Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 48 : [Reminisce Series] : Cigarette

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 501
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    27 พ.ค. 61



Cigarette








เบน



                ความผิดหวังเหมือนดั่งน้ำแข็งที่สาดเข้าหน้า ปล่อยให้ความเย็นเยียบซึมลึกลงไปใต้ผิวหนัง จากความเย็น แปรเปลี่ยนเป็นไฟทรมานที่เผาผลาญจิตใจ กลายเป็นความโกรธ สำหรับเบน เขารับมือกับความผิดหวังและความโกรธได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเขาผิดหวังในตัวใครสักคนหนึ่ง วิธีที่เขามองคนๆนั้นจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง



                เบนได้ยินเสียงฮานกับเลอาคุยกันมาสักพักแล้ว เขาแอบย่องอย่างเงียบกริบ ยืนอยู่หน้าห้อง ข้างประตูที่ปิดสนิท พยายามจับใจความสิ่งที่พ่อกับแม่แอบคุยกัน พวกเขาเพิ่งกลับจากการประชุมผู้ปกครอง พ่อแม่เข้าไปคุยกับครูที่ปรึกษา โดยที่เขายืนรออยู่นอกห้อง เบนไม่รู้ว่าครูบอกพ่อกับแม่เรื่องอะไรบ้าง ตลอดทางกลับบ้าน ก็ไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้เลย จนกระทั่งเวลาอาหารเย็นผ่านไป แม่พูดถึงแต่เรื่องงานที่สำนักงานเทศบาลประจำเมือง และพ่อเล่าเรื่องความเป็นไปของธุรกิจผลิตอะไหล่รถยนต์ เบนจึงมั่นใจว่าพ่อกับแม่กำลังปิดบังอะไรสักอย่าง



                “เขาเหมือนคุณตาของเขาเกินไป”



                เบนได้ยินเสียงแม่ดังแว่วๆออกมา คิ้วของเด็กหนุ่มขมวดเข้าหากัน ไม่เคยมีใครพูดถึงคุณตามาก่อน ในบ้านไม่มีรูปของคุณตาเลยสักใบ แม้แต่แม่ก็ไม่เคยเล่าให้เขาฟังว่าคุณตาเป็นใคร



                “เราจะต้องป้องกันไม่ให้เขาเหมือนไปมากกว่านี้” แม่พูดต่อ



                “เลอา” ฮานเอ่ยเรียกอย่างเหนื่อยอ่อน “คุณก็เห็นรายงานจากครูที่ปรึกษาแล้ว เขาตั้งใจจะเรียนต่อทางด้านดนตรี เขาแอบไปเรียนกีตาร์กับเพื่อน ฝากมอเตอร์ไซค์ไว้ที่บ้านของพวกฮักซ์”



                “เราจะแก้ไขเรื่องนี้ได้” เลอาบอกอย่างใจเย็น “ฉันจะลองโทรไปคุยกับคุณนายฮักซ์ บอกให้เธอช่วยคุยกับลูกชายของเธอให้เลิกยุ่งกับเบน เราจะไปจัดการมอเตอร์ไซค์คันนั้น และเครื่องดนตรีทุกชิ้นที่เขาฝากไว้...”



                “เขามีวงดนตรีนะ เลอา!” ฮานพูดเสียงดังขึ้น



                “ฉันจะจัดการทุกคนที่อยู่ในวงนั้นเอง” เลอาพูดอย่างมั่นใจ



                “คุณไม่คิดว่ามันโหดร้ายไปหน่อยหรอ?” ฮานถาม



                “ฮาน คุณก็รู้ว่าพ่อของฉัน เคยทำอะไรไว้กับครอบครัวของฉันบ้าง” น้ำเสียงของเลอาสั่นเทา “คนภายนอกเห็นเขาเป็นผู้ชายในฝัน มีพรสวรรค์เต็มเปี่ยม แต่เมื่อเขาอยู่ที่บ้าน... กับแม่ของฉัน เขาทำให้แม่ต้องตาย ฉันจะไม่ให้เบนเดินเส้นทางเดียวกันหรอก ไม่มีทาง”



                “เขาอาจจะไม่เป็นแบบเดียวกับพ่อของคุณก็ได้” ฮานพูดอย่างมีความหวัง “เราเลี้ยงเขามาอย่างดี เบนเป็นเด็กที่มีความสุข ผมมั่นใจว่าเขาเป็นคนอ่อนโยน”



                “คุณจำเรื่องที่เขาต่อยเพื่อนร่วมชั้นจนต้องเข้าโรงพยาบาล ตอนอายุสิบห้าไม่ได้หรือคะ? ยังมีเรื่องเมื่อปีก่อนอีก เขาขับรถชนป้าย ถ้าตรงนั้นไม่ใช่แค่ป้าย แต่เป็นคนล่ะ ตอนนี้เขาซ่อนมอเตอร์ไซค์กับกีตาร์ไว้บ้านเพื่อน เราจะแน่ใจได้ยังไงว่าเขาไม่ได้ซ่อนอะไรที่ร้ายแรงกว่านั้น อย่าง ยา มีด ปืน หรือ... ไม่รู้สิ”



                เบนฟังพอแล้ว เขาเดินกลับออกมาด้วยความรู้สึกหลายอย่างผสมปนเป หัวใจของเขาเหมือนจะดิ่งลงไปอยู่ใต้พื้นปูน แม่มองเขาแย่อย่างนั้นเลยหรือ? แม่คิดว่าเขาจะหันไปเล่นยา คิดว่าเขาเป็นพวกชอบใช้กำลัง คิดว่าเขาจะขับรถชนคนตาย หรือกลายเป็นฆาตกรโดยเจตนาได้เลยหรือไง? เขาแย่มากเลยหรือ? ทำไมแม่พูดเหมือนกับว่าเขาเป็นคนไม่ดี เขาทำอะไรผิด? โอเค ใช่ เขาอาจจะทำผิดไปบ้าง เขาเป็นวัยรุ่นคนหนึ่ง เลือดร้อน ทำอะไรโดยไม่คิดให้รอบคอบเป็นบางครั้ง เขาต่อยหน้าไอ้เด็กคนนั้นจนมันต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะมันมาทำร้ายอาร์มิเทจ เพื่อนสนิทของเขาก่อน เขาขับรถชนป้าย เพราะเขาเมานิดหน่อย เผลอทำโทรศัพท์ตกบนพื้นรถ คิดว่าจะหยิบถึง ก็เลยละสายตาจากถนน เขาไม่ได้จะกลายเป็นฆาตกรได้เพราะเรื่องแค่นี้สักหน่อย



                สิ่งที่เบนไม่เข้าใจมากที่สุด คือ ทำไมแม่ไม่พูดกับเขาตรงๆ หรือพ่อจะเป็นคนพูดก็ได้ ทำไมไม่เคยเล่าเรื่องคุณตาให้ฟัง ไม่เคยบอกเขาเลยว่าคุณตาเป็นคนเลว นิสัยไม่ดี โหดร้าย ที่ทำให้คุณยายต้องตาย และเป็นแผลใจในความทรงจำของแม่ ทำไมพวกเขาคิดว่าเบนจะเป็นเหมือนคุณตา ถ้าพวกเขากลัวว่าเบนจะเหมือน ทำไมพวกเขาไม่บอกล่ะ แค่พูดออกมาว่า คุณตาเป็นอย่างนั้นนะ อย่างนี้นะ อย่าเดินไปบนเส้นทางเดียวกับเขาคนนั้น ทำไมต้องปิดบังด้วย หรือว่าแม่กลัวที่จะต้องพูดความจริง



                แม่เป็นนายกเทศมนตรีที่ชนะการเลือกตั้งถึงสองสมัย ประวัติของแม่ขาวสะอาด ครอบครัวของแม่ดูมีความสุข เบนเป็นเด็กดี อยู่ในโอวาท แม้จะก่อเรื่องตามประสาวัยรุ่นบ้างก็ตาม แต่เบนก็ถือว่าเป็นเด็กดีคนหนึ่ง คนในเมืองไม่เคยพูดถึงคุณตาหรือคุณยายของเบน เป็นไปได้ไหมว่าพวกเขาไม่รู้ว่าพ่อกับแม่ของเลอาเป็นใคร และถ้ารู้ขึ้นมา ข้อมูลนี้จะสั่นคลอนความสมบูรณ์แบบที่แม่สู้อุตส่าห์สร้างขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง แม่จึงเลือกที่จะไม่บอกใคร แม้แต่กับเบน



                อย่างไรก็ตาม เบนผิดหวัง เขาไม่ชอบให้มาพูดถึงเขาในทางแย่ๆ ไม่มีใครชอบหรอก ยิ่งถ้าบุคคลนั้นคือพ่อกับแม่ของตัวเองด้วยแล้ว เขายิ่งรู้สึกไม่ชอบใจ เสียใจ น้อยใจ



                เมื่อเด็กหนุ่มกลับถึงห้อง ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเหล่านั้น ชักจะเปลี่ยนเป็นความโกรธทีละน้อย ความชอบของเขาก็เป็นเรื่องผิดด้วยหรือ? เขาแค่ชอบขี่มอเตอร์ไซค์กับเล่นดนตรี แค่นี้ มันผิดมากหรือไง คุณตาก็ชอบทำกิจกรรมพวกนี้ด้วยงั้นสิ? เบนมีหน้าตา บุคลิก ท่าทาง ความชอบ นิสัย เหมือนคุณตามากเลยใช่ไหม? แม่ถึงกลัวว่าเขาจะกลายเป็นปีศาจร้าย ยา มีด ปืน ให้ตายสิ เขาอยากจะประชดด้วยการหาของพวกนั้นมาไว้ใต้หมอน ตั้งใจให้แม่หาเจอเล่นๆ



                เบนเอื้อมมือไปที่ลิ้นชักโต๊ะ เขาไม่มียาเสพติด มีด หรือปืนหรอก เขามีแต่บุหรี่กับไฟแช็กที่ซ่อนไว้ในกล่องเครื่องเขียน เบนหยิบเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำมาสวม ยัดบุหรี่กับไฟแช็กไว้ในกระเป๋ากางเกงยีน หยิบรองเท้าผ้าใบมาสวมและผูกเชือกอย่างแน่นหนา เขาทนอุดอู้อยู่ในบ้านด้วยความรู้สึกพวกนี้ไม่ไหว เขาต้องออกไปข้างนอก ไปไหนก็ได้ เบนเปิดหน้าต่างให้กว้าง เขาปีนขึ้นไปบนโต๊ะเขียนหนังสือและก้าวเท้าออกไปอย่างระมัดระวัง เขาจำกิ่งต้นไม้เพื่อช่วยพยุงตัว และค่อยๆปีนป่ายลงไปยังสวนหลังบ้าน



                คืนนี้อากาศค่อนข้างเย็น แต่ก็ไม่หนาวจนเกินไป เขาวิ่งตัดสวนไปยังแนวรั้วสีขาว ออกแรงดึงช่องลับให้เปิด และมุดออกไปอย่างชำนาญ ไฟถนนสว่างจ้า แต่รอบข้างเงียบเชียบ



                “เบน?”



                เสียงเล็กแผ่วเบา ทำเอาเขาแทบสะดุ้ง เขาหันไปทางด้านซ้ายตามเสียง และเห็นเด็กผู้หญิงสวมเสื้อตัวใหญ่นั่งกอดเข่าคุดคู้พิงรั้ว



                “เรย์?” เขาส่งเสียงอย่างแปลกใจ




 

 

เรย์



                นายพลัตดื่มขวดที่สามแล้ว ตอนที่เรย์แอบย่องลงบันไดอย่างเงียบกริบ เธอเห็นแสงโทรทัศน์ส่องออกมาจากห้องนั่งเล่น เด็กหญิงสูดลมหายใจเข้า ท่องในใจไว้ว่าต้องกล้าหาญ เธอวิ่งแผล็วผ่านไปจนถึงประตูหน้าบ้าน หมุนลูกบิดอย่างเงียบที่สุด และเปิดประตูออกไป วิ่งตัดสนามหน้าบ้าน



                เรย์ไม่เสี่ยงนอนหลับในบ้าน ตอนที่นายพลัตกำลังเมาเด็ดขาด นางพลัตเกณฑ์ลูกสาวทุกคนขึ้นห้อง ล็อกประตูไปหมดแล้ว แต่ห้องใต้หลังคาของเรย์ ไม่มีตัวล็อก เธอไม่ปลอดภัยด้วยประการทั้งปวง เด็กหญิงได้ยินเสียงนายและนางพลัตทะเลาะกันตั้งแต่ตอนเย็น นายพลัตกำลังเสียลูกค้าที่ร้านซ่อมรถเป็นจำนวนมาก เพราะคนในเมืองหันไปใช้บริการร้านซ่อมของพวกโซโลที่เพิ่งเปิดใหม่ ฮาน โซโลขยายธุรกิจของเขาเพิ่ม จากผลิตอะไหล่รถยนต์ กลายเป็นรับซ่อมและบริการอย่างดี แน่นอนว่านายพลัตอารมณ์เสีย เรย์ไม่อยากกลายเป็นกระสอบทราย โดนเตะต่อยหรือตบเพื่อระบายอารมณ์โกรธ เธอจึงต้องหนีออกจากบ้าน เสี่ยงอยู่บนถนนตอนกลางคืน ย่อมดีกว่า



                แต่เด็กหญิงไม่รู้จะไปไหนแล้วรู้สึกปลอดภัย นอกจากรั้วหลังบ้านโซโล เธอนั่งชันเข่า มองดูดวงจันทร์บนฟ้าสลับกับแสงไฟถนน นั่งไปได้สักพัก เธอก็ได้ยินสวบสาบจากในสวน ซีกรั้วถูกผลักเปิดจากด้านใน เธอกระพริบตามอง หัวใจเต้นอย่างลิงโลด พี่เบนปรากฏตัวตอนที่เธอต้องการเสมอเลย



                เขาแปลกใจที่เห็นเธอ เรย์ลุกขึ้นยืนหลังจากทักทายด้วยการเรียกชื่อกันไปแล้ว “ออกมาทำไมตอนดึกๆล่ะ” เรย์เป็นฝ่ายถามก่อน



                “ฉันควรถามเด็กอย่างเธอมากกว่า บัตเตอร์คัพ” เบนยกมือขึ้นกอดอก น้ำเสียงเข้มงวด “นี่มันกี่โมงแล้ว เธอไม่กลัวถูกลักพาตัว หรือมีคนมาทำร้ายหรือไง?”



                เรย์ก้มหน้าลง จำใจบอกความจริง “เขาดื่มเหล้า ฉันไม่ชอบเวลาเขาเมา”



                “นายพลัตน่ะหรอ?” เบนถาม เรย์พยักหน้าโดยที่ยังก้มหน้ามองรองเท้าสีเหลืองของตน “เขาจะทำอะไรเธอ” น้ำเสียงของเบนค่อนข้างน่ากลัว เรย์เงยหน้าขึ้นมอง เห็นประกายโกรธในแววตา “ว่าไง บัตเตอร์คัพ เวลามันเมา มันจะทำอะไรเธอ”



                “ตี” เรย์ตอบ



                เธอได้ยินเสียงเบนพ่นลมทางจมูกเหมือนสัตว์กำลังโกรธ ตอนนั้น เธอคิดว่าเขาจะบุกเข้าไปในบ้าน และกระชากคอเสื้อนายพลัตออกมาสั่งสอน แต่แล้วเขากลับถอนหายใจอย่างหนักหน่วง วางมือลงบนศีรษะของเธอ ขยี้เส้นผมของเธอจนยุ่ง



                “เราน่าจะหนีไปด้วยกันนะ ว่าไหม?” คราวนี้น้ำเสียงของเขาเศร้าสร้อย



                “นายเป็นอะไรหรือเปล่า?” เรย์ถามเสียงเบา



                เบนจ้องเธอ เธอก็จ้องเขา ดวงตาสีเข้มสองคู่มองสบกันนานจนเรย์ชักจะเมื่อยคอ เบนตัวสูงเหลือเกิน อยู่ๆเขาก็เลื่อนมือลงจับมือเธอไว้ข้างหนึ่ง



                “ไปหาที่ๆเราไม่ต้องทนพวกผู้ใหญ่งี่เง่าเส็งเคร็งกันเถอะ สักคืนหนึ่งก็ยังดี จะไปกับฉันไหม?”



                เรย์มองไปทางบ้านพลัต เธอไม่อยากจะกลับเข้าไปอยู่แล้ว และไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่นายพลัตจะหลับเสียที เธอไม่อยากอยู่คนเดียวกลางถนน ถ้ามีตำรวจขับรถผ่านมา เธอคงต้องตอบคำถามว่าทำไมจึงมาเดินท่อมๆคนเดียวแบบนี้ ตำรวจจะจับเธอส่งกลับบ้าน พวกพลัตจะลงโทษเธอที่ทำอะไรไม่เข้าท่า อย่างน้อย ถ้าไปกับเบน เธอจะปลอดภัย บางทีเขาอาจเปลี่ยนใจ ไม่หนีแค่คืนเดียว แต่พาเธอหนีตลอดไปเลย พาเธอออกนอกเมือง ไปหาบ้านเล็กๆใกล้ทะเล เธอจะเป็นน้องสาวของเขาจริงๆ และไม่ต้องทนความโหดร้ายของพวกพลัตอีก



                เรย์พยักหน้าตกลง



                ระหว่างทาง เบนกับเรย์ไม่ได้คุยกัน เรย์แค่ถามว่าเขาจะพาไปไหน เบนตอบว่าจะพาไปจุดชมวิวของเมืองที่เขาชอบที่สุด ไม่ใช่จุดชมวิวทั่วไปที่พวกนักท่องเที่ยวชอบไป สถานที่ของเขามีความเป็นส่วนตัว เขากับเพื่อนของเขาหาบริเวณนั้นเจอเมื่อปีก่อน แต่การจะไปที่นั่นได้ ต้องไปเอามอเตอร์ไซค์ที่เบนฝากไว้กับเพื่อนก่อน เมื่อรู้ว่าจะได้ขี่มอเตอร์ไซค์ เรย์ก็ทนเงียบเฉยไม่ได้อีก เธอตื่นเต้นและถามไม่หยุดว่าเบนหัดขี่ตอนไหน ใครสอน ขี่มากี่ปีแล้ว บ่อยแค่ไหน ไปที่ไหนมาบ้าง เบนตอบเธอทุกคำถาม จนกระทั่งถึงบ้านของเพื่อนเขาพอดี



                เพื่อนของเบนเป็นเด็กหนุ่มตัวสูงผอม ผมสีแดง ผิวขาวซีด เบนไม่แนะนำชื่อให้เรย์รู้จัก เรย์จึงไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร และเธอก็ไม่มีเวลาถามด้วย เพราะทันทีที่เบนได้มอเตอร์ไซค์สีดำคันใหญ่ของเขามา เขาก็อุ้มตัวเธอขึ้นจากพื้น ขึ้นคร่อมบนเบาะ เขาตามขึ้นมา แขนสองข้างยื่นออกไป วางมือลงบนแฮนด์ เรย์นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างแขนของเขา เด็กหญิงรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นเด็กน้อยตัวเล็กยิ่งกว่าเดิม



                เขาสตาร์ทเครื่อง และพาเธอบึ่งออกไปบนถนน ท่องไปในราตรีกาล เหมือนตัวละครในนิทาน ลมเย็นพัดวูบเข้าที่ใบหน้า ปอยผมของเด็กหญิงที่รวบไม่หมด ปลิวพัดไม่เป็นทรง เรย์รู้สึกเป็นอิสระ ถึงเขาจะขับเร็ว แต่เธอไม่รู้สึกกลัวสักนิด ยิ่งเร็วเท่าไหร่ เธอยิ่งรู้สึกว่าออกห่างจากบ้านพลัตมากขึ้นเรื่อยๆ ห่างจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นและเคยต้องอดทน เส้นทางขึ้นเขาคดเคี้ยว เบนลดความเร็วลงเพื่อความปลอดภัย เรย์มองสองข้างทาง แทบไม่กระพริบตา ต้นไม้ทุกต้นเคลื่อนผ่านสายตา เธอหันกลับมามองถนน นับเส้นกลางถนนที่วิ่งผ่านไป หนึ่ง สอง สาม สี่ นับไปจนถึงยี่สิบ เธอเงยหน้าขึ้นมองฟ้า แถวนี้มืดมาก เสาไฟถนนอยู่ห่างกันพอสมควร เรย์จึงมองเห็นดาวได้ชัดเจนขึ้น



                เบนชะลอมอเตอร์ไซค์ และจอดนิ่ง เขาลงจากรถก่อนและอุ้มเธอลงตาม เด็กหนุ่มจูงมือเด็กหญิงเดินผ่านซุ้มต้นไม้เข้าไป จนถึงริมผา เรย์ไม่เคยเห็นอะไรที่สวยงามมากเท่านี้มาก่อนเลย จากจุดนี้มองเห็นได้ทั้งเมือง เห็นภูเขาไกลลิบ เห็นดวงจันทร์กลมๆ และดาวพร่างพราย ณ ที่นี้ ปัญหาทั้งหลายเหมือนจะถูกลืมไว้เบื้องหลัง วินาทีนี้ มีแค่เธอกับพี่เบน ยืนข้างกันเงียบๆ ชื่นชมภาพตรงหน้า ราวกับไม่มีอะไรบนโลกใบนี้อีกแล้วที่ต้องกังวล



 

 


เบน



                เบนนั่งลงบนพื้นที่ปกคลุมด้วยหญ้า เรย์นั่งตาม พวกเขาไม่ได้คุยกัน ไม่จำเป็นต้องพูด ต่างฝ่ายต่างดื่มด่ำ ปลดปล่อยความรู้สึกแย่ๆ เรื่องเลวร้าย ความบัดซบทั้งหลายแหล่ เขารู้สึกดีขึ้น แม้คำพูดของเลอายังก้อนสะท้อนในหัว แต่กลับห่างไกล แผ่วเบา เหมือนสายลมหวีดหวิวที่พัดผ่านมา และจะผ่านพ้นไป



                ช่างหัวมันเถอะ



                เขาหยิบบุหรี่กับไฟแช็กออกมา




 


เรย์


                เรย์เห็นเบนหยิบบุหรี่ เธอไม่เคยรู้ว่าเขาสูบ เด็กหญิงมองนิ่ง

 




เบน


                เรย์กำลังมองเขา ไม่ใช่สายตาตัดสิน เธอแค่สงสัย แปลกใจนิดหน่อย แล้วเธอก็ทำในสิ่งที่เขาไม่คาดคิด เด็กหญิงฉีกยิ้มกว้าง ยิ้มยิงฟัน เหมือนกำลังกล่าวขอบคุณที่พาเธอหนีมาบนนี้



                เบนตัดสินใจเก็บบุหรี่ไว้ในกระเป๋ากางเกง โดยไม่จุดสูบ



                เขารู้สึกดีขึ้นแล้ว ดีขึ้นมากเลย

 




เรย์


                เรย์ไม่รู้ว่ากี่โมงแล้ว เปลือกตาเธอเริ่มหนัก ง่วงจังเลย ถ้าได้หลับไปโดยยังดูดาวแบบนี้ก็ดีนะ เธอเริ่มนับดาวทีละดวง พอหันไปมองข้างตัวอีกที ก็เห็นเบนนอนราบกับพื้น ประสานแขนทั้งสองข้างหนุนศีรษะ เรย์ทำตาม



                “โอ้โห” เธอร้องออกมาอย่างทึ่งจัด



                ท้องฟ้าทั้งจักรวาลเหมือนจะเปิดกว้างให้เธอจากตรงนี้




 

เบน


                เบนหันไปมองเด็กหญิง เธอหลับตาพริ้ม สงบและสุขใจ เขาเอื้อมมือประคองศีรษะของเธอให้หนุนบนท่อนแขนของเขา แล้วหลับตาตามเธอไป












[Talk]

ฉันนำวิธีเขียนแบบเป็นท่อนๆอย่างนี้มาจาก Rainbow Rowell ค่ะ 

เรื่อง Eleanor & Park กับ Carry on, Simon มีวิธีเล่าเรื่องประมาณนี้


สำหรับตอนนี้ก็... คงได้รู้จักเบนกันมากขึ้น

เช่นเคย Reminisce จะวนเวียนอยู่กับความทรงจำของฉันเอง

ฉันเข้าใจตัวละคร เบน โซโล มากๆ ตอนที่ได้อ่าน The last jedi extended edition โดย Jason Fry ฉากที่เบนได้ยินพ่อกับแม่คุยกันเกี่ยวกับตัวเขาเอง พูดราวกับเขาเป็นปีศาจร้าย

สิ่งที่ฉันเจอไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ และไม่ใช่พ่อแม่ที่เป็นคนพูด แต่เป็นป้ากับพี่ชาย (ที่เป็นลูกของป้า) เหตุเกิดตอนสมัยฉันอยู่มัธยมต้น พวกเขาคิดว่าฉันไม่ได้ยิน เพราะเห็นว่าฉันหลับอยู่ จริงๆแล้ว ฉันไม่ได้หลับ ฉันตั้งใจที่จะแอบฟังว่าพวกเขาจะพูดถึงฉันยังไง ซึ่งล้วนแต่ไม่ใช่เรื่องดี ทำให้ฉันกลับมาถามตัวเองว่า ฉันยังทำดีไม่พออีกหรอ? ฉันไม่ใช่เด็กดีมาตลอดหรือไง? 

นั่นแหละค่ะ เป็นที่มาของเหตุการณ์ในตอนนี้ 

 




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #602 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 09:00

    ฮือออออ เด็กมีปัญหาสองคนที่จับมือกันหนีสิ่งแวดล้อมไปมีความสุขสงบๆ ด้วยกัน <3

    เปิดตอนมาด้วยอาการผิดหวังใจสลายและโกรธจัดของตาเบน คือ...เป็นเราก็ผิดหวังนะ แบบครอบครัวไม่เชื่อใจแถมยังปรักปรำว่าตัวเองจะไปซ้ำรอยคุณตา ซึ่งเป็นคุณตาที่ตัวเองไม่เคยรู้จักมาก่อนด้วย ตัดสินกันไปก่อนแบบนี้เป็นเราก็คงรู้สึกแบบเดียวกับตาเบนค่ะ ส่วนน้องเรย์ก็ชะตากรรมแม่เดาวพระศุกร์ซะเหลือเกินนน อิตาพลัตนี่ก็น่ากลัว คุณนายพลัตก็พอกัน ชีวิตน้องเรย์นี่น่าเห็นใจที่สุด ดูหดหู่ในช่วงเริ่ม จนพี่กับน้องพากันจับมือหนีนี่แหละ มันละมุนละไมขึ้นมาเลย เราชอบซีนที่ตาพี่ทำท่าจะจุดบุหรี่แล้วหันมาเห็นน้องมากเลยค่ะ มันน่ารักมากๆ แบบอบอุ่นมากเลย ดูแบบ...ต่างฝ่ายต่างก็เติมเต็มให้กันและกันมากๆเลยค่ะ น่ารักที่สุด


    ปล.ไม่อยากจะคิดไปล่วงหน้า แต่...พาน้องหนีมาเหมือนแก๊งค์ลักเด็ก (ถึงเด็กจะเป็นใจก็เถอะนะ) ตาพี่จะโดนอะไรมั่งเนี่ย 55555

    #602
    0
  2. #600 Audaidaj (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 00:18
    นี่เด็ก7ขวบนะพี่พาออกมานามวิกาลแบบนี้เลยหรอ แต่เอาเถอะช่วงเวลานี้ได้ออกมาปลดปล่อยบ้างก็ดี
    #600
    0
  3. #571 lamb_san (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 21:44
    เสี่ยงคุกเสี่ยงตารางมากขึ้นเรื่อยๆนะคะโซโล55555 น่ารักดีค่ะ
    #571
    2
    • #571-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 48)
      31 พฤษภาคม 2561 / 22:06
      ฮ่าฮ่า เบนเหมือนเลี้ยงเด็ก รอโต จับทำเมีย ไรเงี้ย (นี่ฉันพูดอะไร?)
      #571-1
  4. #548 ck94 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 23:03
    มีความเฉียดคุกมากค่าาา 55555 แต่น่ารักมากเหมือนกัน ชอบบรรยากาศนั่งรถแล้วผมปลิวมากเลยค่ะ เป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ :)
    #548
    0
  5. #539 Ahappipy (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 22:11
    มีความฮีลใจกันและกันเนาะ น้องรู้สึกดีขึ้นเมื่อมีพี่ อิพี่ก็ดูทำตัวดีขึ้นเมื่อมีน้อง ละมุนจุงง
    #539
    1
    • #539-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 48)
      28 พฤษภาคม 2561 / 22:09
      ละมุนละไมสุดๆ
      #539-1
  6. #538 janyanis (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 21:34
    เลี้ยงต้อยไม่พอ ยังจะลักพาตัวเด็กอีกจ้าาา พ่อคุณสุพรีมลีดเดอร์

    เราเคยหนีออกจากบ้านครั้งนึง ตอนนั้นพ่อกับแม่ทำงานทั้งคู่เลยฝากเรากับน้องชายไว้ที่บ้านอากงอาม่า คงจะอารมณ์น้อยใจพ่อแม่ งอนที่อาม่าตามใจน้องชาย ฯลฯ เลยหนีไปอยู่บ้านเพื่อน ปรากฎว่ากลางดึกคืนนั้นป้าเพื่อนมาปลุกบอกว่าอากงมาตามหา เราก็งงๆ มาเจอได้ไง สรุปคืออากงไล่เดินถามบ้านเพื่อนทุกหลัง จนมาเจอ งือออ ร้องไห้เลย เดินจูงมืออากงกลับบ้านต้อยๆ

    ผลพวงจากเหตุการณ์นี้คือโดนส่งไปอยู่รร.ประจำค่ะ บัดซบที่สุด
    #538
    1
    • #538-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 48)
      28 พฤษภาคม 2561 / 22:08
      อย่างนี้นี่เอง
      #538-1
  7. #537 ScarletLetter (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 21:26
    คุณตำหนวดขาาาา มีคนลักพาตัวเด็กค่าาาา5555555
    แต่เรื่องนี้มันก็จริงนะคะ มันก็มีบางทีที่เราอยากจะหนีอะไรสักอย่าง อยากจะทิ้งตัวตนของเราไปแป๊บนึงแล้วค่อยกลับมาสู้ใหม่ หรือถ้าบางทีเรื่องมันหนักมากๆ ก็ไม่อยากสู้อีก แบบหายตัวไปอยู่อีกที่เลย55555555
    มีหลายครั้งค่ะที่เราต้องทนฟังคำพูดจากคนที่ไม่ได้รู้จักเราดีหรือเข้าใจเราไปในทางไหนก็ตาม ถ้าอธิบายไปแล้วเค้าเข้าใจมันก็โอเคค่ะ แต่ถ้าไม่ก็อาจจะต้องช่างมันไปเนอะ พยายามนึกถึงคนข้างๆ เราไว้ค่ะ หรืออย่างน้อยก็นึกถึงตัวเราเองไว้นะคะ
    #537
    1
    • #537-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 48)
      28 พฤษภาคม 2561 / 22:08
      เราควรแจ้งตำรวจโดยด่วน ฮ่าฮ่า

      #537-1