Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 51 : [Reminisce Series] : Peach soda

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    3 มิ.ย. 61



Peach soda







เรย์



นักเรียนมัธยมปลายชั้นซีเนียร์ พูดคุยกันแค่เรื่องเดียวตลอดทั้งอาทิตย์ คือเรื่องงานพรอม ฉลองจบการศึกษา ไม่ว่าจะมองไปทางไหน เรย์เห็นเพื่อนร่วมชั้นของเธอทั้งหญิงชาย แสดงความตื่นเต้นแตกต่างกันไป พวกผู้ชายคุยกันเรื่องเช่ารถและทักซิโด ผู้หญิงคุยกันเรื่องชุดราตรี รองเท้า และหนุ่มที่ชวนพวกเธอไปงาน เรย์ก็เป็นซีเนียร์แล้ว แต่เรื่องงานพรอม เหมือนเป็นเรื่องไกลตัวที่อยู่คนละจักรวาล มีเด็กหนุ่มใจกล้ามาชวนเรย์ไปงานอยู่สองคน แต่เธอปฏิเสธไป เรย์คงไม่ไปงาน เธอขี้เกียจหาชุด ไม่อยากใส่หน้ากาก ปั้นหน้ายิ้มแย้มดีใจที่ได้ใช้เวลากับทุกคนในโรงเรียนและเมืองนี้ โลวี่ เพื่อนสนิทของเธอก็จะไม่ไปงานเช่นกัน แต่รายนั้น ตั้งใจจะขึ้นรถไฟไปอีกเมืองเพื่อดูคอนเสิร์ต ส่วนเรย์ ที่ไม่ได้สนใจดนตรีแนวเฮฟวีเมทัล คงจะทำงานอยู่ที่ร้านโซโล และเข้านอนตอนสี่ทุ่มตามปกติ



เมื่อเรย์ลองนึกย้อนกลับ เวลาผ่านไปไวเหมือนกัน ราวกับเพิ่งเมื่อวานนี้เองที่เธอย้อมผมสีฟ้า เดินเข้าโรงเรียนในฐานะเด็กเกรดเก้า เป็นเฟรชเมนที่เต็มไปด้วยข่าวฉาว แต่เรย์ไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว เธอรับมือด้วยความนิ่งเงียบ ไม่โต้ตอบแต่ก็ไม่ทำท่าเจ็บปวดใดๆ ข่าวลือเลวร้ายเหล่านั้นจึงหายไปเอง แนนซี่ก็คงจะเติบโตขึ้นบ้างเหมือนกัน เธอเลิกยุ่งกับเรย์ และทำเหมือนเรย์ไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบเดียวกัน ซึ่งเรย์ชอบแบบนั้นมากๆเลย 



เรย์ขอทุนไปหลายมหาวิทยาลัย โดยมีครูแนะแนวของโรงเรียนคอยช่วยเหลือ จนในที่สุด เธอได้ทุนจำนวนห้าสิบเปอร์เซ็นต์จากมหาวิทยาลัยประจำรัฐ สำหรับเรียนในคณะครุศาสตร์ เรย์ตัดสินใจเดินในสายอาชีพครูประถมศึกษา เพราะเธอนึกถึงตัวเองตอนเป็นเด็ก ครูหลายคนเพิกเฉยต่อการกลั่นแกล้ง  แต่เธอก็นึกถึงครูบรรณารักษ์ใจดีคนนั้นที่จ่ายเงินให้เธอไปซื้อผ้าสำหรับทำกิจกรรม เธอคิดว่าครูประถม เป็นคนที่สำคัญมากในชีวิตของคนๆหนึ่ง อาจเปลี่ยนแปลงความคิดหรือความรู้สึกเกี่ยวกับสิ่งรอบตัวของใครคนหนึ่งได้ เธอรู้ว่า อุดมการณ์ของเธออาจจะสูงเกินไป แต่นี่เป็นสิ่งที่เธออยากทำ อีกคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่เธอ คือ เบน โซโล ไม่มีใครคาดคิดว่าตอนนี้เขาจะกลายเป็นทูตของยูนิเซฟ ทำงานเพื่อเด็กๆทั่วโลก เขาอาจจะไม่ได้ช่วยให้เด็กทุกคนมีชีวิตดีขึ้นอย่างทันตาเห็น อาจจะไม่ได้แก้ปัญหาความยากจนหรือการถูกทอดทิ้งให้หมดไป เบนเคยพูดกับเรย์ว่า ช่วยได้คนเดียว ย่อมดีกว่าช่วยไม่ได้เลย สิ่งที่ยิ่งใหญ่ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ระดับโลกหรอก แค่เรื่องเล็กน้อย ก็กลายเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในใจของคนๆหนึ่งได้ 



ดังนั้น เรย์ตัดสินใจแล้ว และเธอจะไม่เสียใจกับหนทางที่เลือก แม้ทางข้างหน้าจะลำบากมากกว่าตาม ต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าเธอจะเป็นครูที่ดีได้ เธอต้องทำงานพิเศษควบคู่ไปกับการเรียน เพื่อเป็นค่าเทอมอีกครึ่งหนึ่ง ค่าหอพัก และค่ากินอยู่ แต่เรย์ก็วางแผนจะสอบชิงทุนเต็มจำนวนมาให้ได้ในปีต่อๆไป เธอต้องทำให้ได้ 



บางครั้ง เมื่อเรย์มองย้อนกลับไป สิบเอ็ดปีก่อน เธอเป็นเด็กวัยเจ็ดขวบที่นั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะรองเท้าหาย เด็กที่ไม่กล้าจะต่อสู้เพื่อตัวเอง และหวาดกลัวทุกอย่าง เธอจึงภาคภูมิใจในตัวเองที่ผ่านเรื่องแย่เหล่านั้นมาได้และเข้มแข็งมากขึ้น เรย์จะไม่ปล่อยให้ความทรงจำสร้างความเจ็บปวดให้เธออีก เธอจะจำมันไว้เพื่อให้ตัวเองมีความสุขกับปัจจุบัน



เรย์ยืนอยู่ที่ล็อกเกอร์ หยิบหนังสือออกจากกระเป๋าเก็บใส่เข้าไป เธอกำลังจะเดินไปที่โรงอาหารเพื่อนั่งกินกลางวันกับโลวี่ แต่มีใครคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอเสียก่อน



โรส ทิโค



“เฮ้” โรสเอ่ยทัก สีหน้าไม่มั่นใจนัก



เรย์นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วจึงทักตอบ “ไง” นับว่าเป็นการทักทายครั้งแรกในรอบหลายปีระหว่างทั้งสองคน



“ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม?” โรสซุกมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง



“เอ่อ” เรย์เอ่ยขึ้นอย่างสับสน “ได้มั้ง” เธอยักไหล่



“โอเค” โรสพยักหน้า กลืนน้ำลายลงคอ สูดลมหายใจเข้า ราวกับต้องพูดเรื่องที่ยากมาก “ฉันแค่... ไม่รู้สิ เรย์ เราไม่ได้คุยกันเลย...”



“เธอต่างหากที่ไม่คุยกับฉัน” เรย์ไม่ได้เถียง เธอแค่บอกตามความจริงที่เกิดขึ้น



“ใช่” โรสยอมรับแต่โดยดี “คืออย่างนี้ ฉันไม่อยากเรียนจบไปโดยปล่อยให้เรื่องนี้ค้างคา จริงๆแล้วก็คือ ฉันอยากขอโทษน่ะ เรย์ ขอโทษ เรื่องฟินน์ มันเป็นเรื่องที่งี่เง่าที่สุด ฉันงี่เง่าที่สุด และฉันเข้าใจนะ ถ้าเธอไม่อยากจะพูดกับฉันอีกแล้ว แต่ถ้าเธอโอเค และรับคำขอโทษของฉัน จะเป็นไปได้ไหมที่เรา... เราจะกลับมาคุยกันบ้าง”



เรย์ไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะมีประโยชน์ที่ตรงไหน พวกเธอกำลังจะเรียนจบ แยกกันไปทางใครทางมัน มีโอกาสน้อยมากที่จะกลับมาเจอหรือพูดคุยกันอีก โรสอยู่ที่ไหนล่ะ ตอนที่แนนซี่ปล่อยข่าวลือทุเรศๆเกี่ยวกับเรย์ โรสอยู่ไหน ตอนที่เรย์ไม่มีเพื่อน และต้องนั่งกินข้าวคนเดียว โรสอยู่ไหน ตอนที่เรย์เป็นเศษเหลือในห้อง ต้องทำรายงานคนเดียว ขณะที่เรย์เคยสู้เพื่อโรส เธออยู่ข้างโรสเสมอไม่ว่าจะเรื่องไหน แต่โรสเชื่อคนอื่น มากกว่าเชื่อใจเรย์ ทิ้งเรย์ไปเพราะเข้าใจว่าผู้ชายคนหนึ่งมาชอบเรย์ เด็กสาวมองหน้าอดีตเพื่อนสนิทสมัยประถม อึดใจหนึ่ง เรย์อยากจะทำตัวร้ายกาจ เชิดใส่ ต่อว่าโรสด้วยถ้อยคำรุนแรงมากมายที่เธอคิดออก แต่มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ?



“โอเค” เรย์พยักหน้า “ฉันไม่ติดใจอะไรหรอก เรื่องงี่เง่าสมัยเกรดเจ็ด ช่างมันเถอะ โรส”



“เธอโอเคแน่นะ?” โรสถามอีกครั้ง



“อืม” เรย์ยืนยัน “แต่ฉันต้องไปแล้วล่ะ ฉันนัดกับโลวี่ไว้ที่โรงอาหาร”



“โอ้” โรสร้องออกมาเบาๆ “จริงด้วย เธอกับโลวี่ ตัวติดกันตั้งแต่เกรดเก้า”



“ใช่ เพราะคนอื่นๆไม่อยากคุยกับฉันนี่” เรย์พูดออกไปก่อนจะหุบปากได้ทัน เธอสังเกตเห็นสีสันบนใบหน้าของโรสเปลี่ยนเป็นซีดเผือด



แต่โรสก็ยิ้มเศร้าๆ เด็กสาวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพาย และหยิบกระป๋องน้ำออกมา “โซดารสพีช ฉันซื้อมาตอนไปญี่ปุ่น ให้เรย์นะ” โรสคว้ามือเรย์ขึ้นมา ยัดกระป๋องน้ำอัดลมไว้ในมือเรย์ “อร่อยมากๆ ฉันอยากให้เรย์ดื่ม ยิ้ม และคิดถึงกันบ้างนะ ฉันขอโทษกับเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด และขอบคุณด้วย ขอบคุณที่เรย์เคยเป็นเพื่อนของฉัน เคยดูแลและสู้เพื่อฉัน ขอบคุณจริงๆ”



โรสปล่อยมือเรย์ ยิ้มเล็กน้อยแก้เก้อ และรีบบอกว่าเธอต้องไปกินอาหารกลางวันแล้วเช่นกัน เรย์ปล่อยให้โรสเดินไปก่อน ขณะที่เธอก้มลงมองกระป๋องเครื่องดื่มสีพีช มีตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นบนพื้นผิว เรย์เก็บเครื่องดื่มใส่กระเป๋า ยังไม่เปิดดื่ม



เย็นนั้น เธอกลับไปที่ร้านโซโล นำกระป๋องพีชโซดาไปแช่ตู้เย็น และตั้งใจทำงานในร้านจนลืมเรื่องเครื่องดื่มไปเลย ตอนประมาณหนึ่งทุ่ม ฮานบอกให้เธอเลิกงานและขึ้นไปอ่านหนังสือ เตรียมตัวสอบได้แล้ว เรย์จึงหยุดมือและเดินขึ้นบันไดไปยังห้องใต้หลังคาของเธอ เด็กสาวเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เปิดพัดลม กางโต๊ะญี่ปุ่น หยิบหนังสือและสมุดโน้ตออกมากาง เริ่มต้นอ่านทบทวน และพยายามแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน เธออ่านไปได้เกือบสองชั่วโมง โทรศัพท์ก็ดัง เรย์หยิบขึ้นมาดู ทันทีที่เห็นชื่อคนโทรเข้า เธอกดรับสายโดยไม่ต้องหยุดคิด



“กินไอศกรีมไหม?” เสียงของชายหนุ่มเอ่ยชวนอย่างแจ่มใส



 

เบน



ชายหนุ่มเก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะยิ้มน้อยๆ สิ่งแรกที่เขาทำเมื่อเดินทางกลับมาเข้ามาในเมือง หลังจากเดินทางไม่หยุดพักเกือบตลอดหกเดือน คือโทรหาเรย์ เขาคิดถึงรสชาติของไอศกรีม อากาศเย็นสบายของเทือกเขา บ้านเมืองที่สะอาดและอุดมสมบูรณ์ เมื่อต้องทนอยู่กลางดินกลางดราย ตรากตรำตากแดด เดินทางบนรถจี๊ปไปบนถนนขรุขระ ช่วยเหลือเด็กตามหมู่บ้านทุรกันดาร ห่างไกล ที่ไม่มีน้ำประปาเข้าถึงด้วยซ้ำ บางครั้งก็ทำให้เบนท้อใจ รู้สึกเหนื่อย และคิดถึงบ้าน



หรือบางที เขาอาจจะไม่ได้แค่คิดถึงบ้าน



เบนลงจากรถยนต์ หยิบไอศกรีมที่ใส่ไว้ถุงเก็บความเย็นติดมือมาด้วย เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังหน้าต่างที่มีแสงสว่างส่องออกมามากที่สุด ป้ายร้านโซโลห้อยอยู่ข้างใต้ เขาเห็นเงาของเธอลุกมาเปิดผ้าม่านที่หน้าต่าง มองลงมาและโบกมือ เขาชูแขนขึ้น โบกตอบ



เบนติดต่อกับเรย์เสมอ เมื่อเขามีโอกาสใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ต เขาจะเขียนอีเมลล์ส่งหาเธอ บางครั้งก็ซื้อโปสการ์ดจากโรงแรมในตัวเมือง เขียนข้อความส่งมาหา เพื่อบอกให้เธอรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เธอเขียนอีเมลล์ตอบทุกครั้ง เล่าเรื่องชีวิตประจำวัน เรื่องเพื่อนสนิทที่ชื่อโลวี่ เรื่องที่เธอตัดสินใจจะเรียนต่อ ทำเรื่องขอทุน เขาได้อ่านและสัมผัสความดีใจของเธอ เมื่อเธอได้รับทุนเรียนต่อ แม้จะไม่ใช่ทุนเต็มจำนวน แต่เธอก็มีท่าทางมั่นใจว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ เธอโตขึ้น ไม่ใช่เด็กตัวเล็กที่ยืนร้องไห้หรือแอบนั่งอยู่ข้างรั้วบ้านอย่างหวาดกลัว



ผ่านมาหลายปี ความสัมพันธ์ของพวกเขายังดีต่อกันเหมือนพี่น้อง แต่ลึกๆลงไป เบนรู้ และเรย์ก็รู้ ต่างฝ่ายต่างเริ่มมีความรู้สึกพิเศษ เพราะการรอคอยจดหมาย อีเมลล์ หรือฟังเสียงของอีกคน มีบางอย่างลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น เพียงแต่เบนคิดว่าทั้งเขาและเรย์ ยังไม่พร้อมจะเดินหน้าต่อ



เรย์ลงมาแล้ว สวมเสื้อยืดกับกางเกงขายาว และมีสเวตเตอร์สีพีชสวมทับอีกที ผมสีน้ำตาลมัดเป็นก้อนกลมๆไว้ด้านบน การเฝ้ามองเรย์ ทำให้เบนได้เห็นสีสันมากมาย นอกจากสีดำที่เขาชอบ



“มาถึงเมื่อไหร่คะ” เรย์ถาม



“เพิ่งถึง” เบนตอบ แล้วชูถุงเก็บความเย็นในมือ “ไปหาที่นั่งกินไอศกรีมกัน”



“โอเค” เรย์พยักหน้า    



พวกเขาเดินอ้อมไปหลังร้าน บริเวณนั้นมีม้านั่งตัวยาว ใกล้กับต้นไม้ใหญ่ เรย์ทิ้งตัวลงนั่งก่อน และหยิบกระป๋องน้ำผลไม้กับกระป๋องเบียร์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสเวตเตอร์ตัวใหญ่



“เบียร์สำหรับฉันหรอ?” เบนถาม



เรย์ส่งเสียงตอบจากลำคอและโยนกระป๋องเบียร์ให้เบน ส่วนเขา ยื่นไอศกรีมรสส้มให้เธอ เรย์ยิ้มบางๆแล้วรับไอศกรีมออกไปแกะห่อพลาสติกออก



“นึกถึงเมื่อก่อนนะ” เบนเปรยขึ้นเรียบๆ “ตอนที่เรย์ยังตัวเล็ก ฉันจับอุ้มพาดบ่า แล้วเราไปเที่ยวงานเทศกาลกัน จำได้หรือเปล่า?” เขามองใบหน้าด้านข้างของเธอ เรย์กำลังกัดไอศกรีมคำแรก “เรื่องเดียวที่ยังติดในใจฉันจนถึงตอนนี้ คืองานเทศกาลครั้งนั้น ฉันตัดสินใจในวันนั้นว่าจะออกจากเมือง ไม่ว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยได้หรือเปล่า ก็จะไป ตามหาเส้นทางของตัวเอง อย่างเดียวที่ฉันเป็นห่วงคือเธอ เรย์”



เรย์ไม่ได้ตอบ



“แล้วดูตอนนี้สิ” เบนเอื้อมมือไปวางบนศีรษะของเธอ จับก้อนผมที่มัดเป็นจุกและขยี้เบาๆ “ถึงเธอจะตัวโตขึ้น กำลังจะไปเรียนมหาวิทยาลัย แต่ฉันก็ยังห่วงเธออยู่ดีนะ”



“พอเถอะน่า” เรย์สะบัดศีรษะให้พ้นจากมือของเขา น้ำเสียงเหมือนรำคาญ เบนจึงชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองเด็กสาวที่ลุกขึ้นยืน โยนแท่งไม้ไอศกรีมไว้บนม้านั่ง “เลิกทำเหมือนฉันเป็นเด็กซะทีได้ไหม” เกิดความเงียบขึ้น หลังจากเรย์ระเบิดประโยคนั้นออกมา เบนไม่รู้จะตอบอย่างไร เขาจึงฟังว่าเธอจะพูดอะไรต่อ “ฉันอายุสิบแปดนะ ไม่ใช่เด็กแล้ว อย่าพูดถึงเรื่องเมื่อก่อน หรือทำเหมือนฉันยังเป็นเด็กเจ็ดขวบ”



“เรย์” เบนเรียกชื่อเธอเบาๆ ลุกขึ้นยืนตาม “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ...”



“นายไม่ได้ตั้งใจหรอก นายแค่เคยชิน” น้ำเสียงของเธอแสดงความน้อยใจ



เบนผ่อนลมหายใจเบาๆอย่างใจเย็นและสุขุม เขาเงยหน้ามองเธอ ใบหน้ากลมของเด็กสาวมีแววหงุดหงิดและอึดอัดใจในบางอย่าง



“ถ้าฉันทำให้เธอรู้สึกแย่ ฉันขอโทษ” เบนพูดอย่างสุภาพ “ฉันควรทำยังไงให้เธอสบายใจได้บ้างไหม?”



“ให้ตายสิ” เรย์ยกมือขึ้นเสยปอยผมให้พ้นใบหน้า “ฉันไม่ใช่เด็กมีปัญหาที่ต้องพึ่งนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ของยูนิเซฟนะ”



เบนเงียบไป เขารู้ว่าเรย์หมายถึงอะไร แต่ไม่แน่ใจว่าเขาควรสนองตอบหรือไม่ เมื่อเขามองดูเธอ สิ่งที่เขาเห็นยังคงเป็นเด็กน้อยตัวเล็กน่ารักน่าสงสารคนนั้น แม้เขาจะมีความรู้สึกพิเศษกับเธอแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่ผ่านเข้ามาในชีวิตทั้งหมด แต่กำแพงที่เรียกว่า อายุ ยังคงขวางกั้น เธอมีอนาคตที่ต้องไขว่คว้า มีเวลาอีกหลายปี จะมีผู้ชายอีกหลายคนเดินเข้ามาให้เธอเลือก เธอจะพบคนที่เหมาะสมกับวัยของเธอ มากกว่าเขา เมื่อเธอได้ไปเรียนมหาวิทยาลัย โลกของเธอจะเปิดกว้าง มากกว่าแค่เมืองเล็กๆแห่งนี้



เขาจะเป็นเพียงความทรงจำของเธอ เป็นเพียงพี่ชายคนหนึ่งที่เธอเคารพรัก



เบนไม่กล้าที่ก้าวข้ามเส้น เพราะเขากลัว กลัวว่าถ้าสานสัมพันธ์ อีกเพียงไม่กี่ปี ก็จะจบลง พวกเขาจะมองหน้ากันไม่ติด ไม่พูดคุยกันอีก เขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เขาอยากจะมีเธอวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ติดต่อกับเธอ เขียนจดหมายหรืออีเมลล์หากัน ส่งของขวัญให้กัน เขาอยากจะรักษาสิ่งนี้ไว้ให้นานที่สุด แม้ว่าในอนาคต เขาอาจจะทนมองเห็นเธอเดินไปกับผู้ชายคนอื่นก็ตาม



เบนไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกเหล่านี้คืออะไร จะเรียกว่า ความรัก ได้ไหม หรือเป็นเพียง ความผูกพัน

 



เรย์


เรย์หายใจแรง เธออยากจะตะโกนออกไป บอกเสียทีว่าเธอรู้สึกยังไง แต่เธอกลัว กลัวว่าจะสูญเสียสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ เธอกลัวว่าเบนจะมองเธอไม่เหมือนเดิม ทั้งๆที่เด็กสาวก็รู้ว่า ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม


ตั้งแต่ที่เรย์....

 



เบน


                เบนกำมือไว้ข้างลำตัว ไม่มีอะไรยากเท่ากับการ ห้ามใจ ตัวเอง

 


 

 เรย์

                “ฉัน....”

                “อย่า” เบนห้ามไว้ “อย่า เรย์”

                “นายรู้หรอว่าฉันจะพูดอะไร” เรย์ถาม

                “เธอจะพบคนที่...”

                “ฉันไม่อยากพบใครอีกแล้ว” เรย์ยืนยัน

               

 


เบน

                เขาลุกขึ้นยืน หันหลังให้เธอ หลบสายตา

 



เรย์


                “ฉันไม่รู้หรอกว่าฉันจะเจอใครอีกบ้าง จะมีคนอื่นอีกไหมที่เข้ามาในชีวิต” เรย์ตัดสินใจพูดสิ่งที่คิด มองแผ่นหลังของเขา “แต่ตอนนี้ฉันรู้ว่าฉันต้องการอะไร ฉันไม่อยากปล่อยให้เป็นแบบนี้ โดยไม่พูดอะไรเลย ฉันเงียบมาเยอะแล้ว ตลอดชีวิตของฉัน ไม่ว่าใครจะพูดถึงฉันยังไง ฉันโต้ตอบด้วยความเงียบ ฉันเสียเพื่อนสนิทคนหนึ่งไป เพราะฉันไม่กล้าพอจะสู้ หรือพูดว่าจริงๆแล้วเกิดอะไรขึ้น ฉันโทษว่าเป็นความผิดของเธอ เพราะนั่นเป็นอย่างเดียวที่ฉันทำได้ ฉันจะได้ไม่ต้องรู้สึกแย่กับตัวเอง ฉันไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนั้นอีกแล้ว เพราะฉะนั้นฉันจะพูด”



                เรย์สูดลมหายใจเข้า รวบรวมความกล้า



                “ฉันไม่สนว่านายจะอายุเท่าไหร่ เราจะต้องอยู่ห่างกันคนละซีกโลก เวลาที่นายไปทำงาน และฉันเรียน มหาวิทยาลัย ฉันไม่อยากเป็นแค่น้องสาวอีกแล้ว ฉันอยากเป็นมากกว่านั้นมาตลอด” เรย์เสียงสั่น น้ำตากำลังจะไหล แต่พยายามกลั้นไว้ก่อน “เบน...” เธอชอบชื่อของเขาจริงๆเลย ชอบเวลาที่คำหนึ่งพยางค์นี้ลอดผ่านริมฝีปาก  

 



เบน


                เบนหันกลับไปมองเธอ ก่อนที่เธอจะพูดประโยคนั้นออกมา










[Talk]

เฮ้อ กว่าจะได้อัพตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ฉันอยู่โยงนอนในออฟฟิศตั้งแต่คืนวันศุกร์

ขณะนี้ วันอาทิตย์ เวลา 0.44 น. ฉันยังนอนอยู่ตรงทางเดินระหว่างโต๊ะทำงานของฉันกับเพื่อนร่วมงาน มีเพื่อนร่วมชะตากรรมอยู่อีกสามคนที่จับจองมุมของตัวเอง

ฉันเขียนตอน peach soda ตั้งแต่คืนวันพฤหัส เขียนนิดๆหน่อยๆ แล้วส่งเข้าอีเมลล์ ทั้งวันศุกร์และวันเสาร์ ได้เขียนครั้งหนึ่ง ประมาณ 2-3 ประโยค (แอบเขียนตามแต่สถานการณ์จะอำนวย) จนคืนนี้ ตั้งใจไว้แล้วว่า ยังไงก็ต้องเขียนจบตอนนี้ให้ได้ เพราะมันอีกนิดเดียวเท่านั้นเอง 

และในที่สุด... ไม่มีอะไรจะสุขไปกว่าการเขียนจบตอนอีกแล้ว





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #606 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 22:41

    เปิดตอนมาด้วยเรื่องงานพรอม ทีแรกคิดว่าน้องจะเฉิดฉายไปกับชายหนุ่ม แต่ก็ไม่เป็นงั้นแฮะ 555 ตอนที่โรสเป็นฝ่ายเข้ามาทัก ทำให้เราคิดไปถึงสมัยเรียนอีกแล้วค่ะ อันนี้เป็นเรื่องของเพื่อนเรา เพื่อนสนิทกันนี่แหละค่ะ ก่อนจะมาสนิทกันเพื่อนเราก็มีเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง แต่ผิดใจกันด้วยเรื่องบางอย่างที่เราไม่รู้ รู้แค่ว่าคงจะร้ายแรงน่าดู เพราะเพื่อนเราไม่คุยกับเพื่อนคนนั้นอีกเลย เจอกันก็ทำเหมือนว่าอีกฝ่ายเป็นอากาศธาตุ จนวันปัจฉิมเพื่อนเราเป็นฝ่ายเข้าไปทักเพื่อนคนนั้นก่อน แล้วขอให้เซ็นเสื้อให้หน่อย เพื่อนคนนั้นร้องไห้เลย แต่เราว่ามันสวยงามดีนะคะ คือ...มันอาจจะไม่เหมือนเดิม แต่อะไรที่คาใจอยู่มันเหมือนปลดล็อคไปเลย ส่วนน้องเรย์กับโรส เราคิดว่ามันคงไม่เหมือนเดิมหรอก แต่มันก็ปลดล็อคกันและกันได้บ้าง แม้ว่า...สิ่งที่น้องเรย์พูดมามันจะชวนให้จุกไปถึงลิ้นปี่ก็ตาม แต่เราว่าการที่โรสเป็นฝ่ายเข้ามาขอโทษแมนมากเลยค่ะ มันคือการก้าวเป็นผู้ใหญ่อย่างแท้จริง ส่วนแนนซี่ก็เหมือนกัน...ดีใจที่ไม่พบว่านางร้ายกาจเหมือนแต่ก่อน ก็นะ...คนเรามันพัฒนากันได้ เหมือนอย่างน้องเรย์...ยัยบัตเตอร์คัพที่เริ่มต้นจากการทำรองเท้าไห้แล้วกลัวถูกทำโทษ มาวันนี้เป็นฝ่ายกล้าหาญบอกความรู้สึกกับอิพี่ก่อนเลยจ้าาาา แล้วพี่เบนจะทำยังไงคะ...จะหนีไปกับความกลัวของตัวเองมั้ย หรือจะก้าวผ่านมันไป ตอนนี้จบได้คาใจอิช้อยเหลือเกินเจ้าค่ะ! ลุ้นไส้บิด...พี่เบนว่าไงค้า!!

    #606
    0
  2. #588 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 20:55
    ชอบที่เขียนเป็นพาทๆของแต่ละคน ชอบการเปลี่ยนของวัยค่ะ ความคิดที่แตกต่างของคนสองคน ปัญหาที่วัยรุ่นต้องเจอ มันไม่ได้สวยงามเสมอไป แต่มันดูเรียลดีนะคะ ดูสวยงามปนเจ็บปวดนิดๆดีน่ะค่ะ เราว่ามันสมจริงดีนะ ไม่ว่าจะช่องว่างระหว่างวัย ทะเลาะกับเพื่อน การใส่ร้ายป้ายสี บูลลี่ ความเข้าใจผิด หรืออะไรก็ตาม ชอบการพัฒนาการของคนสองคนที่โตมาแตกต่างกันแต่รู้จักกันมาตั้งแต่เล็กๆ เขียนได้ดูเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติดีค่ะ

    ไรท์สู้ๆนะคะ ทำงานเหนื่อยแย่เลย อดทนไว้นะคะ เราเชื่อว่าเดี๋ยววันนึงมันก็จะผ่านไปค่ะ

    ปล.อ่านแล้วอยากลองกินโซดาพีชดูค่ะ
    #588
    1
    • #588-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 51)
      11 มิถุนายน 2561 / 19:55
      ทำงานเหนื่อยจริงๆค่ะ กว่าจะผ่านช่วงอาทิตย์นั้นมาได้... เฮ้ออออ
      #588-1
  3. #586 kanit4u (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 10:54

    ไปเถอะค่ะ พาน้องไปน้องพร้อมแล้ว ^___^

    #586
    1
    • #586-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 51)
      11 มิถุนายน 2561 / 19:54
      ฮ่าฮ่า ไม่เสี่ยงคุกละเนอะ
      #586-1
  4. #584 juliet! !! (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 19:25

    พี่เบนนน ฮือออลุ้น //// ชอบสีสันของเรื่องนี้มากๆเลยค่า มันกลมกล่อมละมุนละไมเข้ากับเนื้อเรื่องมากๆเลยค่า ฟินนน

    #584
    1
    • #584-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 51)
      3 มิถุนายน 2561 / 20:17
      นั่งเลือกสีอยู่นานมากค่ะ ทำภาพ aesthetics ก่อนจะเขียน
      ซึ่งทุกที ฉันจะเขียนให้เสร็จก่อน แล้วค่อยทำภาพตามทีหลัง
      เพราะฉะนั้น เรื่องสั้นชุดนี้ ค่อนข้างพิเศษเลยล่ะ
      #584-1
  5. #583 lamb_san (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 13:12
    พูดถึงสีสันแล้วเราลองคิดตามดูก็รู้สึกว่าเรย์คงมีหลายสีบนตัวเลย ทั้งผมสีฟ้า เสื้อสีพีช ผิวสีขาว น่ารักจัง...(เข้าโหมดเพ้อเจ้อ) เบนไม่ต้องห้ามใจแล้ววว ตอนนี้นายไม่เสี่ยงคุกอีกต่อไปแล้วน- แค่กๆ เรย์แมนๆคุยกันเลย ชอบก็บอกว่าชอบอะเข้าใจมั้ย555555
    #583
    2
    • #583-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 51)
      3 มิถุนายน 2561 / 20:16
      สีสันที่ฉันเลือกให้เรย์ เหลืองในวัยเด็ก เป็นตัวแทนความสดใส ความรู้สึกบริสุทธิ์ที่เรย์มีต่อเบน ความสุขที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีเบนอยู่ข้างๆ สีฟ้าโทนอ่อนในวัยสิบห้า ช่วงวัยรุ่นที่บางครั้งก็อิโมหน่อยๆ สับสนและอยากแตกต่างจากคนอื่น หม่นๆนิดนึงเหมือนคำว่า blue สีพีชโทนชมพู ในวัยสิบแปด คือ ความโรแมนติก แต่มีความเป็นผู้ใหญ่อยู่ในนั้นค่ะ ฉันจะไม่ใช้สีชมพูตรงๆ แต่ใช้พีช เพื่อให้มีความ อ่อนโยน มั่นคง เป็น foreshadow ของตอนต่อๆไปด้วย เพราะ ต้นพีช แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ความเป็นนิรันดร์

      ประมาณนี้แหละจ้า
      #583-1
    • #583-2 Silver-Sky(จากตอนที่ 51)
      3 มิถุนายน 2561 / 20:19
      เสริมๆ เรื่องสีของเบนในวัยสิบเจ็ด ฉันเลือก สีดำ ตามสภาพความรู้สึกของเขา
      พอมาถึงเบนวัยสิบแปด ฉันเลือกสีดำและทอง เพราะอยากจะสื่อถึง ความทรงจำแสนสุข เรย์คือสีสันบนพื้นที่สีดำของเขาค่ะ
      #583-2
  6. #582 Plaapiano (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 11:45

    น้องเรย์คนจริงในที่สุด ลุ้นว่าพี่จะตอบยังไงเนี่ยย

    #582
    1
    • #582-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 51)
      3 มิถุนายน 2561 / 20:08
      จะตอบยังไงน้า
      #582-1
  7. #581 ck94 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 08:27
    เรย์โตขึ้นมากเลย น้องเข้มแข็งขึ้นแล้ว
    แต่พี่เบนนี่สิแหม่ อยากจะกระโดดออกจากพุ่มไม้แถวนั้นแล้วเข้าไปจัดการจังเลยค่ะ55

    ไรท์เตอร์ก้สู้ๆนะคะ พักผ่อนเยอะๆด้วยน้า
    #581
    1
    • #581-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 51)
      3 มิถุนายน 2561 / 20:08
      เดี๋ยวๆ ไปหลบอยู่ตรงพุ่มไม้ไหนคะ?

      ขอบคุณนะคะ คืนนี้จะพักผ่อนค่ะ ไว้เขียนพรุ่งนี้เนอะ
      #581-1
  8. #580 Kira Ren (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 08:02
    ชอบแคแรคเตอร์เรย์ในเรื่องนี้มากๆเลย
    #580
    1
    • #580-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 51)
      3 มิถุนายน 2561 / 20:07
      ค่อนข้างมีความเป็นมนุษย์มากทีเดียวค่ะ ทั้งความไม่สมบูรณ์แบบ ปมอดีตในใจ ความกลัว ความขี้ขลาด ความกล้าหาญ มีหลากหลาย
      #580-1
  9. #579 SMILE (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 07:27

    นี่สิคนจริง รอทำไมให้เสียเวลาเนอะน้องเรย์

    #579
    1
    • #579-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 51)
      3 มิถุนายน 2561 / 20:05
      ฉันชอบเขียนให้ผู้หญิงกล้าที่จะพูดก่อนค่ะ ผู้หญิงก็มีสิทธิ์ที่จะเปิดเผยความรู้สึกของตน ไม่ใช่นั่งรอผู้ชายอย่างเดียว
      #579-1
  10. #578 moriartyila (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 07:18
    กรี๊ดดดดดดดก
    #578
    1
    • #578-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 51)
      3 มิถุนายน 2561 / 20:05
      ใจร่มๆเด้อ
      #578-1
  11. #577 Rose-c (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 06:42
    ตอนที่พี่เบนหันหลังหลบสายตาเรย์ เรานึกภาพน้องโมโหแล้วถีบพี่ล้มค่ะ แหะๆ พี่ก็คิดเยอะ ร่ำไรจริงๆ
    #577
    1
    • #577-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 51)
      3 มิถุนายน 2561 / 20:05
      ถึงจะมีความรู้สึกให้มากแค่ไหน แต่ก็ยังรู้สึกว่า แบบนี้มันจะดีรึเปล่านะ พี่เบนก็สับสน
      #577-1
  12. #576 Ahappipy (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 06:30
    ลุ้นไปอีกกกก
    #576
    1
    • #576-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 51)
      3 มิถุนายน 2561 / 20:03
      รอตอนต่อไป
      #576-1
  13. #575 janyanis (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 05:33
    18 แล้ว ไม่คุกแล้วค่ะพี่เบน
    #575
    1
    • #575-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 51)
      3 มิถุนายน 2561 / 20:03
      ควรยินดีกับพี่เบนสินะ ฮ่าฮ่า
      #575-1
  14. #574 Puryartist (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 01:11
    หนูเรย์คนจริงมาก ยอมแร้ว555 ว่าแต่...ถ้าบอกไปจะเกิดอะไรขึ้นหนอ พี่เบนจะตกลงไหม หรือจะรอเรย์โตก่อน
    #574
    1
    • #574-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 51)
      3 มิถุนายน 2561 / 20:03
      ลุ้นกันต่อไปเนอะ
      #574-1