Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 33 : Titanic AU : I could stay and look into your eyes all day doing nothing.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 513
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    1 พ.ค. 60



Titanic Au

Chapter 3/IDK







I could stay and look into your eyes all day doing nothing.



            เบนพยายามหลบหน้าเธออย่างทำใจได้ยากยิ่ง แม้ตัวเธอไม่อยู่ให้เห็น ไม่ได้นั่งอยู่ในห้องอาหาร ไม่ได้อยู่ในห้องเต้นรำหรือนั่งฟังดนตรีอยู่ข้างๆ เขาคิดถึงเธอ เรย์ ชื่อนั้นติดอยู่ที่ริมฝีปาก ติดอยู่ในหู แนบแน่นภายในใจ กลิ่นกายอ่อนๆของเธอที่เหมือนน้ำทะเล แสงแดด กับอิสรภาพยังคงอ้อยอิ่งอบอวลในความทรงจำของเขาไม่รู้ลืม ความนุ่มนวลจากริมฝีปากและรอยจุมพิตแผ่วเบาเป็นสิ่งที่เขาอยากได้อีกนับครั้งไม่ถ้วน เธอไม่ได้สะสวย หากเทียบกันแล้ว เรย์เป็นผู้หญิงที่หน้าตาธรรมดาอย่างยิ่ง เธอไม่มีอะไรเทียบเคียงกับหญิงสาวในวงสังคมได้แม้แต่อย่างเดียว แต่เขาไม่สนใจ ไม่เคยสน ตั้งแต่ครั้งแรกที่สบตา ที่เธอยิ้มและโบกมือทักทายอย่างไม่รู้จักกาลเทศะ เสียงหัวเราะของเธอ ทุกอย่างของเธอ ทำให้ไม่มีผู้หญิงคนไหนจะแทนที่ได้อีก



                แต่เบนไปพบเธอไม่ได้อีกแล้ว นั่นคือความเป็นจริงที่ขมขื่นอย่างยิ่ง และเขาจำต้องทำใจยอมรับ แม่ของเขาอาจไม่มีเงินติดตระกูล แต่อำนาจของเธอยังมี และมีคนอีกมากมายเชื่อฟังคำสั่งของเธอ รวมไปถึงคนของตระกูลพาวา คู่หมั้นของเขาเอง แม่พูดกับเบนอย่างชัดเจนไม่ให้คบค้าสมาคมกับผู้หญิงจากชั้นล่าง และห้ามไม่ให้เหยียบย่างลงไป เบนคิดว่าแม่ไม่ใช่คนใจร้าย แต่อาจต้องคิดใหม่



                “การจะทำให้ใครสักคนหายไป ไม่ใช่เรื่องยากหรอกนะ เบน” แม่ของเขาพูดแบบนั้น น้ำเสียงเย็นเยียบจนสันหลังของเบนเย็นวาบ “ลูกควรรู้หน้าที่และฐานะของตัวเอง อย่าให้แม่ต้องใช้วิธีที่รุนแรงนักเลย”



            “อย่าทำอะไรเธอ ได้โปรด” เบนวอนขออย่างอับจนหนทาง



                “ลูกก็ไม่ควรไปพบเธออีก” แม่บอก ผ่อนลมหายใจเบาๆ ก่อนจะหยิบกล่องไม้แกะสลักอย่างดีมายื่นให้ “แม่คิดว่าถึงเวลามอบแหวนให้กับเจสแล้วนะ หวังว่าเย็นนี้ แม่จะเห็นมันอยู่บนนิ้วของเธอ และลูกควรระวังหน่อย อาร์มิเทจ ฮักซ์คนนั้นค่อนข้างแสดงท่าทีสนิทสนมกับเจสมากเกินไปแล้ว แม่ไม่ชอบใจเลย”



            เบนนึกถึงแหวนเพชรสีน้ำเงินที่เป็นของตกทอดในตระกูล เคยเป็นของท่านยายทวด มาสู่ท่านตามอบให้ท่านยาย แม่เป็นคนดูแลต่อมา และตกมาถึงเขาที่จะต้องส่งมอบต่อไป ท่านยายเคยเล่าว่าท่านตามอบให้ด้วยความรัก แต่เขาล่ะ เขากำลังจะยื่นให้เจสสิกาในฐานะอะไร คู่หมั้นจอมปลอมที่ไม่เคยเจียดหัวใจรักเธอสักนิด เขากำลังทำร้ายจิตใจของเธอและของตัวเองด้วย พวกเขาจะอยู่กันอย่างมีความสุขได้อย่างไร เบนนึกภาพไม่ออก เมื่อในทุกวัน เขาอยากจะวิ่งหนีหายไปเสียให้พ้น หนีจากทุกอย่าง จากสังคมนี้ จากผู้คนหน้าไหว้หลังหลอก เขาคิดถึงห้องอาหารชั้นล่าง ดนตรีเสียงดัง กับผู้คนเอะอะเมาเละเทะ พวกเขาพูดตรง แต่จริงใจ เบนยอมแลกทุกอย่างเพื่อมีอิสระแบบนั้น



                เช้าวันอาทิตย์ เขากับแม่ไปที่ห้องทำพิธีคล้ายๆกับโบสถ์ เบนถูกขนาบข้างด้วยแม่กับเจสสิกา ทุกคนต่างมีสมาธิกับบทสวด แต่แล้วสายตาของเบนก็พบเธอ เรื่องแปลกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับเรย์ก็คือ ไม่ว่าเธอจะอยู่ตรงไหน เธอมีแรงดึงดูดมหาศาลเรียกร้องให้หันไปมองทุกครั้ง ทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ยืนอยู่ที่แถวเก้าอี้อีกฝั่ง ถือบทสวดในมือ และเมื่อเขามองอยู่พักใหญ่ เธอก็เงยหน้าขึ้นสบตาเขาเช่นกัน เขารีบหลบสายตาเธอ ก้มมองต่ำ ท่องไว้ในใจว่าเขาใกล้ชิดเธออีกไม่ได้แล้ว และทั้งหมดก็เพื่อตัวเธอ เบนบังคับไม่ให้ตัวเองแอบชำเลืองมองเรย์ไปตลอดพิธี



                เมื่อพิธีจบสิ้น เขาเดินรั้งท้ายขบวนที่กำลังออกจากห้อง เลอา แม่ของเขากับเจสกำลังคุยกันอย่างสนิทสนมออกรสเรื่องเกี่ยวกับแฟชั่นและความเติบโตของธุรกิจผ้าทอ เบนเดินตามไปอย่างเชื่องช้าไม่กระตือรือร้นบนระเบียงทางเดิน และแล้วเขาก็รู้สึกมีคนมาจับแขน และดึงให้เดินตาม เรย์นั่นเอง เธอดันเขาเข้าไปในห้องทำพิธีที่ตอนนี้ว่างเปล่า ไม่มีคน



                “เรย์...” เขาเอ่ยเรียกชื่อเธอเบาๆ ไม่อยากเชื่อว่าน้ำเสียงของตัวเองจะฟังดูโหยหาได้ขนาดนั้น



                “สองสามวันมานี้ นายพยายามหลบหน้าฉันใช่ไหม” เรย์ถามตรงประเด็น ไม่มีการอ้อมค้อม



                “เรย์ ระหว่างเรามัน... มันเกิดขึ้นไม่ได้” เบนพูด ทั้งที่ความรู้สึกภายในร่ำร้องอีกอย่าง ใบหน้าของเธอนิ่งไป ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน “ฉันขอโทษ เรื่องคืนนั้น ทุกอย่างเลย ฉันเมา ฉันไม่ได้ตั้งใจ”



                “นายรักเธอหรอ?” เรย์ถาม เสียงแผ่ว เงยหน้าขึ้นจ้องตา



                “มันไม่เกี่ยวกัน” เบนส่ายหน้า



                “นายรักเธอหรือเปล่า” เรย์ถามซ้ำอีก แววตาคาดคั้นเอาคำตอบ บอกเป็นนัยว่าเธอจะไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ “ตอบสิ บอกมาว่านายรักเธอ แล้วฉันจะไม่ยุ่งกับนายอีก”



                นั่นเป็นคำโกหกคำโต และเบนพูดไม่ได้ ไม่ใช่วันนี้ ไม่ใช่วันที่เพิ่งทำพิธีจากในโบสถ์ ไม่ใช่ต่อหน้าเรย์ เขาพูดคำนั้นโดยให้มันกลายเป็นคำลวงไม่ได้จริงๆ เรย์ยังจ้องมอง และถ้าเขาเข้าใจไม่ผิด เขาเห็นความเจ็บปวดในแววตาคู่นั้น เขารู้ว่าเขาเป็นคนผิดเอง เขาไม่ควรเริ่มตั้งแต่แรก



                “ฉันต้องไปแล้ว” เบนตัดบท รีบหันหลัง หมุนตัวออกจากห้อง ทิ้งเรย์ไว้ตามลำพัง



                เบน สกายวอล์กเกอร์รู้สึกเคืองๆในดวงตา เหมือนอยากจะร้องไห้ แต่เขาก็ต้องแสร้งยิ้มเมื่อไปเดินเข้าไปหาเจสสิกา แม่สั่งให้เขาพาเธอไปเดินเล่น มองเบนอย่างมีความหมาย เตือนว่าเขาควรจะต้องทำอะไรให้สำเร็จลุล่วง เบนให้เจสควงแขนและพาไปเดินเล่นแถวดาดฟ้าเรือ เจสกางร่มบังแดด พวกเขาเดินข้างกันเงียบๆ โดยที่ไม่รู้จะคุยอะไรกันดี ท่าทางของเจสดูจะอึดอัดไม่ต่างจากเบน



                “รู้สึกเบื่อบ้างหรือเปล่าคะที่ต้องเดินทางนานๆ” เจสเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ



                “มีบ้างนิดหน่อยครับ” เบนตอบ



                “วันนี้อากาศดีนะคะ” เจสพูดขึ้นอีก ไม่รู้จะชวนคุยในหัวข้ออะไร



                “แดดค่อนข้างแรงไปหน่อย แต่ก็ถือว่าอากาศดีสำหรับเดินทะเล” เบนตอบ พวกเขาหยุดเดินและยืนอยู่ริมรั้ว เจสยิ้มน้อยๆให้ เมื่อเขาอาสาถือร่มให้เธอเอง “เจสครับ” เขาเรียกเธอ ทำภารกิจที่แม่ต้องการให้ทำจบลงไปเสียเร็วๆจะดีกว่า เขารู้สึกอึดอัด และเจสก็คงเหมือนกัน “ตั้งแต่ที่มีข่าวว่าเราหมั้นกัน และครอบครัวของเราก็ตกลงเป็นอย่างดี ผมยังไม่เคยให้แหวนหมั้นกับคุณเลย เพราะฉะนั้น...”



                “คุณรักฉันไหมคะ?” เจสหันมาถาม เบนชะงักไป “คุณเบน สกายวอล์กเกอร์ ฉันขอถามคุณ อยากให้คุณตอบโดยความสัตย์จริง คุณรักฉันไหม?”



                “เจส” เบนเอ่ยออกมาอย่างลำบากใจ



                “ฉันเข้าใจค่ะ” เจสพยักหน้า เบี่ยงสายตาไปมองทางอื่น เบนไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดหรือรู้สึกอย่างไร เขาไม่สบายใจเอาเสียเลย แต่เขาโกหกตัวเองไม่ได้ เขาไม่อยากทำให้ใครต้องเสียใจ แม้ว่าสุดท้ายเขาจะต้องอกตัญญูต่อแม่ ไม่ทำตามที่ท่านต้องการ แต่เขาหลอกลวงผู้หญิงคนหนึ่งไม่ได้จริงๆ อาจเคยคิดว่าทำได้ แต่พอมาอยู่ต่อหน้าเจส คำโกหกเหล่านั้นก็ถูกกลืนหายลงไปในลำคอ ด้วยความรู้สึกผิด



                “คุณคงลำบากใจมาก ตลอดเวลาที่ผ่านมา” เจสพูดต่อ “คุณไม่ได้รักฉัน และฉันเองก็โกหกไม่ได้เช่นกันว่ามีความรู้สึกต่อคุณมากกว่าคำว่าเพื่อน คุณพ่อคุณแม่อยากให้ตระกูลเราเกี่ยวดองกัน เพื่อผลประโยชน์สองอย่าง แต่ฉันคิดว่าเรามีทางอื่นนะคะ” เธอหันกลับมาหาเขา “ฉันคุยกับคุณพ่อได้เรื่องธุรกิจระหว่างเรา บางทีทุกอย่างอาจคลี่คลายได้โดยไม่ต้องมีการแต่งงานที่ไม่เต็มใจทั้งสองฝ่าย แต่ฉันก็ยังต้องการให้คุณยืนยัน คุณยินดีที่จะทำตามวิธีของฉันไหม ซึ่งนำพาความยุ่งยากมาให้เราทั้งคู่ไปพักหนึ่งแน่ กว่าพวกเขาจะยอม คงไม่ง่าย”



                “คุณไม่อยากแต่งงานกับผม” เบนสรุปออกมาได้อย่างงุนงง



                “หัวใจของฉัน เป็นของคนอื่นไปแล้วค่ะ” เจสตอบอย่างมั่นใจ



                “อาร์มิเทจ ฮักซ์หรือครับ” เบนถามต่อ และเขาได้คำตอบโดยที่เจสไม่ต้องพูดอะไร ท่าทางขัดเขินของเธอบอกออกมาทั้งหมดแล้ว เบนโล่งใจ ราวกับยกภูเขาทั้งลูกออกจากอก พวกเขาน่าจะลองคุยกันตั้งนาน ไม่ต้องทนอึดอัด ปั้นหน้าใส่กันมาเป็นเดือนๆ “เจส ผมยินดีกับคุณด้วย ผมขอพูดตามความจริงว่าตลอดมา ผมไม่รู้จะวางตัวอย่างไรเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณ แต่เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ผมขอยืนยันว่าจะสนับสนุนคุณกับอาร์มิเทจ ส่วนเรื่องของครอบครัวของผม คุณไม่ต้องกังวล ผมคิดว่าผมจะหาทางดูแลแม่ของผมได้”



                “มีตำแหน่งผู้จัดการในบริษัทของฉันนะคะ ถ้าคุณสนใจ” เจสบอกอย่างปรีดา เบนพยักหน้ายิ้มตอบ “ถ้าอย่างนั้น ถือว่าเราตกลงกันได้แล้วใช่ไหมคะ” เธอยื่นมือออกมาให้จับ เหมือนตกลงเจรจาธุรกิจสำเร็จ เบนจับมือเธอเขย่า และเป็นครั้งแรกของวันนั้นที่เขาเห็นด้วยเรื่องอากาศ วันนี้แจ่มใสจริงๆ



                หลังจากนั้นทั้งวัน เบนพยายามตามหาเรย์ เขาลงไปที่ชั้นล่าง เจอฟินน์กับโพซ้อมดนตรีอยู่ด้วยกัน แต่พวกเขาบอกว่าไม่เห็นเรย์ตั้งแต่เช้า ตาลุงกับคุณป้าที่เรย์สนิทด้วยก็ไม่เห็นเธอเช่นกัน ไม่รู้ว่าเธอหนีไปอยู่ตรงไหน เบนตามหาเธอทั่วทั้งเรือ ทุกที่ที่เขาจะเดินเข้าไปถึงได้ เขาไปหมดแล้ว แต่ไม่เห็นวี่แวว จนเวลาบ่ายเคลื่อนคล้อยเข้าสู่ยามเย็น ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้มสลับสีเหลืองทอง ก้อนเมฆเน้นขอบสีสด ดวงอาทิตย์กลมโตขนาดใหญ่สีส้มแดงลับเหลี่ยมอยู่แถวขอบเมฆ เบนเดินอย่างเชื่องช้า และเกือบจะหมดหวัง บางทีเขาอาจจะพบเรย์ได้ แค่เฉพาะเวลาที่เธออยากจะให้พบ เธอดูเหมือนจะเป็นผู้หญิงแบบนั้น ลึกลับนิดๆ ซุกซนหน่อยๆ และไม่อยู่ในกฎเกณฑ์ใดๆ



                เขาเดินเรียบเรื่อยไปบนดาดฟ้า จนกระทั่งเกือบจะถึงหัวเรือ ตอนนั้นเองที่เห็นแผ่นหลังคุ้นตา ผมสีน้ำตาลมัดสามกระจุกด้านหลัง ทรงผมแปลกประหลาดอย่างนั้นมีผู้หญิงแค่คนเดียวที่กล้าทำ ริมฝีปากของเขาผ่อนคลาย แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบางๆ ขณะก้าวเท้ายาวเข้าไปใกล้เธอทีละนิด เรย์ที่ได้ยินเสียงฝีเท้า หันมามอง ดวงตาของเธอมีแววประหลาดใจ มองเขานิ่ง ไม่พูดอะไรเลย



                “ฉันไม่ได้รักเจสสิกา” นั่นเป็นประโยคแรกที่เบนเลือกจะพูด “และเจสสิกาก็ไม่ได้รักฉัน” เรย์กระพริบตามองเขา ยังไม่ยอมพูด “ฉันขอโทษ เรย์ ขอโทษสักพันครั้ง และฉันเข้าใจถ้าเธอจะไม่ยกโทษให้ฉันที่ทำเธอเสียใจ และผลักไสไล่ส่งเธอ มันมีอะไรหลายอย่างในครอบครัวของฉัน แต่ฉันจะไม่เอามาเป็นข้ออ้างทั้งสิ้น ทั้งหมดเป็นเพราะความอ่อนแอของฉันเอง แต่ต่อไปนี้ ฉันให้คำมั่น ฉันจะ...”



                “ชู่ว์” เรย์ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก ก่อนจะผายมืออีกข้างมาให้เขาจับ เบนมองมือเล็กๆหยาบกระด้างและคว้าไว้โดยไม่จำเป็นต้องคิดทบทวนอีกแล้ว เขาเดินตรงเข้าไปหาเธอ เรย์ยิ้มน้อยๆอย่างอ่อนโยน เขาอยากจะเก็บภาพนี้ในความทรงจำตลอดไป ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น ท้องฟ้าสีส้ม กับรอยยิ้มแจ่มใสบนดวงหน้ากลมเกลี้ยงเกลา รอยตกกระเล็กๆบนจมูกพวกนั้น ดวงตาเป็นประกายระยิบยิ่งกว่าเวลาที่แสงตกกระทบคลื่นทะเล เขาอยากกอดเธอ อยากเก็บเธอไว้กับตัวเองตามลำพัง อยากให้เธอมีความสุข สดใส และนำพาเสียงหัวเราะมาให้เขา ที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาเชื่อว่าความร่าเริง เข้ากับคนง่ายของเธอ น่าจะเอาชนะใจแม่ของเขาได้



                “ฉันจะให้นายดูอะไร” น้ำเสียงของเธอฟังดูซุกซน “นายช่วยให้ฉันเหยียบขึ้นไปบนรั้วได้ไหม”



                “เดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก” เบนเตือนอย่างเป็นห่วง



                “ไม่ตกหรอก ถ้านายคอยดึงฉันเอาไว้” เธอพูด ยิ้มยิงฟัน “นะ เบน นิดเดียวเอง แป๊บเดียวด้วย นายจะไม่เสียใจเลย” เขาใจอ่อนกับลูกอ้อนง่ายๆนั้น และพยักหน้า ช่วยประคองเธอขึ้นไปยืนบนรั้วขั้นที่หนึ่ง และเมื่อเธอขึ้นไปขั้นที่สอง เขาก็จับมือเธอไว้แน่นกว่าเดิม มืออีกข้างประคองอยู่ด้านหลังตรงตำแหน่งเอว “นายเชื่อใจฉันหรือเปล่า?” เธอหันมาถาม



                “ฉันเชื่อใจเธอ” เขาตอบอย่างมั่นใจ



                “งั้นตามขึ้นมาสิ แล้วจับมือฉันไว้นะ”



                เบนเดาไม่ถูกว่าเธอกำลังจะทำอะไรกันแน่ แต่เขาก็ทำตามที่เธอต้องการ เขาเหยียบบนราวรั้วขั้นที่หนึ่ง ยืนทาบทับอยู่ด้านหลัง และจับมือเธอไว้ทั้งสองข้าง เธอประสานนิ้วทั้งหมดเข้ากับนิ้วของเขา สายลมจากมหาสมุทรพัดเข้าใบหน้า เธอค่อยๆยกแขนขึ้น เขายกตามเธอไปด้วย



                “ดูสิ เราบินได้”



                น้ำเสียงของเธอเหมือนถูกมนต์สะกด เขามองตามสายตาของเธอออกไปยังผืนมหาสมุทรจรดเส้นขอบฟ้า หากเป็นนก ก็คงมีความรู้สึกแบบนี้ เรือแล่นไปข้างหน้า ร่างของพวกเขาก็ยังยืนกันอยู่บนนั้น แต่กลับรู้สึกเหมือนโผบิน โจนทะยานไปในหมู่เมฆ ไปสู่เสรีภาพ เขาได้ยินเสียงสูดลมหายใจเข้ายาวๆของเธอ เขาหายใจไปพร้อมกัน จับมือเธอไว้ ปล่อยให้ผิวหนังแนบแน่น ก่อนที่เขาจะลดมือลงวางอยู่ที่เอวของเธอแทน เรย์ขยับมาพิงเขา แก้มของเขาแนบอยู่กับใบหูและเส้นผมของเธอ เขาเอี้ยวศีรษะเพื่อเข้าใกล้เธอมากขึ้น เรย์ลดมือลงมาเกาะแขนของเขาที่อยู่บนเอว เอียงใบหน้าเข้าหา เขายิ้ม เธอยิ้ม แล้วริมฝีปากก็สัมผัสกันอย่างแผ่วเบา



                เธอเผยอริมฝีปากออกจากกัน อนุญาตโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยว่าเขาสามารถรุกล้ำเข้าไปมากกว่านั้นได้ รสชาติของเธอเหมือนครีมนุ่มนิ่มที่ละลายอยู่บนลิ้น หอมหวานเหมือนชอคโกแลต พิเศษเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอ เขาตระกองกอดเธอไว้ ปล่อยให้ริมฝีปากขยับไปดังใจ อบอุ่น แผ่วหวาน หัวใจพองโต โบยบิน 












Writer's talk

อาทิตย์นี้จะไปลัลล้าทะเลใต้ กลับวันเสาร์ค่ะ ... ก่อนไป ก็เลย อัพสักหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวคนอ่านจะลืมไททานิคเอยู

ระหว่างที่เขียน ฉันชอบฟัง เพล์ยลิสต์นี้ค่ะ https://www.youtube.com/watch?v=Jrv95rcDR5Q 

โดยเฉพาะ เพลงที่ 4  Rose เข้ากับฉากหัวเรือในตำนานเหลือเกิน



คืนนี้ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #507 ยานรักของเรย์โล (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 23:30
    ตั้งแต่อ่านมา แม้จะมีฟินอยู่บ้างแต่ลึกๆ มันช่างขมขื่น เพราะอิพี่มีเรื่องหมั้นหมายติดพันอยู่ พอมาอ่านตอนนี้...แน่นอนว่ามันขมในทีแรก ตอนที่ต้องหลบหน้ากันนี่แบบ...ทรมานใจอิช้อยเหลือเกินเจ้าค่ะ! ไม่นึกเลยว่านายแม่เลอาช่างร้ายกาจจจจ! แต่เอาจริงๆ ตาเบนนี่คุณหนูผู้เรียบร้อยมาก หลบหน้าและทำตามคำสั่งนายแม่ทุกอย่าง ต้องเป็นนังเรย์ฝ่ายเดียวที่รุกเข้าหา อันนี้แอบขัดใจนะคะ แต่ก็เข้าใจว่า...นะ อิพี่มันโตมาในดงผู้ดีลุบดะแบบน้องนังทำไม่เป็น ก็...เข้าใจ แต่พอได้มาเปิดใจกับเจสแล้ว อินี่ก็ใจชื้นค่ะ ยังไงเราก็ขอชื่นชมในความซื่อสัตย์ของคุณชายเขานะคะ ยังไงก็จะไม่ยอมโกหก ทีแรกเราเดาว่าเจสจะร้ายๆ หน่อย แต่ผิดคาด...ทุกอย่างเป็นไปได้สวย เหลือก็แค่ลุ้นเรื่องนังหนูเรย์กับนายแม่เลอานี่แหละ และปิดท้ายไปอย่างฟินๆ กับท่าฮิตในตำนาน ขึ้นเรือไหนเป็นต้องทำตาม จินตนาการตามแล้วมัน...ยิ้มแก้มปริค่ะ ฟินจนมือหงิกไปหมดแล้ว >w<
    #507
    0
  2. #313 Audaidaj (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 02:33
    ฉากในตำนาน แทบไม่น้องอ่านบรรยายภาพก้อผุดขึ้นเลยทันที ดีใจที่เรื่องแต่งงานมีทางออก
    #313
    0
  3. #265 ฟูฟ่องละอองฟิ้ว (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 10:20
    โอ้ ฉากในตำนานนนนน หวานมากฮือ กลัวใจตอนต่อจากนี้จัง แต่ตอนนี้ขอมีความสุขกับฉากเข้าพระเข้านาง(?)ก่อน55555 ได้กลิ่นอายไททานิกในอีกแบบเลยค่ะ ดีงามมมม >////<
    #265
    1
    • #265-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 33)
      8 พฤษภาคม 2560 / 10:54
      แหน่ะ รอฉากเข้าพระเข้านางเชียว 5555
      #265-1
  4. #260 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 20:50
    น่าจะเป็นเรย์โลเรื่องที่โรแมนติกที่สุดเท่าที่เคยแต่งมา 555 โห มันหวานไปหมด ตั้งแต่ฉากปีนขึ้นไปบนเรือด้วยกันจนถึงตอนสุดท้าย
    ดีใจด้วยนะ ไม่ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักแล้ว yay 
    ขอให้ฮักซ์อย่าทำอะไรพิเรนๆให้แผนล่มเลยเถอะ 5555 พ่อตัวร้ายตลอดกาล
    #260
    1
    • #260-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 33)
      5 พฤษภาคม 2560 / 04:37
      My heart will go on. มากมายค่ะ 5555
      #260-1
  5. #259 pon tong (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 19:28
    กรี๊ดอัดหมอน // ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ :) รอติดตามตอนต่อไปค่ะ 
    #259
    1
    • #259-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 33)
      2 พฤษภาคม 2560 / 19:37
      หมอนตกใจแล้วนะ อิอิ
      #259-1
  6. #258 `PS.AriA†´ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 15:56
    //ตายกลายเป็นผีสิงเรือเรย์โลไปตราบชั่วนิรันดร์
    #258
    1
    • #258-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 33)
      2 พฤษภาคม 2560 / 16:03
      Part of the crew, part of the ship. อยู่เป็นลูกเรือ ตายไปกะเรือ
      #258-1
  7. #257 kyloreylove (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 23:17
    โอ้บระเจ้า...เฮ้ออออ(อมยิ้ม) ภาพในหัวขณะที่อ่านชัดเจนมากเลยค่ะ(หลับตานึกภาพตามเหมือนได้ไปยืนดูวิวพระอาทิตย์กะเขาเลย555)ชอบการเขียนบรรยายของไรท์จังเลย
    ปล.อยากวาดfanart ให้ไรท์ฉากวาดรูป(ในตำนาน)จังเลยค่ะ ^?^''
    #257
    1
    • #257-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 33)
      2 พฤษภาคม 2560 / 06:32
      วาดมาเลยยยยค่ะ เย้ๆ
      #257-1
  8. #256 Nezerus Zernep (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 22:45
    ตายอย่างสงบเลยค่ะไรท์...
    #256
    1
    • #256-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 33)
      2 พฤษภาคม 2560 / 06:32
      ทำพิธีปลุกชีพ
      #256-1
  9. #255 Lovelove (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 22:42
    ฟินมากค่ะ อ่านแล้วเขินนนนนนน
    #255
    1
    • #255-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 33)
      2 พฤษภาคม 2560 / 06:31
      อิอิ ไม่มีอะไรขวางทางสองคนนี้แล้ววว
      #255-1
  10. #254 Skye1907 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 22:31
    มือถือลอยแล้วค่ะ.... #ฟินจนขว้างใส่ผนัง
    #254
    1
    • #254-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 33)
      2 พฤษภาคม 2560 / 06:31
      พังไหมนั่น 55555
      #254-1
  11. #253 dandelion (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 22:07
    โอ้วววว ฟินค้างนะคะ
    #253
    1
    • #253-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 33)
      2 พฤษภาคม 2560 / 06:31
      กลับจากใต้ จะรีบต่อเลยยย
      #253-1