Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 45 : Shape of Water AU : You’re the only one in this universe who see me as the way I am.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 751
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    19 ก.พ. 61



Shape of Water AU








Chapter 3 : You’re the only one in this universe who see me as the way I am.





                บางทีเจ้าหญิงอาจไม่จำเป็นต้องคู่กับเจ้าชาย หรือบางที เจ้าชายอาจไม่ได้หล่อเหลาราวเทพบุตรในฝันของหญิงสาว เขาอาจจะเป็นเพียงคนธรรมดา หน้าตาอัปลักษณ์ หรือเป็นสัตว์ประหลาดในสายตาของคนอื่น แต่สำหรับเธอ เธอมองเห็นความงดงามจากภายใน เช่นเดียวกับที่เขาเห็นเธอ อย่างที่ไม่เคยมีใครมองเห็น




 

                พยากรณ์อากาศบอกว่าเดือนหน้าฝนจะตกหนัก มีพายุพัดมาจากมหาสมุทร ดูเหมือนใครต่อใครจะไม่ชอบข่าวนี้นัก แต่ไม่ใช่กับเรย์ เธอจำเรื่องเล่าที่แม่ชีจากบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าเล่าให้ฟังได้เสมอ เรื่องราวเริ่มต้นแบบเดียวกัน ในคืนฝนกระหน่ำ ลูกอสุนีบาตฟาดผ่านท้องฟ้า แสงแลบแปลบปลาบ น่าพรั่นพรึง เกิดฟ้าผ่าขึ้นตั้งสองครั้ง แต่พอเช้าวันต่อมา พายุฝนผ่านไป ทะเลเกือบจะสงบนิ่ง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แม่ชีชราคนหนึ่งเดินออกมาสูดอากาศยามเช้าตามปกติในทุกวัน มีบางอย่างดึงดูดให้เธอเดินไปที่ชายหาด ตอนนั้นเอง เธอตกใจแทบสิ้นสติ เพราะพบเด็กหญิงตัวเล็กจ้อยคนหนึ่งนอนหมดสติ ซีดเซียว เหมือนหมดลมหายใจอยู่ท่ามกลางโขดหิน ร่างกายครึ่งหนึ่งแช่อยู่ในน้ำทะเลที่ซัดเข้าฝั่ง เด็กผู้หญิงคนนั้นคือเรย์ในวัยสี่หรือห้าขวบ  



                เธอจำเรื่องราวในวัยเด็กก่อนที่จะตื่นขึ้นมาบนหาดนั้น ไม่ได้เลยสักอย่างเดียว ไม่มีรายงานว่าเรือเดินสมุทรแตก หรือคนพลัดหลงสูญหายกลางทะเล เรย์ไม่รู้ที่มาของตน แผลเป็นจางๆสามขีดบริเวณต้นคอเกิดจากอะไร ก็ไม่มีใครรู้ได้เช่นกัน แม่ชีในโบสถ์ประจำเมืองช่วยกันเลี้ยงเธอพร้อมกับเด็กคนอื่นๆที่ถูกพ่อแม่ทิ้งไป หรือเสียพ่อแม่ญาติพี่น้องไปจนหมดแล้ว



                เรย์รู้จักกับฟินน์จากบ้านเลี้ยงเด็กนี่เอง เขาเองก็ไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นใคร ทั้งสองคนเหมือนกันตรงที่ต่างเคว้งคว้าง พยายามค้นหาความจริงบางอย่าง ที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นหาจากตรงไหน แต่อย่างน้อยพวกเขาก็มีกันและกัน เรย์คิดอย่างนี้เสมอ ฟินน์เป็นทั้งเพื่อน ทั้งพี่น้อง ญาติสนิท พวกเขาจะช่วยเหลือกันเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม



                แต่เรย์ไม่รู้จะช่วยฟินน์เรื่องนี้อย่างไร ความฝันของเขาที่จะจิตรกร ช่างยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน ฟินน์วาดรูปสวย อย่างน้อยเรย์ก็คิดว่าสวยและสมบูรณ์แบบในทุกรูป แต่สายตาของเธอ ไม่เหมือนกับสายตาของพวกมืออาชีพ พวกเขาเหล่านั้นยังไม่พอใจผลงานของฟินน์เสียที เรย์ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากจะนั่งให้กำลังใจเขาเท่านั้นเอง บางครั้งเขาเซื่องซึม ไม่พูดไม่จา เหมือนโกรธคนสักสิบคน บางครั้งเขาก็คลายเครียดด้วยการช่วยเธอลุกขึ้นร้องเพลงและเต้นไปรอบๆห้อง บางครั้งเขาแค่นั่งจมอยู่บนโซฟาหน้าทีวี และกินป๊อปคอร์นกับเรย์ ต่อให้เขาอยู่ในอารมณ์ที่แย่กว่านี้ เรย์จะอยู่ข้างๆและเป็นเพื่อนของเขาเสมอ



                และเธอหวังว่า เมื่อเธอต้องการความช่วยเหลือ เขาจะอยู่เคียงข้างเธอเช่นกัน



                สิ่งที่เธอต้องการให้ช่วยนั้น มีต้นตอมาจากเรื่องเล็กๆ จนกระทั่งมันกลายเรื่องใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ อันที่จริง มันเกี่ยวข้องกับบุคคลอีกหนึ่งคน หรือควรจะเรียกว่า สิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งสิ่ง ซึ่งถูกขังอยู่ในที่ทำงานของเรย์ ว่ายอยู่ในอ่างน้ำสีเขียวอมฟ้าคล้ายกับน้ำทะเล สิ่งมีชีวิตน่าพิศวงที่เรย์ได้ทำความรู้จัก และใกล้ชิดมากขึ้นทุกที



                 หลังจากได้คำตอบแน่ชัดว่าเจ้าของมือปริศนาภายในตู้ใบนั้นคือใคร ความสงสัยของเรย์ไม่ได้ลดน้อยลงเลย เธอมีโอกาสได้เห็นเขาเต็มตัวระหว่างทำความสะอาดเลือดให้หมดจากพื้นห้องทดลอง เธอเดาว่าเขาเป็นคนทำร้ายอาร์มิเทจ ฮักซ์จนนิ้วขาด และเลือดที่เธอต้องขัดออกจากพื้นก็คือเลือดของนายฮักซ์นั่นเอง ตอนแรกเรย์แอบกลัวว่าสิ่งมีชีวิตในตู้นั้นจะดุร้าย แต่เมื่อเธอได้เห็นชัดๆเต็มสองตา ความคิดที่ว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาด หายไปจนหมด เขาไม่เหมือนใคร ไม่เหมือนสิ่งอื่นใดที่เธอเคยเห็นมาก่อน



                ผิวหนังของเขาเป็นสีเขียวอมฟ้า เหมือนกับสีของมหาสมุทรลึก บนตัวของเขามีเกล็ดสีดำปกคลุมบริเวณหัวไหล่ ไล่ลงมาจนถึงด้านข้างของแขน ข้างลำตัว และขา เขามีขาสองข้างเหมือนเธอ เพียงแต่เท้าของเขามีพังผืด ใบหน้าของเขาคล้ายมนุษย์ เขามีปาก มีจมูก มีดวงตา ส่วนที่เป็นหูค่อนข้างใหญ่กาง และมีครีบเหมือนปลาแผ่ออกไปด้านหลังด้วย เธอคิดว่าเขาประหลาด แน่ละ เขาต้องประหลาดอยู่แล้ว น่าฉงน น่าสนใจ แต่ไม่ได้น่ากลัว แววตาของเขาที่มองเธอ เหมือนเขาเองก็กำลังสงสัย อยากรู้อยากเห็น เธอไม่รู้สึกว่าเขาอยากจะทำร้าย เขาที่จะมุ่งร้ายหรือเป็นสัตว์ประหลาดดุดัน ไม่น่าจะมีแววตาแบบนั้นได้หรอก เขาดูใจดี และบางที เธออาจจะเป็นบ้าไปแล้วก็ได้ที่คิดแบบนี้



                แต่เธอหาทางกลับเข้าไปในห้องทดลองตามลำพังอีกครั้ง เมื่อสบช่องหลบโรส หลบพวกนักวิทยาศาสตร์ที่ออกไปเดินยืดเส้นในช่วงพัก เธอเตรียมไข่ต้มมาด้วย เพราะคิดว่าอาหารน่าจะเป็นสิ่งของพื้นฐานในการผูกมิตร เธอเป็นเพื่อนกับฟินน์ได้เพราะเขาเคยยื่นลูกอมแบ่งเธอในวันฮาโลวีน และในวันคริสมาสต์ เธอก็ให้แท่งน้ำตาลกับเขาเป็นของขวัญตอบแทน การผูกมิตรกับสิ่งมีชีวิตแปลกใหม่คนนี้ คงไม่ต่างกันนักหรอก



                เธอเดินไปที่ตู้กระจก ลองใช้นิ้วเคาะเรียก แต่เขาไม่โผล่ออกมาที่ริมกระจกเหมือนคราวนั้น เรย์กระพริบตา เม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย เขาหลับอยู่หรือเปล่านะ? ทันใดนั้นเอง เธอได้ยินเสียงครืดคราดของเหล็กที่กระทบกับวัตถุแข็งๆ เรย์หันไปตามเสียง เห็นอ่างน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ชิดผนัง พวกนั้นคงย้ายเขาไปอยู่ในอ่าง พื้นที่กว้างขวางมากพอจะให้เขาว่ายม้วนตัวได้สบาย เธอเดินเข้าไปใกล้ พื้นผิวของน้ำสงบนิ่ง เรย์หย่อนตัวลงนั่งที่ขอบอ่างอย่างเงียบเชียบ เธอถือไข่ต้มที่ยังไม่ได้ปอกเปลือกไว้ในมือ และหยิบช้อนออกมากะเทาะเปลือกเบาๆ เมื่อเกิดเสียง น้ำก็ไหวกระเพื่อม โซ่เหล็กขยับจากข้างใต้ เรย์อมยิ้มจนแก้มป่อง แล้วแกะเปลือกไข่ทีละนิด



                เขายอมโผล่พ้นเหนือน้ำมาแค่ลูกตา กระพริบปริบๆมองเธออย่างสนใจ และก็ไม่ไว้วางใจมากพอที่จะเข้ามาใกล้ เธอยิ้มกว้างให้เขาก่อนเลยเป็นอันดับแรก แต่เขาจะคิดว่าเธอแยกเขี้ยวขู่เขาหรือเปล่า? เขารู้จักการยิ้มไหมหนอ เธอไม่แน่ใจ จึงค่อยๆหุบยิ้มลง แกะเปลือกไข่จนหมด ยื่นออกไปข้างหน้า เขายังอยู่ที่เดิม ไม่ยอมเข้าใกล้ เรย์เป็นฝ่ายกระพริบตาบ้างแล้ว ควรทำอย่างไรดี? เธอนึกถึงพวกสัตว์ที่เคยเลี้ยงมาก่อน กว่าจะทำให้เชื่อใจและยอมเข้าหาได้ ก็ต้องให้อาหารก่อนทั้งนั้นนี่น่า หรือว่าเขาจะไม่รู้ว่าในมือของเธอคืออาหาร



                เรย์ตัดสินใจกัดไข่ต้มก่อนหนึ่งคำ เมื่อเธอหันไปมองอีกครั้ง เขาเคลื่อนตัวลงน้ำไปแล้ว เธอเห็นผิวน้ำไหวเป็นระลอก โซ่เหล็กไหลลงด้านล่าง จนกระทั่งเขาโผล่ขึ้นมาอีกทีใกล้กับขอบสระที่เธอนั่งอยู่ เรย์ตะลึงมอง เขาไม่ได้โผล่มาแค่เฉพาะดวงตาทั้งสองข้าง แต่ยืนขึ้น ยืดตัวเต็มความสูง ราวกับจะแสดงตัวให้ดูว่าเขาสูงใหญ่กว่าเธอแค่ไหน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นเต็มตา โดยไม่มีกระจกหรือน้ำสีเขียวกั้นไว้ ผิวหนังของเขาแวววาว เปียกชื้น และน่าจะลื่นมือ เรย์ขยับลุกขึ้นยืนบ้าง และยื่นไข่ต้มให้ เธอยื่นเร็วเกินไป เขาส่งเสียงคำราม แขนข้างหนึ่งเกือบจะเงื้อขึ้น เธอตกใจและถอยหลังไปหนึ่งก้าว เห็นความตึงเครียดบนกล้ามเนื้อของเขาอย่างชัดเจน เขาแค่ตกใจ แต่ไม่ได้คิดจะทำร้าย เพราะถ้าเขาจะทำจริงๆ เธออยู่ใกล้แค่นี้ แค่เขาเอื้อมมือมานิดเดียว ก็ฟาดเธอสลบได้แล้ว



                เรย์ผ่อนลมหายใจ แล้ววางไข่ต้มที่ขอบอ่างแทน เขาก้มลงมอง คว้าไข่ต้มแล้วหมุนตัว ทิ่มศีรษะลงน้ำ ดำหายไปอย่างเงียบกริบ



                ไม่แย่นักสำหรับครั้งแรก อย่างน้อยเขาก็รู้และน่าจะจำเธอได้ ครั้งที่สองและครั้งต่อๆมา เธอนำไข่ต้มมามากกว่าหนึ่งฟอง เขาไว้ใจเธอมากขึ้น ยอมกินให้เธอเห็น เธอสอนภาษามือคำว่าไข่ให้เขาด้วย เขาทำตาม และเมื่อเขาต้องการไข่ต้มเพิ่ม เขาจะสื่อสารด้วยมือกับเธอ เรย์ยิ้มอย่างภูมิใจนิดๆที่ตอนนี้เธอได้เพื่อนใหม่เพิ่มมาอีกคน



                เวลาอยู่กับเขา โลกทั้งใบเงียบและไม่วุ่นวาย เธอรู้สึกว่าได้เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องพยายามปรับเข้าหาใคร ไม่ต้องพยายามสื่อสารให้ใครมาเข้าใจ ผูกมิตรกับเขา ง่ายกว่าผูกมิตรกับคนอื่นหลายเท่า เขาจะอยู่ในน้ำครึ่งตัว โผล่ศีรษะขึ้นมา เฝ้ามองว่าเธอจะทำอะไร หรือสื่อสารอะไรกับเขาบ้าง เขามองอย่างตั้งใจ สนใจ และใส่ใจอย่างที่เธอไม่ค่อยจะได้เห็นจากคนอื่น คนพวกนั้นมักมองผ่านเธอไปเหมือนเธอไร้ตัวตน เมื่อพวกเขารู้ว่าเธอพูดไม่ได้ พวกเขาจะมองว่าเธอน่าสงสาร มองว่าเป็นความบกพร่องและผิดปกติ เรย์ไม่เคยชอบสายตาแบบนั้นเลย เธอเกลียดความสงสารที่คนอื่นพยายามจะหยิบยื่นให้ ยิ่งรู้ว่าเธอเป็นเด็กกำพร้าที่แม่ชีเก็บได้ริมทะเล พวกเขาก็ยิ่งเวทนา แต่เขาคนนี้ไม่มีสายตาแบบนั้น ทั้งที่ไม่มีคำพูดสื่อสาร มีเพียงภาษามือแค่ไม่กี่คำ แต่เรย์รู้สึกเหมือนได้บอกเล่าเรื่องราวเป็นร้อยๆเรื่องไปแล้ว จากการได้ใช้เวลาเล็กน้อยร่วมกันในแต่ละวัน



                เรย์มีความสุขอย่างประหลาด อบอุ่นเหมือนได้ใกล้ชิดบ้าน เหมือนเขาเข้าใจเธอ แต่เรย์ไม่รู้เลยจริงๆว่าทำไมเธอจึงรู้สึกอย่างนั้น เธอคิดไปเองหรือเปล่า? เธอบ้าไปแล้วหรือไง? แต่ความรู้สึกเหล่านั้นช่างแรงกล้าจนไม่อาจปฏิเสธได้ ยิ่งเวลาผ่านไป เธอก็ยิ่งใกล้ชิดกับเขาทางอารมณ์ความรู้สึกมากขึ้นทุกที



                เธอยิ้มได้บ่อยขึ้นระหว่างทำงาน เพราะคิดถึงเขา โดยเฉพาะตอนที่เธอแอบนำเครื่องเล่นแผ่นเสียงขนาดพกพาเข้าไปในห้องทดลอง เปิดเพลงให้เขาฟังครั้งแรก และสอนภาษามือคำว่าดนตรี เขาจ้องเครื่องเล่นจนตาแทบถลน ดูเหมือนเด็กที่เพิ่งรู้จักของเล่นชิ้นใหม่ เมื่อเธอแกล้งยกเข็มให้เพลงหยุดเล่นกะทันหัน เขาจะมองหน้าเธอทันที นัยน์ตาแววสุกใสเหมือนท้องฟ้าในตอนกลางคืนที่มีเกล็ดดาว เขารีบขยับมือบอกให้เธอเปิดเพลงอีกครั้ง คิดถึงเหตุการณ์นี้ทีไร เรย์จะยิ้มได้หลายนาที ทุกสิ่งทุกอย่างดูมีสีสันสดใสขึ้น แม้แต่ไม้ถูพื้นสีเทาชุ่มด้วยน้ำยาทำความสะอาด



                จะเป็นอย่างไรหนอ ถ้าเธอมีโอกาสพาเขาออกไปข้างนอก ไม่ต้องอุดอู้อยู่ในห้องทดลอง พวกนักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติต่อเขาเหมือนสัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่ง โดยเฉพาะอาร์มิเทจ ฮักซ์ ผู้ชายคนนั้นเป็นบุคคลอันตรายต่อเขามากกว่าใคร



                วันที่เรย์ตัดสินใจจะทำเรื่องเกินตัว คือวันที่เธอเข้าไปในห้องทดลอง และพบว่าเขาถูกจับมาคล้องโซ่ไว้นอกอ่าง เธอสังเกตเห็นเลือดเปรอะอยู่ที่ริมฝีปากและแขนของเขา น่าจะเป็นเลือดของเขาเอง ไม่ใช่ของคนอื่น เขาท่าทางอ่อนแรง หวาดกลัว และต้องการความช่วยเหลือ เรย์ตรงรี่เข้าไปหาอย่างร้อนใจ เธอพยายามปลดโซ่ แต่ทำไม่สำเร็จ เพราะตอนนั้นเอง เธอได้ยินเสียงคนกำลังเปิดประตูเสียก่อน เธอจำเป็นต้องรีบหลบ



                เรย์เห็นอาร์มิเทจ ฮักซ์ทรมานเขา ได้ยินทุกคำพูดจาดูถูกถากถาง คนที่เป็นสัตว์ประหลาดตัวจริง ไม่ใช่เขาหรอก แต่เป็นฮักซ์ต่างหาก เรย์อยากจะออกไปช่วย พาเขาหนีไป แต่เธอทำได้แค่คิดเท่านั้น และแอบฟังที่ฮักซ์กับนายพลคุยกัน



                “นี่หรอ สัตว์ประหลาดจากอะเมซอน มันตัวใหญ่กว่าที่ฉันคิดไว้” นายพลออกความเห็น



                “ใช่ครับท่าน” ฮักซ์ตอบ “พวกคนป่าบูชามันเหมือนพระเจ้า พยายามใช้ธนูสู้กับเรา ตอนที่เราบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ พวกเขาพยายามปกป้องมัน”



                “เหอะ” นายพลพ่นลมออกทางปากอย่างเหยียดหยัน “มันดูไม่เหมือนพระเจ้าเท่าไหร่นะตอนนี้”



                “นี่คุณทำอะไรกัน?” เสียงบุคคลที่สามดังขึ้น ท่าทางไม่พอใจอย่างรุนแรง เรย์เสี่ยงแอบมอง เธอเห็นนักวิทยาศาสตร์ในชุดสีขาวเดินเข้าไปกลางวง “เขาเลือดออก! ฮักซ์ คุณจะทำอย่างนี้ไม่ได้นะ”



                “มันเป็นแค่สัตว์” ฮักซ์พูดอย่างไม่ใส่ใจ “และทำเราเสียเวลา เสียงบประมาณไปมากแล้ว ด็อกเตอร์”



                “ผมไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตแบบนี้มาก่อน ท่านต้องให้เวลาผมได้ศึกษา...”



                “พวกโซเวียตไม่คอยเราหรอก” นายพลบอก “พวกนั้นส่งคนออกนอกอวกาศและหัวเราะเยาะประเทศเราว่าล้าหลัง ถ้าเราหาวิธีหายใจไม่ได้จากการทดลองกับสัตว์ประหลาดบ้านี่ เราก็ควรจะ...”



                “ท่านครับ” นักวิทยาศาสตร์โพล่งขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่เกรงกลัว “ผมเชื่อว่าผมจะหาคำตอบได้ เขามีระบบหายใจสองรูปแบบ”



                “มันอยู่บนบกได้นานแค่ไหน?” ฮักซ์เป็นคนถาม



                “สามสิบนาทีครับ” นักวิทยาศาสตร์ตอบ



                “อืม” ฮักซ์ส่งเสียงอย่างพอใจ เรย์สัมผัสถึงความชั่วร้ายในน้ำเสียงนั้นได้ “ตอนนี้ มันอยู่ข้างนอกมายี่สิบแปดนาทีแล้วล่ะ เราน่าจะมาดูกันนะว่าถ้ามันอยู่เกินเวลาจะส่งผลยังไง”



                “คุณจะทำให้เขาตาย” นักวิทยาศาสตร์ตอบ



                “ถ้าอย่างนั้นมันก็ไร้ประโยชน์สิ้นดีนั่นแหละ ด็อกเตอร์” ฮักซ์พูดอย่างเย็นชา แล้วหันไปทางนายพล “ผมคิดว่า เบื้องบนไม่น่าจะพอใจนักใช่ไหมครับ กับความล่าช้า เสียเวลาขนาดนี้ การปกปิดความลับก็ทำได้ยากขึ้นทุกที มีพวกสอดรู้สอดเห็นเต็มไปหมด เราควรรีบกำจัดมันซะดีกว่า ผมเชื่อว่าเราสามารถหาวิธีอื่นจนได้ เพื่อออกไปสู่อวกาศ”



                “ท่านประธานาธิบดีถามฉันโดยตรงหลายครั้งแล้วถึงความคืบหน้า ท่านต้องการคำตอบโดยเร็วที่สุด ทีมวิจัยที่วอชิงตันกำลังเร่งเครื่องเต็มที่ บางทีพวกเขาอาจได้คำตอบเร็วกว่า ถ้าเป็นอย่างนั้น ไอ้เจ้านี่ก็ไม่มีประโยชน์แล้วจริงๆ”



                เรย์แทบไม่ได้ฟังต่อแล้วว่าพวกเขาพูดอะไรกันอีก นักวิทยาศาสตร์คนนั้นพยายามจะโน้มน้าวให้เก็บเขาไว้ศึกษาต่อ แต่นายพลและฮักซ์คิดแบบเดียวกันว่าสุดท้ายต้องกำจัดเขาทิ้ง แค่กำลังรอคำสั่งจากเบื้องบนอย่างเป็นทางการ เขาจะไม่รอด เขาจะตาย กำลังจะถูกฆ่า เรย์ไม่คิดว่าเธอจะทนให้ความโหดเหี้ยมอย่างนั้นเกิดขึ้นได้ ในสายตาของเธอ เขาไม่ใช่สัตว์เดรัจฉาน ไม่ใช่สัตว์ประหลาด ไม่ใช่พระเจ้า ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น เขาก็คือเขา มีตัวตน มีความรู้สึก มีหัวใจ ไร้เดียงสา ซื่อ บริสุทธิ์ และเขาเป็นเพื่อนของเธอ เป็นคนที่เธออยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็น



                ไม่ เขาจะตายไม่ได้ เธอยอมไม่ได้



                ในเช้าวันต่อมา หลังเลิกงาน เธอรีบขึ้นรถเมล์ ไม่สนใจเสียงเรียกชวนกินอาหารเช้าจากโรส เธอตะลุยกลับอพาร์ทเมนต์ให้เร็วที่สุด เคาะประตูห้องฟินน์หลายครั้ง จนเขางัวเงียลุกจากที่นอนมาเปิดให้ เธอไม่เคยสื่อสารด้วยภาษามืออย่างรัวเร็วรีบเร่งมากเท่านั้นมาก่อน จนฟินน์ต้องขอให้เธอใจเย็นและค่อยๆบอกเขา ทันทีที่เธอบอกว่าเธอต้องการพาเขาออกมา ฟินน์ส่ายหน้าปฏิเสธ



                “ไม่ได้หรอก เรย์ เราทำไม่ได้ เพราะมันผิดกฎหมายนะ” ฟินน์บอก “แค่เราคุยกันตอนนี้ มันอาจจะผิดกฎหมายแล้วก็ได้ มีทั้งนายพล ทั้งประธานาธิบดีเกี่ยวข้อง นี่มันความลับระดับชาติ เวรแล้วไง ฉันไม่ควรรู้เรื่องด้วยซ้ำ”



                แต่เขาตัวคนเดียว และกำลังจะถูกฆ่า เรย์บอก



                “ตัวคนเดียว?” ฟินน์ทวนคำ “แล้วยังไงล่ะ เรย์ เธอก็ตัวคนเดียว ฉันก็ตัวคนเดียว ทุกคนโดดเดี่ยวทั้งนั้นแหละ เขากำลังจะถูกฆ่า นั่นน่าเศร้า แต่เราช่วยทุกคนไม่ได้หรอกนะ”



                เขาคือสิ่งมีชีวิตที่โดดเดี่ยวที่สุดตั้งแต่ที่ฉันเคยเห็นมา เรย์บอก น้ำตาเริ่มคลอหน่วย



                “สิ่งมีชีวิต ใช่ แค่สิ่งมีชีวิต เขาไม่ใช่มนุษย์นะ เรย์ เท่าที่เธออธิบาย เขาเป็นสัตว์ แค่สัตว์น้ำ ถ้าเราไปร้านอาหารด้วยกัน เธอจะพยายามช่วยกุ้งหรือปูทุกตัวในตู้ด้วยไหมล่ะ?” ฟินน์ถามอย่างค่อนข้างประชดประชัน ยิ่งทำให้เรย์อยากร้องไห้หนักกว่าเดิม



                เขาไม่ใช่แค่สิ่งมีชีวิตธรรมดานะ เขาเป็นเพื่อนของฉัน เหมือนที่นายเป็น ...



            “ให้ตาย เรย์ มันไม่เหมือนกัน...” ฟินน์เริ่มโวยวาย แต่เธอก็จะโวยวายเหมือนกัน เธอกันเขาไว้ไม่ให้เดินหนี บังคับให้เขารับฟังเธอ “ก็ได้ๆ ฉันจะฟัง” เขายกมือยอมแพ้



                ถ้าเขาเป็นสัตว์ประหลาด แล้วฉันล่ะ? ฉันก็พูดไม่ได้ ไม่มีเสียง ฉันก็เป็นตัวประหลาดเหมือนกัน



                “เธอไม่เหมือนเขาซะหน่อย” ฟินน์เถียง แต่เรย์ตีแขนเขาให้หยุดพูด



                วิธีที่เขามองฉัน เขาไม่ได้สนว่าฉันขาดอะไรไป เขามองฉันไม่เหมือนอย่างที่คนอื่นมอง ไม่ได้มองฉันบกพร่องหรือเป็นแค่อีใบ้น่าสงสาร แต่เขามองฉันอย่างที่ฉันเป็นจริงๆ มองที่ตัวตนของฉัน และฉันมีความสุข เขาก็มีความสุขที่ได้เห็นฉันทุกครั้ง และตอนนี้ ฉันมีสองทางเลือก คือช่วยเขา หรือปล่อยให้เขาตาย และฉันจะไม่มีวันได้เห็นสายตาของเขาอีก ฉันทำไม่ได้ ฉันปล่อยให้มันเกิดขึ้นไม่ได้



            เรย์หอบหายใจ เหมือนเธอเพิ่งใช้พลังงานทุกหยาดหยดเพื่อสื่อสารออกไป เธอมองฟินน์อย่างรอคอยว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร เธอนึกถึงตอนที่มีเด็กคนอื่นแกล้งเธอจนร้องไห้ ฟินน์จะเข้ามาช่วย หรือตอนที่เขาเขินอายเกินกว่าจะกล้าเอ่ยทักโพ เจ้าของพายแสนอร่อย เธอเป็นคนจูงมือเขาเข้าไปในร้าน ช่วยให้เขาเลิกประหม่าเสียที เธอรู้ว่าครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่กว่าทุกครั้งในความทรงจำเหล่านั้น แต่ถ้าฟินน์ไม่ช่วย เธอก็ไม่แน่ใจว่าจะทำสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว เขาเป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง เป็นญาติคนเดียวที่เธอมีอยู่ และเธอกำลังยืนอยู่ต่อหน้าเขา น้ำตาคลอ ขอร้องให้เขาช่วย อย่าพรากความสุขของเธอไป อย่าพรากคนๆนั้นไปจากเธอ



                แต่ฟินน์กลับส่ายหน้าปฏิเสธ        















[Talk]

กว่าจะกลั่นมันออกมาได้ ทำไมมันยากอย่างนี้ 

ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้แฮะ อารมณ์แต่ละวันนี่สวิงยิ่งกว่า เครื่องเล่นไวกิ้ง ในดรีมเวิล์ด 

กว่าจะได้อารมณ์ที่สามารถนั่งเขียนได้อย่างมีสมาธิ ก็คืนนี้แหละค่ะ Y^Y 

รู้ว่ารอนาน รู้ว่าต้องเบื่อที่รอแน่ๆเลย บางคนอาจจะหายไปเลยเพราะรอนานก็ได้ (แงงงง) 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #805 Pgirl (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 01:22

    ????????????อยากอ่านต่อจัง คุณSilver-Sky จะมาเขียนต่อรึเปล่าคะ??

    #805
    0
  2. #799 PANDAPEGASUS (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 05:21
    สารภาพว่าเป็นแฟนคลับ the shape of water ค่ะ มีทั้งหนังสือเก็บและไปดูหนังมา ฮือรักมาก ยิ่งไม่คิดว่าจะมีคนเขียน AU นี้ แล้วเป็นคนเขียนที่เราชอบมากๆอีก น้ำตาไหลแล้วค่ะ
    ถ้าเป็นไปได้ อยากอ่านต่อจริงๆค่ะ ฮือออออออ
    #799
    0
  3. #501 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 18:53
    ตอนที่เมคเฟรนด์กันนี่น่ารักมากนะคะ เรารู้สึกว่า...เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและบริสุทธิ์มากเลยค่ะ ชอบมากจนต้องไปหาตัวอย่างหนังดูกันเลยทีเดียว คือ...เราพลาดมากๆ เลยจริงๆ /เอามือตบหน้าผาก ตอนที่เล่าถึงซีนที่อิพี่รู้จักแผ่นเล่นเสียงครั้งแรก น่ารักมากจนต้องยิ้มตามน้องเลยค่ะ แต่...นังเจนเนอรัลฮักซ์นี่ชอบทำเสียเรื่องทั้งในหนังและ AU เลยจริงๆ! ลุ้นมากค่ะว่าเรย์จะช่วยพี่ยังไง ยังไงเราเอาใจช่วยนะคะ เรารอได้ค่ะ งานเขียนของผู้แต่งมันเป็นอะไรที่คุ้มค่ากับการรอคอย แถมเรื่องนี้ยังพิเศษกว่าเรื่องอื่นๆ ด้วย (เพราะต้องบรรยายเป็นหลัก!) สู้ๆ นะคะ เราเป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #501
    0
  4. #491 kanit4u (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:02
    อยู่ค่ะ อยู่ อ่าน ReyLo ของ Silver-Sky จะครบทุกเรื่องแล้ว เย้
    #491
    0
  5. #490 Audaidaj (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:20
    หวังว่าเค้าจะรอดนะคะ อยากให้เรย์ช่วยเค้าให้ได้
    #490
    1
    • #490-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 45)
      20 กุมภาพันธ์ 2561 / 05:59
      ต้องช่วยได้สิ
      #490-1
  6. #488 Ahappipy (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:31
    ไม่หายค่ะ เราfavไว้แล้วอิๆ พออ่านหมดไม่เหลือก็ไปวนอ่านเรื่องเก่าใหม่ค่ะ แอบรีรันอยู่นะจ๊ะแต่ไร้ท์ไม่รู้บ้างเลย
    #488
    1
    • #488-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 45)
      19 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:35
      ฮ่าฮ่า กลัวจะรอจนลืมน่ะค่ะ
      #488-1