Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 5 : As you’re pretty, so be wise; Wolves may lurk in every guise. [Red Riding Hood AU]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,311
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    15 ม.ค. 60




Red Riding Hood AU

Inspiration : Little red riding hood (Obviously!)

                    An American Werewolf in Paris

                    Out of the wood MV - Taylor Swift

Warning :  Explicit contents, Sexual tension, Parents should advise

Chapter : 1/ IDK 

                    

  




As you’re pretty, so be wise; Wolves may lurk in every guise. [Red Riding Hood AU]



            นานมาแล้ว ลึกเข้าไปในป่าที่มีต้นสนสูงเฉียดฟ้า ต้นไม้รกทึบ ชื้นแฉะ มอสส์ขึ้นปกคลุมทั่วก้อนหินจนแทบไม่เห็นเค้าสีเดิม ชาวบ้านพูดกันว่า อย่าเดินออกนอกเส้นทาง อย่าเดินลึกไปจนกลางป่า เดินทางให้ถึงจุดหมายก่อนมืด ไม่อย่างนั้น หมาป่า จะมาเอาตัวไป โดยเฉพาะเด็กหญิงและเด็กสาว เนื้อหอมหวาน ส่งกลิ่นไกลตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าไป หมาป่าอาจจ้องอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้ ปรากฏกายในร่างชายหนุ่ม คนแก่ หรือเด็กเล็กๆเพื่อหลอกล่อให้เหยื่อตายใจ ว่ากันว่า ไม่มีใครที่พบหมาป่า แล้วจะรอดกลับมาได้



            เบน โซโล ไม่เชื่อเรื่องเล่าไร้สาระแบบนั้น ถ้าไม่มีใครรอดกลับมาเล่าเรื่อง แล้วพวกเขารู้ได้ยังไงล่ะว่าในนั้นมีหมาป่า? ทั้งหมดนั่นมันไร้สาระ คนที่เริ่มเล่าเรื่องนี้ก่อน คงตั้งใจที่จะหลอกให้นายพรานและทุกคนกลัว ไม่กล้าเข้าไปหาพืชราคาแพงที่นั่น เพื่อจะเก็บไว้ขายเองแน่นอน นั่นคือทฤษฎีของเบน และเขารอวันที่เขาโตพอจะออกไปหาของป่าเองตามลำพังแทบไม่ไหว ทุกวันนี้ เขาได้ติดสอยห้อยตาม ฮาน พ่อของเขาไปทุกที่ พ่อสอนทั้งเรื่องพืชพรรณหายาก สัตว์ชนิดต่างๆที่ใช้เครื่องในของมันมาทำเป็นยาได้ และสอนเขาว่าไม้ชนิดไหนจะขายได้ราคาดีกว่า แต่ฮานไม่เคยเดินออกนอกเส้นทาง ทั้งที่พ่อก็เป็นพวกกล้าได้กล้าเสีย เรื่องเดียวเท่านั้นที่ฮานไม่กล้า คือหาเรื่องเจอกับหมาป่า



            “เพราะมันไม่ใช่แค่หมาป่าน่ะสิ เบน” ฮานบอก



          “แล้วมันคืออะไรครับ” เบนถามอย่างอยากรู้



          “พวกใช้เวทมนตร์ด้านมืดจนถูกสาป ต้องกลายเป็นสัตว์เดรัจฉาน ออกล่ากินเนื้อมนุษย์” ฮานตอบ



          “เวทมนตร์? ถูกสาป? ไม่เอาน่า พ่อ มีเรื่องพวกนั้นที่ไหนกัน” เบนหัวเราะอย่างไม่เชื่อเลยสักนิด



          “มีสิ เบน แค่เพราะลูกยังไม่เห็น ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอยู่”



          ถึงแม้ใครต่อใครจะพูดอย่างนั้น เบนก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เขาไม่ชอบทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูม กลัวอะไรโดยไร้เหตุผล สำหรับเขานั้น ต้องเห็นก่อน จึงเชื่อว่ามีอยู่ อย่างไรก็ตาม ชีวิตในหมู่บ้านชายป่าก็สงบสุขดี ไม่มีใครถูกสัตว์ทำร้ายมาหลายปีแล้ว มีแต่เรื่องเล่านั้นพูดต่อๆกันมา แต่แล้วในวันหนึ่ง เป็นวันที่เบนอายุครบสิบแปดปีพอดี ก็เกิดเรื่องขึ้นเป็นครั้งแรก



            เช้านั้นมีหมอกลงบางๆ อากาศขมุกขมัวราวกับเป็นสัญญาณบอกหายนะ หญิงชราที่ชื่อมาซเดินออกไปที่ชายป่า เพื่อเก็บลูกเบอร์รี่ตามปกติ แต่สายตาเหลือบเห็นโบว์สีฟ้าตกอยู่บนพื้น ใต้ต้นไม้สูงใหญ่ หญิงชราตาไม่ดีนัก ตอนแรกคิดว่าเป็นงูตัวเล็กๆ แต่เมื่อเห็นว่ามันแน่นิ่ง จึงใช้ไม้เท้าเขี่ยเข้ามาดูใกล้ จึงรู้ว่าเป็นโบว์สีฟ้าของเด็กหญิงคนหนึ่งในหมู่บ้าน มาซจำเด็กคนนั้นได้ เธอจำเด็กได้ทุกคนเพราะหน้าที่ของเธอคือเป็นหมอประจำหมู่บ้าน ยามเด็กเล็กป่วย ก็ได้มาซช่วยปัดเป่าโรคภัยให้ เธอคิดว่าเด็กคนนั้นอาจทำตกไว้ตั้งแต่เมื่อวาน จึงไม่ได้คิดอะไร ตั้งใจเก็บลูกเบอร์รี่ต่อ แต่เมื่อเดินลึกเข้าไปนั่นเอง เธอพบรองเท้าสีฟ้าหนึ่งข้าง มาซก็จำได้อีกนั่นแลว่าเจ้าของคือคนเดียวกับที่ผูกโบว์ หญิงชราเริ่มใจคอไม่ดี



            หนึ่งนาทีต่อจากนั้น ทั้งหมู่บ้านตื่นเต็มตาเพราะเสียงกรีดร้องของมาซ ทุกคนต่างเปิดประตูบ้านออกมา และเห็นหญิงชราร่างเล็กวิ่งหน้าตาแตกตื่น กลัวสุดจิตสุดใจ ชี้มืออันสั่นเทาไปทางป่า พูดจาตะกุกตะกักไม่ปะติดปะต่อกัน คนแรกที่เดินเข้าไปประคองไว้คือ เลอา แม่ของเบนและเป็นหนึ่งในสภาของหมู่บ้านนี้ เธอโอบมาซไว้ทั้งตัว ให้หญิงชราหายใจช้าๆ



            “หมาป่า... มันคือหมาป่า มันกลับมาแล้ว!



            สิ้นสุดคำพูดนั้น เบนเห็นชาวบ้านหันไปมองหน้ากันอย่างหวาดหวั่น สยดสยอง พวกผู้ชายต่างรีบรุดกันไปทางที่มาซชี้บอก ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทำให้เบนตามไปด้วย แม้แม่กับพ่อของเขาจะไม่เห็นด้วยเลยก็ตาม เด็กหญิงคนนี้ เบนรู้จัก เธอพูดเก่ง และชอบมาตามเกาะแกะตัวติดกับเบน เวลาเดินไปซื้อของตามร้านค้า เบนเคยซื้อลูกกวาดให้เธอ เธอจะยิ้มร่าเริงสดใส ขอให้เขาอุ้ม เธอค่อนข้าง แก่แดด เคยป่าวประกาศต่อหน้าแม่ของเขาเลยว่า ถ้าโตขึ้นจะแต่งงานกับเบน คงเป็นไปไม่ได้แล้ว เบนมองร่างไร้วิญญาณขาวซีดของเด็กหญิงบนพื้นป่า เลือดเกรอะกรังอยู่ที่ต้นคอ รอยแผลเป็นทางยาวมีหลายแห่ง ทั้งต้นแขน ขา เสื้อผ้าขาดเป็นริ้ว สีหน้าของเด็กหญิงเจ็บปวดแสนสาหัส ดวงตาเบิกค้างแข็ง เบนรู้สึกถึงน้ำย่อยตีกลับขึ้นมา จุกอยู่ที่คอ เขาทนไม่ไหว และหันหลังไปโก่งคออาเจียนอยู่กับต้นไม้ เขาไม่มีปัญหากับซากสัตว์ หรือการแล่หนังสัตว์ เดาว่าเขาคงมีปัญหากับศพมนุษย์เสียแล้ว



            “อ่อนหว่ะ” คำสบประมาท ทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมอง เห็นอาร์มิเทจ ฮักซ์ ลูกชายของเบรนดอล ฮักซ์ นายกเทศมนตรีประจำหมู่บ้าน พวกเขาไม่ชอบหน้ากัน และเหตุผลหลักของเบนก็คือ อาร์มิเทจเป็นคู่หมั่นของเจส พาวา ผู้หญิงที่เขาแอบรักมาสามปี



            “ยัยเด็กนี่ แฟนนายไม่ใช่หรอ โซโล” อีกเสียงมาจากผู้หญิงร่างสูง ผมบลอนด์ตัดสั้น ท่าทางทอมบอย คนนี้ชื่อ ฟาสม่า เป็นลิ่วล้อของอาร์มิเทจ



            ชาวบ้านไปรวมตัวกันที่สภาหมู่บ้าน ต่างปรึกษาหารือ กลัวไปต่างๆนานา เบนนั่งอยู่ข้างเพื่อนของเขาสองคนคือโพ ดาเมร่อนกับฟินน์ ทั้งคู่พูดคุยกันเรื่องอะไรบ้าง เบนไม่ได้ฟัง สายตาของเขาจับจ้องไปทางเจสที่นั่งตัวลีบอยู่ข้างอาร์มิเทจที่ทำท่ากร่างราวกับมีอำนาจเสียเหลือเกิน หมอนั่นไม่มีอะไรคู่ควรกับเจส เจสของเขา เพื่อนของเขาตั้งแต่จำความได้ พวกเขาสี่คน โพ ฟินน์ เบน และเจส เป็นเพื่อนรักกัน ทว่าตั้งแต่เริ่มโตเป็นหนุ่มเป็นสาว ความสวยน่ารักของเจสก็ไปถูกตาต้องใจหมอนั่น พ่อแม่ของเธอก็อยากให้เธอแต่งงานไปกับอาร์มิเทจ ใครจะไม่อยากล่ะ? ทุกครอบครัวในหมู่บ้านอยากยกลูกสาวให้หมอนั่น



            “นายคิดว่าไง เบน?” ฟินน์สะกิดถาม



            “หือ? อะไรนะ” เบนเกือบสะดุ้ง



            “เขาไม่ได้ฟังเราหว่ะ ฟินน์ มัวแต่มองดอกฟ้าอยู่” โพแซว



            “เงียบน่า” เบนเสียงดังใส่เพื่อน



            “ฉันจะแนะนำสาวคนใหม่ให้นาย เพื่อน” โพบอก ตบไหล่เบนหนักๆ “รับรอง คืนเดียวที่บาร์ของอันคาร์ พลัต นายจะลืมรักแท้เป็นปลิดทิ้ง ไม่เชื่อถามฟินน์สิ”



            “ให้ตาย นายไปกับเขาหรอ?” เบนหันไปถามฟินน์อย่างไม่อยากเชื่อ ฟินน์ทำสีหน้ากระอักกระอ่วน “ฉันล่ะเชื่อพวกนายจริงๆ ไม่มีสถานที่ไหนจะอโคจรได้เท่าบาร์ของหมอนั่นแล้ว” ไม่ใช่แค่ของมึนเมาเท่านั้นที่มีขายในบาร์ของพลัต ที่นั่นเลื่องชื่อว่าชายหนุ่มสามารถเด็ดดอกไม้กี่ดอกก็ได้ในคืนเดียว ถ้ามีกำลังจะจ่าย หรือร่างกายรับไหว



            “ทำเป็นเล่นไป ฟินน์น้อยของเราเป็นนักรักตัวพ่อยิ่งกว่าฉันอีก” โพยักคิ้ว ขณะที่ฟินน์ก้มหน้างุด



            บทสนทนาของพวกเขาเป็นอันต้องหยุดไป เบนมองแม่ของเขาเดินขึ้นไปบนโพเดียมและกล่าวให้ทุกคนอยู่ในความสงบ เตือนให้กลับเข้าบ้านก่อนค่ำ ดูแลลูกหลานไม่ให้เดินเข้าใกล้ป่า เท่านี้ทุกคนก็จะปลอดภัย พ่อของเด็กหญิงที่ตายโวยวายขึ้นมาว่า เขาต้องการคำตอบว่าอะไรฆ่าลูกสาวของเขา ภรรยาที่นั่งอยู่ข้างๆยังคงร้องไห้อย่างหัวใจแตกสลาย เบนเห็นความลำบากใจของเลอา เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เงยหน้า กวาดสายตามองทุกคน



            “เราค่อนข้างมั่นใจว่าสิ่งนั้นคือหมาป่า แต่อาจจะเป็นเพียงแค่หมาป่าธรรมดา ไม่ใช่อย่างที่พวกเราคิดกัน” เลอาบอก



            “ฉันว่าต้องใช่แน่” คนเริ่มกระซิบกระซาบกันอีกครั้ง



            “ถ้าทุกคนไม่สบายใจ เราจะกลับไปทำแบบเดิมก็ได้ ทาประตูเป็นสีแดง สวมเสื้อผ้าสีแดงเพื่อไล่หมาป่าไป” เลอาแนะนำ



            เมื่อการประชุมจบลง เบนก็เห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในหมู่บ้านแทบจะทันที พวกเขาต่างหาสีแดงมาทาประตู ทาบันไดหน้าบ้าน เพราะมีความเชื่อว่า สีแดงจะขับไล่ปีศาจหมาป่าไปได้ เบนไม่รู้จะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขายังคงไม่เชื่อเรื่องปีศาจ มันเป็นแค่หมาป่าธรรมดาเท่านั้น เขามั่นใจ เขากลับบ้าน และคืนนั้นก็พยายามอย่างยิ่งที่จะข่มตาหลับ



            เขาฝันประหลาด ฝันว่าตัวเองเดินลึกเข้าไปในป่า แสงยามกลางวันเริ่มเลือนหาย ความมืดหอบเอาความหนาวเย็นโรยตัวลงมา พร้อมกับหมอกสีเทาทะมึนที่ทำให้มองทางข้างหน้าแทบไม่เห็น เบนไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เงียบมากจนเกินไป เงียบราวกับไม่ใช่ป่ายามกลางคืนที่ควรมีเสียงสัตว์ หรือเสียงลมและใบไม้ไหว ความกลัววิ่งพล่านขึ้นมาตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าจนถึงขั้วหัวใจ และแล้วเขาก็เห็นเธอ หญิงสาวคนหนึ่ง ยืนห่างจากเขาไม่กี่ฟุต ใต้ต้นหลิวสูงใหญ่ที่ใบโน้มลงมาเป็นผ้าม่าน เธอแค่ยืนจ้องมองเขา ดวงตาคู่นั้นราวกับลุกเป็นไฟ เต็มไปด้วยแรงปรารถนา ไม่เคยมีใครมองเบนแบบนี้มาก่อน ขนทุกเส้นบนแขนของชายหนุ่มลุกชันด้วยความหวาดหวั่น เธองดงาม เส้นผมสีน้ำตาลหยักศกนิดๆ ผิวขาวจัดเหมือนกับแสงจันทร์ เธอยังคงมองเขา มีแรงดึงดูดประหลาดที่เบนอธิบายไม่ถูก เขาไม่อาจละสายตาจากเธอได้เช่นกัน เธอสวมชุดยาวสีดำรัดรูป เห็นสัดส่วนชัดเจน ชนิดที่เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก



            วินาทีต่อมา เขาถูกแรงมหาศาลที่มองไม่เห็นลากเข้าไปหาเธออย่างไม่อาจควบคุมหรือหยุดได้ เขาอยู่ใกล้เธอมาก แม้จะตัวสูงกว่า แต่กลับรู้สึกว่าคนที่มีอำนาจมากกว่าไม่ใช่เขา นัยน์ตาสีน้ำตาลของเธอเป็นประกายแรงกล้า ริมฝีปากชุ่มฉ่ำของเธอเผยอออกจากกัน แค่มองการขยับเพียงเล็กน้อย ก็ทำเอาเขาหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่มีผู้หญิงคนใดในหมู่บ้าน ไม่แม้กระทั่งเจส ที่จะมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าอันตรายได้มากเท่านี้ ต่อให้เป็นสาวๆในบาร์ของพลัต เบนก็มั่นใจว่าไม่มีใครเทียบผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาได้ เธอยกมือขึ้นมาช้าๆ เขาสังเกตเห็นเล็บที่ยาวผิดปกติของเธอ ทั้งยาวและแหลมคม เล็บที่นิ้วชี้แตะแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา เขากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าของเธอเงยขึ้น ขยับเข้ามาใกล้ เบนไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว เขาหลับตาปี๋ ขณะที่ศีรษะของเธอเอียงไปด้านข้าง เขารู้สึกถึงลมหายใจอุ่นร้อนรดบนต้นคอ ตามมาด้วยอะไรเปียกๆลื่นๆ เธอกำลังเลียเขา!



            เบนอยากจะขยับออก อยากจะหนี แต่ร่างกายเขยื้อนไม่ได้แม้แต่เซนติเมตรเดียว ลิ้นของเธอ ทั้งอุ่น ร้อน ส่งกระแสเดือดพล่านผ่านผิวหนังของเขาไปยันเส้นเลือด เธอเลียต้นคอ แก้ม เลื่อนมาจนถึงคาง ก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นมอง เบนเผลอลืมตาและมองเธอ ทำให้เขาหน้าร้อนผ่าว ร้อนรุ่มไปทั้งตัว ริมฝีปากของเธออยู่ใกล้เข้ามาก เบนยังไม่เคยจูบใคร คนที่เขาอยากจูบ เขาก็ไม่มีสิทธิ์เสียด้วย นอกจากเจส เขาก็ไม่เคยมีความรู้สึกพวกนี้เลย มุมปากของเธอยกขึ้นน้อยๆเหมือนจะยิ้มเยาะ ราวกับรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร เธอขยับเข้าใกล้ ปลายลิ้นแตะที่ริมฝีปากล่างของเขาอย่างหยอกเย้า เขาอยากให้เธอจูบเขา ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ เขาไม่สนว่าเธอเป็นใคร หรืออะไร เขาต้องการ...



            “ของฉัน”



          เสียงกระซิบของเธอลอดผ่านริมฝีปาก แผ่ว แต่หนักแน่น เหมือนมนต์สะกด เหมือนตีตรา เบนสะดุ้งเฮือกสุดตัว ลุกขึ้นนั่ง หอบหายใจ รู้สึกว่าเสื้อเปียกชุ่มเหงื่อเหมือนวิ่งมาเป็นไมล์ เขากลับมาอยู่บนเตียงอีกครั้ง แสงอาทิตย์อ่อนๆทอผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้อง เขาเลื่อนมือขึ้นไปจับแก้มและต้นคอ บริเวณที่เธอสัมผัสในความฝันยังอุ่นร้อน แต่ที่สำคัญก็คือ เขาก้มลงมองอวัยวะที่นูนขึ้นมาดันกางเกงอย่างชัดเจนตรงหว่างขา



            “เบน!” เสียงเรียกของแม่มาพร้อมกับเสียงเปิดประตู เวรเอ๊ย เขาสบถในใจ คว้าหมอนมาวางบนตัก ปิดเอาไว้แทบไม่ทัน แม่ของเขามีสีหน้าไม่ค่อยดีเอาเสียเลย “เกิดเรื่องกับเจส”



            เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นเมื่อคืน ไม่มีใครรู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แม้แต่เบนก็ไม่เข้าใจ เจสเป็นหญิงสาวที่อยู่ในโอวาทมากที่สุดคนหนึ่ง เธอไม่น่าจะออกไปเดินท่อมๆกลางดึก ยิ่งใกล้ชายป่า ก็ยิ่งไม่น่าเป็นไปได้ เจสถูกหมาป่าทำร้าย มีแผลเหวอะหวะบนใบหน้า เอว และท่อนขาทั้งสองข้าง เธอไม่ได้สติ มาซพยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ พ่อแม่ของเจสเฝ้าอยู่ด้วยไม่ได้ห่าง เช่นเดียวกับอาร์มิเทจ เบนไม่เคยเห็นเขาร้องไห้หรือเสียใจต่ออะไรมาก่อน แต่วันนี้ดวงตาของเขาแดงก่ำ จับมือเจสเอาไว้ตลอดเวลา เบนอาจจะเคยไม่ชอบหน้าหมอนี่ แต่ก็ต้องยอมรับว่า อาร์มิเทจคงจะรักเจสจริงๆ ไม่ใช่แค่อยากเอาชนะเบน หรือเพราะเจสสวยน่ารักที่สุดในหมู่บ้าน โพกับฟินน์ตามมาสมทบเบนทีหลัง พวกเขามองหน้ากัน อับจนถ้อยคำ ไม่รู้จะทำอย่างไรได้ นอกจากหวังพึ่งมาซ หมอประจำหมู่บ้านให้ช่วยชีวิตเธอ



            เบนอยู่กับเจสจนถึงเที่ยง ก็คิดว่าสมควรจะกลับได้แล้ว เขาออกจากบ้านของเจส หมู่บ้านไม่เคยเงียบขนาดนี้มาก่อน ทุกทีจะมีเด็กวิ่งเล่น ผู้คนพลุกพล่าน เอ่ยทักกันข้ามถนน เด็กสาวเดินหัวเราะกันตามทางเท้า พวกเด็กหนุ่มส่งเสียงผิวปาก วันนี้ไม่มีใครกล้าออกจากบ้าน ประตูทุกบานปิดสนิท ผ้าม่านก็ปิด อย่างกับเป็นเมืองร้าง เบนกำลังจะเดินข้ามถนน แต่ข้อมือของเขาถูกดึงเอาไว้ก่อน



            “มาซ?” เบนเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างแปลกใจ “มีอะไรหรือเปล่าครับ”



            “เธอเป็นเพื่อนสนิทของเจสใช่ไหม” มาซถาม เบนพยักหน้า “จะทำทุกอย่างให้เจสปลอดภัยและฟื้นขึ้นมาใช่ไหม?”



            “ทำไมคุณถึง...”



            “ใช่ไหม?” มาซเน้นหนักคำถามเดิม



            “ใช่ครับ แต่ทำไม... คุณรู้อะไรงั้นหรอ” เบนมองอีกฝ่ายอย่างสนใจ



            “บาดแผลของเจสไม่ได้เกิดจากหมาป่าธรรมดา ไม่ใช่หมาป่าตัวเดียวกันกับที่ทำร้ายเด็กหญิงเมื่อวาน ตัวที่ทำร้ายเจส ตั้งใจไม่ให้เธอถึงตาย แค่หลับไม่ตื่น ถ้าไม่มียารักษาที่ถูกต้องล่ะก็ เธอจะไม่มีวันฟื้น” มาซบอก ดวงตากลมโตของเธอมองเขา และจับมือเขาแน่น “ฉันต้มยานั้นได้ แต่ต้องมีสมุนไพรหายากสี่ชนิด ที่จะหาเจอได้ในป่าลึกเท่านั้น”



            “เข้าใจแล้ว ผมจะหามา” เบนตอบอย่างไม่ลังเล “คุณมีรูปสมุนไพรนั้นไหม”



            “มี ฉันวาดเสร็จหลังจากเธอออกมา” มาซหยิบกระดาษที่เหน็บไว้กับกระโปรงส่งให้เบน



            “ทำไมคุณบอกผม ไม่บอกคนอื่น” เบนถาม ขณะคลี่กระดาษออกดู เห็นภาพสมุนไพรทั้งสี่ชนิด ภาพลายเส้นชัดเจน เบนคิดว่าเขาคงทำภารกิจนี้ได้



            “เพราะเธอเป็นคนเดียวที่ดูจะกล้าพอเดินป่าออกไปในช่วงนี้น่ะสิ” มาซให้เหตุผล “เธอจะทำไหม?”เบนไม่มีทางกล่าวปฏิเสธ เขาพยักหน้าตกลง และบอกว่าจะเดินทางทันทีที่เตรียมของเรียบร้อย “ดี ทีนี้จำไว้นะ หนุ่มน้อย จงมีความฉลาดให้เหมือนกับความงาม หมาป่าอาจหลบซ่อนแปลงกายมาในรูปแบบใดก็ได้ อย่าพูดกับคนแปลกหน้า จงระวังให้ดี”



            เบนรับปากว่าจะระวัง เขาตรงดิ่งกลับบ้าน แอบหยิบธนูกับคันศรของพ่อออกมาสะพายหลัง คว้ามีดพกกับขวานมาเหน็บไว้ กระเป๋าเก็บสมุนไพรมาสะพาย ก่อนจะออกไป เขามองเสื้อคลุมสีแดงอย่างไม่แน่ใจ คำพูดของมาซลอยกลับเข้ามา ไม่ใช่หมาป่าธรรมดา เบนไม่เคยเชื่อเรื่องปีศาจหมาป่า หรือเวทมนตร์ เขามองว่ามันไร้สาระ เป็นแค่นิทานหลอกเด็กให้กลัว แต่หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นสองวันติด และความฝันของเขาเมื่อคืน อาจเป็นแค่ฝันโง่ๆ แต่ลางสังหรณ์ทำให้เขาหยุดอยู่ตรงประตู มองเสื้อคลุมสีแดง สุดท้ายเขาก็คว้ามัน และเอาติดตัวไปด้วย



            ร่างสูงเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ว่องไว เดินตัดข้ามทุ่ง ผลุบหายเข้าไปในป่า สมุนไพรที่มาซบอกให้หา ไม่สามารถเจอได้ ถ้าเดินไปตามเส้นทางที่แพ้วถางไว้แล้ว เขาจำเป็นต้องเดินออกนอกเส้นทาง เบนพยายามอย่างมากที่จะต่อสู้กับความกลัวในใจของตัวเอง เพื่อเจส ทั้งหมดนี้ เพื่อช่วยชีวิตเธอ เขากัดริมฝีปาก มองเส้นขอบทาง เลยเข้าไปในป่ารกทึบ เขาสูดลมหายใจ และทำสิ่งที่ไม่มีใครในหมู่บ้านกล้าทำ เพื่อไม่ให้ตัวเองหลง เขาใช้มีดพกทำสัญลักษณ์ไว้บนต้นไม้ ก้าวเท้าอย่างรวดเร็ว เขามีเวลาไม่มาก มีแค่ครึ่งวัน ไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะมืด



            เขาใช้ขวานจามพุ่มหนามเป็นช่องพอลอดได้ แล้วก็เจอสมุนไพรชนิดที่หนึ่งซึ่งอยู่ใต้โพรงไม้ เขาดึงมันขึ้นมาทั้งรากและเก็บใส่กระเป๋า คิดว่าควรเอาไปมากหน่อย เผื่อเอาไว้ก่อน เบนเดินทางต่อ เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ เกือบเย็นแล้วตอนที่เขาเจอสมุนไพรทั้งหมดครบตามที่มาซต้องการ ถึงจะเหนื่อย เหงื่อไหลเต็มตัว แต่ก็คุ้มค่า ถึงเวลาออกจากป่านี้เสียที เบนเดินย้อยกลับไปทางเดิม มองหาสัญลักษณ์บนต้นไม้



            มันหายไป!



            อะไรกันวะเนี่ย? เขาสบถในใจอย่างหัวเสียและกลัวด้วย ร่างสูงวิ่งปราดไปซ้ายทีขวาที มองต้นไม้ทุกต้น เขาทำสัญลักษณ์ไว้ตลอดทาง มันจะหายไปได้ยังไง เหงื่อเม็ดเป้งผุดบนหน้าผาก แต่สันหลังเย็นเฉียบด้วยความกลัวสุดใจ เขาไม่ได้สังเกตอะไรเลยระหว่างที่เดินมา และต่อให้สังเกต ก็ไม่มีวันจำได้หมด หรือรู้หรอกว่ากำลังเดินไปทางไหน เพราะอย่างนั้นถึงต้องทำสัญลักษณ์เอาไว้ เบนหอบหายใจ เขาอยู่คนเดียว กลางป่าทึบที่อันตราย มีสิ่งมีชีวิตที่ทำร้ายผู้คนในหมู่บ้าน



            ขณะที่เขากำลังพยายามตั้งสติ หูก็ได้ยินเสียงสวบสาบ เขาหยิบคันศรขึ้นธนูเตรียมพร้อม หันไปทางต้นเสียง เจ้าสิ่งนั้นเดินสี่เท้าอ้อมหลังต้นไม้ใหญ่มาเผชิญหน้า เบนยิงธนูออกไป แต่มันกลับตกกลางทางอย่างง่อยเปลี้ยอย่างไม่น่าเป็นไปได้ แผ่นอกของชายหนุ่มสะท้อนขึ้นลงด้วยความกลัวสุดขีด ร่างของมันใหญ่กว่าที่เขาคิดไว้เยอะเลย นี่มันตัวขนาดหมีย่อมๆแล้ว ขนสีน้ำตาลแซมดำสลับขาว หูตั้ง ดวงตามองตรง ที่ปากยับย่นเพราะกำลังส่งเสียงขู่ และเมื่อมันอ้าปาก เขาก็เห็นเขี้ยวขาวอันน่าสะพรึง



            เบนหันหลังวิ่งหนี มันไล่ตาม ฝีเท้าของมนุษย์ หรือจะอาจหาญสู้ฝีเท้าของหมาป่า เขาหันกลับไป ยิงธนูใส่อีก ยิงใส่ไม่ยั้ง เร็วเท่าที่เขาสามารถจะหยิบและง้างคันศรได้ เขายิ่งแม่น แต่มีอะไรบางอย่างหยุดลูกธนูของเขาไว้กลางทาง



            มันกระโดดเข้าใส่ อ้าปากกว้าง ง้างกรงเล็บ นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เบนได้เห็น       









Writer's Talk

ฉันไม่ถูกกับหมาเลยค่ะ ยกตัวอย่างเช่น มันจะไม่เห่าคนอื่น แต่จะเห่าฉัน  ฉันเดินไปดีๆพร้อมกับคนอื่น มันกัดฉัน ฉันกำลังจะข้ามถนนพร้อมคนอีกเยอะแยะ มันเลือกที่จะกระโดดงับกระเป๋าฉัน ทั้งที่กระเป๋าฉันไม่มีของกิน แต่คนข้างหน้าฉันมี เวลาเดินผ่าน พวกมันชอบจ้องฉันแปลกๆ เหมือนจะข่มขู่ ซึ่งส่วนใหญ่ฉันจะจ้องกลับ เป็นเหมือนกันหมดทุกสายพันธุ์ ไม่ว่าตัวเล็กน่ารัก หรือใหญ่โตเหมือนหมี   เพราะฉะนั้น ฉันไม่ชอบหมาเลยค่ะ 

แต่ต้องยอมรับว่า ชอบอุปนิสัยของ หมาป่า และ จิ้งจอก เพราะว่า พอนำมาเป็นส่วนหนึ่งของตัวละครทีไร มันน่าสนใจทุกที 

สำหรับเรื่องนี้ ตอนแรกก็กะจะให้ไคโลเป็นหมาป่านะคะ แต่คิดไปคิดมา แหม่ มันไม่น่าตื่นเต้น อีกอย่าง เบน โซโล หนุ่มเวอร์จิ้น ขี้อาย ไม่ประสีประสา แถมเดินหลงทาง มันน่า.... >,.< 


ยังอ่านกันอยู่หรือเปล่า? คิดอย่างไร ร้องเพลงไว้ในคอมเมนท์นะ  ราตรีสวัสดิ์ค่ะ พรุ่งนี้ตื่นตีสี่มาดู Sherlock กัน

                    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #813 Cherry Wanlada (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 14:58
    เรย์มีความแซ่บบบบบบบบบบ ชอบมากกกกก คือแต่งมาล่อล่วงพี่เบนเต็มที่555555
    #813
    0
  2. #494 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:04
    โง้ยยยยย~ ชอบมากเลยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของหมู่บ้านกลางป่า ดินชื้นๆ และความอึมครึมอากาศขมุกขมัว อ่านแล้วเหมือนหลุดไปอยู่ในบรรยากาศแบบนั้นเลยค่ะ แล้วก็...เราดีใจมากที่ได้มาอ่านอะไรที่เป็นเบน โซโล แต่ตอนเปิดอ่านนี่เดาว่าตาพี่จะเป็นหมาป่าแล้วน้องคือหนูน้อยหมวกแดงซะอีก แต่พอมาเจอแบบนี้ก็โอเคค่ะ ชอบเหมือนกัน เผลอๆ ชอบมากกว่า อ่านพาร์ทความฝันที่แสนจะอันตรายเหมือนไฟเจอน้ำมันของตาเบนแล้วแบบ... *ยิ้มกริ่ม* ในฝันยังยั่วเย้าขนาดนี้ ถ้าหลุดมาจากฝันคงต้องโดนแม่หมาป่าสาวแสนลึกลับและอันตรายขย้ำกลืนไปทั้งตัวแน่ และเจ้าตัวประหลาดที่ยิงธนูไม่เข้าก็คือหล่อนใช่มั้ย? ใช่มั้ยนะ? >w<
    #494
    0
  3. #422 Alekisme (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 11:29
    กรี๊ดดดด หนุ่มเวอจิ้น ขี้อาย ไม่ประสีประสา หลงทางกลางป่า55555 เอ็นดูเบนเวอร์ชั่นลูกกวางตัวน้อย นุ้งเรย์ก็เผ็ชชชมากค่ะ มาลองชิมถึงที่เลย หึหึ สลับบทแล้วดูวาบหวิว อีโรติกดีค่ะ55 คิดภาพเบนตัวสั่นๆโดนเรย์กดนี่ก็ ... ไปฟินแลนด์แบ้ว ฮือออ

    แอบชอบที่มีบทบรรยายดูดิบๆดีนะคะ อย่างที่น้องเบนตื่นตัวเพราะเจอหมาป่า?สาวมาชิมในฝันก็เกิดอารมณ์ ไม่ได้คิดหื่นอะไรนะคะ55 แต่แค่รู้สึกว่าเลือดลมเดินกำลังดีเลยค่ะ อ่านแล้วกระชุ่มกระชวย มีนิดๆหน่อยๆหวิวๆให้ฟีลโรแมนซ์แฟนตาซีเบาๆ (=..= //// )
    #422
    1
    • #422-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 5)
      24 มกราคม 2561 / 21:57
      หนุ่มเวอร์จิ้น มันน่ากินค่ะ ว๊ายยยย ฉันพูดอะไรเนี่ย
      #422-1
  4. #295 Audaidaj (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 17:43
    พล็อตที่วางไว้เจ๋งดีค่ะ แทนที่เบนจะเป็นหมาป่า เปลี่ยนกันบ้างน่าสนุกดีค่ะ
    #295
    0
  5. #37 Apirujeeners (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 21:05
    เรย์ได้คราวเป็นหมาป่าบ้างแกล้ง โหดเลยนะคะ 555555555
    #37
    1
    • #37-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 5)
      17 มกราคม 2560 / 21:42
      ขอบ้างๆ ถือว่าเอาคืนจากตอนเรื่อง Lost Souls แล้วกัน
      #37-1
  6. #35 `PS.AriA†´ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 22:52
    เห็นด้วยมากว่าไคโลเป็นหมาป่านี่ธรรมดาไปแล้ว หมาป่าเรย์ตัวร้ายกับหนุ่มน้อยเบนนี่ก๊าวมาก งื๊อออ ชอบ เขมือบเขาเลยเรย์!
    #35
    0
  7. #30 ชื่อช้อยค่ะ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 22:53
    ชอบบทของเรย์บทนี่จังยังกะนางยั่วเลย มาหลอกล่อกันในความฝันไม่พอยังมาหาหรืองาบ(????)ถึงที่อีก55555555
    อ่านตอนช่วงเรื่องเล่าแรกๆคิดตัวเหลียนในเทศกาลตรุษจีนเลย
    #30
    1
    • #30-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 5)
      16 มกราคม 2560 / 03:38
      งาบ? ว๊ายยยย พูดอะไร 5555
      ใช่ค่ะ เหลียนวันตรุษจีน
      #30-1
  8. #29 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 20:47
    จะไคโลเป็นหมาป่า หรือเรย์เป็นหมาป่า ก็ดีงามทั้งนั้นค่ะ TT ( แต่เราเอียงไปทางเรย์เป็นหมาป่ามากกว่านิดนึง ชอบเวลาผญอยู่ดาร์คไซต์และผชอยู่ด้านสว่าง ถึงเรย์โลออริจะเป็นด้านตรงข้าม แต่ก็อ่านเพราะติ่งเรย์โล 555) พี่อดัมข้างบนแบ๊วมาก ใสมาก //บางทีเราก็มองว่าเขาสวย .....
    เอาดีๆ หนุ่มเวอร์จิ้น มันก็..น่ารักดีเหมือนกันนะ 5555 เอาสิ เบนโดนหมาป่าseduce ซะแล้ว
    หมาป่ากับจิ้งจอก เราก็ชอบค่ะ นอกจากนั้นก็งูกับสิงโต อีกาอีก
    ยังรออ่านอยู่นะคะ รอรอรอ :q 
    #29
    6
    • #29-4 ลิลหรี่(จากตอนที่ 5)
      15 มกราคม 2560 / 21:36
      ต้องระวังหลังไหมนิ ถถถ เราคิดว่าไรท์ตามทุกเรื่องที่มีพี่อดัมเล่นซะแล้วค่ะ (....)
      #29-4
    • #29-5 Silver-Sky(จากตอนที่ 5)
      16 มกราคม 2560 / 17:11
      เกือบทุกเรื่องค่ะ บางเรื่องก็ยังไม่ได้ดู ตอนนี้รอดู Paterson เห็นรูปเฮียอดัมแล้ว มุ้งมิ้งงานดี ใจละลาย และรอเรื่อง Silence ด้วยค่ะ เล่นกับ Andrew Garfield ฉันเคยชอบผช.คนนี้มากเหมือนกัน ก่อนที่จะเลิกกับ Emma Stone น่ะนะ ตอนนี้เฉยๆ แบบว่า ยังไงดี... เพราะ Andrew รัก Emma ฉันก็เลยรัก Andrew
      #29-5
  9. #28 Skye1907 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 20:37
    เบยเจอหมาป่าสาวเข้าให้--
    #28
    1
    • #28-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 5)
      15 มกราคม 2560 / 20:49
      สาวร้ายด้วยน่ะสิ
      #28-1
  10. #27 shanshala (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 20:07
    ชอบบบบ
    #27
    1
    • #27-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 5)
      15 มกราคม 2560 / 20:15
      ขอบคุณจ้า
      #27-1