Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 4 : There’s no place like home [One-Shot]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,599
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    14 ม.ค. 60



Bad Day AU

Inspiration :  My xty week

                    Ours - Taylor Swift

                    Bad day - Daniel Powter

                    Thank you - Dido

Chapter : 1/1








There’s no place like home [One-Shot]



          เรย์ตื่นเพราะนาฬิกาปลุกที่ดังลั่นราวกับโลกจะแตก หัวสมองของเธอหมุนวนเป็นวงกลม เธอสะดุ้งเฮือก ดวงตาเปิดขึ้นพร้อมกับเสียงถอนหายใจที่ลอดผ่านริมฝีปาก หญิงสาวยันร่างตัวเองลุกขึ้นนั่ง ขยี้ตา ก่อนจะมองไปทางหน้าต่าง อากาศขมุกขมัวของลอนดอนราวกับกำลังบอกว่าวันนี้จะเป็นวันแย่ๆอีกวันที่เธอจะต้องจำทน มือของเธอเลื่อนควานหาโทรศัพท์มือถือใต้ผ้าห่ม จนกระทั่งไปเจอมันอยู่ใต้หมอน เธอกดปลดล็อกหน้าจอ และเห็นข้อความถูกส่งมาตอนที่เธอกำลังหลับอยู่



            ผมยังกลับวันนี้ไม่ได้ ขอโทษนะ



            ร่างบางถอนหายใจหนักกว่าเก่า และโยนโทรศัพท์ทิ้งไว้บนเตียงตามเดิม เธอลุกจากเตียงอย่างไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงนัก เข้าห้องน้ำ มองสภาพตัวเองหน้ากระจก ขอบคล้ำใต้ตาบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าช่วงนี้เธอไร้ความสุขขนาดไหน เรย์บีบยาสีฟัน เริ่มแปรงพัน ล้างหน้า จัดการทำความสะอาดร่างกายเพราะหวังว่าจะสดชื่นขึ้น แต่ก็ไม่ เธอแต่งตัวอย่างรวดเร็ว แต่งหน้าให้ดูเป็นผู้เป็นคน ห่างไกลจากคำว่าซากศพ หยิบเสื้อคลุมและพุ่งออกจากห้อง เธอลืมร่ม



            ฝนตก ไม่ได้ตกหนักมาก แค่เปาะแปะน่ารำคาญ ทำให้พอเปียก ชื้นแฉะจนซึมไปในรองเท้า ช่างเป็นเช้าที่สดใสอะไรแบบนี้ เรย์ประชดประชันในใจขณะรีบวิ่งไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน เธอมีปัญหากับเครื่องขายตั๋ว มันกินเหรียญของเธอไป และเรย์รู้ว่าถ้าติดต่อเจ้าหน้าที่ ก็ยิ่งจะเจอเรื่องยุ่งยาก รอนาน อาจทำให้เธอไปทำงานสาย เรย์จึงไม่ร้องเรียนอะไร เธอแค่เปลี่ยนเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ เมื่อได้ตั๋วตามต้องการ เธอเดินผ่านแผงกั้น และขอบคุณพระเจ้าที่มันกลืนตัวเธอไปยังอีกฝั่งโดยไม่มีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้น แต่ทันทีที่ไปถึงชานชาลา ก็มีกลุ่มวัยรุ่นวิ่งชนไหล่ของเธอจนเจ็บ



            เรย์พยายามจะไม่หงุดหงิด ไม่โกรธ แต่เธอก็รำคาญใจอยู่ดี รถไฟแน่นมากในตอนเช้า เธอถูกเบียดเข้าไปด้านในสุด กลิ่นน้ำหอมคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว หญิงสาวเงยหน้าสูงเข้าไว้เพื่อหายใจ เดี๋ยวก็ถึงแล้ว เธอบอกตัวเอง จะไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วล่ะ



            เธอคิดผิด ทันทีที่ออกไปสู่ถนน ฝนก็เทลงมาห่าใหญ่ คราวนี้ทำเอาเปียกทั้งตัว ชื้นไปจนถึงชั้นใน แต่เรย์ก็กลับบ้านไม่ได้ เธอมาถึงนี่แล้ว อีกแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงบริษัท สถานที่ทำงานของเธอ เป็นสำนักพิมพ์เล็กๆ เรย์เป็นหนึ่งในบรรณาธิการ แต่เธอทำงาน สากเบือยันเรือรบ เหลือแค่อย่างเดียวคือ ล้างห้องน้ำ ที่เธอยังไม่ได้ทำ แต่อาจจะต้องทำในเร็วๆนี้ก็ได้ เพราะเธอได้ข่าวแว่วมาว่า แม่บ้านกำลังจะรอออก ใครจะไปทนสภาพได้กันล่ะ ทำงานหกวันต่อสัปดาห์ ค่าแรงน้อยนิด งานเยอะท่วมหัว ระบบบริหารแย่ บริษัทใกล้จะปิดตัวเต็มที่ เรย์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาจะยื้อไปจนสิ้นปีได้หรือไม่ แต่นี่ก็เป็นสิ่งเดียวที่เธอมี



            ในโลกธุรกิจปลาใหญ่กินปลาเล็ก สำนักพิมพ์เล็กจ้อยหรือจะไปรอด ในสภาวะที่ทั่วโลกไม่จำเป็นต้องหาความรู้หรือความบันเทิงจากในหนังสืออีกแล้ว อินเตอร์เน็ตคือทุกสิ่งทุกอย่าง เข้าได้ทุกที่ และมีข้อมูลที่ทุกคนต้องการ เรย์นึกไม่ออกเลยว่า ถ้าที่นี่ปิดตัวลงจริงๆ เธอจะไปทำงานที่ไหน ประวัติการทำงานของเธอก็มีแต่ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น ไม่ได้น่าสนใจ และเรย์ก็มีคู่แข่งที่เป็นเด็กจบใหม่เยอะแยะ เธอกลัว กลัวมากๆ ถ้าวันตกงานมาถึง เธอจะทำยังไง



            น่าแปลก งานยังมีเยอะเหมือนเดิม มีหนังสือที่ต้องแปล ต้องพิสูจน์อักษร จัดรูปเล่ม ติดต่อกับโรงพิมพ์ ซึ่งโรงพิมพ์ที่บริษัทเคยมี ปิดตัวไปแล้วเพราะไปต่อไม่ไหว พวกเขาจ้างโรงพิมพ์อื่นทำให้แทน ซึ่งผ่านขั้นตอนมากมาย ผิดพลาดเยอะขึ้น เพราะไม่ใช่มือเก่าๆที่เคยไว้ใจกันได้แต่ครั้งก่อน โต๊ะของเรย์มีคราบกาแฟที่ใครไม่รู้ทำหก กระดาษหลายปึก แฟ้มกองระเกะระกะ



            เพื่อนร่วมงานรู้จักกันหมดทุกคน แต่ก็ไม่ได้สนิทกันมาก เรย์มองหน้าก็รู้ พวกเขากำลังวางแผนจะไป ลาหยุดกันบ่อย ไม่ใช่เพราะป่วย หรือมีกิจธุระ พวกเขาไปแอบสัมภาษณ์งานต่างหาก ขณะที่บางคนก็รอให้บริษัทเจ๊งเพื่อจะได้รับเงินก้อน หรือถ้าไม่ได้ก็ฟ้องร้องขึ้นศาลกันไป เรย์ไม่ได้คิดที่จะทำอะไรแบบนั้น เธอแค่อยากมีชีวิตให้รอดหลังจากบริษัทปิดตัว หางานใหม่ทำ และหวังว่าคราวนี้มันจะช่วยให้ชีวิตมั่นคงมากขึ้นกว่าเดิม



            เรย์เริ่มงานของตนเอง มีไฟล์หนังสือที่ต้องพิสูจน์อักษรและปรับแก้ เธอนั่งทำได้ไม่ถึงสองชั่วโมง หัวหน้างานก็เข้ามาและเรียกบรรณาธิการทุกคนเข้าประชุม ถ้ามีอะไรที่น่าเบื่อยิ่งกว่าการทำงาน ก็คือการประชุมไม่รู้จักหยุดหย่อน พยายามหาทางแก้ปัญหา แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น สิ่งที่พูดกันเป็น น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง ไม่ก่อประโยชน์อันดีอะไรเลย และเสียเวลาในการทำงานอีกต่างหาก หัวข้อประชุมก็เดิมๆ คือทำอย่างไรให้ยอดขายกระเตื้อง เรย์เคยออกความเห็นในช่วงแรกที่เข้ามาทำงาน เกี่ยวกับรูปแบบหนังสือ การทำบ็อกเซตให้น่าสนใจ ทันสมัย ดึงดูดกลุ่มวัยรุ่น แต่พวกเขาก็บอกว่ามันไม่ใช่ สไตล์ ของบริษัทและสำนักพิมพ์ พูดใส่หน้าอีกว่า หัดหาข้อมูลของบริษัทซะบ้าง ก่อนจะแสดงความคิดเห็นอะไร เรย์จึงนั่งเงียบตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา



            แต่บางทีมันก็ทนไม่ไหว ยิ่งเป็นเช้าที่อารมณ์ของเธอบูดบึ้ง จากที่เรย์ไม่ได้ยกมือแสดงความคิดเห็นมาสองปี เธอยกมือ และพูด แสดงความคิดเห็นเดิมที่เธอเคยบอกไปแล้ว



            “คุณทำงานที่นี่มากี่ปีแล้ว มิสซิสโซโล” เครนนิส เจ้านายของเรย์ถาม “สองปีใช่ไหม? ยังไม่รู้อีกหรือไง เราทำรูปแบบที่คุณบอกมาไม่ได้ มันเสี่ยงเกินไป...”



            “เสี่ยงหรอคะ?” เรย์รู้สึกว่าทนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว “ทุกวันนี้คุณไม่คิดว่า พวกเราทุกคนก็กำลังเสี่ยงหรอ?” เครนนิสมองหน้าเรย์ จ้องเขม็ง ราวกับท้าทายให้เธอพูดต่อ เธอถอยหลังกลับไม่ได้อีกแล้ว ไหนๆจะพูดทั้งที ก็ให้สุดไปเลย “เสี่ยงกับการตกงาน เสี่ยงกับการที่บริษัทจะหายไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และอดทนกับเงินเดือนที่ลดลงเหลือแค่แปดสิบเปอร์เซ็นต์จากเงินเดือนเต็ม เสี่ยงหรอคะ? เสี่ยง? บริษัทมีอะไรเหลือให้เสี่ยงบ้าง”



            “คุณคิดว่าคุณเก่งนักใช่ไหม มิสซิสโซโล”



            “เปล่าค่ะ ฉัน...”



            “ถ้าผมมอบหมายหน้าที่ให้คุณทำยอดขายให้ดีขึ้นด้วยคำแนะนำเรื่องปรับเปลี่ยนรูปแบบของคุณ คุณคงพิสูจน์ให้ผมเห็นได้ และพร้อมรับผิดชอบทุกอย่างใช่ไหม?”



ทั้งห้องประชุมเงียบกริบ หลังสิ้นคำพูดของเครนนิส ใครจะกล้ารับผิดชอบภาระอันหนักอึ้งขนาดนั้น มันอาจหมายถึงปากท้องของพนักงานทั้งหมดด้วย และถ้าฝ่ายบริหารไม่เห็นด้วย พนักงานตัวจ้อยอย่างเรย์จะไปทำอะไรได้ เรย์รู้สึกหน้าชา เปลืองน้ำลายไปเปล่าๆ รู้สึกแย่หนักกว่าตอนแรกเสียอีก เธอนิ่งเงียบ ไม่พูดอะไร ยอมให้อีกฝ่ายส่งเสียงพ่นลมทางจมูกอย่างดูถูก และเมื่อการประชุมจบลง เรย์ก็พุ่งตัวออกไปคนแรก เธอวิ่งเข้าห้องน้ำ อยากจะร้องกรี๊ดให้สุดเสียง แต่ก็แค่นั่งเงียบบนคอห่าน พยายามสงบสติอารมณ์ หยิบโทรศัพท์ออกมา อยากโทรหาจังเลย เธอมองหน้าจอสีดำของโทรศัพท์อยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจไม่โทร และเก็บใส่กระเป๋ากางเกงตามเดิม



เธอไม่อยากรบกวน ตอนนี้เขาอาจจะยุ่งอยู่ก็ได้ เรย์ประสานมือไว้บนตัก เงยหน้าขึ้นมองเพดาน มองหลอดไฟ แล้วปล่อยให้ตัวเองคิดถึงเขา คิดถึงช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน ชีวิตคู่ที่ดีงามของพวกเขา คิดถึงเวลาที่เธอตื่นก่อนและพยายามลากคนเกลียดการตื่นเช้าลงจากเตียง คิดถึงตอนที่เขาทำอาหารเช้าให้เธอกิน พูดเรื่องตลกและทำให้เธอหัวเราะท้องแข็ง เวลาที่เขาร้องเพลงให้เธอฟังขณะที่ช่วยเธอทำงานบ้าน นอนหนุนตักเธอ ให้เธออ่านหนังสือให้ฟัง หรือเล่าเรื่องสรุปเลยเพราะเขาทนรอตอนจบไม่ไหว



เขาคือเหตุผลที่เรย์ยังทนกับทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของตัวเองได้



“วันนี้เรย์เป็นอะไรขึ้นมาน่ะ”



เรย์นิ่งค้างไปเมื่อได้ยินเสียงคนพูดอยู่แถวอ่างล้างมือหน้าห้องส้วมที่เธอนั่งอยู่ เธอจำเสียงได้ เป็นรุ่นพี่จากแผนกเดียวกัน โต๊ะนั่งอยู่ใกล้กัน เรย์เคยอบคุกกี้มาฝากด้วย หญิงสาวจึงนั่งเงียบๆและฟังต่อว่าอีกฝ่ายกำลังคุยกับใคร หรือจะพูดอะไรอีก



“นั่นสิ ไปโวยวายกับเครนนิส ประสาทหรือไง หรือเพราะว่าสามีไม่อยู่บ้าน” อีกเสียงนั้นหัวเราะตอนท้ายด้วย เรย์ก็จำได้อีกว่าคือเสียงใคร คราวนี้เป็นรุ่นพี่จากฝ่ายจัดองค์ประกอบศิลป์ที่เคยไปนั่งกินข้าวและปรับทุกข์เรื่องบริษัทด้วยกัน



“พวกนักดนตรีเดินทางบ่อย และถ้าฉันเป็นเขานะ เจอผู้หญิงในวงการสวยๆเยอะแยะ นักแสดง นางแบบ นักดนตรีด้วยกัน ไม่สนใจพวกหน้าตาบ้านๆอย่างเรย์หรอก เธอดูน่าเบื่อจะตายไป ไม่เห็นจะมีเสน่ห์ที่ตรงไหนเลย”



“แต่ฉันได้ยินว่าพวกเขาแต่งงานกันตั้งแต่ตอนอายุสิบแปดนะเธอ”



ยี่สิบสอง เรย์แก้ในใจ มือสองข้างกำหมัดแน่น



“เรียนไฮสคูลจบก็แต่งเลยสิ ถ้างั้น” รุ่นพี่ที่นั่งโต๊ะใกล้เรย์ พูดเสียงสูงอย่างไม่อยากเชื่อ “ท้องหรือเปล่า? และคงจะเล่นยาจนแท้งลูกนั่นแหละ”



“โอ๊ย ตาย ฉันว่าต้องใช่แน่ คนดังขนาดนั้นจะมาสนใจพวกผู้หญิงใจแตกจริงจัง...”



เรย์ลุกขึ้นยืนและกระแทกประตูให้เสียงดังสนั่นที่สุด ก่อนที่บานประตูจะเปิดผางออกไป เธอไม่พูดอะไร แค่มองหน้าทั้งสองคนด้วยแววตานิ่งๆ เย็นชา เรย์ไม่ใช่คนชอบโวยวาย และเธอก็คิดอะไรแสบร้อนที่จะโต้กลับไม่ทันด้วย เธอได้แต่มองหน้า ดูปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ทั้งสองคนตกใจในทีแรก หน้าสลดไปเล็กน้อย ก่อนจะลอยหน้าลอยตาเหมือนจะถามว่า มีปัญหาอะไรไหม เรย์ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น ชีวิตรักของเธอสมบูรณ์สุขดี ไม่ใช่เรื่องที่พวกหล่อนจะมายุ่ง และเรย์จะไม่เปลืองน้ำลาย เอาพิมเสนแลกกับเกลือ ด้วยการนั่งอธิบายแจกแจงชีวิตแต่งงานของเธอกับนักร้องนำวงไนท์ออฟเรน เรย์เดินผ่านและออกจากห้องน้ำไป ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น



ขณะที่เรย์กำลังคิดว่า ไม่มีทางที่มันจะแย่ไปกว่านี้แล้ว หนังสือล็อตใหม่ก็มาจากโรงพิมพ์ และปรากฏว่า ปกด้านใน พิมพ์ชื่อผู้เขียนผิด ไม่ใช่ความผิดของทางโรงพิมพ์แต่อย่างใด แต่เป็นข้อผิดพลาดของทางสำนักพิมพ์เองที่ไม่ได้ตรวจรอบสุดท้ายก่อน และเป็นความผิดของเรย์ที่ให้เด็กฝึกงานพิมพ์ปกใน ก่อนไปส่งโรงพิมพ์ เธอไม่ได้ตรวจ มันเป็นงานง่ายๆ แค่พิมพ์ทุกตัวอักษรตามหน้าปกที่เธอทำไว้แล้ว ไม่น่าจะผิดพลาดได้อย่างนี้ แน่นอนว่าเครนนิสเล่นงานเธอหนัก เรย์มีน้ำตาซึม แต่เธอจะไม่ยอมให้ใครเห็นน้ำตา เธอถือคติที่ว่า ราชสีห์กลับไปเลียแผลที่บ้าน เธออดทน อดกลั้น ทั้งที่แทบจะล้มทั้งยืนอยู่แล้ว



งานทุกอย่างในแผนกต้องหยุดชะงัก พวกเขาปริ๊นท์ชื่อนักเขียนออกมาใหม่ ตัด และช่วยกันแปะบนหนังสือทุกเล่ม เป็นงานรีบ งานเร่ง ที่ต้องเสร็จให้ทันพรุ่งนี้เพื่อส่งออกตลาดต่อไป เรย์ไม่ได้กินอาหารกลางวัน แต่ซัดกาแฟเพื่อให้รู้สึกดีขึ้นและไม่เครียด เธอพยายามไม่หันไปมองใคร ไม่อยากเห็นสายตาตำหนิเพิ่มเติมอีกแล้ว เธอเจอมาพอแล้วสำหรับวันเดียว เป็นวันที่โคตรเฮงซวย ในชีวิตการทำงานซังกะบ๊วยของเธอ และเรย์ก็ตัดสินใจได้ตอนนั้น เธอคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว



เธอต้องลาออก



เธอคิดดีแล้ว หลังจากติดสติ๊กเกอร์แทนคำผิดในหนังสือเสร็จเอาตอนสี่ทุ่ม เธอก็เดินไปห้องฝ่ายบุคคล หยิบใบลาออกมาเขียน พับอย่างดีใส่ซอง และเดินไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานของเครนนิส ทุกคนเห็นหมดว่าเธอทำอะไร และต่างหันไปซุบซิบกันอย่างออกรสออกชาติ



“คิดอีกทีเถอะ มิสซิสโซโล” เครนนิสกลับพูดอย่างนั้น ทั้งที่ทำตัวทุเรศกับเธอมาตลอดสองปี



“ฉันคิดดีแล้วค่ะ คุณไม่ต้องให้เงินเดือนฉันก็ได้ ฉันแค่...พอแล้ว พอกันที!” เรย์เน้นหนักที่คำสุดท้าย เดินออกจากห้องทำงานของเครนนิส เดินผ่านทุกคนที่จ้องมองเธอราวกับเป็นตัวประหลาด



ได้พูดสิ่งที่อยากพูด ทำสิ่งที่อยากทำ โดยไม่มีอะไรจะต้องเสียใจ คราวนี้เรย์หันหลังให้ทุกอย่าง และเดินออกมา หัวใจยังเต้นแรง รู้สึกดีกับความกล้าหาญของตัวเอง แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า เธอจะกล้าทำทั้งหมดนี้ในวันเดียว หญิงสาวยืนอยู่หน้าสำนักงาน ไม่เคยเป็นอิสระมากเท่านี้มาก่อน อะดรีนาลินทำให้เธอก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ ราวกับโลกทั้งใบได้สยบแทบเท้าเธอแล้ว แต่หลังจากนั้นสักพัก เมื่อเธอก้าวขึ้นรถไฟใต้ดินเพื่อกลับบ้าน ความจริงก็กระเด้งกระดอนกลับเข้ามาในมโนสำนึก เธอเพิ่งลาออกจากงาน นั่นหมายความว่า เธอกลับไปอยู่ในตลาด ต้องแก่งแย่งกับเด็กจบใหม่ไฟแรง และกลุ่มคนที่มีประสบการณ์มากกว่าเธอ ซึ่งเป็นเรื่องที่เรย์กลัวมาตลอด เป็นสิ่งที่หยุดเธอไว้ไม่ให้เขียนใบลาออก



แต่ยังไงก็ต้องสู้ต่อ เธอทำอะไรไม่ได้อีก และต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ เรย์ก็จะลาออกอยู่ดี ไม่เกิดขึ้นวันนี้ ก็ต้องเกิดขึ้นวันใดสักวัน หญิงสาวเดินทางถึงบ้าน ล้วงมือลงกระเป๋าหาคีย์การ์ด ปลดล็อกประตูเข้าไป บ้านมืดและเงียบสงัด เธออ้าปากหาว อยากเปลี่ยนชุดและคลานขึ้นเตียง พรุ่งนี้ตื่นสักสิบเอ็ดโมงหรือเที่ยง ขณะที่เธอกำลังจะก้าวขึ้นบันไดชั้นสองนั้นเอง ไฟในบ้านก็สว่างพรึ่บ เรย์สะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ หันขวับไปมองทางประตูเพื่อดูว่าใครเปิดไฟ



“เซอร์ไพร์ส”



เสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง มาพร้อมกับรอยยิ้มคุ้นตา ร่างสูงยืนอยู่ที่ประตู ผายมือทั้งสองข้างออกจากกัน หัวใจของเรย์พองโตจนน่าจะระเบิดได้ เธอยังยืนนิ่งอยู่ ไม่แน่ใจว่าเห็นภาพหลอนไหม เธออาจจะคิดถึงเขามาก จนเห็นภาพไปเองก็ได้



“แทนที่จะยืนจ้องฉัน เดินมาให้กอดสิ” การพูดการจาแบบนั้น เขาตัวจริงเสียงจริงแน่นอน เรย์ยิ้มกว้าง แต่ขณะเดียวกัน น้ำตาที่อดกลั้นไว้ทั้งวันก็ดันพากันทะลักพรั่งพรูเหมือนเขื่อนแตก หยดน้ำตาไหลอาบลงไปบนแก้ม ยิ้มของเขาค่อยๆหายไปจากใบหน้า แปรเปลี่ยนเป็นความตกใจ “เกิดอะไรขึ้น” เขาถาม “ใครทำอะไรเธอ” เบน โซโลเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเธอเอง ยกแขนขึ้นโอบร่างเล็กกว่าไว้ทั้งตัว มือใหญ่กว่าลูบศีรษะเธอขึ้นลง พยายามปลอบให้เธอสงบ “มีอะไร บอกสิ คนดี”



“ฉันลาออก” เรย์บอกเสียงอู้อี้อยู่ในอ้อมกอดของเขา “มันแย่มากเลย”



“ฉันอยากให้เธอลาออกตั้งนานแล้ว” เบนพูดเบาๆ



เขาอยากให้เธอออกจากที่นั่นตั้งแต่เมื่อหกเดือนก่อน บริษัทย่ำแย่ ปรับเงินเดือนพนักงานลดลง ใช้คำพูดว่า ช่วยๆกันไปก่อน รั้งให้ทุกคนยังอยู่ด้วยวิธีการกดพนักงานให้กลัวการออกไปหางานใหม่ พูดหยอดทีละนิด ทีละหน่อย สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ทุกคนไร้ความคิดสร้างสรรค์ ต้องเดินตามระเบียบ ตามกฎที่วางไว้ จนกลายเป็นบ่มเพาะนิสัย สุดท้าย ยิ่งอยู่นานไป ก็จะยิ่งไร้ตัวตน ยิ่งไร้สมองคิดเองมากขึ้นทุกที เบนเดาทุกอย่างได้จากสิ่งที่เรย์เล่าให้ฟัง เขาแนะนำให้เธอลาออก แต่เธอก็ยังไม่พร้อม ยังกลัว คิดว่าตัวเองจะสู้คนอื่นข้างนอกไม่ได้ ที่นั่นเป็นที่ทำงานแห่งแรกของเธอ การลาออกครั้งแรกเป็นเรื่องยาก เธอยังไม่กล้าหาญมากพอ เบนรู้ว่าเรย์ของเขามีความสามารถมากกว่านั้น เธอมีความคิดสร้างสรรค์ และจะไปได้ไกลถ้าอยู่ในบริษัทที่เปิดกว้างกว่านี้ แต่เพราะมันเป็นงานของเธอ เป็นสิทธิ์ของเธอที่จะตัดสินใจ เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะไปบังคับให้เธอต้องลาออกเดี๋ยวนั้น เขาใจเย็น และอยู่ให้กำลังใจเธอ



เหมือนอย่างที่เธอเคยให้กำลังใจเขา


             



ก่อนที่วงไนท์ออฟเรนจะกลายเป็นวงร็อคที่โด่งดัง ก่อนที่เขาจะเป็นที่รู้จักในวงการ ก่อนที่จะได้เดินทางทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก ก่อนที่จะได้ซื้อบ้านน่ารักๆในลอนดอน และก่อนที่จะพวกเขาจะแต่งงาน ย้อนกลับไปหลายปี เบน โซโล เคยเป็นเด็กอีโม เกลียดโลก เกลียดสังคม เกลียดมนุษย์ ใช้ชื่อว่าไคโล เรน ประชดการหย่าร้างของพ่อแม่ เล่นยา ขับรถซิ่ง ทำทุกอย่างที่เด็กดีๆเขาไม่ทำกัน ขณะที่พ่อกับแม่คิดว่าไม่มีทางที่จะทำให้เขาดีขึ้นได้ ต่างหมดหวังในตัวเขา พ่อด่าทอและไม่เคยคิดจะหันมาสนใจอีก แม่แค่ส่ายหน้าและเบือนหนีอย่างไม่อยากมอง เขาพบเรย์ หรือจะพูดให้ถูก เรย์พบเขา



เธอเป็นเด็กสาวหน้าตาธรรมดา เรียนเก่ง เป็นที่รักของเพื่อน และครู ทำกิจกรรมเยอะแยะในโรงเรียน เป็นบรรณาธิการวารสารของโรงเรียน เป็นนักกีฬาทีมฮอกกี้หญิง มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดัง พวกเขาพบกันตอนที่แก๊งค์ของไคโลกำลังรังแกเด็กเนิร์ด เรย์เดินผ่านมาเห็น และเป็นคนเดียวที่กล้าเข้ามาหยุด เพราะเธอเข้ามาวุ่นวายและนำเรื่องไปฟ้องครู เขาจึงสาบานกับตัวเองว่าจะทำให้เธอไม่มีวันสงบสุข เขาหาเรื่องเธอสารพัด แกล้งขังเธอในห้องน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อของทีมฮอกกี้ ห้องเก็บไม้กวาดของภารโรง แอบเขียนคำหยาบคายลงไปในรายงานของเธอที่ต้องส่งครู ปาข้าวของใส่เธอ แกล้งขัดขาให้เธอล้มหน้าคะมำ ครั้งหนึ่ง ระหว่างที่มีการฉลองก่อนวันปิดคริสมาสต์ เธอกับเพื่อนๆแลกของขวัญกัน เรย์ได้กล่องดนตรีสโนว์บอลสวยมากๆหนึ่งชิ้น เขาแอบขโมยไปจากเธอและโยนมันลงมาจากชั้นสอง และทำให้แน่ใจด้วยว่า เธอเห็นตอนเขาโยนพอดี



วันนั้นเธอร้องไห้ มองเขาด้วยสายตาที่เขาไม่อาจลืมได้เลย มันทั้งเศร้า เสียใจ โกรธ ไม่เข้าใจว่าเธอทำอะไรผิด ทำไมเขาต้องทำร้ายจิตใจเธอด้วย หยาดน้ำตาใสๆเกาะอยู่บนแก้มและขนตา นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอร้องไห้ เขารู้สึกผิด เหมือนมีดพุ่งปักลงไปกลางตัว ไคโลเก็บกล่องดนตรีนั้นไปซ่อม นำมาคืนให้เธอ และซื้อสโนว์บอลเพิ่มให้อีกหลายอัน เมื่อเขาพูดดีๆ เธอจึงยอมพูดดีกับเขา ปีถัดมา พวกเขากลายเป็นเพื่อนกัน เพื่อนสนิทของเธอต่างมองไคโลอย่างไม่แน่ใจ และเตือนเรย์ให้อยู่ห่างจากเขา แต่เรย์มีความคิดเป็นของตัวเอง เธอยังเรียกเขาว่าเพื่อน แม้ทุกคนจะไม่เห็นด้วยเลย



ไคโลขโมยจูบเรย์ตอนไฮสคูลปีสุดท้าย เธอเอาแต่พร่ำรำพันถึงโพ ดาเมร่อน นักเรียนที่เข้ามาใหม่ สุดเท่ นิสัยดี อ่อนโยน ยิ้มสวย เวลาเสยผมยิ่งหล่อกว่าเดิม นั่นเป็นคำพูดของเธอทั้งหมด โพก็ดูเหมือนจะสนใจเธอเช่นกัน ใครล่ะจะไม่สนใจเรย์ เธออาจจะไม่ได้สวย แต่เธอน่ารัก เป็นกันเอง เป็นเพื่อนได้กับทุกคน และพร้อมจะช่วยเหลือทุกคนด้วย โพชวนเธอเดท เธอตอบตกลง ตอนที่เธอมาเล่าให้เขาฟังอย่างดีใจนั่นเอง เขาทนไม่ไหว และดึงตัวเธอเข้าหา จูบเธอเสียตรงนั้น กลางโถงทางเดินในโรงเรียนที่มีคนพลุกพล่าน โพ ดาเมร่อนก็เห็น ทุกคนเห็น พูดต่อ แล้วทั้งโรงเรียนก็รู้ เรย์โกรธเขามาก และบอกว่าจะไม่พูดกับเขาอีก



เมื่อไม่มีเรย์ เขาก็กลับไปใช้ สิ่งนั้น อีก ทำตัวเหลวไหลยิ่งกว่าเดิม แม้แต่เพื่อนๆในวงไนท์ออฟเรนที่ไปเล่นหาเงินด้วยกันตามผับ ยังทนกับพฤติกรรมและอารมณ์ขึ้นๆลงๆของเขาไม่ได้ ขอให้เขาพัก ไล่ไปสงบสติให้หาย หัวร้อน อะไรก็ยิ่งแย่ลงไปเรื่อยๆ เขาไม่เข้าเรียน หรือถึงเข้าก็กวนประสาทครู และลงเอยที่การต่อยหน้าครูสอนเคมี เขาติดทัณฑ์บนโรงเรียนหลายครั้ง เกินกว่าจะผ่อนผันได้แล้ว สุดท้ายครูใหญ่ขอให้พ่อหรือแม่มาเขียนใบลาออก และไปซะ



ไคโลไปยืนตะโกนหน้าบ้านเรย์ในสภาพเมามาย เมายาหรือเมาเหล้า เขาก็จำไม่ได้ เขาต้องการแค่อย่างเดียว คือ ขอให้เธอกลับมา จะในฐานะอะไรเขาก็ไม่สน เขาแค่ต้องมีเธอ พ่อกับแม่ของเธอเกือบแจ้งตำรวจ แต่เธอยืนยันว่าจะจัดการเขาเอง เรย์จับมือเขาและลากเดินเข้าไปในบ้าน ปิดประตูล็อกห้องนอนตัวเองไม่ให้พ่อแม่เข้ามาวุ่นวาย



“นายจะบ้าเรอะ พ่อแม่ฉันจะแจ้งตำรวจอยู่แล้ว นี่นาย นายใช้ไอ้สิ่งนั้นอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย”



“เรย์” เขาพูดได้แต่ชื่อเธอคำเดียว รู้ว่าเธอกำลังโกรธ หงุดหงิด และหมดความอดทน “เรย์ อย่าไปไหนนะ อย่าไป” ไคโลเดินเซ เกือบจะล้ม เธอประคองเขาไว้ กลายเป็นว่าเขาได้โอกาสกอดเธอแน่น โถมใส่เธอทั้งตัว ร่างเล็กกว่าดิ้นขลุกขลัก “ฉันรักเธอ ไม่รู้เลยหรอ ทำไมโง่แบบนี้ ยัยบ้า ฉันรักเธอจะตายอยู่แล้ว เธอจะฆ่าฉันหรือไง เรย์ ฉันรักเธอ ฉันรัก...”



“ฉันรู้แล้ว ปล่อยก่อน ฉันหายใจไม่..” เธอพูดไม่จบประโยคเพราะเขาล้มทับตัวเธอ ร่างสองร่างอยู่บนเตียง พอดีกับที่พ่อแม่เธอคงจะไปหากุญแจมาไขประตูห้อง เปิดผางมาเห็นฉากนั้นพอดี



กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตอยู่ครู่หนึ่งจนเรย์เริ่มตะโกนบอกให้พ่อกับแม่หยุด สัญญาว่าเธอจะไม่เสียความบริสุทธิ์ให้ไคโล เรนแน่นอน แต่ตอนนี้เธอต้องช่วยให้เขากลับมาเป็นผู้เป็นคน ถ้าปล่อยเขาออกจากบ้านไปตอนนี้ เขาอาจลงเอยกลายเป็นศพขึ้นข่าวหน้าหนึ่งในเช้าวันต่อมา พ่อของเรย์มองหน้าไคโลเหมือนพร้อมจะฆ่าคนตายได้ และไม่สนว่าจะต้องขึ้นหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งหรือเปล่า แม่ของเรย์กลับเป็นฝ่ายที่เข้าใจอะไรง่ายกว่า เชื่อมั่นในตัวลูกสาว และยอมล่าถอยไป



ไคโลเข้ามาในห้องเรย์ก็หลายครั้ง แต่เขาไม่เคยนอนค้าง และที่แน่ๆไม่เคยอ้อนให้เธอยอมกอดเขาด้วย ถึงตอนนั้นจะเมาเละเทะ แต่ก็พอจะจำได้ว่าสุดท้าย เธอยอมให้เขากอดแน่น ก่อนจะหลับไป เขาไม่กลับไปแตะของพวกนั้นอีกเลย ส่วนหนึ่งเพราะเรย์ยื่นคำขาด ถ้าเขาใช้อีก เธอจะไม่ยอมให้เขาเจอหน้า และไม่ว่าเมื่อใดก็ตามที่เขาทะเลาะกับพ่อแม่ หงุดหงิด อารมณ์เสียเรื่องอะไร เธอทำให้เขาสงบลง เธอไม่เคยต่อว่า ไม่วิจารณ์ ไม่ดุด่า ไม่เคยตัดสิน เธอแค่นั่งอยู่ใกล้ๆ จับมือเขาไว้ ยอมให้เขาซบไหล่ ให้กอด ให้จูบ สองปีต่อจากนั้น เธอก็ยอมให้เขาทำมากกว่านั้น    



เธอคือเหตุผลที่ทำให้เขาอยากเป็นคนที่ดีและสร้างอนาคต เพื่อใช้ชีวิตอยู่กับเธอ



เสียงสูดน้ำมูกของเรย์ ดึงเบนกลับมาสู่ปัจจุบัน เขาคลายอ้อมกอด ขยับมือมาประคองใบหน้าของเธอ และใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาบนแก้มทั้งสองข้าง



“เรย์คนเดิมของฉันก็กลับมาแล้ว” เบนยิ้มกว้าง



“หมายความว่าไง” เธอถาม เสียงยังสั่นอยู่นิดหน่อย



“เรย์ที่กล้าหาญ กล้าตัดสินใจ” เบนตอบ นิ้วโป้งยังลูบไล้บนแก้มของเธออย่างเพลิดเพลิน “ทีนี้ก็เหลือแค่ พาเรย์คนที่มั่นใจในตัวเองกลับมา เวิล์ดทัวร์ของไนท์ออฟเรนจบแล้ว นั่นหมายความว่า ฉันมีเวลาว่างเป็นเดือนๆเลย เราจะช่วยกันหางานใหม่ให้เธอ เวลาว่างก็ไปฟังไอ้พวกบ้าร้องเพลงหรือพยายามเขียนเพลงที่สตูดิโอ” ไอ้พวกบ้า คือเพื่อนวงไนท์ออฟเรนของเขา “หรือจะอ่านหนังสือบนชั้นวางทั้งหมดอีกรอบ หรือทำอาหาร ปลูกต้นไม้ หรือถ้าเราว่างสุดๆ และไม่รู้จะทำอะไรดี ใช้เวลาทั้งวันออกกำลังกายบนเตียงก็ได้นะ” เธอหน้าแดง พ่นลมทางจมูกและหัวเราะน้อยๆ “ฟังดูเป็นยังไง ไม่เลวใช่ไหม คนดี”



“เยี่ยมที่สุดเลย” เรย์ยิ้มกว้าง    











Writer's Talk

อาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นอาทิตย์ที่ x มากๆของฉันค่ะ (ขออภัยที่หยาบคาย) อันว่าด้วยเรื่องที่ทำงาน และเห็นหนทางข้างหน้ามืดมัวดีแท้ .... จริงๆเรื่องสั้นนี้ นั่งเขียนตั้งแต่วันพุธแล้วค่ะ เขียนไป ดราม่าไป น้ำตาซึมไป แล้วเมื่อวานก็สุดๆแล้วจริงๆ ลุกมานั่งร้องไห้กับแม่ตอนสี่ทุ่มยันห้าทุ่ม อารมณ์พีคขั้นสุด อยากเขียนต่อมาก แต่ไม่ไหว ง่วง ก็เลยหลับไป แถมฝันร้ายเข้าไปอีก ฝันว่า ฟันซี่บนหลุดค่ะ เริ่มจากเขี้ยวก่อน (ฉันมีเขี้ยวสองข้างเลย)  แล้วก็ลามไปเรื่อยๆ ประเด็นคือก่อนจะตื่น เพดานปากหลุดออกมาด้วย แล้วเลือดก็ทะลัก รู้สึกถึงรสเลือดและกลิ่นเลือดในปาก ทำไมฝันโหดสยองขนาดเน้  ฉันจำได้ว่า ช่วงนี้ของปีก่อน ก็เป็นช่วง x เหมือนกันค่ะ  เริ่มตั้งแต่ 11 มกราคม ไปสิ้นสุดเอาเกือบหมดเดือน ....

สำหรับตอนนี้ แรงบันดาลใจทั้งหมดมาจากช่วงอาทิตย์อันซึมเซา โดนด่า โดนตำหนิ โดนนินทา ทั้งของฉัน และของเพื่อนสนิทคนหนึ่งค่ะ ซึ่งชีวิตการงานของเธอบัดซบ และฉันก็เป็นคนบอกว่าให้เธอหางานใหม่ได้แล้ว เหมือนอย่างที่ เบนบอกเรย์ ในฟิค ทั้งที่ชีวิตการงานของฉันเอง ก็ใช่ว่าจะบัดซบน้อยกว่าเสียเมื่อไหร่ ฮ่าฮ่า


ชีวิตนี้มันลำบากจัง  เพราะฉะนั้น เรื่องสั้นตอนนี้ มอบให้ทุกคนที่มี xty day และ xty Week ค่ะ (ระดับมันมากกว่า Bad day จริงๆนะ)

 

     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #841 PoshKitten (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 04:01
    ชอบอะ น่ารักมากๆเลยค่ะ ชอบเคมีของทั้งคู่มากๆ❤️
    #841
    0
  2. #829 Vandemort (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 13:07

    น่าร้ากกกกกก คิดถึงไคโลเรน เป็นเด็กไฮสคูล อบดบอย แต่รักเดียว ????????

    #829
    0
  3. #812 Cherry Wanlada (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 14:24
    พออ่านAUของไรท์มากๆเข้าก็อยากให้อดัมกับเดซี่ย์มาเล่นหนังรักโรแมนติกซักเรื่องแต่คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้
    #812
    0
  4. #800 slilahs (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 10:50
    เป็นตอนที่น่ารักมากกกกก ชอบค่ะ
    #800
    0
  5. #517 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 18:23
    ฮืออออออ มันเป็นความหนักหน่วงและเหนื่อย (ตอนอ่านพาร์ทฝั่งเรย์อะนะคะ) นึกถึงชีวิตการทำงานของตัวเองเลยค่ะ แบบ...มันต้องมีค่ะ bad day หรือ ty day สำหรับทุกคน แต่คงไม่มีใครเจอโหดไปกว่าน้องเรย์แล้วค่ะ ty ตั้งแต่งานยันเพื่อนร่วมงาน เราเกลียดเพื่อนร่วมงานแบบนี้มาก ภาวนาขอให้ไม่เจอ ซึ่งก็ยังไม่เคยเจอแบบร้ายแรงเหมือนน้องเรย์นะคะ เอาจริงๆ ทุกที่แหละค่ะ...มันต้องมีคนนินทาเราแน่ๆ อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเลเวลที่โดนมันจะประมาณไหน เรื่องนี้น่ารักมากเลยค่ะ ทีแรกเดาเอาไว้ว่าคงเป็นเรื่องของสาวขี้เหงาที่แฟนละเลย แล้วมาเผลอใจกับอิพี่ จนกระทั่งเจอคำว่า มิสซิสโซโล เราเลย...เอ๊ะ! ขึ้นมา แล้วก็คิดไปอีกว่า ชีวิตที่เฉาๆ ของน้องคงเป็นเพราะอิพี่ละเลย เผลอใจไปกับคนอื่นแน่เลย แบบ...อารมณ์รักนานๆ แล้วมีช่วงอิ่มตัว นิ่งไป อะไรอย่างนั้น แล้วก็คิดต่อว่าเดี๋ยวคงมีอะไรมาฉุดให้กลับมาแน่เลย อาจจะเป็นน้องที่ระเบิดอารมณ์มาเป็นสาวแซ่บ (นี่คิดนำไปก่อนจะอ่านจนจบด้วย!) แต่พออ่านไปจนถึงซีนที่น้องเรย์ระเบิดแบบ...ไม่ทนแล้วโว้ย! ตอนนั้นแหละค่ะที่เราเริ่มคิดว่าเจอ ty day มาทั้งวันแล้ว น่าจะเจอเซอร์ไพร์สจากอิพี่ แล้วก็ใช่จริงๆ ด้วย มันน่ารักมากเลยค่ะ ทำให้เราคิดว่า...แหม...อยากจะมีคนที่แสตนบายเตรียมไหล่ให้ซบ อ้าแขนกว้างรอให้เราเข้าไปกอด เวลาที่เราเจอสถานการณ์ยากๆ ในชีวิตแบบนี้บ้าง~
    #517
    0
  6. #421 Alekisme (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 11:03
    ;-; ดีจังเลยย เหมือนเกิดมาเพื่อหากันเจอและเติมเต็มกันและกัน (ความรู้สึกนี้ทุกครั้งที่อ่านฟิคไรท์เลยค่ะ คงจะเป็นเคมีประจำของคู่ Reylo ไปแล้วสินะ) สะดุดตั้งแต่ที่เรย์ถูกเรียกว่า มิสซิสโซโล ฮืออ ชอบคำนี้ ทีแรกคิดว่าจะดราม่าว่าสามีไม่สนใจ แต่ไม่ใช่เลย อ่านแล้วเรารู้สึกได้ถึงความแย่ๆที่เรย์เจอเลยค่ะ คนเราต้องเคยเจอมาจริงๆวันแย่ๆที่เจออะไรซ้ำเติมแล้วซ้ำเติมอีก โดยเฉพาะเรื่องความไม่กล้า พอทำอะไรเดิมๆนานๆเข้าก็เริ่มกลัวกับการเริ่มทำอะไรจริงๆค่ะ จี้จุดมาก อ่านแล้วรู้สึกได้กำลังใจให้กับการเริ่มลงมือกล้าทำอะไรที่เรากลัวมาตลอดเลยค่ะ ไรท์เจอวันแย่ๆมาแต่ก็ยังสามารถกลั่นกรองออกมาให้เป็นฟิคที่ผลักดันให้คนเจอวันแย่ๆเหมือนกัน รู้สึกฮึดขึ้นมาได้อีก ฮืออขอบคุณนะคะ
    #421
    0
  7. #399 T_3 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 22:53
    ชอบบบ ชอบบที่มีกันแลกัน

    โอ๊ยยพี่เบน น้องเขิน

    ชอบๆเรย์น่ารักกก
    #399
    1
    • #399-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 4)
      21 มกราคม 2561 / 18:34
      อบอุ่นหัวใจ
      #399-1
  8. #330 Roserin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 01:46
    ในความบัดซบเรย์มีเบน แล้วเราล่ะมีใคร //อยู่ดีๆก็อยากร้องห้ายยย~ เพลงมา

    ชอบคำว่ามิสซิสโซโล ชอบที่ในช่วงเวลาเลวร้ายเรย์มีเบนให้ยึดให้คิดถึงเหนี่ยวนำหัวใจ ชอบความทรงจำระหว่างกัน
    #330
    0
  9. #318 l'perle (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 16:04
    ชอบมากเลยค่ะแต่งดีมากภาษาก็สวยเป็นกำลังใจให้แอดแต่งฟิคต่อไปค่ะ
    #318
    1
    • #318-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 4)
      30 ธันวาคม 2560 / 23:39
      ขอบคุณค่ะ
      #318-1
  10. #294 Audaidaj (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 16:34
    ชอบไปหมดเลยค่ะที่พล็อตความเป็นไปของตัวละคร มันดูมีเหตุมีผล ไม่แฟนซีมากมายแต่ดีต่อใจมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ วันแย่ๆมีแต่มันจะต้องผ่านมันไปได้แน่นอนค่ะ
    #294
    1
    • #294-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 4)
      27 ธันวาคม 2560 / 16:54
      ฮือออ อยากมีแบบนี้บ้าง หมายถึง อยากมีเบ็น(หรือไคโล)นะ ไม่เอาวันแย่ๆ 555555
      #294-1
  11. #278 ศิริลักษณ์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 14:49
    แต่งได้ดีมากเลยคะ ชอบการใชาภาษา ละมุนสุดๆ
    #278
    0
  12. #26 wanderess (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 20:56
    โอยยยย ชอบเรื่องนี้มากค่ะ ฮืออออ มันดีงามมมมมมม ทั้งสองคนต่างเติมเต็มกัน ชอบมากที่เรย์เป็นคนดึงเบ็นออกจากความมืด ส่วนเบ็นก็เป็นไหล่ให้เรย์ซบในวันแย่ ๆ ของเธอ โอยยยยยยย ความรักที่ดีจริงๆ
    สำหรับไรท์เตอร์ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอให้สตรองเข้าไว้นะคะ ทุกอย่างจะผ่านไปในที่สุดค่ะ หรือมีอะไรระบายลงในนี้ได้เลย จะแวะเวียนมาอ่านและให้กำลังใจเสมอ สู้ๆ นะคะ ^^
    #26
    1
    • #26-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 4)
      14 มกราคม 2560 / 21:59
      เขียนไป ดราม่าไปค่ะ แอบอิจฉาเรย์ งื้อออออ
      #26-1
  13. #25 Skye1907 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 20:52
    เรย์สตรองมากเลย และไคโลที่แบดบอยกลับตัวกลับใจได้ เพราะเรย์เลยนะเนี่ย

    เคยมีข่วง ty year สุด ๆ ค่ะ
    #25
    1
    • #25-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 4)
      14 มกราคม 2560 / 21:59
      ทำบุญ และ ทำใจ อย่างเดียวค่ะ
      #25-1
  14. #23 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 18:02
    อ๊ากกกกกกกกกกกก เรื่องนี้มันอบอุ่นหัวใจมาก fluff มาก อ่านไปกรี๊ดไป สะดุดตาแต่แรกเลยค่ะกับคำว่า มิสซิสโซโล แล้วก็คิดว่าตัวเองอ่านผิดหรือปล่าว แบบนี้แปลว่าเขาแต่งงานกันแล้ว ดีใจจจ
    ชอบคำว่า อยากโทรหาจังเลย ที่เรย์คิดตอนจะโทรหาเบนค่ะ อ่านแล้วอยากแต่งงาน 5555555555 //เดี๋ยวๆ
    เบนกับเรย์ไวเหมือนกันนะ เรียนจบมหาลัยก็แต่งเลย เอ้อ แต่ว่ามันน่ารักมากๆ แบดบอยกลับใจ หรือจริงๆคือ เด็กใจแตก 555  จนขนาดเพื่อนยังไล่ ไคโลแอบรักเพื่อนสนิท เรื่องเบสิคจีๆ ขอบเวลาที่สารภาพตอนเมาด้วยค่ะ เรื่องนี้เบนน่ารักมากกกกกกก ย๊อมมมม มีการแอบรอsurprise
    คิดว่าเราคงจะกลับมาอ่านอีกหลายๆรอบ เพราะมันfluff ถูกใจมาก ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

    ปล.ขอให้ไรท์หายจากเดือนแย่ๆอาทิตย์แย่ๆนี้ไวๆ ผ่านพ้นไปไวๆนะคะ มีเรื่องเครียดๆก็เขียนลงกระดาษแล้วฉีกทิ้ง ไม่ก็ขีดๆๆทับก็ได้ค่ะ ลองดูค่ะ
    #23
    1
    • #23-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 4)
      14 มกราคม 2560 / 20:13
      ขอบคุณค่ะ จริงๆฉันเป็คนคิดบวกมากนะคะ ... แต่ช่วงวีคที่เจอนี่ คิดบวกไม่ไหวเลยทีเดียว แต่เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
      #23-1
  15. #21 ชื่อช้อยค่ะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 16:10
    มันเป็นเรื่องที่ดูสั้นแต่อ่านแล้วแบบดีงามมากมาย คนบางครั้งเราเองก็ต้องเลือกทำในสิ่งที่คิดบ้างไม่ใช่ยอมทนๆหรือปล่อยให่มันจบๆไป ถ้าถามว่าเคยมีช่วงเวลา-แบบสุดไหมทุกคนคงมี นี่ก็มีแต่เป็น-ty yearเลยล่ะ55555555
    #21
    1
    • #21-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 4)
      14 มกราคม 2560 / 17:27
      เคยมีระดับปีเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ถึงขนาดย่ำแย่ เพราะบางทีก็มีวันดีๆเหมือนกัน ฮ่าฮ่า
      2016 ที่ผ่านมาของฉัน ค่อนข้างเป็นปีที่ดีค่ะ 2017 ก็ขอให้ดี ดีเถอะ ดีๆๆๆๆ
      #21-1