Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 34 : Titanic AU : I fell in love with the way you touched me without using your hands.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 964
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    7 พ.ค. 60




Titanic Au

Chapter 4/6








I fell in love with the way you touched me without using your hands.



                เลอารู้เรื่องความสัมพันธ์ของเจสกับเบน และเธอไม่ชอบใจอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เบนจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้ว เขารู้ตัวว่าหัวใจอยู่ที่ไหน และมันไม่มีทางอยู่ที่เจสสิกา พาวาหรือหญิงสาวอื่นใดได้อีก แม้ว่าแม่ของเขาจะคร่ำครวญว่าทันทีที่พวกเขาถึงนิวยอร์ก วงสังคมและทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาเคยรู้จักคงจะเลือนหายไปหมด ทุกคนจะกล่าวกันในวงซุบซิบนินทาเกี่ยวกับตระกูลสกายวอล์กเกอร์ที่ล่มจม และทั้งหมดเป็นความผิดของเบนเพียงคนเดียว เขาได้แต่ก้มหน้ารับฟังถ้อยคำเหล่านั้นอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่กล้าที่จะบอกแม่ว่าเจสมีข้อเสนอดีๆทางหน้าที่การงานให้เขาไว้แล้ว แม่คงจะทนไม่ได้อีกที่จะเห็นว่าลูกชายคนเดียว กลายเป็นลูกจ้างของอดีตคู่หมั้น เบนไม่ได้สนใจหรือถือสาในเรื่องนั้นเลย เขาคิดแต่เพียงว่าอยากหางานดีๆที่มั่นคง และเขาสามารถดูแลแม่ และเรย์ของเขาได้



                แม้จะมีแผนการในหัว และตกลงพูดคุยกับพวกพาวาเป็นอย่างดีแล้ว เลอาก็ยังรับไม่ได้อยู่ดีเมื่อรู้ข่าวเข้า เธอกว้างขวางในวงสังคมมากพอที่จะรู้ความเคลื่อนไหวของเบนโดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากถาม เธอรู้ว่าเบนกำลังตกลงทำงานกับพวกพาวา เป็นลูกจ้างคนหนึ่ง เลอาไม่ได้สนใจว่าจะตำแหน่งใด เพราะลูกจ้างก็คือลูกจ้าง



                “ทั้งหมดนี้เป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม” เลอาเอ่ยถาม ในเช้าวันหนึ่งที่พวกเขายังอยู่ภายในห้องพัก “ลูกตัดสินใจถอนหมั้นเจสสิกา ปล่อยทางรอดของตระกูลให้หลุดมือ เพราะผู้หญิงชั้นต่ำ”



                “อย่าเรียกเธอแบบนั้น” เบนพูดเสียงเรียบ เขาไม่ได้โกรธ แค่ไม่พอใจกับคำที่แม่เลือกใช้เมื่อกลาวถึงเรย์



                “แม่จะเรียกทุกแบบที่แม่ต้องการจะเรียก” เลอาตอบอย่างถือตน “ลูกกำลังทำผิด ตัดสินใจผิดอย่างมหันต์ ผู้หญิงพวกนั้นก็เหมือนปลิง แม่อยากจะรู้นัก ถ้าหล่อนรู้ว่าครอบครัวเราไม่เหลืออะไร หล่อนจะยังเกาะลูกอยู่อีกไหม”



                “เธอรู้ครับ” เบนบอกอย่างพยายามใจเย็น จ้องหน้าแม่ของเขาที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ “ผู้หญิงชั้นต่ำที่แม่พูดถึง รู้ตั้งแต่วันแรกที่พบกับผมว่าครอบครัวเราไม่เหลืออะไรนอกจากชื่อ เธอไม่ได้ต้องการเงินสักแดงเดียว เธอมีปัญญาหาเองได้ ด้วยสองมือของเธอ ด้วยน้ำพักน้ำแรงและความขยันขันแข็งของเธอ เห็นเธอเป็นแบบนั้นแล้ว ผมคงทนไม่ได้จริงๆที่จะแต่งงานกับเจส และเกาะผู้หญิงกิน เหมือน...เหมือนเป็นแมงดา”



                “นี่ลูกพูดแบบนั้นได้ยังไง” เลอามีสีหน้าตกใจ “แม่ไม่ได้จะให้ลูกเป็น...”



                “ผมขอโทษครับ” เบนรีบพูดทันที “ผมพูดโดยไม่คิด” เขาถอนหายใจ เดินเข้าไปหาแม่ คุกเข่าลง จับมือของแม่ประคองไว้ทั้งสองข้าง “ได้โปรด เชื่อผมสักครั้ง ผมยินดีทำทุกอย่างที่แม่ต้องการมาตลอดทั้งชีวิต แต่นี่เป็นเรื่องความรักและคู่ชีวิต ผมขอตัดสินใจเอง แม่ยังเลือกพ่อ ทั้งที่แม่ไม่ควรเลือกนี่ครับ”



                “และแม่ก็เสียใจมาจนถึงทุกวันนี้” เลอาพูดแทรกขึ้นทันที



                “ผมไม่เชื่อว่าแม่เสียใจ” เบนส่ายหน้า เลอาอาจจะพูดเหมือนว่าไม่ได้รักพ่อของเขาแล้ว แต่เขารู้ดียิ่งกว่าใคร ฮาน โซโล ผู้ชายไร้ศักดินาที่เกาะกุมหัวใจของแม่ได้ ยังคงอยู่ในความคิดและความรู้สึกของแม่ตลอดเวลา “เชื่อผมเถอะว่าเราจะไม่เป็นอะไร ผมดูแลแม่ของผมได้ เราอาจไม่ใช่สกายวอล์กเกอร์ที่ยิ่งใหญ่เหมือนอย่างเดิม แต่เราก็ยังเป็นสกายวอล์กเกอร์ ผู้เดินบนท้องฟ้าได้อย่างหยิ่งทระนง ผมไม่คิดว่าแม่จะเพิกเฉยต่อคำนินทาเกี่ยวกับการหมั้นหมายของผมกับเจสสิกาได้ แม่ก็รู้ว่าลับหลังพวกเขาแอบพูดกันอย่างไร ทุกคนรู้ว่าสถานะของเราเป็นอย่างไร เพียงแต่พวกเขาไม่ได้พูดออกมาดังๆให้แม่ได้ยินเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น เชื่อผมเถอะ ปล่อยให้ผมจัดการทุกอย่างเอง”



                “สักวันลูกจะเสียใจที่ไม่เชื่อแม่” เลอาพูดเสียงแข็ง “อย่างที่แม่เสียใจที่เลือกคนอย่างฮาน โซโลเป็นคู่ชีวิต ตอนนี้พ่อของลูกอยู่ไหนล่ะ เบน เขาหายหัวไป ไม่รับรู้ปัญหาของเรา ผู้หญิงคนนั้นจะไม่ต่างกันหรอก แรกรักทุกอย่างย่อมสวยงาม ลูกจะคิดว่า แม้แต่ท้องฟ้าก็เอื้อมมือแตะได้ ถ้ามีเธออยู่ข้างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ชีวิตคู่และหลายสิ่งที่หนักหนาสาหัส จะทำให้ลูกเริ่มเข้าใจว่า ความรักนั้นกินไม่ได้ เมื่อถึงวันนั้น ลูกจะรู้ จะเข้าใจ และจะเสียใจที่ไม่เชื่อฟังแม่ สำหรับวันนี้ เชิญเลือกในสิ่งที่ลูกต้องการไปเถอะ แม่คงไม่สามารถดึงเจสสิกากลับมาได้อีกแล้ว และคงไม่มีผู้หญิงโสดจากตระกูลดีๆที่ไหนอยากจะสนใจลูกอีก หลังจากเห็นลูกเกลือกกลั้วกับผู้หญิงแบบนั้น”



                เบนอับจนถ้อยคำจะโต้เถียงหรือโน้มน้าว เรื่องนี้คงต้องใช้เวลาพักใหญ่ แม่ของเขามีความทรงจำฝังใจเกี่ยวกับวินาทีที่รู้ว่าพ่อของเขาหายตัวไป หนีออกไปจากบ้าน และทิ้งพวกเขาเอาไว้เบื้องหลัง แม่จึงไม่เชื่อเรื่องความรักอีกแล้ว และหวังให้เบนแต่งงานเพื่อผลประโยชน์อย่างเดียว อย่างเช่นที่แม่ควรทำเมื่อยังเป็นสาว แม่พูดเสมอว่าแม่ควรเชื่อท่านตา แต่งงานกับผู้ดีมีสกุลที่จะประคับประคองตระกูลได้ แต่แม่ก็เลือกความรักที่สุดท้ายทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ เบนจึงหยุดพูดไว้ก่อนน่าจะดีกว่า แม่ลุกขึ้นยืนและบอกว่าจะออกไปข้างนอก คงไม่ได้กลับเข้ามาอีกจนกว่าจะเย็น เขาเดาว่าคงไปหาเพื่อนฝูงและปรับทุกข์ตามประสา แม่หยิบผ้าคลุมไหล่และเดินออกไปโดยไม่เหลียวหลังมามอง



                เขาผ่อนลมหายใจจากริมฝีปากอย่างหนักหน่วง ไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้ว ทำยังไงแม่จึงจะวางใจว่าเขาเลือกทางที่ถูก และเขาสามารถดูแลแม่ได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินของใคร ช่างน่าอึดอัดใจ และเขารู้สึกเหมือนเป็นลูกชายอกตัญญูที่ทำให้แม่ต้องเสียใจถึงเพียงนั้น เขาทิ้งตัวลงบนโซฟายาวสักพัก ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู จึงเดินไปเปิด ตอนแรกนึกว่าเป็นบริกรประจำเรือมาเชิญไปรับประทานอาหารเช้าหรือนำจดหมายของใครมาให้ แต่เขากลับเห็นหน้าผากกว้างคุ้นตา กับรอยยิ้มแจ่มใสของเรย์แทน เธอยกถุงกระดาษขึ้นชู



                “กินอาหารเช้าด้วยกันไหม?” เธอเอ่ยถาม ยิ้มแฉ่ง ทำให้เขาต้องยิ้มตอบอย่างห้ามไม่ได้ เบนเปิดประตูกว้างขึ้น เพื่อให้เธอเข้าไปข้างใน ได้ยินเสียงเธอร้องโอ้โหเมื่อเห็นความกว้างของห้อง และเฟอร์นิเจอร์หรู “ห้องนี้นอนกันได้มากกว่าสิบคนอีกนะ” เธอหันมาพูด



                “รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ห้องนี้” เบนถาม



                “ฉันก็จีบพวกเด็กรับใช้ประจำเรือ และแอบถามมาน่ะสิ” เรย์พูดทีเล่นทีจริง “ฉันเห็นแม่นายออกไปแล้ว ถึงกล้าเดินมาเคาะประตู” เธอหยุดพูด และยืนจ้องหน้าเขา ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจถาม “นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม” เบนเดาว่าเธอคงสังเกตเห็นสีหน้าของเลอา และอนุมานต่อได้ว่าการสนทนาเช้านี้ระหว่างแม่ลูกไม่ราบรื่นนัก เบนเดินเข้าไปหาเธอทันที และโดยไม่บอกก่อนล่วงหน้า เขาโถมกอดเธอแบบทิ้งตัว เธอรับเขาไว้แทบไม่ทัน แขนของเธอยังเย็นเฉียบเพราะอากาศด้านนอก แต่ร่างกายของเธออุ่น และอ้อมกอดนี้ก็ให้ความรู้สึกสบาย เธอยกแขนขึ้นโอบเขาไว้ แตะๆบริเวณบ่าอย่างแผ่วเบาเหมือนจะปลอบโยน นานหลายนาทีที่เขายืนกอดเธออยู่อย่างนั้น ปล่อยให้เธอกอดตอบและปลอบเขาโดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไรทั้งสิ้น



                “นายหิวหรือยัง เรากินอาหารเช้ากันดีกว่า” เธอพูด เมื่อเขายอมคลายอ้อมกอด เรย์นั่งลงบนโซฟา หยิบขนมปังอบใหม่ออกมา กลิ่นหอมโชย “ฉันไปขอมาจากครัว ตีซี้แม่ครัวจนได้อาหารเยอะกว่าคนอื่นแล้ว ก็เลยเอามาเผื่อนายด้วย ยังไม่เคยกินอาหารเช้าของชั้นล่างล่ะสิ”



                เขาชอบเรย์ที่เป็นแบบนี้ เธอไม่ถามซอกแซก เธอรู้ว่าเขากำลังไม่สบายใจได้จากสีหน้าและท่าทาง เธอไม่พูดอะไรมากมายเพื่อปลอบใจ ไม่มีถ้อยคำสวยหรูผ่านการประดิษฐ์ แต่เรย์มีวิธีง่ายๆที่ทำให้เขาสบายใจขึ้นได้ ความเป็นธรรมชาติ ความช่างคุย เบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่น เขานั่งลงข้างเธอ กินอาหารเช้าที่เธอแบ่งให้ ฟังเธอพูดเรื่องแม่ครัวที่ชั้นล่าง เรื่องฟินน์กับโพ เรื่องตาลุงกับคุณป้าที่เริ่มบ่นคิดถึงเบน เธออวดผลงานการวาดรูปใหม่ๆของเธอให้ดู มีทั้งรูปพวกนักดนตรี กลาสีเรือ หญิงสาวและชายหนุ่มที่แอบพลอดรักกันบนดาดฟ้า ภาพนกที่เกาะอยู่บนราวระเบียง ภาพหัวเรือ เธอวาดสวยทุกรูป มีรูปของทุกคนที่เธอรู้จักบนเรือลำนี้ เหลือก็แต่เพียง ตัวเขาเท่านั้น



                “เธอไม่เคยวาดรูปฉัน” เขาพูดขึ้นมา หลังจากสังเกตเห็นว่าไม่มีรูปของตัวเอง



                “ก็ฉันกลัวนายจะไม่ชอบ” เรย์ยักไหล่ “ถ้าจะวาด ก็ควรขออนุญาตนายก่อนหรือเปล่านะ ฉันคิดแบบนั้น”



                เบนยกมือขึ้นเขี่ยเส้นผมของเธอไปไว้หลังหู และจับคางของเธอให้ใบหน้าหันมาหา ลูกนัยน์ตากลมๆสีน้ำตาลมองเขา กระพริบตาช้าๆ เขาเคลื่อนใบหน้าเข้าหา จูบเธอที่ริมฝีปากเร็วๆหนึ่งครั้ง



                “ฉันอยากให้เธอวาดรูปฉัน” เบนพูด ประทับริมฝีปากลงไปอีกอย่างหยอกเย้า “สวมแหวนประจำตระกูล สมบัติที่มีค่าที่สุดของสกายวอล์กเกอร์” เขากระซิบบอก



                “อืม ได้สิ” เรย์พยักหน้า ตอบเสียงเบา ขยับเข้าหาเพราะอยากจูบเขาอีก



                “สวมแค่แหวน” เบนกระซิบกับริมฝีปากของเธอ “วาดฉัน เรย์ เหมือนผู้ชายฝรั่งเศสพวกนั้นในสมุดของเธอ” เขารู้สึกได้ว่าเธอสูดลมหายใจเข้าแรงกว่าทุกครั้งหลังจบประโยค หน้าผากของพวกเขาแนบอยู่ด้วยกัน เบนได้ยินเสียงเธอตอบรับเบาๆจากลำคอว่าตกลง



                เบนเคยมีประสบการณ์เป็นแบบวาดรูปมาสองสามครั้ง ตั้งแต่ยังเด็ก ท่านตาต้องการให้มีภาพวาดของคนในครอบครัวจึงจ้างช่างมีฝีมือระดับประเทศมาวาดให้ เมื่อเขาโตขึ้นอีกหน่อย ท่านยายก็ให้จิตรกรมาวาดภาพเดี่ยวของเขาอีก เมื่อกำลังใกล้จบจากอีตัน แม่ก็จ้างอีกรอบ เขารู้ว่าต้องทำตัวอย่างไรขณะที่ช่างกำลังวาดภาพ แต่คงไม่มีครั้งไหนเหมือนกับคราวนี้ เขาไม่อยากได้ภาพวาดที่ต้องวางมาดเป็นคุณหนู หรือเป็นคุณชายสูงศักดิ์ สวมเสื้อผ้าราคาแพงที่มีแต่เปลือกนอก เขาอยากได้ตัวตนของเขาจริงๆ



                เรย์กำลังจัดโซฟาและที่นั่งของตัวเองตอนที่เขาเดินออกไป เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วก็ก้มหน้างุด ทรุดตัวลงนั่ง ทำเป็นกำลังวุ่นวายกับกระดาษ เขาเห็นหน้าผากของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงจัด



                “เธอเคยเห็นผู้ชายเปลื้องผ้ามาแล้วไม่ใช่หรือ” เบนจงใจหยอกเธอ เรย์ส่งเสียงตอบจากลำคอเบาๆ เหมือนลืมวิธีพูดไปหมดแล้ว “ถ้าจะวาด เธอก็ต้องเงยหน้ามองฉัน ใช่ไหม คุณจิตรกร” สิ้นคำ เรย์ก็ยอมเงยหน้าขึ้น เบนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ไม่ได้พูดอะไร ขณะปลดเสื้อคลุมออกจากตัว เธอมองเขาโดยไม่หลบก็จริง แต่ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน พวงแก้มกลายเป็นสีชมพูระเรื่อ



                เบนเอนตัวลงบนโซฟา จัดท่าทางให้ตัวเองโดยมีเธอคอยบอกว่าควรวางมือไว้ตรงไหน เขาเห็นเธอสูดลมหายใจเข้าปอดยาวๆ ยกกระดาษและแผ่นรองขึ้นสูง มีเพียงดวงตากับหน้าผากที่โผล่พ้น มือขวาเริ่มจรดดินสอลงบนกระดาษ เบนมองเธอ เขามองทุกอย่าง เช่นเดียวกับที่เธอก็จะมองเขาทุกส่วน หัวใจของเขาเต้นโครมคราม เป็นช่วงเวลาที่คงเรียกได้ว่า อีโรติก ที่สุดในชีวิตแล้ว



                “เธอหน้าแดง” เขาไม่วายที่จะพูดจาหยอกล้อ เรย์เงยหน้าขึ้นมอง เม้มริมฝีปาก “จิตรกรใหญ่อย่างโมเนต์จะเคยหน้าแดงขนาดนั้นหรือเปล่า หรือไมเคิล แองเจโล เขาจะเคยเขินไหม”



                “หยุดพูดก่อน” เรย์บอก “อย่าเพิ่งขยับใบหน้ามากนัก”



                “ขอโทษ” มุมปากของเบนกระตุกจะยิ้ม พอใจที่เห็นหญิงสาวเขินจัด ขณะนั้นพวกเขามีความรู้สึกว่าได้สัมผัสอีกฝ่าย โดยไม่ต้องใช้มือหรือผิวหนังแตะต้องกัน สายตาสอดประสาน เลื่อนมอง เขาชอบนัยน์ตาของเธอ ลูกนัยน์ตากลมโต รูปร่างของดวงยายาวรีเหมือนตากวาง มีบางอย่างภายในที่ดูช่างใสซื่อ โดยเฉพาะเวลาที่เขาเห็นเพียงหน้าผากกลมมน คิ้วรก กับดวงตาคู่นั้นเหนือขอบกระดาษ เธอกำลังมีสมาธิ โลกทั้งใบเหมือนจะมีแค่พวกเขา กับกระดาษวาดภาพและดินสอในมือข้างขวาของเธอ เบนกระพริบตา หัวสมองว่างโล่ง ไม่มีสิ่งใดอยู่นอกจากภาพของเธอที่อยู่ตรงหน้า เขาจะเก็บช่วงเวลานี้เอาไว้ตลอดไป เวลาอันเนิ่นนานที่เธอไม่มองสิ่งใดนอกจากร่างกายของเท่านั้น



                เบนอยากใกล้ชิดเธอให้มากกว่านั้นอีก ความปรารถนาก่อตัวภายในใจเหมือนกองไฟขนาดเล็กที่แผดเผาทีละน้อย เขาผ่อนลมหายใจ มองนิ้วมือของเธอขยับไปทางใกล้ขอบกระดาษ เลื่อนขึ้นมา พร้อมกับดวงตาที่โผล่พ้นกระดาษมองเขาอีกครั้ง เก็บรายละเอียดทุกอย่าง มือเธอสั่นน้อยๆ และเธอจำเป็นต้องหยุดเพื่อสูดลมหายใจ พยายามควบคุมความตื่นเต้นและเขินอายของตนเอง เขายิ้มที่มุมปากกับอาการเหล่านั้นของเธอ เรย์จะเคยเขินแบบนี้ไหมตอนที่วาดหนุ่มฝรั่งเศส เขาอยากให้เธออายจนหน้าแดงแค่กับเขาคนเดียว เพราะเธอดูสวยน่ารักที่สุดในเวลานี้



                เมื่อภาพวาดเสร็จสมบูรณ์ เธอก็ส่งเสียงบอกเขา เบนลุกจากโซฟาหยิบเสื้อคลุมมาสวมและเดินอ้อมไปดูผลงานของเธอทางด้านหลัง สมบูรณ์แบบ ทั้งสีหน้าของเขา ทุกสิ่งทุกอย่าง เธอเก็บรูปลงในแผ่นหนังและยื่นให้ เขาหยิบเหรียญเงินยื่นให้เธอสำหรับค่าวาด เธอหัวเราะน้อยๆและรับเหรียญเงินไป



                “นายสวยงามที่สุดเลย” เธอหลุดปากออกมา แล้วก็ก้มหน้าลง แก้มแดงจัด เขาเดินเข้าใกล้ จับมือทั้งสองข้างของเธอยกขึ้นมาที่ริมฝีปาก จูบบนนิ้วมือทั้งสองข้าง ฝังจมูกลงไปสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ



                “คำพูดแบบนั้นควรเป็นผู้ชายชมผู้หญิงมากกว่า” เบนพูด ขยับเข้าใกล้ขึ้นอีก จนตอนนี้ร่างของเธอแนบอยู่กับแผ่นอกของเขา เบนรวบตัวเธอไว้ด้วยการโอบเอวอย่างหลวมๆ



                “แต่ฉันไม่ได้สวยนี่ นายสวยกว่าฉันอีก” เธอบอกในสิ่งที่คิด พูดซื่อๆ โดยไม่รู้ว่าส่งผลต่อคนฟังอย่างไร



                เขาเชิดหน้าเธอขึ้น ประคองไว้ในมือข้างหนึ่ง ดวงตาของเธอจ้องเข้าไปในดวงตาของเขา ทะลุทะลวงลงไปจนถึงแก่น เบนไล้นิ้วโป้งไปบนแก้มเนียนสีน้ำตาลอ่อน สีผิวของพวกเขาต่างกัน เรย์มีผิวสีเข้มกว่าตามประสาของคนที่อยู่กลางแจ้ง และไม่ได้บำรุงรักษาให้ดี ไม่น่าแปลกที่เธอคิดว่าตัวเองไม่ได้สะสวย เพราะเธอคงเห็นบรรดาหญิงสาวที่สวยกว่าเธอมามากมาย แต่สำหรับเขา เบนไม่ต้องการให้เธอผิวขาวกว่านี้ ผอมบางน่าทะนุถนอม หรือสวยกว่านี้ ทุกอย่างกำลังพอดี พอเหมาะแล้ว



                “ฉันรักเธอ”



                เบนพูดคำนั้นโดยไม่ตะขิดตะขวงใจ เธอเบิกตากว้างขึ้น ลมหายใจติดขัด ผิดจังหวะ เธอซุกตัวเข้าหา แนบใบหน้าอยู่บนบ่าของเขา และเขาฝังจมูกลงบนเส้นผมของเธอ พวกเขากอดกันแน่น



                “ฉันก็รักนาย”



                คำสารภาพแผ่วเบา อ่อนหวาน แต่ก็หนักแน่น  














Talk

1. ขอบคุณสำหรับแฟนอาร์ตที่ส่งเข้ามาค่ะ   เรย์ยิ้มแฉ่ง (จิ้ม)  ฉากวาดรูปในตำนาน (จิ้ม)  ขอบคุณมากเลย ฉันปลื้มใจที่สุดค่ะ สำหรับผลงานทุกชิ้น อย่างที่บอก... เป็นความใฝ่ฝันว่าเวลาเขียนฟิค อยากมีคนวาดรูปแฟนอาร์ตให้จังเลย เติมเต็มความฝันกันมากมาย


2. ฉันรักทะเลตรังที่สุดเลย และรักเขื่อนรัชชประภาที่สุราษฎร์ สวยจนลืมหายใจ 


3. ขอบคุณทุกคนที่ยังอ่านกันอย่างเหนียวแน่นค่ะ  ขอให้มีความสุขสดใสกันทุกคนเลยยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #834 Vandemort (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 22:02

    โอ๊ยๆๆๆๆ ตายๆๆๆๆๆ เขิน มะโนแจ่ม เลือดกำเดารื้นๆๆ

    #834
    0
  2. #824 Cherry Wanlada (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 09:15
    ฉากวาดรูปในตำนาน วรั๊ยยยยยย 5555+ เขินแทนเรย์มวากกกกก
    #824
    0
  3. #331 ~.oOBaM...bAmOo.~ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 01:59
    ชอบมากๆเลยค่ะ เรื่องนี้ให้ความรู้สึกละมุ่นมากๆ อดใจรอตอนต่อไม่ไหวเลยค่ะ จขบเขียนดีมากๆเลยนะคะ ยิ่งเป็นยุคเก่าหน่อยชอบเป็นพิเศษเลยค่ะ ถ้าเรื่องนี้จบbad endก็คงชอบมากแน่ๆหรือgood end ก็ดีเหมือนกัน สู้ๆนะคะ
    #331
    0
  4. #314 Audaidaj (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 02:40
    ลุ้นตอบจบมากเลยกลัวใจที่สุดตอนนี้หวานที่สุดแล้ว
    #314
    0
  5. #289 ติ่งสโนค (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 19:33
    ติดตามเลยครับไรท์เตอร์ ผมเพิ่งมาลงเรือเรย์โลหลังดู TLJ จบ เขินทุกฉากที่ทั้งสองคนเข้าพร้อมกัน

    เลยมาไล่หาอ่านฟิคเรย์โล จนมาเจอของไรท์เตอร์ ทั้ง hope/college au/demon/mattxrey/devil wear armani และเรื่องอื่นๆอีกด้วย บอกเลยว่าชอบมากๆครับ อยากให้ไรท์เตอร์มาต่ออันนี้ให้จบจังงง เป็นกำลังใจให้เขียนทุกเรื่องที่เขียนอยู่นะครับ แล้วก็ขอบคุณมากๆด้วยที่ต่อเรือให้ทีมเรย์โลครับ สู้ๆนะครับบบ จะรออ่านน้าาา
    #289
    0
  6. #276 Piepp (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 01:51
    รอมาอัพนะคะ อยากลุ้นว่าจะ bad end หรือเปล่า แต่อย่าเลยT^T
    #276
    0
  7. #268 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 18:47
    เหมือนเป็นเรื่องที่โรแมนติกที่สุด หวานที่สุดที่เคยอ่านมา ชอบฉากตอนวาดรูป แก้ผ้าเหลือแหวนชิ้นเดียว อหหหห

    เลอาแทงใจดำมากก
    #268
    1
    • #268-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 34)
      10 พฤษภาคม 2560 / 15:34
      อ่อยขั้นสุดค่ะ เบนอ่อยมาก อ่อยเบอร์แรง
      #268-1
  8. #267 `PS.AriA†´ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 14:48
    หวายยยยยยยยยยย นี่อ่านก็เขินนนฟสฟกววมแใหววปว
    #267
    1
    • #267-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 34)
      10 พฤษภาคม 2560 / 15:34
      คนเขียน ก็เขินไแเขียนไป
      #267-1
  9. #266 ฟูฟ่องละอองฟิ้ว (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 10:33
    เกิดอะไรขึ้นต่อจากน๊านนน----แค่กๆ5555555 จากที่เรย์แมนๆก็จะได้เห็นตอนเขินแล้ว! ตอนนี้ทำไมรู้สึกเบนขี้แกล้งงง //////) แอรั
    #266
    1
    • #266-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 34)
      8 พฤษภาคม 2560 / 10:54
      เกิดอะไรต่อน๊าาาา ไม่รุ้สิ
      #266-1
  10. #264 Lovelove (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 22:36
    แง้งงงงง เขินอย่างแรงงงงคร้าาาา
    #264
    1
    • #264-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 34)
      8 พฤษภาคม 2560 / 07:07
      เขินเบนหรอคะ #ทีมอยากกินเบน
      #264-1
  11. #263 Skye1907 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 11:58
    ใครเขินใครหวา-- #ปามือถือข้ามห้องด้วยความฟิน 
    #263
    1
    • #263-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 34)
      8 พฤษภาคม 2560 / 07:08
      เสียโทรศัพท์ไปกี่เครื่องแล้ว 555555
      #263-1
  12. #262 dandelions (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 11:25
    เลือดพุ่งปรี๊ดดดดด
    #262
    1
    • #262-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 34)
      8 พฤษภาคม 2560 / 07:08
      ระวังความดันนะจ๊ะ 5555
      #262-1
  13. #261 Nezerus Zernep (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 10:29
    ทำไมมันหวานอย่างนี้คะไรท์ ฟินมากกกกดเลยค่ะ โง้ยยยยยยย
    #261
    1
    • #261-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 34)
      8 พฤษภาคม 2560 / 07:08
      จะหวานอยู่ได้นานไหมหนอออ
      #261-1