Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 46 : [Reminisce Series] : Buttercup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 755
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    24 พ.ค. 61



Buttercup






เรย์


                วันนี้เป็นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ก้อนเมฆลอยตัวเป็นกระจุกกระจัดกระจายเหมือนขนมสายไหมที่ขายตามเทศกาล เด็กหญิงเจ้าของดวงตากลมสีน้ำตาลจ้องเขม็งออกไปนอกหน้าต่างรถยนต์ที่ดังกระหึ่มด้วยเสียงเพลง ล้อรถบดไปบนถนน มุ่งหน้าไปยังโรงเรียนประถมแห่งเดียวของเมืองเล็กที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของรัฐวอชิงตัน เด็กหญิงกระพริบตามองก้อนเมฆสีขาวปุย พลางนึกว่าอยากจะบินได้เหมือนนกจังเลย เธอจะบินหนีไปจากเมืองนี้ ไปจากครอบครัวอุปถัมภ์ ไปจากนายและนางพลัตที่รับเลี้ยงเธออย่างไม่เต็มใจ ไปจากอบิเกล พลัต พี่สาวคนละสายเลือดอายุสิบเจ็ดปีที่มีความสุขกับการพูดจาล้อเลียนเธอ ไปจากแนนซี่ พลัต เด็กหญิงที่อายุเท่ากัน เรียนอยู่ห้องเดียวกัน และเห็นเธอเป็นเพียงเครื่องบันเทิงความสุข ไว้ระบายอารมณ์เล่น



                เรย์พยายามอยู่เงียบๆ ไม่พูด ไม่แสดงความคิดเห็น ไม่เรียกร้องสิ่งใด ขณะที่แนนซี่เหยียบเท้าของเธอ อบิเกลนั่งเบาะหน้ากำลังพิมพ์ข้อความบนโทรศัพท์แบล็กเบอร์รี่ และนางพลัตบ่นเรื่องนั้นเรื่องนี้ พวกเขามาถึงโรงเรียนมัธยมปลายประจำเมืองก่อน อบิเกลเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าและลงจากรถ เรย์ชอบแอบมองโรงเรียนมัธยม ถึงแม้จะอีกหลายปี กว่าเธอจะได้มาเรียนที่นี่ แต่เรย์คิดว่าพอเธอโตขึ้น เธอน่าจะหางานพิเศษทำระหว่างเรียน เก็บเงิน เพื่อไปให้พ้นๆ เธอเห็นเด็กวัยรุ่นทั้งชายและหญิง ท่าทางมีความสุข และมีอิสระ เด็กหญิงได้แต่นั่งมองตาละห้อย ขณะนางพลัตหมุนพวงมาลัย เพื่อพารถเลี้ยวกลับเข้าสู่ถนน



                ที่โรงเรียน เรย์ไม่มีเพื่อนมากนัก เพราะแนนซี่ไม่ชอบเธอ ทำให้ใครต่อใครที่อยู่ใต้อำนาจของแนนซี่ พาลไม่ชอบเธอไปด้วย ไม่มีใครอยากมีปัญหากับแนนซี่ ใครๆก็ชอบแนนซี่ เธอเป็นเด็กหญิงที่หน้าตาน่ารักที่สุดในชั้นปี มีเพื่อนมากที่สุด วาดรูปสวยที่สุด พูดเก่งและช่างฉอเลาะเอาใจ ส่วนเรย์เป็นเด็กเงียบๆที่นั่งตรงมุมห้อง ใส่เสื้อผ้าเก่าๆที่เคยเป็นของอบิเกลมาก่อน เสื้อผ้าไม่เคยพอดีตัว เรย์ค่อนข้างผอมกว่าเกณฑ์สำหรับเด็กรุ่นเดียวกัน อีกทั้ง เธอขี้อาย ขี้กลัว ไม่กล้าสบตาคน จึงกลายเป็นเป้าถูกรังแก เพื่อนสนิทหนึ่งเดียวของเรย์คือ โรส ทิโค เด็กหญิงตาเล็กหยี หน้าแป้น ร่างอ้วนกลม ไม่ได้ช่วยให้เรย์พ้นจากสภาพ เด็กขี้แพ้ ของห้องได้เลย เพราะโรสก็เป็นเป้านิ่งให้พวกเด็กผู้ชายมารังแก เด็กผู้หญิงล้อเลียนเรื่องรูปร่างและเชื้อสายเอเชียในตัวเธอ แต่อย่างน้อย พวกเธอก็มีกันและกัน และเรย์คิดว่านั่นคือเรื่องสำคัญที่สุด



                วิชาแรกของวัน คือวิชาคณิตศาสตร์ โรสเก่งคณิตศาสตร์ที่สุด แต่ไม่เคยกล้าตอบคำถามของครูเลยสักครั้ง เด็กทั้งสองคนนั่งหลังห้อง พยายามเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ให้เป็นเป้าสายตาของใครทั้งนั้น เด็กผู้ชายที่นั่งแถวถัดไป คอยดีดกระดาษกลมๆใส่พวกเธอและพากันหัวเราะคิกคักแบบไม่มีเสียงลับหลังคุณครู เรย์พูดกับตัวเองในใจได้อย่างเดียวว่า อย่าไปสนใจ เธอไม่อยากร้องไห้ให้พวกนั้นเห็นอีกแล้ว



                เวลาพักกลางวันเป็นช่วงที่แย่ที่สุดของวัน หลังจากกินอาหารเสร็จ เด็กส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่ในสนามหญ้า ตามเครื่องเล่นต่างๆที่โรงเรียนจัดไว้ให้ เรย์กับโรสไม่เคยได้เล่นอย่างที่ต้องการ เพราะเด็กคนอื่นจะแย่งพวกเธอ และผลักพวกเธอออกไป จนทั้งสองคนไม่เข้าไปยุ่งหรือพยายามจะเล่นของเล่นต่างๆอีก พวกเธอฆ่าเวลาด้วยการนั่งคุยกันใต้ต้นไม้ แต่ก็ยังไม่วายถูกรังควาน แนนซี่มักจะเป็นหัวโจก แต่ไม่เคยลงมือเอง เธอจะส่งบรรดาลูกสมุนที่ภักดีมาจู่โจม



                มีเรื่องน่าอายอย่างหนึ่งเกี่ยวกับโรส วันวาเลนไทน์ตอนเกรดหนึ่ง (ปีที่แล้ว) เธอทำการ์ดวาเลนไทน์และนำไปใส่ล็อกเกอร์ของรุ่นพี่ฟินน์ที่อยู่เกรดสอง แต่รุ่นพี่ฟินน์ไม่มีโอกาสได้อ่าน เพราะแนนซี่แอบเห็นเหตุการณ์ และฉกจดหมายของโรสมาอ่านเสียงดังในห้องเรียน ข่าวลือแพร่สะพัดรวดเร็วจนถึงหูของรุ่นพี่เกรดสอง พี่ฟินน์เขินและอายมากจนไม่กล้าเดินผ่านห้องเรียนของเด็กเกรดหนึ่งตลอดปีการศึกษาที่เหลือ โรสทั้งเสียใจและขายหน้า เรย์ต้องปลอบโรสอยู่ตั้งหลายวัน และเก็บเงินซื้อไอศกรีมให้เธอ จะได้เลิกร้องไห้ แต่ความผิดพลาดครั้งนี้ ก็ยังถูกยกนำมาล้อเลียนได้ตลอดเวลาที่พวกนั้นนึกไม่ออกว่าจะล้อด้วยเรื่องไหนดี



                วันนี้เป็นหนึ่งในวันเหล่านั้น  



                “บอกซิ ปีนี้ เธอจะทำการ์ดวาเลนไทน์อีกรึเปล่า?” เด็กผู้หญิงผมแดงถามพร้อมยิ้มเยาะ



                “พี่ฟินน์ไม่มีทางชอบเด็กอ้วนน่าเกลียดแบบเธอหรอก” เด็กผู้หญิงอีกคนผลักไหล่ของโรส



                “พี่ฟินน์จะต้องได้เป็นแฟนกับแนนซี่ รู้ไว้ซะด้วย”



                “เด็กอ้วนน่าเกลียด”



                “เด็กอ้วนนขี้เหร่”



                โรสกำลังจะร้องไห้อยู่แล้ว เรย์ทนไม่ไหว เธอจึงตะโกนบอกให้หยุด ก้าวไปข้างหน้า และผลักเด็กผู้หญิงผมแดงจนล้มลงก้นกระแทกพื้น เสียงล้อเลียนเงียบไปทันที แนนซี่ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่นอกวง เดินก้าวฉับๆเข้ามา แต่ก่อนที่ใครจะได้พูดหรือทำอะไร เสียงออดเข้าเรียนดังขึ้นเสียก่อน ทุกคนรู้ว่าถ้าเข้าเรียนสายจะถูกทำโทษ กลุ่มเด็กจึงสลายตัว แต่เรย์เห็นแววตาของแนนซี่ และรู้ทันทีว่าจะต้องถูกเอาคืนแน่เลย



                “ไม่น่าช่วยฉันเลย ลูซี่จะโกรธเรย์ ถ้าลูซี่โกรธ แนนซี่ก็โกรธด้วย พวกนั้นจะแกล้งเรย์นะ” โรสพูดพลางสูดน้ำมูก



                เรย์กลัวอยู่เหมือนกัน แต่เธอกลับไปแก้ไขสิ่งที่ทำไปแล้วไม่ได้ เด็กหญิงจับมือเพื่อนสนิท และพากันไปเรียนวิชาตอนบ่าย เด็กๆได้เรียนดนตรี ร้องเพลง และเต้นในห้องเต้น เรย์ชอบวิชาในช่วงบ่ายที่ได้ทำกิจกรรมสนุกๆ คุณครูใจดีและผ่อนคลายกว่าครูที่สอนวิชาการในช่วงเช้า หลังจากกระโดดโลดเต้นกันจนเหนื่อย พวกเขาจะไปห้องสมุดกันต่อ บรรณารักษ์เล่านิทานให้ฟังระหว่างที่เด็กๆนั่งกินคุกกี้รสนม เมื่อออดหมดเวลาดังขึ้น ถึงเวลาต้องกลับบ้าน เรย์ออกมาจากห้องสมุด และพบว่ารองเท้าของเธอหายไปแล้ว



                เธอกับโรสวิ่งไปบอกบรรณารักษ์ และให้เธอช่วยไปประกาศที่ประชาสัมพันธ์ตามหารองเท้าให้เรย์ คุณครูช่วยกันตามหา แต่ไม่มีใครหาเจอ จนกระทั่งเรย์นึกขึ้นได้ จึงวิ่งไปหาแนนซี่ที่กำลังรอให้นางพลัตมารับกลับบ้าน



                “รองเท้าของฉันอยู่ไหน?” เรย์ถามไปตรงๆ



                แนนซี่หันมามองหน้าอย่างไม่รู้ไม่ชี้ “ฉันจะไปรู้หรอยัยโง่” บรรดาเพื่อนๆของเธอหัวเราะฮาครืน “ถ้าพ่อกับแม่รู้ว่าเธอทำรองเท้าหาย เธอถูกตีตัวลายแน่ ยัยเด็กกำพร้า”



                “แนนซี่ ขอร้องล่ะ บอกฉันเถอะ รองเท้าของฉันอยู่ไหน” เรย์พูดเสียงสั่น เธอจำฤทธิ์ฝ่ามือของนางพลัตได้ขึ้นใจ



                “ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่รู้” แนนซี่กลอกตา แล้วหันไปหัวเราะกับเพื่อน



                เรย์พอจะรู้ชะตากรรมของเธอแล้ว ต่อให้เธอขอร้องยังไง แนนซี่ก็ไม่มีวันบอก เธอกลัวจับใจเลยทีเดียว นางพลัตจะต้องดุและตีเธอแน่เมื่อรู้ว่าเธอทำรองเท้าหาย เผลอๆนายพลัตจะลุกขึ้นมาตีเธออีกคน เพราะเขาต้องเสียเงินซื้อรองเท้าให้เธอใหม่ เรย์ไม่รู้จะทำยังไงดี เธอเห็นรถยนต์ของนางพลัตเลี้ยวผ่านประตูรั้วเข้ามา ใจของเด็กหญิงเต้นแรงด้วยความกลัว เธอไม่อยากถูกดุตรงหน้าโรงเรียนที่มีเด็กคนอื่นๆอยู่เต็มไปหมด เด็กหญิงตัดสินใจวิ่งหนีกลับเข้าไปทั้งเท้าเปล่า แอบปีนออกนอกรั้วหลังโรงเรียนไม่ให้ใครเห็น



                เมื่ออยู่บนถนนตามลำพัง เรย์ก็นึกขึ้นได้ว่าเธอไม่มีที่จะไป และยังไงก็ต้องกลับไปเผชิญหน้ากับพ่อแม่บุญธรรมอยู่ดี นอกซะจาก เธอจะใช้โอกาสนี้ หนีออกจากเมืองไปเลย เธอรู้ถนนที่จะใช้ออกจากเมือง เด็กหญิงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบเศษเหรียญออกมานับ เธอมีเงินไม่พอซื้อเบอร์เกอร์ด้วยซ้ำ คงไปได้ไม่ไกล เธออาจถูกตำรวจจับกลับมาส่งให้พวกพลัต และจะถูกตีหนักกว่าเดิมอีก หรือถ้าเธอหนีไปได้จริงๆ เธออาจจะต้องนอนข้างถนน กลายเป็นคนเร่ร่อน จะไม่ได้เจอโรส จะไม่ได้เรียนหนังสือ เด็กหญิงเดินคอตก คิดไม่ออกว่าจะทำยังไง นอกจากจะต้องกลับบ้าน สารภาพตามความจริงว่ารองเท้าหาย



                แต่เธอก็ยังกลัวเกินกว่าจะเดินเข้าทางหน้าบ้าน บางที เธอน่าจะใส่รองเท้าแตะมาโรงเรียนได้ พวกพลัตไม่สังเกตเห็นหรอก แค่เธอทำเหมือนทุกอย่างปกติดี เธอจะแอบเข้าทางสวนหลังบ้าน บ้านของครอบครัวโซโลที่อยู่ข้างๆมีทางเข้าด้านหลังที่มุดเข้าไปได้ เธอแอบเห็นลูกชายของพวกโซโลทำประจำ รั้วระหว่างบ้านโซโลกับพลัตไม่สูงมาก เธอน่าจะพอปีนถึง



                ใจของเรย์ยังเต้นแรง เหงื่อซึมออกมาบนหน้าผาก เธอรีบวิ่งไปตามถนน เลี้ยวเข้าซอยและลัดเลาะไปทางด้านหลังบ้าน เธอออกแรงดึงเสารั้วเล็กๆด้านล่างของบ้านโซโลออก พอเป็นช่องให้มุดเข้าไปได้ เด็กหญิงนอนราบกับพื้น ไถตัวไปข้างหน้าจนในที่สุด เธอก็เข้ามาในเขตบ้าน



                แต่เธอต้องหยุดชะงัก เพราะเห็นรองเท้าผ้าใบของใครคนหนึ่งอยู่ตรงหน้าพอดี




 

 

เบน



                เย็นนี้อากาศดี แดดยังแรงไปหน่อย เขาจึงหยิบแว่นกันแดดติดมือมาด้วย พวกอาร์มิเทจคงรออยู่ที่ริมแม่น้ำพร้อมกับมอเตอร์ไซค์ที่เขาฝากไว้เขาปีนลงมาจากหน้าต่างห้องนอน และจะมุดออกนอกรั้วที่เขาทำทางลับไว้ แต่เมื่อเขาเดินผ่านสวนหลังบ้านไปถึงแปลงดอกบัตเตอร์คัพสีเหลือง เขาก็ต้องหยุดเดิน เด็กผู้หญิงตัวผอมร่างเล็กคนหนึ่งกำลังมุดและไถตัวเข้ามา เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา เบนจำได้เด็กคนนี้ได้ เธออยู่บ้านข้างๆ อายุหกหรือเจ็ดขวบ เขาไม่แน่ใจ เขาเคยได้ยินแม่พูดถึง เรย์ เด็กกำพร้าที่ครอบครัวพลัตรับเลี้ยงดู แต่เขาไม่ได้รู้เพียงแค่นี้หรอก เขาเคยเห็นเด็กหญิงออกมานั่งร้องไห้คนเดียวหลังบ้าน เคยเห็นนางพลัตฟาดฝ่ามือลงบนกลางหลังของเด็กหญิง เคยได้ยินเสียงทะเลาะเบาะแว้งดังแว่วมาจากบ้านพลัต และมีชื่อเรย์เป็นหัวข้อทะเลาะด้วย



                “จะนอนอยู่ตรงนั้นตลอดทั้งเย็นหรือไง” เบนถาม เมื่อเธอไม่ขยับเขยื้อน ยังนอนคว่ำ เงยหน้ามองด้วยดวงตาตื่นตระหนก



                เด็กหญิงขยับตัว ใช้ข้อศอกช่วยยันพื้น และลุกขึ้นยืน สภาพดูไม่ได้เลย เท้าเปล่า ไม่ใส่ถุงเท้า ไม่มีรองเท้า เสื้อหลวมโพรก กางเกงที่ใส่ก็เหมือนตัวใหญ่กว่าร่างเธอไปสองไซส์ หน้าตาเปียกเหงื่อ ดวงตาแดง บวมช้ำ ดูก็รู้ว่าร้องไห้มาแน่ๆ เธอยืนตัวลีบ มองเขาอย่างหวาดๆ



                “ทำไมไม่ใส่รองเท้า?” ในบรรดาคำถามทั้งหมดที่เขาควรถาม เขากลับถามคำถามนี้อย่างสนใจ เขาก้มลงมองเธอ ดวงตาจับจ้องบนใบหน้า



                “...หาย”



                “อะไรนะ” เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว



                “ทำหาย” เธอพูดเสียงดังขึ้น น้ำตาหยด



                “แค่รองเท้าหาย ต้องร้องไห้ขนาดนี้เลยหรอ?” เบนถาม เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “แล้วมาทำอะไรที่บ้านฉัน จะขโมยรองเท้าของฉันหรือไง?”



                “เปล่า” เธอสั่นศีรษะเร็วๆ



                “ถ้าอย่างนั้น มาทำอะไร” เบนถามอีก



                “จะแอบเข้าบ้าน” เรย์ชี้นิ้วเล็กๆไปทางบ้านของตน



                “ทำไมไม่เข้าทางประตูหน้า” เบนถาม



                “ไม่อยาก... ไม่อยากให้ใครเห็น” เรย์สูดน้ำมูก ยกมือเช็ดน้ำตาจากแก้มเร็วๆ



                เบนกระพริบตา มองสภาพของเด็กหญิง มองไปทางบ้านพลัต แล้วก็กลับมามองเด็กหญิงอีก เขาเริ่มจะเข้าใจบางอย่างโดยที่เธอไม่ต้องพูด เขาพิจารณาขนาดเท้าของเธอ เขามีรองเท้าเก่าๆที่ไม่ใช้แล้วเหลืออยู่ แต่คู่ใหญ่เกินกว่าเธอจะใส่ได้ และถ้าเขาปล่อยให้เด็กหญิงกลับบ้านไปตอนนี้ ไม่ช้าก็เร็ว พวกพลัตจะต้องรู้ว่าเธอทำรองเท้าหาย เธอจะถูกตี และต้องออกมานั่งร้องไห้หลังบ้านอีก



                “รองเท้าหายได้ยังไง” เบนถามเหมือนชวนคุย



                เรย์เงยหน้าขึ้นมองเขา ไม่เข้าใจว่าเขาจะถามเธอทำไม แต่เธอก็ตอบ “ไม่รู้” เด็กหญิงก้มหน้าลง ส่ายหัวเบาๆ



                ดูจากสภาพแล้ว ไปโรงเรียนโดยใส่เสื้อผ้าแบบนี้ บวกกับท่าทางขี้กลัวไม่กล้าสบตาคนและขี้แยแบบนั้น เป็นเป้าให้คนอื่นมารังแกชัดๆ เบนคุ้นชินกับเด็กที่ถูกรังแกเป็นอย่างดี ในโรงเรียนมัธยมปลาย มีเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นประจำ เด็กที่ถูกแกล้งจะมีลักษณะแบบเรย์นี่เอง



                เฮ้อ เบนถอนหายใจ เขาเกลียดการกลั่นแกล้งที่สุด  



                “ฉันจะช่วยเธอแล้วกัน บัตเตอร์คัพ” เบนพูด เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอีก กระพริบตาปริบๆ



                “บัตเตอร์คัพ?” เด็กหญิงเอียงศีรษะอย่างไม่เข้าใจ ทวนคำพูดของเขา “ช่วยฉัน?”



                “ตามมา”



                 เบนดึงซี่รั้วหลังบ้านออกอีกสองซี่ เขาจึงมุดออกไปได้ และให้เธอมุดตามออกมาด้วย เขาประกอบรั้วให้เป็นเหมือนเดิม แล้วจับมือเธอ ดึงให้เดินตาม



                ครอบครัวโซโลเลี้ยงเขามาแบบ ให้เงินแล้วก็จบกัน ไม่ต้องพูดมาก เพราะฉะนั้นเขามีเงินเยอะแยะไว้ใช้สอย ส่วนใหญ่ เขาจะหมดไปกับการแต่งมอเตอร์ไซค์ ซื้อเสื้อผ้า จัดงานปาร์ตี้แข่งกับพวกนักกีฬาโรงเรียน ออกเดท เรื่องไร้สาระที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อใครทั้งนั้น นอกจากตัวเขาเอง บางทีอาจถึงเวลาที่เขาจะทำความดีเล็กๆน้อยๆ ชดเชยให้กับสังคมบ้าง และรองเท้าเด็กคู่หนึ่ง ก็เป็นแค่เศษเงินเท่านั้นแหละ



                เขาพาเธอไปร้านขายรองเท้า หยิบรองเท้าสีเหลืองเหมือนดอกบัตเตอร์คัพโยนให้เธอลองใส่ เมื่อเธอใส่ได้พอดี เขาก็ยื่นบัตรเครดิตให้พนักงานไปจัดการ



                “ทำไม?” เรย์มองเขาอย่างแปลกใจ



                “ฉันให้เธอ” เขาตอบเรียบๆ



                เรย์ยืนนิ่ง ก้มลงมองรองเท้าอยู่นาน ไม่ขยับตัว ไม่พูด เบนแทบจะนึกว่าเธอกลายเป็นรูปปั้นหรือหยุดหายใจไปแล้ว จนหัวไหล่ก็เธอสั่น มือเล็กๆยกขึ้นเช็ดแก้ม เขาจึงรู้ว่าเรย์กำลังร้องไห้อีกแล้ว



                “ให้ตาย” เขาโวยวาย “หยุดร้องไห้นะ!



                เธอดันร้องเสียงดังขึ้น



                “หยุดร้องเดี๋ยวนี้!” เบนชักจะสติแตก พนักงานมองหน้าเขาแล้วตอนนี้ เหมือนกับว่าเขาไปแกล้งเธออย่างนั้นล่ะ เขาเพิ่งซื้อรองเท้าให้นะ(เว้ย)ไม่ได้แกล้ง ให้ตายสิ ให้ตาย เขาไม่น่ามายุ่งกับเรื่องนี้เลย เขารีบคว้าข้อมือเด็กหญิงและพาออกจากร้านรองเท้า “นี่ หยุดร้องได้แล้ว ฉันต้องทำยังไง เธอจะหยุดร้องเนี่ย”



                เรย์ไม่หยุด เธอสะอึกสะอื้นยกใหญ่ เสียงเหมือนหายใจไม่ออก



                “เอ่อ กินไอติมดีไหม?” เขาหันซ้ายหันขวา มองหาร้านไอศกรีม



                เรย์ส่ายหน้า แล้วอยู่ๆก็โผเข้ามากอดเอวของเขาไว้ ป้ายน้ำตาและน้ำมูกบนเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำที่เขาสวม ตอนนี้เขายืนเป็นไอ้โง่ริมถนนกลางเมือง โดยมีเด็กคนหนึ่งกอดเขาแน่น เวรของเวร ขออย่าให้มีใครจากโรงเรียนบังเอิญเห็นภาพนี้เด็ดขาด



                “ปล่อยฉันได้แล้ว” เบนพยายามพูดด้วยเสียงที่อ่อนโยนลง แตะศีรษะเธอเบาๆ



                เรย์ปล่อยตัวเขา ก้มหน้ามองเท้าของตัวเอง พูดด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ขอบคุณ”     












[Talk]


ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็น one-shot หรือจะมีตอนต่อไปค่ะ

วันนี้ อยู่ๆก็คิดถึงเรย์โลขึ้นมา ระหว่างที่กำลังเกิดภาพย้อนอดีตในหัว เกี่ยวกับประสบการณ์สมัยเรียนประถมต้น เด็กคนหนึ่งแกล้งฉัน โดยการโยนรองเท้านักเรียนของฉันออกนอกหน้าต่างรถยนต์ที่กำลังวิ่งอยู่กลางถนน ฉันเหลือรองเท้าข้างเดียวกลับบ้าน เดินร้องไห้เป็นเผาเต่า 

แล้วก็ผุดพล็อต ฮ่าฮ่า

                     

               

               

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #598 Audaidaj (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 00:01
    โอยยน่าสงสารน้อง ดีนะที่เบนยังใจดียื่นมือเข้ามาช่วย
    #598
    0
  2. #565 lamb_san (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 07:54
    สงสารเรย์ค่ะ การโดนบูลลี่ไม่ใช่เรื้องตลกเลย เราก็เคยโดนกึ่งๆแบนนะ ถ้าพูดถึงรองเท้าตอนเด็กๆเราก็เคยมีวีรกรรมเหมือนกัน เพื่อนคนนึงของเราเคยเข้าใจผิดว่าเราแกล้งเอาน้ำใส่รองเท้าเค้า (ซึ่งความจริงคือเพื่อนเราทำแล้วเราก็ไม่รู้) นางเลยเอาให้คืนบ้างจ้า จำได้ว่มหัวร้อนจนจะร้องไห้เลย คิดย้อนกลับไปก็แบบตลกตัวเอง แต่ตอนนั้นมันไม่ตลกเลยจริงๆค่ะ
    #565
    1
    • #565-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 46)
      31 พฤษภาคม 2561 / 22:04
      รองเท้า คือเป้านิ่ง ที่จะถูกขโมยบ้าง ซ่อนบ้าง ประจำ
      #565-1
  3. #527 Roserin (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 17:27

    ความดีเล็กๆน้อยๆ ที่ทำให้กัน บางทีมันก็ยิ่งใหญ่มากสำหรับคนรับและติดอยู่ในใจตลอดไป น้องเรย์โตเร็วๆ นะลูก จะได้ไปจากที่ร้ายกาจนั่น

    #527
    1
    • #527-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 46)
      25 พฤษภาคม 2561 / 21:18
      จริงค่ะ เรื่องเล็กน้อยในสายตาคนอื่น อาจเป็นความทรงจำดีๆในสายตาเรา
      #527-1
  4. #526 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 08:11

    สงสารน้องเรย์ T^T คือ...บ้านพลัตนี่มันศูนย์รวมความชั่วร้ายจริงๆ พ่อ แม่ พี่สาว น้องสาว ปีศาจเต็มกำลังกันมากค่ะ! แต่ตัวพี่กับตัวน้องนี่ถ้าไม่ร้ายเพราะโดนสปอยล์ ก็คงจะเห็นพฤติกรรมของพ่อแม่แล้วติดมารึเปล่า อ่านแล้วสงสารเรย์มากเลยค่ะ คือ...มันขมขื่นเหลือเกินชีวิตนี้ อันตัวเราเกิดมาก็กำพร้าแล้ว ยังมาเจอครอบครัวอุปถัมภ์ที่เป็นซาตานในคราบนักบุญอีก หดหู่ไปอีก แต่พออ่านเรื่องนี้แล้วเราคิดถึงหนังที่เพิ่งดูจบใน Netflix ค่ะ เรื่อง The Boss อันนั้นก็เป็นเด็กกำพร้าที่มีปมจากครอบครัวอุปถัมภ์เหมือนกัน ต่างกันที่อันนั้นฮามากๆ แล้วนังมิเชลนังก็แบบ Badass พอตัวด้วย 5555 เอาล่ะ...กลับมาที่เรื่องนี้ก่อน คือ...น้องเลือกที่จะหลบเพื่อที่จะหนี แต่พอหนีไม่พ้นก็ต้องกลับมา ถึงแม้ว่าจะบุญหล่นทับเจออิพี่ใจดีซื้อรองเท้าให้ แต่ถ้ากลับไปบ้านพลัตแล้วน้องจะไม่โดนฝ่ามืออรหันต์ของนางพลัตเหรอคะ? หรือว่าเจอลูกกอดของน้องแล้วอิพี่จะไม่ส่งคืนให้บ้านปีศาจแล้ว? หรือส่งคืนแต่ก็ทิ้งคำขู่ไว้ให้ร้อนๆ หนาวๆ? อา...ไม่รู้ละ! เรารออ่านอย่างเดียวละกัน 


    เราดีใจมากเลยนะคะที่เห็นคุณเอาเรย์โลกลับมา เพราะเราเองก็คิดถึง แล้วก็ชอบสำนวนการเขียนของคุณ Silver-Sky ด้วยค่ะ :-)

    #526
    1
    • #526-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 46)
      25 พฤษภาคม 2561 / 21:18
      คิดถึงเรย์โลมากๆเหมือนกันค่ะ
      ดีใจที่คุณยานรักเรย์โลกลับมาเม้นให้นะ
      #526-1
  5. #525 DaisySelvin (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 00:32
    น้องเรย์น่าสงสารจังเลยยยย เรื่องราวน่ารักดีนะคะ อยากให้แต่งต่อจังเลยยย 555+
    #525
    1
    • #525-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 46)
      25 พฤษภาคม 2561 / 21:17
      จะพยายาม ฮ่าฮ่า
      #525-1
  6. #524 fern (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 22:21

    แรงบันดาลใจจากวัยเด็กนี่เอง งุ้ยยย

    #524
    1
    • #524-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 46)
      25 พฤษภาคม 2561 / 21:17
      วัยเด็กของฉันมีแต่เรื่องดราม่าทำนองนี้ค่ะ
      #524-1
  7. #523 ck94 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 21:53
    สงสารนุ้งเรย์ ฮรือออออออออ
    #523
    1
    • #523-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 46)
      25 พฤษภาคม 2561 / 21:17
      ชีวิตรันทดเหลือเกิน
      #523-1
  8. #522 Puryartist (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 21:08
    น่ารักกกก พี่เบนละมุนเหลือเกิน
    #522
    1
    • #522-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 46)
      25 พฤษภาคม 2561 / 21:17
      พี่ชายที่แสนดีมากกกกกก
      #522-1
  9. #521 Kira Ren (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 21:03
    แต่งต่อเถอะค่ะ เรื่องน่ารักมากเลย ดีใจที่ไรท์กลับมานะคะ
    #521
    1
    • #521-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 46)
      25 พฤษภาคม 2561 / 21:16
      ดีใจที่ชอบนะคะ
      #521-1
  10. #520 Ahappipy (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 20:32
    ไร้ท์มาแล้ววงว คิดถึงจังเลยค่ะ
    เรื่องน่ารักจังเลย ถ้ามีต่อคงดี^^
    #520
    1
    • #520-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 46)
      25 พฤษภาคม 2561 / 21:16
      จะพยายามมีต่อให้ได้ค่ะ
      #520-1
  11. #519 janyanis (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 20:27
    รองเท้าเรย์ต้องโดนแนนซี่แย่งไปอีกแน่เลย น่าสงสารแท้

    ตอนเด็กๆ เราอยู่รร.ประจำ รองเท้าหาย เสื้อผ้าหายเป็นเรื่องปกติเลยค่ะ
    #519
    1
    • #519-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 46)
      25 พฤษภาคม 2561 / 21:16
      ไม่ชอบที่สุดก็เวลาของหายเนี่ยแหละ
      #519-1