Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 53 : [One Shot] Bad Vibes : Ben & Kira Ren

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 626
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    1 ก.ย. 61



BAD VIBES

Song : I'm a x - Meredith Brooks







 


"ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาใครสักคนมาเข้าใจตัวตนของคิระ เรน"



เบน โซโลรู้ซึ้งถึงคำพูดนั้นอย่างถ่องแท้แล้ว ตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรก ตกลงคบกัน เดินทางมาถึงจุดนี้ ผ่านไปมากกว่าหนึ่งปี เขาก็ไม่อาจเข้าใจเธอได้ทุกอย่าง นับวัน เธอยิ่งซับซ้อน และเหมือนจะออกห่างจากเขาไปมากขึ้นทุกที จนบางครั้ง เบนไม่แน่ใจ ไม่รู้เลย เธอยังรักเขาเหมือนเดิมไหม หรือเธอเบื่อหน่ายเขา หรือจริงๆแล้ว เขาควรก้าวออกจากชีวิตเธอ แต่การตัดใจจากเธอเป็นเรื่องยาก



เขาพบคิระ เรนครั้งแรกหน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตในวันฮาโลวีน เธอเป็นหนึ่งในพวกวัยรุ่นที่แต่งตัวประหลาดอยู่เต็มถนน ร่างผอมสวมกระโปรงลายสกอตสีแดง สั้นเหนือหัวเข่าไปสองนิ้ว ถุงน่องสีดำขาดเป็นรูบางจุด เสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำ เธอทาขอบตาดำคล้ำแบบสโมกกี้อาย ริมฝีปากสีสด ผมสีน้ำตาลตัดสั้นยาวแค่บ่า เขาจะไม่สนใจไยดีเธอแม้แต่น้อย ถ้าในปากของเธอไม่ได้คาบบุหรี่ พ่นควันฟุ้งเป็นวงออกมา ทั้งที่มีครอบครัวและเด็กเล็กเดินผ่าน เธอสังเกตเห็นว่าเขามอง จึงหันมาสบตา



"มองอะไร" เธอถาม เสียงกระด้างไม่สมหญิง



"เปล่า" เบนตอบ เบือนหน้าหนี อยากรีบเดินหลบไปให้พ้น เขาไม่ชอบพวกวัยรุ่นซ่าก๋ากั่น



เธอยิ้มหยัน มองเขาทั้งตัว "ยี่สิบบั๊ก ให้จับนม เอาไหม"



นั่นไม่ใช่การพบกันที่น่าประทับใจ เธอไม่ใช่หญิงขายบริการ เธอแค่แกล้งเขาเล่น เพราะเขาช่างเป็นผู้ชายที่ดูเรียบร้อย สงบ เจี๋ยมเจี้ยม เหมือนคุณชายตระกูลผู้ดี เธอเห็นแล้วหมั่นไส้ จึงพูดแบบนั้น เธอเป็นคนบอกเขาเองหลังจากเริ่มรู้จักกันดีแล้ว



พวกเขาพบกันอีกในสัปดาห์ต่อมา การแต่งตัวของเธอไม่ได้ดีไปจากครั้งแรกที่เจอ คราวนี้ แย่กว่าเก่า เพราะสถานที่คือหน้าโบสถ์ในเช้าวันอาทิตย์ เธอสวมกางเกงยีนสั้น เห็นท่อนขาเรียวยาวซ่อนใต้ถุงน่องสีดำคู่เดิม สวมรองเท้าส้นตึกแบบมีเชือกผูกรุงรังเต็มไปหมด และเสื้อหนังตัวใหญ่ เธอยืนพิงรั้วสุสาน เคี้ยวหมากฝรั่ง เป่าลมหมากฝรั่งออกมาเป็นระยะ ส่งเสียงดังเป๊าะเบาๆอย่างน่ากวนประสาท เขาสังเกตเห็นเธอ ขณะเดินเรียบไปทางสุสาน เพราะเงียบสงบดี เผื่อจะได้ไอเดียแปลกๆไปใส่ในงานของเขา



เธอมองเขา มุมปากยิ้มเจ้าเล่ห์ "เจอกันอีกแล้วนะ" เธอทักก่อน คายหมากฝรั่งออกจากปาก เก็บไว้ในกระดาษห่อ เขาไม่โต้ตอบ ตั้งใจจะเดินผ่าน "ลดราคาให้ สามสิบห้าบั๊ก แล้วจะทำอะไรกับฉันก็ได้ บนหลุมศพของพวกไร้ญาติ หรือใต้รูปปั้นเทพธิดาแสนบริสุทธิ์ ชอบแบบไหนล่ะ"



"ผมชอบความเงียบ แบบที่ไม่ต้องมีคนมาวอแว" เบนตอกกลับ หวังให้คนช่างเสนอ หน้าหงาย แต่เธอหัวเราะน้อยๆอย่างขำขัน



"ฉันสวยไม่พอหรือไง" เธอถาม เลิกคิ้วสูง "หรือนายเป็นพวกกามตายด้าน"



"ผมไม่คิดจะยุ่งกับผู้หญิงแบบคุณ"



คำพูดของเขารุนแรง ส่งผลกระทบต่อคนฟังทันใด แววตาขี้เล่นของเธอหายวับ ทิ้งไว้เพียงความจริง ในนาทีนั้น เขาเหมือนจะเห็นตัวตนของผู้หญิงคนนี้สะท้อนออกมา ความไม่มั่นคง เคว้งคว้าง โดดเดี่ยว ไร้ที่พึ่ง แต่เธอแค่เงียบ ยักไหล่ และเดินจากไป เขาไม่พบเธออีกเลยเกือบสองเดือน แต่สายตาเศร้าๆที่เหมือนคนสิ้นหวัง ยังติดในความคิดของเขาตลอดเวลา



การพบหน้าครั้งที่สามเกิดขึ้นในคืนคริสมาสต์อีฟ เบนอยู่ในเมืองตามลำพัง ไม่ได้กลับบ้านไปเยี่ยมพ่อกับแม่ เพราะเขาต้องปั่นต้นฉบับให้เสร็จ เบนออกไปข้างนอกเพื่อซื้อเสบียงไว้กินช่วงปีใหม่ เขากำลังข้ามถนนไปอีกฝั่ง และเห็นเธอ หญิงสาวทะเลาะกับผู้ชายผมแดง ฝ่ายชายเดินขึ้นรถ โยนกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอออกมาข้างนอก กระจัดกระจายบนฟุตบาท และขับรถออกไปอย่างไม่สนใจผู้หญิงที่ทิ้งไว้ข้างหลัง



"ไอ้คนเฮงซวย!" เธอตะโกนด่า เหมือนคนเสียสติ พยายามก้มลงเก็บเสื้อผ้าทุกชิ้นเข้ากระเป๋า เมื่อเห็นว่าคนอื่นกำลังมอง เธอก็ตวาด "มองห่าไรกัน! ยุ่งเรื่องตัวเองไปสิ" เธอหันขวับอีกครั้ง และพบเขาพอดี



เขาเพิ่งเห็นรอยช้ำที่มุมปากของเธอ คราบน้ำตาบนแก้ม มาสคาร่าเลอะเทอะรอบตา เธอหอบหายใจ หน้าซีดเผือด เหมือนไม่อยากเจอเขาตอนนี้เลยจริงๆ น้ำหยดใสหยาดลงจากดวงตาข้างหนึ่ง เธอมองเขาอย่างอ้อนวอน เหมือนลูกสุนัขหลงทางกลางหิมะ



"ช่วยฉันหน่อย ได้โปรด"



ทุกครั้งที่เบนย้อนกลับไปนึกถึงความทรงจำนั้น เขาจะรู้ว่านั่นคือจุดเริ่มต้น เขาปล่อยให้เธอเดินเข้ามาในชีวิตของเขาเอง เขาใจอ่อน หวั่นไหว เขามองเห็นด้านน่ารักของเธอ และเริ่มหลงรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ยิ่งใช้เวลาผ่านไปแต่ละวัน เธออยู่ในความคิดของเขา เหมือนสนิมกินเหล็กที่แกะไม่ออก ตอนนั้นเขายังไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี และตอนนี้ ก็ไม่อาจพูดได้ว่าเขามีคำตอบ



วันนั้นเขาพาเธอกลับบ้าน ให้นอนพักบนเตียงของเขาเอง ส่วนเขานอนบนโซฟา เช้าวันต่อมา เธอทำอาหารเช้าให้ กล่าวขอบคุณเสียงเบา แก้มกลายเป็นสีแดงด้วยความเขินอาย เหมือนเธอไม่ค่อยมีโอกาสได้ขอบคุณใครบ่อย เธอดูสวยน่ารักในเสื้อเชิ้ตของเขากับกางเกงขาสั้นของเธอ หัวใจของเขาเต้นระส่ำ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเฉยๆ ประมาณสิบโมงเช้า เธอขอตัวกลับไป จะไปที่ไหน เขาก็สุดจะรู้ และด้วยความกลัวที่จะไม่ได้เจอกันอีก เขาวิ่งตามเธอ และเอ่ยชวนเธอไปกินอาหารเย็นในฐานะเพื่อน



พวกเขาเจอกันทุกวัน คุยสารพัดเรื่อง จนเธอไว้ใจและยอมเปิดเผยเรื่องราวของเธอให้เขาฟัง พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตหมดแล้ว เธอย้ายบ้านหลายครั้ง อยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ ความสัมพันธ์ของเธอกับครอบครัวที่ไปขออาศัย จบแบบไม่ค่อย เธอบอกกับเขาว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเธอเอง เธออยู่ในสภาวะซึมเศร้า ไม่อยากปรับตัวเข้ากับใคร คนอื่นจึงอยู่กับเธอได้ยาก เขาชอบที่เธอยอมรับความผิดของตัวเองกับเขาตรงๆ แต่เมื่อคิดอีกที เธออาจจะไม่ยอมรับแบบนี้ กับครอบครัวเหล่านั้น ความสัมพันธ์จึงจบไม่เคยสวย เช่นเดียวกับแฟนหนุ่มผมแดงของเธอ แต่เธอไม่เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นมากนัก



ความใกล้ชิดระหว่างเธอและเขาก้าวหน้าไปอีกขั้น ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ยังมีหิมะตกประปราย เธอโผล่มาที่อพาร์ทเมนต์ของเขา พร้อมถุงใส่กระป๋องเบียร์และอาหารจีนเป็นกล่อง เธอพุ่งเข้ากอดอย่างดีใจ ยินดีที่หนังสือของเขาขึ้นแท่นเบสต์เซลเลอร์ประจำสัปดาห์ เขาชอบเวลาเธอยิ้ม เธอจะยิ้มเหมือนไม่มีอะไรจะต้องเสียใจอีกแล้ว ยิ้มอย่างสดใสที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา ยิ้มเหมือนโลกทั้งใบเป็นของเธอ บางครั้ง เขาอยากจะเก็บยิ้มของเธอใส่กล่อง และพกไปด้วยทุกที่ พวกเขานั่งกันกลางห้อง แกะอาหารจีน เปิดกระป๋องเบียร์ ถือมาชนกัน เธอหัวเราะและท้าให้เขาดื่มหมดกระป๋องในอึกเดียว เขาทำไม่ได้ แต่เธอทำได้



"ขี้เมาตัวจริงเลยไหมล่ะ" เธอวางกระป๋องเบียร์บนพื้น ราวกับประกาศชัยชนะ



"ยี่สิบเหรียญ ผมว่าคุณดื่มอีกกระป๋องไม่ไหว" เขาท้าทาย เติมพนันติดปลายแข้ง



"อะฮ้า อย่าท้านะ เบน โซโล" คิระชี้หน้า เอื้อมมือจะคว้ากระป๋องเบียร์ แต่เขาหยิบไว้ก่อนและชูขึ้นสูง "เฮ้! เอามานี่" เธอร้อง เขาลุกยืน ได้เปรียบเพราะสูงกว่าเธอค่อนข้างเยอะ เธอกระโดดรอบตัวเขาเหมือนเด็ก "ไม่ยุติธรรม!" เธอโวยวายไม่เลิก ดึงเสื้อยืดของเขาอย่างแรง จนเขาเสียหลัก เกือบจะล้มทับ เขาคว้าเอวของเธอไว้ ใบหน้าอยู่ห่างจากกันนิดเดียว เขาเห็นเธอหอบหายใจ ดวงตาเป็นประกายเปี่ยมสุข



ความอดทนของเขาถึงขีดสุด สามเดือนกว่าๆที่รู้จักกัน พูดคุยกัน ไปกินข้าวด้วยกัน แบ่งปันเรื่องราวมากมายให้กัน เขาเลื่อนมือขึ้นประคองใบหน้าของเธอ คิระเขย่งปลายเท้าและเงยหน้าขึ้น เธอยิ้มน้อยๆก่อนริมฝีปากจะประทับเข้าหากันอย่างแผ่วหวาน เธอละเลียดอยู่กับริมฝีปากล่างของเขา เสยมือเข้ามาที่ท้ายทอย ขยุ้มเส้นผม เขาไม่มีวันลืมจูบแรกของพวกเขาทั้งคู่ แต่อย่าไปถามเธอเลย เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาเริ่มคบกันจริงจังตอนไหน เธอเป็นคนแบบนั้น เหมือนจะใส่ใจ แต่ไม่ได้ใส่ใจจริงจัง



ช่วงแรกที่คบกัน ช่างหวานซึ้งและเต็มไปด้วยความสุขใจเฉกเช่นคู่รักทุกคู่ เธอนอนค้างที่อพาร์ทเมนต์ของเขาสามคืนต่อสัปดาห์ เธอซื้อของขวัญวันเกิดให้เขา ทำการ์ดอวยพรเองกับมือ เขาซื้อของให้เธอ พาเธอไปกินอาหารดีๆ เขาแนะนำเธอให้รู้จักกับเพื่อนของเขา เธอแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนเธอ โลกและสังคมของพวกเขาแตกต่างกันมาก แต่พวกเขาหาที่ว่างตรงกลางร่วมกันได้เสมอ เขาพาเธอไปรู้จักกับพ่อแม่ เธอสามารถทำตัวน่ารักเรียบร้อยเป็นที่ถูกใจต่อทั้งสองท่านได้อย่างน่าทึ่ง ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี เขาคิดไปไกลถึงขั้นว่าอยากใช้ชีวิตที่เหลือกับเธอ



จนกระทั่ง มีเรื่องให้ทะเลาะและผิดใจกัน คิระ เรนเป็นผู้หญิงเจ้าอารมณ์ เป็นตัวของตัวเองสูง ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ ไม่ชอบทำตามกฎระเบียบ ถ้าเธอเห็นว่ากฎระเบียบนั้นไม่เข้าท่า เธอมีปัญหากับที่ทำงานหลายครั้ง โดยเฉพาะกับลูกค้าที่มารับประทานอาหารในร้าน เจ้าของร้านทนไม่ไหวกับความไม่ยอมใครของเธอ และเชิญเธอออก รอบแรก เขาปลอบใจและนั่งฟังเธอก่นด่าลูกค้า เข้าข้างเธอเต็มที่ รอบที่สอง เธอนั่งซึมกะทือ เขาต้องนอนกอดเธอไว้จนกว่าจะหายเศร้า รอบที่สาม เธอเดินออกจากร้านมาทั้งที่ยังสวมชุดเด็กเสิร์ฟ



"ฉันลาออก" เธอบอกให้เขาฟัง



"อีกแล้วหรอ" เขาถาม



"หมายความว่าไง อีกแล้ว" เธอถามกลับ เสียงดัง "ที่พูดว่า อีกแล้ว นายหมายความว่ายังไง?"



"เปล่า ผมแค่...."



"แค่อะไร? แค่คิดว่านังนี่ทำพังอีกแล้วใช่ไหม เธอไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้นอกจากตัวปัญหา และกำลังเป็นปลิงเกาะ ถ่วงความเจริญของนาย" เธอพูด มีน้ำตาพรั่งพรูออกมา เขารับรู้ความเจ็บปวดของเธอราวกับเป็นของเขาเอง



"คิระ ผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลย" เบนพูดด้วยเสียงนุ่มนวล เมื่อคนหนึ่งกำลังอารมณ์ร้อน อีกคนควรอารมณ์เย็น เขาเดินเข้าไปหาเธอ ลูบต้นแขนของเธอทั้งสองข้าง และกอดเธอไว้



"ทำไมชีวิตฉันมันห่วยแบบนี้นะ เบน" เธอเช็ดน้ำตากับเสื้อของเขาอย่างท้อใจ



"บางที คุณน่าจะลองอดทนอีกนิด หรือ...."



"อดทนหรอ?" คิระผละออกจากอ้อมกอด "นายคิดจะให้ฉันอดทนอีกหรอ"



"คิระ ใจเย็นก่อน" เขาเพิ่งคิดได้ว่าไม่ควรพูดอย่างนั้นเลย "ผมจะบอกว่า ไม่มีงานไหน หรือใครจะทำอะไรถูกใจเราได้ตลอดเวลาหรอกนะ ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่การตัดสินใจเร็วเกินไป ส่งผลเสียมากกว่าผลดี คุณเปลี่ยนงานสามครั้งภายในปีเดียว มันไม่ค่อยดีนะ คุณน่าจะลองหางานดีๆและอดทนทำให้นานกว่านี้"



"ใช่สิ ใครจะไปสมบูรณ์แบบเหมือนนายล่ะ" เธอประชด หันหน้า เดินหนี



"เดี๋ยว นั่นหมายความว่ายังไง?" เบนถามอย่างไม่เข้าใจ



"คุณชายเบน โซโลผู้เพียบพร้อมทุกอย่าง มีงานทำ มีอพาร์ทเมนต์เป็นของตัวเอง มีชื่อเสียง ฉันไม่ใช่นายนะ! ฉันไม่ใช่คนที่มีพร้อมแบบนาย ฉันอดทนไม่ได้เหมือนนาย" คิระพูดเสียงดัง แทบจะตะโกน



"คิระ..." เขาเรียกเธออย่างอ่อนใจ



"อะไร?" เธอกอดอก ยืนพิงผนังห้อง "จะต่อว่าอะไรฉันอีกล่ะ จะสั่งสอนอะไร"



"เล่าให้ผมฟังได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น" เบนถาม



เธอเงียบ นี่คือปัญหาข้อใหญ่ระหว่างพวกเขา เธอมีกำแพงกั้นไว้เสมอ เธอจะเล่าเรื่องให้ฟัง แต่ไม่เล่าทั้งหมด ขณะที่เขาพร้อมจะเปิดเผยทุกอย่างกับเธอ คิระจะทำเหมือนกำลังเชื่อใจ แต่ไม่เคยให้ใจเต็มร้อย เธอมีความกลัว ป้องกันตัวเอง ราวกับว่าเขาพร้อมจะทำร้ายเธอทุกเมื่อ ไม่ว่าเขาจะพยายามยังไง เขาเข้าไปไม่ถึง ทำไมมันยากแบบนี้ ทำไมการสร้างความสัมพันธ์กับใครสักคน จึงไม่จบแค่เรารักกัน แค่นั้นไม่พออีกหรือ เธอเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ ไม่พูด ไม่เล่า ไม่อธิบาย ปล่อยให้เขางุนงงว่าเขาทำอะไรผิด เขาอาจพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด แต่เขาเป็นห่วงเธอ เขาอยากให้เธอมีชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ เขาแค่ห่วงใยและรักเธอ



คิระหายหน้าไปทั้งสัปดาห์ ไม่โทร ไม่ส่งข้อความ เบนมองโทรศัพท์ของตนหลายครั้ง แต่เขาไม่แน่ใจว่าควรเป็นฝ่ายโทรไปก่อนไหม เขายังเคืองขุ่นกับสิ่งที่เธอทำ ที่เธอต่อว่าเขาและไม่ให้เหตุผลใดๆเลย



เขาไม่จำเป็นต้องสงสัยนานนักว่าเธอหายไปไหน ในคืนวันหนึ่ง เขาออกไปดื่มกับเพื่อนในบาร์ ระหว่างทางกลับบ้านนั่นเอง เขาเห็นเธอ ยืนพิงเสาไฟถนน อยู่กับผู้ชายผมแดงคนหนึ่ง เขามั่นใจว่านั่นคือคนเดียวกับที่ทิ้งเธอไป ทำให้เธอเจ็บปวดอย่างสาหัส ทำร้ายจิตใจและร่างกายเธอ แต่เธอยืนอยู่กับผู้ชายคนนั้น ร่างผอมสูงเบียดเข้าชิด เบนไม่อยากจะมองต่อแล้ว ความรู้สึกของเขาด้านชา พังทลาย ขาทั้งสองข้างหนักอึ้ง แต่เขาก็ต้องถอยกลับมา



คิระสังเกตเห็นเขา ใบหน้าซีดเป็นกระดาษ เธอผลักผู้ชายผมแดงออกจากตัว และรีบวิ่งตามเบน พร้อมกับเรียกชื่อเขาไปตลอดทาง



 

.............................................................................



 


"นายเป็นคนดี แต่ฉันไม่คู่ควรกับนายเลย"

 


ถึง เบน โซโล


จำได้ไหม นายเคยบอกว่านายชอบเขียนจดหมาย เพราะมันโรแมนติก และแสดงความตั้งใจจริงของผู้เขียน ครั้งแรกที่เราทะเลาะกัน เรื่องที่ฉันลืมวันครบรอบ นายบอกว่าฉันไม่เคยสนใจนายเลย ไม่เคยจำหรือใส่ใจสิ่งที่นายพูด แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ ฉันจำวันที่เราเจอกันครั้งแรกได้ ฉันจำจูบครั้งแรกของเราได้ ฉันไม่ได้เมาจนเบลออย่างที่ฉันโกหกนาย ฉันจำได้หมดทุกอย่าง แต่ที่ฉันไม่บอกนาย โอเค ฉันอนุญาตให้นายว่าฉันงี่เง่า ฉันแค่ไม่อยากเป็นฝ่ายที่ต้องรักมากกว่า ไม่อยากให้อีกคนรู้ว่าฉันรักมากแค่ไหน และฉันรักนาย โคตรรักเลย เข้าใจไหม ทุกครั้งที่ฉันรักใครมากๆ คนนั้นจะทำร้ายจิตใจฉัน ทำให้ฉันเจ็บจนฉันคิดว่า จะไม่สามารถรู้สึกอะไรได้อีกแล้ว


เรื่องที่ฉันลาออกจากงานทั้งสามครั้ง ฉันไม่กล้าเล่าเหตุผลให้นายฟัง ฉันอับอาย และเกลียดตัวเองในเรื่องนั้น รอบแรก มีลูกค้าจับก้นฉัน ตอนฉันยกแซนด์วิชไปเสิร์ฟ ฉันโกรธมากและฟาดเขาด้วยถาดสแตนเลส เจ้าของร้านสั่งให้ฉันขอโทษลูกค้า แต่ฉันไม่ยอม เขาขู่ว่าจะไล่ออก ฉันก็เลยออกเอง รอบที่สอง เกิดเรื่องคล้ายๆกันอีก ฉันพยายามเงียบ อดทน คิดว่าถูกจับครั้งสองครั้งเอง ช่างมันเถอะ แต่พอพวกนั้นเห็นว่าฉันไม่โต้ตอบ ก็ยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ฉันลาออกมาอย่างเงียบๆเพราะรู้สึกกลัว รอบที่สาม สามีของเจ้าของร้านพูดจาแทะโลมฉัน จนเมียไม่พอใจ ฉันทะเลาะกับเธอ และลาออก ฉันไม่กล้าบอกนาย ฉันไม่กล้าพูดหรือยอมรับว่าฉันถูกมองเป็นวัตถุทางเพศ ฉันเริ่มโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง ถ้าฉันไม่อยู่ตรงนั้น ไม่อยู่ที่นั่น จะดีกว่า


นายจะไม่เชื่อฉันก็ไม่เป็นไร แต่ทุกอย่างในจดหมายนี้เป็นความจริง ฉันไม่มีอะไรปิดบังอีกแล้ว เรื่องแฟนเก่าของฉัน ที่นายเห็นวันนั้น นายเข้าใจฉันผิด ฉันไม่ได้จะกลับไปคืนดีกับหมอนั่น ฉันเกลียดเขามาก ฮักซ์เห็นฉันเป็นของเล่น เป็นของตาย ฉันไม่เหลือความรู้สึกดีๆให้เขาแล้ว เขาตามตื้อ และต้อนฉันจนมุม ฉันพยายามหนีจากเขา ยังไม่เข้าใจหรือเบน โซโล ตั้งแต่ที่ฉันพบนาย ฉันก็มองผู้ชายคนไหนไม่ได้อีกแล้ว นายเป็นคนแรกที่ทำให้ฉันอยากเปลี่ยนตัวเอง อยากจะเป็นคนที่ดีขึ้น อยากจะมีเป้าหมายในชีวิต แต่การเปลี่ยนนิสัย มันยากนะ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะทำได้   


ฉันรู้ว่าฉันทำตัวงี่เง่าหลายครั้ง ทำให้นายหงุดหงิด เสียใจ และไม่เข้าใจว่าตกลงฉันเป็นคนยังไงกันแน่ ฉันรู้ว่าบางครั้ง นายไม่เชื่อว่าฉันรักนายจริงๆ นายรู้สึกไม่มั่นใจ ฉันเข้าใจ ฉันเป็นคนนิสัยไม่ดี และถึงนายจะให้อภัยฉันครั้งนี้ ฉันก็สัญญาไม่ได้ว่าฉันจะทำตัวดีขึ้น  สัญญาไม่ได้ว่าฉันจะไม่งี่เง่าอีก ฉันรู้ว่าฉันไม่คู่ควรกับนาย นายควรได้พบผู้หญิงที่ดีกว่า แต่ฉันเป็นคนเห็นแก่ตัว อยากจะรั้งนายไว้


หายโกรธฉันเถอะนะ ยกโทษให้ฉัน ฉันก็เป็นแค่ผู้หญิงงี่เง่าคนหนึ่ง ให้โอกาสฉันอีกครั้งนะ


คิระ

 



หญิงสาวยืนหน้ากล่องไปรษณีย์ ชั้นล่างของอพาร์ทเมนต์เงียบสงบในยามเช้า เธอตั้งใจจะหย่อนจดหมายทิ้งไว้ แต่ทันทีที่มาถึง กลับปอดแหก พอเป็นเรื่องของเบน เธอกลายเป็นคนโง่ทุกที มือทั้งสองข้างจับขอบจดหมายไว้ ถามตัวเองว่าเธอพร้อมเสียใจมากแค่ไหน ถ้าเขาขยำจดหมายทิ้งทันที เธอจะทำยังไง เขาคงไม่ทำหรอก เบนใจดี อย่างน้อยเขาจะอ่านก่อน แต่ถ้าเขาอ่านแล้ว เขายังโกรธเหมือนเดิม เธอจะทำยังไง



ไม่มีผู้ชายคนไหนเหมือนเบน เขาพยายามทำความเข้าใจตัวตนของเธอ อย่างที่ไม่มีใครพยายามจะทำมาก่อน เขาใจเย็น นุ่มนวล ให้เกียรติเธอ คิระไม่อยากทำพัง ไม่อยากให้เขาเกลียดเธอ คงทนไม่ได้แน่ๆ ยังไงก็ไม่ได้ เธอก้มลงมองจดหมาย สูดลมหายใจเข้าลึกๆ



"คิระ"



หญิงสาวสะดุ้ง มือที่ถือจดหมายยังค้างอยู่ เธอหันไปทางคนเรียก เบน โซโลสวมกางเกงวอร์มกับเสื้อรัดรูป พร้อมจะไปวิ่งออกกำลังกาย แม้จะใส่เสื้อผ้าแบบนี้ เขายังดูดีไม่เปลี่ยน เธอหายใจได้ไม่ทั่วท้องเมื่อเห็นใบหน้ายาว จมูกโต รอยขี้แมลงวันบนแก้ม หูกาง ผมสีดำยุ่งๆ ช่างสมบูรณ์แบบ ริมฝีปากของหญิงสาวสั่นระริก ภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปด้วยน้ำตา ทำนบกั้นแตกทลาย เธอร้องไห้อย่างไม่อาย ไม่สนว่าจะหายใจทันหรือเปล่า คิระใช้หลังมือเช็ดน้ำตาบนแก้ม เห็นอย่างเลือนรางผ่านม่านน้ำตาว่าเขากำลังเดินเข้ามาหา



ท่ามกลางความสับสนและเสียงร้องไห้ เบนรวบตัวเธอเข้ากอด คิระซุกใบหน้าลงบนคอเสื้อของเขาอย่างคุ้นเคย ได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มยี่ห้อเดิม สบู่กลิ่นเดิม เธอหลับตา บีบหยดน้ำตาออกไป จดหมายถูกขยำยับยู่ยี่ เพราะเธอถือไว้ขณะกำเสื้อของเขาไว้ในมือ เบนสำคัญต่อเธอมาก มากเกินกว่าที่เธอเขียนอธิบายในจดหมาย หัวใจของคิระปวดหนึบ แม้จะอยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้วก็ตาม



“ขอโทษ” คิระร้องเสียงอู้อี้ออกมา “ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษนะ” เธอดันตัวออกมา กัดริมฝีปาก และใช้ทั้งสองมือยื่นจดหมายไปตรงหน้าอย่างกล้าหาญ



เบนก้มลงมอง ยังไม่เอ่ยพูด แต่ยอมหยิบจดหมายยับๆจากมือของเธอมาแกะ หยิบกระดาษจากในซองมาคลี่ออกและเริ่มอ่าน คิระก้มหน้า ปลายคางแทบชิดอก ร้อนผะผ่าวไปทั้งตัว กลัวคำตอบสุดใจ ถ้าเขาตอบว่าไม่ เธอคงอยากหายหน้าไปตลอดกาล หรือเธออาจจะหน้าไม่อายและตามตื้อไม่เลิก คิระค่อนข้างมั่นใจว่าจะเป็นอย่างหลัง



“ทำไมไม่บอก”



เขาพูดเหมือนตำหนิ แต่ไม่มีวี่แววน้ำเสียงกระด้าง ต่อว่า หรือห่างเหิน คิระเงยหน้าขึ้น สบแววตาอบอุ่นของเบน บอลลูนในทรวงอกของเธอค่อยพองๆออกอย่างเชื่องช้า



“ทำไมไม่เล่าให้ผมฟังว่าเกิดอะไรขึ้น” น้ำเสียงของเขาหม่นหมอง รู้สึกผิด มือข้างหนึ่งกำหมัดแน่น “ทำไมไม่บอกผมว่าคุณต้องเจออะไรบ้าง ทำไมไม่บอกให้ผมไปต่อยหน้าไอ้ผู้ชายพวกนั้น”



คิระสูดน้ำมูก น้ำตาหยดลงบนแก้ม



“ผมขอโทษ ผมควรจะฟังคุณมากกว่านี้ ผมคิดเองเออเอง คิดว่าตัวเองอายุเยอะกว่าและสั่งสอนคุณ โดยที่ไม่ทันได้สังเกตว่าคุณกำลังรู้สึกยังไง ผมต่างหากที่งี่เง่า ไม่ใช่คุณสักหน่อย ผมไม่เคยรู้เลย ไม่เคยมองเห็นเลย ผมกล่าวโทษคุณ ผมคิดในด้านลบแทบจะตลอดเวลา ผมควรจะอยู่ข้างคุณ กอดคุณไว้แน่นๆ คิระ ผมขอโทษ”



คิระส่ายหน้าเร็วๆ แล้วเป็นฝ่ายกอดเขาแน่น รวบสองแขนรอบเอวของเขา รัดไม่ยอมปล่อย “ฉันไม่ให้นายรู้เองต่างหากว่าฉันกำลังคิดอะไร หรือมีอะไรเกิดขึ้นกับฉัน นายอ่านใจคนไม่ได้ นายจะรู้ได้ยังไง”



“ยกโทษให้ผมได้ไหม” เขายังถามแบบนี้อยู่ดี



อืม คิระส่งเสียงแผ่วเบา ถูแก้มของเธอกับเสื้อยืดผ้านุ่มนิ่มของเขา



“ว่าแต่... สัญญาไม่ได้ว่าจะไม่งี่เง่าอีก สัญญาไม่ได้ว่าจะทำตัวดีขึ้น นี่มันจดหมายขอคืนดีแบบไหนกัน ถ้าผมโกรธมาก ไม่ยอมคืนดี จะทำยังไง คิระ?” เบนถามอย่างหยอกเย้า ลูบเส้นผมสีน้ำตาลดกหนาของเธอ ขยี้ๆอย่างหมั่นเขี้ยว เธอเงยหน้าขึ้นมอง ทำตาเจ้าเล่ห์



“ฉันก็จะลากนายเข้าห้อง...” มุมปากของเธอยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขี้เล่น หญิงสาวเขย่งเท้าให้ตัวสูงมากพอจะพูดบางอย่างที่ข้างหูของเขาได้  



ยิ่งกระซิบ คนฟังยิ่งหน้าแดงมากขึ้นเรื่อยๆ    











TALK

ได้พล็อตเพราะทะเลาะกับเพื่อน และกำลังอารมณ์เสียมากมายค่ะ รู้สึกว่าผิดกันทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ แต่อีกฝ่ายร้อนมากเกิน ส่วนฉันก็เย็นมากเกิน และฉันจบทุกอย่างด้วยความเงียบ (ออกจากกลุ่มไลน์) ฉันคิดว่า... ถ้าเขาคิดว่าฉันแย่นัก เขาไม่ต้องมาทนกับฉันก็ได้  ฉันเองก็ไม่อยากได้ bad vibes เท่าไหร่ 


ก็เลยกลายมาเป็นพล็อต one shot เรื่องนี้ค่ะ 

จริงๆแล้ว เพลงก็อาจจะไม่ค่อยเข้านัก แต่ตอนที่เขียน นึกถึงเพลงนี้จริงๆ ให้เป็นตัวแทนของคิระ เบนรู้สึกว่ายากที่จะเข้าใจ และถ้าอยากจะเข้าใจ ต้องใช้ความอดทนอย่างยิ่ง เธอมีความเป็น saint แต่อีกด้านก็ sinner มีมุมน่ารัก แต่ก็มีมุมงี่เง่า   ส่วนเบน ก็ยังรับมือได้ไม่ดีเท่าไหร่ ต้องใช้เวลาปรับๆกันไป   

      

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #647 lamb_san (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 21:31
    น่ารักจังค่ะ ความสัมพันธ์นี่ไม่ง่ายจริงๆ บางทีความใจเย็นก็ทำให้เกิดปัญหาได้ น่าปวดหัวจัง(ฮา)
    #647
    0
  2. #627 kanit4u (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 11:00

    ไรท์ กลับมาแล้วววววว โอ้ยยย ดีใจมากมายรอคอยตลอดนะคะ ชอบตอนคิระเป็นตัวแสบค่ะ ชอบปฎิกิริยาที่พี่เบนมีต่อนาง แล้วก็ชอบความพยายามจะเป็นคนดีเพื่อคนคนนั้นของน้อง

    #627
    1
    • #627-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 53)
      3 กันยายน 2561 / 19:24
      เวลาแสบ ก็แสบจริงๆ บทจะเศร้า ทำตัวน่ารัก ก็น่าสงสาร
      #627-1
  3. #624 YURIPINK19 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 18:44
    ชอบมากเลยค่ะ ให้แง่คิดหลายอย่างเลย ตอนแรกเราก็ไม่เข้าใจนะคะว่าทำไมคิระถึงไม่บอกเหตุผล แต่ก็เขเาใจได้ โชคดีแบ้วที่มาเจอคนแบบพี่เบน
    #624
    1
    • #624-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 53)
      3 กันยายน 2561 / 19:23
      อยากเจอคนแบบพี่เบนบ้างงงง #ทีมอยากกินเบน
      #624-1
  4. #623 Ahappipy (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 11:47

    ชีวิตน้องมันช่างงง
    ไร้ท์เก่งจังเลยค่ะ เอาอินเนอร์จากสถานการณ์มาพลิกใช้ได้ดีมากเลย
    ลุ่มลึกๆ
    #623
    1
    • #623-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 53)
      3 กันยายน 2561 / 19:23
      นานๆที อินเนอร์จะมาเต็ม มาแรง ฮ่าฮ่า
      #623-1
  5. #622 PennyWolf (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 07:33
    ขอมาตบมือให้กับฟิคเรื่องนี้จริงๆค่ะ ทุกอย่างลงตัวมากเลย วางคาร์ตัวละครให้เราสามารถอินได้กับทุกตัวเลย นี่เข้าใจทุกประเด็นที่ไรท์ต้องการจะสื่อค่ะ ชอบมากกกกกถึงมากกกกที่สุดเลยค่ะ เพิ่มเป็นอีกเรื่องที่ประทับใจของคุณซิลเวอร์-สกาย เลยค่ะ ดีใจจังที่มีนักเขียนดีดีอยู่ในด้อมเรา หินมากจริงๆค่ะ ขอบคุณสำหรับผลงานดีดีนะคะ รัก......
    #622
    1
    • #622-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 53)
      2 กันยายน 2561 / 07:42
      ชมมากแบบนี้ ลอยติดเพดานละคะ เขิลลลล 55555
      สำหรับเรื่องนี้ แรงบันดาลใจก็มาจากเหตุการณ์ในชีวิตตัวเองนั่นแหละค่ะ แค่ปรับเปลี่ยนนิดหน่อย แต่สิ่งที่ต้องการจะบอกยังคงเดิม
      #622-1
  6. #621 Keira Hux (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 02:59
    ทุกอย่างมันมีหลายมุมจริงๆนะเอ้อ
    #621
    1
    • #621-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 53)
      2 กันยายน 2561 / 07:39
      ใช่แล้วค่ะ ไม่มีทางรู้เรื่องราวทั้งหมด จนกว่าจะรู้อีกมุม
      #621-1
  7. #620 Lady Midnight (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 00:15

    หมีเบนใจดีน่ารักกกกก
    อ่านไปก็สงสารน้องไปมรสุมชีวิตคนนี่ก็นะ..(น้ำตาแอบซึมๆ5555)
    #620
    1
    • #620-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 53)
      2 กันยายน 2561 / 07:39
      โอ๋ๆ เช็ดน้ำตาให้นะ
      คนเข้าด้านมืด จะน่าสงสารทุกคนนน
      #620-1
  8. #619 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 22:52

    เหมือนได้อ่านเรย์โลแบบสลับเพศ 555 คิระทำให้เราอดนึกถึงไคโลไม่ได้จริงๆค่ะ หรือคนเข้าด้านมืดเขาต้องเป็นกันอย่างงี้ทุกคน

    นับว่าเป็นโชคดีของนางอ่ะที่ได้เจอคนแบบเบน คิระเหมือนผญแสบๆ ส่วนเบนเหมือนเด็กเรียนหน้าห้อง เป็นการโคจรมาเจอกันได้ทั้งที่อยู่คนละโลกแท้ๆ เอาดีๆไม่คิดว่าจะอยู่ด้วยกันได้ เพราะนิสัยต่างกันมากกกก5555 เบนเหมือนผชดอกไม้ ส่วนคิระเหมือนผญแบบเหล็กทนไฟ


    #619
    1
    • #619-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 53)
      2 กันยายน 2561 / 07:37
      ผช.ดอกไม้ ว๊ายยย เราชอบคำนี้ (หลงเบนมากขึ้นสิบเท่า)
      วางให้นิสัยต่างกันมากจริงค่ะ คงทะเลาะกันอีกหลายครั้งแน่นอน แต่ฉันมองว่า ถ้าทะเลาะกัน และยังรักกันอยู่ ต่างฝ่ายต่างคิดว่ายังอยากอยู่ด้วยกัน ก็คงผ่านไปได้ค่ะ (นี่คิดด้านดีสุดๆ แบบเกิดขึ้นได้ยากมากกกก)
      #619-1
  9. #618 milliin (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 21:05
    อ่านแรกๆก็หงุดหงิดคิระว่าเป็นอะไรของเธอออออ พออ่านตอนใกล้จบแล้วก็สะท้อนใจตัวเองเบาๆว่าเรานี่ก็ไม่ได้คิดในมุมของคนอื่นเลย ฮือออ
    #618
    1
    • #618-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 53)
      1 กันยายน 2561 / 21:14
      โดยเฉพาะ เรื่องของคนใกล้ตัว
      เพราะใกล้เกินไป บางทีก็มองไม่เห็นเนอะ เหมือนเรามองไม่เห็นขนจมูกตัวเองนั่นเอง 55555 (เปรียบเทียบเรื่องละเอียดอ่อนกับขนจมูกเนี่ยแหละ)
      #618-1
  10. #617 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 20:47

    น่ารักที่สุดค่ะ!! เรารอมาตั้งแต่ตอนที่เกริ่นบอกในทวิตเตอร์เลย 55555 คุณยังคงเป็นนักเขียน AU Reylo ในใจเราเสมอ งานเขียนของคุณยังคงซ่อนอะไรให้เราค้นหาอยู่เหมือนเดิม ทีแรกก็ให้เห็นในมุมมองของพี่เบน คิระในมุมพี่เบนคือสาวก๋ากั่น ตอนเจอกันครั้งแรกนี่คืออยากจะจับตีก้นให้เข็ค ก๋ากั่นเบอร์ไหนเนี่ยที่จะเสนอให้พี่เขาจับนมแลกเงิน ถ้าตาพี่เอาจริงจะทำไง แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันตลกจริงๆ เราอ่านแล้วคืออมยิ้มนะคะ น้องคงมองออกว่าตาพี่เนิร์ดเกินกว่าที่จะทำอะไรแบบนี้ รอบสองนี่ยิ่งแล้วใหญ่ แต่ตอนที่เป็นจุดเริ่มต้นของทั้งคู่นี่คือเราเอ็นดูน้องนะคะ รับรู้ได้ถึงความอ่อนแอของคิระ ตอนที่น้องมาบอกพี่ว่าลาออกอีกแล้ว ตอนนั้นก็คิดไม่ถึงเรื่องที่น้องโดนคุกคาม คิดว่าน้องคงจะอารมณ์ร้อนและไม่ทนแล้ว พอมารู้ว่าน้องโดนคุกคาม ตอนนั้นคือสงสารน้องมาก ตอนเอาจดหมายมาเขียนขอคืนดีพี่คือเอ็นดูมาก นี่เหรอยัยตัวร้าย ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่อาจจะกระด้างแต่ลึกๆ ก็คือผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่แสนเปราะบาง แต่ก็อย่างที่คุณว่าแหละค่ะ น้องกับพี่ต้องค่อยๆ ปรับกันไป


    ขอบคุณนะคะที่เขียนเรื่องดีๆ ให้อ่าน เราหลงรักงานของคุณมากเลยค่ะ

    #617
    1
    • #617-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 53)
      1 กันยายน 2561 / 20:59
      อ่านคอมเมนต์ของคุณทีไร ฉันตื้นตันใจทุกครั้งค่ะ คุณเก็บรายละเอียดในฟิคของฉันได้ดีมากๆ ฉันเขียนอะไรออกไป คุณก็สะท้อนกลับมาได้ตรงอย่างที่ฉันต้องการจะสื่อ ปลื้มใจมากจริงๆค่ะ
      #617-1
  11. #616 erney007 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 20:46

    สงสารเรย์อ่ะ ที่ผ่านมาคงเจออะไรมามากเลยไม่กล้าเปิดใจให้ใคร ดีแล้วที่ได้เจอผู้ชายอบอุ่นแบบพี่เบน

    #616
    2
    • #616-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 53)
      1 กันยายน 2561 / 20:57
      กว่านุ้งจะยอมเปิดเผยทุกอย่าง ก็ไปทำให้โกรธซะแล้ว .... แต่เบนก็เป็นตัวละครที่อบอุ่นจริงๆ #ทีมอยากกินเบน
      #616-1
  12. #615 CartoonFreak (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 20:18
    ฮือออออ รออ่านมาตั้งแต่เช้าละค่ะ กำลังคิดอยู่เลยว่าไรท์จะอัพมั้ย หรือมีปัญหาอะไรรึเปล่า ขอบคุณมากๆ ที่มาอัพนะคะ หลงเรย์เวอร์ชั่นนี้แล้ว มันกร้าวใจ555555
    #615
    1
    • #615-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 53)
      1 กันยายน 2561 / 20:20
      วันนี้มัวแต่ไปshoppingคลายเครียดค่ะ ช๊อปตั้งแต่บ่ายสามยันทุ่มนึง
      ขอบคุณที่รอเช่นกันค่ะ ไม่รู้จะคุ้มค่ากับที่รอรึเปล่า 5555555
      #615-1