้าซีดขาวของเธอ แสงเรืองรองส่องประกายจากตัวเธอเอง เธอกำลังเปล่งแสง เรย์ขยับออกจากกาบเรือด้วยความตกใจ ลมหายใจติดขัด



หนวดหมึกคืบคลานมาที่ขอบเรือ ด้านที่เป็นปุ่มเกาะหนึบลงบนเนื้อไม้ เรย์มือสั่นเทา ลุกขึ้นยืน ถือด้ามหอกอย่างเตรียมพร้อม ต้องแทงหัวใจ จุดตายทีเดียว เรื่องวุ่นวายนี้จะจบสิ้น ต้องทำได้ ต้องกลั้นใจทำให้ได้! แต่เรี่ยวแรงและความตั้งมั่น พลันทลายลงเหมือนหินถล่มตกน้ำ ศีรษะของเขาโผล่ขึ้นมาครึ่งหนึ่ง ดวงตาสีดำที่มองเธอ เต็มไปด้วยความหวัง คิดถึง อาวรณ์ สบตาเพียงครั้ง สะท้อนสะท้านไปทั้งวิญญาณ ทำไม่ได้! ไม่ได้! เธอสังหารสิ่งมีชีวิตตรงหน้าไม่ได้! เขายืดตัวขึ้น จนสูงเท่าเธอ ผมสีดำเหมือนแพรไหมเปียกลู่แนบแผ่นหลัง บางปอยผมตกลงมาเคลียไหล่กว้าง แนบไปบนผิวเนื้อขาวแวววาว เขามองเธอ ไล่สายตามาถึงหอกเหล็กที่เรย์ยังถือไว้หลวมๆ ประกายในดวงตาของเขาเปลี่ยนอย่างฉับพลัน โศกา สลดเศร้า สิ้นหวัง พาลให้เธอปวดแปลบ จนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้



เจ้ามาเพื่อสังหารข้า



เสียงแผ่วเบา ทุ้มลึก ดังในหัวของเธอ เขากำลังสื่อสาร โดยไม่เปล่งเสียงจากริมฝีปาก มือข้างหนึ่งของเขาขยับมาแตะมือที่กำด้ามหอก เขายกมือเธอขึ้น ให้ปลายหอกอยู่ตรงกับตำแหน่งกล้ามท้องของเขา



หากเจ้าปรารถนา จงทำเถิด



ปลายเหล็กแหลมกรีดเนื้อ เลือดสีแดงไหลซิบ หยาดน้ำตารินกระทบแก้มของเรย์ มือสั่นเทา ไร้แรง เธอปล่อยด้ามหอกเหมือนเป็นสิ่งของน่าขยะแขยง เขาเอียงศีรษะ จ้องหยดน้ำบนแก้มเนียน มือเลื่อนมาประทับ นิ้วโป้งไล้น้ำตาออกไปอย่างนุ่มนวล เมื่อน้ำอีกหยดกำลังจะหยาดริน เขาขยับเข้าหา จุมพิตใกล้ดวงตาที่ปิดสนิท รอรับ และกลืนกินน้ำตาของเธอไว้เอง เรย์ผ่อนลมหายใจผ่านจมูก ความตึงเครียดตลอดหลายวันผ่อนลง แต่เธอยังกลัว แม้เขาจะสวมกอดอย่างรักใคร่ มองเธอเหมือนสิ่งล้ำค่า แตะเธออย่างแผ่วเบาแสนถนอม เรย์ถดตัวลีบ กลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป



ไม่ต้องกลัว ข้าก็รู้สึกเหมือนกัน



ถ้อยประโยคปลอบประโลม โอบอุ้มเธอ สร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจ ร่างอ่อนระทวยประหนึ่งขี้ผึ้งลนไฟ เธอพ่ายแพ้สิ้นดี พ่ายต่อเสน่หา ความงดงาม ความอ่อนหวานที่เขามอบให้ แก้มกลายเป็นสีแดงระเรื่อ เธอเป็นฝ่ายเข้าหาก่อนอย่างขัดเขิน เงอะงะ กล้าๆกลัวๆ หลับตาลง จูบเขาที่ริมฝีปาก ประทับเบาบาง ชิมรส เส้นหมึกหนานุ่มตวัดรัดสะโพก แขนรวบที่เอว ผิวหนังของเขาเย็นจากน้ำทะเล ทำให้เธอตัวเปียก แต่เธอไม่สนใจ เรย์เลื่อนมือขึ้น ลูบไล้ไปบนกล้ามท้อง เรื่อยจนถึงลำคอ รสจูบตราตรึงหนักหน่วง เธอเผลอขบกัดริมฝีปากล่างของเขาอย่างแรง หญิงสาวสะดุ้ง เมื่อได้ลิ้มรสเลือดที่ปลายลิ้น เธอผละออก แต่เขายังวางมือไว้ที่ท้ายทอย ประคองศีรษะ จรดหน้าผากบนหน้าผากของเธอ



"ระ..." เสียงเปล่งออกมา แหบแห้ง ไม่เป็นคำ เขาพยายามจะพูดกับเธอ แต่เขาไม่อาจเปล่งเสียงในโลกข้างบน



"ไม่เป็นไร" เรย์กระซิบ ไม่ต้องพูดอะไร เพราะเธอเข้าใจ "ข้าจะต้องตายไหม ถ้า... อยู่กับเจ้า" เรย์ถาม เสียงสั่นไหว เขาไม่ตอบ แต่ก้มศีรษะลงซบบนบ่า หลบสายตา เรย์พอจะรู้คำตอบ โดยที่เขาไม่ต้องอธิบาย เธอฟังจากลุคมามากพอ เธอคือสิ่งมีชีวิตบนบก เขาอยู่ใต้น้ำ พวกเขาไม่น่ามาพบกันได้ เขาควรฆ่าเธอทันทีที่เห็น หรือเธอเป็นฝ่ายฆ่าเขา ชีวิตของเธอถูกนับถอยหลังตั้งแต่ที่ตัดสินใจพายเรือมาที่นี่คนเดียวแล้ว เรย์ซุกใบหน้าบนกลุ่มผมนุ่มลื่นเหมือนสาหร่ายทะเล ไม่เป็นไร เธอยินดี พร้อมใจ เธออยู่คนเดียวมาตลอด ต่อสู้เพียงลำพังอย่างลำบากลำบน หากนี่คือจุดจบของเธอ ก็ไม่ใช่วาระสุดท้ายที่แย่นัก ขอเพียงเขาอยู่ตรงนี้ และเธอได้กอดเขาไว้อย่างสงบ



บางสิ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พุ่งพรวดจากใต้คลื่น หนวดปลาหมึกแบบเดียวกัน แต่เป็นสีแดงเลือด รัดหัวเรือของเรย์จนแตกหัก เช่นเดียวกับท้ายเรือกำลังถูกบีบจนเรย์ได้ยินเสียงเนื้อไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าด เรย์หยิบหอกมาถือไว้ตามสัญชาตญาณระวังภัย เขาคว้าตัวเธอด้วยแขนหมึกข้างหนึ่ง ลากออกจากเรืออย่างทันท่วงที พุ่งตัวถอยหลัง ดำลงไปข้างใต้อย่างกะทันหัน หอบหิ้วเรย์ไว้ข้างตัว เธอมองเห็นแสงเรืองรองสีแดงจากจุดที่เรือของเธอจมลง แสงเคลื่อนที่ว่องไวไล่หลัง เขาพุ่งตัวจากน้ำ วางเธอไว้บนโขดหิน ดำกลับลงไปอีกครั้ง



ความพิโรธคลุ้มคลั่งของทะเล ไม่อาจเปรียบได้กับมนุษย์ครึ่งปลาหมึกสองตนห้ำหั่น หนวดหมึกพันยั้วเยี้ย รัดรอบกายอีกฝ่าย เธอเห็นเขากัดฟันกรอด เหวี่ยงหมัด สะบัดตัวดิ้นพล่าน ราวกับถูกน้ำร้อน ผิวหนังของเขามีรอยแดงเป็นจ้ำน่ากลัว เรย์ตื่นตระหนก ไม่รู้จะทำอย่างไร เธออยากช่วย แต่เธอจะทำอะไรได้เล่า เขาเริ่มหมดแรง อีกตนแข็งแกร่งกว่า ตัวใหญ่กว่า และดุร้ายมากกว่าหลายเท่า เขากำลังหายใจไม่ออก เรย์ก้มลงมองหอกที่เธอยังกำติดมือ ระยะห่างมากเกินไป เธอไม่มั่นใจในความแม่นยำของตน ถ้าขว้างไป อาจถูกตัวเขา



หนี! หนีไป



เธอได้ยินเสียงเขาตะโกนบอก หนวดหมึกสีแดงพันทั้งตัว รัดไปถึงปากและจมูก หนวดหมึกสีดำอ่อนเปลี้ย ลูกแก้วสีนิลในดวงตามองตรงมายังเธออย่างอ้อนวอน ไป เจ้าไม่จำเป็นต้องเห็น เสียงของเขาแผ่วบาง เหมือนใบหลิวที่กำลังปลิวหายไปในสายลม



เรย์ตัดสินใจเสี่ยงดวง ลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง ใช้แรงเท่าที่มีทั้งหมด ปาหอกแหวกอากาศ ปลายหนวดหมึกสีดำชูขึ้นคว้าด้ามหอก เขาเคลื่อนไหวรวดเร็ว ปักปลายแหลมเข้าที่ดวงตาของศัตรู เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดสาหัสดังก้องสะท้อนทั้งผืนน้ำและหินผา ร่างของหมึกสีแดงค่อยๆจมหายไปในท้องทะเล เขาผินหน้ากลับมาหาเรย์ ทรวงอกขยับขึ้นลงตามแรงหายใจรัวเร็ว แววตาบอกขอบคุณโดยไม่ต้องเอ่ยคำ เขาว่ายน้ำตรงเข้ามา เงยหน้ามองเธอที่ยืนบนโขดหิน สายตาของเขาทำให้เรย์หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกแล้ว ก้อนเนื้อใต้ซี่โครงของเธอเต้นตุบผิดจังหวะ และเธอรู้ซึ้งในนาทีนั้น เรย์หนีไปไหนไม่ได้ ปฏิเสธไม่ได้ สังหารเขาทิ้งและเอาตัวรอดคนเดียวไม่ได้ คำสาปนี้ตรึงเธอไว้ดั่งโซ่ตรวน พันธนาการพวกเขาไว้ด้วยกัน จนกว่าจะถึงลมหายใจสุดท้าย



เขาหยุดนิ่ง ยื่นมือข้างหนึ่งมาเบื้องหน้า หอบหายใจเล็กน้อย ใบหน้ามีน้ำทะเลเกาะ เส้นผมสีดำยาวสยายทิ้งตัวอยู่บนพื้นน้ำ ช่างสวยงามน่ามอง งามเลอล้ำ



มากับข้า



เสียงทุ้มแผ่วหวาน สายตาอ้อนวอน เปี่ยมด้วยปรารถนาแรงกล้า จะมีหญิงใด ต้านทานคำขอร้องนี้ได้ ต่อให้ใจหินเป็นเหล็กหรือเพชรกลางเหมือง ก็คงหลอมละลาย



เถอะนะ



เรย์คลี่ยิ้มออกบางๆที่มุมปาก ความกังวลและหวาดกลัวถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เท้าก้าวไป ปล่อยให้ตัวเองร่วงหล่นสู่อ้อมแขนที่รอรับในมหาสมุทร เขาจูบเธอ เธอจูบตอบ ไร้ความลังเล เมื่อทิ้งความไม่แน่ใจและกลัวตาย จึงมีเพียงความรักและความเสน่หาที่ถ่ายทอดให้กัน โดยไม่ต้องฉุดรั้งความรู้สึกของตนไว้อีก เรย์รู้สึกเป็นอิสระอย่างจริงแท้ อยู่เหนือกฎเกณฑ์ธรรมชาติ อยู่เหนือศีลธรรมจรรยาที่บ่มเพาะตัวตนของเธอมาตลอด



เขาพาเธอแหวกว่ายลงสู่ปะการังหลากสีสัน หนวดหมึกทุกเส้นพันนัวเนียเกี่ยวกอด รัดรึงให้รัญจวนจิต สัมผัสบนผิวหนังซาบซ่านไปทุกอณู เนื้อแนบเนื้อ ไม่มีสิ่งใดกางกั้น เสียงสายฟ้าฟาดเบื้องบนเหมือนอยู่คนละโลก ฝนเทลงจากฟ้า มอบความชุ่มชื้นให้ทุกสรรพชีวิตบนบก พายุโหมกระหน่ำ น้ำทะเลแตกเป็นฟองซัดสาดเข้าสู่โขดหินแคบ ร่างสองร่าง หนึ่งมนุษย์ หนึ่งอมนุษย์ อิงแอบแนบชิด สุขสม เก็บเกี่ยวความรู้สึกที่จะเกิดได้เพียงครั้งเดียว ให้ทาบทับ ประทับตรึงตรา ซึมลึก ลึกซึ้ง สู่จิตวิญญาณ



ก่อนแตกสลาย













TALK

กว่าจะกลั่นออกจากสมอง จากปลายนิ้ว ลงบนจอคอมพิวเตอร์ ได้แต่ละตัวอักษร แต่ละคำ...


(ให้ meme เล่าความรู้สึกขณะเขียน)

จะใช้ภาษาสวยๆ ทำไมมันยากจัง 2 ตอน 11 หน้ากระดาษ A4 ยังเหนื่อยขนาดเน้ ยอมใจผู้เขียนเรื่อง "ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต" จริงๆค่ะ ภาษาสวยทุกประโยคได้อย่างไรกัน !!!! 


[ช่วงชวนคุยเล่น]

ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นพวกทำงานอดิเรกได้ทีละอย่างค่ะ ช่วงที่ไม่ได้เขียน จะบ้าอ่านหนังสือ หรือดูซีรีส์ สั่งซื้อหนังสือจากคิโนะฯ รอบละไม่ต่ำกว่าพันบาท เดือนละครั้งบ้าง สองครั้งบ้าง แล้วก็ดู Netflix แทบจะทุกเรื่องที่มันขึ้นว่า 95-98% matched 

แต่พอบ้าเขียนฟิค ทั้งหนังสือและnetflix ก็ไม่ได้แตะ (หันไปมองกองหนังสือบนชั้นวาง...)  ไม่ได้แตะnetflix มาเกินสัปดาห์แล้ว มันไม่คุ้มมมมม! 


สุดท้าย รู้สึกอย่างไรกับ  หนูเรย์ และ หมึกไคโล  บอกกันหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #826 Cherry Wanlada (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 14:36
    ทั้งซึ้งแล้วก็เศร้าทั้งๆที่รู้จุดจบของตัวเองแต่ก็ยังยอมกระโจนลงไป ดีงามอีกแล้วเรื่องนี้ ปกติไม่อ่านแนวนี้เลยจิงๆนะคะไรท์ ไม่เอาเลย แต่เรื่องนี้ยอมมมมมมม
    #826
    0
  2. #806 Pgirl (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 16:17

    ชะตาของทั้งคู่ต้องเป็นแบบนี้ แต่ตายคนเดียวกับตายไปด้วยกัน อย่างหลังมันเป็นอะไรที่bittersweetจริงๆ เศร้าแต่ก็สวยงามมากค่ะ

    #806
    0
  3. #667 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 19:42

    หลังจากที่อ่านจบก็คือยกมือขึ้นทาบอกและอ้าปากค้างค่ะ คือ...มันบอกความรู้สึกไม่ถูกเลย กำลังสตั๊น ตอนจบคือผิดไปจากตอนแรกก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง คือ part crystal คือ...วาบหวาม ฟิน เลือดพล่านมาก~ แต่ part diamond นี่มันหน่วงตั้งแต่น้องออกเดินทางไปถามลุคแล้วพบว่าสุดท้ายแล้วยังไงก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ตอนนั้นเราก็ยังแอบหวังว่ามันจะมีทางออกที่ลุคไม่รู้นะคะ แต่ก็ไม่...ไม่มีพลิคล็อคในเรื่องนี้ เอ็นดูพี่ตอนที่ยอมให้น้องปลิดชีวิต แล้วก็เอ็นดูน้องที่สุดท้ายแล้วก็คือยินยอมรับชะตากรรม ซึ่งพออ่านจบคือยิ้มแบบขมขื่นมาก จะบอกว่า happy ก็บอกได้ไม่เต็มปาก แต่พอมาคิดดู คำว่านิรันดรคือต้องอยู่ด้วยกันเหรอ? ซึงคำตอบก็คือ...ไม่ แต่มันก็แอบเศร้าที่พวกเขาต้องจากกัน แม้ว่าก่อนจากจะสุขกันมากๆ เลยก็เถอะ งั้นมันคงจะเป็นคำว่า 'สวยงาม' เป็นตอนจบที่สวยและตราตรึงมากค่ะ ถึงจะขมแต่ก็หวาน ประทับใจเรามากเลยค่ะ งานเขียนของคุณไม่เคยผิดหวังเลย เราขี้เกียจจะชมแต่มันก็อดไม่ได้จริงๆ ค่ะ ขอชื่นชมเป็นรอบที่ล้าน /ปรบมือรัวๆ/


    #667
    1
    • #667-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 55)
      11 กันยายน 2561 / 21:57
      นั่งเขียนตอนฝนตกค่ะ สำหรับตอนสุดท้ายนี้ แต่ก็มีภาพในหัวแล้วแหละว่ามันต้องจบแบบนี้ ให้เป็น bittersweet

      ขอบคุณนะคะ ดีใจที่ชอบค่ะ
      #667-1
  4. #650 Twinkleproud (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 23:51

    โอย ภาษาดีมากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก มันอาจจะดูหน้าเศร้าที่สุดท้ายก็ต้องตาย แต่ถ้าหากต้องตายคนเดียว กับตายในอ้อมกอดของคนที่เรารัก แบบหลังมันก็ดีกว่าจริงๆเนอะ

    #650
    1
    • #650-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 55)
      9 กันยายน 2561 / 14:46
      ขอให้ได้กันก่อนตาย นั่นคือปณิธานของเรา ..... เดี๋ยวๆ
      #650-1
  5. #649 lamb_san (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 22:30
    ชอบภาษาของไรท์จังค่ะ ช่วงนี้เราอินนิยายแปลจีนพวกที่ใช้ภาษาฟุ่มเฟือยหนักมาก จนกลัวว่าจะกลับมาอ่านแบบปกติไม่ได้(กรี้ด) แต่นิยายของไรท์อ่านทีไรก็รู้สึกอบอุ่นจริงๆค่ะตั้งแต่โปรเจคสี bad vibes เรื่องนี้ตอนแรกเห็นชื่อ ศัพท์ชีวะลอยมาในหัวเลยค่ะ(ฮา) ชอบสำนวนภาษาของไรท์ ยังติดตามอยู่เรื่อยๆค่ะ
    #649
    1
    • #649-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 55)
      9 กันยายน 2561 / 14:46
      ศัพท์ชีวะลอยมาเลยหรอ? ฮ่าฮ่า
      #649-1
  6. #646 Aul_jung (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 22:33
    เอื้ออออออ ทั้งซึ้งทั้งเศร้าไปพร้อมๆกันเลยทีเดียว ชอบภาษาที่บรรยายสวยมากจนเกิดความรู้สึกร่วมไปกับความรักของทั้งคู่ได้เลยค่ะ
    #646
    1
    • #646-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 55)
      6 กันยายน 2561 / 05:51
      เรื่องภาษา กลั่นยากมากค่ะ อยากเขียนยาวกว่านี้แหละ แต่ไม่ไหวแล้ว แค่คิดคำ เรียงประโยค พลังหายสิ้น
      #646-1
  7. #645 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 22:11

    มันเป็นเรื่องที่แหวกมากที่ไคโล..เป็นปลาหมึก ไม่เคยเห็นคนแต่งแบบนี้ 555 ตอนแรกก็ดีใจที่สมหวังทั้งคู่ แต่ลืมไปเลยว่าตอนจบต้องตายทั้งคู่ อ่า จะเลือกทางไหนก็ตายทั้งคู่สินะ


    เราเองก็เป็นแบบไรท์เลยค่ะ เดี๋ยวก็อยากอ่านนิยายจีน เดี๋ยวก็กลับมาติดฟิค พอเบื่อแล้วก็ไปดูซี่รี่ส์ แต่เป็นคนเหยียบเรือได้หลายลำพร้อมๆกัน


    ปล.อ่านแล้วหิวปลาหมึก อยากกินหนวดหมึกพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด(จริงๆนะ)

    ปลล.ช่องโมโน29มีแฮรี่ทั้งสัปดาห์ มาบอกไว้เผื่ออยากดูค่ะ 555

    #645
    2
    • #645-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 55)
      6 กันยายน 2561 / 05:49
      เคยมีคนเขียน หมึกไคโล กะเมอร์เมดเรย์มาแล้วค่ะ (สารคดีสัตว์โลกเลยทีเดียว แต่อ่านแล้วเขินมากกกกกก)

      พูดถึงนิยายจีน ช่วงนี้อ่านบันทึกปิ่นอยู่ค่ะ
      เรื่อง harry ตื่นดูไม่ไหวแฮะ กว่าจะจบเกือบห้าทุ่ม
      #645-1
  8. #644 PennyWolf (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 21:31

    ชอบจังเลยค่า ภาษาสละสลวยสวยงามมากค่ะ อ่านแล้วคล้องจองกันแบบนี้เราอ่านเพลินจังเลยค่ะ หวานๆขมๆแบบนี้เราก็ชอบนะคะ สนุกไปอีกแบบ ความรักนี้สวยงามมากค่ะ เลิฟเลย.....
    #644
    1
    • #644-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 55)
      6 กันยายน 2561 / 05:47
      จริงๆแล้วเป็นคนที่ไม่ชอบนิยาย หวานปนขมเลยค่ะ 55555
      #644-1
  9. #643 YURIPINK19 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 20:23
    หวานปนเศร้าจริงๆค่ะ แต่อย่างน้อย สองคนก็ยังได้มีเวลาร่วมกัน TT
    #643
    4
    • #643-3 YURIPINK19(จากตอนที่ 55)
      6 กันยายน 2561 / 07:29
      สงสาร TT
      #643-3
    • #643-4 YURIPINK19(จากตอนที่ 55)
      6 กันยายน 2561 / 07:29

      สงสาร TT
      #643-4
  10. #642 DaisySelvin (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 20:04
    โรแมนติกแต่เศร้าสร้อย งดงามแต่มืดมน สรุปคืออ่านไปเขินไปค่ะ 555 ภาษายังสวยเหมือนเดิมเลย ><
    #642
    1
    • #642-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 55)
      6 กันยายน 2561 / 05:46
      ถึงจะเศร้า แต่ก็ยังเขินนะ ฉันเองก็เขินระหว่างเขียน
      #642-1
  11. #641 +Choc Milk+ (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 19:21
    อ่านแล้วนึกถึงหมึกกรอบ​ อยากเคี้ยว​ อยากกลืน​ ความกรุบ​ ความเด้งสู้ฟัน​ #ผิดประเด็น(ฮาาา)
    .
    ส่วนตัวชอบการดำเนินเรื่องและผลักดันให้เกิดตอนจบแบบนี้​ มันให้ความรู้สึกถึงความต้องการ​แบบดิบๆ​ ความรักเหรอ​ ไม่ต้องหรอกน่า(ฮาาาาา)​ เป็นความสุขที่จะเกิดเป็นครั้งแรกและแค่ครั้งเดียว​ สำหรับคนที่โดดเดี่ยวตัวคนเดียวมาตลอดชีวิต​ แต่ฉากจบของชีวิตคือการมีใครสักคนที่เป็นคนของเรา​ อยู่ข้างเรา​ ชีวิตที่เหลือก็ไม่ได้น่าเสียดาย​ ความตายก็ไม่ได้น่ากลัว
    .
    มันดิบแต่ทำไมมันโรแมนซ์ขนาดเน้ล่าาาาาา
    .
    ขอบคุณสำหรับงานเขียนดีๆ​ รักและติดตามเสมอนะคะ
    #641
    1
    • #641-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 55)
      5 กันยายน 2561 / 19:28
      อยากกินหนวดปลาหมึกทอดมากเลยค่ะ บีบเลม่อนหน่อยนึงนะ จิ้มวาซาบิไปด้วยเล็กน้อย กรุบกรอบ ซาบซ่าน เต้นอยู่บนลิ้น อห. คุณพระ ! #ทีมอยากกินหมึกไคโล

      ขอบคุณเช่นกันนะคะที่เข้ามาอ่าน และฉันดีใจมากค่ะที่ชอบฟิคเรื่องนี้
      #641-1
  12. #640 Kira Ren (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 19:12
    ชอบภาษามากๆ เลยค่ะ สวยมาก คลังคำต้องเยอะ ต้องอ่านวรรณกรรมดีๆ มามากถึงเขียนได้แบบนี้ ภาษาสวยอย่างกับบทกวี เข้ากับธีมของเรื่องเลยค่ะ ขอบคุณไรท์มากเลยนะคะที่เขียนฟิคดีๆ อย่างนี้ให้อ่าน
    #640
    1
    • #640-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 55)
      5 กันยายน 2561 / 19:16
      ขอบคุณมากเช่นกันที่เข้ามาอ่าน รู้สึกมีความสุขที่ได้อ่านคอมเมนต์ค่ะ
      #640-1
  13. #639 erney007 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 19:08

    อ่านจบอยู่ท่าเดียวกับไร้ท์เลยค่ะ รู้สึกหวานปนเศร้ายังไงไม่รู้

    #639
    1
    • #639-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 55)
      5 กันยายน 2561 / 19:15
      bitter sweet สุขสม แต่ตายคู่ ....
      #639-1
  14. #638 CartoonFreak (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 19:04
    ภาษาไรท์สวยมากๆ เลยนะคะ อ่านกี่ครั้งก็ชอบ รู้สึกดำดิ่งไปกับตัวอักษรทุกตัว รู้สึกทั้งฟินและดราม่าแปลกๆ ค่ะ555 เอาเป็นว่าเรย์ได้แฮปปี้ก่อนจะ... อะไรก็ไม่รู้ แอบรอ dragon กับ alien au อยู่นะคะ🐲👽
    #638
    1
    • #638-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 55)
      5 กันยายน 2561 / 19:15
      ขอบคุณค่ะ ส่วน Dragon อันนี้ต้องรอ PS.Aria ค่ะ เธอเป็นคนคิดพล็อตและเขียน
      ทาง Alien ฉันกำลังคิดๆอยู่ค่ะ
      #638-1