Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 50 : [Reminisce Series] : Blue matches

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 529
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    30 พ.ค. 61




Blue matches








เรย์


                อย่าไปนะ อย่าไป

            เด็กหญิงร่างเล็กวัยแปดขวบออกแรงวิ่งเท่าที่ขาทั้งสองข้างจะวิ่งไหว รถยนต์แล่นห่างออกไปเรื่อยๆ ราวกับเธอกำลังวิ่งไล่ตามควัน

            “เบน!

เด็กหญิงร้องไห้ ยืนโดดเดี่ยวกลางถนน รู้ว่าทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตา มองรถยนต์เลี้ยวหายลับไป นำพาหัวใจที่ร่าเริงของเธอหลุดลอยไปด้วย

 



เรย์สะดุ้งตื่นจากฝัน และต้องนอนนิ่งเกือบนาที รอให้จังหวะการหายใจของเธอกลับมาเป็นปกติ เพดานห้องสว่างด้วยแสงสีส้มที่พาดเข้ามาทางหน้าต่าง เด็กสาวลุกขึ้นนั่ง ขยี้ตา ผ่อนลมหายใจ มองนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ใกล้หัวนอน เธอตื่นก่อนเวลา จริงๆแล้ว เรย์แทบจะไม่ต้องมีนาฬิกาปลุกก็ได้ แต่เธอก็เตรียมไว้เพราะเคยชิน เด็กสาวลุกจากที่นอน พับผ้าห่มและม้วนเบาะรองนอนไปชิดผนัง 



เธอหนีออกจากบ้านพลัตตั้งแต่อายุสิบสาม และอาศัยอยู่บนห้องใต้หลังคาร้านขายอะไหล่รถยนต์โซโลมาได้สองปีแล้ว ฮานกับเลอารู้เรื่องนี้ และเคยเสนอให้เธอไปอาศัยในบ้านพวกเขา แต่เรย์ปฏิเสธ เธอไม่อยากให้พวกโซโลมีปัญหากับพวกพลัต เธอจึงยืนยันที่จะอยู่ที่ร้านโซโลต่อไป เธอไม่สามารถทนอยู่ที่บ้านพลัตได้อีกแล้ว ตั้งแต่ที่นายพลัตเริ่มเมาทุกวัน บุกขึ้นห้องเธอเป็นว่าเล่น เรย์กลัวว่าเขาจะทำบางสิ่งที่เกินเลยกว่าแค่การตี ต่อย หรือเตะ เธอตัดสินใจได้ในคืนหนึ่ง คิดว่าถ้าอยู่ต่อ ชีวิตจะต่ำตมกว่านี้ เธอจึงหนีออกมา แอบไปนอนที่ห้องเก็บของในโรงเรียนเป็นสัปดาห์ ได้กินอาหารแค่มื้อเดียว คือมื้อกลางวัน พวกพลัตไม่คิดจะตามหาเธอ พวกนั้นทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สุดท้าย เธอทนความหิวไม่ไหว และเดินไปจนถึงร้านโซโล ฮานเดินออกมาเจอเธอ เขารู้ทันทีว่าเรื่องเป็นอย่างไร โดยที่เธอไม่ต้องเล่าออกไปทั้งหมด 



ฮานดูแลเธอมาตั้งแต่ตอนนั้น สอนเธอเรื่องรถยนต์ ส่วนประกอบต่างๆ จนตอนนี้ เธอสามารถเป็นลูกมือช่วยซ่อม และได้เงินค่าจ้างตอบแทนทุกเดือน ชีวิตของเรย์ดีขึ้น แต่เธอก็ยังเป็นคนไร้บ้าน ต้องอาศัยคนอื่น และยังไม่รู้ว่าอนาคตต่อไปจะเป็นอย่างไร



เรย์ต้องคิดเตรียมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เธอไม่มีเงินมากพอจะจ่ายค่าเทอมมหาวิทยาลัย นั่นทำให้เธอเหลืออยู่สองตัวเลือก หนึ่ง สอบชิงทุนให้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องยากมากทีเดียว เธอไม่ใช่เด็กที่เก่งที่สุดในโรงเรียน ไม่ใช่เด็กที่โดดเด่นในเรื่องใดมากพอที่จะได้ทุน สอง ไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย เธอจะทำงานที่ร้านโซโล จนกระทั่งเชี่ยวชาญเรื่องซ่อมรถ รู้จักอะไหล่ทุกตัว เก็บเงินให้มากพอที่จะเดินทางไปเมืองอื่น เช่าห้องอยู่ และหางานทำ ไม่ใช่อนาคตที่ดีนักหรอก แต่เป็นแผนสำรอง ถ้าเธอพลาดจากทุนมหาวิทยาลัยที่ตั้งใจจะขอ 



เรย์หยิบเสื้อผ้าที่ต้องใส่ เดินไปทางห้องน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน เปลี่ยนเครื่องแต่งตัว เธอรวบผมที่ย้อมเป็นสีฟ้าขึ้นและมัดให้เรียบ ใช่แล้ว เธอเปลี่ยนสีผม ไม่ใช่เพราะอยากสวยหรือเป็นที่สะดุดตา เธอแค่เบื่อกับอะไรเดิมๆ เธอไม่ต้องการให้เพื่อนร่วมชั้นจดจำเธอในฐานะ เรย์ พลัต เด็กผู้หญิงหน้าซีดที่เคยถูกแกล้ง ดังนั้นวันแรกที่ขึ้นเกรดเก้า ทุกคนจึงเห็นเรย์คนใหม่ ผมสีฟ้า สวมกางเกงยีนเข่าขาด เสื้อแขนกุด กับเสื้อคลุมเดนิมที่มีลายปักด้านหลัง เรย์พยายามเปลี่ยนบุคลิกของตัวเองใหม่ จากเด็กหญิงซื่อๆ เรียบเฉย ยอมคน ว่านอนสอนง่าย เปลี่ยนเป็นเด็กสาวที่กล้าหาญมากขึ้น หัวแข็ง ไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างของใคร



เธอลงบันไดไปด้านล่าง และเห็นฮาน โซโลเปิดประตูร้านเข้ามาพอดี เรย์กระพริบตาอย่างแปลกใจ ร้านจะเปิดตอนแปดโมงครึ่ง แต่ตอนนี้เพิ่งจะเจ็ดโมงสี่สิบห้าเท่านั้นเอง



“ไง บลูแมทช์” ฮานเอ่ยทักเธอ เขาชอบเรียกเรย์ว่าบลูแมทช์ ที่หมายถึง ไม้ขีดไฟสีฟ้า ตั้งแต่เรย์ถูกทำโทษที่โรงเรียนตอนเกรดเจ็ด เพราะพกกล่องไม้ขีดไฟยี่ห้อโอไฮโอบลูทิปที่เธอขโมยมาจากนางพลัตไว้ในกระเป๋า ครูคิดว่าเรย์สูบบุหรี่ แต่ความจริงคือ เธอใช้ไว้จุดเทียนตอนกลางคืน เธอแอบหยิบเทียนไขแท่งเล็กมาจากห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ช่วงที่เธอยังแอบนอนในห้องเก็บของมืดๆ ไม่กล้าเปิดไฟ เพราะไม่อยากให้ภารโรงหรือยามเดินมาเห็นแสงลอดออกจากใต้ประตู หลังจากเรย์ได้ย้ายมาอยู่ที่ร้านของโซโล เธอลืมนำกล่องไม้ขีดออกจากกระเป๋า และวันนั้นก็โชคร้ายเหลือเกินที่มีการค้นกระเป๋า หาของมีคมหรือสารเสพติดในโรงเรียน ยังดีที่พวกครูเอาผิดเธอไม่ได้ เพราะไม่มีบุหรี่เป็นของกลาง และไม่มีกลิ่นบุหรี่บนตัวเรย์ด้วย เรย์กลับมาที่ร้าน เล่าเรื่องนี้ให้ฮานฟัง ฮานหัวเราะอย่างตลกขบขัน และเรียกเธอว่าบลูแมทช์ ตั้งแต่นั้น



“ทำไมวันนี้มาเร็วจังคะ” เรย์ถาม



“ฉันแวะมาบอกเธอว่า ฉันกับเลอาอยากให้เธอไปกินอาหารเย็นที่บ้าน วันนี้” ฮานตอบ ยกมือสองข้างเท้าเอวเหมือนคาวบอย



“ทำไมคะ?” เรย์ถามอย่างแปลกใจ



“ไปเหอะน่า นานๆ เลอาจะโชว์ฝีมือทำอาหาร ไม่มีโอกาสกินบ่อยๆหรอกนะ” ฮานยิ้มมุมปาก



เรย์ชั่งใจ ครุ่นคิด ไม่แน่ใจ แต่แล้วเธอก็ตอบตกลง เพราะจะได้ประหยัดไปอีกหนึ่งมื้อ บางทีเลอาอาจจะแพ็คอาหารที่เหลือให้เธอนำกลับมากินต่อได้อีกวันด้วย “ก็ได้ค่ะ หลังเลิกงานหนูจะแวะไป”



“เยี่ยม หนึ่งทุ่มเจอกัน” ฮานยกนิ้วโป้ง



 เรย์ออกจากร้าน จูงจักรยานของเธอไปที่ถนน และเหวี่ยงขาขึ้นขี่ เธอปั่นไปเรื่อยๆบนถนน สายลมพัดเส้นผมให้ปลิวไปด้านหลัง อากาศดีและช่างเป็นเช้าที่เงียบสงบ เธอขี่จักรยานผ่านพื้นที่จัดงานเทศกาลประจำเมือง เด็กสาวแตะเบรก จักรยานหยุดนิ่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองข้ามถนนไปยังทางเข้างานเทศกาล เต็นท์ต่างๆจะปิดในช่วงกลางวัน ไฟทุกดวงดับหมด ลูกโป่งหลากสีถูกทิ้งร้าง เธอมองไปจนถึงม้าหมุน ริมฝีปากของเรย์เหยียดเป็นรอยยิ้มบางๆ แม้เบน โซโลจะเลือกทิ้งเธอไว้เบื้องหลัง สร้างแผลใจให้เธออีกแผล แต่เธอเข้าใจเหตุผลของเขา ไม่เคยคิดต่อว่า หรือโกรธเคือง เธอคิดถึงสิ่งดีๆที่เขาทำ คิดถึงรองเท้าสีเหลืองที่เขาซื้อให้ คิดถึงขนมสายไหม คิดถึงรอยยิ้ม คิดถึงน้ำเสียงเวลาเขาเรียกเธอว่าบัตเตอร์คัพ คิดถึงคืนที่นอนดูดาวจนหลับไป คิดถึงตอนที่เขาอุ้มเธอขึ้นอย่างง่ายดาย



                มีอย่างเดียวที่เรย์ขุ่นใจ เขาไม่กลับมาเยี่ยมบ้างเลย เขาส่งจดหมาย ส่งของขวัญมาให้เรย์ปีละครั้ง แต่ถ้อยคำในจดหมายกับของเหล่านั้นจะเทียบกับตัวเขาจริงๆได้ยังไง ทุกครั้งที่เรย์ร้องไห้ ซึ่งเรย์ต้องร้องบ่อยเหลือเกิน เรย์หวังให้เขาอยู่ใกล้ๆ เรย์อยากจะมุดรั้วเข้าไปที่บ้านโซโล และเห็นเขาอยู่ที่นั่น แต่เขาไม่อยู่ ไม่มา ผ่านมาตั้งเจ็ดปี เรย์กลัวว่าสักวัน เธอจะลืมหน้าตาของเขา ลืมน้ำเสียงของเขา เหลือเพียงภาพเลือนรางเท่านั้น



                เธอขี่จักรยานต่อจนถึงโรงเรียน เธอจอดไว้ในลานจอดและล็อกอย่างแน่นหนาด้วยตัวล็อกที่ฮานประดิษฐ์ให้เป็นพิเศษ เรย์ป้องกันไม่ให้ใครก็ตามมาขโมยจักรยานของเธอไปได้ นอกจากจะยกขึ้นรถกระบะไปนั่นแหละ เธอเดินเข้าไปยังโถงทางเดินที่เรียงรายด้วยตู้ล็อกเกอร์ เด็กสองสามคนยังกระซิบกระซาบ หันไปคุยกันอย่างสงสัยเมื่อเรย์เดินผ่าน ชื่อเสียงของเรย์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอก แนนซี่กระจายข่าวลือมั่วๆไปทั่วว่าเรย์อาจจะขายตัวแลกเงินสำหรับค่าเทอมและค่ากินอยู่ เพราะตอนนี้เรย์ไม่ได้อาศัยอยู่บ้านพลัตอีกแล้ว ข่าวลือสกปรกมากจนถึงขั้นเรย์ได้กับผู้ชายทั้งเมืองรวมถึงฮาน โซโลด้วย ข่าวพวกนี้ทำให้เรย์เจ็บช้ำ แต่เมื่อเธอคิดถึงเงินที่เก็บไว้ในธนาคารเป็นทุนให้ออกจากเมืองนี้ ความเจ็บปวดเหล่านั้นก็หายไป เธอรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ใช่เรื่องจริง แนนซี่อยากจะป่าวประกาศอะไรก็ตามใจเถอะ ใครจะโง่เชื่อต่อไปก็แล้วแต่ เธอไม่สนอีกต่อไป



                เรื่องที่ทำให้เธอเจ็บปวดจริงๆก็คือ โรส ทิโค ไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทของเรย์เหมือนเดิม เหตุเกิดจากความเข้าใจผิดโง่ๆเรื่องผู้ชาย ได้ยินไม่ผิดหรอก ย้ำอีกครั้ง เรื่องผู้ชาย รุ่นพี่ฟินน์ สตอร์ม คือผู้ชายคนเดียวที่โรสแอบชอบตั้งแต่เกรดหนึ่งจนถึงปัจจุบัน จนกระทั่งขึ้นเกรดเจ็ด โรสอายุสิบสาม เธอเริ่มมีเค้าของความน่ารักน่าเอ็นดู และเตะตาพวกหนุ่มๆ ฟินน์มีโอกาสได้คุยกับโรส อะไรหลายๆอย่างเข้าที่เข้าทาง เรย์ก็มีความสุขไปกับเพื่อนด้วย เธอเองก็ชื่นชอบฟินน์ เขาเป็นเด็กผู้ชายที่ดีมากถ้าเทียบกับเด็กผู้ชายคนอื่นๆ พวกเขาทั้งสามคนเป็นเพื่อนกัน จนกระทั่ง ลูซี่ที่แอบชอบฟินน์เหมือนกัน ก้าวเข้ามาและทำลายทุกอย่างลง กรอกหูโรสทุกวันว่าเรย์กับฟินน์ชอบกัน ตอนนั้นเรย์ไม่รู้สักนิดว่ากำลังเกิดเรื่องอะไรขึ้นใต้จมูก เรย์เองก็สนิทกับฟินน์มากๆในตอนนั้น ทำให้ข่าวลือที่ลูซี่กระจายไปมีน้ำหนัก มิตรภาพบนเส้นบางๆขาดผึง ในวันที่เรย์ไปดูแข่งขันบาสเกตบอลกับฟินน์แค่สองคน เพราะฟินน์ได้บัตรมาแค่สองใบ และโรสก็ไม่ได้สนใจเรื่องกีฬา โอเค เรย์ยอมรับว่าเธอก็ผิด และคิดตื้นเกินไป เธอไม่คิดว่าเรื่องแค่นี้ จะนำมาสู่การทะเลาะครั้งแรกกับโรส และทำให้ความเป็นเพื่อนจบลง ทุกวันนี้ โรสก็ไม่ได้คบกับฟินน์ ส่วนฟินน์ก็ไม่ได้คบกับผู้หญิงคนไหนเลย จนมีข่าวแว่วๆมาถึงหูว่า เขาอาจจะเป็นเกย์



                แต่โรสกับเรย์ก็ยังไม่คุยกันอยู่ดี



                อย่างที่บอก เพราะเรื่องโง่ๆ



            ตอนนี้เรย์ได้เพื่อนใหม่มาหนึ่งคน เธอชื่อ โลวี่ โค้ดเบรกเกอร์ เป็นเด็กสาวที่มีความคิดและเป็นตัวของตัวเองสูงมาก ไม่ค่อยสนใจใคร ไม่พูดกับใคร ไม่เข้ากลุ่มไหน นั่งกินอาหารตามลำพัง ฟังเพลงเฮฟวีเมทัล ทาขอบตาดำ สวมกระโปรงลายสกอต ทำทรงผมแปลกๆเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีปัญหาในครอบครัว พ่อกับแม่เลิกกัน เธออยู่กับแม่ที่ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่จัด โลวี่ก็สูบด้วย มักจะแอบไปสูบในห้องน้ำประจำ นั่งเขียนคำด่าโต้ตอบพวกโซโฟมอร์ จูเนียร์ และซีเนียร์บนบล็อกไปพลางๆ ในความคิดของเรย์ โลวี่เป็นเฟรชเมนที่เจ๋งที่สุดในไฮสคูลแห่งนี้เลย เธอได้เป็นเพื่อนกับโลวี่ เพราะครูให้ทำงานร่วมกันในวิชาเคมี โลวี่บอกว่าชอบสีผมย้อมของเรย์ แล้วพวกเขาก็คุยกันถูกคอ 


                และทั้งหมดนี้คือชีวิตของเรย์ ไม่ได้ดีขึ้นมากนัก แต่ก็ไม่ได้แย่ลง เธอรับได้กับชีวิตในตอนนี้ แม้จะมีข่าวลือทุเรศตามติดเป็นเงาก็ตาม



                “คืนนี้ไปงานเทศกาลกันไหม” โลวี่ถาม พวกเธอนั่งติดกันในวิชาภาษาอังกฤษด้วย



                “ไม่ได้” เรย์ส่ายหน้า หยุดคิดไปเล็กน้อยว่าควรบอกอย่างไร แล้วตัดสินใจโกหก “ฉันจะทำโอทียันสามทุ่ม มีรถล็อตใหม่เข้ามา ต้องเปลี่ยนเบาะกับระบบหลายอย่าง เป็นงานช้างเลยแหละ”



                “โอเค” โลวี่พยักหน้า “ฉันก็แค่จะไปดูซุ้มไพ่ยิปซีน่ะ”



                “เธอสนใจไพ่ยิปซีตั้งแต่เมื่อไหร่” เรย์เลิกคิ้วขึ้นสูง



                “อยากพิสูจน์อาถรรพ์มั้ง” โลวี่ยักไหล่ แล้วหัวเราะ แต่พวกเธอไม่ได้คุยกันต่อ เพราะครูเริ่มชั้นเรียนทันทีที่เดินเข้าห้อง



                ทั้งวันผ่านไปโดยไม่มีเรื่องใดเป็นพิเศษ เรย์เลิกเรียนตอนบ่ายสามโมง ขี่จักรยานฝ่าแดดช่วงบ่ายกลับไปที่ร้าน เธอก้มหน้าก้มตาทำงาน จนเวลาล่วงเลยไปถึงหกโมงสี่สิบ หัวหน้าช่างต้องสะกิดเธอและชี้ไปที่นาฬิกา บอกว่าถึงเวลาที่เธอจะต้องไปกินมื้อเย็นที่บ้านโซโลแล้ว เรย์จึงเก็บอุปกรณ์ของเธอเข้าที่ ล้างมือให้สะอาด วิ่งขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เธอเลือกเสื้อยืดสีฟ้ากับกางเกงยีน และรองเท้าผ้าใบสีขาว ของขวัญจากเบนเมื่อปีก่อน เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาชอบซื้อรองเท้าให้เธอนัก ทั้งที่ความหมายไม่ดีเลย เรย์เคยอ่านว่าถ้าซื้อรองเท้าให้ใคร คนๆนั้นจะเดินจากเราไป



                เธอรีบปั่นจักรยานเข้าไปในหมู่บ้าน รีบมากจนไม่ได้สังเกตเห็นรถยนต์แปลกหน้าที่จอดอยู่ เธอลงจากจักรยาน จัดเสื้อผ้าและทรงผมให้เรียบร้อย สูดลมหายใจเข้า อดีตนายกเทศมนตรีเลอา ทำให้เรย์ประหม่าเสมอยามเผชิญหน้า เธออยากดูเรียบร้อยที่สุด เด็กสาวก้าวขึ้นบันไดและกดกริ่งประตู เธอยืนรอเพียงครู่เดียว ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตรงมา และผลักประตูเปิด



                ลมหายใจทั้งหมดเหมือนถูกสูบออกจากปอดอย่างกะทันหัน หัวใจบีบรัดเข้าหากัน ก่อนจะร่วงวูบ นิ่งงัน กระตุกเต้น พองออก จนน่าจะพยุงให้เธอลอยขึ้นจากพื้นได้



                เรย์กำลังสบตากับชายหนุ่มคนหนึ่ง เธอจำแววตาของเขาได้เสมอ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ภาพที่เห็น ณ ขณะนี้ ช่วยดึงความทรงจำเมื่อเจ็ดปีก่อนให้กลับมาชัดเจน ราวกับเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อน เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มวัยสิบแปดอีกแล้ว ตอนนี้เขาคือชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปี ตัวสูงเหมือนเดิม ผมยาวขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย รอยขี้แมลงวันบนแก้มชัดขึ้น ผิวคล้ำแดด ที่เพิ่มขึ้นมาคือแว่นตากรอบสีดำ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้เห็นเขาใส่แว่น



                “เบน”



 

 

เบน



                เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าความรู้สึกเหล่านั้นจะกลับมาชนจนกระเด็น แต่เมื่อได้ยินเธอเรียกชื่อ เห็นรอยยิ้มบางๆบนริมฝีปาก เห็นดวงตาที่รื้นน้ำจนสุกสกาวเหมือนแสงดาว ความทรงจำที่เคยเก็บพับใส่กล่อง เด็กผู้หญิงที่เขาอนุญาตให้ตัวเองคิดถึงแค่ปีละครั้ง ทำให้โลกทั้งใบสั่นสะเทือน ชีวิตที่ผ่านมาเจ็ดปีราวกับเพียงภาพฝัน เรย์ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ต่างหาก ที่เป็นความจริง



                เธอเปลี่ยนไป ไม่ใช่เด็กตัวเล็กที่เขาจะจับอุ้มพาดบ่าได้อีกแล้ว ตอนนี้เธออายุสิบห้า ตัวสูงจนเลยบ่าของเขามาเล็กน้อย ไม่ผอมมากเหมือนตอนเด็ก เธอย้อมผมสีฟ้า ซึ่งเขาประหลาดใจ แต่ก็ดูเหมาะกับเธอดี เบนจำได้ว่าเรย์ชอบสีฟ้า เธอเลือกขนมสายไหมสีนั้นตอนที่เขาพาไปเที่ยวงานเทศกาล นอกจากนี้แล้ว แววตาดีใจที่ได้เห็นเขา น้ำเสียงที่ใช้เรียก ทุกอย่างยังเหมือนเดิม มีเพียงอายุที่มากขึ้นเท่านั้นเอง



                “บัตเตอร์คัพ” เบนเรียก



                “บลูแมทช์” เรย์แก้



                “หือ?” เบนเลิกคิ้ว



                “พ่อนายเรียกฉันว่าบลูแมทช์” เรย์บอก เดินเข้ามาใกล้ ทำให้เขาต้องเบี่ยงตัวหลบจากช่องประตู เพื่อให้เธอเดินผ่านเข้าไปด้านใน



                เจ็ดปี คงมีเรื่องเกิดขึ้นมากกว่าที่พ่อและแม่เขียนเล่าในอีเมลล์กับจดหมาย เรย์ไม่เคยเขียนถึงเขา ที่ผ่านมา เขานึกว่าเธอยังโกรธที่เขาตัดสินใจออกจากเมืองไป เขาจำดวงหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาได้ดี จำเสียงอ้อนวอน มือที่จับชายเสื้อ วงแขนที่กอดรอบเอว ขอร้องไม่ให้เขาไป แต่เขาต้องใจแข็ง แกะมือเธอออก ก้าวขึ้นรถ ขับออกไป เขาเห็นทางกระจกมองหลังว่าเธอวิ่งตามรถมา เขาต้องห้ามใจตัวเองไม่ให้จอดหรือหมุนพวงมาลัยย้อนกลับ เขาตัดสินใจแล้ว ต้องเดินหน้า แม้จะเป็นการกระทำที่โหดร้ายต่อเด็กผู้หญิงคนหนึ่งก็ตาม



                บลูแมทช์ คำเรียกนั้นดังสะท้อนในหู เขาไม่รู้ที่มาของคำนั้น แต่เรย์ปฏิเสธชื่อบัตเตอร์คัพที่เขาเคยใช้เรียกเธอประจำ ปฏิเสธอย่างไม่เหลือเยื่อใย



                บรรยากาศบนโต๊ะอาหารบ้านโซโลน่าอึดอัด เรย์ไม่พูดสักคำ ขณะที่พ่อกับแม่ถามเบนเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ประเทศที่เขาไป งานที่เขาทำตอนนี้ เบนทำงานกับองค์กรยูนิเซฟ ขึ้นตรงต่อสหประชาชาติ ตอนแรกเขาไม่คาดฝันว่าจะมาทางนี้หรอก ตัวเขาในวัยสิบแปดยังมีความฝันอันแรงกล้ากับอาชีพนักดนตรี เขาไปร้องเพลงที่บาร์เกือบครึ่งปี พยายามสอบเข้าวิทยาลัยทางด้านดนตรีให้ได้ แต่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ จนเขาเริ่มปลงตกว่าทางนี้อาจไม่ใช่ทางของเขาจริงๆ ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ทำตามที่ตัวเองฝันในวัยเด็ก ไม่ใช่ทุกคนที่จะประสบความสำเร็จจากความฝันแรกที่นึกขึ้นได้ในใจ ระหว่างที่เขากำลังนอนก่ายหน้าผากคิดในห้องเช่าแคบๆเหมือนรูหนู เขาเลื่อนโทรศัพท์มือถือดูประกาศจ้างงานตามเว็บต่างๆ จนสะดุดเข้ากับเว็บไซต์ขององค์กรยูนิเซฟ ความคิดแรกคือ เรย์ เขานึกถึงเรย์ เด็กกำพร้าที่อยู่ใต้ความอนุเคราะห์อันเลวร้ายของพวกพลัต เรย์กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาลองทำบางอย่าง ที่ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อคนอื่นๆ เขาจึงเดินไปกรอกใบสมัครเป็นอาสาสมัครของยูนิเซฟ ทำงานที่นั่น และเลือกเรียนต่อในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์



                “ลูกจะเรียนต่อปริญญาโทอีกหรือเปล่า” เลอาถาม



                “คงไม่ใช่ตอนนี้ครับ” เบนตอบ พลางส่ายหน้า “ผมกำลังยุ่งมากกับโปรเจกต์ที่ยูกันดา ต้องเดินทางอีกหลายครั้ง ยังไม่คิดเรื่องเรียนต่อช่วงนี้แน่ๆ”



                “พ่อจะพูดว่าอิจฉาที่ลูกได้ไปหลายประเทศ แต่คิดอีกที...” ฮานย่นจมูก



                “ประเทศที่ผมไป ไม่ใช่ประเทศโลกที่หนึ่งเลยสักประเทศครับ”



                เรย์ไม่ถามสักคำ เบนมองเธอจากอีกฝั่งของโต๊ะ เด็กสาวนั่งกินเงียบๆ หรือจะพูดให้ถูก เธอกำลังใช้ส้อมเขี่ยเส้นพาสต้าเล่นอย่างเหม่อลอย



                เบนคิดผิด เรื่องที่ว่าเรย์ไม่ได้เปลี่ยนไป นอกจากรูปร่างลักษณะภายนอกแล้ว อะไรบางอย่างในใจเธอเปลี่ยนไปด้วย ราวกับมีกำแพงที่เขาไม่สามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ ไม่เหมือนตอนที่เธออายุเจ็ดหรือแปดขวบ เขาอยากบอกเธอว่าเขาเลือกเส้นทางนี้เพราะใคร แต่เขาไม่แน่ใจ ถ้าพูดออกไป เธอจะเห็นดีเห็นงามด้วย เธอจะหาว่าเขาสมเพชเวทนาและรู้สึกแย่กับตัวเองหรือเปล่า เขาไม่แน่ใจอีกแล้วว่าตอนนี้เรย์คือใคร สีฟ้าของเธอ บดบัง บดเบียด เปลี่ยนแปลง จนไม่เหลือเค้าสีเหลืองสดใสเหมือนดอกบัตเตอร์คัพที่สวนหลังบ้าน



                “ไม่มีเรื่องผู้หญิงเล่าให้พ่อฟังบ้างเลยหรอ?” ฮานถาม ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “รูปร่างหน้าตาอย่างแก มันต้องมีบ้างสิวะ แกไม่เคยเล่าในอีเมลล์หรือจดหมายสักฉบับ แต่ตอนนี้ได้คุยกันตัวเป็นๆละนะเว้ย”



                “แม่ก็อยากรู้นะ” เลอาพยักหน้าอย่างสนใจ



                “มีสองสามคนครับ” เบนตอบตามความจริง “แค่ช่วงสั้นๆ ไม่ได้สำคัญอะไร”



                “คิดว่าจะเชื่อหรอวะ ไอ้เสือ” ฮานโยนผ้าเช็ดปากข้ามโต๊ะใส่หน้าเบน



                เบนหัวเราะแล้วได้แต่ส่ายหน้า มีผู้หญิงผ่านเข้ามาในชีวิตเขา มากกว่าที่เขาตอบคำถามของพ่อไป แต่ก็อย่างที่เขาตอบ พวกเธอผ่านมา แล้วก็ผ่านไป ไม่ได้ทิ้งบาดแผล ความทรงจำ หรือกลิ่นอายใดๆที่เขาจะโหยหา



                เบนมองเรย์



 

 

เรย์


                เรย์เผลอเงยหน้าขึ้นสบตาเบน

                  

 


เบน


                เบนอยากให้การสนทนาบนโต๊ะอาหารจบลงโดยเร็ว เขาอยากคุยกับเรย์ตามลำพัง

 

 


เรย์


                เรย์รู้สึกอึดอัด ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอคิดถึงเขา ยอมรับได้อย่างไม่อายว่าคิดถึงมาก แต่เมื่อได้เจอจริงๆ เธอกลับหงุดหงิดใจ ทำตัวไม่ถูก ขุ่นเคือง โดยที่บอกไม่ได้ว่าเธอเป็นบ้าอะไร



                เธออยากวิ่งหนีไป ไม่อยากเจอหน้าเบนอีกแล้ว

 

 



เบน


                มื้อค่ำจบลง แม่นำกล่องอาหารที่เตรียมไว้ยื่นให้เรย์ บอกให้เธอเก็บไว้กินเป็นมื้อเช้า เบนเห็นว่าเรย์ชำเลืองมองมาทางเขาแวบหนึ่ง แล้วเบือนหน้าหนี หลบสายตา รับกล่องอาหารจากมือเลอา กล่าวลาสั้นๆอย่างรีบเร่ง และเผ่นออกจากบ้านของเขาไปเลย เบนนั่งนิ่งเหมือนคนโง่เกือบสามนาที ขณะที่เลอากับฮานคุยกัน เขานั่งอยู่ตรงนั้น พยายามไขปริศนา พยายามคิดให้ออกว่าเกิดอะไรขึ้น เขาทำพลาดตรงไหน



                และแล้วคำตอบทั้งหมดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า



                เขานี่มันโง่จริงๆ เรย์โตแล้วนะ เธอไม่ใช่เด็กอีกแล้ว ไม่ใช่เด็กที่จะยิ้มร่าดีใจ กระโดดเข้ากอด แลบลิ้นใส่ หรืออยากกินขนมหวาน เขาทิ้งเธอไป เขาไม่เห็นเธอมาเจ็ดปี ระหว่างนั้นเกิดเรื่องขึ้นสารพัด เธอหนีออกจากบ้านพลัต ไปแอบนอนในห้องเก็บของที่โรงเรียน เธอย้อมผมเป็นสีฟ้า เด็กผู้หญิงธรรมดาที่ไหนกันจะย้อมผมเปลี่ยนแปลงตัวเองมากขนาดนั้น เธอร้องไห้วันที่เขาจากไป เธอเสียใจ เจ็บปวด เขาสร้างรอยแผลให้เธอ ของขวัญและจดหมายที่เขาส่งให้ทุกปี อาจไม่มีความหมายอะไรเลย



                บัตเตอร์คัพ ไม่ควรเป็นคำพูดแรกที่เขาพูดกับเธอ หลังจากผ่านมาเจ็ดปี



                เบนลุกขึ้นยืน บอกกับพ่อและแม่ว่าเขาจะออกไปข้างนอกสักครู่หนึ่ง เขาไม่รอฟังคำถามต่อๆมาของคนทั้งคู่ เบนเดินลิ่วออกนอกประตู ขึ้นไปนั่งบนรถ สตาร์ทเครื่องยนต์ ขับออกไป เขาเห็นว่าเธอขี่จักรยานมา ตอนนี้คงไปได้ไม่ไกลนักหรอก เธอคงขี่กลับไปที่ร้าน



 

 

เรย์



                เรย์ไม่ได้กลับไปที่ร้าน เธอขี่จักรยานไปยังทางขึ้นเขา ปล่อยให้น้ำตาไหล เธอสูดน้ำมูก พยายามทำใจให้สงบ ขาปั่นโดยไม่หยุด มีรถยนต์ขับผ่านหน้าเธออย่างช้าๆ เธอขี่ต่อไป จนถึงบริเวณที่เธอต้องการ



                เด็กสาวทิ้งจักรยานไว้ และเดินต่อ ผ่านแมกไม้รกหนา จนถึงขอบผา

 

 



เบน


                เขาจอดรถ และลงเดิน ผ่านต้นไม้รกที่โค้งเป็นซุ้มประตู ไปจนถึงพื้นหญ้า ด้านหน้าคือผาชันที่มองลงไปเห็นทั้งเมือง แต่เขาไม่ได้มีสายตาไว้มองแสงสีจากบ้านเรือนเหล่านั้น เขากำลังมองแผ่นหลังที่อ้างว้างของเด็กสาวคนหนึ่ง



 

 

เรย์


                เรย์ได้ยินเสียงฝีเท้า จึงหันไปมอง เขาเดินเข้ามาหาเธอทีละก้าว ช้า มั่นคง มั่นใจ ในแบบของเขา สีหน้าของเบนดูยุ่งยากใจ แต่แววตาของเขายังเหมือนเดิม อ่อนโยนเหมือนวันที่เขาซื้อรองเท้าสีเหลืองให้เธอ เรย์ยืนนิ่งอยู่กับที่ ทรวงอกสะท้อนสะท้านตามจังหวะการหายใจรัวเร็ว  



                เธอไม่รู้ว่าเธอกำลังรู้สึกยังไงกับเบน ทุกอย่างสับสน วุ่นวาย อลหม่าน จนกระทั่งเขาเอื้อมมือมาแตะมือข้างขวาของเธออย่างแผ่วเบา



                “เรย์” เขาพูด ระบบในร่างกายของเรย์สั่นสะท้านเพราะน้ำเสียงของเขา “ฉันขอโทษ” มีแววอ้อนวอนในคำพูดนั้น และเรย์คิดถึงสัมผัสจากมือของเขาที่เคยขยี้ผมของเธอ เรย์อยากให้เขาลูบศีรษะของเธออีก “ขอโทษที่จากไป แต่ว่า ฉันกลับมาแล้วนะ เรย์”



                ความอดทนทั้งหมดทั้งมวลของเรย์ขาดสะบั้น



 

 

เบน


                เรย์โผเข้ากอด ป้ายน้ำตาและน้ำมูกลงบนเสื้อของเขา มีคนเดียวเท่านั้นที่เบนยอมทนฟังเสียงร้องไห้ ยอมให้เสื้อเลอะน้ำมูกหรือน้ำตามากเท่าไหร่ก็ได้



                มีคนเดียวเท่านั้นจริงๆ  










[Talk]

ยังคงเสี่ยงคุก เสี่ยงมากพี่เบนนนนน!!!

ฝากแจ้งยูนิเซฟด้วยค่ะ


จริงๆแล้ว อยากเขียนฉากที่จากกันตอนเรย์แปดขวบ (ที่เบนขับรถจากไปน่ะ) แต่ไม่รู้จะเขียนเรื่องช่วงนั้นออกมาอย่างไรดี เพราะในตอนนึง ก็ต้องมีเรื่องราวเกิดขึ้นหลากหลาย และจะให้ main point ของตอนมีแค่ "จากกัน"  มันแบบ... คงเขียนได้แค่ สองหน้า อ่ะจ้ะ 

ฉันเลยตัดสินใจข้ามมาตอนเรย์อายุ 15 เลย เพราะจะมีเรื่องให้เล่ามากขึ้น

ซึ่งตอนหน้า ก็อาจข้ามอายุไปอีก สองสามปี  อันนี้ต้องตัดสินใจอีกที


แต่เรื่องของพวกเขาจะจบลง เมื่อ เรย์อายุยี่สิบห้า และ เบนอายุสามสิบห้า ค่ะ 

อีกไม่กี่ตอน สอง หรือ สาม ตอนนั่นแหละมั้ง 

มาลุ้นกันนะว่าจะลงเอยอย่างไร


คิดยังไงกับเรื่องนี้ บอกให้รู้หน่อยนะ ชอบอ่านคอมเมนท์มากค่ะ




หมายเหตุ : ไม้ขีดไฟยี่ห้อ Ohio blue tip ฉันได้มาจากภาพยนตร์เรื่อง Paterson ที่ Adam Driver แสดงนำค่ะ ฉันรักหนังเรื่องนี้ รักมากจริงๆ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #836 Vandemort (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 23:00

    งืออ ชอบมากกกก

    #836
    0
  2. #605 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 22:13

    โอ๊ยยยยย ตอนนี้มันทั้งอิ่มและละมุนต่อใจมากเลยค่ะ รู้สึกความคุกเริ่มลดลง (อย่างน้อยน้องก็เป็นวัยสาวแล้ว) แต่ก็นะ...ยังคงเสี่ยงต่อตารางเหลือเกิน 555555 ตอนที่แล้วเรากำลังคิดสงสัยว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป เพราะมาถึงทางแยกของกันและกันแล้ว ละไหนจะยังเรื่องของบ้านพลัตที่เหมือนดงอสรพิษนั่นอีก เรื่องการแยกกันนั่นไม่ค่อยต่างไปจากที่จินตนาการไว้เท่าไหร่ มันต้องเศร้าอยู่แล้วล่ะ เรื่องที่น้องหนีออกมาจากบ้านพลัต คือก็พอคิดไว้ว่าเลอากับฮานคงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ต่างไปจากที่คิดไว้หน่อย เว้นก็แค่เรื่องโรสที่เซอร์ไพร์สเรามาก คือนางมีกันและกันตอนประถม แต่พอวัยมัธยมกลับต้องมาผิดใจกันเพราะการเสี้ยมไม่เข้าท่าและสถานการณ์ที่พาให้เป็นไปในทิศทางนั้น มันทำให้เราคิดถึงตอนเราเป็นเด็ก มีผิดใจกับเพื่อนบ้าง บางคนก็หายไปยาวเลย แต่ไม่เคยผิดใจร้ายแรงเท่ากรณีน้องเรย์กับโรสเลยค่ะ ข้ามเรื่องสะเทือนใจเรื่องนี้ไป เราดีใจที่เห็นเรย์เปลี่ยนแปลงตัวเอง แล้วก็สะบัดปลายผมยี่สิบห้าเซ็นโนสนโนแคร์กับเรื่องที่ลูซี่เต้าข่าวใส่ แล้วก็ดีใจที่เรย์มีเพื่อนใหม่ แถมยังเจ๋งสุดๆ ไปเลยด้วย แต่ไม่ดีใจเท่าตอนมาเจออิพี่เบนที่บ้านหรอกค่ะ เอาจริงตอนที่อ่านถึงซีนที่ฮานชวนไปกินข้าว เราคิดเอาไว้แล้วค่ะว่าอิพี่ต้องกลับมาแน่ๆ พอมาเจอกันก็กระอั่กกระอ่วนสำหรับเราค่ะ ก็นะ...หายไปเลยเจ็ดปี ถึงจะมีจดหมายก็ไม่เท่าเจอตัวจริงอย่างที่น้องว่าจริงๆ แหละ มันทำให้เราคิดถึงตอนสมัยเด็กค่ะ เวลาปิดเทอมทีไร แม่ชอบเอาเราไปอยู่กับยาย แล้วที่บ้านยายก็จะมีเพื่อนรุ่นๆ เดียวกัน เล่นด้วยกัน (ก็นะ...ไม่เล่นด้วยกันแล้วจะไปเล่นกับใคร) แต่พอกลับบ้านไปก็ลืมค่ะ พอกลับมาใหม่ก็จะได้แหละว่าเคยเล่นกัน แต่มันก็กระอักกระอ่วน ไม่รู้จะเริ่มยังไง แล้วของเราเนี่ยมันเป็นแบบปีเว้นปี คิดดูสิ...อิพี่เนี่ยเล่นล่อไป7ปี กลับมาคิดจะให้น้องเหมือนเดิมก็กระไรอยู่ ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดแล้วตาเบนเอ้ย! แต่ก็ยังดีนะคะที่มีเซ้นส์อยู่บ้างว่าต้องตามน้องมา ตอนที่โผกอดกันนี่เราเบะปากเลยค่ะ เอ็นดู...รู้สึกว่าการที่น้องเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งหมด เป็นยัยบลูแมทช์สุดท้ายก็คือยัยบัตเตอร์คัพคนเดิมของพี่เบนอยู่ดี T//T

    #605
    0
  3. #573 lamb_san (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 22:06
    อ่านรวดเดียวรู้สึกกลับมาหวีดว้ายเรย์โลหนักเมาก55555 รักสไตล์การเขียนของไรท์จังค่ะ อ่านแล้วรู้สึกเป็นเอกลักษณ์มากๆเลย รอตอนต่อไปค่าาา
    #573
    0
  4. #570 Tanumthebear (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 21:27

    อาาา หมอนขาดแล้วค่ะ ท่านผู้อ่านนน

    #570
    1
    • #570-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 50)
      31 พฤษภาคม 2561 / 22:05
      ฟิน ฟิน ฟิน
      #570-1
  5. #569 moriartyila (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 19:03
    ไม่ใช่สาวน้อยคนเดิมนะ เป็นสาวสวยของพิเบน แล้ววววววว
    #569
    1
    • #569-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 50)
      31 พฤษภาคม 2561 / 22:05
      พี่เบนจะอดใจไหวไหม?
      #569-1
  6. #568 fern (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 17:35

    ดีงามมาก เอาไป 10 10 10

    #568
    1
    • #568-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 50)
      31 พฤษภาคม 2561 / 22:05
      ขอบคุณจ้า
      #568-1
  7. #566 Rose-c (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 10:12
    ชอบตรงที่บอกว่าสีฟ้ามาบังสีเหลืองไปหมดแล้ว เห็นภาพมากๆเลยค่ะ TT
    #566
    1
    • #566-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 50)
      31 พฤษภาคม 2561 / 22:04
      พี่เบนถึงกับจุกไปเลยทีเดียว
      #566-1
  8. #564 ck94 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 22:52
    อาบจบแล้วน้ำตาไหลแบบห้ามไม่อยู่เลยค่ะ T_______T blue is so blue
    #564
    1
    • #564-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 50)
      31 พฤษภาคม 2561 / 06:49
      สีฟ้า เข้ามาแทนที่สีเหลืองแล้ว
      พี่เบนจะยังเรียกน้องว่า "บัตเตอร์คัพ" ได้อีกหรือเปล่านะ?
      #564-1
  9. #563 rainyk2 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 22:31
    ตอนนี้หน่วงเบาๆ แต่ก็จบอบอุ่นอยู่ สองคนมีอะไรในใจเยอะเลย ถ้าเคลียร์ใจกันได้แล้ว บทต่อไปจะมีแบบโมเม้นท์ละมุนของบัตเตอร์คัพกับพี่เบน ก่อนจะแยกย้ายไปทำภารกิจของตัวเองมั้ยคะ ไหนๆพี่จะเสี่ยงคุกแล้วต้องไปให้สุด 555 ชอบที่เบนได้แรงบันดาลใจจากน้องเรย์ที่จะทำเพื่อคนอื่นแทนที่จะหมกมุ่นกับปมของตัวเอง ดูตัวละครมีพัฒนาการดีจัง ต่อไปน้องโตก็อาจได้แรงบันดาลใจในการเลือกเส้นทางชีวิตจากพี่บ้างก็ได้เนอะ
    #563
    1
    • #563-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 50)
      31 พฤษภาคม 2561 / 06:48
      ฮ่าฮ่า โมเม้นต์ละมุนหรอคะ keep it PG-13 ไว้ก่อนละกันนะ
      #563-1
  10. #562 Kira Ren (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 22:21
    ชอบเรื่องซีรีส์นี้ของไรท์มากเลยค่ะ เราชอบอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา กับการเติบโตของคนสองคน ชอบสำนวนของไรท์มาก คำสวยกระชับ บรรยายความรู้สึกตัวละครให้คนอ่านรู้สึกจับใจได้ อ่านแล้วปวดใจไปกับเรย์ แล้วก็รู้สึกสับสนไปกับเบนด้วย ถึงแม้จะเป็นฟิค AU แต่ก็คงคาแรคเตอร์ความเป็นเรย์กับเบนได้ดีมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่ไรท์กลับมาเขียนเรื่องดีๆให้ได้อ่านกัน รอติดตามนะคะไรท์ ^^
    #562
    1
    • #562-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 50)
      31 พฤษภาคม 2561 / 06:48
      จริงๆแล้ว พวกเขาก็เติบโตมาด้วยกันนะ ถึงอายุจะห่างกันมากก็ตาม
      #562-1
  11. #561 janyanis (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 22:00
    ทำไมอ่านแล้วน้ำตาคลอ มันเหมือนจู่ๆ สิ่งที่เรารอแบบไม่หวังมาตลอดก็มาโผล่ตรงหน้า คงจะทำอะไรไม่ถูกได้แต่ร้องไห้แน่ๆ
    #561
    1
    • #561-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 50)
      31 พฤษภาคม 2561 / 06:48
      หลังจากรอคอยมานาน จนคิดว่าเขาคงไม่กลับมาแล้ว แต่จู่ๆเขาก็มา อารมณ์ก็จะประมาณ... ดีใจนะ แต่ก็เคืองๆด้วย
      #561-1
  12. #560 Tridthamon ImiMild MildVisa (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 21:55

    อ่านไปน้ำตาคลอเลยค่ะตอนนี้ ชอบมากๆ จะสุขก็ไม่ได้จะเศร้าก็ไม่สุด เข้าใจความเจ็บปวดของการจากลาดีเลยค่ะ ติดตามอยู่ตลอดนะคะ

    #560
    1
    • #560-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 50)
      31 พฤษภาคม 2561 / 06:47
      อารมณ์หน่วงๆ ไม่สุข ไม่เศร้า
      #560-1
  13. #559 Puddin (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 21:33

    พี่เบนก็อบอุ่นเหลือเกิน แต่พี่เบนก็ยังเสี่ยงคุกอยู่ดีนะคะ 55555 เขียนดีมากๆเลยค่ะไรท์ ชอบเรื่องนี้มากๆค่า????

    #559
    1
    • #559-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 50)
      31 พฤษภาคม 2561 / 06:47
      ขอบคุณค่ะ
      #559-1
  14. #558 ScarletLetter (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 21:29
    แงงงชอบตอนนี้มากเลยค่ะะ ชอบตอนที่บอกว่าสีฟ้าเปลี่ยนแปลงสีเหลืองไปแล้ว แต่จริงๆแล้วเรย์คนเดิมก็ยังอยู่นะ
    ละก็ชอบแรงบันดาลใจที่ทำให้เบนไปทพงานกะยูนิเซฟด้วยค่ะ เรย์เป็นแรงผลักดันที่สำคัญจริงๆ แต่ไม่ใช่ทุกเรื่องที่จะพูดไปได้เนอะ
    เรย์โตขึ้นมาหน่อยแล้ว แต่ก็ยังเสี่ยงคุกอยู่นะพี่เบน555555555
    #558
    1
    • #558-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 50)
      31 พฤษภาคม 2561 / 06:47
      ยังคงเสี่ยงจะเข้าตะรางอยู่ ฮ่าฮ่า สงสารเบนนะคะ
      #558-1
  15. #557 Ahappipy (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 21:28
    มันมีความอุ่น แต่ก็หน่วงแปลกๆ โอ้ยยยบอกไม่ถูกค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ
    #557
    1
    • #557-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 50)
      31 พฤษภาคม 2561 / 06:46
      หน่วงเพราะอายุห่างกันเยอะเนี่ยแหละมั้ง
      #557-1